องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 22 : ผู้ใดกล้าลงโทษนาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 444 ครั้ง
    7 ส.ค. 63

              ************************************


“ไปเถอะ เปิ่นหวางจะพาเจ้าไปส่งที่งาน”หวงหลง ถอนสายตากลับคืน 

คาดว่าในงานคงกำลังกล่าวโทษนางที่นางกล้าไปสายเป็นแน่

เพราะยามนี้เลยเวลาเริ่มงานมามากแล้ว

ถ้าเพราะไม่มีใครบางคนจงใจเล่นไม่ซื่อกับนาง 

นางคงไม่เดินหลงมาไกลขนาดนี้ นับว่าโชคดีที่เงาของเขาติดตามนางตลอดทาง

“ท่านแค่บอกทางให้ข้าก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะเดินกลับไปเอง”ในเมื่อบุรุษตรงหน้าไม่คิดจะบอกบอกสถานะของตน นางก็เลือกที่จะเมินคำราชาศัพท์พวกนั้น

หวงหลงมองหญิงสาวอย่างครุ่นคิด 

การปล่อยให้นางกลับออกไปเองนี่ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในความคิดของเขา 

ใต้หล้านี้ เขา หลี่หวงหลงไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด 

หากแต่นางปรากฎกายพร้อมเขา นั่นก็ไม่ดีต่อนางเป็นอย่างมาก เพราะในยามนี้สถานะของนางคือว่าที่ไท่จื่อเฟย 

แม้เขารู้ว่ามันจะไม่มีทางเป็นไปได้ที่นางจะแต่งเป็นชายาเอกของรัชทายาท 

อย่าว่าแต่เขาจะยอมเลย ครอบครัวของนางต่างหาก

หึ ! รอให้ จ้าวหลงตามหานางเจอก่อนเถอะ คนพวกนี้ที่ตั้งใจจะเล่นงานนาง นับเป็นตัวอะไร

ชายหนุ่มเหยียดยิ้ม

“ตกลง เปิ่นหวางจะให้เจ้าเดินกลับไปเอง หากแต่ใครกล้ารังแกเจ้า อย่าโทษว่าเปิ่นหวางรังแกผู้คน”นางฉีกยิ้มแม้นจะรู้ว่าเขามองไม่เห็นรอยยิ้มของนางก็ตาม และยิ่งยิ้มกว้างขึ้นเมื่อชายหนุ่มเข้าใจความหมายที่นางตั้งใจสื่อ

“ข้าชื่ออันลู่เจ้าค่ะ”

“นามของเจ้า เปิ่นหวางทราบดี”นามที่เขาหมายถึง คือนามที่แท้จริงของนาง 

หลังจากที่พบหญิงสาวที่โรงเตี๊ยมจินหลินในวันนั้นเขาก็ส่งคนไปเมืองจินเพื่อตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น 

แม้จะไม่ทราบความจริงทั้งหมด แต่เขาก็พอเดาได้ว่าสตรีตรงหน้าความจำเสื่อมและนางผนึกปราณตนเอง

อันลู่หันมามองชายหนุ่มอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินจากไปยังทิศทางที่หวงหลงชี้บอก 

โดยมีองครักษ์เงาตามอยู่ห่างๆ 

“คนที่เปิ่นหวางให้พวกเจ้าไปจัดการเป็นอย่างไรบ้าง”เมื่อพ้นเงาร่างของหญิงสาว ข้างกายของหวงหลงก็ปรากฎชายชุดดำหนึ่งคน

“ทูลหวางเย่*กระหม่อมจับชายที่ชนรถม้าของนางไว้แล้ว รวมทั้งนางกำนัลผู้นั้นด้วยพะยะค่ะ”

“ดี คืนนี้เปิ่นหวางจะไปดูพวกมันด้วยตัวเอง”หวงหลงยกยิ้มมุมปาก แววตาเย็นชาขึ้นหลายส่วน ร่างสูงแผ่ลมปราณสีทองออกมาจนชายชุดดำสั่นสะท้าน เลือดไหลออกมุมปาก 

“หะ..หวางเย่ โปรดประทานอภัยให้กระหม่อมด้วย กระหม่อมไม่กล้าแล้วพะยะค่ะ”ชายชุดดำสั่นสะท้าน หากเขายังไม่ยอมรับผิด เห็นทีคงถูกลมปราณสีทองทำลายอวัยวะภายในจนกระอักเลือดออกมาอีกครั้งเป็นแน่

“เจ้ารู้แล้วหรือว่าทำสิ่งใดผิด”สีหน้าของหวงหลงเย็นชาจนถึงสุดขีด เหล่าองครักษ์เงาที่อยู่ห่างออกไปถึงกับตัวสั่นเทา ไม่บ่อยนักที่นายของพวกมันจะมีโทสะ 

และหากชินอ๋อง** มีโทสะ นั่นหมายถึงต้องมีผู้ใดสักคนเดือดร้อน 

“กระหม่อมทราบความผิดแล้ว หวางเย่ประทานอภัยด้วยพะยะค่ะ”ชายผู้นั้นร่างกายสั่นสะท้าน

