[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 51 : Problem Child 09 #reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    23 ส.ค. 59

Problem Child 09 


ห้าหกวันหลังจากนั้นคือช่วงเวลาที่วุ่นวายสำหรับซูเปอร์จูเนียร์โดยแท้ คนเป็นหัวหน้าวงหัวหมุนไปหมดกับการที่ต้องเคลียร์ตารางงานกับสร้างตารางงานใหม่ให้น้องๆทั้งหลายโดยไร้ซึ่งเงาความช่วยเหลือจากผู้จัดการวงทั้งสี่ อีกทั้งเหนื่อยหนักคือเจ้าตัวทั้งสิบสองไม่คิดที่จะกระดิกตัวทำอะไรกันเองเลยแม้แต่น้อย


ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะฮยอกแจ วันนี้นายมีงานไม่ใช่เรอะไง มานอนดูทีวีอะไรเอาตอนนี้   


ชายหนุ่มร่างบางในชุดเตรียมพร้อมออกจากบ้านเท้าเอวฉับ เอียงคอมองน้องชายที่รักซึ่งชักอยากจะยกเอาคำหลังไปไว้เป็นเพียงอดีตขึ้นมาทุกที ใบหน้าหวานบูดสนิท อยากงับหัวเด็กขึ้นมากลายๆ


อีฮยอกแจเงยหน้าขึ้น เลิกคิ้วมอง


บอกคนอื่นให้ขยับตัวให้ได้ก่อนสิแล้วค่อยมาบอกผม โน่น พี่คังอินยังนอนอยู่บนห้อง พี่ชินดงยังอาบน้ำ ส่วนที่เหลือ... ยักไหล่แล้วพยักเพยิดไปรอบๆห้อง ซึ่งเหล่าสมาชิกต่างก็ยืนบ้างนั่งบ้าง ปฏิบัติภารกิจส่วนตัวของตนด้วยรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความหนักอกหนักใจ แต่เขาดูออกว่ามันไม่ได้ใสซื่อน่ารักอย่างที่พยายาม    แอ็กติ้งกันเลยแม้แต่น้อย


ก็ดูแววตามันแต่ละคนสิ!!


...ก็เห็นยังไม่มีใครเตรียมตัวไปทำงานซักคน...เรื่องอะไรมาว่าผมคนเดียว

พี่มาบอกนายก่อน กำลังจะไปบอกคนอื่นต่อ

แล้วทำไมต้องผมคนแรกล่ะ ก็ไปพูดกับคนอื่นก่อนสิ


ว่าแล้วเจ้าตัวก็ก้มลงอ่านหนังสือนิยายเล่มโปรดต่อ ทำเหมือนหัวของพี่ชายคนนี้เป็นเพียงฟักทองประดับบ้านลูกหนึ่งเท่านั้นปาร์คจองซูมีค่าเพียงแค่นั้น!!!!


หมดกันกับความอดทน อีทึกยกมือขึ้นทึ้งผมที่อุตส่าห์เซ็ตไว้จนหมดรูปทรง หายใจเอาอากาศเข้าไปเต็มปอด อยากจะด่า แต่พอเห็นสีหน้ากวนส้นของเหล่าน้องชายแล้วก็ด่าไม่ออก เปลี่ยนเป็นจะร้องไห้แทน


จะมาสไตรค์อะไรพร้อมกันตอนนี้วะ จองซูอยากจะบ้า!!!!


นรกขั้นเบาะๆของปาร์คจองซูเริ่มต้นจากการที่น้องบางคน...ไม่สิ แทบจะทุกคนพยายามกวนเขาด้วยการออกจากบ้านช้าบ้างละ พูดสคริปต์ผิดบ้างละเพื่อให้เขาอกสั่นขวัญแขวนและอยู่ไม่เป็นสุข จนเขานี่ล่ะกลายเป็นคนที่หลุดบ่อยกว่าเพื่อนไปโดยปริยาย แน่นอน สำหรับคนภายนอก มันคือเรื่องขำขันว่าซูเปอร์จูเนียร์ชอบเล่นตลกเสมอ ไม่มีใครถือสาด้วยเรื่องน้อยนิดพรรค์นั้นไม่ได้ทำให้เสียงานอะไร กลับเป็นสิ่งบันเทิงเริงใจด้วยซ้ำ


