องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 55 : เข้าสู่เทศกาลประลองสัตว์อสูร 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 353 ครั้ง
    14 ต.ค. 63

          

                 *******************************


งานประลองสัตว์อสูรครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่ป่าอสูร ซึ่งติดกับเมืองเสวี่ยที่อยู่หน้าด่าน และอยู่ใกล้เคียงกับแคว้นหลง ครั้งนี้ตัวแทนจากแคว้นหลงไม่ได้เดินทางมาที่แคว้นหลี่ พวกเขาล้วนล่วงหน้าไปรอยังจุดที่จัดงานประลองในครั้งนี้แทน เพราะระยะทางค่อนข้างใกล้กว่า หากต้องเดินทางไปแคว้นหลี่แล้วย้อนกลับมาที่เมืองเสวี่ย ฮ่องเต้แคว้นหลงคิดว่าจะเสียเวลาเกินไป จึงส่งสารแจ้งมายังแคว้นหลี่ว่าเดินทางไปรอยังจุดนัดพบแทน

ครั้งนี้ฮ่องเต้หลี่หลงเฟยเป็นประธานในพิธี ซึ่งกำหนดการจะเริ่มต้นในอีกสามวัน

ตอนนี้เหล่าทหารและแขกที่เดินทางมาจากทางทิศเหนือเริ่มเดินทางไปยังเมืองเสวี่ยที่อยู่ทางใต้กันแล้ว

ในการเดินทางไปยังเมืองเสวี่ยใช้เวลาเพียงสามชั่วยามเท่านั้น สำหรัยการเดินเท้า

และใช้เวลาเพียงสองชั่วยามสำหรับคนที่ใช้พลังปราณ หรือพลังธาตุลม

คนที่ถือครองสัตว์อสูรธาตุลมต่างก็รู้สึกสะดวกสบาย 

เพราะพวกเขาใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งถึงสองชั่วยามก็สามารถเดินทางไปถึงเมืองเสวี่ยได้

องค์รัชทายาทหลี่อันหลางออกเดินทางไปยังเมืองเสวี่ยตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อไปดูแลสถานที่จัดงานประลอง 

โดยมีคนจากตระกูลอู๋ร่วมเดินทางไปด้วย 

ส่วนวันนี้มีขุนนางหลายคนที่เริ่มพาครอบครัวเดินทางไปยังเมืองเสวี่ย

มีเพียงจวนตระกูลอันที่ยังไร้การเคลื่อนไหว 

อันหลินหลางไม่ได้ส่งคนไปถามบุตรสาวคนรองเรื่องการเดินทาง 

ตั้งแต่ที่ทราบเรื่องราวทั้งหมด อันหลินหลางไม่กล้าที่จะไปพบหญิงสาวผู้นั้น 

เขากลัวตนเองจะขาดสติ  จึงได้แต่คอยถามข่าวจากองค์รักษ์เงาที่ตนทิ้งไว้ 

“ท่านพี่จะออกเดินทางเมื่อไหร่เจ้าค่ะ”อวิ๋นฮูหยินถามสามี

อันหลินหลางปรายตามองอีกฝ่ายอย่างสงสัย เพราะปกติอวิ๋นฮูหยินจะไม่เคยถามตนเกี่ยวกับเรื่องงานหรือเรื่องนอกจวน นอกจากเรื่องบุตรสาวที่นางอยากรู้ตามประสาคนเป็นมารดา

“คงเป็นพรุ่งนี้ เจ้ามีอะไรงั้นรึ”

“ข้าจะขอไปด้วยเจ้าค่ะ ข้าทราบมาว่าลั่วเอ๋อร์ตามฝ่าบาทไปรวมงานด้วย ข้าอยากเจอลูกเจ้าค่ะ”อันหลิงหลางหมดความสงสัยทันที  เขาพยักหน้าเข้าใจ เพราะนับตั้งแต่อันลั่วเข้าวังหลัง ก็ยังไม่ได้พบกับครอบครัวอีกเลย มีเพียงส่งนางกำนัลมามอบของหรือมาส่งข่าวเพียงเท่านั้น

“งั้นเจ้าไปเตรียมตัว พรุ่งนี้ก็ตื่นเสียเช้าหน่อย”

“เจ้าค่ะ”อวิ๋นฮูหยินก้มหน้า โดยที่อันหลิงหลางมองไม่เห็น แววตาของฮูหยินรองแปลกประหลาดขึ้นมาแวบหนึ่ง มุมปากของนางกระตุกยิ้มเล็กๆ

เมื่อได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ อวิ๋นฮูหยินก็ขอตัวจากไป

