คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Kimetsu No Yaiba One-Shot Fanfiction : AU Kimetsu Academy] Doma x Shinobu - I've been waiting 100 years for you to fall in love

แบบนี้ดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยๆเธอก็ยังหลงเหลือความทรงจำเกี่ยวกับเขาไว้บ้าง แม้มันจะเป็นเพียงแค่ความเกลียดชังก็ตาม ชายหนุ่มเพิ่งตระหนักในวินาทีนั้นเองว่า เขารอคอยมาร้อยปีเพื่อที่จะรักเธอนั่นเอง

ยอดวิวรวม

2,471

ยอดวิวเดือนนี้

74

ยอดวิวรวม


2,471

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


87
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 ต.ค. 62 / 21:31 น.
นิยาย [Kimetsu No Yaiba One-Shot Fanfiction : AU Kimetsu Academy] Doma x Shinobu - I've been waiting 100 years for you to fall in love [Kimetsu No Yaiba One-Shot Fanfiction : AU Kimetsu Academy] Doma x Shinobu - I've been waiting 100 years for you to fall in love | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
- WRITER TALKS - 


บอกแล้วว่ายิ่งเขียนยิ่งสนุก 555 คราวนี้เรากาวมาเป็นถังเลยค่ะ ^^ 
เราคิดต่อยอดเรื่องนี้มาจาก Beauty and The Beast ค่ะ โดยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ใน 
Beauty and The Beast ถือว่าเป็นภาคต้นก็ได้นะคะ






ENJOY READING นะคะ ;)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 ต.ค. 62 / 21:31


I don’t own Kimetsu No Yaiba , It belongs to Koyoharu Gotoge

Kimetsu No Yaiba Fanfiction : Doma x Shinobu

AU : Kimetsu Academy

‘I've been waiting 100 years for you to fall in love’



เขาเกิดมาพร้อมกับนัยน์ตาสีรุ้งทำให้ดูคล้ายกับผู้มีพลังวิเศษ ผู้คนที่เป็นทุกข์มากมายจึงต่างพากันเข้าหาเพื่อให้เขาช่วยให้หลุดพ้น ทว่าโดมะไม่เคยเข้าใจว่าทำไมมนุษย์จะต้องเศร้า เสียใจ ร้องไห้ หรือแม้กระทั่งรู้สึกรัก จนกระทั่งเขาอายุยี่สิบปี เขาได้พบกับนายท่านและกลายเป็นอสูรความรู้สึกและอารมณ์ทุกอย่างก็ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ไกลออกไปทุกที เป็นเวลากว่าร้อยปีที่เขาใช้เวลาคลายทุกข์ให้กับมนุษย์ด้วยการฆ่า สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นและกินเป็นอาหาร

โดมะมีเพียงความคิดเดียวในสมองคือไม่มีอะไรจะทำให้หลุดพ้นจากความทุกข์นอกจากความตาย

จนกระทั่งนายท่าน’ ตัดสินใจสร้างโรงเรียนหลังจากเห็นโรงเรียนดาบ โดมะและอสูรข้างขึ้นจึงได้ให้เกียรตินายท่านด้วยการอยู่เป็น รุ่นพี่ให้อสูรตนอื่นๆเคารพ ชีวิตของโดมะก็คงจะสงบเรียบง่าย ไล่ฆ่านักดาบที่ขวางทางนายท่าน จับมนุษย์ผู้หญิงสวยๆน่ารักๆเพื่อกินเป็นอาหาร แต่บาปของเขาคงจะหนาเกินไปจนนรกไม่ยอมรับและคงเห็นว่าชีวิตของเขาไม่ควรจะสบายแบบนี้ จึงเริ่มต้นทำให้ชีวิตของเขากลายเป็นนรกบนดินด้วยการส่งใครคนหนึ่งเข้ามาในชีวิต

เมื่อสองปีก่อนตอนที่โดมะตั้งใจจะเดินทางไปกำจัดอสูรเกิดใหม่ตนหนึ่งให้นายท่าน อสูรตนนั้นแข็งข้อและปรารถนาจะขึ้นเป็นใหญ่ ทำให้บังเอิญได้พบกับเธอที่เพิ่งเข้าเรียนในโรงเรียนดาบได้ไม่นาน