แต่สำหรับอีทึกมันคือคำเตือน


เด็กพวกนี้เริ่มแผลงฤทธิ์แล้ว ฤทธิ์ร้ายกว่าที่เคยเป็นมาหลายเท่า ตอนนี้ยังไม่เป็นไร ทว่าเขากลัวเหลือเกิน ซักวันมันจะยิ่งหนักข้อขึ้นจนควบคุมไม่อยู่ ถ้ามันเกิดพลาดไปทะเลาะกันกลางเวทีขึ้นมาจริงๆล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น…?


นรกขั้นกว่าของเขาคงกำลังจะเริ่มต้นในเร็วๆนี้แหละ!!!  

 

 


ซองมินถอนหายใจเฮือก ค่อยย่องลงมาจากชั้นบนเมื่อเสียงปิดประตูบ้านดังปังแสดงได้ว่าหัวหน้าวงต้อนสมาชิกผู้เป็นต้นเสียงเอะอะวุ่นวายออกไปจากบ้านจนหมด เขาไม่มีตารางงานตอนเช้าจึงขอพี่อีทึกว่าจะไปสมทบการแสดงไลฟ์ในตอนบ่ายเอง นานทีปีหนบ้านจะเป็นของซองมินคนเดียว ขอใช้เวลาให้คุ้มหน่อยเถอะ


เด็กหนุ่มก้าวเร็วๆอย่างเริงร่าเข้าไปในห้องครัวแล้วก็ต้องชะงักเบรคตัวแทบไม่ทันเมื่อเห็นอาคันตุกะที่ไม่ได้รับเชิญนั่งจิบกาแฟยามเช้าอยู่แล้ว...แย่จริง ลืมถามพี่อีทึกไปสนิทว่านอกจากซองมินแล้วยังมีคนอื่นอีกหรือเปล่า ตัวน่ารำคาญเหลืออยู่จริงๆซะด้วย ทำไมต้องมาว่างวันเดียวกันกับเขานะ


คนอายุมากกว่าพยายามจะถอยกลับแต่ก็สายเกินไปเมื่อเสียงกระโดดตึงตังเมื่อครู่เรียกให้สายตาคมกริบละจากหนังสือพิมพ์ในมือหันมาจับจ้องที่เขานิ่ง ตากลมใสถลึงสู้ไม่ยอมแพ้ เป็นการเผชิญหน้ากันตามลำพังครั้งแรกในรอบสองอาทิตย์หลังจากที่ซองมินต่อยหน้าหล่อๆนั่นไปวันนั้น


สมาชิกตระกูลอีสูดลมหายใจลึกเรียกความเชื่อมั่นแล้วเดินเชิดหน้าผ่านโต๊ะที่มีคู่อรินั่งอยู่เข้าไปยังส่วนเคาท์เตอร์เก็บเครื่องดื่ม มือป้อมสั่นนิดหน่อยรู้สึกได้ถึงสายตาเหยี่ยวที่ยังมองตามมาไม่เลิกให้แผ่นหลังมันวาบเล่น


มันจะมองให้สึกไปเลยรึไง


คิดอย่างหงุดหงิดแต่แล้วไม่นานก็ต้องเปลี่ยนเป็นวาบของจริง เงาร่างสูงใหญ่เคลื่อนเข้าใกล้จนบดบังแสงสว่างจากข้างหลัง ลมหายใจร้อนเป่ารดหลังต้นคอทำเอากระต่ายน้อยสะดุ้งเฮือก


                ไอ้เด็กเวรนี่


จะ จะทำอะไร อะ ออกไปห่างๆนะ ซองมินรีบหันหลังกลับเอามือที่ถือแก้วผงช็อกโกแลตใส่น้ำร้อนยังไม่ได้คนเกือบค่อนแก้วยันแผงอกของคนที่ลุกจากเก้าอี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พูดเสียงสั่น


คยูฮยอนกระตุกรอยยิ้มเย็น คิ้วโก่งเลิกขึ้นในองศาที่กระตุกต่อมความน่าหมั่นไส้อย่างถึงที่สุด  


