Parasite : ปรสิตสังหาร 3 จบภาค (ชุด สัญญาณวันสังหาร)

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 1 วาเลนไทน์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 พ.ค. 55

 ตอนที่ 1


 วาเลนไทน์
2013

“วันนี้ตลาดหุ้นได้เข้าไปอยู่ในแดนบวกอีกครั้งหลังจากที่ตลาดหุ้นทั่วโลกตกลงกว่าสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่ยากเย็นที่สุดคล้ายกับว่าผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อองค์กรอนามัยโลก พยายามที่จะผลิตยาต้านไวรัสและทำลายปรสิตที่ฝังตัวและทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาสังหารหมู่กันอย่างอุกอาจ ทางการเปิดเผยว่าการปักเขตกักกันและทำฐานเฝ้าระวังเป็นสิ่งที่ช่วยลดการแพร่กระจายของโรคและผู้ติดเชื้อได้ดีที่สุด ทั้งนี้งบประมาณในการควบคุมตัวผู้ติดเชื้อกำลังจะหมดลง แต่ได้ความร่วมมือจากการบริจาคของผู้ใจบุญทั้งหลาย อาทิ คาร์ลอส มัวร์  นักธุรกิจรายใหญ่ที่บริจาคเงินกว่าสิบล้านบาท หรือแม้แต่แดนไท อักรา นักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดจนต้องปิดกิจการที่เกาะอันดามันพาราไดซ์ลงก็ร่วมบริจาคเช่นกัน เพื่อให้รัฐบาลไทยใช้ในการจัดการภาวะแพร่ระบาดของปรสิตซึ่งได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการแล้วว่า “โรคปรสิตสองพันสิบสอง” “

 

มีปัญญาตั้งชื่อกันแค่นี้เหรอเนี่ย...

ธรรม์สบถในใจ เขาไม่น่าเปิดข่าวโทรทัศน์มาฟังเรื่องไร้สาระนี่ให้เสียเวลาเลยจริงๆ ในโรงแรมหรูริมแม่น้ำวิวสวยสุดๆ ขนาดนี้มีอะไรให้ทำตั้งมากมาย ไหนจะมีรักษาการความปลอดภัยชั้นเลิศชนิดคนแปลกหน้าเข้ามาคงโดนสอยร่วงไม่ต่างจากแมลงวันตัวหนึ่ง ชนิดไม่ต้องห่วงว่าจะมีเชื้อปรสิตเข้ามาได้ง่ายๆ เขาจะลงไปสระว่ายน้ำหรือฟังเพลงในห้องอาหารก็ได้ ยังไงกีรติก็ยอมจ่ายเงินให้คนที่สามารถพาลูกสาวเข้ากลับมาอย่างปลอดภัยได้อยู่แล้ว

แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากการหนีเอาตัวรอดจากเกาะอันดามันพาราไดซ์มาได้ ธรรม์กลับเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง เขานอนหลับเป็นวันๆ เกือบสัปดาห์ที่ไม่เป็นอันทำอะไร จากนั้นก็ดูข่าวสาร รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเขาและทุกคนที่ผ่านมาด้วยกันว่ามันเกิดจากเจ้าตัวในขวดโหลที่เขาเจอในห้องของไมค์ ชู และมันแพร่ระบาดออกไปในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทะเลอันดามันไปจนถึงคาบสมุทรอินเดีย ผู้ติดเชื้อจอมคลั่งหาทางขึ้นฝั่งเรื่อยเปื่อย กลายเป็นอาชญากรที่แพร่พันธ์เร็วและน่ากลัวอย่างที่สุด

เขารู้สึกแย่ยิ่งกว่าอะไรที่ตัวเองมานอนอยู่ในโรงแรมนี้แต่ไม่รู้ชะตากรรมของคนอื่นที่เหลือ แม้รติญาจะบอกว่าเธอได้ส่งคนของพ่อไปสืบหาพวกเขาแล้ว แต่ถ้าหากทั้งหมดยังอยู่ในเขตกักกัน เท่ากับว่าเขาเอาตัวรอดมาได้แค่คนเดียว คนไม่อยากรับผิดชอบใครอย่างเขากลับรู้สึกแย่ได้ขนาดนี้เชียวหรือ คนที่ไม่มีใครอย่างเขา เวลานี้กลับมีคนให้คิดถึงเยอะขนาดนี้เชียวหรือนี่...

 

รติญา..

