องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 49 : สัญญา3เดือน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 404 ครั้ง
    22 ก.ย. 63


                  ****************************

ทางด้านอันลู่ นับจากที่หวงหลงจากไป นางก็ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม ไม่มีท่าทีว่าจะพักผ่อนสักนิด หัวคิ้วเรียวเดี๋ยวขมวดเดี๋ยวผ่อนคลายสลับอยู่อย่างนั้น
“นายหญิง นายหญิง เฮยเอ้อร์กลับมาแล้วขอรับ”ภายในห้องที่เงียบสงัดพลันมีเสียงเล็กๆดังขึ้น อันลู่เลื่อนสายตาไปมองที่ขอบหน้าต่างก็เห็นเฮยเอ้อร์ในร่างนกตัวเล็กเกาะขอบหน้าต่างอยู่
“นายของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”หวงหลงคงคิดว่านางดูไม่ออกว่าเขาบาดเจ็บ นางรู้ว่าที่อีกฝ่ายรีบหนีออกไปเพราะตัวเองบาดเจ็บ
“นางหญิงท่านรู้หรือ”
“อืม ข้าได้กลิ่นโลหิตหลังจากที่เขาออกไป จึงคาดว่าเขาน่าจะได้รับผลสะท้อนของการฝืนใช้พลังจิตเปิดมิติ”
“นายหญิง นายท่านเพียงแค่ชีพจรปั่นป่วน เพียงให้ชีพจรคงที่ก็ไม่ต้องกังวลแล้วขอรับ”หลังจากหวงหลงกลับถึงวังก็ส่งพลังจิตเรียกให้มันมาอยู่กับอันลู่
“เฮยเอ้อร์ อยู่ๆข้าก็มีเรื่องราวมากมายในหัว ตั้งแต่ที่ออกจากป่าหวนคืนวิญญาณ ข้าก็ไม่อาจลืมหน้าเด็กน้อยผู้นั้นได้เลย”
“พวกท่านไปป่าหวนคืนวิญญาณมาหรือขอรับ”เฮยเอ้อร์ตัวสั่นด้วยความกลัว

“ใช่ เพราะอะไรทำไมข้าจึงยังจดจำทุกอย่างไม่ได้ ต้องทำเช่นไรผนึกในกายข้าถึงจะคลายออก”นางนึกสงสัยยิ่งนักว่าจริงๆแล้วนางคือผู้ใด ลางสังหรณ์ของนางบอกว่าฐานะที่แท้จริงของนางไม่ธรรมดา  แล้วเกิดสิ่งใดขึ้นนางถึงได้เลือกวิธีที่โหดร้ายกับตัวเอง ด้วยการผนึกกำลังของตนไปพร้อมกับความทรงจำเช่นนั้น

นางเจอเรื่องราวใดมากันแน่

“นายหญิงท่านควรพักผ่อน ยามนี้ดึกมากเกินแล้วขอรับ”อีกเพียงหนึ่งชั่วยามก็จะเช้าแล้ว 

“เฮยเอ้อร์ แล้วเฮยอี้เล่า”

“นายท่านเรียกกลับวังแล้วส่งเฮยเอ้อร์มาที่นี่ขอรับ”

อันลู่พยักหน้า นางตัดใจลุกจากเก้าอี้เดินมายังเตียงนอน 

บางเรื่องก็ให้โชคชะตากำหนดเถิด 

หลังจากนั้นเพียงไม่นานคนบนเตียงก็หลับใหล

เฮยเอ้อร์ถอนหายใจ

นึกขออภัยนายหญิงอยู่ในใจ

สาเหตุที่อันลู่หลับลงอย่างง่ายดาย ก็ล้วนเป็นเพราะมันอาศัยปราณพรางตาเปลี่ยนธูปหอมในห้องให้เป็นธูปกล่อมฝัน 