เป็นอะไร กลัวฉันขนาดนั้นเลยเหรอ น้ำคำห้วนห้าวหลงตัวเองทำให้คนเป็นพี่ชักจี๊ดขึ้นมาถึงกับกล้าแผดเสียงกลับไป

ทำไมฉันจะต้องกลัวนายด้วย กับไอ้แค่เด็กอายุสิบแปดคนนึง ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแท้ๆ อารมณ์ที่สดใสมาได้เพียงแค่ไม่ถึงชั่วโมงหลังจากตื่นนอนถูกกวนจนขุ่นคลั่ก

นายทำอะไรไว้ อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องนะ คิ้วบางขมวด

ทำอะไร ฉันไปยุ่งกับนายตอนไหน

นายจำไม่ได้!!!”

ก็บอกมาดิ ไม่บอกจะรู้เรอะ วันๆทำอะไรตั้งร้อยแปด ใครจะไปจำได้หมด... เงียบไปนิดก่อนจะเสริมว่า แต่ยังไงฉันก็มั่นใจว่าไม่เคยอยากเฉียดใกล้เกี่ยวข้องกับคนอย่างนายอยู่ดี


ใครจะไปอยากยุ่งกับคนน่ารังเกียจแบบนี้กัน


คยูฮยอนก้มหน้าลงไปจนชิดยิ่งขึ้น ชิด...จนกระทั่งเห็นเส้นเลือดฝอยบางบนแก้มใส มือใหญ่กำรอบต้นแขนขาวอวบ


เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว วันก่อนที่นายหักหน้าฉันในห้องซ้อมบริษัทน่ะ อย่ามาทำเป็นลืมง่ายๆนะอีซองมิน

หักหน้า ซองมินทวนคำช้าๆพลางเร่งสมองนึกไปด้วย เขาไปหักหน้ามันตอนไหน...ไม่เห็นจะจำได้ พักใหญ่ ก่อนจะห่อปากร้องอ้อออกมาในที่สุด ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นฉายซ้อนเข้ามาในห้วงคิด

โธ่ นึกว่าเรื่องอะไร

แน่นอนว่าคำพูดเหมือนไม่ใส่ใจเช่นนั้นย่อมเรียกความฉุนเฉียวจากคนไม่ชอบการถูกละเลยอย่างคยูฮยอนได้เกินร้อย

สิ่งที่นายทำ จะรับผิดชอบด้วยคำว่า...นึกว่าเรื่องอะไร...แค่นี้เหรอ


ซองมินเหยียดปาก แค่นหัวเราะ


ตลกน่า กับเรื่องแค่นี้นายยังเก็บมาคิดจนข้ามคืนแล้วโตขึ้นจะไปทำอะไรกิน ชีวิตน่ะมันไม่ได้มีแค่นี้หรอกนะ นายยังต้องเจอกับอะไรอีกเยอะ จนถึงตอนนั้นนายไม่เก็บๆๆคิดๆๆแค้นๆๆจนล้นสมองตายไปเลยรึไง

คยูฮยอนตาลุก เผลอเพิ่มแรงบีบที่ต้นแขนขาวจนคนปากเก่งชักหน้านิ่ว

ไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน

ก็ไม่ได้อยากจะสอนนักหรอก เด็กอย่างนายสอนไปคงไม่มีปัญญาจำ

ก็ยังดีกว่าพวกผู้ใหญ่แหยที่วันๆดีแต่ทำตัวปัญญาอ่อนเล่นสีชมพูก็แล้วกัน เห็นแล้วมันน่าสมเพช ไม่รู้พ่อแม่คลอดออกมาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่

อย่ามาหาเรื่องกันนะ!!!!” คราวนี้คนที่ดูอ่อนกว่ามาตลอดตวาดลั่นชักหมดความอดทน


เกลียดที่สุดรองจากคนไม่มีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ก็เรื่องที่กระทบถึงรสนิยมและลักษณะของเขานี่แหละ  แล้วไอ้หน้าเหี้ยมตรงหน้านี่มันก็ดันมีคุณสมบัติครบทุกอย่างตามที่ซองมินเกลียดเสียด้วยสิ


ว่าฉันตรงๆไม่ได้เลยต้องกระทบพ่อแม่หรือไง อิจฉาคนอื่นที่มีพ่อมีแม่ใช่ไหมล่ะ ฮะ ไอ้เด็กเหลือขอ ขนาดพ่อแม่ยังไม่อยากอยู่กับนายเลย แล้วจะมาหวังให้ใครเขาสนใจนาย!!”