เธอคนนั้นเป็นเสาหลักดอกไม้ โกะโจ คานาเอะ 

ศัตรูของศัตรูคือมิตรของเรา โดมะคิดอย่างง่ายๆ เขาที่ไม่ค่อยสนใจอะไรนอกจากความสนุกตรงหน้าจึงให้ความร่วมมือกับเธอเป็นอย่างดี แล้วเขากลับต้องแปลกใจเมื่อเธอให้ความร่วมมือกับเขาดีกว่าที่คาด จนกระทั่งคานาเอะได้เห็นเขาเต็มๆตานั่นแหละ หล่อนถึงกับพูดอึกอัก

“นะ..นาย อสูรข้างขึ้นลำดับที่สอง”

เขาจำได้ว่าตนเองหัวเราะท้องคัดท้องแข็งเมื่อเห็นเธออึ้งตะลึงอยู่แบบนั้น ใจหนึ่งก็อยากจะกินร่างบอบบางตรงหน้า แต่เห็นแก่ที่เธอสร้างอารมณ์ขันให้เขาแล้วก็กินไม่ลง

“ฉันชื่อโดมะ”

“นะ...นายมาทำอะไรที่นี่ ทะ...ที่เราเพิ่งจัดการกันไปเป็น...”

“อสูร...ฉันรู้แล้ว ก็ฉันเป็นคนฆ่าเองกับมือ”ชายหนุ่มตอบขณะสะบัดเลือดออกจากพัดสีทองที่เป็นประกายของตน คานาเอะมองเขาด้วยสายตาแปลกๆเมื่อเห็นว่าเขาไม่พูดไม่จาสะบัดพัดสีทองที่เปื้อนเลือดอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอเอียงคอเล็กน้อยอย่างครุ่นคิดก่อนจะเสนอขึ้น

“เอาผ้าสะอาดของฉันมั้ย”โดมะตาลุกวาวก่อนจะถาม

“มีเหรอ”

คานาเอะพยักหน้าสายตาของเธอแปลกไปกว่าเดิม

“งั้นขอยืมหน่อย”

คราวนี้คานาเอะอ้าปากค้างก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดตาออกมาแล้วยื่นให้เขา โดมะใช้ผ้าขาวเช็ดจนผ้าเช็ดหน้าขาดเป็นริ้วๆ ก่อนจะส่งคืน

“นายเก็บไว้เถอะ”หญิงสาวยกมือขึ้นห้ามพร้อมรอยยิ้ม โดมะจึงพยักหน้าก่อนจะโยนผ้าเช็ดหน้าเธอไว้ใกล้ๆศพนั่นเองชายหนุ่มใช้น้ำเสียงสบายๆถามหล่อน

“เธอชื่ออะไร”

“คานาเอะ โกะโจ คานาเอะ”เธอยังคงตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเคยเมื่อเห็นเขาไม่ได้มีท่าทีจะคุกคามอะไร

“อ้อ...เสาหลักดอกไม้”โดมะพยักหน้าหงึกหงักอย่างรับรู้พลางเอ่ยถามคานาเอะด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง

“จะกลับเลยมั้ย ฉันจะไปส่ง ฉันเป็นสุภาพบุรุษ จะมาปล่อยให้เธออยู่ท่ามกลางสภาพแบบนี้ได้ยังไง”

คานาเอะมองโดมะอย่างทึ่งจัดที่เห็นเขาหลงตัวเองได้ถึงขนาดนี้ หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะยอมรับปาก

“ไปสิ”



กว่าจะมาถึงคฤหาสน์ผีเสื้อก็เป็นเวลาใกล้จะเช้ามืดแล้ว คานาเอะอดแปลกใจที่โดมะยังคงเดินได้อย่างสบายอารมณ์ ไม่มีทีท่าว่าจะกังวลต่อพระอาทิตย์ที่ใกล้จะขึ้นในยามเช้าตรู่แม้แต่น้อยแต่แล้วจู่ๆเขากลับย่นจมูกขึ้นมา 

“ให้ตายเถอะกลิ่นวิสทีเรียโคตรฉุนเลย พวกเธอดมกันเข้าไปได้ยังไง”คานาเอะหัวเราะเบาๆ เสียงนุ่มนวลตอบเขากลับไปว่า

