[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 46 : Problem Child 04 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 ม.ค. 59

Problem Child 04

 

 

 

 

 

ยิ่งบ่ายแก่เท่าไหร่ ลีดเดอร์แห่งซูเปอร์จูเนียร์ก็ยิ่งทวีความกังวลมากขึ้นเท่านั้น อีทึกไม่สามารถจะสะสางงานอะไรอย่างที่อ้างกับน้องชายหน้าหมีไว้ได้เลยนอกจากนั่งนับเข็มนาฬิการอเวลาอย่างอดทน

บ่ายโมง...บ่ายสองโมง...บ่ายสาม

บ่ายสามโมงครึ่ง...บ่ายสามโมงสี่สิบห้า

ไอ้บ้าเอ๊ย...อีกไม่กี่นาทีก็สี่โมงแล้ว ทำไมโจคยูฮยอนมันถึงยังไม่โผล่หัวมาซักทีวะ

น้อยคนนักที่จะรู้ว่าปาร์คจองซูเกลียดการรอคอย ทั้งเกลียด...ทั้งกลัว

นาทีนี้เขากังวลไปหมด น้องจะเป็นยังไง เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงยังไม่กลับมา และที่สำคัญ ถ้ากลับมาจริงๆแล้ว เขาควรที่จะตะล่อมพูดอย่างไรกับน้องคนเล็ก ผู้ซึ่งมีดีกรีความหัวแข็งและก้าวร้าวไม่ได้น้อยไปกว่าพี่ๆร่วมวงทั้งหลายเลย

คยูฮยอนไม่มีทางยอมอยู่เฉยให้เขาสอบสวนอยู่ฝ่ายเดียวแน่ แต่ไอ้ครั้นจะให้ไปตวาดปาวๆ เค้นเอาคำตอบอีทึกก็ไม่ต้องการ ถ้ายังพอมีทางเลือก เขาอยากจะพูดกันด้วยเหตุด้วยผลมากกว่า

คิ้วโก่งขมวดแล้วขมวดอีกอย่างไม่กลัวว่ามันจะเพิ่มริ้วรอยให้ประดับบนใบหน้า จากที่นั่งเฉยๆก็กลับลุกขึ้นเดินไปมาจนกระทั่งสุดท้าย ผู้เป็นหัวหน้าวงก็ตัดสินใจเด็ดขาด ย้ายนิวาสถานไปนั่งรอบุคคลสำคัญอยู่ที่ห้องรับแขกเสียเลย

ใบหน้าสวยค่อยสงบลง นัยน์ตาสีน้ำตาลลึกล้ำฉายแววครุ่นคิด

เขาต้องพูดกับน้องชายให้รู้เรื่องตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาในบ้านนี่แหละจะได้ไม่ทันตั้งตัว ไม่อย่างนั้นยิ่งทิ้งไว้นานเข้าเจ้าตัวก็คงหาทางหลบเลี่ยงเอาจนได้ไม่ว่าวิธีใดก็วิธีหนึ่งจนกระทั่งคนเป็นพี่ลืมไปเอง

อยู่กันมาไม่ใช่เวลาสั้นๆเลยทำไมอีทึกจะไม่รู้ คยูฮยอนฉลาดเป็นกรด แล้วก็เก่งนักกับการใช้ความฉลาดของตนในการชักจูงคนอื่นให้เล่นไหลไปตามบทที่ตนเองต้องการ ถึงแม้ว่าบางวิธีมันออกจะเหลือรับไปสักหน่อยก็เถอะ

 และแน่นอน...อีทึกยังไม่เคยเห็นว่ามีสักครั้งที่เจ้าตัวจะไม่ได้ผลสำเร็จตามที่ปรารถนาไว้เสียด้วย

 

 

ร่างสูงโปร่งค่อยๆแทรกตัวผ่านประตูบ้านเข้ามาเงียบๆ ดวงตาดำคมแดงก่ำ เสื้อผ้ายับยุ่งเหยิงพอๆกับผมเผ้าที่หลุดรุ่ยร่ายไม่เป็นทรง กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนจัดฟุ้งกระจายในอากาศทุกย่างก้าวที่ผ่านแม้กระทั่งเจ้าตัวเองยังต้องย่นจมูกหนี โจคยูฮยอนเพิ่งจะเก็บรองเท้าเข้าที่ได้เรียบร้อยเมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นเหนือศีรษะ

ไปเที่ยวมาสนุกไหมคยูฮยอน ยังไงก็มาเล่าให้พี่ฟังบ้างสิ

ใบหน้าโทรมหากยังไม่ทิ้งเค้าความคมคายสะบัดเงยขึ้นอย่างตกใจ สร่างเมาไปกว่าครึ่ง เหนือจากที่วางรองเท้าขึ้นไปตรงส่วนของพื้นบ้าน ร่างเพรียวในนามลีดเดอร์ของวงกำลังยืนเอาหัวพิงกรอบประตู ส่งยิ้มเยือกเย็นมาให้

ปาร์คจองซูเลิกคิ้วเมื่อคำตอบที่ได้รับคือความเงียบ

ว่าไง ไปเที่ยวมากสนุกไหม หืม กลับซะเย็นเชียว

พี่อีทึก...” 