พูดออกไปแล้วซองมินก็ได้แต่เบิกตากว้าง ตกใจตัวเอง เขาไม่ได้ตั้งใจจะว่าแรงถึงขนาดนั้นแต่...ไม่รู้ทำไม...


ต่อหน้าเด็กคนนี้เหมือนเขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้เลยจริงๆ


ยาพิษจากคำกล่าวของพี่ชายแล่นเข้าสู่หัวใจโจคยูฮยอนอย่างช้าๆ ทว่าทรมานนัก อีซองมินกับคิมรยออุกไม่ได้แตกต่างกันเลยซักนิด ความร้ายกาจที่เก็บซ่อนมิดชิดภายใต้ท่าทางอ่อนแอไม่สู้คนกับวาจาที่กรีดทึ้งได้ตรงเป้าราวกับลูกธนูปลายแหลม


พี่ชายทั้งสองทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตายทั้งเป็นได้เพียงเพราะคำพูดเท่านั้นจริงๆ


น้องเล็กสุดของซูเปอร์จูเนียร์ขบกรามแน่น ดวงตาดำสนิทฉายประกายปวดร้าวก่อนจะจางหายไปเมื่อความโกรธแค้นในตัวบุคคลผู้สะกิดบาดแผลในใจมีอำนาจเหนือกว่า นัยน์ตาดำมืดนั้นทำให้ซองมินชักสั่น อยากจะถอยหนีหากมือใหญ่ยิ่งบีบกระชับต้นแขนของผู้เป็นพี่แน่น เค้นเสียงกร้าว


ปากแบบนี้อยากโดนล้างปากอีกซักรอบไหม กินยาไปคราวที่แล้วคงยังไม่หาย วันนี้ใช้น้ำยาล้างจานแทนน่าจะสะอาดกว่าเดิม

ซองมินถลึงตาโตใส่ ความรู้สึกผิดจากวาจารุนแรงของตนเองหายวับ

หยุดความคิดสกปรกของนายไว้ตรงนั้นเลยนะ คิดหรือไงว่าฉันจะยอมให้นายทำแบบนั้นอีกคนเป็นน้องกระตุกรอยยิ้มร้าย บอกเสียงเหี้ยม

แล้วถ้าจะทำซะอย่าง หน้าอย่างนายจะมีปัญญาห้ามอะไรได้” 

ออกไปนะ

ทำได้ก็ลองดูสิ

ไอ้เวร ไอ้เด็กนรก ไอ้หน้าโหด ไอ้ ไอ้...ถ้อยคำสบถระรัวลั่นภายในอก ดวงหน้าที่โน้มต่ำลงมาเรื่อยๆทำให้ซองมินต้องรีบตัดสินใจ

โจคยูฮยอน ถอยออกไป

ไม่...

ฉันบอกให้ออกไปไง อย่าหาว่าไม่เตือนนะ

ไม่... ซองมินเห็นดวงตาราวหลุมลึกดูดกลืนนั้นใกล้เข้ามาอีก ใกล้ขึ้น...ใกล้ขึ้นจนกระทั่ง

ซ่า!!!

โอ๊ยยยย”   


ความคิดเพียงชั่ววูบทำให้มือขาวสาดช็อกโกแลตร้อนในมือใส่ช่วงอกที่ปกคลุมด้วยเสื้อยืดสีเข้มของคนเป็นน้องเต็มที่แม้บางส่วนของมันจะกระเด็นมาโดนตัวเองที่แนบชิดอยู่กับอีกฝ่ายด้วย


