[Super Junior] :: Problem Child :: (SJ-KangTeuk feat. All members)

ตอนที่ 43 : Problem Child 01 #Reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 ม.ค. 59

Problem Child 01

 

 

 

บ้าน...คือสถานที่ให้ความอบอุ่น

บ้าน...คือสถานที่ให้การพักพิง

บ้าน...คือสถานที่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรัก

แล้ว บ้านที่ไม่มีองค์ประกอบเหล่านี้เลยเล่า...ยังจะเรียกว่าบ้านได้อยู่หรือเปล่า

หรือไม่...บ้านก็เป็นเพียงหอพักธรรมดาๆแห่งหนึ่งเท่านั้น

 

 

เปรี้ยง!

โครม!

อีทึกสะดุ้งเฮือก ละสายตาจากตารางงานในมือกะทันหันเมื่อได้ยินเสียงวัตถุพุ่งเข้ากระทบฝาผนังห้องข้างๆเต็มแรงอย่างที่เรียกได้ว่าสะเทือนกันไปทั้งบ้าน  คิ้วโก่งขมวดมุ่นขณะสายตาก็พยายามสอดส่าย มองผ่านบานประตูที่เปิดแง้มไว้น้อยๆหากแต่ไม่สำเร็จ  ท้ายสุด  ชายหนุ่มจึงตัดสินใจวางของในมือลงกับโต๊ะ ลุกจากโซฟานุ่มเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังที่เกิดเหตุ  ในใจหวั่นวิตกไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนพอจะเดาได้ว่าอะไรเป็นอะไร

แล้วผลก็ไม่ได้ต่างไปจากที่คิดไว้เท่าไหร่เลย

ในห้องนั่งเล่นรวมของบ้าน ร่างสูงสองร่างยืนจังก้าจ้องตากันเขม็งแทบไฟลุก  กองอยู่ที่พื้นข้างๆคือกรอบรูปเรือนแก้วทรงครึ่งวงกลมบรรจุน้ำสีฟ้าใสไว้ เมื่อขยับก็จะเผยให้เห็นรูปชายหนุ่มสิบสามคนกำลังยืนโพสต์ท่าในอิริยาบถที่ต่างกัน...อดีตของขวัญชิ้นงามจากแฟนเพลง ซึ่งบัดนี้ได้แตกสลายจนไม่หลงเหลือเค้าเดิม เศษแก้วกระจายเป็นเสี้ยวเล็กเสี้ยวน้อยปะปนกับน้ำที่ไหลเจิ่งนองอยู่บนพื้น  เปียกเลอะรูปด้านในจนยุ่ยเป็นด่างดวง  บางส่วนค่อยๆซึมลงในพรมผืนหนาอย่างช้าๆ

ใบหน้าสวยเหลียวไปทางซ้ายที ทางขวาที ก่อนจะก้มลงมองอดีตของขวัญชิ้นโปรดอย่างนึกเสียดาย 

หมด! หมดกัน! ของดีๆมีกี่ชิ้นก็ไม่เคยครณามือ เพราะไอ้พวกล้างผลาญมาเกิดนี่แท้ๆที่ทำให้ของขวัญจากแฟนๆเสียหายไปเกินครึ่ง แล้วดูมัน  สำนึกน่ะมีกันบ้างไหม เอาแต่จ้องหน้ากันเองอยู่ได้ เด็กเวรเอ๊ย

คนเป็นหัวหน้าสบถอุบ มองสมาชิกในวงสองคนที่ยังขับเคี่ยวกันทางสายตาไม่เลิกราก็ชักจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง

กัดกันยังกับหมา เห็นแล้วมันน่าตีกบาลนัก

ใครเป็นคนขว้างกรอบรูป

ผู้มาใหม่ตัดสินใจเปิดประเด็นขึ้นมาก่อนเมื่อสองตัวปัญหายังคงจ้องตากันไม่กะพริบ ปาร์คจองซูผ่อนลมหายใจเมื่อเห็นหนึ่งในคู่กรณีหันขวับมาตามเสียงเรียก

ฉันเองที่ขว้าง นายมายุ่งอะไรด้วย คนเขาจะคุยกัน ออกไปได้แล้ว

อะ...ไอ้เวร

พี่ใหญ่ของวงกัดฟันกรอดกับคำสั่งเสียงห้วนนั้น สมองมึนตื้อไปหมดจนไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนออกมาด่าดี นี่มันลืมไปแล้วใช่ไหมว่าเขาแก่กว่ามัน แล้วก็ไม่ใช่แค่เดือนสองเดือนด้วย

ไอ้คำว่าพี่ที่ใช้นำหน้าชื่อมันหายไปไหนหมดวะ!!

