[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 60 : Problem Child 18 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    22 ก.พ. 61



Problem Child Reup #18


ช่วงปลายปีคือเวลาเงินทองของศิลปินในทุกประเทศที่จะต้องไขว่คว้าหาโอกาสให้ได้มากที่สุด ซูเปอร์จูเนียร์ก็เช่นกัน หากต้องการหวังรางวัลปลายปี...ความโดดเด่นและความสามารถก็เป็นสิ่งที่จะต้องมีพร้อม รวมถึงต้องไม่ห่างหายไปจากวงการนานๆจนแฟนเพลงลืมหน้า  ด้วยเหตุนี้ หลังจากจบการโปรโมทกิจกรรมเพลง U และ Dancing Out โปรเจ็กต์ใหม่ถึงเตรียมจ่อคิวรออยู่พอดี หากทว่าโปรเจ็กต์นี้...กลับมีเพียงสามคน


พวกที่มีปฏิกิริยามากที่สุดคือขาแร็ปอย่างชินดงฮีและอีฮยอกแจ น้องชายอ้วนผอมของเขาอาละวาดฟาดหัวฟาดหางจนเกือบๆจะมีเรื่องไปทั้งวง  ยังดีที่ทุกคนพอเห็นแก่เขาซึ่งร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เลยเพลาๆดีกรีความแรงลงบ้าง


อีทึกถอนใจหนัก


อารมณ์แปรปรวนของอีฮยอกแจเป็นสิ่งที่อีทึกเข้าใจดี ซูเปอร์จูเนียร์เพิ่งไปเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตของทงบังชินกิที่ประเทศไทย และที่มีปัญหายิ่งกว่านั้นคือซีอาจุนซูได้เชิญเพื่อนรักสมัยเด็กขึ้นไปร่วมร้องเพลงด้วยกันในเพลงเดี่ยวของตน แน่นอนว่าด้วยอะไรหลายๆอย่าง อึนฮยอกแห่งซูเปอร์จูเนียร์ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ  


คนเป็นพี่รู้ดีว่าที่น้องชายต่างวงทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อจะสานต่อความฝันของคนทั้งสองให้เป็นจริง ฝันที่จะได้ยืนอยู่บนเวทีเดียวกัน ขับร้องเพลงและเต้นไปด้วยกัน เด็กหนุ่มคนนั้นยังจดจำมันไว้ไม่เคยลบเลือน แต่กับอีกคนที่ตัดสายสัมพันธ์อันยึดโยงคนสองคนออกไป อาศัยความโกรธเกลียดน้อยใจบ่มเพาะเมล็ดพืชสีดำขึ้นมาแล้ว...ยาก...ที่ฮยอกแจจะเข้าใจคิมจุนซู


และเมื่อเจ้าตัวนำเอาเรื่องโน้นมาปนกับเรื่องนี้ใส่อารมณ์จนมั่วไปหมดอย่างในตอนนี้...ก็ยาก...ที่คนอื่นจะเข้าใจอีฮยอกแจเช่นกัน



 

 

ซองมินยืนก้มหน้า เท้าแขนกับเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้านิ่ง


สำหรับช่วงนี้ คยูฮยอน เยซอง และรยออุกมักถูกดึงตัวออกจากเพื่อนร่วมวงเพื่อไปฝึกซ้อมเสียงเป็นพิเศษ ทำให้ห้องซ้อมซูเปอร์จูเนียร์ชักจะเบาบางบรรยากาศลงบ้างเมื่อคนที่เป็นต้นเหตุความหงุดหงิดไม่ได้อยู่ด้วย สุดท้ายถึงจะโวยวายเรียกร้องอย่างไร โปรเจ็กต์ใหม่ K.R.Y ก็เป็นสิ่งที่จัดตั้งขึ้นแล้วและไม่มีวันล้มเลิกได้อยู่ดี นั่นเป็นสิ่งที่เขายอมรับ  ถ้าหากว่าจะไม่มีอะไรมาสะกิดเสียก่อน


ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองกระจกตรงหน้า เหยียดริมฝีปากสมเพชความไม่เอาไหนของตัวเอง