“ก็นายเป็นอสูร ได้กลิ่นวิสทีเรียแล้วฉุนมันก็เป็นเรื่องธรรมดา”ใบหน้าหล่อเหลาของโดมะเหยเกขึ้นทันทีก่อนจะชะงักขาเมื่อเห็นสาวน้อยคนหนึ่งนั่งคุดคู้คล้ายกับรอใครบางคนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ผีเสื้อ

“ชิโนบุ”คานาเอะร้องเมื่อเห็นภาพนั้น สาวน้อยที่กำลังสัปหงกสะดุ้ง เธอเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นคนที่เธอนอนรอมาตลอดทั้งคืนเพราะความเป็นห่วง

“พี่คานาเอะ”

เสียงนั้นทั้งกังวาน สดใส เหมือนกับเสียงระฆัง 

โดมะนึกเกลียดความเป็นอสูรของตนเองในใจเงียบๆ เขาเกลียดสายตาที่มองเห็นในความมืดได้ดีของตนเอง เพราะเมื่อเขาได้เห็นใบหน้าละมุน ดวงตาสีม่วงเข้ม มันทำให้เขาราวกับต้องมนตร์สะกดไปแล้ว

ไม่ถูก

เขาเป็นอสูร

เขาไร้หัวใจ

แต่....ทำไมเขาถึงกลับรู้สึกว่าเมื่อสาวน้อยตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมา

หัวใจของเขาเพิ่งจะเต้น

นี่มันไม่ถูก

นี่มันบ้าไปแล้ว

คานาเอะสาวเท้าให้เร็วขึ้นก่อนจะตีหน้าดุใส่น้องสาว

“มาตากน้ำค้างรอพี่อีกแล้วนะ”

“ก็พี่คานาเอะไม่ยอมให้ฉันไปด้วยนี่คะ”ชิโนบุขมวดคิ้วตอบเสียงแข็ง

“เรายังเด็กอยู่เลยจะไปสู้กับอสูรได้ยังไงจ๊ะ”เสาหลักดอกไม้ส่งยิ้มให้น้องสาวพลางยีผมเธอเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว ชิโนบุไม่เคยทำให้เธอทำท่าทางขึงขังได้นานเลยจริงๆ

“งั้นถ้าฉันโตแล้ว ฉันก็ออกไปสู้กับอสูรได้สินะคะ”คนเป็นน้องงึมงำสรุปพลางอ้าปากหาว ในขณะที่คานาเอะส่ายหัว

“ไม่ใช่อสูรทุกตนที่ร้ายกาจหรอกนะชิโนบุจัง”แม้ปากจะตอบน้องสาวแต่คานาเอะกลับมองไปยังทิศทางที่โดมะยืนอยู่ จึงได้เห็นว่าเขายังไม่ได้จากไปไหน ชิโนบุมองตาม แต่ด้วยความที่เพิ่งตื่นนอนทำให้เธอยังคงงัวเงียอยู่มากจึงมองเห็นหน้าเขาไม่ชัด คานาเอะก้มหัวลงให้เขาช้าๆ ในขณะที่โดมะคล้ายกับได้สติ เขายกมือขึ้นโบกก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปเงียบๆ

และนั่นเป็นวันที่ชีวิตของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป



หลังจากนั้นโดมะรู้สึกราวกับโดนสะกดจิต เขามักจะคิดถึงดวงตาสีม่วงและน้ำเสียงใสกังวานของชิโนบุอยู่เสมอ 

เขาไม่ได้คิดจะเป็นมิตรกับมนุษย์สักนิด มนุษย์ไม่ได้มีค่าอะไรมากไปกว่าเป็นอาหารที่เพิ่มพลังแก่เขา

ทว่าหลังจากวนเวียนไปมา สุดท้ายขาของชายหนุ่มก็มักจะมาหยุดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ผีเสื้อโดยที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ อสูรข้างขึ้นลำดับที่สองมักจะรอให้คานาเอะออกมายามดึกและถือโอกาสพูดคุยกับเธอ แต่ดวงตาของเขามักจะเอาแต่กวาดตามองหาชิโนบุที่ยืนเฝ้าระวังพี่สาวของเธออยู่ไม่ไกลโดยไม่รู้ตัว เมื่อเธอเห็นเขาจ้องมองมา สาวน้อยก็มักจะชักสีหน้าไม่พอใจ ชิโนบุไม่ไว้ใจอสูรซึ่งก็ไม่แปลกหรอก

