[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 44 : Problem Child 02 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    3 ม.ค. 59

Problem Child 02

 

 

 

 

 

ซองมินกำชายเสื้อสีชมพูของตนแน่น ปากเล็กๆเม้มจนแทบจะหายเข้าไปกับแก้มกลมเมื่อบังเอิญรับรู้ถึงบทสนทนาที่ไม่ควรจะได้ยิน

เขากะจะลงมาหาขนมกินแก้หิวแต่ดันสวนกับพี่เยซองที่เดินทำหน้าตาไร้อารมณ์กลับขึ้นห้องนอนไปเสียอย่างนั้น ถึงจะไม่ฉลาดปราดเปรื่องมากนักเมื่อเทียบกับคนอื่นในวงแต่ซองมินก็ฟันธงได้เลยว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกแล้วแน่ๆ   

สองจิตสองใจ  คนตัวเล็กชั่งน้ำหนักระหว่างการปิดหูปิดตาไปที่ห้องครัว หาสิ่งที่ต้องการแล้วกลับขึ้นห้องไปซะ กับการอยู่รอฟังว่าการพูดคุยครั้งนี้จะจบลงเช่นไรแต่เสี่ยงกับการถูกจับได้ และบทลงโทษคงจะไม่ดีต่อตัวกระต่ายน้อยเองแน่                                              

ในที่สุด ตาชั่งอันซื่อตรงมันก็เอียงกะเท่เร่ เทน้ำหนักและชัยชนะไปให้กับความคิดที่สองอย่างรวดเร็วจนเขาไม่มีทางแย้ง        

เอาก็เอาวะ !!

ซองมินแนบตัวกับผนังข้างๆบานประตู หลับตา...เอียงหูรับคำพูดของพี่ชายเต็มที่ โชคร้ายที่ประสาทและสมาธิทั้งหมดของเจ้าของเสื้อสีชมพูถูกใช้ไปกับการรับบทสนทนาที่ขาดตอนจนไม่อาจระบุได้ว่าจบหรือยังในห้อง ซองมินจึงไม่ทันได้สังเกตเลยว่าเสียงของพี่ชายทั้งสองเงียบหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกที เงาดำสูงใหญ่ก็ทาบทับมาที่ตัวของเขาจนมิดเสียแล้ว

พี่คังอิน!!!

กระต่ายน้อยมองรอยยิ้มน่าขนลุกของพี่ชายคนที่เขาเกรงกลัวมากที่สุดแล้วกลืนน้ำลายฝืดคอ มือไม้เย็นเฉียบ

งานเข้าแล้วไง อีซองมิน

ว่าไง

พะ พี่...  

ไม่มีอะไรทำแล้วเหรอถึงได้มาเที่ยวแอบฟังเรื่องของชาวบ้านเขาน่ะ

ผมเปล่านะครับพะ...  

อ้อเหรอ... คังอินไม่ยอมหยุดฟังจนจบประโยค

แล้วหมาตัวไหนมันยืนอยู่ตรงหน้าฉันนี่!!!

เสียงที่พยายามจะท้วงถูกกลืนกลับลงไปในลำคอทันที คำแก้ตัวมลายหายไปกับคำตะคอกเสียงกร้าว แรงตบที่ฝาผนังไม่เบาเลยตามมาพร้อมคำพูด

ซองมินสะดุ้งเฮือก ถอยตัวเข้าเบียดกับวอลเปเปอร์สีขาวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ร่างหนาก็ตามคุกคามไม่หยุดยั้ง คังอินก้มหน้าลงจนเกือบชิดน้องชาย ประสานสายตาดุร้ายเข้ากับสายตาหวาดหวั่น

อย่าแส่ให้มันมากนัก อีซองมิน คิดว่าเป็นน้องในวงแล้วฉันจะเล่นงานนายไม่ได้รึไง   

ผม...

เสียงสั่นถูกกลืนกลับลงไปที่เดิมอีกครั้งเมื่อมือใหญ่ตบย้ำเข้ากับฝาผนัง

เฉียดหัวซองมินยิ่งกว่าเดิม คราวนี้เสียงกระซิบย้ายไปที่ริมหู

ฉันไม่ชอบให้มีคนมายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของฉัน  

...............................