ให้มันน้อยๆหน่อยคิมยองอุน ฉันเป็นพี่นายนะ ยังไงนายก็ต้องให้ความเคารพ จงอุนเขาก็พี่นายเหมือนกัน ถึงจะแค่ปีเดียวก็เถอะ ว่าแล้วก็กอดอก หันไปอบรมน้องชายคนถัดขึ้นไป

นายก็ด้วยจงอุน จะเอาอะไรกับน้องนักหนา เด็กมันทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังอยู่แล้ว เราเป็นพี่ก็เฉยๆไว้ไม่ได้หรือไง  

คำตอบที่ได้รับจากหนุ่มหน้ากลมเป็นอาการเบือนหน้าหนีออกไปอีกทาง ไร้ซึ่งคำพูดใดๆผิดกับคนอายุน้อยกว่า แต่แรงกว่าหลายเท่า

ฉันคิดก่อนทำเสมอ ไม่ต้องห่วง แล้วใครอนุญาตให้นายเรียกฉันว่ายองอุน มันเป็นชื่อสำหรับคนสนิทเท่านั้น นายไม่มีสิทธิ์

คิมยองอุนเอ่ยแทรกเสียงเย็นหากไม่เท่าแววตายะเยือกราวกับน้ำแข็งหุ้มไฟที่พร้อมจะปะทุลาวาเริงโรจน์ออกมาได้ทุกขณะ

เรียกฉันว่าคังอิน คนพูดย้ำอีกครั้ง

คำพูด...แกมสั่งที่ทำให้คนอายุมากที่สุดพ่วงด้วยตำแหน่งลีดเดอร์ถลึงตาโตแทบจะหลุด เกลียดจริงไอ้ปากเสียๆของมันนี่ ท่องไว้จองซู น้อง น้อง...ไอ้หมีควายตรงหน้านี่มันเป็นน้อง ท่องเอาไว้ มันเป็นน้อง

หลังจากที่บทสวดจำเป็นหยั่งรากติดทนทานในสติเรียบร้อย ปาร์คจองซูก็สูดลมหายใจลึก พยายามรักษาระดับความนุ่มนวลในน้ำเสียงเพื่อที่จะไกล่เกลี่ยคดีพิพาทครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ให้จบลงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

วันหยุดทั้งที เจอแบบนี้แต่เช้าก็ทำเอาเขาหมดอารมณ์พักผ่อนไปโข    

อยู่วงเดียวกันก็ถือว่าสนิทกันแล้ว เอาเป็นว่าฉันจะเรียกก็แล้วกัน ขอโทษพี่เขาซะยองอุน นายทำแบบนี้ไม่ได้ แล้วใครเป็นคนเริ่มก่อนค่อยมาว่ากันอีกที

ชิ อย่างกับมันเห็นฉันเป็นพี่งั้นแหละ ไอ้ลูกหมา

จงอุน อีทึกปราม

เสียงสบถเบานั้นดังมาจากตัวต้นเหตุอีกคนที่ยืนกอดอกมองไปที่ผนังอีกฟากของห้องเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สร้างบรรยากาศมาคุให้กลับมาอีกครั้ง

คังอินเบือนหน้าไปยังคู่แค้นเป็นรอบสอง ตาลุกวาว

ว่าอะไรนะ พูดใหม่ซิ

แกจะทำไม

ฉันถามว่าเมื่อกี้แกพูดอะไรออกมา แน่จริงก็พูดใหม่สิ

โดนแหย่นิดหน่อยก็อารมณ์ขึ้นเชียวเรอะ ลืมดูดนมแม่มาหรือไง ไอ้ลูกหมา จงอุนตอบไม่ตรงคำถาม และยิ่งยั่วยุอารมณ์ของคนเป็นน้องชายขึ้นอีกทบทวี