“ชิโนบุจัง”คานาเอะส่งเสียงเรียกน้องสาวเมื่อเห็นโดมะมองเหม่อ เธอหัวเราะขำท่าทีของเขาเบาๆ เขามาคุยกับเธอแต่เอาแต่จ้องน้องสาวของเธอเนี่ยนะ มือเรียวกวักมือเรียกน้องสาวให้เข้ามาใกล้ ชิโนบุมุ่นคิ้วก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ทั้งคู่

“นี่โดมะ อสูรที่เคยช่วยพี่ไว้ โดมะ นี่ชิโนบุจัง น้องสาวของฉัน”

“พี่ไว้ใจพวกอสูรมากไปหรือเปล่าคะ”ชิโนบุถามอย่างไม่ไว้หน้า คานาเอะสะดุ้งรีบปรามน้องสาว

“ชิโนบุจัง อย่าเสียมารยาทสิ”

โดมะเลิกคิ้ว เขาส่งเสียงทักทายอย่างกระตือรือร้น

“ยินดีที่ได้รู้จักนะชิโนบุจัง” ปิดท้ายด้วยส่งรอยยิ้มกวนประสาทให้ชิโนบุ ทำให้เธอรู้สึกอยากวิ่งไปหยิบดาบในบ้านมาตัดคอเขาตะหงิดๆ

“อสูรไม่ได้ไม่ดีทุกตนหรอกนะ”คานาเอะยังคงยืนยัน ชิโนบุรู้สึกอึดอัดเมื่อได้ยินพี่สาวพูดแบบนั้น พี่คานาเอะใจดีและอ่อนโยนมากเกินไปจนชิโนบุกลัวว่าวันหนึ่งความจิตใจดีของเธอจะทำร้ายตัวเอง อสูรตนนี้ก็เซ้าซี้พวกเธอพี่น้องจนน่าเหลือเชื่อ สุดท้ายแล้วเขาก็กลายเป็นแขกขาประจำของคฤหาสน์ผีเสื้อรองลงมาจากพวกนักดาบโดยที่ชิโนบุทำอะไรไม่ได้ เธอทำได้แต่สบถด่าเขาอยู่ในใจ ว่านอกจากอสูรจะชั่วร้ายแล้ว พวกเขายังจะหน้าด้านหน้าทนอีก!



“คืนนี้อากาศสดชื่นจริงๆ กลิ่นวิสทีเรียก็หอมชื่นใจ”เสียงกวนประสาทดังขึ้นจากมุมหนึ่งของคฤหาสน์ผีเสื้อทำให้ชิโนบุที่กำลังจะเดินมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของตนเองสะดุ้งโหยง เธอหันมองที่มาของเสียงแล้วรู้สึกอยากจะหาอะไรปาใส่หัวเขาเสียเหลือเกิน โดมะที่สวมหมวกอยู่ในชุดสีแดงเลือดนก เขาถือพัดเคาะเล่นที่มือเบาๆ ท่าทางสบายอกสบายใจราวกับอยู่บ้านของตัวเองทำให้ชิโนบุหัวเสีย หึ!กลิ่นวิสทีเรียหอมชื่นใจกับผีน่ะสิ เธอลงทุนแกล้งปลูกต้นวิสทีเรียเพิ่มขึ้นรอบบ้านก็ยังไล่เขาไม่ได้ คราวหน้าเธอจะปลูกทุกๆตารางนิ้ว แล้วดูสิว่าเขาจะยัง หอมชื่นใจอยู่ไหม!