อันหลินหลางจึงก้มหน้าทำงานที่อยู่บนโต๊ะต่อ โดยไม่ได้สนใจเลยว่าการที่ตนอนุญาตให้ฮูหยินรองออกจากจวนครานี้จะทำให้ตระกูลอันเกือบจะล่มสลาย


“หืม เจ้าว่าท่านพ่อจะเดินทางพรุ่งนี้หรือ”อันลู่เงยหน้าจากหนังสือ หันมามองเป่ยอินที่กำลังรายงานความเคลื่อนไหวทั้งในจวนและนอกจวน 

นับว่าเป่ยอินเป็นคนมีความสามารถอย่างแท้จริง 

ไม่ว่าจะเป็นข่าวไหน หรือขุนนางจวนใดซ่อนอนุ หรือมีเล็กมีน้อยนอกจวน เป่ยอินก็สามารถสืบความมาได้

“ขอรับ ครั้งนี้ฮูหยินรองขอไปด้วย นางอ้างว่าอยากเจอบุตรสาว แต่ข้าคิดว่านางมีแผนการบางอย่างเป็นแน่ ดีที่ก่อนหน้านั้นข้าให้คนไปสืบเบื้องหลังของฮูหยินรองมา  ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าตระกูลของฮูหยินรองมาจากเผ่าซวง”

“เช่นนั้นพี่หญิงใหญ่ของข้าถึงได้ดูคุ้นเคยกับคนเผ่าซวง ที่แท้ก็รู้จักกันเป็นอย่างดีแล้วมีเรื่องอันใดอีกหรือไม่”

“พรุ่งนี้องค์รัชทายาทกับองค์หญิงแคว้นหนานจะออกเดินทางไปไปยังเมืองเสวี่ย รวมทั้งตระกูลจิน ตระกูลไห่ มีเพียงตระกูลหง ของหงกุ้ยเฟยที่จะเดินทางพร้อมฮ่องเต้ในวันมะรืนขอรับ”

“อืม ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าทราบหรือไม่ ว่าคนจากสำนักปฐพีจะเดินทางเมื่อใด”

“วันงานเลยขอรับ เมืองเสวี่ยกับสำนักปฐพีอยู่ห่างกันเล็กน้อย และท่านลู่เช่ออวิ๋นก็มีสัตว์อสูรเวหาระดับจักรพรรดิ อย่างไรพวกเขาก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าใด”

“เจ้าส่งคนไปแจ้งพี่อวิ๋นว่าในวันงานข้าจะไปถึงช้าหน่อย ไม่ต้องกังวล”

แน่นอนว่านางเองก็ตั้งใจจะเดินทางไปในวันเปิดพิธีเช่นกัน

“ขอรับ”เป่ยอินไม่ได้ถามต่อ เขารับคำและหายวับออกไปจากเรือน 

อันลู่จึงหยิบหนังสือที่เกี่ยวกับป่าอสูร และแผนที่ของป่าอสูรที่ให้เป่ยอินกับอู๋จุน องครักษ์ของหวงหลง รวบรวมหามาให้นาง 

นางจึงทราบว่าป่าอสูรแห่งนี้แห่งนั้นแบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกของป่าอสูรเป็นสัตว์อสูรขั้นพลังต่ำตั้งแต่ลมปราณขั้นต้นไปจนถึงลมปราณขั้นหลอมรวม

ในส่วนที่สอง เป็นป่าอสูรชั้นกลาง เต็มไปด้วยสัตว์อสูรชั้นหลอมรวมขั้นปลาย ไปจนถึงระดับจักรพรรดิ 

ในส่วนที่สาม แน่นอนว่านางเคยไปมาแล้ว เป็นจุดที่เฮยเอ้อร์ปล่อยเป่าเปาลงไปนั่นเอง

ป่าอสูรชั้นใน เป็นเขตที่มีอสูรระดับสูงอยู่นับไม่ถ้วน ไล่ตั้งแต่ระดับลมปราณจักรพรรดิไปจนถึงปราณราชันย์ 

ถือเป็นเขตที่อันตรายที่สุด และไม่มีผู้ใดคิดเหยียบย่างเข้าไปยังเขตป่าชั้นใน


วันต่อมาขบวนเดินทางของราชทูตแคว้นหนานและเหล่าขุนนางตระกูลสูงก็ออกเดินทางจากเมืองหลวง 

ทำให้ในเมืองหลวงเริ่มล้างผู้คน 

ตระกูลอันเองก็ออกเดินทางด้วยเช่นกัน เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้ คุณหนูรองไม่ได้เดินทางมาด้วย แม้แต่ฮวิ๋นฮูหยินก็ยังไม่อาจทราบ

นั่นเพราะอันหลินหลางให้คนจัดรถม้าเพิ่มหนึ่งคัน โดยหาสตรีที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับอันลู่ เพื่อพรางตาคนของฮ่องเต้ 

