Parasite : ปรสิตสังหาร 3 จบภาค (ชุด สัญญาณวันสังหาร)

ตอนที่ 1 : บทที่ 1... เปิดเกาะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 805
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ม.ค. 55

บทที่ 1

 

 

 

วูดดดดด....

 

เรือสำราญขนาดกลางส่งเสียงคำรามเป็นสัญญาณว่าบัดนี้กำลังจะถึงที่หมายแล้วหลังจากแล่นช้าๆ ฝ่าคลื่นลมในทะเลมาถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ เสียงกัปตันเรือประกาศบอกให้ทุกคนบนเรือทราบโดยทั่วกันว่าเวลาที่รอคอยของพวกเขากำลังมาถึงในอีกไม่กี่นาที บรรดานักท่องเที่ยวต่างก็กรูกันมายืนอยู่ตรงกาบเรือฝั่งเดียวกับที่มองเห็นท่าเรือเพื่อชมทิวทัศน์แรก...

 

“ยินดีต้อนรับสู่ อันดามันพาราไดซ์ สวรรค์ชั้นใหม่แห่งท้องทะเลอันดามัน”

 

ป้ายบิลบอร์ดสีขาวผืนใหญ่ตั้งตระหง่านสูงเด่นอยู่เบื้องหน้า มีข้อความสามภาษาเขียนประกอบรูปสวยๆ จากมุมสูงของเกาะอันดามันพาราไดซ์ ป้ายนี้ถือเป็นจุดสนใจแรกของทุกสายตาทันที่เรือจอดเทียบท่าส่งผู้โดยสาร ที่นี่คือเกาะแห่งใหม่ที่นักท่องเที่ยวเพิ่งรู้จักเมื่อกี่ปีที่ผ่านมา ตั้งห่างออกไปจากฝั่งตะวันตกของประเทศไทยกว่าสองร้อยไมล์ทะเล เนื้อที่ร้อยกว่าไร่ของเกาะไร้ชื่อแห่งนี้เคยเป็นแค่เพียงที่ดินแห้งๆ มีต้นมะพร้าวกับไม้ล้มลุกขึ้นแซมต้นหญ้าอยู่ประปราย อากาศแห้งแล้งมีแต่พวกดินทราย จนกระทั่งมันถูกเนรมิตขึ้นมาให้กลายเป็นดินแดนที่ใครๆ ก็อยากได้มาสัมผัสสักครั้ง

มันกลายมาเป็นลาสเวกัสแห่งอันดามัน... สวรรค์ของนักแสวงโชคและแหล่งพักผ่อนที่ดีที่สุดของพวกไฮโซเงินหนาไม่ต่างจากมัลดีฟหรือโบราโบร่า แม้ที่นี่จะสร้างเสร็จเพียงเจ็ดปีแต่ความหรูหราของที่นี่นั้นไม่เป็นรองใคร โดยเฉพาะรีสอร์ทสองฝั่ง ที่ฝั่งหนึ่งมีห้องพักยื่นลงไปในทะเลใสๆ ส่วนอีกฝั่งมีเก้าอี้รับลมชายหาดพร้อมเสริฟอาหารเช้าถึงหน้าห้อง

ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนเดินทางเข้ามายังเกาะแห่งนี้ ด้วยเรือของบริษัทผูกขาดในชื่อของ เฮเวนนัมเบอร์ไนน์ชิฟ” โดยนักธุรกิจชาวไทยที่ใครๆ หลายคนจับตามองอย่าง แดนไท อักรา หนุ่มหล่อและเก่งเกินอายุ เขานำเงินมรดกที่เขาได้รับมาสร้างรีสอร์ทนับสิบแห่งก่อนจะซื้อเกาะแห่งนี้ด้วยการวิ่งเต้นให้คนใหญ่คนโตทำเรื่องอนุมัติ ก่อนจะจัดสรรให้มันกลายเป็นรีสอร์ทและโรงแรมระดับ 5 ดาว สวรรค์บนดินของคนมีเงินแบบที่ใครๆ ต่างก็ใฝ่ฝันอยากมาเที่ยวสักครั้งในชีวิต

 

เรือสำราญของเฮเวนนัมเบอร์ไนน์ชิฟแล่นเทียบท่าวันละครั้งคือสิบนาฬิกาและจะรอนักท่องเที่ยวที่เชคเอาท์จนถึงเที่ยงครึ่งแล้วแล่นกลับ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับบรรยากาศตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ก้าวขาลงจากเรือขนาดสองร้อยที่นั่ง พร้อมไปด้วยสิ่งบันเทิงและความสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นบาร์ เลาจ์ ส่วนฟังเพลง สระว่ายน้ำบนระเบียงเรือ ฟิตเนส สปา คาราโอเกะ มื้อค่ำสุดหรู จนถึงห้องนอนหลายระดับตามความต้องการและกำลังทรัพย์ของลูกค้า เดินทางอย่างเชื่องช้าบนผืนน้ำจนผ่านหนึ่งคืนจึงจะถึงที่หมาย

 

ธรรม์เฝ้ามองพวกไฮโซเริงร่ารับลมทะเลอย่างเงียบๆ อยู่มุมท้ายสุดของระเบียงเรือ...