“มาทำไม กลับนรกไปเลยไป”เธอไล่อย่างไม่ใส่ใจว่าเขาเป็นอสูรข้างขึ้นลำดับที่สองสักนิด วันนี้พี่คานาเอะไม่อยู่คฤหาสน์ แล้วเขามาทำบ้าอะไรที่นี่ เดี๋ยวคนอื่นก็แตกตื่นหมด

“มาหาคานาเอะ”โดมะอ้างขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ในขณะที่ชิโนบุตอบสั้นๆ

“ไม่อยู่”

“รอได้”อสูรหนุ่มตอบด้วยท่าทีไม่รีบไม่ร้อนดังที่เขาว่า ชิโนบุขมวดคิ้ว นี่มันบ้านของเธอนะ

“ออกไปรอข้างนอก”

“แต่คานาเอะเคยบอกว่าให้มารอข้างในได้”โดมะพูดด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้น่าสงสาร แต่มันกลับทำให้คนฟังหมั่นไส้เสียมากกว่า

“หยุดอ้างพี่คานาเอะ แล้วออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้” คราวนี้โดมะใช้มือทั้งสองเท้าคางทำตาปริบๆพร้อมส่งรอยยิ้มที่มองเห็นเขี้ยวทั้งสองข้างให้เธอพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

“ฉันหิวแล้ว”

ชิโนบุกำหมัดแน่น

“หมายความว่ายังไง”

“ก็หมายความว่าหิว แถวนี้มีของกินเยอะแยะ จะไม่ให้หิวได้ยังไง”ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มเลียริมฝีปากตัวเองอย่างจงใจท้าทาย

“นี่นาย!”เธอร้องโวยวาย ชิโนบุในตอนนี้ยังเป็นเพียงนักดาบฝึกหัด แม้เธอจะเป็นคนดื้อรั้นและมั่นใจในฝีมือของตัวเองแต่เธอก็ไม่โง่พอที่จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ฝีมือในตอนนี้ของเธอ เทียบกับโดมะแล้วแทบจะไม่เห็นฝุ่น ฝ่ายชายยิ้มยั่วเมื่อเห็นเธอลังเลก่อนจะตัดสินใจนั่งลง เขาซ่อนแววตาพึงพอใจไว้ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา

“อ้าว...ไม่ไปที่อื่นแล้วเหรอ” ชิโนบุมองเขาด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อเธอรู้สึกหัวร้อนจนควันออกหู  ยังไม่ทันจะได้โต้ตอบอะไร จู่ๆเขาก็เปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

“คานาเอะมักจะพูดกับฉันเสมอว่าอสูรอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้”

ชิโนบุนิ่งไป พี่สาวของเธอมักจะพูดแบบนั้นจริงๆ โดมะเมื่อเห็นสาวน้อยเงียบไปไม่เถียงเขาเหมือนทุกทีจึงหันหน้ามาเอ่ยถาม

“เธอคิดยังไง”

“ไม่ได้”คราวนี้ชิโนบุตอบทันที โดมะพยักหน้าราวกับครุ่นคิดก่อนจะส่งเสียงเห็นด้วย

“อ้อ ฉันก็ว่าไม่ได้”ชิโนบุสูดลมหายใจเข้าลึกหลังได้ฟังคำตอบที่ดูเหมือนจะยียวนกวนประสาทออกมาจากปากเขาเธอพยายามนับหนึ่งถึงร้อยในใจและเลือกที่จะไม่สนใจจะสนทนากับเขาอีก ในขณะที่โดมะรู้สึกคล้ายกับแน่นตรงอกข้างซ้าย ชายหนุ่มเบือนหน้าไปมองพระจันทร์ที่อยู่บนท้องฟ้าขณะยังคงนั่งอยู่เคียงข้างกับเธอเงียบๆ

เขาก็ไม่ได้อยากอยู่กับมนุษย์อยู่แล้ว ที่เขาอยากอยู่ด้วยคือเธอ แค่เธอ



เวลาดำเนินผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดมะจำได้ดีว่าคืนนั้นหลังจากที่เขารู้ว่าชิโนบุสามารถสอบเข้าโรงเรียนคิเมทสึในระดับชั้นมัธยมปลายได้สำเร็จ ชายหนุ่มตั้งใจเดินเลือกซื้อของขวัญให้เธอที่ตลาดกลางคืน เขาหยุดอยู่ที่แผงขายที่ติดผมแผงหนึ่ง บนแผงนั้นมีที่ติดผมลายผีเสื้อ ปีกที่กางออกของผีเสื้อทำจากอัญมณีหลากหลายสีผสมกันจนเป็นสีรุ้งหยอกล้อส่องประกายในความมืด โดมะตาเป็นประกายเมื่อเห็นของที่ถูกใจในที่สุด มือหนาหยิบขึ้นก่อนจะจ่ายเงินอย่างไม่ลังเล เขาหมุนตัวเดินออกจากแผงตั้งใจจะมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ผีเสื้อเหมือนอย่างเคยก่อนจะชะงักเมื่อเห็นอสูรข้างขึ้นลำดับที่สาม อาคาสะ เพื่อนสนิทของตนยืนรออยู่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จางหายไปจากใบหน้าร้ายกาจ จู่ๆโดมะก็รู้สึกมือสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