เสียงนั้นแทบไม่ต่างไปจากกระซิบ ดวงหน้าน้องเล็กแห่งซูเปอร์จูเนียร์ซีดเผือดลงถนัดตา ริมฝีปากได้รูปเม้มแน่น คยูฮยอนคิดจะเดินเลี่ยงออกไปเงียบๆหากผู้เป็นพี่กลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น อีทึกเคลื่อนตัวมาดักร่างสูงไว้  

เอ้า ทำไมไม่ตอบล่ะ พี่ถามดีๆนะ หรือว่าต้องให้ใช้กำลัง

คนตัวสูงทว่าเยาว์วัยกว่าตาวาววับ

สนุกสิครับสนุกมากเลยล่ะ พี่รู้ไหมว่าตั้งแต่เกิดมา ผมยังไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อนเลย

งั้นเหรอ

ใช่ แล้วยิ่งออกไปโดยไม่มีพวกตัวน่ารำคาญตามไปด้วยยิ่งสนุกใหญ่ เสียดายที่พี่อาราพากลับก่อน ไม่งั้นผมคงนอนค้างที่นั่นไปแล้วล่ะ

คงจะมีอะไรมาดลใจ หรือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังวนเวียนอยู่ในกระแสเลือดก็เป็นได้ โจคยูฮยอนถึงได้กล้าพูดประโยครุนแรงแบบนั้นออกไปเมื่อได้ยินคำกล่าวกึ่งบังคับจากคนที่นับได้ว่าเป็นทั้งพี่คนโตและหัวหน้าของวง

เปล่าเลย คยูฮยอนไม่ได้รู้สึกผิดหรือเสียใจต่อการกระทำของตนเอง ออกจะเชิดหน้าท้าทายด้วยซ้ำ ความคิดชั่ววูบที่เกิดขึ้นในขณะนั้นคือเขาอยากรู้ พี่อีทึกจะทำอะไรได้หรือดีแต่พูดโดยไร้น้ำยาแบบที่พี่ฮีชอลเคยเปรยบ่อยๆให้ได้ยิน

ตัวน่ารำคาญที่ว่าหมายถึงพวกพี่หรือเปล่า

ไม่รู้สิ แต่ผมไม่เห็นจะมีพี่คนอื่นตามประกบผมเลยนอกจากพี่ ใครๆเขาก็สนใจกันแต่ตัวเองกันทั้งนั้น” 

คนถูกกระทบยังคุมสีหน้าและท่าทางไว้ได้เป็นอย่างดีแม้จะรู้คำตอบเป็นเลาๆว่าไม่มีพี่คนอื่น...ก็คือด่าเขานิ่มๆแต่เต็มเปานี่แหละว่าเสือกไม่เข้าเรื่องอยู่คนเดียว

แล้วนายรู้เหตุผลไหมว่าทำไมคนก่อเรื่องแต่ไม่สำนึกยักไหล่

เพราะผมอายุยังไม่ถึงมั้ง

ไม่ใช่แค่นั้น คิดหรือเปล่าว่าถ้ามีปาปารัสซี่หรือพวกแอนตี้แฟนที่ไม่หวังดีมาเจอเข้าจะเป็นยังไง”  

จะทำอะไรก็ทำไปสิ ผมไม่แคร์ เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับผมเสียหน่อย

มันจะเป็นเรื่องของเขาได้ยังไง...ในเมื่อคนที่จะโดนเขียนข่าวโจมตีก็คือนายน่ะ ฮะ!!”

เสียงของอีทึกเริ่มไม่มั่นคงเหมือนตอนแรก มันดังขึ้น ดังขึ้น...นี่เขาโดนเด็กอายุน้อยกว่าปั่นหัวเป็นรอบที่เท่าไหร่ของอาทิตย์นี้แล้วนะ  

ดวงตาคมเฉี่ยวตวัดมองอย่างรำคาญ

ถ้ามันมีภาพหลุดออกมาก็ใช้เงินอุดปากไปสิ เงินหนาเข้าเรื่องมันก็เงียบหายไปเอง...ทำไมครับ เดี๋ยวนี้เอสเอ็มยากไร้ถึงขนาดไม่มีปัญญาตบเงินปิดข่าวแล้วเหรอ ถ้าค่ายนี้มันอับจนถึงขนาดนั้น ผมยอมสละเงินส่วนตัวเองก็ได้...ว่าแต่มันต้องใช้ซักเท่าไหร่ล่ะ แสน...สองแสน...ห้าแสน...หรือซักล้านวอนดี?

คยูฮยอน !!”

หรือถ้าพี่มีทางออกอื่นที่ดีกว่านี้ก็บอกมาสิ ผมจะรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เอง จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา”  

หยุดเดี๋ยวนี้นะโจคยูฮยอน พูดอย่างนี้ใช้ได้ที่ไหน ทำผิดแล้วอย่ามาพาลใส่คนอื่นนะอีทึกขึ้นเสียง สุดจะทนกับความคิดแบบสังคมวัตถุนิยมของคนตรงหน้า

เจ้าเด็กนี่...นิสัยเสีย มันอยู่ในลัทธิที่บูชาเงินเป็นพระเจ้าหรือยังไงกัน

ทำตัวแบบนี้พี่ไม่ชอบ

ก็ไม่ได้อยากให้ชอบนี่ แล้วผมก็ไม่ได้พาลด้วย พี่นั่นแหละ พอได้คำตอบไม่ถูกใจเข้าหน่อยก็ทำมาขึ้นเสียงเอากับผม ก็พี่เป็นคนบอกเองว่าอยากรู้เรื่องจริงไม่ใช่หรือ ที่ผมพูดไปมันก็เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ถ้าพี่อยากได้คำตอบที่ถูกใจ ผมก็คงต้องพูดโกหกให้พี่ฟังนั่นแหละ พี่ชอบให้คนอื่นปั้นหน้าเสแสร้งใส่นักหรือยังไง” 

พอได้พูดแล้วก็เหมือนหยุดไม่ได้ ทั้งความกดดันจากที่โจอารา ลูกผู้พี่คาดโทษไว้ อีกมาเจอกับท่าทางเหมือนจะตำหนิของผู้เป็นลีดเดอร์ทำให้พายุอารมณ์ของโจคยูฮยอนยิ่งโหมแรง

เอาสิ ไหนๆเขาก็ผิดเต็มประตูอยู่แล้ว ก่อปัญหาอีกสักเรื่องจะเป็นไรไป คนอย่างเขามันไม่มีใครคอยอบรมสั่งสอนอยู่แล้วนี่ 

ผมอยากออกไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง แค่ตอนนี้ก็ไม่มีใครจะคบผมอยู่แล้ว วันๆหลังจากงานก็ต้องดักดานอยู่แต่ในบ้าน กลัวคนนู้นกลัวคนนี้ แฟนคลับมันจะทำอะไรได้ ถ้ามายุ่งมากนักผมก็ซัดเข้าให้ ส่วนแอนตี้แฟน มันอยากเกลียดก็ให้มันเกลียดไป มีปัญญาทำได้แค่ด่าเราก็เท่านั้น เคยทำร้ายตัวเราได้จริงๆซะที่ไหน” 

คยูฮ......”