เหี้ยเอ๊ย  

คำหยาบคายถูกพ่นออกมาพร้อมๆกับที่เส้นความอดทนสุดท้ายของปาร์คจองซูกำลังจะขาดผึงเช่นกัน...เย็นไว้ ทึกกี้ทึกกี้ เย็นไว้

รีโมทเคราะห์ร้ายใกล้มือคิมยองอุนถูกคว้าเอามาแล้วโยนเปรี้ยงลงแทบเท้าศัตรูรุ่นพี่ คนขว้างแสยะยิ้มเหี้ยม  

ไอ้เยซอง จะเอากันอีกซักตั้งไหมล่ะ อย่าดีแต่พูด บอกไว้ซะก่อนน้ำหน้าอย่างแกฉันไม่เคยเห็นเป็นพี่มาตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่คิดจะฟังด้วย

อีกฝ่ายก็ไม่แพ้กันเมื่อใช้ปลายเท้าเตะเจ้าเครื่องมือสีดำกระเด็น

ก็เอาสิวะ ใครกลัว ไอ้อ่อนเอ๊ย

แกมันก็แค่ไอ้ห่วยตัวนึง

อย่างกับตัวเองไม่ใช่งั้นแหละ

ไอ้...  

                พวกนายอยากจะเป็นตัวอะไรฉันไม่สน แต่ ฉันเป็นหัวหน้าวงที่เด็กเวรอย่างพวกนาย ต้อง ฟัง...หยุดกัดกันได้แล้ว!!”

อารมณ์ที่คิดว่าสามารถควบคุมให้เรียบเรื่อยได้นานที่สุดพุ่งปรี๊ดเกิน ปรอท ไม่ทงไม่ทนมันแล้วโว้ย อีทึกตะโกนเสียงดังผิดจากหัวหน้าวงผู้รักความสงบ เป็นที่ตั้ง นัยน์ตาคู่สวยดุจัด กดดันให้สองร่างที่กำลังจะโจนเข้าห้ำหั่นกันหยุดการเคลื่อนไหวตัวโดยอัตโนมัติ

นี่มันจะเอากันให้ตายไปข้างเลยใช่ไหม ไอ้พวกบ้านี่

คนกำลังโกรธอ้าปากยังไม่ทันจะได้ใส่ต่อก็มีเสียงดังขัดจังหวะซะก่อน

วันนี้เอากันแต่เช้าเลยเหรอ ลำบากนายอีกสิ ตีกันได้ทุกวัน

สมาชิกลำดับสอง คิมฮีชอลในชุดเตรียมพร้อมออกจากบ้านเรียบร้อยยืนพิงกรอบประตูมองเข้ามาในห้อง ดวงหน้าสวยเกินชายยิ่งกว่าใครๆในซูเปอร์จูเนียร์ไม่บ่งบอกความรู้สึก และไม่มีการทักทายน้องคนใดทั้งสิ้น

ขอให้สนุกละกัน ฉันไปละ

นั่นนายจะไปไหน วันนี้วันหยุด

อีทึกถามห้วนๆตามตะกอนความขุ่นเคืองที่ยังหลงเหลืออยู่ เขาไม่มีอารมณ์จะมาเล่นต่อปากต่อคำกับคนอย่างฮีชอลหรอกนะ

ไม่มีคำตอบให้เช่นเดียวกันกับเยซองน้องชายคนที่สี่ ร่างโปร่งดันตัวจากกรอบประตูเข้ามาในห้อง ชายกางเกงยาวสีแสบกรุยกรายกวาดเอาเศษแก้วที่กองอยู่กับพื้นกระจายไปคนละทิศละทางโดยไม่กลัวบาดเท้า ฮีชอลเตะรีโมทให้กลิ้งไปอยู่มุมห้องแล้วก้าวข้ามรูปถ่ายเปื่อยน้ำตรงไปยังทางออกของบ้าน ไม่เหลือบมองให้เสียเวลา