ซองมินสะบัดตัวออกห่างร่างที่กำลังดิ้นเร่าด้วยความปวดแสบปวดร้อนถอยมาอยู่ในระยะปลอดภัยแล้วจดๆจ้องๆไปที่คนตัวสูงเพรียว จากที่เห็น ช่วงแผงอกเปียกเป็นรอยสีน้ำตาลดวงใหญ่ราวๆสองฝ่ามือวางชิดกัน พี่ชายตัวเล็กชักเจื่อนกับรอยแผลนั้น


ซองมินไม่ได้ตั้งใจนะ ก็มันน่ะหาเรื่องก่อน


คยูฮยอนสูดปาก จับปกเสื้อกระพือรับลมไปมา แล้วปราดไปที่ซิ้งค์ล้างมือ เปิดน้ำเย็นมาลูบตัว ล้างเอาทั้งคราบสีน้ำตาลเหนียวเหนอะและความร้อนแปลบปลาบราวเปลวไฟเผาออกไปจากร่างกาย เนื้อผิวตรงช่วงอกแดงเถือกเป็นวงกว้าง ความรู้สึกยามเอาเสื้อส่วนที่สะอาดเช็ดเหมือนลูบไปกับกระดาษทราย แม้น้ำจะไม่ร้อนลวกนักและโชคดีของเขาที่เสื้อยืดตัวนี้เนื้อหนา แต่มันก็สร้างความเจ็บใช่ย่อย สายตาคมเหมือนมีดตวัดไปทางประตูห้องครัว


อีซองมิน เสียงนั้นราวหมาป่าคำรามจนคนฟังแทบสะดุ้ง

เจ็บล่ะสิ ฉันเตือนนายแล้วนะ

เป็นบ้าอะไรฮะ เล่นบ้าอะไร อยากจะปราดเข้าไปเขย่าหัวกลมเล็กนั้นแรงๆให้หัวสั่นหัวคลอนนัก

ไม่ได้เล่น อย่ามาว่ากันสิ ก็บอกแล้วว่าอย่าเข้ามานายไม่เชื่อเอง

ซองมินเอ่ยแก้ตัว...ที่จริงก็คงเจ็บไม่น้อยเลยนั่นแต่อาศัยความโกรธและอยากแก้แค้นทำให้กระต่ายน้อยทำเมินๆคุณธรรมในจิตใจไปซะ

นาย...

คยูฮยอนพูดไม่ออก กัดฟันกรอด เด็กหนุ่มเปิดน้ำลูบตรงรอยแดงเป็นครั้งที่สองเมื่อความแปลบปลาบยังมีมาให้รู้สึกเป็นระยะๆ กระชากเสียงขุ่น

อยากเป็นศัตรูกับฉันนักใช่ไหม

ใครจะไปอยาก นายสิ บ้าไม่เลิก วันนี้ฉันเดินเข้ามาดีๆนายก็มาหาเรื่องก่อน

แล้วนายเลยสาดโกโก้ใส่ฉันงั้นสิ ...อะ ไอ้เวร มันพูดเหมือนซองมินเป็นคนผิดงั้นแหละ แกนั่นแหละที่ผิด โจคยูฮยอน

มือมันไปเอง ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็โกโก้มันเป็นอาวุธเดียวที่มีอยู่ตอนนั้นนี่นา แล้วซองมินก็ลนจนคิดอะไรไม่ออกแล้วด้วย


คำพูดกึ่งจะปัดความรับผิดชอบทำให้มังเนหน้าเหี้ยมแผ่รังสีน่ากลัวเพิ่มขึ้นอีก เสียดายนักที่วันนี้เขาไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เมื่อความเจ็บปวดยังแผ่ซ่านอยู่ตรงช่วงอก


เรื่องมันไม่จบแค่นี้แน่อีซองมิน เตรียมใจไว้ได้เลย กระต่ายขนฟูหน้าเสีย

พูดอะไรแบบนั้นล่ะ ฉันไปทำอะไรนายที่ไหนกัน นายทำตัวเองแท้ๆ

ไม่ต้องมาแก้ตัว รู้อยู่แก่ใจ...