สำหรับเขาแล้ว ที่นี่คงไม่มีอะไรมากไปกว่าสถานที่ฆ่าเวลาแห่งใหม่และมีไว้เพื่อหาเงินจากการพนันแบบเดียวกับที่ได้มาจากลาสเวกัสบนโต๊ะแบลคแจ๊คและโป๊กเกอร์ ยามนี้เขาเพียงแค่ยืนพิงรั้วกั้นของเรือ ไม่ได้คิดจะแสร้งปรับเปลี่ยนท่าทีห้าวหาญตามปกติเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างที่น้องสาวชอบเตือนเวลาเขาออกงานสังคม ชายหนุ่มหยิบแจกเกตสีดำราคาแพงที่นานๆ มาสวมพอให้ดูมีรสนิยมขึ้นพร้อมกับใส่แว่นกันแดดราคาแพงของอาร์มานี่

   ผู้หญิงหลายคนมองมาทางเขา สะดุดตากับทรงผมสั้นง่ายๆ แต่รับกับใบหน้าคมๆ นั่น ยิ่งเมื่อเขาไว้เคราบางๆ พอให้หน้าดูเข้มขึ้น ใบหน้าก็คมชัดเหมือนพวกลูกครึ่ง โดยเฉพาะดวงตาสีเขียวมรกตที่ได้มาจากแม่นั้น ถือเป็นตัวช่วยเรียกให้สาวๆ เข้ามาไม่เคยขาด เพียงแต่สายตาของผู้หญิงบนเรือลำนี้ก็แค่ปรายตามองเสมือนว่าพวกเธอเป็นต่อกว่าเขา

 

เขารู้ว่าที่นี่ย่อมต่างไป ผู้ชายเงินหนาดูมีราคากว่าผู้ชายหน้าตาดี...

 

เมื่อเรือจอดเทียบท่าสนิท นักท่องเที่ยวต่างก็ทยอยเดินลงจากเรือ พนักงานเตรียมเวลคัมดริ๊งค์ไว้พร้อมกับผ้าเย็น กลิ่นของน้ำมะพร้าวอ่อนโชยขึ้นจมูกทันทีที่เขาดื่มน้ำใสๆ ในแก้วนั้น เบลบอยเดินมารับกระเป๋าถือตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบบนพื้นเกาะแห่งนี้ ธรรม์ขยับกระเป๋าสะพายใบเดียวของเขาให้แนบไหล่ชนิดที่ไม่ให้ใครมายุ่มย่าม พนักงานยกกระเป๋าซึ่งเตรียมรับเขาได้แต่เป็นฝ่ายเดินตามชายหนุ่มไปที่ฟรอนท์ของโรงแรมด้วยความงุนงงกับสายตาดุๆ ภายใต้แว่นกันแดดสีอ่อนนั่น

“เชคอินห้อง 1012” ธรรม์เป็นฝ่ายพูดเองทันทีที่เขาเดินถึงฟร้อนท์ โดยไม่ได้สังเกตเลยด้วยซ้ำว่าตลอดทางที่เดินเข้ามาตั้งแต่ท่าเรือจนถึงเคาน์เตอร์นี้ มันได้ผ่านมาแล้วทั้งมุมจิบกาแฟในสวนน่านั่ง ลานน้ำพุอลังการออกแบบอย่างสวยงาม ร้านค้าตกแต่งให้เป็นเหมือนถนนคนเดินเล็กๆ สำหรับนักชอปที่ต้องการบรรยากาศของร้านค้าริมถนนในเมือง พื้นปูด้วยอิฐเรียงกัน

เพราะสิ่งที่เขาสนใจจะมองนั้นมีแค่ป้ายแบ่งส่วนกันระหว่างโรงแรม รีสอร์ท โรงละคร และคาสิโนเท่านั้น

 

“จากนี่เดินไปคาสิโนยังไง” ร่างสูงถามระหว่างที่พนักงานหยิบบัตรเครดิตของเขาไปรูดชำระเงิน

“ออกไปทางซ้ายมือของลอบบี้จะมีทางเดินเชื่อมค่ะ คุณสามารถอ่านป้ายบอกได้ตลอดทางหรือสอบถามพนักงานได้ทุกคนค่ะ” พนักงานสาวเสียงหวานคนข้างๆ เป็นฝ่ายบอกเขาแทน

“ขอบคุณครับ” ธรรม์ยิ้มน้อยๆ ให้เธอ สายตาเขาอ่านป้ายชื่อสีทองที่ติดอยู่บนชุดพนักงานต้อนรับนั่น

ทีน่า...