ไหนว่านายจะลืมแล้วไงล่ะอีซองมิน จะลืมทุกอย่าง แล้วกับแค่มีคนมาสะกิดนายนิดหน่อยก็เป็นได้ถึงขนาดนี้ นายมันอ่อนแอจริงๆเลย


อ้าว ไม่รู้หรอกเหรอ ในตอนแรกโปรดิวเซอร์ก็ใส่ชื่อนายลงไปในโปรเจ็กต์นี้อยู่หรอกนะ แต่ไม่รู้คิดยังไง จู่ๆก็ถอดกลางคัน น่าเสียดายแย่เลย...ที่มาบอกเนี่ยเพราะเห็นว่าเราก็อายุเท่าๆกัน และมันก็เป็นสิทธิของนายที่จะรับรู้ไว้ เอาเถอะ ยังไงก็โชคดีแล้วกันนะอีซองมิน ฉันจะเอาใจช่วย


ซองมินเม้มปากแน่น...นัยน์ตาไหวระริกกับน้ำคำเสแสร้งที่ยังดังก้องในหัว


เขารู้ว่านักร้องนำวงทงบังชินกิไม่เคยหวังดี แต่ก็มั่นใจว่าคิมแจจุงไม่ใช่ประเภทที่จะกุเรื่องขึ้นเพื่อยุแยง คนๆนั้นจะเอาความจริงที่สมควรลืมเลือนกลับมาตอกย้ำ ฉีกเปิดแผลกลัดหนองให้มันกว้างขึ้นอีกจนทุรนทุรายแทบจะตายทั้งเป็น


เหมือนที่เด็กหนุ่มกำลังเป็นตอนนี้  


โธ่โว้ยยยยยยยยย!!!!”


ทำไมโชคถึงไม่เคยเข้าข้างซองมินบ้าง


ตั้งแต่เด็ก ความที่ไปได้ทั้งน้ำเสียงและการเต้นแต่ไม่โดดเด่นอะไรออกมาซักอย่างทำให้ครูฝึกทั้งสองสายไม่สนใจเขา บุคลิกลักษณะเงียบๆ ไม่สุงสิงกับใครก็ยิ่งเป็นเป้าให้ถูกเด็กคนอื่นในคลาสฝึกหัดแกล้ง เมื่อนำมารวมกัน อีซองมินในยามเด็กก็เรียกได้ว่าเป็นบุคคลไร้ชื่อโดยสิ้นเชิง ร้องเพลงก็เป็นไลน์ประสาน เต้นก็อยู่แถวกลางๆ เป็นแบ็กกราวน์ให้คนอื่นเขาร่ำไป


ขณะที่คนอื่นกำลังก้าวหน้า ตัวเขากลับย่ำอยู่กับที่เพราะไม่มีครูที่คอยเอ็นดูและพูดสนับสนุนเขาให้โดดเด่นออกมากับผู้ใหญ่  

ซองมินไม่มีใคร ไม่มีใครเลยนอกจากตัวเอง


ครั้งหนึ่งเขาเคยจะได้เดบิวต์เป็นหนึ่งในสี่สมาชิกวงน้องใหม่ของค่าย แต่แล้วอยู่ดีๆโลกใต้เท้าก็ถล่มทลายเมื่อสต๊าฟมาบอกเขาว่าโปรเจ็กต์นี้จะเหลือเพียงแค่สามคน และเขา...คือคนเดียวที่ถูกคัดออก  คัดออกเพื่อจะนำไปรวมกับเด็กหนุ่มอีกสิบเอ็ดคนที่ร่ำลื่อหนาหูถึงความเดือดร้อน  เป็นเด็กมีปัญหาของเอสเอ็ม  


ซองมินรู้ตัวเองว่ากำลังจะถูกลืมในที่สุด  เสียงกระทบกระเทียบเปรียบเปรยเป็นทำนองว่าถูกถีบส่งลงมาในโปรเจ็กต์ของเด็กที่กำลังจะโละทิ้งแว่วมาให้ได้ยินตลอด  และเขาก็ไม่ใช่คนที่จิตแข็งพอจะละเลยคำกล่าวเหล่านั้น  กลับกัน  ซองมินเก็บมันไว้...ทุกถ้อย  ทุกคำ  ทุกความ