ฉันยังไม่ได้ทำอะไรนายเลย มันแค่การป้องกันตัว


ใช่ เขาแค่ป้องกันตัวจากไอ้หน้าเหี้ยมนี่เท่านั้น แล้วอีกอย่าง คิดหรือว่าถ้ามันเอาไปบอกคนอื่น ใครจะเชื่อเด็กนี่มากกว่าซองมิน เมื่อมั่นใจว่าตนเองปลอดภัยแน่แล้วคนอายุมากกว่าก็พยายามเกลี้ยกล่อมต่อ


ไม่เอาน่า นายพูดไปคิดว่าใครจะเชื่อ วันนี้เราอยู่กันแค่สองคน ไม่มีคนอื่น พยานหลักฐานก็ไม่มี จะเอาอะไรมาพูด  

หลักฐานบนตัวฉันนี่ไง ทำไมจะไม่มีคยูฮยอนเถียง

ใครว่านายมีหลักฐานคนเดียว ฉันล่ะ ฉันก็โดนเหมือนกันนะ


มืออวบกระพือเสื้อสีชมพูจนเห็นรอยแดงจางๆตรงอกขาว สมาชิกลำดับที่เจ็ดไม่ได้โกหก ไม่ใช่แค่มันแต่เขาเองก็ได้แผลเช่นกัน...แผลเล็กมากๆจนแทบมองไม่เห็น และไม่มีความเจ็บปวด


แต่อย่างน้อยมันก็มีแผล


นายต่างหากที่สาดน้ำร้อนใส่ฉันแล้วดันผิดพลาดหกรดตัวเอง ฉันมันก็ เป็นแค่อีซองมินที่ไม่มีทางสู้เท่านั้น จะเอาอะไรไปหือกับโจคยูฮยอนล่ะ


ซองมินร่ายบทที่แต่งขึ้นสดๆโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าจนคนฟังต้องอ้าปากค้าง


กะ โกหกหน้าด้านๆ

อื่อ โกหกไม่โกหกฉันไม่รู้หรอก แต่นายก็ลองไปเล่าให้พี่อีทึกฟังดูสิ คิดว่าพี่อีทึกจะเชื่อใครล่ะ


ซองมินเล่นไปถึงหัวหน้าวงคนเก่งที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเอ็นดูซองมินมาก กว่าไอ้เลวนี่เห็นๆ คยูฮยอนได้แต่นึกเสียใจว่าตนเองเป็นรองพี่ชายอยู่หลายขุมในด้านการแสดงออกทางพฤติกรรมเมื่อแล้วมา สันกรามถูกขบแน่นอีกครั้งขณะมองคนตีสองหน้าเก่งที่สุดในโลกเดินสบายอกสบายใจออกจากห้องไปพร้อมกับฝากคำพูดสุดท้ายผ่านสายลมมาให้เขาเจ็บใจเล่น


เอาเลย บอกไปเลยก็ได้นะ บอกให้ทั่วๆทุกคนแล้วเรามาดูกันว่าสุดท้ายใครกันแน่ที่จะซวย   

 


 

เมื่ออีทึกพบหน้าสมาชิกคนสุดท้ายของวงอีกครั้งในช่วงบ่าย  โจคยูฮยอนกำลังนั่งแกร่วรออยู่ในห้องปฐมพยาบาลของสถานีด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ  ขวัญใจสาวๆทั่วเอเชียยังคงอยู่ในชุดที่ใส่ออกมาจากบ้าน เสื้อเชิ้ตตัวสวยถูกปลดกระดุมหน้าออกหมดเห็นแผ่นอกขาวและร่องรอยสีแดงก่ำตรงกลางซึ่งถูกกลบพอกด้วยอะไรซักอย่างสีขาวโพลน


เป็นอะไรไปคยูฮยอน เจ็บตรงไหน เกิดอะไรขึ้น


อีทึกปราดเข้าไปหาคนเป็นน้องเล็ก ลูบหน้าลูบหลังด้วยความเป็นห่วงทว่ากลับถูกปัดมือออกอย่างไม่ใส่ใจ

ไม่ได้เป็นอะไร

น้ำคำนั้นไม่ห้วนมากเมื่อระลึกได้ว่ามิได้อยู่ในสถานที่ส่วนตัว

แล้วทำไมมันแดงอย่างนี้หัวหน้าวงยังพะวงเมื่อพินิจชัดว่ารอยแดงนั่นดูจะสร้างความแสบร้อนไม่เบา

น้ำร้อนลวก

ใครทำ คนฟังไม่รอช้าในการยิงคำถามกลับไปทันที


ถึงซูเปอร์จูเนียร์จะชอบหาเรื่อง แต่เท่าที่ผ่านมาเขาก็พอจะดูออกว่าเป็นการหาเรื่องคนอื่นเสียมากกว่า ไม่มีใครเลยซักคนที่คิดจะหาเรื่องใส่ตัวหรือทำให้ตัวเองเจ็บเอง


อย่างคยูฮยอนน่ะหรือจะทำน้ำร้อนลวกตัวเอง?