“ทางนี้ครับท่าน”

แล้วความสนใจของเขาที่มีต่อสาวสวยท่าทางใจดีตรงหน้าถูกเบนออกไป ทันทีที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทเดินผ่านด้านหลังเขาไป

คาร์ลอส มัวร์ มหาเศรษฐีผู้รักสนุกกับการเล่นพนัน คนเดียวกับที่เสียเงินให้เขาในคาสิโนลาสเวกัสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ครั้งนั้นเงินพนันสูงถึงล้านดอลล่าร์สหรัฐและทำให้เขาได้มาที่เกาะแห่งนี้อย่างสบายใจ

“นี่ค่ะ” พนักงานเชคอินส่งคีย์การ์ดให้เขาอย่างสุภาพ ธรรม์หิ้วกระเป๋าตัวเองเดินตามเบลบอยไป พลางลอบมองมหาเศรษฐีคนนั้นอย่างสนใจ

 

ถ้าต้องเสียเงินอีกก็อย่ามาโทษแล้วกันนะลุง...

 

“เออน้อง ที่นี่มีพูลให้เล่นไหม” ธรรม์หันไปถามพนักงานหนุ่มน้อย เวลานี้มีแค่ทั้งคู่ที่อยู่ในลิฟต์

“อยู่ในบาร์แอนด์เรสเทอรองชั้นสองครับ”

“แล้วบาร์ริมสระล่ะ”

“มีครับ มีทั้งสระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดของโรงแรมที่อยู่ด้านหลัง และสระว่ายน้ำบนระเบียงชั้น 5 ครับ”

“แล้วถ้าพี่อยากกินส้มตำอะ”

“มีร้านอาหารไทยอยู่โซนบีชั้นสองครับ”

“ถ้าพี่อยากกินเคเอฟซีอะ”

พนักงานที่ตอบฉะฉานมาตลอดมองเหลียวมองเขาเล็กน้อยอย่างอึ้งๆ

“ไม่มีครับ แต่มีร้านอาหารที่ทำไก่ทอดได้อร่อยไม่แพ้กันอยู่ด้านล่างทางเดินไปคาสิโนครับ”

“ชื่ออะไรล่ะเราน่ะ” เขาถามอีก ในใจพนักงานตอนนี้อยากจะให้ถึงห้องไวๆ เสียจริง

“จุนครับ”

ประตูลิฟต์เปิดออกมองเห็นพรมแดงด้านหน้า พนักงานฝึกหัดหนุ่มหน้าตี๋วัย 19 ปี รีบพาตัวเองออกมาทันทีแล้วเดินนำธรรม์ไปจนถึงหน้าห้อง ไม่ทันได้หันมองว่าอีกฝ่ายยิ้มมุมปากด้วยความชอบอกชอบใจ

“ขอบใจมาก” แล้วธรรม์ก็หยิบเงินในกระเป๋าส่งให้เป็นทิป พอเห็นจำนวนเงิน จุนก็ยิ้มออกมาราวกับลืมไปแล้วว่าตัวเองถูกกวนประสาทไปเท่าไร

 

.........................

 

“ฮู้ววว”

แม้จะเป็นห้องระดับล่างของโรงแรม แต่มันก็สวยงามจนไม่อาจหาที่ติได้ ทั้งการจัดแต่งห้องสไตล์โมเดิร์นแบบเรียบง่ายที่ดูคล้ายกับอยู่บ้านตัวเอง แต่ความสวยเรียบของมันนั้นชวนให้หลงใหล พรมผืนนุ่มทำให้รู้สึกดีตั้งแต่สัมผัสแรกหลังถอดรองเท้า อากาศสดชื่นจากเครื่องฟอก ขวดแชมเปญแช่ไว้ในถังน้ำแข็งตั้งอยู่บนโต๊ะรอรับผู้มาเยือน โซฟานุ่มๆ เพียงแค่ทิ้งตัวลงก็เด้งได้จนเผลอตัวกระโดดเล่นไปหลายรอบ จอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ติดฝาผนัง ธรรม์แทบจะทิ้งตัวลงนอนกลิ้งบนโซฟา ถ้าไม่เห็นว่าเตียงของห้องนั้นทั้งกว้างและนุ่มยิ่งกว่า 

 

นี่เป็นสวรรค์ชัด ๆ...

เขายิ้มกว้าง เดินไปเปิดม่านระเบียงออก ...

“โอ้โหแฮะ...”