เธอคือคนเดียวที่รอดมากับเขา ทั้งคู่ใช้เวลาด้วยกันหลายวันกว่าจะมาถึงที่นี่ ที่ซึ่งรติญาบอกว่ามันปลอดภัยและพ่อของเธอก็รีบเดินทางตามมาหลังจากที่เขานอนอยู่ที่นี่แล้วเกือบสามวัน

ธรรม์อยากติดตามข่าวสารเล่านี้มากกว่าหลายสิ่งที่เขาเคยอยากทำตลอดช่วงห้าปีที่ผ่านมา ธรรม์เฝ้ามองดูผู้คนที่ยังสนุกกับการใช้ชีวิตด้วยความอ่อนใจ การที่เขาพารติญาแหกด่านกักกันกลับออกมาได้นั้นช่างลำบาก แต่พอมาถึงโรงแรมแห่งนี้เขากลับรู้สึกว่าผู้คนไม่วิตกใดๆ อย่างนี้ล่ะมั้ง หากไม่ใช่ญาติหรือคนในครอบครัวก็คงไม่สนใจสินะ ไว้ลองมาวิ่งหนีตายแบบเขาดูสักครั้งจะเข้าใจ

ร่างสูงกดรีโมทปิดโทรทัศน์จอพลาสม่าในห้องสวีทลง เขาขี้เกียจนั่งฟังวิเคราะห์แนวโน้มอันตรายของพวกนักข่าว แน่จริงลองไปสัมผัสอย่างที่เขาเคยเจอสิ ต่อให้มีกี่ผลสำรวจ กี่นักวิชาการ เวลาติดแล้วก็แก้ไขไม่ได้พอกัน ไม่ต่างกับตายทั้งเป็น ยาที่บอกว่าจะสำเร็จก็ไม่ต่างจากหวังลมๆ ตอนนี้เมืองน่าเที่ยวกลายเป็นดินแดนซอมบี้สุดสยองไปแล้ว ถ้ามันเหมือนพวกหนังฮอลลีวู้ดที่เขาดูก็ดี แค่ลากปืนมายิงปั้งๆ แล้วตายกันให้หมดก็จบ

ในความจริงพวกนั้นยังมีจิตใจ ยังไม่ตายเพียงแค่แสดงด้านมืดออกมาจนน่าใจหาย พวกเขาคงบคุมตัวเองไม่ได้แล้วไม่รู้ว่าจะมียาตัวไหนออกมาทำให้เขาเป็นดั่งเดิมได้จริงหรือเปล่า แต่ความมีมนุษยธรรมทำให้ต้องกักเอาไว้ตามที่ข่าวบอก ธรรม์มองไม่เห็นเลยว่า หากพวกนั้นหลุดออกมาแล้วทำเขตกักกันเพิ่มแล้วจะมีทางออกจริงๆ อย่างไร มันแค่แก้ปัญหาไปวันๆ เขานึกถึงการยิงคนเหล่านั้นเพื่อเอาชีวิตรอดที่เกาะอันดามันพาราไดซ์...

มันอาจจะโหดร้ายแต่ถ้าเทียบกับจำนวนคนที่ต้องอยู่ต่อไป ธรรม์รู้ดีว่าเป็นใครก็เลือกอย่างเขา แค่เพราะรัฐมีอำนาจและพื้นที่ คนที่มีปรสิตในร่างจึงต่อลมหายใจอยู่ได้ เขาก็หวังว่ามันจะเป็นโลกสวยแบบนี้ต่อไป...

ชายหนุ่มขยับตัวลงจากเตียงยืนมองดูหนวดเคราในกระจกก่อนจะโกนทิ้งให้เหลือพอรำไรอย่างเดิม แล้วอาบน้ำอุ่นให้สบายตัวแล้วลงไปข้างล่าง เพื่อทานมื้อค่ำตามคำเชิญของกีรติ บอกได้จากสีหน้าเลยว่าธรรม์ไม่อยากไปสักนิด

เบื่อคำป้อยอของคนที่หายหัวตอนลูกสาวตัวเองจะตายไปสมสู่กับใครไม่รู้ แล้วมายกย่องเขาเป็นวีรบุรุษ

ไม่มีการกล่าวถึงดินเลยตั้งแต่ธรรม์เจอกีรติ บางทีพ่อลูกคู่นี้อาจคุยตอนที่เขาไม่เห็นก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นธรรม์ก็อยากให้รู้ว่าดินมีส่วนมากกว่าเขาด้วยซ้ำในการทำให้รติญามีลมหายใจมาจนถึงตอนนี้

............