ไม่ทันแม้แต่จะทักท้วง น้องเล็กในตอนนี้ดูราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากที่ไม่มีอะไรสามารถขวางกั้นได้ ทำเพียงแต่รอให้กระแสนั้นไหลไปจนสุดทางและสงบลงเอง 

ผมเบื่อ เบื่อจะตายอยู่แล้ว ไอ้คติพจน์อยู่ด้วยกันอย่างครอบครัวของพี่น่ะ เก็บยัดใส่หีบแล้วล็อกปิดตายไปเลยได้ยิ่งดี มันก็แค่ทฤษฎีสวยหรูที่ทำให้คนฟังรู้สึกดี แต่พอเอาเข้าจริงๆ ต่างคนก็เขม่นหน้ากันแทบตาย อย่าว่าแต่จะให้พูดคุยกันเลย แค่เดินเฉียดกันโดยไม่ให้มีเรื่องได้ก็บุญนักหนาเท่าไหร่แล้ว

คนพูดหอบหนักจนทรวงอกสะท้อนขึ้นลงแรงๆ หน้าตาแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมเมื่อต้องเค้นคำออกมาโดยไม่มีหยุดพัก

ไปกันใหญ่แล้วคยูฮยอนอีทึกเพิ่งจะได้เปิดปากในที่สุดทั้งที่ยังรู้สึกอึ้ง

พี่พูดถึงแค่เรื่องที่นายหนีออกไปจากบ้านโดยไม่บอกใครไว้ก่อน นายเอาไปโยงถึงเรื่องไหนเนี่ย ไม่มีใครห้ามนายไม่ให้ไปเที่ยวหรอกนะ แค่บอกให้ระวังตัวเองเท่านั้นแหละ นายยังไม่เต็มสิบเก้าดี ไปกินเหล้าสูบบุหรี่แบบนี้มันจะเดือดร้อน รู้ตัวบ้างไหม”  

เดือดร้อนพี่หรือเดือดร้อนผมกันแน่

 คนอายุมากกว่าเท้าเอวฉับ จิ๊ปากอย่างขัดใจ ดู...มาถึงป่านนี้มันยังไม่วายกวนตีนต่อปากต่อคำ

ก็เดือดร้อนกันไปหมดทุกคนนั่นแหละ นายน่ะโตแล้วนะคยูฮยอน รู้จักการใช้เหตุผลซะบ้าง อย่าเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่สิ อย่างน้อยถ้าไม่รักตัวเองแล้วก็ขอให้ใส่ใจคนรอบข้างบ้าง ว่านายมีปัญหาขึ้นมา มันจะโยงมาถึงชื่อเสียงของวง แล้วสมาชิกคนอื่นๆล่ะ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ต้องมาพลอยเสียชื่อเสียงไปกับนายด้วย ถ้าเรื่องมันหนักหนาจนถึงขนาดที่วงเราโดนยุบขึ้นมาจริงๆ นายจะรับผิดชอบยังไง”  

ไม่เห็นจะต้องทำอะไรนี่นา อยากยุบก็ยุบไปสิ

คนพูดไม่คิดใส่ใจ ทว่าคราวนี้คนรับผิดชอบวงที่ว่าตาลุก คำพูดแบบนี้หลุดออกมาจากปากผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกได้ยังไงกัน 

ปาร์คจองซูแผดเสียง 

เห็นแก่ตัว!! นายไม่ห่วงอนาคตของคนอื่นเลยหรือไง พวกพี่ๆเขายังมีความสามารถ มีความฝันที่จะไปให้ถึงจุดที่เขาวาดไว้ มันควรแล้วเหรอที่จะให้ความฝันล้ำค่านั้นต้องมาหยุดลงเพียงเพราะความไม่รู้จักคิดของใครคนหนึ่ง...คนที่เข้ามาอยู่ใหม่ทีหลัง ไม่ได้แม้แต่จะเป็นส่วนหนึ่งของการก่อตั้งซูเปอร์จูเนียร์มาด้วยซ้ำน่ะ ฮะ มันสมควรมั้ย โจคยูฮยอน”   

แววตาคมกล้าสลดวูบพร้อมผงะไปนิดเมื่อได้ยินคำพูดเหมือนจะตัดตัวเองออกจากกลุ่มให้อีทึกนึกเสียใจที่พลั้งปากทำร้ายน้องไปด้วยแรงอารมณ์ หากเพียงไม่นานเลย ความแข็งกร้าวก็เข้าห่อหุ้มเป็นเกราะกำบังคนตัวสูงอีกครั้ง...แกร่งกว่าเก่า กร้าวกว่าเดิมมากมายหลายเท่า

เรียวปากหยักกระตุกเป็นรอยยิ้มร้าย คยูฮยอนเงยหน้าขึ้นสบตาพี่ชาย ตอบชัดถ้อยชัดคำว่า

ก็ดีแล้วนี่ครับ ในเมื่อผมก็ไม่ได้อยู่ด้วยมาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้น... ถ้าผมมาไกลได้แค่นี้ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปได้ไกลกว่านี้...ไปได้ไกลกว่าผมเช่นกัน” 

...........................