วิวด้านนอกห้องของเขานั้นก็ถือว่าใช้ได้ ห้องเขาอยู่ในส่วนด้านข้างของโรงแรม มองไปเห็นโรงละครหลังใหญ่ซึ่งเป็นจุดขายสำหรับพวกรสนิยมสูงๆ โดยเฉพาะ  เยื้องไปเป็นโซนด้านหลังโรงแรม มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บาร์ข้างสระ สปานวด และไกลออกไปด้านซ้ายมือ เป็นตึกสีขาวทรงยุโรปกลางท่าทางหรูหรา

 

ที่นั่นคือ คาสิโน...

ธรรม์เตรียมสูทมาพร้อม ที่นี่ต้องแต่งตัวภูมิฐานพอถึงจะได้เล่นโต๊ะกับแขกวีไอพีคนอื่น งานนี้เขาต้องสร้างชื่อสักหน่อย อย่างไรเสีย หากคาร์ลอสเห็นหน้าเขาก็คงจะทำให้มีชื่อเสียงขึ้นมาในหมู่นักเล่นที่นี่แน่ๆ แล้วถ้าหากเป็นอย่างที่เขาหวังละก็ ไม่กี่วันเขาจะเข้าถึงโต๊ะพนันที่ใหญ่และเงินหนักที่สุดของเกาะแห่งนี้ ชายหนุ่มเดินไปหยิบสมุดบัญชีของตนเองขึ้นมาดูเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองจะไม่คำนวนผิด

 

ยังอีกไกลกว่าจะถึงห้าล้านดอลลาร์ ไหนจะความเสี่ยงที่ทำให้หมดตัวก็มีอยู่มาก

 

ชายหนุ่มเปิดกระเป๋าถือของตนออก ภายนอกมันเหมือนกระเป๋าเสื้อผ้าของนักท่องเที่ยวประเภท backpacker ทั่วไป ขนาดใหญ่ชนิดแนบกับหลังได้แล้วยังเหลือต่ำลงไปจากสะโพกอีกเล็กน้อย พอเขาเอาเสื้อผ้าออกหมด ชายหนุ่มก็กดสวิตซ์ลับที่ซ่อนอยู่เพื่อปิดเครื่องพรางการตรวจโลหะ ก่อนจะเปิดซิบลับออก การลงทุนไปกับเจ้ากระเป๋าใบนี้ก็ไม่น้อยแต่ธรรม์ดูจะไม่สนใจ

ข้างในช่องลับนั้นมีปืนสั้นวางเรียงกันสองกระบอก ปืนลูกซองและไรเฟิลชนิดยังไม่ประกอบอีกหนึ่ง กับอุปกรณ์เล็กๆน้อยๆ พวกมีด เชือก ฯลฯ

ธรรม์มองดูสิ่งของต้องห้ามที่ตัวเองครอบครองไว้อย่างเย็นชา สายตาของเขาเรียบเฉย อย่างไรเสียเขาก็แค่จะพกมันมาเพื่อไว้ใช้ยามจำเป็นเท่านั้นเอง

 

..........................................

 

 

เมื่อตะวันลับขอบฟ้าไป...

 

ยามราตรีของอันดามันพาราไดซ์ก็ยิ่งชวนให้ผู้คนหลงใหล แสงไฟในสระว่ายน้ำเปลี่ยนสะท้อนไปมารับกับจังหวะของเสียงดนตรี คาสิโนที่ดูเหมือนตึกเก่าๆ น่าเกรงขามในยามกลางวัน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยแสงสีที่เปิดส่องตัวตึกดึงดูดไม่ต่างจากกองไฟที่ดึงดูดแมงเม่า ชวนใหนักเสี่ยงโชคเงินหนาพากันเดินตรงไปสู่ที่แห่งนั้น

ธรรม์ผล็อยหลับไปตั้งแต่บ่าย แชมเปญสำหรับต้อนรับหมดขวดไปนานแล้ว โทรทัศน์ถูกเปิดทิ้งไว้เป็นเพื่อน ร่างสูงขยับตัวอย่างสะลึมสะลือเดินโซเซไปยังอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ หลับๆ ตื่นๆ และวักน้ำเข้ามาล้างเพื่อให้หายงัวเงีย เสียงโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ก็ลอดเข้ามา

 

“จากเหตุระเบิดตึกของเขตกักกันโรคติดต่อใน รัฐอริโซน่า สหรัฐอเมริกา เมื่อสามวันที่แล้ว ขณะนี้ทางรัฐบาลของสหรัฐได้ออกมาชี้แจงถึงการปล่อยให้เพลิงจากการระเบิดลุกลาม จนกลายเป็นทะเลเพลิงเพื่อฆ่าเชื้อในบริเวณเขตกักกันโรคทั้งหมดและประกาศให้เขตนั้นรวมถึงรัศมีโดยรอบอีกหนึ่งร้อยไมล์เป็นเขตปิดตายในทันที เหตุเพราะประชาชนต่างพากันตื่นตระหนกว่าอาจจะมีสารเคมีและเชื้อโรคกว่าร้อยชนิดที่อยู่ในตึกแห่งนั้นหลุดรอดออกมา โดยทางรัฐบาลออกมาแถลงการณ์แล้วว่าไม่มีสิ่งใดน่าวิตก รวมทั้งขอให้ติดตามข่าวสารที่ถูกต้องจากรัฐบาล อย่าเชื่อข่าวลือใดๆ ที่อาจตามมาในระยะนี้”