“ที่ไหน”

ในตอนแรกโดมะรู้สึกแค่มือเขาสั่น แต่ยามที่เขาออกปากถาม น้ำเสียงที่เคยขี้เล่นกลับสั่นตามไปด้วย

“หน้าคฤหาสน์ผีเสื้อ”ทันทีที่อาคาสะพูดจบ โดมะก็รีบวิ่งจากไปทันที ชายหนุ่มวิ่งเต็มฝีเท้า วิ่งสุดกำลังที่อสูรตนหนึ่งจะวิ่งไหวก่อนจะชะงักเมื่อเห็นร่างบอบบางนั่งพิงอยู่ตรงประตูคฤหาสน์ กลิ่นเลือดที่ลอยมาติดจมูกทำให้โดมะรับรู้ได้ในทันทีว่าคนที่ลมหายใจรวยรินอยู่ตรงนั้นเป็นใคร

คานาเอะ

วินาทีแรกเขาโล่งใจที่ไม่ใช่คนที่เขากำลังคิดถึงอยู่ วินาทีต่อมาเขากลับแปลกใจว่า ทำไมถึงเป็นคานาเอะไปได้?

“ทำไม..ทำไมถึงเป็นคานาเอะ”โดมะพึมพำ เขาหันมาถามเพื่อนที่ตามมาด้วยอย่างสับสน

“นายท่านรู้ความเคลื่อนไหวของแกทุกอย่าง เพราะนายท่านคิดว่าแกชอบคานาเอะ คานาเอะคือจุดอ่อนของแก”

โดมะถอนหายใจยาวขณะสาวเท้าเข้าไปใกล้คานาเอะ ร่างสูงทรุดลงนั่งเคียงข้าง เขาใช้แขนแข็งแรงประคองเธอไว้ รอยยิ้มกลับมาประดับบนใบหน้าเขาอีกครั้ง คานาเอะเองก็ยิ้มให้เมื่อเห็นหน้าเขาชัดเจน โดมะพูดขึ้นเบาๆ

“ขอโทษด้วยที่ทำให้เดือดร้อน”

“ม..ไม่เป็นไร แค่ก”คานาเอะตอบ หล่อนสำลักเลือดก่อนจะมองหน้าเขา 

“นะ...นะ...นายต้องรีบไปก่อนที่....ชิโนบุจัง...จะ..กลับมา”เสียงของคานาเอะขาดหายตามลมหายใจของเธอที่สะดุดเป็นห้วงๆ

ชิโนบุ ชื่อที่อยู่ในความคิดของเขาตลอดเวลา

ชิโนบุที่ไม่ยอมใคร มั่นใจในตัวเอง รอยยิ้มที่มักมีให้พี่สาวของเธอ ใบหน้าบึ้งตึงที่เธอมอบให้แก่เขา

เธอจะแค้นนายท่านมากเพียงใดที่ฆ่าพี่สาวผู้แสนอ่อนโยนของเธอ

ความปรารถนาจะแก้แค้น จะทำให้เธอจะต้องตกอยู่ในอันตราย อสูรทุกตนจะปกป้องนายท่าน กว่าเธอจะเข้าถึงตัวนายท่านได้ เธอก็คงต้องแลกชีวิตของตัวเอง 

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ยาวนานของโดมะที่กลัวความตาย เขากำลังกลัวความตายที่อาจจะเกิดขึ้นกับชิโนบุ เหมือนที่กำลังเกิดขึ้นกับคานาเอะ

โดมะยังคงยิ้ม แม้มือข้างหนึ่งที่ซุกไว้ในเสื้อจะกำที่ติดผมทรงผีเสื้อแน่นจนคมปีกของมันบาดมือเขาจนเลือดออกแล้วก็ตาม เขาบอกเสาหลักดอกไม้เสียงค่อยคล้ายกับตัดสินใจได้

