ไฟรักร้อยเล่ห์ (ซีรีส์ดวงใจคีรานอฟ)

ตอนที่ 32 : ไฟรักร้อยเล่ห์ :: บทที่ 8 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 389 ครั้ง
    16 พ.ค. 62



 

 

“ไม่คิดว่านายจะพาเด็กมาเปิดตัว” 

อาชัญเอ่ยขึ้นมองหน้าน้องชายที่นั่งอยู่บนโซฟาอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าจู่ๆ ก็พาเมียเข้าบ้าน คิดว่าจะปกปิดไปเรื่อยๆ ซะอีก คราแรกเขาคิดว่าเพราะปริณดาท้อง แต่ก็ได้รับการยืนยันจากน้องชายว่ายังไม่ท้องตอนนี้ แต่อนาคตก็ไม่แน่

“นั่นสิ นึกว่าจะหวงไว้ดูคนเดียวซะอีก” 

อาชาที่เอนกายพิงพนักโซฟาโอบลูกสาวไว้แนบอกเหน็บแนมอยู่ในที ก่อนจะลดใบหน้าลงยิ้มหยอกล้อยายตัวเล็กที่เงยหน้าขึ้นมามองพ่อตาแป๋ว

“ลินินเรียนจบแล้วก็เลยพามา” 

คนถูกถามพูดไปตามความเป็นจริง ที่ผ่านมายังไม่ยอมพาปริณดาเข้ามาพบกับทุกคนในบ้านเพราะเธอยังเรียนไม่จบ ไม่อยากให้ถูกมองในทางเสียหาย เลยรอเวลาที่เหมาะสม ความจริงจะยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ด้วยซ้ำ ถ้าเธอไม่มีแผนจะโบยบินหนีไป เขาเลยต้องเร่งผูกมัดเธอให้เร็วขึ้นแบบนี้

“เลี้ยงต้อยที่แท้จริงเลยว่ะ เป็นพวกเดียวกับคีทสินะนายน่ะ” 

อาชัญแซวด้วยสีหน้าระรื่น ไม่วายกระทบไปถึงอคินทร์ ไม่คิดว่าน้องชายจะจริงจังกับปริณดาขนาดนี้ ตั้งแต่เลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนจนจบแล้วพาเข้าบ้านในฐานะเมีย ร้ายกาจไม่มีใครเกินอัครวินทร์จริงๆ

“อ๋อ เลี้ยงจนเด็กโตแล้วเลยพามาเปิดตัวได้สินะ” 

อคินทร์ว่าด้วยสีหน้ายิ้มๆ พวกเขามักแซวน้องชายด้วยคำพูดทำนองนี้กันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่จากนี้ไปคงไม่ได้แซวแล้ว เพราะในที่สุดก็พาเด็กที่เลี้ยงดูไว้มาเปิดตัวซะที

“ผิวขาว หน้าเด็ก ตัวเล็กคงจะสเปกอัคร” 

อชิรวัฒน์เสริมขึ้นแล้วยิ้มล้อเลียนพี่ชาย ปริณดาหน้าหวานอย่างกับตุ๊กตาขนาดนั้น ไม่แปลกใจที่พี่ชายจะหวงนักหนา  

“เด็กๆ เนื้อกำลังกรุบกรอบ” อาชาหันไปยักคิ้วให้อชิรวัฒน์แล้วกระตุกยิ้ม

อัครวินทร์ไหวไหล่แล้วกระตุกยิ้มคล้ายไม่ยี่หระกับคำแซว เขาฟังพวกนี้รวมหัวกันพูดจากระทบกระเทียบจนชินซะแล้ว ความจริงชายหนุ่มไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาเลี้ยงดูนักศึกษาสาววัยขบเผาะอย่างปริณดาเลย ด้วยความสงสารหรืออะไรก็ไม่รู้ถึงได้ปล่อยให้เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตขนาดนี้ 

“แล้วนายทำยังไงวะอัคร ทำไมน้องลินินถึงยอมมาเจอคุณแม่” 