น้องคนเล็กสุดของวงเดินผ่านไปขึ้นบันไดจากไปแล้ว แต่ผู้เป็นพี่ยังไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้แม้แต่คำเดียว ลำคอตีบตันแห้งผาก

จริงอยู่

ความฝันที่พูดออกไปนั้นมันมีอยู่จริงก็แค่เฉพาะในความคิดของหัวหน้าวงเท่านั้นแหละ ไม่เกี่ยวกับคนอื่น เขาอ้างไปอย่างนั้นเองเมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าซูเปอร์จูเนียร์ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยจุดประสงค์อะไร

แต่ว่า...แต่ว่า

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...ไอ้ประโยคสุดท้ายนี่มัน

ไม่ว่าจะพูดออกมาเพราะประชดประชัน หรือเป็นความคิดในส่วนลึกของเด็กคนนั้น เขาก็ทำใจยอมรับมันไม่ได้อยู่นั่นเอง พูดถึงขนาดนี้มันเกินไป เกินไปจริงๆ

ความเครียดที่สั่งสมมาตั้งแต่เช้าทำให้หัวสมองซึ่งเคยฉับไวมึนตื้อลงอย่างประหลาด รู้เพียงแต่ว่าตัวเองทะเลาะกับน้องไปอีกคนแล้ว ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจจะพูดกันด้วยดีแท้ๆ

ฝ่ามือเรียวยกขึ้นลูบใบหน้าของตัวเอง...เหนื่อยและอ่อนล้า

ธรรมดาอีทึกมั่นใจว่าเขาควบคุมตัวเองได้ดี ไม่มีทางที่คำพูดรุนแรงจะหลุดออกมาจากปากเขาโดยเฉพาะในยามที่ต้องต่อบทสนทนากับผู้มีศักดิ์เป็นน้องทว่าวันนี้ทั้งเขาทั้งคยูฮยอนก็อารมณ์ไม่ปกติด้วยกันทั้งนั้น

เหอะ แรงกับแรงมาเจอกัน ถ้าผลลัพธ์ที่ออกมามันไม่ใช่แรงยกกำลังสองแล้วจะให้เป็นอะไรล่ะ... ?

หัวทุยสีน้ำตาลสะบัดไปมาจนปลายเส้นผมพลิ้วกระจาย

ไม่ไหว เหนื่อยเหลือเกิน นี่มันวันบ้าอะไรกันวะเนี่ย ทำไมทุกอย่างมันถึงได้เลวร้ายแบบนี้ อีทึกไม่อยากได้วันหยุดแล้ว ขอแค่ให้วันนี้ อีกไม่ถึงสิบชั่วโมงที่เหลือนี่จบลงด้วยดีก็พอ 

 

 

ร่างค่อนข้างเล็ก นอนเอกเขนกอ่านหนังสืออยู่บนเตียงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยทันทีที่ได้ยินเสียงกุกกักจากประตู เมื่อเห็นว่าผู้เดินโซเซเข้ามาคือสมาชิกคนสุดท้ายซึ่งพี่ใหญ่หัวหน้าวงแตกตื่นตามหาตั้งแต่ช่วงเช้า แต่กลับมาอีกทีเมื่อเข็มนาฬิกาชี้ที่เลขสี่โมงตรงแถมยังมาในสภาพที่ดูไม่ได้ผิดกับภาพลักษณ์คุณชายคนเล็กเหมือนอย่างเคยก็ย่นจมูก ทำสีหน้ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด

มาทางไหนก็ไสหัวกลับไปทางนั้นเลยนะ สภาพทุเรศแบบนี้ฉันไม่ต้อนรับเข้าห้อง โสโครกสิ้นดี” 

ใบหน้ารูปสลักตึงขึ้นทันควัน นัยน์ตาวาวกร้าวขึ้นมาใหม่

เสียใจด้วยที่ทำตามคำขอร้องของนายไม่ได้ แต่ถ้าเหลือทนจริงๆก็เชิญไสหัวออกไปเองเลยสิ เพราะยังไงฉันก็ไม่คิดจะห้ามอยู่แล้ว ออกจะยินดีเสียด้วยซ้ำที่กำจัดขยะชิ้นโตที่มันรกหูรกตาออกไปให้พ้นๆได้เสียที

คยูฮยอน!!!” 

ลืมไปหรือเปล่าว่านี่ก็ห้องฉัน ห้องคิบอมเหมือนกัน หรือหลงคิดว่าตัวเองเป็นคุณชายตกยากผู้สูงศักดิ์ ต้องมาอดทนอยู่ร่วมกับคนงานชั้นกรรมกรเหมือนในนิยายเน่าๆที่นายชอบอ่านนักอ่านหนานั่น หืม คิมรยออุก

กับคนแบบนี้...ไม่จำเป็นต้องเรียกพี่นำหน้าให้ระคายปาก

คยูฮยอน!!!” ใบหน้าเล็กซับสีแดงซ่าน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกำลังโกรธหรือว่าอับอายกันแน่

พูดเป็นอยู่คำเดียวเหรอ เรียกซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้ เหอะ ดูหน้าแล้วคิดไม่ถึงเลยนะเนี่ย...ว่าจะโง่

พูดจบร่างโปร่งก็เดินลอยชายเข้ามาอย่างสบายๆ ยกยิ้มยั่วโดยไม่เกรงกลัวต่อสายตากินเลือดเนื้อของพี่ชายไม่ถึงปี แกล้งเฉี่ยวไปทางเตียงนอนสุดสะอาดของหนุ่มเสียงแหลม ปัดชายเสื้อให้โดนผ้าปูเตียงเล็กน้อย