จำใส่หัวเอาไว้ให้ดีอีซองมิน หยุดนิสัยสอดรู้สอดเห็นของนายซะ ถ้ามีคราวหน้าอีกล่ะก็...จองซูก็ช่วยอะไรนายไม่ได้หรอกนะ

คังอินปรายตามองเหมือนจะย้ำ ตบแก้มขาวเบาๆสองสามครั้งก่อนที่จะเคลื่อนตัวออกห่างทิ้งร่างที่สั่นสะท้านจนแทบทรุดไว้ตรงนั้น

เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นพร้อมๆกับใบหน้าที่ซีดขาว ความหวาดกลัวพุ่งเข้าจับหัวใจ ซองมินรู้ดี คนอย่างคังอินไม่เคยพูดเล่นและเขาคนนั้นก็มีขีดความสามารถที่จะทำอย่างที่พูดได้จริงๆไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

ไม่คุ้มเลย ไม่คุ้มเลยซักนิดเดียว

นิ่งไปอีกพักใหญ่ กระต่ายน้อยก็พยายามระงับอาการมือไม้สั่นเทาจากการข่มขู่เมื่อครู่ ปรับลมหายใจให้เป็นปกติแล้วค่อยๆโผล่หน้าเข้าไปหาอีกคนที่เหลืออยู่ในห้อง  ในใจแอบนึกห่วง...พี่อีทึกจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

ว่ายังไงซองมิน โดนยอง...คังอินว่าอะไรบ้างหรือเปล่า หืม?

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า พี่ชายหน้าสวยละสายตาจากเศษแก้วในมือขึ้นมามองเขา ฝืนเปิดรอยยิ้มที่ปรุงแต่งให้สดใสแต่ซองมินก็ดูออกว่ามันช่างแห้งแล้งเหลือเกิน กระต่ายนักดักฟังก้มหน้า รู้สึกผิดจนไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้ ได้แต่ยืนมองเท้าตัวเองอยู่หน้าประตู ปากพูดอุบอิบ

ผมขอโทษครับที่แอบฟัง ตอนแรกผมจะลงมาเอาขนมแต่มันดันได้ยินเข้าก็เลย...   

พี่ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรซักคำนี่นา

อีทึกพูดดัก หยิบไม้กวาดอันเล็กข้างตัวกับที่โกยทั้งๆที่ยังมีเศษแก้วชิ้นใหญ่อยู่ในมือด้วยท่าทางทุลักทุเลจนซองมินอดที่จะเข้าไปช่วยไม่ได้ คนชอบฟักทองเป็นชีวิตจิตใจเคลื่อนตัวเข้าไปคว้าไม้กวาดกับที่โกยนั้นมากวาดเศษเล็กเศษน้อยไปเสียเอง  

พี่เก็บเฉพาะชิ้นใหญ่ๆเถอะ ระวังบาดมือด้วย ไอ้พวกเศษๆนี่เดี๋ยวผมจัดการเอง

อืม   

สองคนต่างวัยช่วยกันลงมือเก็บเศษซากที่สมาชิกในวงทำไว้อย่างเงียบๆ ไม่มีคำพูดใดระหว่างพี่ชายน้องชายอีก เมื่ออีทึกไม่เริ่ม ซองมินก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไรเหมือนกัน  ได้แต่ก้มหน้าเช็ดน้ำที่เจิ่งนองกับพื้นด้วยทิชชู่ไปจนสะอาด

คราบที่ซึมลงไปแล้วนี่ทำยังไงก็ไม่น่าจะหาย ต้องรอเปลี่ยนพรมใหม่อย่างเดียวล่ะมั้ง

เหลือบมองไปยังผู้เป็นลีดเดอร์ เขาเห็นอีทึกค่อยๆหยิบเอาเศษรูปถ่ายของพวกเขาขึ้นมาทีละชิ้นๆอย่างเบามือและทะนุถนอม มันยุ่ยจนมองไม่ออกแล้วล่ะว่าเป็นรูปอะไร แต่ซองมินก็ยังจำได้ดี มันเป็นรูปถ่ายตอนที่พวกเขาทั้งหมดไปถ่ายทำเอ็มวีที่ English Village

เอ็มวี U...ซิงเกิ้ลที่สองเปิดตัวน้องใหม่คนที่สิบสามของซูเปอร์จูเนียร์

เมื่อเอาของทั้งหมด รวมถึงเจ้ารูปกะรุ่งกะริ่งนั่นทิ้งลงถังขยะและเช็ดไม้เช็ดมือเรียบร้อยซองมินก็ลงนั่งจุมปุ๊กอยู่กับพื้น กอดหมอนใบโตขณะที่ร่างโปร่งอีกคนให้ความสนใจโซฟานุ่มกลางห้องมากกว่า