 

เสียงผู้ประกาศข่าวพูดเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงไทยดังฟังชัดเพราะเขาจงใจเปิดเสียงไว้ ธรรม์ฟังแล้วก็ไม่ได้ใส่ใจสักเท่าไร เขาหยิบแจกเกตสีดำตัวเดิมมาสวมทับ คว้ากระเป๋าสตางค์กับคีย์การ์ด ตั้งใจจะไปหาอะไรกินในห้องอาหารของโรงแรมก่อนจะไปคาสิโน

 

“ขอโทษครับ/ขอโทษค่ะ”

 

ชายหญิงคู่หนึ่งวิ่งมายังลิฟต์พร้อมตะโกนบอกเป็นภาษาไทยก่อนที่ลิฟต์จะปิดลง ธรรม์มองสองหนุ่มสาวเดินเข้ามาในลิฟต์แล้วจึงขยับตัวหลบไปด้านหลัง ดูจากแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของทั้งสองบวกกับท่าทางที่เขินอายของพวกเขา ธรรม์ก็พอเดาออกว่าเป็นคู่แต่งงานใหม่ ชายหนุ่มขยับออกห่างอีกเล็กน้อย ยิ้มรับพอเป็นพิธีเมื่อทั้งสองส่งยิ้มให้แล้วฝ่ายชายก็มายืนคั่นกลางระหว่างเขากับภรรยา

 

ธรรม์อมยิ้ม สายตาสบกับฝ่ายหญิง... เธอเองก็ยิ้มน้อยๆ ให้เขาเป็นเชิงว่าอย่าได้ถือสาอาการขี้หึงของสามีเลย เขาจึงทำเป็นมองโน่นนี่ไปเรื่อย รอเวลาให้ถึงชั้นล่าง

 

พอลิฟต์เปิด เสียงวุ่นวายก็แทรกเข้ามาให้ทั้งสามได้ยิน

“จับไว้เดี๋ยวนี้ เร็วเข้าๆ !

เสียงใครบางคนส่งเสียงออกคำสั่งอยู่ไกลๆ ธรรม์เห็นผู้ชายคนหนึ่งท่าทางแปลกๆ วิ่งผ่านหน้าลิฟต์ไป ตามด้วยรปภ.อีกสองคนที่วิ่งตามอย่างรวดเร็ว คู่รักที่อยู่ในลิฟต์กับเขาจับมือกันไว้ด้วยท่าทางตกใจไม่น้อย ธรรม์เห็นแบบนั้นจึงเป็นฝ่ายเดินออกมาจากลิฟต์ก่อน

“เป็นอะไรมากไหม” ทีน่าถามเพื่อนร่วมงานที่นั่งทรุดตัวอยู่กับพื้น เพื่อนร่วมงานคนเดียวกับที่รับเชคอินธรรม์เมื่อตอนที่เขามา ชายหนุ่มมองเห็นเลือดไหลออกมาจากแขนเสื้อของหญิงสาวคนนั้นหยดลงไปที่พื้นและท่าทางจะไม่หยุดง่าย

“ไม่จ้ะ... ไม่เป็นไรมาก” เธอคนนั้นบอกด้วยสีหน้าซีดๆ

“ตายแล้ว เลือดเธอออกนี่” พนักงานต้อนรับสาวร้องออกมาเมื่อเห็นแผลที่แขน เธอทำอะไรไม่ถูกได้แต่นิ่งจนธรรม์เป็นคนเอาผ้าเช็ดหน้าของเขามาพันเหนือท่อนแขนของหญิงสาวโชคร้ายคนนั้น

“เกิดอะไรขึ้น” เขาถาม คนแถวนั้นต่างมองมาที่ทั้งสามคนเป็นตาเดียวกัน

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ จู่ๆเขาก็อาละวาดแล้วเอานิ้วจิกแขนฉัน” สาวผู้เคราะห์ร้ายตอบเสียงสั่นเครือ ธรรม์พยุงเธอให้ยืน ในใจก็นึกสงสัยว่ารอยแผลลากเป็นทางนี้เกิดจากนิ้วมือของผู้ชายคนนั้นได้อย่างไร กระทั่งผู้จัดการโรงแรมเดินออกมาทันทีด้วยท่าทีร้อนรน