อ๊ะ โทษทีว่ะ ไม่ได้ตั้งใจ พอดีมองไม่เห็นเมื่อผนวกเข้ากับรอยยิ้มที่มุมปากด้วยแล้ว

เท่านั้นแหละ...ระเบิดลง

ผู้เสียหายวางหนังสือในมือฉับ ยันตัวขึ้นทันที ดวงตาเรียวแปรเปลี่ยนจากที่ถลึงโรจน์เป็นหรี่มองเหยียด ไม่ใช่แค่ใบหน้าหล่อกวนของน้องชายแต่ไล่สายตากวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า

เขาชักจะโกรธขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว

พ่อแม่นายไม่เคยสั่งสอนเรื่องสมบัติผู้ดีหรือไง เอ...คงไม่ใช่ว่าพ่อแม่ไม่ได้สั่งสอนสินะ ถ้าจะพูดให้ถูกคือไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอนต่างหาก ถึงได้โตขึ้นมาเป็นเด็กเหลือขอแบบนี้” 

คนตัวเล็กกว่าพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ออกจะร้อนนิดๆตามลักษณะอารมณ์ที่ไม่คงที่ด้วยซ้ำ แต่กับคนฟัง...มันราวกับว่ามีใครสาดน้ำเย็นจัดใส่หน้าอย่างแรง

“นาย...”

ไม่ต้องพยายามแสดงส่วนที่ พร่องของนายออกมาให้มากถึงขนาดนี้คนอื่นเขาก็รู้กันอยู่ดีนั่นแหละคยูฮยอน...ว่านายน่ะ...มีปัญหา...อย่าทำให้ใครเขาต้องสมเพชเวทนานายมากไปกว่านี้เลย

รยออุก

ทำไม รยออุกย้อนบ้าง อยู่กันมาตั้งปีแล้วยังจำชื่อฉันไม่ได้จนต้องทบทวนซ้ำหรือไง ไหนเมื่อกี้ยังพูดจาอวดเก่งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้ไอ้ความฉลาดนั่นมันหายไปไหนหมดซะแล้วล่ะ

หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!!”

ยอมรับความจริงไม่ได้ใช่ไหมถึงต้องทำเป็นขึ้นเสียงกลบเกลื่อนน่ะ... เด็กน้อยที่น่าสงสาร หรือต้องเรียกว่าเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่น่าจะถูกกว่า

แก...” เสียงนั้นครางเข้มเหมือนสัตว์ป่าที่โดนทำร้าย

ว่าไง โจคยูฮยอน

กรามถูกขบจนขึ้นเป็นสันนูน มือใหญ่กำแน่นก่อนจะผลุนผลันออกไปจากห้องโดยไม่มีเหลียวหลัง ขัดจากความคิดที่จะยั่วโมโหคนเป็นพี่แต่เดิมทีทว่าสมความต้องการของคนที่อยู่มาแต่ต้น

เด็กโง่  โง่แล้วกร่างอวดฉลาดอีกต่างหาก โดนจี้จุดเข้าไปหน่อยก็วิ่งหางจุกตูดแล้วยังมาทำอวดเก่ง

ดวงตาเรียวหรี่ลงเมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อร้ายของมังเนแห่งเอสเจ

เกลียดมันจริงๆ ไอ้เด็กนรก ผีห่าซาตานที่ไหนกันนะที่ส่งมันมาเกิดเป็นมารชีวิตรยออุกไม่สิ้นสุดแบบนี้ ซูเปอร์จูเนียร์มีตั้งสิบสองคนก็ว่าแย่แล้ว พอเพิ่มไอ้ตัวฉิบหายนี่มาเลยยิ่งแย่หนักเข้าไปอีก ทำไมเขาถึงซวยต้องมาติดอยู่ในวงทุเรศๆอย่างนี้ด้วย สมาชิกก็สุดแสนจะงี่เง่า ดีแต่เสแสร้งเล่นบ้าบอต่อหน้ากล้องไปวันๆทั้งที่ความสามารถไม่เห็นจะมี 

โดยเฉพาะมัน...คิดว่าเสียงดีกว่าใครเพื่อนแล้วจะทำเป็นหยิ่งยโสไม่เห็นหัวคนอื่น คิดว่าจะข่มคนอย่างเขาได้งั้นเหรอ บอกได้เลยว่า ไม่-มี-ทาง คนที่ทำอะไรกับเขาเอาไว้ มันต้องได้สิ่งนั้นคืนกลับไปมากกว่าเป็นสิบเป็นร้อยเท่า คอยดูเถอะ ซักวันรยออุกจะต้องทำให้เด็กเวรนี่กระเด็นออกไปจากวง ออกไปจากวงการนี้อย่างไม่มีวันกลับ

ดวงหน้าที่เคยน่ารักสดใสตามแบบฉบับน้องน้อยของวงบึ้งตึง ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างหมายมาด

ใครจะรู้

โจคยูฮยอนที่แสนเย็นชา แกร่งกล้าและไม่เคยเกรงกลัวหรือเกรงใจใครหน้าไหนในวง กับคิมรยออุกผู้ซึ่งดูเงียบขรึม ไม่มีปากเสียงใดๆสำหรับพี่ๆ

คนหลังร้ายกาจกว่าอย่างที่ไม่ว่าใครก็เทียบไม่ติด

เกลียด

รยออุกเกลียดโจคยูฮยอนจริงๆ

 

 

เกลียด

ถ้านายยังเป็นแบบนี้อีกก็จะไม่มีใครเอานายแล้ว คยูฮยอน เลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาซะที รู้ไหมว่าพี่อายเขาแค่ไหนตอนที่ต้องโทรไปบอกพี่อีทึกว่านายนอนหมดสภาพเหมือนหมาอยู่ที่บ้านน่ะ

เกลียดมัน...