เวลาผ่านไปเจ็ดวัน หวงหลงยังคงเงียบหายไป ไม่โผล่หน้ามาที่เรือนของนางแม้แต่ครั้งเดียว อันลู่ก็เก็บตัวเงียบ เมื่อสามวันก่อนบิดาแวะมาหานาง พูดคุยเรื่องหยดน้ำตามังกรที่อันลั่วต้องร่วมชดใช้ด้วย 

นางจึงบอกว่าเป็นคำสั่งของชินอ๋อง นางไม่มีสิทธิ์ยกหนี้ให้ผู้ใดทั้งสิ้น บิดาจึงไม่อาจรบเร้านางได้อีก คาดว่าคงโดนฮูหยินรองกดดันมาอีกที

ส่วนอันลั่วนางได้ข่าวมาบ้างว่าหลังจากที่เกิดเรื่อง ฮ่องเต้ทรงพิโรธ และไม่เลือกป้ายตำหนักของนางอีก ทำให้อันลั่วได้แต่สงบเสงี่ยม ปิดตำหนักไม่พบเจอผู้ใด 

ส่วนฮองเฮาทุกวันก็จะไปขอเฝ้าฮ่องเต้เพื่อให้ถอนคำสั่งกักบริเวณรัชทายาท แต่ก็ถูกฮ่องเต้พิโรธกลับมาเสียทุกครั้ง 

แต่ผู้ใดก็ไม่ได้รับผลกระทบเท่ากับอู๋หลิงซี เพราะฮ่องเต้ออกราชโองการเปลี่ยนให้นางแต่งเข้าเป็นเหลียงตี้*แทนตำแหน่งหวงไท่จื่อเฟย ทำให้นางได้แต่เก็บตัวเงียบในจวนไม่กล้าออกมาเจอหน้าผู้คน 

เพียงแต่ต่ำแหน่งพระชายาเอกของรัชทายาทที่ว่างลง ไม่รู้โชคดีจะไปตกที่ตระกูลใด


และเป็นเวลาเดียวกับที่จ้าวหลินเว่ยเดินทางกลับมาถึงสำนักปฐพี

ศิษย์เฝ้าหน้าประตูหน้าสำหนักเห็นชายในชุดสีดำจะเข้ามาในสำนัก พวกเขารีบขัดขวาง

“ผู้มาเป็นใคร โปรดแจ้งนาม”

จ้าวหลินเว่ยไม่ได้ตอบสิ่งใดเพียงปลดหยกข้างเอวโยนให้อีกฝ่าย 

ศิษย์เหล่านั้นเห็นป้ายหยกพวกเขาก็รีบเปิดทางให้พร้อมกับส่งคนไปแจ้งลู่หลานจีกับลู่เช่ออวิ๋น

เป็นครั้งแรกที่จ้าวหลินเว่ยใช้ป้ายหยกของแพทย์โอสถในการเข้าสำนัก เพราะส่วนมากเขาจะไปมาอย่างไร้ร่องรอย

เพียงแต่เรื่องที่รับปากจ้าวหลงมา อย่างไรก็ต้องให้เจ้าสำนักปฐพีคอยช่วย

ลู่หลานจีที่ได้ยินว่าแพทย์โอสถผู้ลึกลับมาที่สำนัก เขาก็รีบมาที่เรือนรับรอง ในขณะที่ลู่เช่ออวิ๋นแปลกใจที่จ้าวหลินเว่ยปรากฏกายอย่างใหญ่โต 

เพราะมีเพียงเขาที่รู้ว่าจริงๆแล้ว จ้าวหลินเว่ยเป็นพี่ชายของจ้าวลู่ซือ เรื่องนี้แม้แต่ลู่หลานจีก็ยังไม่ทราบ

“ให้คนไปตามจ้าวลู่ซือมาที่เรือนรับรอง”เขาสั่งก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเรือนรับรอง ในที่นั้นมีคนสองคนรออยู่แล้ว

