องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 9 : กลับเมืองหลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,602
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 431 ครั้ง
    7 ส.ค. 63

      

                 ************************************


“เสี่ยวผิง เจ้าหยุดร้องไห้ก่อน แล้วเจ้าจงเล่าเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับคุณหนูของเจ้าให้ข้าฟัง”

“ฮึกๆ ท่าน ท่าน..”เสี่ยวผิงมีอาการพูดไม่ออก

“ใช่ ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะเป็นนาง รอวันใดที่ข้าจดจำทุกอย่างได้ เสี่ยวผิงข้ารับปากเจ้าว่าข้าจะช่วยเจ้าคิดบัญชีกับคนพวกนั้นแทนคุณหนูของเจ้า เพียงแต่หากข้าเป็นสตรีธรรมดา เป็นเพียงบุตรสาวชาวบ้านไม่มีพรสวรรค์อันใด ข้าคงต้องขอโทษเจ้าแล้ว”

“ไม่ๆ ท่านไม่ใช่คนธรรมดาแน่เจ้าค่ะ”สาวใช้ตัวน้อยขัดสวนขึ้นมา คนธรรมดาที่เป็นนายของราชันย์อสูร เห็นจะมีแค่หญิงสาวตรงนี้เท่านั้นกระมัง 

“เอาละๆ เข้าเย้าเจ้าเล่น” หญิงสาวยกมุมปากเล็กน้อย หากแต่นัยน์ตากับเจือไปด้วยความขบขัน 

นั่นสิ! นางมั่นใจ ว่านางไม่ใช่สตรีไร้พรสวรรค์เป็นแน่!

เสี่ยวผิงเริ่มเล่าถึงเรื่องราวของหญิงสาวที่น่าสงสารผู้นั้น 

อันลู่ หญิงสาวที่มีชาติกำเนิดสูงส่ง หากแค่ร่างกายไร้พรสวรรค์ 

เพียงแค่ไร้พลังปราณ ก็สามารถผลักคนๆหนึ่งให้ตายทั้งเป็นได้ ไม่ว่าคนๆนั้นจะมีชาติกำเนิดสูงส่งแค่ไหน หากไร้ความสามารถก็ยากที่จะอยู่รอด

เพราะคนที่รอดคือคนที่แข็งแกร่ง!

ปีนี้ นางอายุสิบห้าหนาว ถึงวัยควรออกเรือนได้แล้ว 

เสี่ยวผิงกล่าวว่าอีกไม่นานคงมีจดหมายเรียกตัวนางกลับเมืองหลวง เพราะถึงแม้อันลู่จะไร้พรสวรรค์ด้านพลังปราณ 

แต่อีกหนึ่งฐานะ

นางคือบุตรสาวภรรยาเอกผู้มีบิดาเป็นถึงที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน  

อย่างไรการออกเรือนของหญิงสาวก็ไม่อาจจัดแบบเสือกไสไล่ส่งได้ 

“เจ้าเล่าว่านางถูกทำร้ายเสียโฉม เช่นนี้ข้าต้องทำลายรูปโฉมตนเองหรือไม่”

“จริงด้วยเจ้าค่ะ เช่นนี้ท่านใช้ผ้าปิดครึ่งหน้าดีหรือไม่เจ้าคะ”

เสี่ยวผิงเองก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าอันลู่ตัวจริงถูกทำลายรูปโฉมไปเสียแล้ว

“ข้าอยากได้หน้ากากมากกว่า เจ้ามีเก็บไว้บ้างหรือไม่”

“ไม่มีเลยเจ้าค่ะ คุณหนูใช้ผ้าคลุมใบหน้ามาตลอด เช่นนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ ตอนเช้าข้าจะไปตลาดไปหาหน้ากากมาให้ท่าน จะได้ตามท่านหมอมาตรวจท่านด้วย”

“เช่นนั้นก็ตามที่เจ้าว่าเถิด เสี่ยวผิง กี่ยามแล้ว”นางถามเมื่อเห็นแสงสีทองตรงขอบหน้าต่าง 

คงไม่ใช่เช้าแล้วหรอกนะ!

“ยามอิ๋น* แล้วเจ้าค่ะ ข้าจะออกไปตลาด ท่านพักผ่อนอีกหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”

“เจ้าก็ไม่ได้พักมาทั้งคืน เจ้าควรพักสักหน่อยดีหรือไม่ อีกอย่าง จากนี้ไปเจ้าจงเรียกข้าว่าคุณหนู”

“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ คุณหนู บ่าวไม่ต้องพักหรอกเจ้าค่ะ บ่าวจะรีบไปตลาดและรีบกลับมา คุณหนูท่านอยู่คนเดียวได้หรือไม่”เสี่ยวผิงยังคงเป็นห่วงกลัวว่าหญิงสาวจะหวาดกลัว 