 “ฉันต้องทำในสิ่งที่ต้องทำ เธอรู้ใช่ไหม”

คานาเอะเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอถอนหายใจที่ยังคงมีอยู่อย่างแผ่วเบา

“คนที่เจ็บปวดจะเป็นนายเองนะ”

“ฉันมีหน้าที่คลายทุกข์ให้กับคนที่เดือดร้อนนี่ ให้เธอเกลียดฉันยังดีกว่าให้เธอไปแก้แค้นกับนายท่าน เพราะมนุษย์อยู่กับอสูรไม่ได้ เธอเกลียดอสูร ไม่ไว้ใจอสูรมันก็สมควรแล้ว”คานาเอะมองโดมะที่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เธออดรู้สึกสงสารเขาไม่ได้ เขาทำราวกับคนที่ตายไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่อสูร แต่เป็นซากศพ คานาเอะค่อยๆยกมือที่เปื้อนเลือดจับใบหน้าของเขา

“อย..อยู่ต่อไป...ปก...ป้อง..ชิ..โน..บุจัง..ด้วย นาย...ห้าม...ห้ามตาย ตอ..ต่อ..ให้...ชิ...โนบุจะฆ่า....นาย..นายก็ห้ามตาย”

โดมะมองคานาเอะที่มือตกลงข้างตัว ลมหายใจที่แผ่วเบาหยุดนิ่ง ดวงตาปิดสนิท เธอจากไปแล้วตลอดกาล ในสมองของชายหนุ่มเต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์ความรู้สึก เขาวางร่างของเธอลง น้ำเสียงนั้นเย็นชายิ่งขณะคลี่พัดปิดใบหน้า รู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่กระบอกตา ซึ่งเขารู้ดีว่ามันไม่ใช่การเสแสร้ง

ทุกลมหายใจต่อจากนี้มีไว้เพื่อปกป้องเธอ

ความภักดีเขายังคงมอบให้นายท่านเสมอ

แต่เธอคือคนที่เขาจะไม่ยอมให้ใครแตะต้องแม้แต่นายท่านก็ตาม

 “วิชาเลือดอสูร ดอกบัวน้ำแข็ง”

วิชาเลือดอสูรของเขาส่งผลให้สภาพศพของคานาเอะเต็มไปด้วยแผลคล้ายกับโดนกรีดไปทั่วทั้งตัว ชายหนุ่มกำหมัดแน่นเมื่อเห็นร่างที่เคยบอบบางของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ  

“นายทำอะไร!”เสียงร้องคุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้โดมะเม้มริมฝีปากแน่นเขาหันหลังกลับมามองจึงได้เห็นชิโนบุยืนมองอยู่ด้วยแววตาตกตะลึง มือหนึ่งจับจูงมือคานาโอะน้องสาวบุญธรรมไว้ด้วย 

“นาย...นายทำอะไร...นายทำอะไรพี่คานาเอะ”

“ฉัน....”เป็นครั้งแรกที่โดมะรู้สึกว่าการยิ้มเป็นเรื่องที่ยากขนาดนี้ เขาหุบพัดก่อนจะยักไหล่

“ฉันก็แค่ช่วยให้คานาเอะหลุดพ้นจากทุกข์”

“นาย นาย...”ชิโนบุกรีดร้อง พูดอะไรไม่ออก เสียงกรีดร้องนั้นคล้ายกับน้ำกรดราดลงไปในหัวใจที่ไม่เคยมีอยู่ของโดมะ เธอปล่อยมือออกจากคานาโอะ มือเรียวชักดาบปลายแหลมที่เพิ่งได้รับมาสดๆร้อนๆ ปราดเข้าไปหาเขา ไม่ได้สนใจอีกต่อไปว่าฝีมือของเธอกับเขาจะห่างกันเท่าไหร่ ไม่ได้สนใจว่าดาบของเธอจะเหมาะกับการต่อสู้ตรงๆหรือไม่ เธอต้องฆ่าเขา ต้องฆ่าเขาให้ได้