ไม่มีทาง


คราวนี้คยูฮยอนชะงักบ้าง  คำถามที่เพียงไม่ถึงวินาทีเสียงหัวเราะใสก็ดังก้องเข้ามาในหูเป็นการตอกย้ำว่า...บอกไปแล้วใครจะเชื่อล่ะ...? ความคิดนั้นถูกแสดงผ่านออกมาทางใบหน้าที่หรุบนัยน์ตาต่ำก่อนจะเชิดสูง รอยยิ้มเหยียดกับแววตาเหมือนจะหยันคนทั้งโลกอย่างที่เจ้าตัวชอบทำอยู่บ่อยๆแต่ไม่เคยมีใครแปรความหมายของสิ่งเหล่านั้นได้ลึกซึ้งเทียบเท่ากับความรู้สึกของโจคยูฮยอนเลยซักคนเดียว


คยูฮยอน คนหน้าหวานซักไซ้เมื่อสัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นภายใต้ทีท่านิ่งสงบนั้น

ไม่มี ผมทำตัวผมเอง


นั่นคือสิ่งที่โจคยูฮยอนเลือกเป็นคำตอบ 


ปาร์คจองซูมองแววตาวาวโรจน์ของคนเป็นน้องด้วยความไม่สบายใจ และไม่เชื่อถือในคำตอบเสียงทุ้มๆนั่นเลยซักนิด กำลังจะอ้าปากพูดทว่าเสียงแหลมๆค่อนข้างคุ้นหูก็ดังขึ้นเป็นการขัดจังหวะ


มาแล้วค่ะน้องคยูฮยอน...อ้าว น้องอีทึกก็อยู่ด้วยเหรอคะ  


พี่สาวสต๊าฟคนหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมกล่องล่วมยาในมือซ้ายก่อนจะชะงักเมื่อเห็นอีกหนึ่งศิลปินวงซูเปอร์จูเนียร์ยืนแทบจะค้ำศีรษะผู้ป่วยอยู่ อีทึกหันมายิ้มให้ บอกเสียงนุ่มโดยอัตโนมัติพร้อมทั้งถอยออกมาห่างไม่ให้เกะกะการรักษา รู้ดีว่าช่วงเวลาส่วนตัวได้หมดไปแล้ว

ครับ พอดีว่าใกล้ถึงเวลาแสดงแล้วหาตัวคยูฮยอนไม่เจอผมเลยมาตาม ไม่นึกว่าจะมาเป็นแผลอยู่ที่นี่

แผลใหญ่ด้วยนะคะ ไม่รู้ไปโดนอะไรลวกมาจากไหน ทิ้งเอาไว้ได้ตั้งครึ่งค่อนวัน ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าไม่ได้จัดการอะไรมาเลยแม้แต่ใส่ยา ทนเข้าไปได้ยังไงกันคะเนี่ย แล้วจะขึ้นร้องขึ้นเต้นไหวเหรอ


ตามประสาคนช่างพูด สาวใหญ่เดินเข้ามานั่งข้างๆคนเจ็บ เปิดล่วมยาค้นของกุกกักพลางก็บ่นพลาง ไม่ได้มองไปยังใบหน้าของสองหนุ่มที่ดูกระอักกระอ่วนพิลึก คยูฮยอนเป็นฝ่ายตอบกลับว่า  