อชิรวัฒน์หันมองหน้าพี่ชายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ไม่รู้ว่าปริณดาถูกพี่ชายเขาล่อลวงมาหรือเปล่า เพราะแม่หนูคนนั้นดูใสซื่อมากเหลือเกิน แถมยังดูเชื่อฟังอัครวินทร์มากเสียด้วย 

“ก็บอกว่าพามาเจอในฐานะเมีย”

“คนนี้จริงจังมากสินะ” 

อคินทร์ถามขึ้นแล้วยกยิ้มเจ้าเล่ห์ คนนิ่งๆ อย่างอัครวินทร์มักมีอะไรที่ทำให้คาดไม่ถึงอยู่บ่อยๆ คนที่คิดว่าน่าจะส่งเสียเลี้ยงดูนักศึกษาสาวสวยน่าจะเป็นอชิรวัฒน์มากกว่าแต่กลับไม่ใช่ แถมยังดูหวงมาก ปิดเอาไว้มิด ไม่มีท่าทีว่าจะพามาให้ทำความรู้จักกับพวกเขา บทจะพามาก็มาแบบไม่ให้ได้ตั้งตัวกันเลย

“จริงจังไม่จริงจังก็ใช้นามสกุลเดียวกับพวกนายแล้วล่ะ” 

อัครวินทร์ตอบด้วยสีหน้านิ่งๆ ทว่าแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยเลศนัย ที่ให้เปลี่ยนมาใช้นามสกุลคีรานอฟก็เพื่ออยากจะผูกมัดปริณดาเอาไว้ตลอดไป อชิรวัฒน์ถึงกับเบะปากใส่ด้วยความหมั่นไส้คนเลี้ยงต้อยเด็กนักศึกษา ดูก็รู้ว่าหมอนี่ต้องมีแผน ถึงได้พาปริณดาเข้าบ้าน แถมแม่หนูคนนั้นก็ดูใสซื่อไร้เดียงสามาก ตามไม่ทันคนมากเล่ห์อย่างอัครวินทร์แน่นอน

“หมั่นไส้คนหลงเด็กจริงๆ เลยว่ะ” น้ำเสียงดุดันของอาชาดังขึ้น ทว่ากลับไม่ได้ทำให้อัครวินทร์สะทกสะท้านแต่อย่างใด 

“พูดมากน่าอาชา”

“อ๋อ กระทบคนหลงเมียเด็กอย่างนายสินะคีท”

“พูดอย่างกับนายไม่หลงงั้นล่ะ”

“พวกนี้ ทะเลาะกันเป็นเด็กไปได้” 

อาชัญห้ามทัพแล้วส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนหันไปเอ่ยกับหลานสาวที่มองผู้ใหญ่คุยกันราวกับรู้เรื่อง “จัดการพ่อกับอาของหนูหน่อยซิแก้มใส ทำไมชอบกัดกันจัง”

“แอ้ แอ้” หนูน้อยส่งเสียงอ้อแอ้ตามประสาแล้วยิ้มร่า พลอยทำให้คนหลงลูกอย่างอาชาคลี่ยิ้มออกมา

“แล้วนายจะแต่งงานกับลินินเมื่อไร” 

อคินทร์ที่เพิ่งแต่งงานกับเด็กข้างบ้านไปได้ไม่นานเป็นฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงติดจะซีเรียส เนื่องจากตัวเองและภรรยาจะต้องบินกลับนิวยอร์กเพื่อไปดูแลธุรกิจทางโน่นแล้ว และอาจเป็นการขึ้นเครื่องบินรอบสุดท้ายของลิลลดาแล้วแม้อายุครรภ์จะไม่มาก แต่ในท้องมีถึงสามคนเลยทำให้ท้องค่อนข้างใหญ่ ถ้าบินกลับมาไทยอีกรอบคงไม่ไหวแล้ว หากน้องชายจะแต่งงานเลยเขาจะได้อยู่ต่อไปยาวๆ ค่อยกลับทีเดียว