ด้วยความที่โซฟาเอสเจต้องหนาและนุ่มเป็นพิเศษเพื่อรองรับน้ำหนักของพี่อ้วนชินดงหรือพี่ที่เกือบจะอ้วนแบบคังอิน เมื่อคนไซส์ค่อนข้างเล็กอย่างอีทึกนั่งลงมันก็จมยวบหายไปแทบจะครึ่งตัว กระต่ายน้อยไถตัวกับหมอน เขยิบเข้าไปใกล้เจ้าที่นั่งอันยักษ์เมื่อผู้เป็นพี่กวักมือเรียก

ขอบใจมากนะที่ช่วยพี่เก็บ แล้วเมื่อกี้น่ะ คังอินพูดอะไรแรงๆหรือเปล่า

ขอบอกขอบใจเป็นพิธีแล้วก็วกกลับเข้าเรื่องเดิม เขากะจะออกไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้วถ้าไม่เห็นคังอินเดินหายไปเสียก่อน เมื่ออยู่กับน้องคนอื่นโดยที่ไม่มีเจ้าตัวอยู่ด้วยอีทึกมักจะแทนตัวหนุ่มร่างโตว่าคังอินเสมอ รู้ดีว่าน้องๆก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เรียกยองอุนเหมือนกัน แต่ไม่มีใครกล้าทำเป็นดื้อด้าน เพิกเฉยต่อคำสั่งนั้นมากเท่ากับเขา

เอาอีกแล้ว กระต่ายน้อยคราง คำถามนี้ร่างสีชมพูไม่รู้จะตอบยังไงดี สายตาของพี่อีทึกมันก็ชวนให้หนาวๆร้อนๆใช่เล่นหรอก เขาไม่อยากโกหกเลย แต่ว่าถ้าให้เลือกระหว่างพี่คังอินกับพี่อีทึก แน่นอนอยู่แล้วว่าซองมินจะต้องกลัวคนแรกมากกว่าเห็นๆ

มะ...ไม่หรอกครับ พี่เขาไม่ได้ว่าอะไร

อย่ามาโกหกพี่ ซองมิน

ผมเปล่านะ แก้ตัวด้วยคำเคยปากแล้วจึงเงียบ   

งั้น...ไอ้เสียงโครมๆจนผนังสะเทือนนั่นมันอะไรล่ะ เราเล่นกระโดดตบตอนเช้ากับพี่คังอินเขาหรือไง  

น้ำเสียงนั้นไม่ใช่แค่รู้ทันแต่ว่ามั่นใจเกินร้อย คนอย่างคังอิน ไม่มีหรอกที่จะทำเป็นนิ่งให้เรื่องมันเงียบไปเฉยๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง เด็กนั่นจะเกลียดที่สุดหากมีคนสนใจใคร่รู้ แล้วถึงขนาดแอบฟังแบบนี้ มีหรือคังอินจะทำไม่สนใจ

เอ่อ...ผม อาการอ้ำอึ้งยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับคนอายุมากกว่า

แหงเลย ซองมินโดนเจ้าหมีปากไม่ดี จิตใจเย็นชานั่นข่มขู่เอาแน่ๆ แต่ก็นั่นแหละ ขนาดเขาเป็นหัวหน้าวง เป็นพี่มันแท้ๆยองอุนยังพูดจาไม่รู้จักมารยาทใส่ซะ แล้วคนเป็นน้องอย่างซองมินจะเหลืออะไร  

อีทึกส่ายหัวอีกรอบ อาการเจ็บปวดจากคำพูดทำร้ายจิตใจของน้องชายเมื่อครู่ค่อยๆทุเลาลงอย่างรวดเร็วเมื่อมีเรื่องอื่นมาให้ใส่ใจมากกว่า ช่วยไม่ได้ ก็วงของเขาดันอวดเก่ง อยากมีสมาชิกมากเกินพิกัดขนาดนี้ เรื่องวุ่นๆมันก็ต้องมากตามเป็นธรรมดา แถมแต่ละคนก็ดีๆกันทั้งนั้น เรียกน้องบังเกิดเกล้ายังน้อยไป

เอาล่ะๆ ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด เอาเป็นว่าพี่พอจะเดาได้ละกัน