 

ก็อกๆ...

เสียงเคาะห้องตรงตามเวลานัด พนักงานโรงแรมท่าทางสุภาพเดินมารับเขาเพื่อไปยังห้องอาหารส่วนตัว ทั้งยังเอาสูทมาให้สวมแทนเสื้อแจคเกตแบบที่เขาชอบใส่

“เอาจริงอ้ะ” ร่างสูงเบ้หน้า ชี้มือไปที่สูทแล้วชี้มาที่เขา พนักงานแค่ยิ้มน้อยๆ แต่ยังยื่นให้อย่างเดิม ชายหนุ่มหน้ามุ่ย ถอดแล้วเหวี่ยงเสื้อแจคเกตของตัวเองไว้บนเตียง

 

รู้งี้มาส่งแล้วหนีกลับไปดีกว่า...

ชายหนุ่มนึกเล่นๆ ในใจ พลางมองดูตัวเองในกระจกสะท้อนของลิฟต์ นัยน์ตาสีเขียวยังคงสดใสแบบเดิมแม้จะผ่านเรื่องเฉียดตายมาแล้วก็ตาม เขาหวนนึกถึงเรื่องราวสามวันสองคืนในเกาะนรกนั่นอยู่บ่อยๆ รวมถึงตอนที่ขออาศัยรถพ่วงกลับมาจนถึงเมืองนี้ เขาต้องขออาศัยรถหลายคันเพราะสภาพสะบักสะบอมนั่น รวมถึงความปลอดภัยของรติญา เพราะแม้เธอจะโทรมแค่ไหน ประกายความสวยก็ส่องจนโชเฟอร์บางคนมองเธออย่างโลมเลียไร้มารยาทใส่ เกือบทำให้ธรรม์วางมวยหลายครั้ง

ชายหนุ่มนึกถึงคืนก่อนจะมาถึงเพนส์เฮ้าส์และโรงแรมซึ่งเป็นกิจการของกีรติ พวกเขาต้องนอนมาในรถขนผัก เหม็นหัวหอมกับกระเทียมจนพนักงานโรงแรมยังเสียมารยาททำหน้าสะอิดสะเอียนใส่ตอนที่ต้อนรับเขากับเธอ ธรรม์รู้สึกถึงความเจ็บปวดของการสูญเสียดินที่รติญาเผชิญได้ดี และนั่นทำให้เธอไม่ยอมให้เขาไป

เธอขอให้อยู่ที่นี่สักพัก ซึ่งมันก็ผ่านมาหลายวันแล้ว แต่เธอแทบไม่ได้เจอกับเขา

แม้มันไม่ใช่เมืองหลวงแต่ก็อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง เป็นชานเมืองที่เจริญมากจนมีทั้งโรงงาน มีรถประจำทาง  เขาจึงเลือกจะอยู่ที่นี่ต่อสักระยะตามที่เธอขอให้อยู่ แต่ก็รู้ดีว่าคงไม่นาน...

 

…………….

 

ประตูลิฟต์เปิดออก ก่อนที่พนักงานจะนำเขาเดินไปอีกทาง ถัดจากห้องอาหารขึ้นชื่อของโรงแรมแห่งนี้ ยังมีทางเดินไปสู่ห้องรับรองแขกที่กีรติมักใช้ในเวลาห้องว่างให้เป็นสถานที่จัดมื้อค่ำสุดหรู

“ถึงแล้วครับ” พนักงานบอก ก่อนจะผายมือ ให้พนักงานที่ยืนเฝ้าหน้าห้องเป็นฝ่ายเปิดเข้าไป

ประตูใสประดับด้วยลวดลายสลักสีทองสวยเปิดออกเพื่อต้อนรับแขกอย่างเขา ธรรม์รู้สึกประหม่าขึ้นมาเฉยๆ โดยเฉพาะเมื่อสายตาของเขาสบเข้ากับร่างบางบนเวที

เสียงเปียโนที่คลอมาตลอดในโสตสัมผัสแรก มาจากฝีมือของรติญา เธอไม่ได้อยู่ในชุดหรูหราอลังการ แต่มองแล้วสวยเรียบๆ เข้ากับหน้าเฉี่ยวคมของเธอ ไฟที่ส่องร่างบนเวทีขับให้เธอดูงดงามราวกับรูปปั้นเทพีที่กำลังบรรเลงเพลงรักชวนหลงใหล

ชายหนุ่มรู้สึกว่าหัวใจเขาเริ่มเต้นเปลี่ยนจังหวะ จากที่เคยอยู่ในจังหวะสบายๆ มันกลับผ่อนลงไปให้ช้าลงเท่ากับเพลงบรรเลงนั่น...

