[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 50 : Problem Child 08 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 ส.ค. 59

Problem Child 08


บรรยากาศอึมครึมเข้าทาบทับในทุกหนทุกแห่งที่เงาสีดำทั้งสิบสามเงาพาดผ่าน เมื่อร่างสูงเพรียวทั้งสิบสามร่างเดินตบเท้าเข้ามาในบริษัทต้นสังกัดเอสเอ็มเอ็นเตอรเทนเมนท์หลังจากที่ไม่ได้ปรากฏตัวมาเป็นเวลานานเกือบสัปดาห์ ผนวกกับใบหน้าแต่ละคนที่อย่าว่าแต่บอกบุญจะไม่รับแล้วยังอาจจะมีไล่ส่งได้ส่งผลให้ความตื่นตระหนกและความแปลกใจจากบุคคลทั่วทั้งค่ายจึงดูจะเป็นสิ่งเดียวที่ได้พบเห็นเป็นรายทางไปจนถึงห้องฝึกซ้อมของซูเปอร์จูเนียร์


เฮอะ


คยูฮยอนแอบเบ้ริมฝีปากเมื่อเห็นท่าทางกึ่งหวาดกลัวน่าสมเพชจากเด็กชายหญิงอายุราวสิบต้นๆสองสามคนที่เดินสวนไประหว่างทาง

แม่ง เห็นแล้วมันน่าเข้าไปตบหัวสั่งสอนซักทีสองที พ่อจะเอาให้ร้องไห้กลับบ้านไม่ถูกเลย


หากเด็กหนุ่มหน้าหล่อก็มีโอกาสเพียงแค่คิดเท่านั้น เพราะทันทีที่พี่ชายคนโตสุดของเขาหันมาเห็นดวงตามุ่งร้ายซึ่งจ้องเขม็งไปยังเด็กฝึกหัดดวงตกนั่น ปาร์คจองซูก็ถลาลงจากแนวหน้ามาดึงข้อมือเขาให้ขึ้นไปอยู่ด้านต้นแถวด้วยกันพร้อมกับเร่งฝีเท้าขึ้นชนิดติดเทอร์โบ ปล่อยให้คิมคิบอมซึ่งเดินล้วงกระเป๋าโดยไม่สนใจใครถอยลงไปอยู่รั้งท้ายแทน


เออ วันนี้ถือว่าพวกแกยังดวงดีที่มีพี่อีทึกคุ้มกะลาหัวอยู่ คอยดูเหอะ เจออีกทีเมื่อไหร่ถ้าเขายังจำหน้าได้จะเอาให้หนักเลย ไอ้เด็กน่ารำคาญ

คยูฮยอนขมุบขมิบปาก...หมายมาด

 

 

ตารางงานใหม่พวกเราช่วงนี้จะเน้นไปทางรายการเรียลลิตี้เหมือนกับซูเปอร์จูเนียร์โชว์มากกว่าไลฟ์ เดือนหน้าเรามีคิวต่อกันสองอันเลยคือ Full House....ที่พี่เคยพูดคร่าวๆแล้วว่าจะมีผู้หญิงสองคนมาพักอยู่ด้วยเพื่อแลกเปลี่ยนภาษาแล้วก็ Mini Drama ของรายการ Mnet…คล้ายๆ Mystery 6 น่ะแหละ รวมเวลาถ่ายน่าจะหลายเดือนอยู่ ฉะนั้นช่วงนี้ก็อยู่ติดๆบ้านหน่อยละกันโดยเฉพาะพวกที่ต้องถ่าย Full House”


อีทึกพูดไปขณะที่ส่งแผ่นกระดาษซีร็อกซ์ปึกหนาเย็บติดกันเป็นชุดๆเวียนให้สมาชิกแต่ละคน คนละชุด ซึ่งก็รับไปด้วยใบหน้าที่ไม่บ่งบอกถึงความยินดีซักเท่าไหร่นัก บางคนถึงกับเบ้ปากให้เห็นกันถนัดตา บางคนยิ่งร้ายกว่ารับกระดาษมาแล้วก็โยนๆลงบนพื้นข้างตัวโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมอง


แล้วมันจะไปรอดไหมหนอ...เขาล่ะเครียด


เอาน่า เหนื่อยหน่อยแต่มันก็น่าจะสนุกกว่าขึ้นไลฟ์ ให้สัมภาษณ์แล้วกัน เห็นเขาว่ามีทั้งเกมส์ทั้งกิจกรรมนอกสถานที่ จะได้เปลี่ยนบรรยากาศไง 


หัวหน้าวงที่มีสมาชิกมากเกินพิกัดพยายามพูดด้วยใบหน้าแจ่มใสทั้งที่ในใจรู้สึกหนักอึ้ง