โดยไม่รู้ตัว  เด็กหนุ่มถือเอามันเป็นปมด้อยที่กดตัวเองเข้าไปทุกที  ในสายตาของตัวเอง  เขาเป็นคนไม่มีค่า  ไม่คู่ควรกับอะไรทั้งนั้น  และเขาก็เริ่มสร้างเปลือกขึ้นมาห้อมล้อมตัวตนอันเปราะบางของเขา  เปลือกชั้นแรกเป็นความเย็นชา ร้ายกาจ ไว้ปกป้องตนเองจากภัยอันตรายหลายๆอย่าง แต่แล้วการเดบิวต์ก็ทำให้ซองมินรู้ว่ามันไม่พอ  ไม่พอ...ตัวตนแบบนั้นทำให้แฟนคลับพากันมองเมินเขาในทีแรก ซองมินจึงสร้างตัวตนขึ้นมาอีกชั้น  ตัวตนที่ถึงจะอ่อนไม่สมชายแต่ก็เต็มไปด้วยความสดใสจับใจคนที่พบเห็น


และแล้วอีซองมินก็ได้ที่ของตัวเอง...บุคลิกที่เหมาะสม


เขาพอกมันเอาไว้ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ต่อหน้ากับแฟนคลับ ลับหลังกับเพื่อนร่วมวง  ซูเปอร์จูเนียร์ซองมินคือคนอ่อนๆที่ยอมพี่ยอมน้องและไม่ค่อยสู้ใคร ทั้งยังดูมีปัญหาน้อยที่สุดจนไม่ค่อยมีใครให้การเพ่งเล็งสนใจ ซองมินยินดีกับมัน กลบฝังตัวตนชั้นลึกสุดไว้ภายในถึงสองต่อจนแม้แต่ตนเองก็ยังลืม   


ลืมไปแล้ว จนกระทั่งคิมแจจุงมาสะกิดแผลนั้น


น่าสงสารจริงๆ แต่โอกาสหน้าก็ยังมีนะ รอโปรเจ็กต์ใหม่เถอะ ถ้านายจะไม่ถูกถอดออกเป็นครั้งที่สาม


ซองมินคงจะยังยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นอีกนานถ้าหากไม่มีเสียงห้าวๆกวนๆของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาเสียก่อน


อย่าโง่ไปเชื่อคำพูดปีศาจนั่นเลย นายก็รู้ว่าคนอย่างนั้นไม่เคยหวังดี


เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก หันขวับทั้งที่ตาแดงก่ำ

ที่ประตูห้องน้ำบานในสุดคืออีฮยอกแจยืนนิ่งด้วยสีหน้าเหมือนจะเยาะหยัน ขณะที่หันไปอีกทาง  หน้าห้องน้ำคือร่างบอบบางของเพื่อนเพียงคนเดียว 


 “ฮยอกแจ...ทงเฮ


ซองมินอุ่นใจมากขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนเป็นหนึ่งในนั้นทว่า...เมื่อกี้ไม่ใช่เสียงทงเฮ


เสียงฉันเอง ไม่ต้องทำหน้าคิดมากขนาดนั้นหรอก อีกฝ่ายตอบคำถามราวกับเข้าไปนั่งอยู่กลางใจทำเอากระต่ายช่างสงสัยวางสีหน้าไม่ถูก

นาย...

“บังเอิญฉันพอจะได้ยินตอนที่ไอ้กะเทยนั่นมันพูดกับนายเมื่อสองวันก่อนพอดี และเห็นนายขึ้นๆลงๆในเวลาต่อมาก็เลยพอจะเดาได้ ส่วนวันนี้บอกตามตรงว่าไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดคอ

.........................