ไม่กล้าแล้ว เขาไม่กล้าละเลยคุณหนูรองตระกูลอันอีกแล้ว

“ดี จงไปรับโทษของเจ้าที่หุบเขามังกร ตามเว่ยอูมาพบเปิ่นหวางด้วย”บุรุษชุดดำรับคำแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว 

โทสะของหวงหลงก็ลดลง ปราณสีทองถูกเรียกกลับ 

ชายหนุ่มสะบัดชายเสื้อคลุมเดินไปตามทางที่อันลู่จากไป


ทางด้านอันลู่ เมื่อนางเข้าใกล้งาน ก็เริ่มได้ยินเสียงพูดคุยดังออกมา  

หญิงสาวเหลือบเห็นเสี่ยวผิงที่หน้างานนางมีสีหน้าย่ำแย่ ดวงตาแดงก่ำ นางชะงักเท้าชั่ววินาที ก่อนจะก้าวเท้าไปหาสาวใช้คนสนิท

“เสี่ยวผิง ผู้ใดทำร้ายเจ้า”

“คุณหนูท่านหายไปไหนมาเจ้าคะ ฮองเฮามีรับสั่งให้นางกำนัลตามหาคุณหนู แต่ก็ไม่มีผู้ใดพบเห็น”อันลู่เม้มปาก เห็นทีเรื่องที่นางหลงทาง คงจะเป็นฝีมือของใครสักคนเป็นแน่ 

“เอาละ ข้าจะเข้าไปข้างใน ไม่ตัองกลัว”อันลู่ปลอบใจ 

นางมั่นใจว่าบุรุษผู้นั้นจะตามนางมา เช่นนี้อันลู่จึงไม่รู้สึกกลัว 

นางคิดว่าฮองเฮาจะต้องเอาเรื่องนางแน่ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

“คุณหนูรองตระกูลอันมาแล้วเจ้าค่ะ”

ทุกสายตาหันมามองยังทิศทางที่นางยืน 

อันลู่ยืนสงบนิ่ง แววตาของนางราบเรียบสร้างความพึงพอใจให้กับฮองเฮาที่จ้องมองอยู่ไม่น้อย

“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”

“ลุกขึ้น เจ้าหายไปที่ใดมารึ คุณหนูรอง”ทั้งแววตาและน้ำเสียงที่ตั้งใจจับผิดนั่นสร้างความแคลงใจให้นาง 

ไม่ใช่ว่าฮองเฮาเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องการจะเล่นงานนางหรอกนะ

หญิงสาวลุกขึ้น นางกวาดสายตาไปรอบๆก่อนจะหยุดอยู่ที่ชายหญิงคู่หนึ่ง ที่นั่งใกล้กับฮองเฮา 

แววตาของอันลู่หลี่ลงเล็กน้อย 

“หม่อมฉันเดินผิดทางจึงหลงเข้าไปทางด้านหลังเพคะ”

“คุณหนูรองตระกูลอัน ไม่ใช่ว่าเจ้ากำลังโกหกอยู่หรือ เมื่อครู่มีขันทีมาทูลฮองเฮาว่าเจ้าสนทนากับบุรุษอยู่ด้านหลังของวังบูรพา”คนพูดเป็นหญิงสาวที่นั่งใกล้กับฮองเฮา 

เมื่อนางเห็นว่าฮองเฮาไม่มีท่าทีโกรธที่ถูกคนพูดแทรกขึ้น 

อันลู่ก็ก้มศรีษะ หญิงสาวนางนี้คงเป็นอู๋หลิงซีสินะ 

ใบหน้างดงาม ดูบอบบางน่าทะนุถนอม หากแต่อันลู่กับมองความจอมปลอมของนางออก 

“ขออภัยคุณหนูท่านนี้ ไม่ทราบว่าขันทีคนใดที่มาแจ้งข่าวเจ้าคะ หากขันทีผู้นั้นพบข้ากับบุรุษอื่นอยู่จริง ย่อมต้องมีหลักฐาน มิใช่แค่คำกล่าวอ้างเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นหากข้ากล่าวว่า คุณหนูท่านเองก็นั่งใกล้ชิดกับบุรุษทั้งที่ยังไม่ออกเรือน ท่านว่าคำของข้าที่มีทุกคนเป็นพยาน กับคำพูดของขันทีที่มีเพียงตัวเขาเป็นพยาน ถ้อยคำของผู้ใดจะน่าเชื่อถือกว่ากันเจ้าค่ะ”อู๋หลิงซีหน้าแดงก่ำทันที ใบหน้างดงามเหยเกด้วยความโกรธ รอบร่างปรากฎไอลมปราณสีน้ำเงินเข้ม

“เจ้า..”อู๋หลิงซีสะบัดมือหมาดหมายกระชากผ้าสีขาวที่ปิดใบหน้าของอันลู่ออก ท่ามกลางสายตายิ้มเยาะของอันลั่ว 