โปรดิวเซอร์คิดอะไรอยู่ วงเขาเป็นยังไงทั้งค่ายก็รู้ๆกันดีแล้วยังจะให้คนมาอยู่ด้วยเพื่อถ่ายรายการที่บ้านเนี่ยนะ ที่สำคัญคือปาร์คจองซูไม่มีชื่ออยู่ในผู้ร่วมรายการไปจนกระทั่งตอนที่สิบ แล้วใครมันจะมาเป็นไม้หน้าสามกันเวลาเจ้าพวกนั้นอยากตีกันขึ้นมาล่ะเนี่ย

ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม

เขาอยากยุบวงเราแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ติดสัญญาถึงได้ใช้วิธีนี้บีบพวกเรา


เป็นหนึ่งในน้อยครั้งที่คนเป็นพี่ออกจะเห็นด้วยกับความคิดเห็นจากปากของชินดงฮี แต่จะทำเป็นเออออไม่ได้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นเจ้าพวกนี้คงได้ถือโอกาสประท้วงไม่เล่นเสียอย่างนั้น   


ไม่มีใครเขาคิดอย่างนั้นหรอกน่า เขาคงอยากจะหารายการใหม่ๆให้พวกเราลองฝึกมากกว่า ถึงเราจะเป็นนักร้องแต่ชีวิตมันไม่ได้มีแต่ร้องเพลงแน่ ดูอย่างตอนนี้สิ พี่ ฮยอกแจกับคังอินยังต้องเป็นดีเจเลย อีทึกแย้ง

แต่ยังไงเราก็คือนักร้อง หน้าที่ของเราก็คือร้องเพลง...หรือไม่ใช่...?” คิมจงอุนย้ำเสียงหนักก่อนจะเปลี่ยนเป็นท่าทางเอื่อยเฉื่อยไม่สนใจเป็นปกติ “แต่ก็นะ อยากจะถ่ายก็ถ่ายไปสิ แต่ไม่รับรองนะ ว่าจะได้อะไรติดกล้องกลับไปบ้าง

เอาแล้วไง สัญญาณเตือนแรกมาถึงแล้ว

อย่าคิดจะทำอะไรบ้าๆเด็ดขาดนะจงอุน มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะ

เปล๊า ผมยังไม่ได้คิดอะไรซักหน่อยอีกฝ่ายตอบทันควัน หน้าตาไม่รู้ไม่ชี้

ยังไม่ได้คิด แสดงว่าอีกเดี๋ยวก็คงคิดใช่ไหม...?”

ทำไมพี่ชอบหาเรื่องพวกผมจังเลย หนุ่มแก้มป่องของวงเอ่ยปากพูดเรียบๆทว่าเนื้อความที่พูดกลับทำให้อีทึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมา

ทำอะไรก็ผิดไปซะหมด ชีวิตนี้เราเคยมีอะไรดีบ้างมั้ยเนี่ย

ใช่ เป็นหัวหน้าวงแท้ๆแต่กลับไม่เคยเชื่อใจสมาชิกฮีชอลเสริมมาจากมุมห้อง

ใครว่าฉันไม่เชื่อ คนรั้งตำแหน่งหัวหน้าวงย้อนด้วยสีหน้ากระตุก ชักจะทนท่าทางตีบทแตกของวงไม่ได้

ก็เพราะเชื่อไง เชื่อมาตลอดว่าพวกนายจะอยู่กันได้ ควบคุมตัวเองได้ แล้วไอ้ของมากมายทั้งจากแฟนคลับทั้งที่ซื้อมาเองนับชิ้นไม่ถ้วนที่พังไปมันคืออะไรกัน ไอ้บรรยากาศสงครามเย็นในบ้านอีกล่ะ นั่นไงผลตอบแทนของการที่ฉันเชื่อใจ       อีทึกพักหายใจแล้วกล่าวต่อ เปลี่ยนสรรพนามจากที่พูดกับเพื่อนร่วมรุ่นมาเป็นกับน้องทุกคน

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่พี่จะพูด เพราะพี่เคยบอกแล้วว่าพวกนายอยากจะบ้ากันยังไงในเวลาส่วนตัวในที่รโหฐานก็ยังพอรับพอทน แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นให้ควบคุมอารมณ์กันให้ได้ แล้วพี่จะไม่ผิดคำพูดของตัวเองเพราะพวกนายก็ทำกันได้ดีพอใช้ ถึงจะหลุดบ้างก็ไม่เป็นไรแต่ที่พี่ห่วงอยู่มันคือไอ้นี่  


กระดาษปึกหนาขยับโยกไปตามแรงสะบัด


ไอ้กระดาษข้างหน้าพวกนายนี่ มันเป็นงาน งานใหญ่ด้วย สองคนนั้นเป็นใคร ไว้ใจได้รึเปล่าก็ไม่รู้ แล้วงานนี้สถานที่ถ่ายทำมันคือบ้านของเราเอง...แถมยังเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมง จะมาทำเป็นปล่อยเล่นๆไม่ได้ คิดสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกนายไปตีกัน ขว้างปาข้าวของกันต่อหน้าเขาน่ะ มั่นใจได้เหรอว่าเขาจะไม่เอาไปพูดต่อที่ไหน...ที่สำคัญงานนี้เขากำหนดลงมาแล้วว่าใครบ้างที่จะถ่าย นู่น กว่าพี่จะได้เข้าฉากก็ปาเข้าไปตอนที่สิบนู่น แล้วก่อนหน้านั้นล่ะ ถ้าเกิดปัญหาใครจะมาไกล่เกลี่ย จะมากลบเกลื่อนให้ถ้าพวกนายยังเอาแต่ทะเลาะกันเอง ไม่คิดจะช่วยกันเองแบบนี้...


