[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 58 : Problem Child 16 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 ก.พ. 61

Problem Child 16 #Reup


ปาร์คจองซูไม่รับรู้เลยว่าอาการป่วยของตนสร้างความวุ่นวายให้กับซูเปอร์จูเนียร์ตลอดจนสังกัดเอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเมนท์ได้มากเพียงใด


โปรเจ็ครายการเรียลลิตี้ Full House และมินิดราม่าถูกยุบกลางคันทั้งที่ถ่ายทำไปแล้วเกือบครึ่ง รวมถึงรายการที่มีเขาเป็นพิธีกรหลักและเป็นแขกรับเชิญอีกไม่รู้เท่าไหร่ และยิ่งทวีความยุ่งเหยิงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงวันที่สามแล้วหากหัวหน้าวงเอสเจก็ยังไม่ยอมได้สติเสียที   


อะไรกัน ทำไมไม่ฟื้นซักทีล่ะ หมอแน่ใจนะครับว่าพี่จองซูไม่เป็นอะไรน่ะ


เสียงแหบสูงดังทั่วห้องพัก ซีอาจุนซูแห่งทงบังชินกิยืนผงาด...จ้องหน้าแพทย์ผู้ทำการรักษานิ่งโดยมีสมาชิกเอสเจสองคนนั่งเป็นผู้สังเกตการณ์ภายในห้อง

ฮันกยอง และคิมยองอุน


จะว่าไม่เป็นไรเลยมันก็คงไม่ได้หรอกครับ เพียงแต่ว่าไม่ใช่อาการร้ายแรงมากมาย

 

ไม่ร้ายแรงแล้วทำไมถึงไม่ฟื้นล่ะเขาไม่ได้บินกลับจากญี่ปุ่นมาเพื่อที่จะฟังหมอพูดพล่อยๆแค่ว่า...ไม่ร้ายแรง...ทั้งๆที่พี่ชายเขานอนไม่ได้สติมาสามวันแล้วหรอกนะ ถ้าเป็นปกติมันเข้าข่ายเจ้าชายนิทราไปแล้ว


คิมจุนซูคิดอย่างเคืองๆ 


ตัวโรคน่ะ ไม่ร้ายแรงจริงๆครับ แต่ที่ทำให้ไม่ฟื้นเพราะเป็นไข้แล้วยังทำงานหนักจนร่างกายล้าทนไม่ไหว ต้องการการพักผ่อน แถมยังมีโรคขาดสารอาหารอ่อนๆ...ระบบย่อยมีปัญหากับโรคเครียดลงกระเพาะด้วย เลยยิ่งล้มไปได้ง่ายๆ แล้วยังแผลที่หน้าผากกับศีรษะ เจ้าตัวคงกำลังฟื้นฟูร่างกายตัวเองอยู่โดยไม่รู้ตัวเลยไม่ยอมตื่น

"โรคขาดสารอาหาร" จุนซูทวนคำพลางหันไปมองเพื่อนร่วมวงของพี่ชายเป็นเชิงถามไปในตัว


ขาดสารอาหาร...?

บ้า...เอสเอ็มไม่ได้ยากไร้ขนาดต้องให้ศิลปินในสังกัดอดมื้อกินมื้อนะเฟ้ย แล้วมันเกิดอะไรขึ้น พี่จองซูทำงานหนักขนาดนั้นเชียวหรือ


ครับ อาการพวกนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคนไข้เองด้วยว่าใช้ชีวิตแบบไหน ในกรณีคุณปาร์คจองซูนี่น่าจะโหมงานจนไม่ยอมพักผ่อนเป็นสาเหตุหลัก ร่างกายน่ะ ให้แกร่งแค่ไหนแต่การนอนหลับกับกินอาหารที่มีคุณค่าก็ยังจำเป็นมากที่สุดนะครับ ถ้าเป็นไปได้หมออยากให้คนไข้พักฟื้นไปซักอาทิตย์นึงเต็มๆได้ยิ่งดี...หมายถึงนับจากที่ได้สติแล้วนะ ไม่ใช่ตั้งแต่วันที่ล้ม


ประโยคหลังนายแพทย์หนุ่มหันไปพูดกับผู้จัดการวงทั้งสองที่ยืนร่วมรับฟังผลการรักษาอยู่ข้างๆ หนึ่งในนั้นทำหน้าลำบากใจแล้วพูดอ้อมแอ้มออกมาว่า


อาทิตย์เต็มๆคงจะไม่ไหวหรอกครับหมอ งานรัดตัวไหนจะแสดงสด วิทยุ เป็นพิธีกร รายการอีกล่ะ ขอได้อย่างมากที่สุดก็แค่สามวันเท่านั้นแหละครับ

            “สามวัน แพทย์ทวนคำอึ้งๆ นั่นน่ะมันเรียกว่ายังไม่ได้พักอะไรเลยนะ

 “ไม่ได้จริงๆครับ” 

ถ้าอย่างนั้นหมอก็คงช่วยอะไรไม่ได้ แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าอาการป่วยครั้งนี้เพิ่งแสดงออกมาเป็นครั้งแรก...ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีครั้งที่สองที่สามตามมา แล้วยิ่งไม่รักษาให้ดี ใช้ชีวิตหนักๆแบบเดิมโดยไม่แก้ไขโอกาสเป็นซ้ำก็ยิ่งสูง และอาจจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ


หยุดพักหายใจแล้วจึงพูดต่อ


...ถ้าพวกคุณไม่ห่วงศิลปินในสังกัดของคุณเองหมอก็ไม่รับรองนะครับว่าเขาจะมีสมรรถภาพเหลือพอให้พวกคุณใช้ไปถึงเมื่อไหร่...แต่บอกได้เลยว่าคงอีกไม่นาน ปัญหาสุขภาพไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถ้าคุณจองซูเป็นหนักกว่านี้ก็คงต้องออกจากวง หรือแย่ยิ่งกว่านั้นก็อาจจะต้องออกจากวงการไปเลยก็ได้


ดวงหน้าเข้มที่ก้มนิ่งเหมือนไม่สนใจอะไรเงยขึ้นขวับเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย นัยน์ตาไหววูบประหลาด


ไม่ใช่ว่าผมไม่ห่วงนะ แต่มันไม่ได้จริงๆ ทุกอย่างแพลนไว้หมดแล้วถ้าเกิดเลื่อนไปก็เสียหายไม่รู้กี่ฝ่าย ฮีชอลก็ทำเอาลำบากไปคนแล้ว ไหนจะเงินทดแทนอีกล่ะ

เงินมีความสำคัญมากกว่าศิลปินที่ทำเงินอีกเหรอครับ ยอมเสียรายได้นิดหน่อยในตอนนี้ไม่ดีกว่าเสียศิลปินคนนั้นไปตลอดกาล...หรือครับนายแพทย์เจ้าของไข้นักร้องหนุ่มชื่อดังย้อนหน้าตาย


ผู้จัดการศิลปินทำเงินยิ่งหน้าเสีย


หมอบอกแล้ว หมอก็ทำได้แต่เตือน...


ยิ่งสำทับซ้ำเมื่อเห็นอาการนั้น ในฐานะแพทย์ เขาไม่ชอบใจเลยซักนิดกับการใช้งานร่างกายหักโหมขนาดนั้น ไม่ต้องถึงขนาดตรวจหรอก ดูภายนอกก็รู้แล้วว่านักร้องหน้าสวยตัวบางเพรียวนั้นบอบบางสมคำร่ำลือเพียงใด ถึงจะเป็นเพศชาย แต่ในเมื่อสรีระของปาร์คจองซูเป็นแบบนั้นก็ควรต้องถนอมกันหน่อย เจ้าตัวเองก็เหลือเกิน แทนที่จะคัดค้านกลับก้มหน้าทำงานงกๆ ถ้าไม่ล้มวันนี้มันก็ต้องล้มเข้าซักวันนั่นแหละ


เบื่อพวกศิลปินจริงๆ รายไหนรายนั้น ทำงานไม่ดูสังขารตัวเองแล้วพอถึงเวลาก็มาเรียกให้หมอรักษา มันสมควรจะรักษาให้ไหมล่ะ


แล้วกินยาแทนล่ะคุณหมอ ให้ยาบำรุงเยอะๆอีทึกจะดีขึ้นไหม


คิมมินซองถามอย่างมีความหวังแต่เหมือนยิ่งเป็นตัวจุดเชื้อไฟให้คุณหมอผู้มีอุดมการณ์แรงกล้าเสียมากกว่า จากที่ค่อยๆพูดค่อยๆจาก็เริ่มมีอารมณ์แทรก


ปัทโธ่!!! นี่คุณไม่เข้าใจที่ผมต้องการจะบอกเลยรึไง คนเป็นหมอแทบจะเอาหัวโขกโต๊ะให้รู้แล้วรู้รอด วาจาสุภาพชักจะมลายหาย

คนนะคุณ ไม่ใช่สิ่งของ ไม่ใช่เครื่องจักรหุ่นยนต์ ป่วยก็คือป่วย ที่เขาต้องการไม่ใช่แค่ยาบำรุง แต่เป็นการพักผ่อน...ถึงคุณจะบำรุงให้ตายยังไงแต่ถ้ายังปล่อยให้เขาทำงานแบบเดิมมันก็ไปไม่รอดอยู่ดีนั่นแหละ เชื่อผมเถอะ

ไม่ใช่ไม่เชื่อ คำอ้างเดิมถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน ผู้ใหญ่เขาจัดตารางมาแบบนี้ จะให้ทำยังไง

ผมว่าสิ่งแรกที่คุณควรคิดคือคุณปาร์คจองซูจะฟื้นเมื่อไหร่ดีกว่า แทนที่จะมัวแต่นึกถึงเรื่องงานภายหน้า เอาให้คนที่คุณจะเรียกไปทำงานตื่นขึ้นมาก่อนเถอะคุณ อย่ามาถามผมเลย


สุดท้ายแพทย์ผู้รักษาก็ส่ายหัวยอมแพ้ เดินออกจากห้องไปอย่างไม่รับรู้อะไรอีก แต่ก็ยังไม่วายทิ้งท้ายไว้ให้เครียดยิ่งกว่าเก่า


หมอไปละ อ้อ แล้วไม่ต้องพยายามเขย่าหรือส่งกระแสจิตให้คนไข้ผมฟื้นนะครับ ปล่อยให้แกพักให้เต็มที่ อยากตื่นเมื่อไหร่ก็คงตื่นเอง รับรองได้ว่าไม่มีอันตรายแต่ว่านะ ถ้าผมเป็นคุณปาร์คจองซูผมคงไม่อยากตื่นขึ้นมาหรอก ก็มีคนคอยรุมทึ้งจะเรียกไปทำงานอยู่ขนาดนี้ จะตื่นมาทำไมสู้นอนให้สบายดีกว่า คุณว่าจริงไหมครับ...?”


รอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากผู้จากไปชวนให้สงสัยอยู่ตะหงิดๆว่าไอ้อาการหลับไม่ตื่นของหัวหน้าวงซูเปอร์จูเนียร์นี่มีสาเหตุมาจากตัวแพทย์เจ้าของไข้ด้วยหรือเปล่า แต่ด้วยมารยาทแน่นอนว่าผู้จัดการทั้งสองก็ทำได้เพียงน้อมรับคำแนะนำด้วยความรู้สึกละเหี่ยใจ


แล้วนี่จะเอายังไงกันครับเนี่ย คิมจุนซูเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบเมื่อเห็นบุคคลรอบข้างยังทำตนประหนึ่งคนไม่มีลิ้น...ใบ้กินกันไปทั้งห้องเมื่อเจอคุณหมอปากจัดเข้า


คิมมินซองเหลือบตามองศิลปิน ทำเงิน ในสังกัดที่อยู่อีกวงแล้วจึงตอบเรียบๆ


ก็ทำอะไรไม่ได้หรอกจุนซู คงต้องรอให้จองซูฟื้นอย่างที่หมอบอกจริงๆนั่นแหละ แต่ว่าเรื่องงานนี่สิ จะทำยังไงดี

ผมเห็นด้วยกับหมอนะครับ เจ้าของฉายาโลมาพูดช้าๆ พี่จองซูควรได้พักผ่อนอย่างจริงจังบ้าง ไม่อย่างนั้นก็ล้มได้อีกแน่ๆ หัวหน้าวงไม่ใช่ตำแหน่งที่สบายและพี่เขาไม่ใช่คนแข็งแรง พวกพี่ก็รู้

เฮ้อ ก็เพราะรู้อยู่เต็มอกน่ะสิ แต่งานก็คืองาน...

“ชีวิตคนสำคัญกว่างานนะสำหรับผม”

“โธ่ จุนซู  อย่าพูดให้รู้สึกผิดไปมากกว่านี้จะได้ไหม”

“พวกพี่ก็ลำบากใจนะ”

แล้วถ้าผมกับคนอื่นทำงานแทนจองซูล่ะ...?


เสียงทุ้มเข้มเอ่ยแทรกขึ้นกะทันหัน


ทักยองจุนทำสีหน้าเหมือนเจอสัตว์ประหลาดจากดาวอังคาร ขณะที่คิม มินซองอ้าปากค้าง ไม่เว้นแม้แต่น้องชายนอกวงก็ยังทำตาโตกว้าง ฮันกยองหันไปจ้องเพื่อนร่วมวงด้วยตาโตที่สุดเท่าที่จะทำได้


นาย...ว่ายังไงนะยองจุนเอ่ยกระท่อนกระแท่น

ผมบอกว่าแล้วถ้าให้ผมกับสมาชิกทำแทนไปก่อนล่ะ พวกเรดิโอ พิธีกร ส่วนไลฟ์ถ้าขาดไปซักคนสองคนมันก็ไม่ได้ทำให้งานเสียอะไรมากนัก...แค่มีท่อนร้องเพิ่มขึ้นนิดหน่อยเอง อัดใหม่วันเดียวก็ได้แล้ว


สีหน้าของคังอินเรียบเฉยจนน่าขนลุก เดาไม่ออกเลยจริงๆว่าคิดอะไรอยู่


ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม

แล้วจะให้ล้อเล่นหาอะไรล่ะ

ปละ เปล่า

สรุปว่าได้ไหม...ครับ ยังดีที่มันมีครับต่อท้ายมาให้

ถ้าได้อย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันบอกทางผู้ใหญ่ให้เอง ผู้จัดการใหญ่ของเอสเจสรุปอย่างโล่งอก แทบจะเข่าทรุดลงไปกองอยู่กับพื้น  


ความจริงกับเรื่องแค่ศิลปินคนหนึ่งป่วยจนต้องพักงานชั่วคราวมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ถ้าหากเป็นวงอื่น เพียงมอบหมายให้สมาชิกที่เหลือในวงทำงานแทนชั่วคราวก็พอถูไถสถานการณ์ไปได้จบเรื่อง แต่เมื่อเป็นถึงซูเปอร์จูเนียร์ ข้อขบคิดยิ่งต้องทวีความรอบคอบขึ้นเป็นเท่าตัว


จะกล้าหรือที่จะขอให้สมาชิกที่ดูก็พอรู้อยู่ว่ารักพี่ชายคนโตกันขนาดไหนให้มาช่วยงานแทนไปก่อน มั่นใจได้หรือว่าวางงานเอาไว้แล้วเจ้าตัวคนนั้นจะไม่ทำเสียเรื่อง ในเมื่อว่ากันตามตรงมันก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนนั้นเลยด้วยซ้ำ คนที่ต้องรับผิดชอบคือผู้ที่นอนป่วยอยู่กับผู้จัดการต่างหาก 


เมื่อคิดสะระตะแล้ว ย่อมเป็นที่มั่นใจได้ว่าทักยองจุน คิมมินซอง ซองคิบอมและอีซึงฮวานไม่คิดที่จะเสนอทางเลือกนี้ให้กับสมาชิกคนอื่นอย่างแน่นอน ไปตายเอาดาบหน้ายังดีกว่ายื่นดาบให้เจ้าตัวปัญหาพวกนั้นเอามาฟันวงให้แดดิ้นไปตั้งแต่ตอนนี้ ทว่า


ใครจะไปนึกวะว่ามันจะมาเสนอตัวให้เอง!!