ก็เดือดร้อนกันไปหมดทุกคนนั่นแหละ นายน่ะโตแล้วนะคยูฮยอน รู้จักการใช้เหตุผลซะบ้าง อย่าเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่สิ อย่างน้อยถ้าไม่รักตัวเองแล้วก็ขอให้ใส่ใจคนรอบข้างบ้าง ว่านายมีปัญหาขึ้นมา มันจะโยงมาถึงชื่อเสียงของวง แล้วสมาชิกคนอื่นๆล่ะ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ต้องมาพลอยเสียชื่อเสียงไปกับนายด้วย ถ้าเรื่องมันหนักหนาจนถึงขนาดที่วงเราโดนยุบขึ้นมาจริงๆ นายจะรับผิดชอบยังไง

เกลียดทุกคน

พ่อแม่นายไม่เคยสั่งสอนเรื่องสมบัติผู้ดีหรือไง เอ...คงไม่ใช่ว่าพ่อแม่ไม่ได้สั่งสอนสินะ ถ้าจะพูดให้ถูกคือไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอนต่างหาก ถึงได้โตขึ้นมาเป็นเด็กเหลือขอแบบนี้

เขาเกลียดที่สุด !!!!

ซ่า !!!

มือใหญ่วักน้ำขึ้นกระทบใบหน้าเต็มแรงจนเหมือนเอาน้ำตบหน้า ขับไล่เสียงน่ารังเกียจให้พ้นไปจากหู คยูฮยอนวักน้ำขึ้นอีกนับครั้งไม่ถ้วนเรียกได้ว่าเปียกไปทั้งศีรษะ ดวงหน้าซีดค่อยเริ่มมีสีสันขึ้นบ้าง

เมื่อเงยหน้าขึ้นมองกระจกบานใหญ่ตรงหน้า เด็กหนุ่มที่กำลังจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัวกำลังมองตอบกลับมา เรือนร่างโปร่งเพรียวซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตตัวยับย่น ใบหน้าหล่อจัดขาวซีดหากดวงตาแดงก่ำเห็นเป็นเส้นเลือด ภายในแววตา คือความเจ็บช้ำแสนสาหัสอย่างที่ยากจะหาคนมาเข้าใจ

โถ น่าสงสาร ขาดพ่อขาดแม่แล้วเลยกลายเป็นเด็กเก็บกดไป ต้องดูแลดีๆนะคะ หรือจะให้ช่วยก็ได้

ไม่ต้องเป็นห่วงนะคยูฮยอน ทรัพย์สินทั้งหมดเดี๋ยวอาจัดการเอง

อยากเป็นนักร้องก็เป็นไปเถอะ เรื่องเงินๆทองๆเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เดี๋ยวก็มีคนจัดการให้เอง

เอาเงินฟาดหัวคนอื่นแบบนี้คิดว่าดีแล้วหรือไง คนอื่นเขาก็มองนายเป็นแค่ไอ้เด็กกำพร้านิสัยเสียเท่านั้นแหละ

หยุดซักที !!

โว้ยยยยยยยยย” 

แรงน้ำจากฝ่ามือที่สะบัดกระจายทำให้คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่เปียกโชกด้วยรับละอองสีใสไปเต็มๆ พร้อมกับที่สะดุ้งตกใจในน้ำเสียง

ซองมินยืนค้างอยู่ตรงกรอบประตู เหลือบมองคนที่ยืนอยู่หน้ากระจกน้อยๆด้วยหางตา จากนั้นจึงยกแขนเสื้อสีชมพูขึ้นปาดคราบน้ำบนใบหน้าโดยไม่พูดอะไร ในใจนึกรำคาญความเจ้าอารมณ์เอาแต่ใจของอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก

เด็กน่าเบื่อ...ก่อเรื่องไม่รู้จักจบจักสิ้น แล้วยังมีหน้ามาทำให้ซองมินต้องเปียกอีก นี่ถ้าพี่อีทึกไม่ไหว้วานให้เขาเอายาแก้เมาแก้ปวดหัวมาให้มันกินกันล้มตึงกลางรายการที่จะอัดเทปในวันพรุ่งนี้ จ้างซองมินก็ไม่คิดจะเฉียดเข้าไปใกล้ร่างถึกๆนั่นหรอก

ไม่รู้พี่อีทึกจะห่วงไปทำไม...มันทำตัวของมันเองแท้ๆ

ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตาม ความคิดของซองมินก็ไม่ได้จำกัดวงอยู่แต่เฉพาะในสมองเท่านั้น หากแสดงผ่านออกมาทางสีหน้าแววตาจนกระทั่งผู้ถูกนินทารับรู้ได้ถนัดใจ ยิ่งเมื่อผู้มาใหม่เป็นพี่ชายคนที่เขาไม่ได้เคารพนับถือมาตั้งแต่ต้น อารมณ์ต่อต้านจึงบังเกิดขึ้นอีกครั้ง    

มีอะไร ไม่เห็นหรือไงว่าฉันใช้ห้องน้ำอยู่คนแบบอีซองมิน...คยูฮยอนก็ไม่คิดจะเรียกพี่เช่นกัน

เห็น

แล้วเข้ามาทำไม ไม่มีมารยาท

วะ ไอ้เด็กนี่

คนเป็นพี่ชักจะหงุดหงิดตาม จากที่คิดจะนำยาสองเม็ดไปมอบให้ถึงมือดีๆแล้วค่อยล่าถอยก็ชักเท้ากลับ เปลี่ยนใจยืนปักหลักอยู่กับที่...อย่ากงอย่ากินมันเลย ไอ้ยาเนี่ย อย่างมันคงไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก ปากยังดีขนาดนี้

ฉันก็ไม่ได้อยากจะมานักหรอก” 