ปัง!!


ไง ได้ข่าวว่ามีงานใหม่น่าสนุกเข้า ผมเลยแวะมาทักทาย เสียงใสดังขัดจังหวะขึ้นเหมือนไม่รู้มารยาทใดๆทำให้อีทึกต้องหยุดปากโดยอัตโนมัติ คิมแจจุงเดินตัวปลิวมาพร้อมรอยยิ้มเย็น แล้วจึงเปลี่ยนเป็นแสร้งประหลาดใจ

โอ๊ะ แต่สงสัยจะผิดเวลาไปหน่อย จะทะเลาะกันต่อให้จบก่อนก็ได้นะ ผมรอได้

ใบหน้าขาวเชิดขึ้นพลางจิกตากราดมองไปยังเหล่าเพื่อนร่วมค่ายทั้งสิบสามที่ต่างก็นั่งกระจัดกระจายกันอยู่บนพื้นห้อง แม้จะมีวัยที่อ่อนกว่าเอสเจถึงเจ็ดคนนับจากปาร์คจองซูถึงอีซองมิน หากความที่เดบิวต์ก่อนร่วมสองปีก็ทำให้ยองอุงแจจุงถือตัวเกินกว่าจะก้มหัวทักทาย 

 ไม่มีใครเชิญซักนิดยังอุตส่าห์เสนอหน้ามา ขอบใจนะ ฮีชอลตอกกลับทันควันเมื่อเห็นสายตานั้น  ตาโตหวานเหลือบขึ้นประสานอย่างไม่เกรงกลัว


ไม่ต้องสงสัยเลย หมาตัวไหนมันจะกล้าตายเข้ามายุ่มย่ามในขณะที่ซูเปอร์จูเนียร์ใช้ห้องซ้อมอยู่ มันก็มีอยู่ฝูงเดียวเท่านั้นแหละ

ไอ้พวกทงบังชินกิ!!!!!


ขอบคุณที่ชม

ไม่เป็นไร ฉันมันมารยาทดีอยู่แล้ว

ก็พอจะรู้ แต่ผมคงไม่ชมกลับหรอกนะ มันแสลงปาก บรรยากาศในห้องยิ่งทวีความอึดอัดมากไปกว่าเก่าเมื่อคนสวยทั้งสองวงไม่มีทีท่าว่าจะเลิกแล้วต่อกัน โดยเฉพาะแจจุงที่ยังยิ้มสบายๆแม้ว่าจะฉายเดี่ยวท่ามกลางวงเพื่อนร่วมค่ายโดยไร้เงาสมาชิกอีกสี่คน

โดนเพื่อนทิ้งแล้วหรือไงถึงได้มาระรานคนอื่นเค้า

พี่จองซู!!!” 


เสียงแหบห้าวคลับคล้ายปลาโลมาดังมาก่อนตัว กลบคำพูดของฮีชอลไปเสียสนิท ตามด้วยร่างค่อนข้างอวบในชุดเสื้อแจ็กเก็ตมีฮู้ดกับกางเกงยีนส์แบบง่ายๆราวกับเด็กที่โผล่พ้นบานประตูเดียวกับผู้มาเยือนเข้ามา ร่างนั้นหันซ้ายขวาแล้วจึงโผเข้ามากอดจนอีทึกแทบจะเซ ทำลายความคุกรุ่นในห้องไปได้มากกว่าครึ่ง


“เป็นไงบ้างครับ ฮะ ฮยอกแจ หวัดดี นายสบายดีไหม”

คิมจุนซูหรือที่รู้จักกันดีในนามซีอาจุนซูเอ่ยเสียงสดใส เด็กหนุ่มยิ้มให้กับพี่ชายคนสนิทก่อนจะเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนอีกคนหนึ่งทว่ากลับถูกมองเมินไม่ไยดี อี  ฮยอกแจหันหน้าไปทางอื่นเหมือนกับมองไม่เห็น ดวงตาเรียวแข็งกร้าวขึ้นมาทันที

“ง่า...”