พี่ใหญ่ผู้ฉับไวในทุกสถานการณ์ตัดบทเมื่อเห็นฟักทองต้มหวานทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ไม่เลิก ร่างโปร่งพยายามยันตัวขึ้นจากเบาะยวบยาบอย่างลำบากเล็กน้อยพร้อมกับฉุดซองมินที่อยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นมาด้วย ปากก็ว่า 

เรื่องมันแล้วไปแล้วอย่าไปใส่ใจมันเลย ยิ่งนึกถึงยิ่งเครียดเปล่าๆ ไม่ต้องไปกลัวคังอินด้วย สนใจปัจจุบันดีกว่านะ เพราะพี่ชักเริ่มหิวแล้วล่ะ กี่โมงกันเนี่ย

หิวแล้วเหรอคระ...บ

โครก

............................

หน้าขาวแดงก่ำด้วยความอายรุ่นพี่ร่วมวง เพียงแค่อีทึกเปรย หน้าท้องของซองมินมันก็สั่นสะเทือนรับเป็นจังหวะทันที กระต่ายน้อยยิ้มแห้ง เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าจุดประสงค์แรกที่จะลงมาชั้นล่างนั้นคืออะไร อ้อนเสียงอ่อย

ผมก็หิว ตอนแรกกะจะลงมาเอาขนมเหมือนกัน

“’งั้นก็ไปซองมิน ผู้เป็นพี่ชวน ยกข้อมือเรียวร้อยรัดด้วยนาฬิกาเรือนสวยขึ้นมาเพ่งที่ตรงหน้าปัดกลม แล้วเบิกตาโต   

ตายชัก เก้าโมงสิบ ขึ้นไปตามคนอื่นๆลงมากินข้าวเช้าเถอะ ป่านนี้น่าจะตื่นแล้วก็หิวกันหมดแล้ว สายซะขนาดนี้ เดี๋ยวพี่ไปเอาตารางงานวันพรุ่งนี้ที่ห้องโน้นก่อนแล้วจะตามไป อ้อ อย่าแอบกินขนมก่อนข้าวล่ะ   

พี่อีทึกอะ ผมไม่ตะกละขนาดนั้นซะหน่อย เสียงใสคล้ายจะงอนงุ้งงิ้ง ไม่เชื่อใจผมเหรอ

อ่าเชื่อๆ เชื่อก็ได้ แล้วก็... คราวนี้เสียงนุ่มเงียบหายเหมือนไม่มั่นใจ

อะไรครับพี่ กระต่ายน้อยเอียงคอถาม

ถ้าเมื่อกี้ได้ยินอะไรมาก็ลืมๆซะให้หมดนะ ไม่ต้องไปพูดกับคนอื่นล่ะ พี่ไม่อยากให้เรื่องมันต่อไปไม่จบ

คะ...ครับ

“………………..........

ผมไม่พูดกับใครหรอกครับ เมื่อกี้ฟังแทบไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ ซองมินเสริมเมื่ออีทึกยังมีทีท่าไม่ค่อยมั่นใจ

ดีมาก  

ริมฝีปากบางแย้มเป็นรอยยิ้มสดใสให้คนเป็นน้องค่อยใจชื้น ถึงจะไม่เปล่งประกายเท่ากับเวลาปกติ แต่ก็ยังดีกว่าท่าทีฝืดฝืนเมื่อครู่มากนัก ร่างกลมขยับไปตามแรงดันจากมือหัวหน้าวงที่มือหนึ่งก็ผลักเขาไปทางแค่ขาตัวเองก็ขยับไปอีกทาง

เอ้า ไปได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่ได้กินข้าวกันพอดี ชิ ไอ้สองตัวนั่นไม่น่าหาเรื่องกันเลย เสียเวลาทำมาหากินหมด     

ซองมินยิ้มขำเมื่อได้ยินเสียงบ่นพึมพำตามหลังร่างโปร่งไปที่ห้องรับแขกหน้าบ้านราวกับเป็นเงา เด็กหนุ่มหันตัวกลับไปทางเดิม เดินแกมก้าวกระโดดขึ้นบันไดไปชั้นบน กะจะไล่เคาะเรียงห้องตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ดวงหน้าอ่อนเยาว์ยู่ลงเล็กน้อยเมื่อนึกขึ้นได้