แล้ว...คนอื่นล่ะ จะยอมเหรอ คิมมินซองยังมีข้อสงสัย

เดี๋ยวผมบอกให้เอง ว่าแล้วสายตาก็ตวัดไปข้างกายเป็นที่แรก 


เอสเจคนอื่นที่มีตัวตนอยู่ในห้องด้วยอีกคนยักไหล่ ไม่คัดค้าน...ยังไง Full House ก็ถูกยกเลิกไปแล้ว ไลฟ์ก็ขึ้นแสดงไม่ได้เพราะติดสัญญาคนต่างชาติ  มิวสิกวีดีโอก็ถ่ายเสร็จไปแล้ว  เขาว่างทั้งวันจะให้ทำอะไรก็บอกมาเถอะ ดีกว่าใช้ลมหายใจอย่างไร้ค่าไปวันๆ

การไม่คัดค้านจากสมาชิกคนแรกยิ่งทำให้ใจของผู้จัดการมาอีกเป็นกระบวน


งั้นก็ฝากด้วยนะคังอิน เดี๋ยวฉันสองคนจะแวะเข้าบริษัทเลย จะได้ไปจัดตารางงานใหม่ให้เรียบร้อย ไม่ยุ่งไปกว่าเดิมนักหรอก ได้ความยังไงแล้วจะโทรไปบอกละกัน

เดี๋ยว

หืม มีอะไร

ถ้ายังไง ผมว่าเราย้ายจองซูไปไว้ห้องเดียวกับฮีชอลเลยไม่ดีกว่าเหรอ ไหนๆก็ต้องพักทั้งคู่อยู่แล้ว จะได้ประหยัดงบประมาณอย่างที่ต้องการด้วยไง        


ตอนท้ายชายหนุ่มแอบจิกกัดผู้จัดการเล็กๆแต่กลับไปไม่ถึงผู้ฟังเสียอย่างนั้น ทักยองจุนพยักหน้าเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะเคลื่อนย้ายหัวหน้าวงร่างบางไปไว้กับเพื่อนร่วมรุ่นที่นอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกันมาได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งจากอุบัติเหตุเมื่อต้นเดือนที่แล้ว


เออ จริงของนาย ฮีชอลกับจองซู...ทำไมฉันไม่คิดให้เร็วกว่านี้นะ เวลาเยี่ยมก็จะได้ไม่ต้องลำบากไปๆมาๆสองห้อง ดีๆ งั้นเดี๋ยวฉันไปบอกพยาบาลเขาก่อนเลยแล้วกัน ถ้าได้จะได้เปลี่ยนห้องวันนี้เลย ขอบใจนายมาก


คำตอบคืออาการพยักหน้า


งั้นเราไปกันเถอะมินซอง อยู่กันได้ใช่ไหม


เมื่อไม่มีคำตอบอื่นใด สองผู้จัดการจึงพากันเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้สมาชิกของสองวงดังยืนมองกันตาปริบๆ ก่อนจะหันผละออกไปคนละทางอย่างคนที่ไม่ค่อยถูกโฉลกกันนัก แถมยังไม่มีเคยสาเหตุอะไรให้ต้องพูดคุยกันตามลำพังมาก่อนโดยไร้กล้องถ่ายของรายการ


นายจะกลับญี่ปุ่นเมื่อไหร่

ในที่สุดพี่คนที่ห้าของเอสเจก็เป็นฝ่ายเริ่ม

ผมไม่กลับแล้วครับ คำตอบที่ได้รับทำให้คังอินเลิกคิ้ว

ผู้จัดการเพิ่งโทรมาบอกว่าอีกสองสามวันคนอื่นก็ต้องบินกลับมาโปรโมตอัลบั้มสามกันอยู่ดี เลยให้รออยู่ที่นี่เลย

อา จริงสินะ อัลบั้มสามของทงบัง ฉันก็ลืมไปสนิท ออกวางเมื่อไหร่ล่ะ

วางแผงวันที่ยี่สิบเก้านี้ครับ ส่วนไลฟ์ยังไม่กำหนดวัน

อย่างนั้นหรือ


สองมือกอดอกนิ่ง นัยน์ตาคมกริบเป็นประกายวูบอย่างที่ซีอาจุนซูเดาไม่ออกและก็ไม่อยากจะเดาซักเท่าไหร่นัก ชายหนุ่มหน้าอ่อนราวเด็กๆรีบตัดบทเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆของพี่ชายร่วมค่าย

ถอยตั้งหลักก่อนคงไม่เสียหายอะไรล่ะมั้งในเมื่ออีกฝ่ายทำท่าไม่อยากแม้แต่จะแชร์อากาศหายใจกับเขาแบบนี้


งั้น...ผมขอตัวก่อนนะครับ ไว้พรุ่งนี้จะมาใหม่

ตามสบาย เดี๋ยวฉันให้ฮันกยองเดินลงไปส่ง

เอ่อ ไม่ต้องก็ได้ ผม...