ของงี่เง่าพรรค์นั้นไม่เคยมีคุณค่าอะไรในสายตาเขา

คิมฮีชอล ฉันกำลังพูดกับนายอยู่นะ จะออกไปไหนตั้งแต่เช้า เจ้าของชื่อชะงักไปพักหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงทุ้มกดเรียกตนเอง แล้วยักไหล่

ไม่มีงาน...ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน นายไม่จำเป็นต้องยุ่ง สนใจเอาเรื่องของตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ปาร์คจองซู เงียบไปนิดก่อนฮีชอลจะเหยียดรอยยิ้มเยาะ

เถอะ ยังไงก็รับรองว่าฉันไม่ไปก่อเรื่องให้นายต้องมาคอยตามล้างตามเช็ดเหมือนไอ้เด็กเวรพวกนี้หรอก...อ้อ นายอย่าลืมเช็ดพื้นให้สะอาดด้วยล่ะ น้ำแปลกๆแบบนี้พอแห้งแล้วคงทิ้งคราบบนพรมซักไม่ออกแน่ๆ ทุเรศน่าดู

พูดจบมือขาวก็กระชากบานประตูเปิดแล้วปิดปัง พาร่างของตนเองหายออกไปจากบ้านโดยไม่สนใจคนที่เหลืออยู่อีก

ลูกแก้วสีน้ำตาลสวยหม่นลงแวบหนึ่งแล้วจึงกลับเป็นปกติ แต่ก็ไม่รอดไปจากสายตาของคนที่จับสังเกตมาตั้งแต่ต้น คังอินยกยิ้มก่อนจะเปิดปากยั่ว

ขนาดคิมฮีชอลยังไม่เห็นจะสนใจคำพูดของ หัวหน้าอย่างนายเลย พิจารณา ตัวเองได้แล้วล่ะมั้งจองซู อีทึกตวัดสายตาเฉียบคมพอๆกับน้ำเสียง

หยุดปากของนายซะยองอุน ฉันยังสะสางเรื่องของนายกับเยซองไม่จบ นายขว้างของๆแฟนเพลงทำไม รู้หรือเปล่าว่าของพวกนี้เขาตั้งใจทำให้พวกเราขนาดไหน  

ไม่รู้ แล้วก็ไม่คิดจะใส่ใจด้วย

ยองอุน!!! คราวนี้เสียงตวาดลั่นขึ้นอีกเท่าตัว คนฟังเพียงเลิกคิ้ว

ทำไม ก็ฉันพูดความจริง สำหรับฉัน...มันเป็นได้แค่ขยะ เกะกะ น่ารำคาญ แล้วคิดเหรอว่าคนอื่นจะเห็นต่าง

ใช่   

คำเสริมแข็งขันมาจากคู่กรณีคนพี่ คิมจงอุนหรือเยซองใช้เท้าเขี่ยเศษรูปที่เปื่อยยุ่ยให้ขาดออกจากกัน ก่อนจะเอ่ยต่อทั้งๆที่ไม่มองหน้าใครซักคนในห้องว่า

ถึงผมจะเกลียดมัน แต่เรื่องนี้ผมเห็นด้วย ขยะแบบนี้มันจะมีค่าก็แต่สำหรับพี่เท่านั้นแหละ ในความคิดของพวกผม...ขยะ...มันก็เหมาะที่จะอยู่ในถังขยะมากที่สุดแล้ว

ชายหนุ่มใช้เท้าบดขยี้รูปถ่ายที่เคยงดงามจนแหลกเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจึงเดินเลี่ยงออกนอกห้องไปอีกทาง เป็นฝ่ายถอยฉากก่อนเหมือนอย่างทุกครั้งที่เกิดการปะทะกัน

เอาแต่เดินหนี  ไม่บอกไม่พูดออกมาซักคำ แล้วพี่จะไปเข้าใจนายได้ยังไงกันคิมจงอุน

อีทึกยืนนิ่ง กำมือแน่น คำพูดของน้องชายยังสะท้อนก้องอยู่ในหัว   

ขยะ?

ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่คนเย็นชาพูดน้อย จนแทบไม่พูดด้วยซ้ำแบบเยซองจะแสดงออกรุนแรงว่ารังเกียจการเป็นซูเปอร์จูเนียร์ การมีแฟนคลับร่วมกันกับสมาชิกในวงมากขนาดนี้  แล้วน้องๆคนอื่นล่ะ ซองมิน รยออุค คิบอม ถึงจะไม่แสดงออกมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกนายยินดีและเต็มใจกับการเป็นซูเปอร์จูเนียร์ใช่ไหม   

ความรู้สึกเจ็บร้าวแล่นเข้าโจมตีร่างโปร่งบางโดยไม่ทันได้ตั้งตัว  ในใจมันเจ็บเสียจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก ทั้งเจ็บ ทั้งชา เหมือนมีใครเอามีดมา กรีดทึ้ง ขยี้ไปทั้งหัวใจโดยไม่ปรานี

ทำไมล่ะ...ทำไม!

เกือบปีที่ผ่านมานี่มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยงั้นเหรอ วันเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่ทำให้พวกนายเปิดใจยอมรับคนอื่นๆ ร่วมสุขร่วมทุกข์ไปด้วยกันเลยงั้นสิ ความรัก ความสามัคคีที่แสดงให้เห็นในรายการต่างๆนั่น...แท้ที่จริงแล้วก็เป็นแค่การแสดงละครฉากหนึ่งใช่ไหม มีแต่จองซูคนเดียวที่หลงนึกไปว่าทุกคนจะมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน

มันก็แค่ความฝันไร้สาระของเขาเองสินะ

 

 

เจ้าของลักยิ้มสวยตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเองนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งได้ยินเสียงแปลกๆแว่วมาเข้าหู

นี่ นี่ เสียงนั้นเหมือนดังมาจากที่ไกลแสนไกล แล้วจึงใกล้เข้ามาทุกขณะ

นี่ ตื่นสิ อย่ามายืนเพ้อแถวนี้นะ ฉันบอกให้ตื่นไง จนกระทั่ง

ปาร์คจองซู ตื่นเดี๋ยวนี้นะ!!!”  

เสียงดังสนั่นสาดเปรี้ยงเข้าไปกระทบรูหู พร้อมๆกับร่างทั้งร่างสั่นสะเทือนเหมือนมีแผ่นดินไหวกะทันหัน อีทึกสะบัดหัวอย่างมึนงง เมื่อมองผ่านดวงตาแห้งผาก  ใบหน้าค่อนข้างอิ่มแต่คมคายของใครคนหนึ่งมองตอบกลับมา  มือใหญ่กำรอบต้นแขนทั้งสองของเขาจนแน่น คงเป็นสาเหตุของแรงสั่นจนหัวคลอนเมื่อครู่  

น้องชายลำดับที่ห้ากำลังยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังจะแรงได้ที่ในอีกไม่ช้าหากเขารู้สึกตัวไม่ทัน

เป็นบ้าอะไรขึ้นมา อยู่ดีๆก็เงียบไปเฉยๆ ทำหน้าเหม่อลอยอย่างกับคนไม่เต็ม...ประสาทรึเปล่า... คังอินตะคอก

...........................

ถามก็ไม่ตอบอีก นายนี่ท่าจะบ้าจริงๆแฮะ  

เมื่อเห็นหัวหน้าวงของตนมีสติเต็มที่แล้วร่างใหญ่ก็เตรียมตัวจะเดินจากไปโดยไม่รอคำตอบ หัวฟูส่ายไปมาด้วยความหงุดหงิด หากอีทึกรั้งไว้เสียก่อนด้วยคำถามที่สะกิดใจแปลกๆ 

พวกนาย...รังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ...คำว่าซูเปอร์จูเนียร์น่ะ

ทั้งที่รู้สึกว่าอยากจะตะโกนถามออกไปสุดเสียง แต่น้ำคำที่เปล่งออกมาจากลำคอนั้นกลับแผ่วเบา อ่อนระโหยจนน่าใจหาย    

ไม่มีซักครั้งเลยเหรอที่จะรู้สึกดีกับพี่ๆน้องๆคนอื่น

ไม่นี่ 

...............................