ฉันอยู่ของฉันในห้องน้ำดีๆแล้วนายก็มาตะโกน เสริมเมื่อสมาชิกลำดับมากกว่าหนึ่งขั้นยังทำหน้าแคลงใจ ส่วนอีทงเฮ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน

ฉันมาตามนาย เป็นอะไรหรือเปล่าซองมิน


ทงเฮเอ่ยคำขัดที่สามารถเป็นคำตอบไปได้ด้วยในตัวพร้อมทั้งเดินเข้าไปใกล้ ซองมินไม่อยากโกหกเพื่อนแต่อีกคนที่ยังเหลืออยู่ก็ทำให้เขาเปิดปากไม่ออก


ไม่ ไม่มีอะไร ฉันปกติดี

ปกติบ้านนายเขาร้องโว้ยกันเหมือนวัวถูกเชือดงั้นสิ คนตัวขาวจั๊วะไม่ยอมถูกทิ้งไว้เป็นเพียงไม้ประดับห้อง พูดแทรกเสียงขุ่น

นาย...” 

"ทำไม ฉันพูดผิดตรงไหน"

"ยุ่งไม่เข้าเรื่อง"

พวกอ่อนแอเท่านั้นล่ะถึงจะทำเป็นพระเอกเก็บทุกอย่างไว้กับตัว อ่อนแอ แถมยังโง่ด้วย

อย่ามาว่าซองมินแบบนั้นนะ อีฮยอกแจ คำเตือนเสียงเย็นของทงเฮไม่ได้รับการสนใจ

ขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม อาจจะด้วยความรู้สึกว่าตกที่นั่งเดียวกันทำให้อึนฮยอกตัดสินใจเอ่ยอะไรบางอย่าง ความรู้สึกของคนที่เคยถูกเลือกแล้วคัดออก คนที่กำลังจะได้สายรุ้งมาแล้วถูกฉกฉวยไปน่ะ  มันมักจะสื่อถึงกันได้เสมอ

     

       ฮันรยูสตาร์แห่งซูเปอร์จูเนียร์ยกยิ้มขมขื่นบ้างเมื่อนึกไปถึงเรื่องของตัวเองที่ดูน่าสมเพชพอกัน  ผิดแต่ว่าเรื่องของเขามันจบแล้ว  ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนที่เพลง ‘Hug’ ดังขึ้นบนเวทีคอนเสิร์ตของนักร้องหญิงดาวรุ่งโบอาและนักร้องสาวจากต่างประเทศ บริดนีย์ สเปียร์  นับตั้งแต่ศิลปินรับเชิญทั้งห้าปรากฏตัวกลางเวทีด้วยความสดใสน่าจับตา  ก้าวแรกแห่งการเริ่มต้นของคิมจุนซูที่สตาร์ทไปข้างหน้าโดยทิ้ง เพื่อน ที่ชื่ออีฮยอกแจไว้


เด็กหนุ่มที่ผิดหวังอย่างหนักได้ทำสัญญากับตัวเอง...ความฝันที่จะได้ร้องเพลงด้วยกันแตกสลายพร้อมๆกับมิตรภาพที่พังทลายไม่เหลือชิ้นดี

สายตาจริงจังไม่มีแววก่อกวนนั้นทำให้คนชอบสีชมพูพยักหน้าในที่สุด


ไม่ใช่นายคนเดียวเสียหน่อยก็ถูกดันออกมาจากโปรเจ็กต์ ไอ้คนที่ยืนข้างนายมันเป็นใคร ฉันล่ะใคร ทุกคนได้อยู่ในโปรเจ็กต์เหมือนกันหรือเปล่า ก็ไม่ทั้งนั้นแหละ ลองคิดในอีกแง่นึงสิ นายยังโชคดีด้วยซ้ำที่ถูกเลือก คนที่เขาไม่ได้แม้กระทั่งรับเลือกเข้าร่วมโปรเจ็กต์น่ะ นายจะไม่คิดถึงเขาบ้างเหรอ   


ซองมินขบริมฝีปาก ปล่อยให้เสียงห้าวๆดังผ่านเข้าหูไปสู่ระบบประมวลผลต่อไป ฝ่ามือของทงเฮยังแตะอยู่ที่เขา


คิด...ในที่นี้ไม่ใช่ให้สงสาร ไม่มีความจำเป็นซักนิด พวกเราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนาย ถึงจะเจ็บจะตายไปก็ไม่ต้องสนใจหรอก อีซองมิน ที่ฉันบอก หมายถึงให้คิดเหยียบหัวเขาไปต่างหาก นายน่ะดีกว่าคนอื่น ยังได้รับเลือก คนที่ไม่ได้สิ เขาต้องเจ็บกว่านาย ไอ้เวรนั่น นายเห็นมันเคยได้ร้องเพลงแยกเดี่ยวไหมล่ะ มันก็ต้องอยู่เป็นวง ไม่เคยได้มีโปรเจ็กต์ จะไปใส่ใจคำพูดมันทำไมกัน งี่เง่าสิ้นดี