ก็ออกไปซะสิลมหายใจกระต่ายสีชมพูเริ่มสูดแรงขึ้น ฉุนกึก อีซองมินเกลียดคนไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่

พี่อีทึกให้ฉันเอายามาให้นายกินกันตายคำสุดท้ายเน้นเสียงหนัก แล้วจึงยักไหล่ แต่ดูท่านายคงไม่ต้องการมันแล้ว อยากตายนักก็ตามใจ

ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ผิดกับฟักทองน้อยผู้อ่อนโยน ซองมินปายาในมือใส่หน้าหล่อๆเต็มๆ เจ้าเม็ดกลมรีทั้งสองกระทบผิวเนื้อขาวก่อนที่จะกลิ้งหลุนๆลงไปวางแทบเท้าโจคยูฮยอน โดยที่เจ้าของคนใหม่มือไวคว้าไว้ได้เพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น เม็ดที่เหลือเมื่อตกสู่พื้นกระเบื้องเปียก เพียงไม่กี่วินาที จากที่เคยเป็นเม็ดแข็งก็หลอมละลายเปื่อยยุ่ย ไม่เป็นรูปทรงอีกต่อไป 

รอยยิ้มสาสมใจฉายชัดบนใบหน้าน่ารัก

สมน้ำหน้า อยากกินนักก็ก้มลงกินกับพื้นไปเองแล้วกัน

อีซองมินมัวแต่หลงระเริงกับชัยชนะเล็กๆน้อยๆจนลืมนึกไปว่าโทสะของน้องคนเล็กแห่งซูเปอร์จูเนียร์นั้นร้ายกาจเพียงใด โดยปราศจากเสียงโวยวาย ร่างสูงสง่าหรุบตาลงมองเม็ดยาเม็ดน้อยในมือนิ่ง กำแน่น แล้วคลายออกเปลี่ยนเป็นเดาะเล่นไปมาในมือ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มร้ายเพียงชั่วกะพริบตา ประตูห้องน้ำก็ถูกดึงปิดตามด้วยเสียงกดล็อครวดเร็ว

คนที่เพิ่งดีใจตาเหลือก

เฮ้ยย ไอ้...

พี่รู้อะไรไหมครับคยูฮยอนเอ่ยเสียงนุ่มเกินปกติแถมมีสรรพนามสุภาพเรียบร้อย โน้มดวงหน้าลงมาจนชิดแก้มใส 

ญาติกันรึก็เปล่า คนรู้ใจมันก็ยิ่งไม่ใช่แล้วซองมินจะรู้ไปกับมันมั้ยล่ะเนี่ย!

คนสูงวัยกว่ากลืนน้ำลายฝืดคอเมื่อพบว่าหลังจากเสียสมาธิไปเพียงชั่วครู่ ตัวเองก็ถูกดันติดแหง็กอยู่กับประตูไม้บานโตซะแล้ว กำแพงอีกด้านคือรุ่นน้องหน้าโฉดที่เท้าแขนคร่อมร่างเขาไว้โดยไม่ให้โอกาสเขาได้ตั้งตัว ปากเล็กขบเข้าหากัน ในใจเริ่มคิดหาทางเอาตัวรอด  ซวยซ้ำซ้อนภายในวันเดียว  ทำไมถึงได้โชคร้ายแบบนี้นะเขา

มันจะคุ้มไหมนะกับความสะใจชั่ววูบที่ทำไปกับอะไรก็ไม่รู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยน้ำมือของรุ่นน้องที่ไม่เคยนับเขาเป็นพี่คนนี้

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ปล่อยเขาซะทีสิโว้ยไอ้เด็กเปรต มันจะใกล้เกินไปแล้ว

คยูฮยอนไม่สนใจท่าทางยุกยิกนั้น กล่าวต่อเสียงนุ่ม

ผมน่ะ เกลียดการกินยาเม็ดเป็นที่สุดเลยซองมินชะงัก...มันจะมาไม้ไหน ปากบางกระชากเสียงกลับ

เกลียดก็ไม่ต้องกิน ตกพื้นไปแล้วนั่นไง นายยังจะเก็บมากินอีกเรอะ ปล่อยฉัน” 

แทนคำตอบ ร่างสูงสมส่วนที่ซองมินเคยอิจฉาเบียดกายเข้ามาชิดร่างกลมยิ่งขึ้น ใกล้...จนความเปียกชื้นจากเสื้อผ้ายับๆของคยูฮยอนส่งผ่านมาที่เสื้อของอีซองมิน เสื้อยืดสีชมพูชุ่มน้ำขึ้นทันใด และที่สำคัญไอร้อนจากเรือนกายแข็งแกร่งนั้นล้อมอยู่รอบตัวเขาเช่นกัน ดวงหน้าขาวของผู้ถูกกระทำเริ่มขึ้นสีระเรื่อ

แต่ก็ยังเหลือตั้งเม็ดนึงนี่ครับเสียงทุ้มนุ่มอ้อยอิ่ง แล้วพี่อีทึกก็อุตส่าห์ให้พี่เอามาให้ผมเชียวนะ จะทิ้งก็น่าเสียดาย”     

ถ้าอย่างนั้นนายก็กินมันเข้าไปสิ จะมาบอกฉันเพื่อ...ฉันคงช่วยนายกินได้หรอกซองมินยังไม่ละความพยายามในการสะบัดตัวให้หลุดจากกำแพงมนุษย์ที่ทั้งหนาทั้งแข็งอย่าบอกใคร หนา...จนทุบเท่าไหร่ก็ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย

ไอ้หน้าด้าน 

ด้วยความสูงที่แตกต่าง ซองมินจึงต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อเผชิญกับใบหน้าใบหน้าหล่อจัดแทนที่จะเห็นได้เพียงปลายคางเหมือนยามปกติ ดวงตาดำสนิทระยิบระยับรออยู่แล้ว ดำราวกับหลุมลึกที่จะดูดซองมินเข้าไป คยูฮยอนแสยะรอยยิ้มกว้างเมื่อเหยื่อเดินเข้าสู่กับดัก ตาคมมองเรียวปากอิ่มหมายมาด