ใครปล่อยนายเข้ามาเนี่ย แจจุงสบถอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นหน้ากลมๆของน้องในวง

อ้อ เพื่อนไม่ได้ทิ้ง แต่นายทิ้งเพื่อนมางั้นสิ คนที่ถูกขัดจังหวะได้ทีต่อประโยคจนจบ

ไม่เกี่ยวกับพี่เลยซักนิด กรุณาอย่าออกความเห็นจะดีกว่า แจจุงกัดแล้วจึงหันไปเล่นงานเด็กตระกูลคิมอีกคนต่อ

จะมาทำไมให้วุ่นวายไม่ไปซ้อมต่อ ไอ้ท่าหมุนตัวนั่นนายยังทำไม่ได้เรื่องเลยนี่ อย่าให้มันมาถ่วงคนอื่นเขาอีกล่ะ เสียเวลา

ผมเต้นได้แล้วน่า

ได้บ้านนายเหรอ แล้วตัวอะไรที่มันล้มทุกรอบที่ซ้อมน่ะ นายจะบอกว่าไอ้ตัวเต้นกะยึกกะยือนั่นไม่ใช่นายงั้นสิ

ไม่เห็นต้องพูดถึงขนาดนั้นเลย เด็กหนุ่มบ่นอุบอิบ ก็พี่น่ะ จะมาหาพวกเอสเจทั้งทีไม่มีชวนกันเลย อยู่ดีๆก็หายจากห้องซ้อมมาซะอย่างนั้น ถามคนอื่นก็ไม่มีใครตอบ  

แล้วนายเคยอยู่ฟังอะไรจนจบด้วยหรือไงซีอาจุนซู วันๆเอาแต่วิ่งลุกลี้ลุกลนเป็นคนบ้า ถามแต่ไม่เคยอยู่ฟังคำตอบ ใครเขาจะไปตามนายทัน


น้ำเสียงเย็นชาดังมาจากประตูห้องอีกครั้ง ที่เดิมกับที่พี่ใหญ่แห่งทงบังชินกิเคยยืนอยู่ ทว่าบัดนี้เจ้าตัวกลับล่วงเข้ามาข้างในเพื่อเปิดทางให้กับสมาชิกอีกสามคนที่ยืนตระหง่านบดบังทางออกจากห้องไปโดยสิ้นเชิง    


ยะ ยูชอน


ดีเหลือเกินปาร์คจองซูคิดในใจเมื่อเห็นสมาชิกทงบังชินกิเข้ามาร่วมแจมกันพร้อมหน้า แค่สิบสามคนก็ปวดหัวพออยู่แล้วนี่ยังมีเพิ่มเข้ามาอีกห้า หลังออกจากบริษัทนัดหมอไมเกรนไว้ให้เขาเลยดีกว่า


อย่างนายน่ะมันไม้แก่เกินดัดแล้วใช่ไหม พูดเท่าไหร่มันถึงไม่เคยเข้าไปในสมองเลยซักนิด หืม ซีอาจุนซู  

...ขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ

อีทึกลูบไหล่เด็กหนุ่มซึ่งยังเกาะตัวเขาไม่ปล่อยเบาๆ เห็นใจใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เสียลงจนหมดความสดใสตั้งแต่ถูกเพื่อนสนิทที่สุดเมิน ขณะเดียวกันก็นึกตำหนิเด็กหนุ่มจากเมืองนอกอีกคนที่พูดจาไม่ไว้หน้าเพื่อนร่วมวงตัวเองเลย แม้กระทั่งยามอยู่ต่อหน้าคนนอกอย่างพวกเขาก็ยังไม่เว้น


ดวงหน้าหวานมองประสานตรงๆกับสายตากระด้างนั้น

ปาร์คยูชอน


ศิลปินมากความสามารถหนึ่งในเทพเจ้าแห่งโลกตะวันออก...เทพเจ้าเพียงคนเดียวที่เขาไม่เคยสนิทสนมหรือคุ้นหน้าคุ้นตาในช่วงระยะเวลาที่เป็นเด็กฝึกหัด เพราะเจ้าตัวกลับมาก่อนจะเดบิวต์เพียงไม่ถึงครึ่งปี ผนวกกับลักษณะนิสัยที่ไม่แตกต่างจากน้องคนอื่นในซูเปอร์จูเนียร์มากเท่าไหร่นัก สิ่งเหล่านั้นก็เป็นตัวปิดกั้นหนทางในการทำความรู้จักระหว่างทึกกี้ทึกกี้อีทึกและมิคกี้ยูชอนไปโดยปริยาย


ดวงตาเรียวเฉียบมองผ่านไปยังอีกสองคนที่ยืนขนาบข้าง ยูโนว์ยุนโฮที่ทำหน้าเรียบสนิท มองเมินเหมือนชมนกชมไม้กับชเวกังชางมินผู้ซึ่งกำลังเลิกคิ้วสบตากับน้องของเขาบางคนอย่างท้าทายแล้วก็กระชับมือข้างที่โอบน้องชายนอกวงให้แน่นขึ้นกึ่งให้กำลังใจ


ดูท่าว่าซีอาจุนซูแห่งทงบังชินกิและอีทึกแห่งซูเปอร์จูเนียร์จะประสบชะตากรรมที่ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก


มีชีวิตอยู่ท่ามกลางระเบิดเวลาที่ไม่รู้เวลาระเบิดของเพื่อนร่วมวง...!!!!


แปะ แปะ แปะ!!!