      

      คำพูดตรงๆนั้นทำให้ปลาและกระต่ายอดยิ้มไม่ได้ทั้งที่สถานการณ์ไม่อำนวย ความรู้สึกหนักอึ้งชักกะเทาะออกไปบางส่วน ออกไปพร้อมกับเปลือกที่หลุดลอกเช่นกัน


จำเอาไว้ อย่าดูถูกตัวเอง ยิ่งทำนายก็จะยิ่งตกต่ำ ไม่มีวันได้โงหัวขึ้นเจอกับใคร คนดีน่ะไม่ต้องเป็นมันหรอก ร้ายเข้าไว้ ยิ่งร้ายเท่าไหร่นายก็จะยิ่งปลอดภัยเท่านั้น ไม่เห็นหรือไงแต่ละคนในวงน่ะ ใช่ย่อยเสียที่ไหน แล้วมีใครกระทบอะไรได้บ้าง

หึหึ ร้ายแบบนายน่ะเหรอ

อย่างฉัน  ร้ายน้อยไปด้วยซ้ำ ยักไหล่ ตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน และไม่อายตัวเอง...ถ้าร้ายได้มากกว่านี้อีกสักนิด ทงบังชินกิในปัจจุบันก็คงไม่มีสมาชิกที่ชื่อซีอาจุนซู

อย่าลืมล่ะ เสียงนกเสียงกาไม่ต้องไปฟังมัน ก็ได้แต่ร้องขออาหาร คนไม่ให้ซะอย่างมันก็ไปเอง

นกกาแจจุงในความคิดซองมินดูจะเป็นตัวที่สวยใช่ย่อยแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เอ่ยแต่เพียงว่า

ขอบใจ

ขอบใจทำไม ฉันไม่ได้ทำเพื่อนายเลยซักนิด แค่เห็นแล้วมันขวางหูขวางตา

นายนี่มัน ในที่สุดทงเฮก็อดไม่ได้ที่จะเสริมขึ้นมา ไม่รู้จะพูดยังไงเลยจริงๆฮยอกแจเลิกคิ้ว

ก็หุบปากซะสิ

พูดกับใคร

อีทงเฮมีกี่คนบนโลกกันล่ะน้ำเสียงกวนตีนอย่างไร้ที่ติ

“แก...”

ไม่เอานะทงเฮ มือขาวของเด็กหนุ่มตัวอวบถลันมารั้งไว้เมื่อเจ้าของชื่อทำท่าจะพุ่งใส่อีกฝ่าย รีบเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน

            “เอาเถอะๆ ทำเพื่อใครฉันไม่รู้ แต่ยังไงก็ขอบใจละกัน”


ภาพลูกไก่ตัวขาวเสมองไปทางอื่นทั้งที่หน้าแดงก่ำเรียกรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าที่ยังติดซีดอยู่นิดๆ ซองมินรู้สึกได้ว่าแรงต้านจากสมาชิกนีโม่ก็ผ่อนลงเช่นกัน


นายเป็นคนดีกว่าที่ฉันคิด อีฮยอกแจ

 



 

ทงเฮก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้ยอมรับคนตรงหน้าเร็วขนาดนี้ทั้งที่คิดว่าจะไม่มีเพื่อนคนไหนนอกจากซองมินแล้วแท้ๆ อาจจะเพราะอายุที่ใกล้เคียง คำพูดปลอบซองมินที่เขาเห็นว่ามันกลั่นออกมาจากใจไม่มีสิ่งใดเคลือบแฝง หรือหลายๆอย่างมารวมกัน   


ช่างเถอะ จะอะไรก็แล้วแต่ตอนนี้เขาทั้งสามก็ได้ออกมานั่งกินต๊อกโบกีร้อนๆในซอยข้างบริษัทด้วยกันเสียอย่างนั้น ก็...สนุกดี ถึงจะเป็นการกินที่เงียบไปหน่อยก็ตาม