“เกิดอะไรขึ้น” ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพถามลูกน้องด้วยสีหน้าเครียดๆ ทีน่าเอ่ยปากจะบอกรายละเอียดเท่าที่เธอรู้ แต่ผู้จัดการโรงแรมก็หันมาหาธรรม์

“ขอบคุณนะครับ” เขาเอ่ยอย่างสุภาพต่อชายที่ช่วยเหลือลูกน้องและเป็นการบอกว่าหมดหน้าที่ของแขกในโรงแรมแล้วเช่นกัน จากนั้นก็ให้พนักงานโรงแรมชายอีกสองคนก็พยุงเธอไป ทีน่าเป็นฝ่ายตอบคำถามแทน

“จู่ๆ แขกคนหนึ่งก็อาละวาดน่ะค่ะ ตอนนี้ให้รปภ.ไปจัดการอยู่”

“เหรอ ได้เรื่องยังไงรายงานผมด้วยนะ” เขาบอกก่อนจะเห็นว่าธรรม์ไม่ยอมไปไหน จึงยื่นมือมาหาเพื่อทักทายอย่างเป็นทางการ

“ผมโรเจอร์ เป็นผู้จัดการโรงแรม ต้องขอบคุณคุณ...”

“ธรรม์”

“ครับ คุณธรรม์ ขอบคุณมากๆ และขออภัยสำหรับความไม่เรียบร้อยด้วยนะครับ”

“ไม่เป็นไรอะ เวลาผมเมาผมเป็นหนักกว่านี้อีก ว่าแต่ผมจะหาบาร์บีคิวอร่อยๆได้ที่ไหน” ธรรม์เอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มๆ ท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจอะไร ทั้งที่สายตาของเขายังเหลือบมองรอบตัวอยู่บ่อยๆ และเริ่มลังเลว่าควรจะกลับพรุ่งนี้เลยดีหรือไม่

...............................

 

 

ทีน่าดูหน้าซีดลงไปหลังจากเห็นแผลที่ต้นแขนของเพื่อนร่วมงานเมื่อครู่ สายตาของชายคนนั้นที่มองอย่างสะใจเมื่อเห็นพนักงานสาวกรีดร้องยังติดตา นี่เธอไม่ได้มาทำงานไกลบ้านเพื่อเจอเรื่องเสี่ยงอันตรายแบบนี้สักหน่อย แค่ความเรื่องมากของแขกที่มาพักก็ทำให้งานเยอะมากพอแล้ว โดยเฉพาะพวกที่รวยมหาศาลเสียจนมากับเรือพิเศษส่วนตัว แล้วยิ่งถ้าเมื่อครู่คนที่ถูกทำร้ายกลายเป็นเธอล่ะ...

อีกสิบนาทีลูกค้าเจ้าประจำอีกรายก็จะมาถึง เธอต้องจัดการสภาพยุ่งๆ เมื่อครู่ให้เรียบร้อยที่สุด ก่อนจะเตรียมรับรติญา หรือคุณรัน ลูกสาวเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่รวยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างกีรติ  ใครก็รู้ว่าเธอคนนี้เอาแต่ใจแค่ไหน

 

เฮ้อ... เธอมองนาฬิกาอย่างเบื่อหน่าย อย่างไรเสียก็จะเลิกงานแล้วจึงทำตามหน้าที่ไป แม้ว่าจะจัดเตรียมไปเรื่อยๆ ตอบคำถามลูกค้าเป็นพักๆ ในใจของหญิงสาวกลับยังนึกถึงภาพของผู้ชายนัยน์ตาสีเขียวอ่อนคนเมื่อครู่ เขาคนนั้นดูน่ารักและกันเองต่างจากแขกคนอื่นๆ ที่มักทำตัวไฮโซทุกกระเบียดนิ้ว

 

น่ารักดีนะ

 

“คุณรติญามาแล้วนะ” เสียงพนักงานชายที่อยู่ตรงท่าเรือดังออกมาจากเครื่องตอบรับเพื่อเป็นสัญญาณเริ่มต้อนรับ แค่ได้ยินชื่อ ทีน่าก็หงุดหงิดใจขึ้นมาทันที แต่เธอต้องปั้นหน้าไว้ จำครั้งที่แล้วได้ว่าเธอทำเต็มที่ แม่คุณหนูคนนี้ยังเหวี่ยงใส่ด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาของเรือ ความช้าไม่ทันใจของลิฟต์ อะไรที่มันเป็นเรื่องแก้ไม่ได้เธอก็คอมเม้นท์จนโรงแรมแห่งนี้ดูบกพร่องไปทั้งหมด