มันเป็นเพลงที่เขาเคยฟัง และจำได้ดี...

 

Canon in D major1...

 

ภาพซ้อนของผู้หญิงสองคนปรากฏในใจของธรรม์ รติญาทำให้ตัวโน้ตในเพลงนี้อ่อนหวานยิ่งขึ้น เธอหันมายิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นว่าเขามาถึงแล้ว ชายหนุ่มยืนนิ่งราวกับถูกสะกดให้ยืนตรงนั้นและมองภาพเธอในเวลานี้อย่างใจลอย จนกระทั่งโน้ตตัวสุดท้ายจบลง แล้วร่างของรติญาในชุดราตรีเรียบๆ สีแดงสด รับกับผิวขาวเปล่งปลั่งนั่นค่อยๆ เดินมาหาเขา

“ถึงกับเงียบเลย”

“ไม่น่าเชื่อ...” ธรรม์เลิกคิ้ว ยิ้มเจ้าเล่ห์

“หมายความว่าไง” หญิงสาวหรี่ตามองเขาอย่างอยากรู้คำตอบ

“ก็ฉันคิดว่าเธอไม่น่าจะทำอะไรหญิงๆ ขนาดนี้ได้เลยน่ะสิ”

“เหอะ นายยังไม่อะไรที่ไม่รู้อีกเยอะ” หญิงสาวยิ้มกวนๆ ใส่

อาจจะจริง เรื่องที่เขาไม่รู้จักเธอในทุกอย่าง ดูแค่ตอนที่พากันหนีมาจากเกาะด้วยกัน เขาคิดว่าเธอจะบอบบาง เคยจินตนาการไว้สารพัด แต่กลับมาถึงที่นี่ด้วยกันได้ การแต่งตัวแบบนี้ของรติญาจึงกลายเป็นเรื่องแปลกตาสำหรับธรรม์ทั้งที่เมื่อก่อนเขาเองก็พอมองเห็นเธอในข่าวสังคมบ้าง

“ไม่เป็นไร อีกหน่อยคงได้รู้มากกว่านี้” น้ำเสียงของธรรม์ดูอ่อนโยนขึ้นจนรติญาที่คิดว่าเดี๋ยวเขาต้องสวนคำพูดกวนประสาทใส่มาถึงกับแปลกใจเล็กน้อย เธอจึงไม่ตอบอะไรก่อนจะเดินนำเขาไปที่โต๊ะอาหาร ทั้งสองมาถึงก่อนเจ้าภาพอย่างกีรติ

เขาและเธอนั่งตรงข้ามกัน...

 

ไม่ใช่แค่ธรรม์ที่รู้สึก เมื่อรติญามองชายหนุ่มใส่เสื้อสูทเป็นครั้งแรก เธอรู้สึกว่าราศีของเขาจับไม่น้อย เสน่ห์ที่มากกว่านัยน์ตาสีเขียวคู่สวยปรากฏให้เห็นจนเธอเองก็เขินอายเขาอย่างที่ไม่เคยมาก่อน

จนกีรติเดินเข้ามาพร้อมๆ กับคนที่ทั้งสองไม่นึกถึง

“โอ้ว ขอโทษทีวันนี้มีแขกคนสำคัญมาเพิ่มเสียแล้ว” ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงเริงร่า ธรรม์กับรติญาลุกขึ้นเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือน คนที่ทำให้หญิงสาวตกตะลึงครู่หนึ่ง

 

แดนไท อักรา...