โชว์สนุกมาก สะใจดี แต่ถ้าจะมาด่าคนในวงให้ฟังเล่นก็ขอเชิญห้องอื่น เสียเวลาทำมาหากิน  


คิมยองอุนพูดเสียงดังขัดจังหวะขึ้นมา เรียกความสนใจจากหัวหน้าวงอีกวงได้เป็นครั้งแรก ยุนโฮขยับยิ้มพลางก้าวนำยูชอนและชางมินเข้ามาในห้องอีกคน รอจนเท้ายาวของน้องเล็กสุดก้าวพ้นขอบประตูมือใหญ่สีแทนก็ดันปิดเข้าที่ เอ่ยด้วยเสียงเบสต่ำ


นั่นมันแค่เรียกน้ำย่อย ยูชอนเขาล้อเล่นน่ะ ความจริงวันนี้พวกเราว่าง แล้วได้ข่าวว่าเอสเจมีงานใหม่ เลยมาแสดงความยินดี หวังว่าพี่คงไม่ปฏิเสธ

แล้วยังไง อยากมาเป็นแขกรับเชิญมั้ยล่ะ ไปถ่ายบ้านทงบังซักวันสองวัน แฟนคลับคงดีใจแย่น้ำเสียงหาเรื่องไม่ทำให้คนเป็นหัวหน้าเทพทั้งห้าหวาดหวั่น

ไม่ดีกว่า พวกผมมีรายการทัวร์บ้านของเราเองอยู่แล้ว อีกอย่างบ้านเอสเจดูน่าจะมีอะไรให้ถ่ายทำมากกว่าบ้านทงบังตั้งเยอะ เวลาถ่ายแต่ละวันคงตื่นเต้นเร้าใจดี พี่อีทึกว่าจริงไหม   

คนถูกถามยิ้มเฝื่อน และยิ่งเฝื่อนหนักเข้าไปอีกเมื่ออีกฝ่ายพูดต่อว่า

แถมได้ข่าวว่าพี่ไม่ได้ถ่ายทำซะด้วย ก็ยิ่งสนุกกว่าเดิมน่ะสิครับ ผมล่ะรอเวลาที่รายการจะออกฉายไม่ไหวเลย รับรองว่าถึงอยู่ญี่ปุ่นก็จะหาดูให้ได้แน่นอน ไม่ต้องเป็นห่วง แล้วจะช่วยโปรโมตให้ไปในตัวด้วย



คังอินกัดฟันกรอดเมื่อได้ยินคำพูดเชิงเสียดสีพร้อมรอยยิ้มสะใจ ถ้าให้เดาไอ้พวกข่าวเสียๆของซูเปอร์จูเนียร์ที่มาจากฟากญี่ปุ่น ตัวต้นเรื่องที่ทางบริษัทแทบจะพลิกแผ่นดินหามันก็ไม่พ้นหนึ่งในห้าคนนี่แหละ

ไม่ใช่แต่เพียงคิมยองอุน หากเอสเจอีกสิบสองคนก็มีปฏิกิริยากับคำพูดนั้นเช่นเดียวกัน อีทึกห่อไหล่ลงเหี่ยวๆด้วยความเซ็งขณะที่คิมฮีชอลยืดตัวขึ้นเป็นสง่า ตาวาว และสมาชิกที่เหลือก็เริ่มขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบท ซึ่งคนที่คุ้นเคยกินนอนด้วยกันมาอย่างปาร์คจองซูสามารถรับรู้สัญญาณแฝงได้ทันทีว่าเตรียมมีเรื่อง

ฉุกเฉินแล้ว เขาต้องทำอะไรซักอย่างไม่งั้นได้ตายหมู่แน่

ขอบใจมากยุนโฮแต่พี่ว่าไม่ต้องดีกว่า แค่พวกนายเอาไปดูแล้วช่วยติชมก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงกับโปรโมตให้หรอก พวกเราไม่อยากได้ชื่อว่าดังเพราะอาศัยคนอื่น…”

แต่มันก็ยังดีกว่าไม่อาศัยแล้วไม่ดังเลยไม่ใช่หรอฮะ พวกเราก็แค่อยากจะช่วย

ชิมชางมินเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรกด้วยใบหน้าใสซื่อที่แฝงความร้ายลึกไว้อย่างปิดไม่มิด

คนไม่มีฐาน ยากนะฮะกว่าจะทำได้น่ะ

คนเป็นพี่ร่วมหกปีสะอึก ชักจะไปไม่เป็นแต่ก็ฝืนเอ่ยต่อว่า

มันก็ต้องใช้เวลา...เหมือนพวกนายช่วงแรกๆนั่นแหละ เอาเป็นว่าพี่ก็ยังยืนยันคำพูดเดิม ขอบใจมาก แต่ไว้รอจนพวกพี่ได้ไปญี่ปุ่นกันเองจะดีกว่านะ

แล้วมันจะมีวันนั้นเหรอฮะ” 

เสียมารยาทน่าชางมินยุนโฮปรามน้องชายทั้งที่ใบหน้ายังประดับไปด้วยรอยแย้มจาง พูดแบบนั้นได้ยังไง พี่อีทึกเสียกำลังใจหมด

สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่หัวหน้าของอีกวงขณะที่ปากก็ขยับเป็นถ้อยคำบาดลึก...กรีดแทงคนฟัง

จำไว้นะ เรื่องบางเรื่อง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความจริงแต่เราก็ไม่ควรพูดออกมา รอมันแสดงออกมาให้เห็นเองเลยจะดีที่สุด

แต่ว่าผม...