จ้าวหลินเว่ยและลู่หลานจี

ลู่หลานจีเหลือบตามองศิษย์น้อง เขาก็สังเกตเห็นว่าศิษย์น้องผู้นี้ของตนไม่ได้มีท่าทีตกใจกับการที่แพทย์โอสถผู้ลึกลับปรากฏตัว 

ดูท่าศิษย์น้องของเขาคงจะกลืนความลับไว้เต็มท้องแล้วกะมัง

“เจ้าสำนักลู่หลานจี ขออภัย ผู้แซ่จ้าวมาขอพบยามวิกาล”ลู่หลานจีตากระตุกยามได้ยินแซ่แทนตนของแขกผู้มาเยือน

“ท่านแพทย์โอสถกล่าวว่าท่านแซ่อันใดนะขอรับ”

“ผู้แซ่จ้าว นามหลินเว่ยขอรับ”ผู้มาแนะนำตนเองและปดผ้าดำที่พรางใบหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา ที่เยือกเย็น

ลู่หลานจียังไม่ทันตอบอันใด จ้าวลู่ซือก็เดินเข้ามา

“พี่ใหญ่ ท่านมาแล้วหรือ”

“พะ..พี่ใหญ่”เจ้าสำนักที่เพิ่งรู้เรื่องราวอดไม่ได้ที่จะหันมาถลึงตาใส่ศิษย์น้องของตน

ปิดบังกันดีนัก เจ้าพวกนี้เห็นเขาเป็นสิ่งใด

“เรื่องอื่นค่อยพูดถึง ผู้แซ่จ้าวมาวันนี้มีเรื่องขอให้ท่านเจ้าสำนักช่วยเหลือ”

“มีเรื่องอะไรหรือ”

“ผู้แซ่จ้าวทราบมาว่าท่านเจ้าสำนักเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เคยได้ยลโฉมของอดีตฮูหยินเอกเหมยฮวาตระกูลอัน ผู้แซ่จ้าวต้องการภาพเหมือนของนาง”

“พี่ใหญ่ มีเรื่องอันใดหรือ”

“นั่นสิ เหมยฮูหยินนางตายไปนับสิบปีแล้ว เหตุใดท่านต้องการภาพเหมือนของนาง”

“เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงราชวงศ์แคว้นจ้าว”คราแรกจ้าวหลินเว่ยไม่คิดจะบอกความจริง เพียงแต่ ยามนี้เขากังวลถึงสถานการณ์ของจ้าวหลง จึงอยากสืบเรื่องราวทางนี้ให้เสร็จ

“อะไรนะ!!”ทั้งสามคนร้องเป็นเสียงเดียวกัน

“ใช่ขอรับ ขออภัยที่ผู้แซ่จ้าวไม่อาจอธิบายเรื่องราวให้พวกท่านเข้าใจได้มากกว่านี้”ลู่หลานจีเข้าใจ ราชวงศ์จ้าวเป็นตัวตนเช่นใด 

เพียงแต่เขาตกใจที่ฮูหยินผู้หนึ่งมีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ที่สูงส่งเช่นนั้น

“ท่านไม่ต้องห่วง ผู้แซ่ลู่จะให้คนวาดภาพเหมือนของนางขึ้นมา เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาหลายวัน เพราะคนที่สามารถวาดภาพเหมือนได้มีน้อยเกินไป”

“ผู้แซ่จ้าวเข้าใจ ทีนี้ ผู้แซ่จ้าวมีอีกสองเรื่อง เรื่องแรกให้ท่านเจ้าสำนักช่วย เรื่องที่สองเป็นหน้าที่ของท่าน ท่านรองเจ้าสำนัก”

“เชิญท่านว่ามา”

“ผู้แซ่จ้าวต้องการประวัติของเหมยฮูหยิน รวมทั้งต้องการรู้เรื่องราวของนางทั้งหมด”

“เรื่องผ่านมานับสิบปีแต่ผู้แซ่ลู่จะพยายามรวบรวมข้อมูลมาให้ท่าน”