อร่อยรึเปล่า

อืม ก็ดี ฮยอกแจตอบ ขณะที่ปากก็งับเอาแป้งขาวๆที่ถูกย้อมจนกลายเป็นสีส้มเข้าปาก ร้อนจนควันลอยออกมา

ฉันมากับซองมินบ่อย วันหลังก็มาด้วยกันสิ พูดพลางก็จ้วงต๊อกอันกลมเข้าปากตัวเองเช่นกัน

หึ ที่จริงฉันก็เคยมากินนะตรงนี้ นานมากๆแล้วตั้งแต่สมัยยังเป็นเทรนนี มากับจุน...


คำพูดไหลกลับลงคอกะทันหันเมื่อรู้ตัวว่าชักจะเข้าไปสะกิดในเรื่องที่ไม่ควร ขาแร็ปตัวขาววางไม้จิ้มลง ฝืดจนไม่อยากจะกิน  

ทงเฮกับซองมินเลิกคิ้ว หันมองหน้ากัน


นายสนใจจะเล่าอะไรให้พวกเราฟังไหม คราวนี้กระต่ายน้อยเป็นฝ่ายเริ่มบ้าง อีกฝ่ายยังก้มหน้าเงียบจนปลาตาโตต้องเสริม

ถือซะว่าเล่าให้ต๊อกโบกีฟังก็ได้

เหอะ

ถึงยังไงก็ตระกูลอีเหมือนกัน ฉันไม่ขายความลับนายหรอก เหตุผลที่แปลกจนต้องกระตุกยิ้มออกมา

งั้นถ้าฉันเปลี่ยนนามสกุลปุ๊บนายก็จะโพนทะนามันต่อเลยงั้นสิ

อ้าว นายกำลังจะแต่งเข้าบ้านไหนล่ะ ซองมินถามหน้าตาย

นาย...

หืม คิ้วที่เลิกขึ้นและรอยยิ้มร้ายๆคือสิ่งที่ได้รับจากเจ้าของฉายากระต่ายน้อย เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจหงุดหงิด


เขาน่าจะรู้ ซูเปอร์จูเนียร์ ไม่ว่าใครก็มีฤทธิ์แฝงอยู่ทั้งนั้น แต่อิทธิฤทธิ์ที่มาในรูปของเด็กชายเจ้าเล่ห์แสนซนแบบนี้ของคนอายุมากกว่า ฮยอกแจคิดว่ายังไม่เคยเห็น เมื่อการเบี่ยงเบนไม่เป็นผล เจ้าของฉายาไก่ประจำวงจึงเปลี่ยนท่าทีใหม่ ตาวาวขณะเอ่ยลองเชิง


อยากรู้ขนาดนั้นเลยเหรอ อีกฝ่ายยักไหล่

ไม่มาก แต่รู้ได้ก็ดี

ความลับของฉันมันมีค่านะ ถ้าอยากฟัง ก็ต้องมีอะไรมาแลก

หึ ของฉันหรือของนายก็ค่าเท่าๆกันนั่นแหละ เสียงนั้นรู้เท่าทันเต็มรูปแบบ

แต่ถ้านายอยากรู้... สายตาสองคู่สบกัน


ทงเฮเห็น ภายในดวงตาที่สร้างให้กร้าวแกร่ง ความเหงายังคงมี ความเหงาแบบที่เขากับซองมินเคยเผชิญ คงเพราะสิ่งนั้นทำให้เขาหลุดปากออกไปว่า


จะเอาอย่างนั้นก็ได้ สำหรับฉัน มันไม่เรียกว่าความลับหรอก...... 