พี่บอก เสียงเบสเน้นหนัก นายจะไม่เชื่ออย่างนั้นใช่ไหม...?”

น้องเล็กที่ดีกรีความร้ายไม่ได้เล็กเลยชะงักไปนิดกับน้ำเสียงเข้ม แววตาเป็นประกายวูบหนึ่งก่อนจะก้มหน้า ซ่อนมุมปากที่กำลังจะเหยียดขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่าพี่ชายคนโตหมายใจจะทำอะไร เด็กชายตอบชัดถ้อยชัดคำ

เชื่อ...ครับ

ดี!!! 


เมื่อมองหน้าเป้าหมายแล้วยุนโฮก็รับรู้ได้ทันทีว่าสาส์นที่ต้องการได้ส่งไปถึงผู้ฟังเรียบร้อยแล้ว รอยยิ้มที่ริมฝีปากยิ่งขยายกว้างพอใจกับความร่วมมือของน้องชายที่ฉลาดจนเดาได้ถึงจุดประสงค์ของเขา


เห็นแล้วใช่ไหมปาร์คจองซู ความแตกต่างระหว่างเรา


อีทึกนิ่งเงียบเมื่อเห็นว่าชเวกังชางมินแห่งทงบังชินกิที่ถึงแม้จะแข็งกร้าวขนาดไหนก็ยังยอมเชื่อยูโนว์ยุนโฮเพียงแค่คำห้ามคำเดียว แต่อีทึกกลับไม่สามารถกระทำกับน้องในวงได้แม้จะเสียพลังงานไปแทบหมดตัว


ความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีน้ำยาเริ่มจะตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง


                รบกวนพวกพี่มานานแล้ว ผมขอตัวเลยละกัน หวังว่าคงโชคดีนะครับ

ในที่สุดจองยุนโฮก็เป็นฝ่ายถอยฉากเมื่อบรรลุความตั้งใจแล้วทุกประการ  ชายหนุ่มฉาบรอยยิ้มบางไว้บนริมฝีปากขณะที่ก้มหัวนิดๆ...น้อยจนเห็นได้ชัดว่าพอเป็นพิธี จากนั้นเจ้าตัวก็หันหลังกลับโดยไม่ลืมปรายตามองลูกวงทั้งสี่ให้เดินกลับออกไปด้วยกัน

เสียงปิดประตูปังตามหลังช่วยขจัดอาการเหมือนตกอยู่ในภวังค์ของสมาชิกบางคนหลังจากคำพูดของหมีขาวแห่งทงบังชินกิได้เป็นปลิดทิ้ง

มันจะเข้ามาทำไมให้เสียอารมณ์ คนพี่ก็พูดจาหมาไม่กิน คนน้องก็แอ๊บแบ๊วไม่ดูเวล่ำเวลา แม่ง เกลียดจริงๆให้ตาย   

อึนฮยอกเป็นคนแรกที่ระเบิดอารมณ์ออกมา เด็กหนุ่มสบถคำหยาบพลางทิ้งม้วนกระดาษลงข้างตัวเสียงดัง ยกมือขึ้นกอดเข่าด้วยอารมณ์หงุดหงิดซึ่งดูน่าจะมีสาเหตุมาจากอดีตเพื่อนสนิทเป็นส่วนใหญ่



อีทึกส่ายหน้า เขาไม่เข้าใจเลย เมื่อในอดีตอีฮยอกแจกับคิมจุนซูคือเพื่อนรัก ฝ่าฟันความยากลำบากมาด้วยกัน แล้วด้วยเหตุผลอะไร ทำไมเวลานี้อึนฮยอกถึงได้รังเกียจซีอาจุนซูเหมือนไม่ใช่เพื่อน


คนเป็นพี่เคยคิดจะถาม แต่เมื่อดูจากพฤติกรรมแล้วก็ต้องเปลี่ยนใจ บางทีคนลักยิ้มสวยก็อดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าเป็นเพราะคำว่าซูเปอร์จูเนียร์หรือเปล่าที่ส่งผลให้น้องทุกคนเปลี่ยนไป...ในทางลบ จากแต่เดิมที่ก้าวร้าวพอตัวอยู่แล้วก็ยิ่งแข็งกระด้างขึ้นกว่าเก่า อาการทั้งหลายที่ทำไปก็เพื่อชดเชยกับความเจ็บช้ำจากการที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กที่ไม่มีโปรเจกต์ไหนต้องการทั้งที่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เช่นนั้นเลย