รติญาเป็นผู้หญิงที่สวยสง่า รูปร่างผอมบาง หน้าตาน่ารัก ผิวขาวผ่องเหมือนมีออร่าเปล่งประกายออกมาตลอด น่าเสียดายที่เธอเย่อหยิ่งไม่ทำตัวให้สมกับความโดดเด่น ด้วยวัย 23 ปี เธอเป็นที่จับตามองเพราะความสามารถด้านแฟชั่นไม่เป็นรองใคร เธอมาที่นี่เดือนละครั้งเพื่อดูโชว์โอเปร่าในโรงละคร และเพื่อกระตุ้นกระแสข่าวในวงสังคมเรื่องที่เธอคือคนพิเศษของแดนไท ทั้งที่ทีน่าไม่เคยเห็นทั้งสองมาด้วยกันสักครั้ง

พอประตูเปิดออก หน้าตาที่บึ้งตึงก็ต้องถูกเก็บซ่อนไว้ ทีน่ายิ้มกว้างรับคุณหนูรติญาอย่างจริงใจที่สุดเท่าที่เธอจะปั้นไหว...

.............................

 

 

เวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง...

พนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนพยายามวิ่งกวดแขกที่อาละวาดทำร้ายเจ้าหน้าที่แผนกต้อนรับของโรงแรมให้ทัน ชายร่างสูงใหญ่วิ่งฝ่าความมืดออกไปทางโซนรีสอร์ทอย่างรวดเร็ว ที่ฝั่งรีสอร์ทด้านนั้นเป็นที่ติดชายหาดส่วนตัวด้านตะวันออกของเกาะ แขกที่มาพักส่วนใหญ่ออกไปนั่งทานอาหารริมทะเล ไม่ก็หาความสุขแถวสระว่ายน้ำ เล้าจ์หรือคาสิโน ไฟทางที่ติดสลัวๆ ให้ดูสวยบัดนี้กลับทำให้การค้นหานั้นยากขึ้นไปอีกเท่าตัว

“เห็นตัวไหม” พนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งถามผ่านทางเครื่องส่งสัญญาณวิทยุ ไปยังห้องควบคุมโทรทัศน์วงจรปิดของเกาะ พนักงานผู้เฝ้าจอมอนิเตอร์มองดูกล้องทุกตัวที่อยู่บริเวณนั้นอย่างละเอียดแล้วจึงตอบกลับมา

“ไม่เห็นแฮะ เดี๋ยวๆ อยู่ตรงหลังที่สิบเอ็ด รีสอร์ทหมายเลขสิบเอ็ด เหมือนจะเข้าไปแล้วด้วย!

รักษาความปลอดภัยทั้งสองคนจึงรีบวิ่งตรงเข้าไปตามที่ได้ข้อมูลทันที แม้ว่าชายคนนั้นจะเป็นแขกแต่ก็ทำร้ายพนักงานทั้งที่ไม่ควร ทั้งสองรู้ว่าเขากำลังตามบุคคลบ้าคลั่งท่าทางอันตราย และเมื่อเข้าไปข้างในจะไม่มีใครบอกเขาแล้วว่าชายคนนั้นอยู่ตรงไหน ทั้งคู่จึงหยิบกระบองออกมาถือไว้ในมือเพื่อป้องกันตัว

 

 “เอาล่ะ” หนึ่งในนั้นส่งสัญญาณก่อนที่อีกคนจะไขกุญแจเข้าไป

“เดี๋ยวถ้าเห็นเขาออกมาฉันจะบอก” พนักงานหน้าจอมอนิเตอร์พูดใส่เครื่องส่งสัญญาณ ก่อนที่ทั้งสองคนจะหายเข้าไปในห้องพักหมายเลขสิบเอ็ด

และไม่ออกมาอีกเลย...

................................

 

 

“สุดยอดๆ”

 

ธรรม์ยิ้มร่า เขาโกยชิพจำนวนแสนดอลล่าร์เข้ามาในกระเป๋า ความดวงดีบวกกล้าได้กล้าเสียของหนุ่มคนนี้ทำเอาคนอื่นๆ มายืนออช่วยเชียร์อย่างสนุกสนาน ตั้งแต่สองทุ่มจนล่วงเลยมาถึงตีสองแล้วเสียงเชียร์ถึงได้เริ่มเบาบางลง สายตาของธรรม์สบเข้ากับสายตาของคาร์ลอส มัวร์ที่เพิ่งออกมาจากห้องเล่นโป๊กเกอร์ ท่าทางวันนี้ชายกลางคนจะรับทรัพย์ไม่น้อยจึงยิ้มให้ธรรม์อย่างอารมณ์ดี

แต่ร่างสูงกลับหมดอารมณ์เล่นเสียอย่างนั้น เขาลุกจากโต๊ะเพื่อเอาชิพไปแลกเงินก่อนจะเดินกลับโรงแรมตามลำพัง เสียงเพลงที่สระว่ายน้ำหลังโรงแรมเงียบลงไปแล้ว เหลือเพียงเสียงของคาสิโนที่ดังไกลออกไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มมองดูท้องฟ้ายามดึก เมฆสีแดงจับตัวอยู่ไกลๆ มองไม่เห็นดวงดาวบนท้องฟ้า

 

พายุกำลังจะมา...