อ้อ เขาต้องละพี่คังอินไว้คนนึงสินะ  

ไม่อย่างนั้นซองมินคงไม่ได้ออกมากินข้าวเช้ากับพี่ๆน้องๆคนอื่นแล้วล่ะ ดีไม่ดีอาจจะไม่เหลือชีวิตไว้เชยชมสีชมพูกับฟักทองแสนรักอีกเลยด้วยซ้ำ

 

 

ทั้งที่เป็นมื้ออาหารแรกของวันหยุดแรกในรอบเดือน แต่บรรยากาศกลับดูเงียบเหงาอย่างประหลาดเมื่อสมาชิกที่ควรจะอยู่กันอย่างพร้อมหน้าได้อันตรธานไปเสียห้า โต๊ะไม้สักอย่างดีซึ่งสามารถรองรับผู้บริโภคได้เกินโหลกลับเหลือเก้าอี้ที่ว่างถึงห้าตัว จากที่เคยคับแคบอึดอัดเลยแลดูกว้างขวางไปถนัดใจ

ฮันกยอง...ดงฮี...ซองมิน...ฮยอกแจ...ทงเฮ...ซีวอน...รยออุคแล้วก็จองซู  

เหลือกันแค่นี้เองหรือ...ให้ตาย หายไปตั้งห้าเชียวนะ

ปาร์คจองซูไล่นิ้วนับเมื่อสังเกตเห็นจำนวนหัวสมาชิกที่เบาบางผิดปกติโดยไม่ลืมนับตัวเองด้วย เสียดายข้าวชะมัด วันนี้อุตส่าห์หุงเยอะเป็นพิเศษด้วย เปลืองงบประมาณจริงๆ ว่าแต่ใครหายไปบ้างล่ะเนี่ย  

ผู้เป็นหัวหน้ารับผิดชอบถึงสิบสามชีวิตเอียงคอนึก    

เริ่มจากฮีชอล...หายออกไปตั้งแต่เช้า ไม่รู้ไปไหนแต่ก็ยังดีที่รู้ว่าออกไป

เยซองกับยองอุน...ทำหยิ่งปฏิเสธอาหารเช้ากันทั้งคู่หลังจากวางระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้เขาตามแก้ชนวน สงสัยจะยังอิ่มใจไม่หายกับเรื่องเมื่อกี้ ช่างมัน ไม่กินอีทึกก็ไม่ง้อ ถึกๆอย่างสองคนนั่นอดข้าวมื้อเดียวไม่ตายหรอก

คิบอม...ตามที่ซองมินรายงาน รายนี้บ้าท่องบทละครข้ามวันข้ามคืนไม่ยอมลงมา จะว่าไปแล้วก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่เลยว่าเจ้าน้องชายมันจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองเป็นนักร้อง ไม่ใช่นักแสดง  

แล้วก็รายสุดท้าย...คุณน้องสิบสาม อีทึกขมวดคิ้วฉับเมื่อไม่เห็นถึงเหตุผลที่เหมาะสมมากพอจะไม่ลงมาทานข้าวกับพี่ๆคนอื่น  

คยูฮยอนไปไหน ใครรู้บ้าง ถามขณะที่ส่งแฟ้มบางใสเวียนไปทั่วทั้งโต๊ะ...ตารางกิจกรรมของซูเปอร์จูเนียร์สำหรับวันพรุ่งนี้

..............................

เงียบสนิทตั้งแต่หัวโต๊ะยันท้ายโต๊ะ สมาชิกทั้งหลายมองหน้ากันไปมาแล้วยักไหล่ หันกันไปคนละทางหากคนถามยังรอคอยคำตอบอย่างอดทน

ก็เอาสิ นิ่งได้นิ่งไป เขาก็จะนิ่งรอเหมือนกัน

สุดท้ายหนุ่มเชื้อสายจีนเพียงคนเดียวก็ทนแรงกดดันไม่ได้ ตอบออกมาอย่างประหยัดถ้อยคำที่สุด

ไม่รู้หรอกหายไปไหน แต่ไม่ได้อยู่บนห้องแน่ๆ

ทำไม

ไม่รู้

ไม่รู้ได้ยังไง น้องทั้งคน

ในเมื่อไม่เคยเห็นมันเป็นน้อง แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ

คราวนี้เป็นทงเฮ เอสเจคนที่เก้าสวนกลับมา ใบหน้าขาวหมวยมีร่องรอยรำคาญเล็กๆเมื่อกล่าวต่อไปว่า