เด็กพวกนี้จะรู้กันบ้างไหมนะ ว่าเส้นทางที่โปรดิวเซอร์วางไว้ให้นั้นสดใสเพียงใด แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นมันก็ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าตัวเองด้วยว่าจะก่อสร้างและกรุยทางไปด้วยกัน หรือจะร่วมกันฉุดรั้ง ฟาดฟันให้เส้นทางนั้นขาดสะบั้นลงตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มต้น อย่างที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นเช่นนั้นในเร็ววันหากทั้งหมดยังคงตั้งกำแพงใส่กันอยู่เช่นนี้


ซึ่งในฐานะหัวหน้าวงและพี่ชาย เขาไม่อยากให้วันนั้นมาถึงเลยจริงๆ


เถอะน่า ก็รู้ๆนิสัยกันอยู่แล้วจะไปใส่ใจทำไม ความจริงแล้วพวกนั้นอาจจะไม่ได้คิดอะไรก็ได้ สักแต่ว่าพูดไปอย่างนั้น

หลอกคนอื่นน่ะไม่เท่าไหร่ แต่หลอกกระทั่งตัวเองเนี่ยไม่อายบ้างเหรอปาร์คจองซู นายก็รู้พอๆกับพวกเราว่าไอ้เวรพวกนั้นมันเป็นยังไง คังอินเอ่ยเสียงเย็น

ฉันรู้ เสียงหัวหน้าวงลากยาว

ก็เพราะเป็นแบบนี้ไงล่ะถึงต้องไม่พูดให้เรื่องมันบานปลายยิ่งกว่าเก่า แค่ในวงกันเองก็เรื่องมากพออยู่แล้ว เขาไม่อยากเสี่ยงมีปัญหานอกวงอีก

รู้แล้วก็ทำเฉยให้มันมาหยามถึงที่เนี่ยนะ ถามจริงเถอะตำแหน่งหัวหน้าของนายมีไว้ทำอะไร

ไว้คุมไม่ให้พวกนายก่อเรื่องไง ใช้สมองกันหน่อยสิ ถ้าหากมีเรื่องกันขึ้นมาจริงๆ ระหว่างพวกนายที่เป็นแบบนี้กับฝ่ายโน้นที่เค้าวางตัวไร้ที่ติ คิดว่าคนทั้งค่ายจะเลือกเข้าข้างใคร

เทพเหี้ยอะไรล่ะ ปีศาจจากนรกชัดๆ อีทึกจุ๊ปาก

ระวังคำพูดหน่อยซีวอน นี่ไม่ใช่ที่บ้าน

ก็มันเรื่องจริง

สุภาพบุรุษของวงดูจะรวนเขามากขึ้นเห็นได้ชัดหลังจากเรื่องวันก่อน ความรำคาญทำให้อีทึกชักตีรวนกลับบ้าง

จริงแล้วมีใครรู้ไหม หยุดไร้สาระกันซะทีเถอะ เขาก็ออกไปแล้ว พวกนายจะด่าจะอะไรมันก็ไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกขึ้นมาหรอก


มือขาวยกกระดาษในมือขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง


สรุปว่าคังอิน ทงเฮ คิบอม ซีวอน ฮันกยองและฮีชอล ช่วงสองเดือนนี้ตารางงานพวกนายจะค่อนข้างว่าง เพื่อเผื่อเวลาให้กับการถ่ายทำที่บ้าน ส่วนพวกที่เหลือก็ไปเตรียมตัวเรื่องละครซะ พวกนายจะได้เวลาว่างสำหรับท่องสคริปต์เหมือนกัน เราจะถ่ายทำไปพร้อมๆกันทั้งสองรายการ แต่จะมีบางช่วงที่พวก Full House จะกลับมาถ่ายด้วย เพราะมันเป็นละครของพวกเราทั้งหมด หรือไม่ก็พวกตัวหลักมินิดราม่าจะมาร่วมถ่ายที่บ้าน ส่วนไลฟ์เราจะตัดออกไม่ไปตามสถานีเพลงแล้ว เหลือแต่พวกคอนเสิร์ตหลักๆที่ไม่ร่วมไม่ได้เท่านั้น...  


เอ่ยรวดเดียวจบโดยไม่พักหายใจก่อนจะสะดุดเล็กน้อยเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าตูมๆของน้องรักอีกคน


มีอะไรรึเปล่าซองมิน ทำไมทำหน้าแบบนั้น  

ทำไมผมต้องถ่ายกับโจคยูฮยอนด้วย

กระต่ายน้อยของวงพูดขึ้นมาช้าๆทั้งที่สายตายังไม่ละไปจากกระดาษในมือ ดวงหน้าอ่อนใสฉาบความเย็นชาอ่านไม่ออก ด้านข้างคืออีทงเฮที่นั่งมองกระดาษของตนหน้ามุ่ยเช่นกันเมื่อเจ้าตัวต้องรับบทหนักวิ่งรอกทั้งสองงาน แถมยังต้องถ่ายกับคู่อริไม่แตกต่างจากรูมเมทสีชมพูนัก

นี่เองสาเหตุที่ไอ้แก้มบวมมันโร่เข้ามาหาเรื่องเขาถึงห้องในวันนั้น

แล้วจะเป็นอะไรไปล่ะ หืม ก็แค่ถ่ายกับน้อง นายเองก็เคยถ่ายกับคยูฮยอนออกบ่อยๆ 

แต่ผม...