เขาทราบว่าใกล้ตัวเขามีคนของฮ่องเต้แฝงอยู่ แต่ไม่อาจลงมือกำจัดไปได้ จึงต้องปล่อยเลยตามเลย

หลังจากที่อันหลินหลางออกจากจวนไป ในจวนก็เงียบสนิท เรือนโม่ลี่ฮวาก็เงียบ สงบ ราวกับไม่มีคนอาศัยอยู่ หากแต่กลับไม่มีบ่าวรับใช้คนใดที่จะเข้าไปสำรวจด้านใน 

นับตั้งแต่กลับมา ประตูเรือนโม่ลี่ฮวาจะเปิดแค่เพียงไม่กี่ครั้ง 

ทำให้พวกบ่าวรับใช้แทบจะไม่เคยเห็นคุณหนูรองของจวนเลย 

มีเพียงสาวใช้ที่ทำหน้าที่ส่งสำรับอาหารเท่านั้นที่มีสิทธิ์เดินเข้าไปในเรือน

แต่ที่ทุกคนไม่รู้คือ สาวใช้ส่งอาหารเหล่านั้น ล้วนเป็นองครักษ์หญิงฝีมือดีที่ถูกฝึกมาจากวังมังกร 

วันพรุ่งนี้ฮ่องเต้พร้อมด้วยฮองเฮาและพระสนมขั้นสูงระดับหวงกุ้ยเฟยลงมาจนถึงระดับต้าอิ้ง จะเสด็จออกจากเมืองหลวง 

ในวันนี้จึงเห็นองครักษ์หลายร้อยนายที่วิ่งไปทั่วเมืองหลวง เพื่อสำรวจหาสิ่งผิดปกติ และคอยประจำจุดต่างๆเพื่ออารักขาฮ่องเต้ออกจากวังหลวงในวันพรุ่งนี้ 

“นายหญิง เหตุใดเราจึงจะไปที่เมืองเสวี่ยช้าละเจ้าค่ะ”

“เปาเอ๋อร์ อย่างไรครั้งนี้ ข้าก็ถูกคนพวกนั้นลากลงไปเล่นร่วมกับพวกเขาอยู่ดี ต่อให้ข้าไร้ความผิดก็เถิด เมื่อเป็นเช่นนั้นข้าย่อมสร้างความผิดขึ้นมาเองเสียดีกว่า อย่างน้อยข้าก็ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ หากถูกกล่าวหาหรือใส่ความขึ้นมา”แต่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงเหตุผลรองเท่านั้น เหตุผลหลักคือนางไม่ชอบที่จะต้องไปยืนเป็นตัวประหลาดให้ผู้คนจับจ้อง 

อย่างไรพรุ่งนี้ก็ต้องมีพวกโง่งมบ้างแหละที่อยากกลั่นแกล้งนาง

เช่นนั้นนางจะไม่ทำให้พวกเขาสมปรารถนาได้อย่างไร

“แล้วเรื่องเผ่าซวงเจ้าไปสืบได้ความว่าอย่างไรบ้าง”

“นายหญิง คนเผ่าซวงน่ารังเกียจยิ่งเจ้าค่ะ พวกเขาล้วนแต่โหดเหี้ยม เปาเอ๋อร์สืบได้ว่าหัวหน้าของเผ่าซวงเคยชมชอบกับฮูหยินรองเมื่อครั้งฮูหยินรองยังไม่ได้แต่งออกมา และถึงแม้ฮูหยินรองจะแต่งออกมาแล้ว แต่คนผู้นั้นก็ยังคงรักฮูหยินรองยิ่งนัก” ครั้งนี้คาดว่าฮูหยินรองคงติดต่ออีกฝ่ายไป โดยให้ชายผู้นั้นช่วยเหลือ อีกฝ่ายจึงเดินทางออกจากเผ่า ทั้งที่ตลอดเวลาหลายปีมานี้ ซวงอี้เฟิ่น เก็บตัวเงียบมาตลอด 

“เจ้าจับตาดูคนผู้นั้นเอาไว้ให้ดี”

ครั้งนี้ลึกๆแล้วนางเองก็หวาดกลัว กลัวว่าตนเองจะเดินหมากพลาดไป 

“นายหญิงคิดสิ่งใดหรือเจ้าค่ะ”เมื่อผู้เป็นนายเงียบเสียงไป เป่าเปาตัวน้อยก็อดถามอย่างแปลกใจไม่ได้ 

“ข้าแค่กลัวว่าจะมีสิ่งผิดพลาด”