 

การได้เห็นตัวเป็นๆ ครั้งแรกของธรรม์ ทำให้เขามองแดนไทด้วยสายตาแบบเดียวกับเวลาที่คนทั่วไปมองเห็นดาราหรือคนดัง มองอย่างทึ่งๆ และแอบเปรียบเทียบตัวจริงกับในจออยู่ในใจ แดนไทเป็นเจ้าของอันดามันพาราไดซ์ เขาเก่งมากที่ยังรักษาหุ้นของตัวเองในตลาดหลักทรัพย์ไม่ให้ร่วงอย่างที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ได้ทั้งที่เขานั้นต้องเสียเกาะไปทั้งเกาะ คงเป็นโชคอย่างที่ข่าวบอกล่ะมั้งว่าเขาประมูลงานสำคัญและระดมทุนเพิ่มได้สำเร็จก่อนเกาะจะกลายเป็นนรก ดูจากท่าทางสุภาพนั่นแล้วบอกได้เลยว่าเขาเป็นเทพบุตรจริงๆ

“คุณเองเหรอที่ช่วยรันกลับมา” แดนไทจ้องมองธรรม์เช่นกัน แต่ธรรม์ไม่อยากนึกว่าอีกฝ่ายจะประเมินเขาไว้อย่างไร จนแดนไทหันไปสนใจรติญาแทน

 

เพี๊ยะ...!

เสียงตบหน้าดังสนั่นจนธรรม์สะดุ้ง โดยเฉพาะคนที่โดนแรงเหวี่ยงเต็มๆ มืออย่างแดนไท ถึงกับหน้าชาไปในทันที กีรติยังอึ้งเพราะไม่คิดว่าลูกสาวของเขาจะทำแบบนี้

นัยน์ตาของหญิงสาวมีน้ำคลอเบาๆ ก่อนที่จะเดินพรวดๆ ออกไป ธรรมืกำลังหันจะเดินตามทว่ามือของกีรติคว้าไว้ เขามองเห็นแดนไทเดินตามเธอออกไป

“ปล่อยเขาปรับความเข้าใจกันเถอะ”

 

จริงสิ...

ธรรม์เกือบลืมไปแล้วว่ารติญาคบหาอยู่กับแดนไท ตลอดสามอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาลืมไปเลยว่าชายคนนี้มีตัวตนและเป็นเจ้าของหัวใจของคุณหนูรันจอมดื้อและเอาแต่ใจนั่นอยู่ จะว่ากีรติมาสายแล้ว กลายเป็นแดนไทมาสายยิ่งไปกว่า...

“อยู่ที่นี่สบายดีไหม”

กีรติถามขึ้น ก่อนจะนั่งลงเพื่อให้พนักงานเสิร์ฟรินไวน์ นั่นทำให้ธรรม์ต้องนั่งลงตามมารยาท ใจของเขานั้นไปกับรติญาแล้ว หากต่สมองกับปากยังต้องตอบคำถาม

“ครับ”

“ดีแล้ว ขอบใจนายจริงๆ” อาการชื่นชมจองกีรติที่ทำให้ธรรม์เลี่ยนกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ดุน้ำเสียงจะแฝงอะไรบางอย่างไว้

“ถ้าอย่างนั้น สนใจจะมาเป็นบอดี้การ์ดคนใหม่ของหนูรันไหมล่ะ” เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์เสนอขึ้น “ฉันไว้ใจให้เธอไปไหนมาไหนกับหนูรันได้ ตอนนี้ยังไม่มีบอดี้การ์ดที่เหมาะกับเธอสักคน รับรองว่าเงินเดือนดีแน่ๆ แค่ดูแลลูกสาวตัวดีของฉัน ปกป้องเธอ งานนี้เหมาะกับเธอดีนะ ว่าไงล่ะ”

บอดี้การ์ดงั้นเหรอ...

ธรรม์หัวเราะในใจ ชายคนนี้คงไม่รู้สินะว่าคนอย่างเขาน่ะ ไม่เคยปกป้องใครได้จริงๆ หรอก มันแค่นิทานหลอกเด็กเท่านั้นเรื่องการเป็นอัศวิน

“ถ้าเธอสนใจล่ะก็...”

“ผมคงไม่ทำครับ” ธรรม์รีบแย้งก่อนที่กีรติจะยื่นขอเสนอเพิ่มเติม เขาไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่ออยู่กับใคร การเดินทางและชีวิตสันโดษคือความใฝ่ฝันของเขา

เขาบอกตัวเองแบบนั้น...

“แน่ใจแล้วเหรอ” สีหน้าของกีรติดูไม่อยากเชื่อ เขามั่นใจว่าคนไม่มีอะไรอย่างธรรม์น่าจะรับข้อเสนอ ประวัติที่เขาตรวจสอบมาก็ถือว่าหมอนี่อยู่ในเกณฑ์ดี ชายวัยกลางคนรู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อย

“ครับ ผมคิดว่ามันไม่เหมาะกับผม”

คนที่อยู่ข้างกายแต่สัมผัสไม่ได้ ธรรม์ไม่อาจบอกได้ว่าเขาจะเป็นคนดีขนาดนั้น วันหนึ่งเขาอาจหน้ามืดหรืออาจปล่อยให้ตัวเองผูกพันกับใครอีกครั้ง เพราะฉะนั้น เขาควรได้เวลาไปแล้ว...