“ขอบพระคุณขอรับ ส่วนท่าน เกี่ยวกับคุณหนูรองคนปัจจุบัน ข้าทราบว่าท่านส่งคนไปคุ้มกันนางอยู่แล้วบางส่วน ข้าอยากให้ท่านส่งไปเพิ่ม”

“ท่านคิดว่าอันลู่จะเกี่ยวข้องกับราชวงศ์จ้าวด้วยหรือ”ลู่เช่ออวิ๋นถามอย่างสงสัย

“หากเป็นนางในอดีต ข้าอาจไม่แน่ใจ แต่เมื่อเป็นนางในปัจจุบัน นางย่อมเกี่ยวข้องกับแคว้นจ้าว เพราะนามของนางคือจ้าวปิงยู องค์หญิงอันดับหนึ่งของแคว้นจ้าว น้องสาวของจ้าวหลง”

“หา!! ท่านว่าอันใดนะ”ครานี้ทุกคนตกใจกันจริงๆขึ้นมาแล้ว

“ท่านพูดอันใด ตัวตนสูงส่งเช่นนั้นจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”ลู่หลานจีเป็นคนแรกที่หาเสียงตัวเองเจอ

นามขององค์หญิงจากแคว้นอันดับหนึ่งเขาเองก็ได้ยินมาไม่น้อย 

“ข้าเองก็ไม่รู้รายละเอียดมาก หรือท่านไม่ทราบว่าชินอ๋องของแคว้นท่านปกป้องนางเป็นพิเศษ หากนางเป็นคุณหนูรองตัวจริงจะเคยพบปะกับชินอ๋องได้อย่างไร”

พวกเขาก็เคยสงสัยเช่นกัน

“หากเป็นเช่นที่ท่านว่า แล้วคุณหนูรองตัวจริงเล่า”

“นางตายแล้ว”

“แล้วมีความจำเป็นอันใดที่องค์หญิงต้องปลอมตัวมาซ่อนในสกุลอัน“

“เพราะยามนี้ในกายนางมีผนึก นางจดจำตนเองไม่ได้ รวมทั้งพลังก็ถูกตัวนางเองผนึก หากท่านอยากรู้เรื่องราวก่อนหน้า คนใกล้ตัวนางน่าจะรู้ดี”

“เสี่ยวผิง”ใบหน้าของสตรีนางหนึ่งแวบเข้ามาในจิตสำนึก

“และเรื่องนี้ข้าอยากให้เก็บเป็นความลับ จ้าวหลงอาจจะส่งคนมาเพิ่ม และชินอ๋องเองก็อาจจะวางกำลังคนไว้ข้างกายนาง เพียงแต่ข้าไม่อาจไว้ใจได้ จึงอยากให้พวกท่านช่วยอีกแรง”

หากจ้าวปิงยูเป็นอันใดในแคว้นหลี่ขึ้นมา พวกเขาอาจต้องเจอกับหายนะ 

แค่หายนะจากหวงหลงที่ว่าน่ากลัวแล้ว 

ยังไม่เทียบเท่าจ้าวหลงและคนจากแคว้นอันดับหนึ่ง

อย่างน้อยหวงหลงก็เป็นชินอ๋องที่ถือกำเนิดในแคว้นหลี่ ต่อให้มีโทสะอย่างไรคงไม่อาจทำลายแคว้นและประชาชนของตนหรอกกะมัง

ดูเหมือนจ้าวหลินเว่ยจะเดาความคิดของลู่หลานจีออกจากสีหน้า มุมปากของเขายกยิ้มน้อยๆ

“เผื่อท่านยังไม่ทราบ ชินอ๋องของแคว้นท่านเป็นคู่หมั้นขององค์หญิง”

ตูม!!!!!