นั่นแหละครับ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว พี่ก็ช่วยชิมให้ผมหน่อยละกันนะครับ กินด้วยกันมันคงจะอร่อยดีซองมินเบิกตากว้าง รับรู้รางๆถึงสิ่งที่น้องชายนอกสายเลือดกำลังจะทำ...โดยที่เขาไม่สามารถจะขัดขืนได้เลย

เฮ้ย...อยะ...อุ๊บ...อื้อไม่ทันเสียแล้ว

แรงบีบที่กรามจากปลายนิ้วแกร่งส่งให้ปากซองมินต้องอ้าออกอย่างไม่เต็มใจ ยาเม็ดขมจัดถูกส่งเข้ามาหลังจากนั้น. ตามด้วยริมฝีปากกระด้างที่ฉกลงมารุนแรงจนเจ็บระบม มือที่ประคองอยู่ตรงท้ายทอยทำให้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ดังใจนึก คนชอบฟักทองหลับตาแน่นเมื่อรู้สึกถึงปลายลิ้นอุ่นที่กวาดเข้ามาในช่องปาก รสสัมผัสแปลกประหลาดผนวกกับความขมจัดจนลิ้นเฝื่อนจากเม็ดยาที่เริ่มละลายพาความอึดอัดเหมือนจะหายใจไม่ออก

โจคยูฮยอนกำลังจูบเขาทางอ้อมชัดๆ

ความฉุนโกรธแล่นวาบขึ้นเมื่อตระหนักว่าผู้มีศักดิ์เป็นน้องชายได้ล่วงล้ำในศักดิ์ศรีของเขามากเกินที่จะทานทน แม้จะเป็นเวลาไม่ถึงห้าวินาทีที่เม็ดยาถูกส่งเข้ามาก่อนที่เรียวลิ้นกระด้างจะกวาดมันกลับไปที่ปากของตนเอง แต่สำหรับอีซองมินแล้ว...มันนานราวชั่วกัปชั่วกัลป์ 

ไอ้เด็กเวร ฉันเกลียดแก!!

ทันทีที่ใบหน้าหล่อละจากผิวหน้าอ่อนนุ่ม หมัดหนักๆไม่เข้ากับหน้าตาก็แล่นปราดไปตอบแทนที่กลางโหนกแก้มสากระคาย คยูฮยอนเซผงะ นิ่วหน้าเจ็บ ขณะที่ซองมินหน้าแดง หูแดง ยืนหอบหนักทั้งด้วยความโกรธและความอาย  

ระยำ !!!นับเป็นครั้งแรกที่คนสุภาพอย่างสมาชิกคนที่เจ็ดของวงเอ่ยคำทำนองนี้ออกมา    

แกทำแบบนี้เท่ากับแกไม่ให้เกียรติฉันที่เป็นพี่แกเลยแม้แต่น้อย ภายในวันนี้ อย่าเอาหน้าชั่วๆของแกมาเสนอให้ฉันเห็นอีกเป็นครั้งที่สองนะโจคยูฮยอน ไม่อย่างนั้น เจอแกอีกทีเมื่อไหร่ ฉันซัดไม่เลี้ยงแน่ ไอ้เด็กรกโลก

ตาสบตา ดวงตาดำที่เคยใสแป๋วแหววแข็งกร้าวจนน่ากลัว ก่อนที่ซองมินจะเป็นฝ่ายหลบ ร่างอวบขาวหมุนตัวกลับกระชากบานประตูเปิด แล้วยกเท้าดันปิดดังปังใหญ่ บุคลิกที่เปลี่ยนไปแสดงถึงอารมณ์ภายในอันผิดปกติของตัวเองเต็มที่

โจคยูฮยอน...งูเห่าชัดๆ พิษร้ายไม่สิ้นสุด

ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ...เขาไม่น่าใจอ่อนยอมพี่อีทึกเลย

 

เบื้องหลัง ตัวต้นเหตุยืนนิ่ง ริมฝีปากกระตุกรอยยิ้มบางขณะที่ยกมือขึ้นลูบแผ่วเบาแม้จะขมจัดด้วยรสยาหากก็สัมผัสได้ชัดถึงรสหวานแปร่งปร่าจากริมฝีปากของอีกคนที่ยังตกค้างอยู่ คยูฮยอนตาวาว อย่างน้อยเขาก็ได้ระบายอารมณ์สมใจแถมยังได้เห็นรุ่นพี่ซองมินที่น่ารักฟิวส์ขาดกระจุยเพราะเขาคนนี้

เหอะ ตอนแรกนึกว่าเป็นไอ้พวกเด็กติ๋มที่บังเอิญได้เข้ามาเป็นนักร้องความจริงแล้วก็แรงไม่ใช่เล่นนี่นา แถมยัง ต่อยแบบผู้ชายซะด้วย ไม่ใช่ ตบ อย่างที่เขาเคยคิดเอาเองว่าร่างเล็กหากอายุมากกว่าถึงสองปีนี้จะทำ

                หน่วยตาดำคมฉายร่องรอยรำลึก

ก็เหมือนคิมรยออุกนั่นแหละ อีซองมินไม่ใช่คนอ่อนปวกเปียกน่ารำคาญอย่างที่แสดงออกมาภายนอกเลยแม้แต่น้อย

เห็นที...คยูฮยอนคงต้องเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับรุ่นพี่ร่วมวงคนนี้ใหม่เสียแล้ว 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #973 weerapat (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 14:02
    สมฉายา หมาป่าคยูฮยอน
    #973
    0