เดี๋ยวฮันกยองจะลงไปส่งนาย ยืนยันคำเดิมหนักแน่นจนจุนซูจนใจ  


โลมาน้อยแห่งวงเทพเจ้าพยักหน้า สาวเท้าเข้าไปใกล้เตียงพี่ชายที่นอนนิ่ง โน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหูเบาๆด้วยกิริยาอ่อนโยนก่อนจะกระชับมือต่อมือแน่นแล้วผละออกไปยืนรอที่หน้าห้อง ขณะที่คนมีเอี่ยวกลับหันหน้ามามองน้องชายเพียงปีเดียวอย่างงงๆ นึกว่าฟังผิดเหมือนทุกครั้งที่ทักษะการฟังภาษาเกาหลีของเขามักจะคลาดเคลื่อนเสมอ แต่สายตาคู่นั้นก็บ่งบอกว่าสิ่งที่สมองได้ประมวลผลมานั้นถูกต้องไม่มีผิดเพี้ยน


เขา...จะให้ลงไปส่งคิมจุนซูที่ชั้นล่างเนี่ยนะ...?


ใบหน้าหล่อตามแบบฉบับเชื้อสายมังกรชักตึงขึ้นนิดหน่อยกับคำสั่งไม่เกรงใจ อ้าปากเตรียมจะโต้แย้งหากอาการขยับริมฝีปากเป็นคำๆหนึ่งของคนข้างตัวก็ทำให้คำพูดเผ็ดร้อนชะงัก หายลับกลับลงไปตามลำคอ


หลังจากนิ่งประสานสายตากันครู่หนึ่ง ฮันกยองก็ยินยอมลุกออกไปกับสมาชิกวงลูกโป่งสีแดงแต่โดยดี ทิ้งคนสองคน...หนึ่งคนไข้ หนึ่งคนเฝ้าไข้ไว้กับบรรยากาศห้องพักผู้ป่วยอันแสนวังเวง



 

 

ร่างสูงในชุดเสื้อสีดำตัดกับสีสันจืดชืดของห้องนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาข้างเตียงคนไข้นิ่ง สายตาจับจ้องอยู่แต่ที่เรือนร่างซูบที่เห็นเพียงแค่ครึ่งตัว จากมุมมองระนาบ สีขาวดูจะกลมกลืนไปกับสีผิวของปาร์คจองซูจนเขาไม่เห็นอะไรนอกจากความขาวโพลน


นั่งเพ่งไปได้ซักระยะ เจ้าตัวก็ตัดสินใจลุกขึ้นเคลื่อนกายเข้าไปใกล้จนเกาะชิดขอบเตียงด้านข้าง แม้จะมองจากมุมบนก็ไม่ทำให้ความเผือดซีดเฉกคนป่วยของหัวหน้าวงซูเปอร์จูเนียร์เปลี่ยนแปลงไปมากนักจากยามมองด้านข้าง มีเพียงดวงหน้าหวานนูนเด่นเป็นโครงเส้นชัดจับตา ใบหน้าคุ้นเคยที่แม้นหลับตาก็ยังสามารถจินตนาการวาดร่างออกมาได้อย่างไม่แผกเพี้ยน ในเมื่อมันประทับติดแน่นอยู่ในหัวใจ


ตั้งแต่เมื่อไหร่ เขายังไม่รู้เลย


เหนือดวงตามีผ้าก๊อซคาดปิดรอบหน้าผากและศีรษะจากการที่ล้มหัวฟาดพื้นไปเต็มๆ แววตาเข้มอ่อนลงเมื่อมองไล่ไปถึงแขนขาวที่มีสายน้ำเกลือระโยงระยาง และร่างผอมบางจนแทบจะเหลือแต่กระดูกภายใต้ผ้าห่มที่คลุมเพียงเอว ไม่มีใครรู้หรือแม้แต่จะสังเกตว่าพี่คนโตสุดของวงผอมจนเข้าขั้นอันตราย เสื้อแขนยาว กางเกงยาวช่วยอำพรางความเป็นจริงอันน่าตกใจข้อนี้ไว้อย่างไม่น่าให้อภัยที่สุด

          

  ภาพอีทึกในหัวคิมยองอุนมีแต่คนตัวบางๆที่คอยพร่ำพูดแล้วพูดอีกว่าให้สมาชิกในวงดูแลตัวเอง เป็นหัวหน้าวงที่ถึงแม้จะน่าเบื่อน่ารำคาญ แต่ก็เป็นศูนย์กลางที่ผลักดันให้ซูเปอร์จูเนียร์เป็นซูเปอร์จูเนียร์ได้ หากขาดคนดูแลประคับประคองไปเสียคน วงที่เป็นดั่งแก้วบิดๆเบี้ยวๆคงได้แตกกระจายไปนานแล้ว


ลีดเดอร์อีทึกที่อ่อนโยนและเข้มแข็ง...เข้มแข็งแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีน้องคนไหนที่ต้องการให้ซูเปอร์จูเนียร์ดำรงอยู่แม้สักคนเดียว  

        

          คิมยองอุนหรุบตาลงต่ำ


ถึงจะเป็นหนึ่งในตัวก่อเรื่องเดือดร้อน หาความยุ่งยากมาให้นางฟ้าไร้ปีกมากที่สุดเท่าที่จะหาได้ ทว่าไม่มีแม้แต่เสี้ยวที่คังอินจะคิดว่าสักวันจะเป็นเขาที่ต้องมายืนมองคนช่างเจ้ากี้เจ้าการนอนนิ่งไม่รู้สึกตัวเหมือนตอนนี้