ไม่เหลือทางรอดใดๆให้พวกเขาเลย

“ลู่ซือ อวิ๋นเอ๋อร์ คนในสำนักเรามีเท่าใด”ลู่หลานจีหลุดมาดเย็นชาไปเสียแล้ว

“ศิษย์พี่ ท่านทำเช่นนี้คนจะแตกตื่นเอาได้”ลู่เช่ออวิ๋นยังพอมีสติอยู่บ้าง

“พี่ใหญ่ ท่านไปรู้จักกับคนแคว้นอันดับหนึ่งได้อย่างไร”มีเพียงจ้าวลู่ซือที่ยังสงสัยว่าพี่ชายของตนไปมักคุ้นกับกลุ่มอำนาจที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร

“เรื่องมันยาว เอาไว้ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังทีหลัง ตอนนี้ข้ามีอีกทีที่ต้องไป ท่านจ้าวสำนัก ท่านรองเจ้าสำนัก ผู้แซ่จ้าวขอตัว”

“ศิษย์พี่ ข้าก็ต้องไปเช่นกัน”ลู่เช่ออวิ๋นรีบแผ่นหนีออกมาก่อนจะถูกอีกฝ่ายรั้งตัว จ้าวลู่ซือเมื่อเห็นพี่ชายและผู้เป็นนายหนีหาย เขาก็รีบหมุนตัวจะจากไปเช่นกัน แต่กับถูกปราณสายหนึ่งรั้งไว้

“ลู่ซือมาคุยกับอาจารย์ก่อนดีหรือไม่”

ไม่ดี ท่านอาจารย์ ท่านปล่อยศิษย์ไปเถิด



“คุณหนูรอง บ่าวนำสำรับมาส่งเจ้าค่ะ”อันลู่เงยหน้าจากกระดาษในมือพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่านางรู้แล้ว

ตั้งแต่เสี่ยวผิงไม่อยู่ เรือนใหญ่ก็ส่งสาวใช้หลายนางมาที่นี่ เพียงแต่นางปฏิเสธ ขอแค่ให้ส่งสำรับอาหารให้นางตรงตามเวลาก็พอ คราแรกบิดาบอกให้นางไปรับสำรับที่เรือนใหญ่ นางก็ปฏิเสธอีกครั้ง อ้างว่าไม่สะดวก

จะว่าไปหลายเดือนมานี้แม้นางจะไม่ได้โกรธเคืองอันหลินหลางดังเช่นตอนแรกที่ได้ฟังเรื่องราวจากเสี่ยวผิง 

แต่นางก็ไม่ได้ให้ความสนิทกับอีกฝ่ายมากนัก

เพราะนับตั้งแต่กลับมาถึงเมืองหลวง

บิดาก็ออกห่างจากนาง 

นางจึงปล่อยเลยตามเลย และเก็บตัวเงียบภายในเรือนของตนเท่านั้น 

“เฮยเอ้อร์ เฮยเอ้อร์ เจ้าอยู่ที่ใด”นางวางกระดาษในมือลง

ตั้งแต่เช้านางก็นั่งศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่เฮยเอ้อร์มักจะไปหยิบฉวยมาจากวังมังกร 

และที่นางกำลังอ่านตอนนี้คือเรื่องราวพลังธาตุ ของสัตว์อสูร ซึ่งมนุษย์ทั่วไปใช้ได้เพียงพลังปราณ 

ส่วนพลังธาตุ สามารถยืมสัตว์อสูรในพันธะของตนมาใช้ได้ 

“เฮยเอ้อร์”คิ้วของนางขมวด เมื่อเจ้าตัวน้อยที่เกาะติดนางแทบตลอดเวลาไม่ขานรับ 

นางเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวแสบหายไปตอนไหน 

“เปิ่นหวางใช้เฮยเอ้อร์กลับวัง”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้นางสะดุ้ง 

ร่างกายหมุนกลับมาอัตโนมัติ ทำให้นางตกอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายทันที

“ท่าน”หญิงสาวถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว 

“เมื่อไหร่พระองค์จะเลิกเข้ามาในห้องนอนของหม่อมฉันแบบเงียบๆสักทีเพคะ”นางดันอีกฝ่ายให้ออกห่างจากตนเล็กน้อย 

“เปิ่นหวางกลัวว่าถ้าส่งเสียงเข้ามา คนในจวนของเจ้าจะตกใจเอาได้”

“เล่นลิ้นนักนะเพคะ”หวงหลงยกยิ้ม 

“อีกยี่สิบวันที่แคว้นหลี่จะมีการแข่งขันประลองสัตว์อสูร เปิ่นหวางไม่อยากให้เจ้าออกไป เข้าใจหรือไม่เพคะ”

“หากเป็นราชโองการ”

“เปิ่นหวางจะจัดการเรื่องนี้เอง”

“พระองค์จะไปที่ใดเพคะ”เขาสั่งนางเช่นนี้แปลว่าอีกฝ่ายไม่สามารถรั้งอยู่กับนางในเวลานั้นได้

“เปิ่นหวางจำต้องกักตน และจากนี้ก็ไม่อาจมาหาเจ้าได้ เปิ่นหวางจะให้เฮยอี้และเฮยเอ้อร์มาอยู่กับเจ้า แต่เมื่อวันที่เหมันต์แรกมาเยือน พวกนั้นต้องกลับไปอยู่ข้างกายเปิ่นหวาง”นางก้มหน้าลงทันทีเพื่อซ่อนแววตาที่หวั่นไหวของตน

“เพราะฉะนั้น เจ้ารอเปิ่นหวางสามเดือน อย่าก่อเรื่องเข้าใจหรือไม่ เปิ่นหวางคิดว่าคนเหล่านั้นคงไม่มีใครคิดแตะต้องเจ้า แต่หากมีจริงๆ เปิ่นหวางทิ้งคนไว้ให้เจ้า เจ้าเรียกใช้งานได้ แต่หากมีคนรนหาที่ จำเพลงขลุ่ยที่เปิ่นหวางสอนให้เจ้าได้แล้วใช่หรือไม่”หญิงสาวพยักหน้า หากแต่ไม่ยอมเงยหน้าสบตาเขาอย่างเคย

“ปิงเอ๋อร์คนดีพบกันคราวหน้า เปิ่นหวางสัญญาจะพาเจ้ากลับบ้าน”

“ท่านพูดเองนะ”

“อืม เปิ่นหวางรับปากเจ้า”นางไม่ได้สนใจว่าหวงหลงเรียกนามนางว่าอันใด นางสนใจประโยคที่เขากล่าวว่าจะพานางกลับบ้านนั้นมากกว่า

โดยที่ทั้งคู่ไม่อาจคาดเดาได้ว่ากงล้อโชคชะตากำลังจะหมุนกลับที่เดิม 

ทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง

เพียงแต่กงล้อชะตาครั้งนี้จะหมุนไปในทิศทางเดิมหรือไม่ มีเพียงผู้หวนคืนเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงมัน

หากแต่ผู้หวนคืนในครานี้สิ้นความทรงจำ สิ้นพลังเล่า นางยังจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมอันน่าเศร้าได้อยู่หรือไม่



              *****************************

  

 *เหลียงตี้ (良娣) พระชายารองของรัชทายาท สามารถแต่งตั้งได้2คน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 404 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

897 ความคิดเห็น

  1. #359 ไข่ดาวตุ้มตุ้ม (@janetatty) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 22:42

    สนุกมากๆค่า รอทุกวันเลยย
    #359
    0
  2. #357 Nanpanwasa (@Nanpanwasa) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 14:53
    มาต่อเร็วน่ะ🥺

    กำลังสนุกเลย😊
    #357
    0
  3. #355 J-U-N (@J-U-N) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 06:29
    มีคนรู้แล้วว่าอันลู่เป็นองค์หญิง😁
    #355
    0