 

 



เสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วบริเวณสถานที่เล็กๆ ทุกใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความชื่นบาน


เอ้า เชียรส์


เสียงผู้กำกับซึ่งอาวุโสที่สุดพูดขึ้นก่อนที่แก้วใสทรงสูงบรรจุน้ำสีสวยจะถูกยกขึ้นพร้อมกัน


ในที่สุดก็ถึงวันนี้ซักที ขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะ

ขอบคุณมากค่ะ


นักร้องสาววัยสิบหกโค้งตัวลงอย่างนอบน้อมเรียกรอยยิ้มเอ็นดูได้จากทุกคน การถ่ายทำเอ็มวีไทม์เลสได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วรวมถึงตัวเอ็มวีก็ได้ออกอากาศจนได้รับความนิยมมากมาย วันนี้จึงเป็นงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของทีมงานทุกคน


ชายหนุ่มชาวจีน หนึ่งในนักแสดงหลักมาด้วยชุดลำลองแต่เรียบหรูสีดำสนิท ใบหน้าที่เคยแข็งคมราวกับรูปสลักเริ่มจะเลือนออกกลายเป็นความละมุนลงบ้างเมื่อตลอดหลายสัปดาห์ที่ร่วมกันมา ฮันกยองพบว่าผู้คนเหล่านี้ไม่เหมือนคนในค่ายที่คอยแต่จะดูถูกดูแคลนและปรามาสในตัวเขา เพียงแค่ลดความหยิ่งทะนงและปมในตนเองลงไปบ้าง อะไรหลายๆอย่างก็ง่าย และเป็นไปในทางที่ดีขึ้น


ดวงตาเรียวคมตวัดมองไปทางด้านซ้ายที่มีเด็กสาวร่างโปร่งบางในชุดราตรีสั้นงดงามสมตัวยืนยิ้มกับทีมงานอยู่ ก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเล็กน้อย


สิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นรวมถึงความรู้สึกต่อสาวน้อยอียอนฮี...นางเอกที่เล่นเอ็มวีคู่กันกับเขา


จากที่ร่วมงานกันมาได้ซักระยะทำให้นักร้องหนุ่มพอจะทราบว่าเด็กสาวหน้าสวยอมโศกผู้นี้เป็นที่ชื่นชอบและชื่นชมพอสมควรในหมู่ทีมงานด้วยกัน รอยยิ้มแจ่มใสที่มักจะติดริมฝีปากและร่องรอยอ่อนหวานในแววตารวมทั้งคำพูดทำให้ทุกผู้ที่พบเห็นอดจะเอ็นดูไม่ได้  ทว่า...ความสุขกายสบายใจในแววตาอันเป็นเอกลักษณ์เด่นชัดของเด็กสาวได้หายไป...ตั้งแต่ที่มาถ่ายทำเอ็มวีประกอบเพลงไทม์เลส


คนอื่นอาจจะไม่สังเกต แต่สำหรับเขา...ให้โง่ถึงขนาดไหนก็ต้องพอรู้ว่าต้นเหตุจะมาจากใครถ้าไม่ใช่สองสมาชิกจากซูเปอร์จูเนียร์


ฮันกยองไม่รู้สึกผิดอะไรเมื่อมองด้วยสายตาของคนในวงการ สำหรับเขา  ความกดดันแค่นี้เป็นเรื่องเล็กน้อยนักเมื่อเทียบกับความกดดันที่เขาต้องเผชิญมาในฐานะคนจีนเพียงหนึ่งเดียวในหมู่เด็กฝึกหัดชาวเกาหลีทั้งหมด  ความกดดันที่ถูกส่งไปอยู่โปรเจ็กต์โละทิ้งของค่ายโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำความผิดอะไร...ทั้งๆที่อุตส่าห์ฟันฝ่าชนะคนอื่นมานับร้อยนับพัน  ดังนั้นในความคิดของมังกรจากแดนไกล  อียอนฮีก็จำเป็นจะต้องผ่านช่วงเวลาเช่นนี้ไปให้ได้เช่นกันถ้าหากต้องการจะขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงกว่าปัจจุบัน


ทว่า...ถ้าถามในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง


การทำให้ผู้หญิง...ผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียวเครียดจัดถึงขนาดเคยจะเป็นลมถ่ายทำต่อไม่ไหว  มันเป็นอะไรที่ไม่น่าภาคภูมิใจเลยสักนิด  ใกล้เคียงกับความรู้สึกละอายแก่ใจอยู่รางๆ  เขาอยากทำให้ความสดใสในแววตาคู่สวยกลับคืนมาอีกครั้ง  เผื่อว่าความหนักหน่วงในใจจะได้บรรเทาลง