ร่างโปร่งบางพยายามข่มความรู้สึกรวดร้าวไว้ในอก หากประโยคถัดมาของคนเป็นน้องชายกลับทำให้ทำนบกั้นความเสียใจพังทลายสิ้น  

สำหรับตอนนี้...ไม่เลย

พูดไม่ออก คนรั้งตำแหน่งพี่ใหญ่ของวงรู้สึกใบ้กินกะทันหัน ริมฝีปากบิดเป็นรอยยิ้มฝืดเฝื่อน ก่อนจะเปลี่ยนมาเม้มแน่นรวบรวมสมาธิทั้งหมดให้ไปยับยั้งหยาดน้ำที่กำลังจะปริ่มออกมาจากนัยน์ตา กะพริบหลายๆทีจนตาพร่าแสบ

ให้ตายสิ คนอย่างปาร์คจองซูจะร้องไห้

ถามตรงก็ตอบตรง เท่าที่ดู คังอินไม่ได้มีทีท่าว่าจะประชดประชันหรืออะไร ดวงตาเรียวคู่นั้นยังคงเย็นชาเหมือนเก่า เหมือนกับ...เหมือนกับกำลังนึกสมเพชที่เขาถามคำถามโง่ๆทั้งที่ควรจะรู้คำตอบดีอยู่แก่ใจแล้ว

เขาคงผิดเองที่คิดว่ายองอุนอาจจะรู้สึกอะไรขึ้นมาบ้าง

ถึงจะทะเลาะกัน เย็นชาใส่กันยังไง หนุ่มร่างโตก็เป็นน้องที่เขาเคยร่วมงานด้วยมากที่สุดทั้งในรายการและงานพิธีกรคู่ รู้สึกว่าใกล้ชิดและรู้จักคิมยองอุนมากกว่าใครในบรรดาสมาชิกทั้งหมด

แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้...เหมือนกับความฝันที่เขาพยายามหลอกตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

 

 

คังอินลอบสังเกตปฏิกิริยาของรุ่นพี่ในวงอย่างเงียบๆ ไม่ได้รับรู้ถึงความคิดที่อยู่ภายในใจของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

จองซูเป็นอะไรไป วันนี้ดูแปลกๆ 

ปกติเขากับเยซองก็มีเรื่องกันแทบทุกวันจนเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว ไม่เห็นคนตัวบางจะพูดอะไร นอกเสียจากทำหน้าที่กรรมการห้ามมวยมาตลอด

ส่วนเหตุผลน่ะเหรอ...ไม่มีหรอก  ไม่ต้องถามหาให้เสียเวลา

แค่เห็นหน้าไอ้ซาลาเปาแล้วเกิดหมั่นไส้ ขวางหู ขวางตา แถมปากมันขยับแต่ละทีนี่น่าจับตัดลิ้นไปให้หมากินนัก ทำไมมันถึงไม่เป็นใบ้ไปให้รู้แล้วรู้รอดก็ไม่รู้ หรือตายๆไปซะได้ก็ดี

ดวงตาเรียวเปล่งประกายวาบ

คนอย่างเขากับคิมจงอุนคงอยู่ร่วมโลกกันอย่างสงบสุขไม่ได้

เมื่อไม่เห็นอีทึกจะว่าอะไรอีก คนตัวโตก็ขยับเตรียมจะเดินออกไปตามความตั้งใจเดิมแต่ทีแรก ถ้าสายตาจะไม่ไปสะดุดกับตัวอะไรที่เคลื่อนไหวยุกยิกอยู่ตรงมุมประตูซึ่งฮีชอลปรากฏตัวเข้ามาเมื่อครู่นี้

ธรรมชาติยิ่งเป็นใจ สายลมวูบหนึ่งโชยพัดจนเห็นชายเสื้อสีชมพูปลิวไสวเด่นชัด

ไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร

มุมปากหนากระตุกรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเย็นชา

 

นี่ก็อีกคน ช่างสอดรู้นัก มันน่าจะทำให้ออกมายุ่งเรื่องชาวบ้านไม่ได้ไปซักสองสามเดือนเสียจริงๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น