“ยังไม่แต่งเร็วๆ นี้หรอก นายพาลิลลี่กลับไปเตรียมคลอดที่นิวยอร์กให้สบายใจเถอะ” 

เพราะตอนนี้ปริณดายังอยู่ในสถานะเมียหลอกๆ ที่กอดทะเบียนสมรสอยู่ เอาไว้ปลดสถานะหลอกๆ นั่นออกไปเมื่อไรค่อยแต่งก็ยังไม่สาย รอท้องก่อนค่อยแต่งก็ได้ เพราะถึงอย่างไรเธอก็เป็นของเขาอยู่แล้ว

“แล้วพ่อแม่เขาไม่ว่าเอาเหรอ พาลูกสาวเขามาอยู่ด้วยแบบนี้” พี่ใหญ่ของบ้านถามต่อ ใบหน้าคมคล้ามนั้นฉายแววของความสงสัย เพราะปริณดายังดูเด็กมากๆ ครอบครัวน่าจะไม่ยอมให้มีคู่ครองเร็วขนาดนี้ 

“ฉันไปขอลินินกับพ่อของเขาแล้ว”

“ใจกล้ามากว่ะพี่ชาย” 

อชิรวัฒน์ยกนิ้วโป้งให้แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม คนจริงต้องอย่างนี้สิ รู้จักเข้าตามตรอกออกตามประตู จะมีเมียทั้งที ลักลอบมีเหมือนพี่ชายบางคนได้ยังไง

“แล้วเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ดูจากหน้าตา ผิวพรรณแล้วไม่น่าใช่ลูกคนธรรมดา” 

“คุณธำรง อมรกานต์” คนถูกถามตอบด้วยสีหน้านิ่งขรึม ขณะเอนกายพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย 

สี่หนุ่มคีรานอฟได้ฟังแล้วต่างพยักหน้าขึ้นลง เพราะพอจะรู้จักชื่อเสียงจากในวงการธุรกิจมาบ้าง ถือว่าสะใภ้คนที่สี่ของคีรานอฟนั้นไม่ธรรมดาเลย เป็นถึงลูกสาวนักธุรกิจและนามสกุลดังพอสมควร

“ลูกสาวสวยขนาดนี้ พ่อตานายเขาไม่หวงเหรอวะอัคร”

“ก็ไม่นะ พอไปขอก็ยกให้เลย” ตอบคำถามอชิรวัฒน์แล้วยกยิ้มมุมปากบางเบา 

“ง่ายดายอะไรขนาดนั้นวะ” อาชาแทบไม่อยากเชื่อ

อัครวินทร์ไม่ตอบหากแต่ไหวไหล่เบาๆ ทำไมจะต้องเป็นเรื่องยากในเมื่อเขาก็เข้าไปแสดงความจริงใจด้วยการขอตรงๆ ถึงบิดาของปริณดาจะไม่ยกให้ ชายหนุ่มก็ไม่มีทางคืนลูกสาวให้อยู่ดี เขาเฝ้าเลี้ยงดูด้วยความทะนุถนอมมา เฝ้าอดทนรอให้เรียนจบมาตั้งหลายปี จะให้ปล่อยหลุดมือไปง่ายๆ ได้อย่างไรกัน

“ฉันไปตามลินินก่อน ไม่รู้หายไปนานขนาดนี้” 

เอ่ยแล้วลุกขึ้นจากโซฟาก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นท่ามกลางสาวตาของพี่น้องที่มองตามหลัง เพราะปริณดาบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำแต่หายไปนานแล้วไม่ยอมกลับมาเสียที ไม่รู้ว่าหลงทางอยู่หรือเปล่า

“พบคนติดเมียเพิ่มอีกหนึ่งอัตรา” ทายาทคนโตของคีรานอฟเปรยขึ้นเป็นการปูทางให้น้องๆ

“เออ ติดเมียว่ะ” แล้วเสียงทุ้มห้าวที่เต็มไปด้วยความหมั่นไส้ของอาชาดังขึ้นสมทบ ทั้งที่ตัวเองทั้งติดทั้งหลงเมีย