“ถ้าคิดดีแล้วก็ตามใจ” กีรติล้วงมือเข้าไปในสูทแล้วหยิบปากกากับสมุดเชคของธนาคารออกมา ขีดเขียนพักหนึ่งแล้วก็ยื่นให้ “นี่เป็นค่าตอบแทนที่เธอดูแลลูกของฉันมาจนถึงนี่”

ชายหนุ่มเหลือบมองดูตัวเลขในนั้น มันไม่มากไม่น้อย แต่สำหรับราคาชีวิตของลูกสาวคนหนึ่งคงเทียบไม่ได้

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณที่ให้ผมพักซะนาน พรุ่งนี้ผมจะออกเดินทางแล้ว เงินนี่ผมคงรับไว้ไม่ได้ ผมไม่ได้พาเธอกลับมาเพื่อรับค่าตอบแทน”

ร่างสูงลุกขึ้น จังหวะเดียวกับที่อาหารน่ารับประทานมาเสิร์ฟที่โต๊ะ แต่ตอนนี้เขาไม่หิวเสียแล้ว ชายหนุ่มโค้งให้กีรติหนึ่งครั้ง

“ขอตัวนะครับ ผมอิ่มแล้ว” เขาบอก ก่อนจะหันหลังให้ ต่อให้โดนบังคับ ขู่ด้วยปืนเขาก็ไม่มีทางกลับไปนั่งที่โต๊ะนั่นแล้ว ร่างสูงเดินก้าวพรวดๆ พอออกจากประตูห้องรับรองสุดหรูนั่นได้เขาก็ถอดสูทออก มองไปที่สวนเล็กๆ จัดในร่มระหว่างทางกลับเข้าห้องอาหารของโรงแรม สายตาเขาเหลือบเห็นแดนไทกับรติญายืนคุยกันอยู่ตรงนั้น

เธอคงโมโหมาก แต่พอสะบัดก็ถูกแดนไทดึงเข้าไปกอดอีกครั้ง...

ท่ามกลางแสงสีและภาพของคนทั้งสอง ธรรม์รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เมื่อเบื้องหลังอ้อมกอดของแดนไท กลับไม่มสีหน้าของคนรักที่ดูห่วงหาเหมือนเมื่อครู่ตอนเขาสบตารติญา ความกังวลและว่างเปล่าต่างหากที่ธรรม์เห็นจากแดนไท

ธรรม์เบือนหน้าหนีแล้วเดินก้าวพรวดๆ ออกมาอย่างไม่อยากมองอีกเลย ทุกอย่างกำลังเข้าที่เข้าทาง กำจัดโรคระบาดได้ ทุกคนก็คงต้องกลับใช้ชีวิตดังเดิม เขามองเห็นว่านี่เป็นทางที่ดีที่สุดแล้วสำหรับทุกอย่าง...

 

...............................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

111 ความคิดเห็น

  1. #87 mew-ja (@moonlight-mew) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2555 / 17:21
    อยากให้ธรรม์คู่กับทีน่ามากว่านิ งิงิ
    #87
    0
  2. #82 คนติดนิยาย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 20:07
    มันคุ้นๆเหมือนตอนแรกเลย(ตอนแรกคิดว่าจะกลับพรุ่งนี้เลยดีไหม)อันนี้มันคุ้นๆนะครับ 555
    #82
    0
  3. #79 Fral2a (@illreris) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 / 17:08
    ธรรม์ สู้ๆ จริงๆ ไม่ได้เชียร์ให้คู่กับริตญานะ อยากให้สามเส้ากับทีน่าด้วย อิอิ

    แต่ปล่อยให้รติญาไปกะแดนไทแล้วหงุดหงิดอะ

    เรื่องวุ่นจะเกิดตอนไหน ติดตามๆ ค่ะ

    ป.ล. ธรรม์ อ่านว่า 'ทัน' หรือ 'ทัม' อะ น่าจะ 'ทัน' นะ
    #79
    0
  4. #78 Akin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 / 11:07
    ผมว่าเนื้อเรื่องลึกลับสับซ้อนน่าติดตามมากครับ

    เเหะๆ
    #78
    0