“ไม่เป็นไร ข้าอยู่ได้ เจ้าไปเถิด” เสี่ยวผิงรับคำ นางวิ่งไปหยิบตระกร้าสานเก่าๆตรงมุมหนึ่งของห้องมาถือไว้ นางหันกลับมามองหญิงสาวอีกครั้ง ก็ตัดใจก้าวออกจากประตูไป 

เมื่อสาวใช้ตัวน้อยจากไปแล้ว ในกระท่อมก็เหลือแต่ความเงียบ 

นาง พยายามนึกทบทวนความทรงจำของตัวเอง แต่นางกับสัมผัสได้แค่เพียงความว่างเปล่า

ทุกอย่างดูว่างเปล่าไปหมด 

‘เกิดสิ่งใดขึ้นกับข้ากัน เหตุใดข้าถึงจำทุกอย่างไม่ได้’

เวลาผ่านไปช้าๆ จนมองเห็นพระอาทิตย์สาดแสงส่องเข้ามาด้านใน

ยามเหม่า** แล้ว เสี่ยวผิงคงใกล้กลับมาแล้วกระมัง

ยังไม่ทันได้ขยับกายลุกจากเตียงนางก็ได้ยินเสียงแว่วดังเข้ามา 

“คุณหนูแย่แล้วเจ้าค่ะ”ร่างเล็กของเสี่ยวผิงปรากฎขึ้นหน้าประตู ใบหน้าของนางมีหยดน้ำเกาะเล็กน้อย บ่งบอกว่าเจ้าตัวรีบเร่งกลับมามากแค่ไหน

“เกิดสิ่งใดขึ้น เหตุใดเจ้าจึงรีบร้อนเช่นนี้”

“คุณหนูเร็วเข้า ท่านรีบใส่มัน”เสี่ยวผิงไม่ได้รีบเร่งอธิบาย นางเพียงควานหาหน้ากากในตระกร้าขึ้นมาส่งให้หญิงสาว 

หน้ากากที่เสี่ยวผิงซื้อมาเป็นหน้ากากสีขาวปิดทั้งใบหน้า เมื่อสวมทับใบหน้าจะเห็นเพียงลูกตาสองลูกเท่านั้น

เสี่ยวผิงรีบเข้ามาจัดการกับทรงผมของหญิงสาว พร้อมกับจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นาง 

“เสี่ยวผิงข้ายังไม่ได้ล้างหน้า”

“ไม่ทันแล้วเจ้าค่ะคุณหนู เมื่อครู่บ่าวเจอน่ายท่านที่หน้าตลาด”สาวใช้ตัวน้อยเปิดปากเล่า 

ตอนที่นางกำลังเลือกซื้อหน้ากากอยู่นั้น นางก็เหลือบเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่เดินเข้าไปยังโรงน้ำชา 

แน่นอนว่าเสี่ยวผิงจดจำชายที่เดินนำหน้าได้ดี

หากไม่ใช่อันหลินหลาง บิดาของอันลู่ แล้วจะเป็นผู้ใดไปได้เล่า

“เจ้าว่าเจ้าพบกับบิดาของอันลู่เช่นนั้นหรือ”หญิงสาวแปลกใจ เกิดสิ่งใดที่เมืองหลวง อันหลินหลางถึงเดินทางมารับบุตรีที่ตนเองเคยทอดทิ้งอย่างไม่ไยดีด้วยตัวเอง

“เอาละ ข้าเข้าใจแล้ว คงได้เวลากลับเมืองหลวงแล้วละ หากข้าเดาไม่ผิด คงไม่พ้นเรื่องการแต่งงานของนาง ซึ่งตอนนี้กลายเป็นของข้า”

“คุณหนู เราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าค่ะ”เสี่ยวผิงเองก็ไม่คิดว่าเวลาที่จะต้องกลับเมืองหลวงมาถึงรวดเร็วถึงปานนี้

“รอพบท่านพ่อ เราก็จะรู้เอง เสี่ยวผิงตัวน้อยเจ้าไปเก็บของที่จำเป็นของข้ามา” 

“คือว่าไม่มีอะไรให้เก็บเลยเจ้าค่ะ คุณหนูมีเพียงเสื้อผ้าไม่ถึงหกชุดด้วยซ้ำเจ้าค่ะ”เสี่ยวผิงตอบอย่างอับอาย

อันลู่ในตอนนี้ถึงกับมุมปากกระตุก!

นี่นางยากจนถึงเพียงนี้!!


*******************************************


*ยามอิ๋น (寅:yín) คือ 03.00 – 04.59 น.

**ยามเหม่า (卯:mǎo) คือ 05.00 – 06.59 น.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 431 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

886 ความคิดเห็น

  1. #650 Poonchanit (@poonchanit) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 04:55
    อับอายเก็บลูกไว้เรือนหลังก็ได้ -ไสไล่ส่งไปที่อื่น ไม่กลัวลูกตายก่อนเหรอ
    #650
    0
  2. #108 MeawMeaw31 (@MeawMeaw31) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 13:06

    ขอบคุณค่ะ
    #108
    0