นางกำลังเฝ้ามองสีหน้าตกตะลึงของทุกคน

อันลู่เองก็ตกตะลึงเช่นกัน นางไม่คิดว่าอู๋หลิงซีจะเกิดโทสะต่อหน้าพระพักตร์ของฮองเฮา

แต่ก่อนที่ปราณสีน้ำเงินจะกระชากผ้าบนหน้าของนาง ก็มีปราณสีทองสะบัดสวนจนอู๋หลิงซีกระอักเลือดออกมา 

รัชทายาทที่ตอนแรกตั้งใจชมเรื่องสนุกถึงกับสีหน้าเปลี่ยน บุรุษหนุ่มลุกขึ้นประคองร่างของอู๋หลิงซีทันที 

แม้แต่ฮองเฮาเองก็ตกตะลึง 

ส่วนเหล่าคุณหนูต่างตัวแข็งค้าง 

เมื่อครู่พวกนางกำลังเห็นอันลู่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ เหตุใดจึงกลายเป็นอู๋หลิงซี

“คุณหนูรองตระกูลอัน ต่อหน้าข้า เจ้ายังกล้าลงมือ”ฮองเฮาบันดาลโทสะ แน่นอนว่าพระนางมองไม่ออกว่าอันลู่ใช้วิธีการใดตอบโต้อู๋หลิงซี 

อันลู่เองก็ไม่เข้าใจ นางเห็นเพียงเส้นลมปราณสีทองที่กระแทกตอบโต้ลมปราณสีน้ำเงินเท่านั้น

หากแต่ดูเหมือนจะมีนางเพียงผู้เดียวที่มองเห็นสีทองของลมปราณ

“หม่อมฉันบังอาจถามว่าหม่อมฉันทำอะไรหรือเพคะ”

“หากเจ้าไม่ทำเหตุใดคุณหนูอู๋จึงมีสภาพเยี่ยงนี้ น้องรอง พี่ไม่คิดว่าเจ้าจะกล้าทำเช่นนี้ ฮองเฮาเพคะ แม้นางจะเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันก็จะไม่กล่าวปกป้องนางเพคะ”อันลั่วแอบกำมือแน่นเมื่อเรื่องไม่เป็นไปตามที่นางตั้งใจ 

นางจึงรีบแสดงตัว เพื่อผลักอันลู่ให้จมดิน

ต่อให้เป็นว่าที่ไท่จื่อเฟยแล้วอย่างไร

วันนี้ไม่มีผู้ใดช่วยนางได้แน่

กล้าลงมือทำร้ายอู๋หลิงซีต่อหน้ารัชทายาท 

อันลู่เหยียดยิ้มในเคราะห์กรรมของน้องสาว

“หลางเอ๋อร์ ซีเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง”ฮองเฮาไม่ได้สนใจดูอันลั่วเสแสร้ง พระนางสั่งให้หมอหลวงตรวจอาการของอู๋หลิงซี

“ทูลฮองเฮาคุณหนูอู๋ถูกปราณชั้นสูงตีกลับทำให้อวัยวะภายในบอบช้ำ ต้องพักรักษาตัวสักระยะ และระหว่างนี้ไม่อาจใช้ลมปราณได้พะยะค่ะ”สีหน้าของหลี่อันหลางเขียวคล้ำ

“คุณหนูรองตระกูลอัน เช่นนี้เจ้ายังบอกว่าไม่ได้ทำอันใดงั้นหรือ วันนี้เปิ่นไท่จื่อ***จะลงโทษเจ้า” 

“เปิ่นหวางก็อยากเห็นเช่นกันว่าผู้ใดกล้าลงโทษนาง”



           ****************************************


      *หวางเย่ (王爷) ใช้เรียกอ๋อง

    **ชินอ๋อง (和碩親王) เชื้อพระวงศ์ชายลำดับที่หนึ่ง

   ***เปิ่นไท่จื่อ (本太子)ตัวข้าผู้เป็นรัชทายาท (คำพูดคล้ายต้องการใช้ฐานะข่มคนอื่น)

***สองตอนครบตามสัญญาน้า ❤️

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 444 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

886 ความคิดเห็น

  1. #652 Poonchanit (@poonchanit) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 05:47
    อันลู่เหยียดยิ้ม_ อันลั่ว
    #652
    0
  2. #312 Jeabora (@Jeabora) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 17:58
    หน้าแหกสิ ก็รู้อยู่นางเอกไร้ปราณแต่จะลงโทษนางเอก เจอแบล๊คดีคอยดูใครจะแหกอีกบ้าง
    #312
    0
  3. #117 MeawMeaw31 (@MeawMeaw31) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 16:28

    ขอบคุณค่ะ
    #117
    0
  4. #77 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 12:32
    มีแบล็กดี ใครกล้าแตะน้อง
    #77
    0
  5. #63 13868 (@13868) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 23:12
    เหย*เก
    #63
    0
  6. #26 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 19:54

    เข้ามาในงานปุ๊บก็ถูกแกล้งซะแล้ว แนวร่วมมีหลายคนเชียว แต่อันลู่ไม่หวั่นหรอกมีพี่หลงคอยช่วยอยู่ ขอบคุณค่ะ

    #26
    0