“เปาเอ๋อร์จะปกป้องนายหญิงเองเจ้าค่ะ มีเปาเอ๋อร์อยู่ ผู้ใดจะกล้ารังแกท่าน”นางไม่ได้โอ้อวดตนเอง เพียงแต่ยามนี้พลังของนางสามารถควบคุมได้หมดแล้ว และพลังของนางยังแข็งแกร่งมากกว่าสัตว์อสูรทั่วไป แม้จะอยู่ในระดับขั้นพลังเท่ากัน 

นั่นเป็นเพราะนางไม่ได้ถือกำเนิดจากธรรมชาติ แต่นางถือกำเนิดเพราะถูกสร้างให้มาปกป้องคนๆหนึ่ง

“เปาเอ๋อร์เก่งที่สุด”อันลู่ไล่ความคิดในหัวออก นางหันมาสนใจเจ้าตัวน้อยที่กำลังยิ้มร่าอยู่ตรงหน้า 

“ไปเถอะ ป่านนี้สำรับคงจัดเสร็จแล้ว”แน่นอนว่าเรื่องที่อันลู่ยังอยู่ที่จวน พวกสาวใช้ที่ทำหน้าที่ส่งสำรับต่างรู้ดี

เช่นนั้นพวกนางจึงพลัดกันลอบออกไปซื้ออาหารตามโรงเตี๊ยม เพราะหากไปเอาในครัว ย่อมต้องมีคนสงสัย

ในเมื่อยามนี้ไม่มีผู้เป็นนายอยู่ในจวนสักคน ตามความเข้าใจของเหล่าสาวใช้ แล้วจะเอาอาหารไปให้ผู้ใด ใช่หรือไม่ 

เวลาสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เข้าวันนี้เป่ยอินกลับมาพร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งที่ลู่เช่ออวิ๋นฝากมา

‘อย่าอยู่ห่างจากอสูรในพันธะสัญญา’

ไม่ต้องบอกอันลู่ก็รู้ดี เช่นนั้นนางจึงให้เป่าเปาคืนร่างเดิม

เจ้าตัวน้อยจึงขดตัวพันรอบข้อมือนางกลายเป็นกำไลสีแดง

เมื่อจัดข้าวของติดตัวเล็กน้อย ร่างหญิงสาวที่อยู่ในชุดอาภรณ์สีขาวก็หยิบเสื้อคลุมมาสวมทับเนื่องจากในช่วงฤดูเหมันต์ ค่อนข้างจะหนาวเย็นมากนัก

โชคดีที่อู๋จุนนำเสื้อคลุมที่สามารถปรับพลังธาตุได้มาให้นาง นางจึงไม่ได้รู้สึกหนาวอย่างที่ควรจะเป็น

“เป่ยอิน อสูรในพันธะสัญญาของเจ้าคือสิ่งใด”

เป่ยอินไม่ตอบ เขาเพียงสะบัดมือหนึ่งครา

แสงสีดำก็พุ่งออกจากหน้าผากไปตกข้างตัว

เกิดเป็นกลุ่มก้อนดำๆ ทำให้มองไม่ชัดว่าเจ้าสิ่งนั้นเป็นตัวอะไร 

เมื่อหมอกดำจางลง อันลู่ก็สังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตได้อย่างชัดเจน

“นายหญิง มันคือ พยัคฆ์เวหา มันเคลื่อนไหวได้ทั้งบนดินและอากาศ ความเร็วของมันยอดเยี่ยมยิ่งนัก”เป่าเปารีบสื่อสารทางจิตกับอันลู่อย่างยินดี 

พยัคฆ์เวหาตนนี้นอกจากจะเป็นเลิศด้านความเร็ว ระดับพลังของมันในตอนนี้ก็แข็งแกร่งไม่ต่างจากผู้เป็นนายเลย

“ออกเดินทางกันเถอะ”




             *******************************

 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 353 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

886 ความคิดเห็น

  1. #419 @_sassygirl_@ (@friday11) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 20:45
    มีแต่คนจ้องจะทำร้ายน้อง
    #419
    0
  2. #414 fruxzee (@fruxzee) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 12:49
    อยากได้อีบุ๊คจังงค่ะ
    #414
    0
  3. #413 MeawMeaw31 (@MeawMeaw31) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 11:49

    ขอบคุณค่ะ
    #413
    0
  4. #412 mewmew8361 (@mewmew8361) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 10:21
    เอาอีกๆ ขออีกหลายๆตอน หรืออีบุ๊คก็ได้ค่า
    #412
    0
  5. #411 Pirompornjia (@Pirompornjia) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 02:28
    อยากอ่านต่อจังเล้ยยยยย ดูสิใครจะแตก 555
    #411
    1
    • #411-1 pangpf (@pangpf) (จากตอนที่ 55)
      14 ตุลาคม 2563 / 08:10
      ช่ายยยย
      #411-1