“มีเมียเด็กก็งี้ ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด” 

อชิรวัฒน์ก็ตามผสมโรงด้วยความหมั่นไส้ไม่ต่างกัน ตั้งแต่มาถึงเขาเห็นอัครวินทร์แทบจะตัวติดปริณดาอยู่แล้ว คอยตามแทบทุกฝีก้าว ไม่ยอมให้คลาดสายตาราวกับกลัวจะหาย จนทำให้เชื่อแล้วว่าหวงมากจริงๆ หวงราวกับไข่ในหิน 

“ก็เขาเลี้ยงของเขามาตั้งหลายปีกว่าจะโต ก็หวงก็ห่วงเป็นธรรมดาแหละน่า” อคินทร์มองตามหลังน้องชายแล้วยิ้มออกมา

“ปล่อยให้ห่างตัวนานๆ ไม่ได้แบบนี้ ไม่รู้ว่าได้แอ้มเด็กหรือยังนะ” 

อาชัญไม่วายแซวซ้ำเพราะลูกชายออกไปเล่นข้างนอกกับคุณปู่ ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าพูด เดี๋ยวเด็กขี้สงสัยจะเอาไปซักถามแม่แล้วพลอยให้พ่อเดือดร้อน

คนถูกพาดพิงไม่รู้สึกขุ่นเคืองเลยสักนิด หากแต่ยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ พวกนั้นชอบแซวจนเขาชินซะแล้ว ยอมรับอย่างเป็นกลายๆ ว่าติด ‘เมีย’ และติดมาก่อนจะเป็นเมียเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนไม่สามารถแสดงออกได้อย่างเปิดเผยเท่าตอนนี้







อ่านแล้วมีความคิดเห็นอย่างไร ฝากคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ

รักมากมาย / อัยย์ญาดา


อ่านเรื่องอื่นๆ ในซีรีส์ดวงใจคีรานอฟกดที่รูปภาพได้เลยค่ะ

  

 


ฝากอีบุ๊คเรื่องล่าสุดด้วยค่ะ ใครชอบเด็กห้ามพลาดน้า

คลิก >> https://goo.gl/K5N86N หรือ get it now ค่ะ 

อ่านตัวอย่าง >> https://bit.ly/2OvFZ1I

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 389 ครั้ง

598 ความคิดเห็น

  1. #402 kusiniii908 (@kusiniii908) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 10:43

    ผู้ชายบ้านนี้ติดเมียหลงเมียทุกคน

    #402
    0
  2. #401 tunchhh (@tunchhh) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 23:32
    ร่วมหมั่นไส้ด้วยคนค่ะ
    #401
    0
  3. #395 aemly (@aemly) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 09:17

    นน่ารักมาก

    #395
    0
  4. #394 Som131234 (@Som131234) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 08:45
    รออีบุ๊ค
    #394
    0
  5. #393 LuckyTarot (@LuckyTarot) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 08:18

    คิดถึงทั้งห้าหนุ่ม เวลาอ่านเล่มที่สี่แบบนี้ก็พลอยได้รับรู้ความเป็นไปของชีวิตพี่ๆด้วยว่ามีครอบครัวน่ารักและหลงเมียกันทุกคน ดีต่อใจfc KRN รอจองพี่อัครพร้อมพี่ชินแต่คงไม่รอแล้วล่ะ อยากอ่านเล่มพี่อัครแล้ว ^^ จัดก่อนเลยแล้วกันเนอะ ^^
    #393
    0
  6. #392 Venitah (@PhoRR) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 07:08
    ยอมรับทุกอย่างเลยนะ ใครว่าอะไรก็ไม่โกรธ
    เพราะมันเป็นเรื่องจริง 555
    #392
    0
  7. #391 aranyaorchid (@aranyaorchid) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 03:00
    ตระกูลนี้ติดเมียกันทุกคนเลย อยู่ห่างเมียไม่ได้ว่ามะ55555
    #391
    0