“พี่คานาเอะไว้ใจนาย ไว้ใจนาย”เธอพูดซ้ำไปมา ขณะตวัดดาบไปอย่างสะเปะสะปะ น้ำตาของชิโนบุร่วงพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย โดมะมองภาพนั้น เขาขบฟันแน่น ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบคมดาบของเธออย่างง่ายดาย แม้จะอยากให้มันฟันถูกเขาสักหลายๆแผล แม้ปากจะอยากขอโทษมากมายแค่ไหน แต่เขากลับต้องกลืนทุกอย่างลงไป

ไม่ต้องตาย เขาก็ได้พบกับนรกแล้ว

พระอาทิตย์เริ่มค่อยๆสาดส่องลงมาบ่งบอกถึงเช้าวันใหม่ โดมะเหลือบมองแสงอาทิตย์ก่อนจะตัดสินใจถอยหนี ชิโนบุทิ้งตัวลงข้างศพของคานาเอะ เธอกอดศพพี่สาวก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดัง ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูคฤหาสน์และมีผู้คนตามออกมาดู

โดมะมองภาพเธอเต็มๆตาเป็นครั้งสุดท้ายจึงได้เห็นเพียงแววตาที่เกลียดชังของเธอ

แบบนี้ดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยๆเธอก็ยังหลงเหลือความทรงจำเกี่ยวกับเขาไว้บ้าง แม้มันจะเป็นเพียงแค่ความเกลียดชังก็ตาม

โดมะกุมโพรงอกข้างซ้ายที่บีบแน่นจนเจ็บปวดกว่าแดดที่เริ่มลามเลียผิวเขาเสียอีก 

หัวใจของเขากำลังเต้นงั้นหรือ 

ริมฝีปากของโดมะแค่นเป็นรอยยิ้ม

ชายหนุ่มเพิ่งตระหนักในวินาทีนั้น

เขารอคอยมาร้อยปีเพื่อที่จะรักเธอนั่นเอง

ผลงานอื่นๆ ของ secretarytable

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 18:40
    ชอบเรื่องนี้~~~ฮือ;-;)สงสารต้าวโดมี่
    #9
    0
  2. วันที่ 24 มกราคม 2563 / 19:48
    อ่านไม่ได้อ่ะค่ะ;; ทางนี้เปิดจากในแอพ;;
    #8
    5
    • 24 มกราคม 2563 / 20:19
      แง้ขอบคุณนะคะ ไม่อย่างนั้น ลองลิ้งค์เลยก็ได้ค่ะ


      https://my.dek-d.com/princessme/writer/view.php?id=2006935
      #8-4
    • 24 มกราคม 2563 / 20:19
      แง้ขอบคุณนะคะ ไม่อย่างนั้น ลองลิ้งค์เลยก็ได้ค่ะ


      https://my.dek-d.com/princessme/writer/view.php?id=2006935
      #8-5
  3. วันที่ 21 มกราคม 2563 / 01:20

    สงสารทุกฝ่ายเลยย

    #7
    0
  4. วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 22:55

    เจ็บแทนโดมะอ่าาา

    #6
    0
  5. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:44
    อ่านไม่ได้อ่ะ ;^;
    #5
    5
    • 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:50
      ออ อ่านได้แล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ><
      #5-4
    • 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:51
      โอเคค่า อ่านให้สนุกนะคะ ติชมกันได้น้า :)
      #5-5
  6. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 17:44

    แง้งงงง คานาเอะะะะะ โดมะของคนนี้ คสพ แบบคล้ายๆเพื่อนอ่ะ ;v; ใครฆ่าพี่คานาเอะะะะะ

    โดมะวงวารรรรร

    #4
    0
  7. วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 02:41

    ปปกติโดมะน่าตบกะบาล แต่เรื่องนี้น่าสงสารมาก

    #3
    0
  8. #2 Unshisanandee (@Unshisanandee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 22:44
    โอ้​ สุดยอด​ โดมะฟิคนี้น่าสงสารโคตร​ แต่ก็เหมาะสม​แล้ว​ ชิโนบุเกลียดอสูรมากจริงๆ​ และโดมะก็คงได้แค่มองอย่างห่างๆ​ เท่านั้น
    #2
    0
  9. วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 21:03
    เรื่องมันเศร้าาา
    #1
    1