 

ชายหนุ่มขยับแจกเกตให้กระชับร่าง มองดูทางเข้าโรงแรมที่บัดนี้เงียบเหงา มันคงดึกมากแล้วถึงได้เงียบแบบนี้

แต่บางทีมันก็เงียบเกินไปนะ...

ธรรม์เดินมาจนถึงตัวโรงแรม พนักงานต้อนรับไม่ใช่ทีน่าแล้ว เป็นหญิงสาวอีกคนกำลังคุยกับชายหนุ่มร่างบาง ในมือถือกล่องไวโอลีนไว้

ร่างสูงเดินเข้าลิฟต์กดชั้นสิบเพื่อขึ้นห้องพัก มองดูตัวเองในกระจกสะท้อนของผนังลิฟต์ ขอบตาคล้ำๆ อย่างที่ไม่เคยสนใจมาก่อน เคราที่ยาวขึ้นทำให้เขาดูโทรมลงไปถนัดตา ไม่เหลือคราบคนเดิม

 

ตึ้ง...!

ธรรม์ได้ยินเสียงเหมือนบางอย่างตกลงมาบนลิฟต์ จู่ๆ ลิฟต์ก็กระชากตัวอย่างแรงก่อนที่จะค้างอยู่อย่างนั้น ไฟแสดงชั้นดับลง ไฟฉุกเฉินขึ้นมาแทน ร่างสูงเซเล็กน้อยก่อนจะยืนนิ่งแบบงุนงง มองดูว่าเกิดอะไรขึ้น

แล้วไฟก็กลับมาติดตามเดิมพร้อมกับลิฟต์ที่เลื่อนขึ้นไปจนถึงชั้นสิบตามที่เขาได้เลือกไว้ ทุกอย่างกลับเป็นปกติ

 

แล้วเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น...

 

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว สัญชาตญาณบอกว่าต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ร่างสูงกดปุ่มให้ลิฟต์เปิดค้างไว้ ก่อนจะเงยหน้ามองดูเพดานลิฟต์ เอื้อมมือไปจนสุดจึงถึง สภาพของมันยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้มีรอยบุบตรงไหน พอเห็นแบบนั้นแล้วเขาก็เดินออกมาด้วยความไม่เข้าใจ พลางหยิบการ์ดเพื่อเปิดห้องของตนเอง

 

อากาศเย็นบวกกับเตียงนุ่มๆ ทำให้ธรรม์ที่อ่อนล้าเผลอหลับไปโดยไม่ได้สนใจเรื่องเสียงแปลกๆ นั่นอีกเลย...

..............................

 

  

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

111 ความคิดเห็น

  1. #32 Meeyai (@tarnny-zz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มีนาคม 2555 / 10:42
    สุดยอดเลย ตอนแรกก็ตื่นเต้นแล้ว
    #32
    0
  2. #31 ~Mu~Max~Dek~D~ (@maxza000123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:25
    สนุกมากครับ แค่ตอนแรกก็ผวาแล้ว
    #31
    0
  3. #30 LPหมีกระป๋อง (@LP_Me_Kapong) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:31
    บรรยากาศ dead island สุดๆ ชอบ บรรยายดีมาก
    #30
    0
  4. #29 J.C. NIGHT TERROR (@marywin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มกราคม 2555 / 09:09

    สนุกมากครับ เขียนได้คมดดีทีเดียว แล้วรู้สึกว่าจะน่าตื่นเต้นระทึกใจมากกว่า Fake Mirror อีกนะครับ

    อาจจะมีจุดหนึ่งที่งงๆ นิดหน่อย ตอนที่ธรรม์ออกมาจากลิฟต์ครั้งแรกแล้วเหตุการณ์ก็ตัดมาที่ทีน่าเลย ทำให้สะดุดนิดหน่อย ในความคิดผม คิดว่า น่าจะเล่าว่าธรรม์เดินมาเจอ ทีน่ากับเพื่อนเสียก่อนแล้วถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้นพร้อมกับช่วยเหลือ ก็จะเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ

    นอกนั้นก็ไม่มีอะไรจะบอกนอกจาก คำว่าเฉียบครับ เป็นนักเขียนที่เขียนได้กระชับและชัดเจนดีครับ เนื้อเรื่องดำเนินไว แต่ก็ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพและติดตามได้ตลอด ชอบมากครับสำหรับเรื่องนี้

    #29
    0