อย่างกับว่าเรารักกันนักนี่ พี่ก็รู้ ใครจะอยู่ใครจะไปก็เรื่องของคนนั้น ไม่เกี่ยวข้องแล้วก็ไม่จำเป็นต้องรายงานคนอื่น แค่อย่าให้เดือดร้อนถึงกันก็พอ  

ใช่ เด็กนั่นมันก็โตแล้ว พี่ไม่ต้องไปห่วงมันมากนักหรอก เดี๋ยวก็กลับมาเองแหละ

ชินดง หนุ่มร่างอ้วนประจำบ้านเสริมอย่างไม่เห็นความสำคัญ พูดจบมือและปากก็เริ่มจัดการกับอาหารบนโต๊ะโดยไม่สนใจใครหน้าไหนอีกต่อไป

ใครไม่กินก็ช่าง เขาหิวแล้ว จะกินเดี๋ยวนี้แหละ

เมื่อคนที่เหลือเห็นดังนั้นก็จัดการกับส่วนของตัวเองบ้าง ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องของคยูฮยอนอีกเลยราวกับเป็นแค่ลมที่พัดผ่านมากระทบหู

จริงอยู่ที่ปกติซูเปอร์จูเนียร์มีความเป็นส่วนตัวสูง ต่างคนต่างอยู่ แต่อีทึกก็เคยขอไว้ตั้งแต่เริ่มฟอร์มวงใหม่ๆยังไม่เดบิวต์ว่าอย่างน้อยขอให้กินมื้อเช้าด้วยกัน จะได้เห็นหน้าเห็นตาและแจกตารางงานของแต่ละคนถูกต้อง แล้วหลังจากนั้นทั้งวันถ้าไม่มีงานจะอยู่ที่ไหนก็ตามแต่ใจ   

คำขอของเขาได้รับการปฏิบัติตาม แม้ครบบ้าง ไม่ครบบ้าง แต่อย่างน้อยก็จะมีคนมาเกินครึ่งของสมาชิกทั้งหมดเสมอ หากปัญหาไม่ใช่ตรงนั้น มันอยู่ที่ว่าดูเหมือนคติประจำใจของเจ้าพวกนี้คือตัวเองมาแล้ว คนอื่นจะเป็นยังไงก็ช่างหัว ไม่มีใครเคยรอใครหรือถามเขาซักคำว่าคนที่หายไป...ไปไหน เป็นอย่างไร ไม่สบายหรือเปล่า

นี่ขนาดน้องหายทั้งคนโดยไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พวกนี้ก็ยังกินกันได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนกับว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

มันน่าโมโหไหมล่ะ!!

เหลือบตามองน้องๆในปกครองอีกครั้ง ทุกคนดูเป็นปกติ ต่างคนต่างกิน หรือมีบ้างที่ถามตอบกันเบาๆแก้เบื่อแต่ก็ไม่ใช่เรื่องของคยูฮยอน แม้กระทั่งกระต่ายลำดับเจ็ดซึ่งดูจริงใจและเป็นมิตรมากกว่าคนอื่นก็ยังเฉยเมย กลมกลืนไปด้วย

อีทึกผลักตะเกียบและช้อนตรงหน้าออกห่างทั้งๆที่ยังไม่ได้แตะอะไรเลย ลุกขึ้นเดินเลี่ยงออกจากห้อง ไม่นำพาต่อสายตาสงสัยของผู้ร่วมโต๊ะคนอื่น ความอยากอาหารมันบินหายไปหมดตั้งแต่ได้ยินคำกล่าวตัดรอนของน้องชายทั้งหลาย รวมถึงความสบายใจเล็กน้อยที่ได้พูดคุยกับซองมินเมื่อก่อนอาหารด้วย  

ไม่มีใครสนใจเขาตามเองก็ได้ อยากรู้เหมือนกันว่าคยูฮยอนออกไปได้ยังไง ก็ในเมื่อเขาตื่นก่อนทุกคนแล้วก็นั่งทำงานอยู่ที่ห้องรับแขกตลอด ถ้าจะออกไปอย่างน้อยก็ต้องเห็นบ้างล่ะน่า เจ้าน้องเล็กมันใช่ว่าจะมีเวทมนตร์ล่องหนได้ซะที่ไหน