ฝ่ามือหนาเอื้อมไปแตะไล้ข้างแก้มตอบแผ่วเบา



 

 

ตารางงานที่เปลี่ยนใหม่เพื่อจัดสรรทดแทนสองพี่ใหญ่ของวงซึ่งต่างก็นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั้งคู่ไม่ได้ถูกคัดค้านจากสมาชิกคนไหนแม้แต่คนเดียว  


คำกล่าวเรียบๆของคิมยองอุนสร้างปฏิกิริยาที่แตกต่างได้จากสมาชิก แน่ล่ะ ขั้นแรกคือความประหลาดใจเมื่อคนที่เรียกได้ว่าเย็นชาที่สุด และตั้งป้อมกับหัวหน้าวงที่สุดกลับเป็นคนลงมาจัดการเรื่องยิบย่อยเช่นนี้ แต่ที่รู้สึกในยามถัดมาคือความว่างเปล่าแปลกๆ


 แปร่งหู...แปลกตา...และไม่เจนใจ


จริงอยู่ที่ว่าแม้หนึ่งเดือนให้หลังมานี่วิธีการส่งมอบงานของปาร์คจองซูจะเป็นไปโดยการให้สมาชิกมาหยิบเอาที่โต๊ะเฉกที่คังอินกำลังทำอยู่ ณ ขณะนี้ ทว่าตารางงานเหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นงานที่คัดสรรมาแล้วอย่างดีมิใช่งานที่ประดังเข้ามาในเวลาซ้อนทับโดยที่ศิลปินต้องเสียเวลามาเรียบเรียงและเลือกรับงานให้เหมาะสมด้วยตนเอง ทั้งน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยแจกแจงงานอย่างของทุกคนด้วยความเอาใจใส่ในช่วงเวลาอาหารเช้ามาตลอดสองปี...ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง หากในยามที่เสียงนั้นขาดหายไป กลับเสมือนสูญเสียอะไรบางอย่าง


เหงา…?


โดยไม่ปริปาก มือสิบสองมือต่างหยิบฉวยเลือกเอาแฟ้มงานที่ปะชื่อของตนเองเอาไว้ แล้วหันหลังแยกย้ายกันออกจากห้องอาหารไปด้วยความเงียบงัน

 


 

ทิฐิทำให้ชเวซีวอนปิดปากเงียบ ไม่คิดจะถามไถ่อาการของหัวหน้าวงตัวเอง ได้แต่เงี่ยหูฟังเวลาที่คนอื่นเขาพูดกันเท่านั้น และก็ได้รับรู้ด้วยความโหวงๆในอกว่าพี่ชายคนโตจนบัดนี้ยังไม่ได้สติเลยแม้แต่ครั้งเดียว   


เป็นไงบ้างทงเฮ พี่อีทึกดีขึ้นรึยังกระต่ายขนฟูกระโดดเข้าใส่เพื่อนรักในทันทีที่อีทงเฮย่างเท้าเข้าบ้าน...เด็กหนุ่มเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลที่มีพี่ชายสองคนนอนพักรักษาตัวอยู่ ใบหน้าหวานส่ายไปมา ก่อนจะตอบเสียงเบา

ยังไม่ฟื้นเลย

บะ บ้าน่า สามวันแล้วนะคนอยู่โยงเฝ้าบ้านหน้าซีด

เท่าที่ฟังผู้จัดการพล่ามมาเห็นบอกว่าขาดสารอาหาร พักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วก็เป็นโรคเครียดลงกระเพาะ”  


แม้จะไม่ได้จิตใจดีถึงขนาดหาเวลาไปเยี่ยมเยียนคนเป็นพี่ด้วยความตั้งใจของตัวเอง แต่ในเมื่อโอกาสผ่านมาจากการที่ต้องติดรถทักยองจุนไปที่โรงพยาบาลก่อนกลับบ้าน อีทงเฮก็ไม่ใจร้ายพอที่จะนั่งรออยู่ในรถเฉยๆเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าภายในตัวตึกกระจกสีฟ้าสูงใหญ่ตรงหน้ามีคนที่อยู่วงเดียวกันถึงสองคนนอนพักรักษาตัวอยู่ด้วยสาเหตุที่เมื่อสาวกลับไปลึกๆก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาทั้งสิ้น


ภาพร่างผอมบางแทบปลิวลมสองร่างที่กำลังหลับสนิท คนหนึ่งใส่เหล็กค้ำทั้งขาดูทรมาน อีกคนหนึ่งห้อยสายน้ำเกลือระโยงระยาง


ใครจะรู้ เมื่อได้เห็น หัวใจที่เคยคิดว่าจะไม่เปิดรับใคร จะไม่พึ่งพาอยู่กับผู้ใดมันกลับกระตุก วูบ ณ วินาทีนั้นทงเฮรู้แต่เพียงว่าไม่อยากที่จะสูญเสียใครไปทั้งนั้น จะทะเลาะกัน โกรธเคืองกันเช่นไรก็ขอให้กลับมา


แก้วที่มีรอยแตกไปทั่วต้องอาศัยชิ้นส่วนที่มากพอในการประคับประคองรูปทรงเอาไว้   

จากเพียงรอยร้าว...ลึก เขาเชื่อแน่

ซูเปอร์จูเนียร์จะแตกกระจายหากไม่ใช่สิบสามคน

 

 


สิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาจากลูกปลาทะเลตะวันออกยิ่งเพิ่มพูนความกระวนกระวายในใจ  ซีวอนชะงักเมื่อเดินก้มหน้าหน้าก้มตาออกมาแล้วปะทะเข้ากับพี่ชายคนที่หกที่ทางเดินกลางห้อง  สีหน้าแววตาคนอายุมากกว่าไม่ได้มีความเป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย


ถอยไป เกะกะขวางทาง น้ำเสียงอันเคยทุ้มนุ่มยามออกอากาศบัดนี้เจือไอห้วนห้าวสนิท เมื่อเห็นว่าผู้มาขวางไว้เป็นใครชินดงฮีก็ยิ่งมองตาขวาง หงุดหงิดเห็นหน้ามันก็หงุดหงิดมากขึ้น

ไอ้เวร!!  ทำไมไม่กลับๆบ้านตัวเองไปก็ไม่รู้ มาเดินเสนอหน้าอยู่ได้


ทั้งที่เคยคิดว่าหากไม่มีคนตัวบางมาคอยบ่นคอยว่าให้น่ารำคาญแล้วชีวิตจะมีความสุขขึ้น จะเป็นอิสระในทุกสิ่งทุกอย่าง เอาเข้าจริงกลับไม่มีใคร สงบได้แม้แต่คนเดียว


ยามเช้าต้องตาลีตาเหลือกตื่นขึ้นโดยไร้เสียงทุ้มนุ่มคอยปลุก อาหารสำเร็จรูปที่มีติดบ้านไม่ได้ขาดบัดนี้กลับมายามดึกก็ต้องทนหิวเพราะตู้เย็นว่างเปล่า ตารางงานมากมายสุมกันเข้ามาโดยไร้คนจัดการให้ว่าสิ่งไหนควรรับสิ่งไหนควรตัด และ...การทะเลาะวิวาทที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทุกวินาทีที่ผ่านไปเมื่อไร้ซึ่งพี่ชายมาทำหน้าที่กรรมการ  


ไม่มีใครอยากคิดว่าตัวเองเป็นส่วนที่ทำให้หัวหน้าวงเป็นเช่นนี้ ความหงุดหงิดพาลไม่เลือกจึงบังเกิด อย่างน้อยก็ขอแค่หาคนผิด หาใครสักคนที่จะมาเป็นเครื่องระบายความรู้สึกหวาดหวั่นแปลกๆที่ไม่เคยพบเจอมา อะไรก็ได้ที่มาทำให้เสี้ยนหนามเล็กๆของความรู้สึกผิดตำใจนั้นหลุดคลายลง...แม้เพียงนิดก็ยังดี


และในตอนนี้แพะที่ขาแร็ปตัวอ้วนของวงหาได้ก็คือชเวซีวอน เพียงทุ่มความโกรธเกลียดและความผิดไปที่น้องชายตัวสูง ภาระหนักหนาก็จะเบาบางลง


ชินดงไม่ลังเลที่จะฟันดาบแรกลงไปในทันที


ยังจะมาจ้องหน้าอีก ไม่รู้สำนึกเลยใช่ไหม เรื่องที่เกิดขึ้นมันก็เพราะแกทั้งนั้นแหละ ซีวอนชักสีหน้ากับคำกล่าวหาที่มาแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้

อะไรของพี่ อยู่ดีๆก็มาหาเรื่อง

แกสิ หาเรื่องเดือดร้อนให้คนอื่นเขาไปทั่ว เพราะแกไม่ใช่เหรอ ไปพูดจาแย่ๆใส่จนพี่อีทึกรับไม่ได้น่ะ ถึงได้ล้มเอา

บ้า นั่นมันตั้งกี่อาทิตย์มาแล้ว

แล้วแกคิดว่าอย่างพี่อีทึกจะลืมไหมล่ะ


คนถูกกล่าวหาแววตาไหววูบ เถียงไม่ออกเพราะสิ่งที่พี่ชายพูดมันก็รองรับกับความรู้สึกลึกๆ...ลึกที่สุดของเขาเช่นกัน

ลึกๆแล้วซีวอนไม่มั่นใจ


แล้วเป็นยังไงล่ะ นี่ไงผลลัพธ์ของสิ่งที่แกทำ ลำบากกันไปหมดทุกคน

พี่

รู้หรือเปล่าเขาเกลียดแกกันทั้งบ้าน มีใครต้อนรับแกบ้าง


เสียงไม่ค่อยนักของพี่ชินดงดึงดูดให้ทงเฮกับซองมินที่อยู่ด้านหน้าสาวเท้ามาร่วมวงด้วยใบหน้างงงวย รวมถึงฝีเท้าหนักๆจากชั้นบนบ่งบอกว่าคนอื่นก็กำลังจะลงมาเช่นกัน


ซีวอนรู้สึกหนักอึ้งเกินกว่าจะแผลงฤทธิ์ใดๆ เด็กหนุ่มยืนเฉยเฝ้ามองทุกอย่างดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ ชินดงฮีถอยหลังกลับไปยืนรวมกลุ่มกันคนอื่นๆที่ตอนนี้ตีวงล้อมคุณชายตระกูลชเวเป็นวงกลม ทิ้งให้สมาชิกลำดับที่สิบต้องยืนอยู่อย่างเดียวดาย