เรื่องมาก บุคคลที่เป็นหัวข้อสนทนาเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

หุบปาก!! ฉันไม่ได้พูดกับนาย

ซองมิน!!” พี่ใหญ่อุทานตกใจ รวมถึงสมาชิกคนอื่นยกเว้นลำดับที่เก้าและสิบสามที่ต่างประหลาดใจไม่แพ้กันเมื่อคนที่ดูอ่อนโยนที่สุดแสดงอารมณ์ร้ายออกมาให้เห็น

ทำไมพูดกับน้องอย่างนั้นล่ะซองมิน ไม่น่ารักเลย

ก็มันพูดแบบนั้นกับผมก่อนนี่ เด็กไม่มีสัมมาคารวะ ผมจำเป็นต้องพูดดีด้วยรึไง

มารยาทแย่กว่าที่คิดนะอีซองมิน น่าหนักใจแทนพ่อแม่นายจริงๆ


นี่ก็อีกคน อีทึกเอามือกุมหัว เป็นน้องเล็กสุดแท้ๆแต่กลับเรียกชื่อพี่ห้วนๆแบบไม่มีสรรพนามนำหน้าแม้แต่นิด เขาควรจะทำยังไงดีนี่ เตือนก็ไม่เคยฟัง สมควรอยู่หรอกที่คนชอบฟักทองจะไม่พอใจ


ซองมินตีสีหน้าเบื่อหน่าย เด็กหนุ่มกระชับกระดาษที่ถูกม้วนจนเป็นทรงกระบอกในมือแล้วยันตัวลุกขึ้น บอกพี่ชายหน้าหวานเรียบๆ ไม่แม้แต่จะปรายตาไปยังเจ้าของฉายาลัคกี้น้องเล็ก


งานส่วนของผมหมดแล้ว ตกลงกันเสร็จเมื่อไหร่ก็ให้คนไปตามผมที่ห้องซ้อมเสียงละกันนะครับ ผมจะไปนั่งเล่น

อ้าว แล้วเรื่องแสดง...

ผมแค่ถามเหตุผลว่าทำไม ไม่ได้บอกว่าจะไม่เล่นซะหน่อย พวกชอบตีโพยตีพายไปก่อนเหตุนี่มัน...

เจ้าตัวค้างคำพูดเอาไว้แค่นั้นแล้วก็หมุนตัวเดินฉับๆออกไปจากห้อง ทิ้งให้คนถูกกระทบหน้าแดงด้วยความโกรธ ทั้งโกรธทั้งเสียหน้าจนปาร์คจองซูต้องตัดใจเปลี่ยนประเด็นสนทนาไปทางพวก Full House แทน 

พูดต่อไปก็เหมือนพูดกับก้อนหิน ไอ้เด็กคยูมันโกรธจนฟังอะไรไม่รู้เรื่องแล้ว

เอาล่ะ สรุปว่าพวกนายไม่มีปัญหาอะไรกันใช่ไหม?” อีทึกหันไปถามกลุ่มน้องที่ถูกวางตัวให้ถ่ายทำรายการที่บ้าน

จะไปกล้ามีปัญหาอะไรด้ายยยยย ในเมื่อเขาจัดมาก็จะสนองเสียหน่อย

ต้องกลับไปจัดห้องอีกแล้วสิเนี่ย

น่าตื่นเต้นจริงๆ ผู้หญิงซะด้วย ช่างกล้าไม่รู้อะไรซะแล้วนัยน์ตาวาววับเล่นเอาคนเป็นพี่ใจเสีย

มันจะก่อเรื่องฉิบหายอะไรกันอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้

ในเมื่อกล้ามาก็ต้องกล้าต้อนรับสิ

ไม่ต้องห่วง จะเตรียมตัวอย่างดีเลยล่ะ

หึหึหึ สนุกแน่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ประดับบนใบหน้าหล่อเหลาของชเวซีวอนบ่งบอกถึงความ สนุก สำหรับตัวเองได้ดียิ่งกว่าอะไรทั้งหมด



ใช่...สนุก...สนุกจนอยากจะร้องไห้เลยทีเดียว เขากลัวใจน้องเหลือเกิน อีทึกหลับตากลืนน้ำลายฝืดคอ ไม่ต้องนึกภาพ ภาพมันก็ลอยออกมาให้เขาเห็นเป็นช็อตๆแล้วล่ะ  



นรกแน่ปาร์คจองซู


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #995 punpun3012 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:03
    ไรท์คะ เรารักไรท์ แงงงงงง
    #995
    0