พอดียาที่บ้านหมดน่ะครับ แล้วผมก็ไม่ได้เจ็บมาก เลยใช้น้ำลูบๆไปก่อน เดี๋ยวทำแผลแล้วก็ดีขึ้น ขึ้นไลฟ์ได้สบายมาก น้ำเสียงน้องเล็กดูนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ ไม่มีวี่แววเด็กก้าวร้าวเฉกที่คนใกล้ชิดเคยคุ้นเลยแม้แต่น้อย

ผู้พยาบาลจิ๊ปาก

แย่จริง อยู่คนเดียวเลยเหรอคะ แล้วน้องคนอื่นๆล่ะ พี่เห็นแวบๆว่าวันนี้แยกมาเป็นสองชุดนี่  

เหลือแค่สองคนที่บ้าน ตอนผมทำน้ำหกพี่ซองมินหลับอยู่เลยไม่อยากกวน เขาดูเหนื่อยๆ  


คนถามเรื่อยเปื่อยมีท่าทางจะพอใจกับคำตอบนั้นแล้วจึงลงมือหยิบผ้าก๊อซสีขาวขึ้นมา กะขนาดเตรียมจะตัดให้พอดีกับรอยแดงไปเงียบๆทว่าไม่ใช่กับผู้รั้งตำแหน่งหัวหน้าวง สมองอีทึกแล่นปราดตั้งแต่คยูฮยอนพูดว่าเหลือแค่สองคนที่บ้าน โจคยูฮยอนกับอีซองมินที่บัดนี้แสดงชัดว่าเป็นอริกันเสียด้วย หากเมื่อคำนึงถึงลักษณะนิสัยอ่อนโยนของน้องชายอีกคนก็ยากที่ปาร์คจองซูจะปักใจเชื่อได้ว่าคนอย่างนั้นเป็นตัวการ


ถ้าบอกว่าคนตรงหน้าเป็นคนทำอีกฝ่ายยังจะน่าเชื่อมากกว่า


สายตาอีทึกฉายประกายความรู้สึกนึกคิดได้ราวกับแก้ว ทะลุทะลวงผ่านจิตใจที่แม้จะเพียรสร้างให้หยาบกระด้างเพียงใดก็ยังไม่วายชุ่มโชกไปด้วยเลือดเนื้อความรู้สึกของคนที่ต้องการความรักความอบอุ่นคนหนึ่งอยู่ดี เด็กหนุ่มที่เตรียมตัวจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่จึงหันหน้าหนีไปอีกทาง ซ่อนรอยยิ้มหยันขณะเอ่ยว่า 


พี่ไปเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวผมพันแผลเสร็จแล้วจะตามไป


เวลาที่นับถอยหลังไปทุกขณะทำให้อีทึกไม่มีทางเลือกนอกจากพยักหน้าแกนๆ ร่างโปร่งเพรียวหมุนตัวกลับแล้วฝากฝังกับสต๊าฟหญิงผู้นั้นเป็นการส่งท้าย  

ฝากด้วยนะครับ จะได้เวลาแล้ว

ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวจะพาไปส่งถึงที่เลย นักร้องหนุ่มยิ้มพอใจก่อนพาร่างตัวเองหายออกไปจากสายตา


คยูฮยอนหลับตาลงตั้งแต่ได้ยินเสียงประตูปิด แผ่นอกยังคงแสบร้อนนิดหน่อยยามเมื่อมือของพี่สต๊าฟที่เขาไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อค่อยบรรจงปิดผ้าขาวด้วย สก็อตเทป หากนั่นไม่เทียบเท่าเปลวไฟแห่งความเคียดแค้นริษยาที่แผดเผาจิตใจเขาอยู่ ณ ขณะนี้ สายตาเคลือบแคลงจากลูกแก้วสีน้ำตาลใสทำให้คยูฮยอนต้องยอมรับความพ่ายแพ้ของตนเองโดยไม่มีทางเลี่ยง


เขาทำตัวเองจริงๆนั่นแหละ


พี่ชายคนที่เจ็ดพูดถูก...ระหว่างโจคยูฮยอนกับอีซองมิน ความเอ็นดูและความเชื่อใจจะไปตกต้องอยู่ที่ใคร

 

ถ้าไม่ใช่ฝ่ายหลังแต่เพียงผู้เดียว 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #979 Hah (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 16:07
    คยูน่าสงสารง่าา
    #979
    0