มือเรียวยกโทรศัพท์รุ่นบางเฉียบขึ้นกดไล่หาเบอร์น้องชายคนเล็กสุดยิกๆจากจำนวนเบอร์โทรที่บันทึกไว้ล้านแปด อยากอยู่หรอกที่จะเมมเอาไว้เป็นเลขหลักให้โทรออกง่าย แต่ก็จนใจ

โทรศัพท์ของเขาหรือของใครในโลกก็ตามมันมีสิบเลข...ศูนย์ถึงเก้า ที่ใช้ได้จริงๆก็แค่แปดเลข แต่สมาชิกในวงเขามีถึงสิบสามคน จะเลือกคนทิ้งคนมันก็ดูไม่ยุติธรรม น่าเกลียดไปนิด สรุปแล้วเลยกลายเป็นเบอร์โทรศัพท์ของผู้จัดการทั้งสี่เท่านั้นที่ได้มีโอกาสขึ้นมาเฉิดฉายเป็นเบอร์หลักบนหน้าจอของหัวหน้าวงซูเปอร์จูเนียร์ น้องๆอีกสิบสองคนก็ถูกลดขั้นเป็นเบอร์โทรธรรมดาไปตามระเบียบ

ตู๊ด...ตู๊ด...    

นานเป็นนาที โทรแล้วโทรอีกไม่รู้กี่รอบจนอีทึกแทบยืนไม่ติดตามเวลาที่เพิ่มขึ้น จะเขวี้ยงโทรศัพท์ลงกับพื้นอยู่แล้วถ้าไม่กลัวเสียของแล้วเดี๋ยวคยูฮยอนเกิดรับขึ้นมาแล้วจะไม่ได้ยิน

ในที่สุด ก็มีสัญญาณตอบกลับมา

คยูฮยอน นายอยู่ที่ไหน ทำไมไม่บอกใครไว้ก่อน รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วง

พี่ใหญ่จอมจัดการเปิดฉากก่อนโดยไม่ฟังเสียงใดๆทั้งสิ้น

แล้วทำไมจะไปไหนไม่อยู่รอทานข้าวเช้าให้เรียบร้อย นี่กินอะไรรึยังเนี่ย ยิ่งปวดท้องง่ายๆอยู่ไม่ใช่เหรอเราน่ะ...ระ...   

เอ่อ ขอโทษค่ะ...คือ…”

เอ๊ะ

เสียงผู้หญิง...

มือเรียวชะงักโทรศัพท์ในทันทีก่อนจะกดหน้าจอให้ไฟสว่างขึ้น มองอย่างประหลาดใจ ก็ชื่อที่ขึ้นอยู่นี่มันเขียนไว้ว่าลัคกี้คยูฮยอนชัดๆ แล้วทำไม

ขอโทษนะครับ นั่นใช่โทรศัพท์ของคยูฮยอนหรือเปล่าครับ อีทึกกรอกเสียงถามลงไปอีกครั้ง คราวนี้เป็นงานเป็นการกว่าคราวก่อน 

ใช่ค่ะ เสียงปลายสายว่า แต่เจ้าตัวเขาหลับอยู่...

หลับ...อย่างนั้นเหรอ

 

 

ข้อมือขาวกำโทรศัพท์แรงขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไปจนขึ้นเกร็ง ริมฝีปากขบแน่น

ครับ ขอบคุณมากครับ แล้วพี่จะจัดการให้เอง

............................

ไม่เป็นไรครับ ไม่ลำบากเลย

............................

เอาแค่นี้นะครับ หวัดดีครับ

อีกชั่วอึดใจกว่าอีทึกจะค่อยลดโทรศัพท์มือถือลงช้าๆ ใบหน้าสวยแฝงความเครียดและวิตกกังวลไว้อย่างปิดไม่มิด

ได้เรื่องอีกแล้วสิน่า เด็กบ้า ยังดีที่ไม่รู้ไปถึงหูนักข่าว ไม่งั้นซูเปอร์จูเนียร์ได้จบเห่กันแน่  

ที่ทุกคนเดากันว่าเจ้าน้องสิบสามแอบหายออกไปตอนเช้าน่ะ...ไม่ใช่หรอก มันมีแจ็กพ็อตกว่านั้นอีก ไม่ใช่ออกไปตอนเช้าอย่างที่คิด แต่ความจริงแล้ว

 

โจคยูฮยอนไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืนต่างหาก  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #972 weerapat (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 11:08
    ปวดหัวหน่อยนะจองซู น้องบังเกิดเกล้าทั้งนั้น
    #972
    0