สายตากล่าวหา...ทิ่มแทง...ส่งตรงมายิ่งกว่าไฟแผดเผา


ทันทีที่เริ่มจับทางได้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลายคนก็รวมกลุ่มกับชินดงเข้าโจมตีคนตรงกลางวงในทันที ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลส่วนตัวเป็นทุนเดิมหรือเพราะเห็นด้วยกับสิ่งที่พี่ชายตัวอ้วนกล่าว และอีกบางคน ก็กอดอกยืนมองอย่างเฉยชา เหมือนไม่ได้มีส่วนรับรู้เห็นกับการกล่าวหาอันไร้ซึ่งความเป็นธรรมในครั้งนี้


ทุกครั้งที่มีเรื่องมันเกิดเพราะใครกันล่ะเนี่ยอีฮยอกแจปรายตามองมาอย่างสะใจ เสนอตัวเป็นแนวร่วมเรียกได้ว่าคนแรกที่รู้เรื่อง

พูดมาก มันก็ด้วยกันทุกคนนั่นแหละ อย่ามาว่ากันแบบนี้ อย่างกับตัวเองดีนักนี่ เมื่อเห็นเป็นศัตรูเก่า ซีวอนก็เริ่มตอบโต้

บอกแล้วตัวซวยไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่เรื่องเดือดร้อน

แก!!!”

รกโลก เสียงทุ้มห้วนที่ออกจากปากคยูฮยอนไม่ต่างกับฝ่ามือที่ตบเปรี้ยงจนชา


สายตายืนยันจากพี่ชายหลายคนในที่นั้นทิ่มแทงเกินกว่าที่เด็กหนุ่มอายุเพียงยี่สิบจะทานทนไหว


คิมจงอุนมองภาพที่เรียกได้ว่าการรุมตรงหน้าโดยไม่คิดที่จะยับยั้ง แม้จะสมเพชและเห็นใจนิดหน่อยที่ไอ้เด็กนั่นต้องถูกด่าว่าทั้งที่จริงๆแล้วก็ไม่ได้เป็นคนผิดทั้งหมด แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เขามีความรู้สึกต้องตรงกับสมาชิกคนอื่น ความรู้สึกที่แม้กระทั่งตัวของตัวเองยังไม่ล่วงรู้   


ใช่แล้ว แค่มีคนหนึ่งที่เป็นต้นเหตุ หินหนักหน่วงก็จะคลายออกไป

ไม่ใช่ความผิดของเขา ไม่ใช่เขาที่ทำให้ปาร์คจองซูต้องเป็นเช่นนี้ แต่เป็น ชเวซีวอน...เป็นชเวซีวอน


 “ชเวซีวอน!!!”   


เจ้าของชื่อไม่สนใจเสียงเรียกด้วยความโกรธแค้นที่ไล่หลัง เขาวิ่งราวกับพายุตรงไปที่รถ เปิดประตูออก ติดเครื่องแล้วเหยียบคันเร่งแทบมิด พุ่งทะยานออกไปจากบ้านที่เขาเกลียดและแสนจะเกลียดชังเขาหลังนี้


จิตใจที่ถูกทำร้ายแสนสาหัสส่งผลกระทบจนกระทั่งเด็กหนุ่มไม่อาจฝืนบังคับพวงมาลัยให้มั่นคงได้อีก รถสปอร์ตคันสวยถูกหักจอดข้างทางแล้วจึงดับสนิท พร้อมกับที่ศีรษะทุยได้รูปซบลงกับพวงมาลัยหน้ารถ หลังไหล่สั่นไหวจากแรงสะอื้น


คิดถึงเหลือเกิน 


ครั้งที่แล้ว ในเหตุการณ์ที่คล้ายกันยามซีวอนวิ่งเตลิดออกมา มืออ่อนนุ่มสีขาวและสัมผัสอบอุ่นช่วยฉุดรั้งเขาขึ้นมาใหม่ น้ำคำอ่อนโยนผ่อนคลาย เปี่ยมไปด้วยความรักความห่วงหา...หากซีวอนก็ยังสลัดความหวังดีนั้นทิ้งอย่างดื้อดึง


ทว่ายามนี้


มือใหญ่ยกขึ้นกอดตัวเอง ภายในม่านน้ำตาพร่าเลือนคือใบหน้าสวยหวานของพี่ชายคนโตสุดยิ้มบางให้ ก่อนที่ความเปล่งประกายนั้นจะแทนที่ด้วยใบหน้าเย็นชา ผิดหวังในตัวเขา และสิ้นสุดลงด้วยภาพร่างบอบบางที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงเข้มจากศีรษะ


แกมัน...ไม่น่าจะมาอยู่วงนี้เลย

นายทำเขาเดือดร้อนไปหมดแล้ว

ไม่เคยมีอะไรดีเลยจริงๆ

พี่อีทึกเป็นแบบนี้ก็เพราะนาย

            ผมต้องทำยังไง พี่อีทึก บอกผมสิ ตอนนี้ผมต้องทำยังไง เสียงนั้นเจือความสิ้นหวังเหมือนไม่ใช่คุณชายชเวซีวอนคนเดิม

            ผมอยากคุยกับพี่ อยากไปบอกพี่ด้วยตัวเองว่าผม...ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

 

 

TBC

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #1004 I have a pen (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:16
    ฮือ ส่งสารป๋าวอนTT
    #1,004
    0
  2. #1003 punpun3012 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:20
    ซีวอนนน ไปหาพี่ทึกเร็วววว ฮือออ
    #1,003
    0