คนกำลังใช้ความคิดเพลินสะดุ้งเมื่อมีฝ่ามือหนักๆมาตบลงที่บ่ากว้าง


ว่าไง จะออกอัลบั้มใหม่เมื่อไหร่ล่ะฮันกยอง ไว้จะไปอุดหนุน ลูกสาวที่บ้านนะมันก็บ้าซูเปอร์จูเนียร์จะเป็นจะตาย บัตรมีทที่ให้มาครั้งก่อนมันก็เพ้อไปว่าพี่ๆทุกคนน่ารัก เป็นกันเองมาก ขาเต้นของวงยิ้มรับโดยไม่แพร่งพรายความคิดสมเพชในใจออกมาให้ผู้เป็นพ่อของเอลฟ์ที่แสนโชคร้ายคนนั้นได้รับฟัง

อัลบั้มเต็มคงยังไม่เร็วๆนี้ล่ะครับ จะรอพ้นงานประกาศรางวัลไปก่อน

อ้อ นั่นสินะ หวังรางวัลนักร้องหน้าใหม่อยู่ล่ะสิ คนฟังเออออ

แต่ว่าอาจจะมีอัลบั้มรวมของวินเทอร์เอสเอ็มทาวน์ถ้าตกลงเรื่องเวลากันได้

เออ ดีๆ อัลบั้มเดียวรวมทุกศิลปิน คนซื้อไปก็คุ้ม ว่าแล้วสต๊าฟแสนอารมณ์ดีก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากก่อนจะขอตัวไปทักทายคนรู้จักคนอื่นๆต่อ


สายตาคมของฮันกยองปรายไปทางที่มีรุ่นน้องวงเดียวกันยืนดื่มไวน์อยู่เงียบๆคนเดียว แต่พอมีคนมาทักก็สามารถยิ้มรับและพูดคุยได้โดยไม่มีเรื่อง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้ม ท่าทางว่าอีกฝ่ายก็จะคิดได้เช่นเดียวกัน คุยกันไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องนี่


ไม่ใช่ว่าจะไม่เห็นสายตาที่มองมาอย่างประเมินของซูเปอร์จูเนียร์จากแดนมังกร ทว่าสิ่งที่เพิ่งได้รับจากหัวหน้าวงก็กดให้คุณชายตระกูลชเวนิ่งไว้ หันเหความเอาใจใส่มาที่คู่สนทนาเช่นเดิม มีบ้างที่จะรู้สึกหงุดหงิดรำคาญแต่เมื่อมองลึกเข้าไปถึงแววตาจริงใจไร้สิ่งเคลือบแฝงของคนพูด ซีวอนก็บอกตัวเองว่าเขาก็ต้องพยายามในส่วนของเขาเช่นกัน


ใบหน้าหล่อเหลาชักกระตุกเมื่อสายตาเจ้ากรรมมันเหลือบไปเห็นรอยยิ้มแปลกๆจากไอ้คนที่ไม่เคยนึกอยากนับเป็นพี่ชายร่วมวง ริมฝีปากขมุบขมิบ


ไม่ต้องมอง...ไม่ต้องใส่ใจ...ไม่ต้องหมั่นไส้...ก็จะไม่เกิดเรื่อง


ผมทำถูกใช่ไหมพี่อีทึก



TBC

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #1009 I have a pen (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:43
    รออต่ออน่าค่าาา
    #1,009
    0
  2. #1008 meepung (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:33
    มาแล้ว มาแล้ว รอบนี้ต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะได้อ่านจนจบ ㅠㅠㅠㅠ
    ฉันมารอพี่ที่เด็กดีทุกวันเลยนะ ....

    สามอีเริ่มสนิทกันละ คุณชายเชวแบบนั้นแหละถูกแล้ว ทำดีเข้าใว้เพื่อพี่ทึกนะ

    คุณคนแต่งฟิคสู้ๆนะคะ 😃 ขอบคุณที่มาต่อค่าาาา 😇
    #1,008
    0
  3. #1007 punpun3012 (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:56
    ฮือ ไรททททท์ คิดถึงจังเลยค่ะTT
    #1,007
    0