องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 21 : ขลุ่ยหยกเรียกหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 457 ครั้ง
    7 ส.ค. 63

        ******************************************

   

“คุณหนูเจ้าคะ”เสี่ยวผิงเรียกหญิงสาว นางสังเกตว่าอันลู่เหม่อลอยมาสักพักแล้ว 

ตอนนี้รถม้าใกล้จะถึงวังหลวงแล้ว 

เป็นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกือบทำให้การเดินทางล่าช้า

โชคดีที่ได้บุรุษผู้นั้นช่วย

“เสี่ยวผิง คนผู้นั้น ใครหรือ”

เสี่ยวผิงส่ายหน้า นางเองก็ไม่ทราบ ในตอนนั้นนางเองก็จนปัญญาเพราะชายที่อ้างว่าถูกรถม้าชนเอาแต่โวยวายเรียกให้คุณหนูของนางลงไปรับผิดชอบ

หากแต่พอบุรุษผู้นั้นปรากฎตัว ชายผู้นั้นถึงกับวิ่งหนี ลืมแม้กระทั่งข้าวของ ไม่เว้นแม้แต่ชาวบ้านที่ในตอนแรกต่างก็ยืนมุงดูเรื่องสนุก 

พวกเขากระวีกระวาดหนีทันทีที่บุรุษแปลกหน้าผู้นั้นเข้ามาร่วมวง

“คุณหนู คนผู้นั้นอาจจะเป็นคุณชายตระกูลขุนนางชั้นสูงสักตระกูลก็ได้นะเจ้าคะ”

“เสี่ยวผิง ถึงข้าจะความจำเสื่อม ข้าก็ยังจำได้ว่าไม่มีบุตรชายตระกูลขุนนางชั้นสูงคนใดใช้คำแทนตัวเองว่าเปิ่นหวาง”มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชายเท่านั้นที่เรียกตนเองเช่นนั้น

บุรุษผู้นั้นต้องเป็นองค์ชายพระองค์ใดพระองค์หนึ่งเป็นแน่

เพียงแต่แววตาคู่นั้น เหตุใดนางจึงรู้สึกคุ้นเคยกันนะ 

“คุณหนูถึงวังหลวงแล้วเจ้าค่ะ จากนี้เราคงต้องเดินเข้าไปกันเอง”ในวังมีกฏอยู่มากมายหลายพันข้อ และหนึ่งในกฏเหล่านั้นคือห้ามรถม้าผ่านประตูวัง 

เสี่ยวผิงลงจากรถม้า นางยืนรอรับอันลู่

หญิงสาวในรถม้าแหวกม่านออก นางส่งมือให้กับเสี่ยวผิง เมื่อก้าวลงมายืนอย่างมั่นคงดีแล้ว นางก็เหลือบมองรอบข้างอย่างจับสังเกต 

มีรถม้าหลายคันจอดอยู่ และมีเหล่าคุณหนูหลายคนกำลังจับกลุ่มกัน แต่ละคนล้วนแต่งกายด้วยอาภรณ์เนื้อดีราคาแพง ทั้งยังมีเครื่องประดับที่แข่งกับประโคมลงบนศรีษะ  นางเห็นแล้วก็รู้สึกหนักศรีษะแทนยิ่งนัก

มีคนมองมาทิศทางนางยืนอยู่แล้วหันไปซุบซิบกัน 

คงเป็นเพราะเหล่าหญิงสาวทั้งหมดต่างเปิดเผยใบหน้าอวดรูปโฉมประชันความงามกัน

มีเพียงนางที่มีผ้าสีขาวคาดปิดใบหน้าไว้มองเห็นเพียงดวงตาคู่สวย

หลายคนแสดงเทียบเชิญเพื่อผ่านเข้าประตูวังไป

เมื่อถึงคิวของนาง เสี่ยวผิงก็ยื่นเทียบเชิญสีทองให้กับทหารที่ด้านหน้าประตู

เมื่อเห็นสีของเทียบเชิญ ทหารผู้นั้นก็เงยหน้ามองมายังนางก่อนจะบอกให้นางรอสักครู่ 

ร่างของทหารคนนั้นก็วิ่งหายไปอย่างเร็ว 

ทำให้นางรู้สึกแปลกประหลาด นางเหลือบตามองยังเหล่าคุณหนูที่ยืนด้านหลัง พลันหัวคิ้วก็ขมวดขึ้น 

ในมือของของหนูเหล่านั้นล้วนเป็นเทียบเชิญเหมือนกับนาง ต่างกันที่สีของเทียบเชิญเท่านั้น 

ของนางเป็นสีทอง

ส่วนของเหล่าคุณหนูด้านหลังเป็นสีแดง 

อันลู่เก็บความสงสัยไว้กับตัว 

นางยืนรอสักพักทหารคนเดิมก็กลับมา 

“ขออภัยที่ให้รอนาน นี่ขอรับ”ทหารผู้นั้นส่งผ้าผืนหนึ่งให้เสี่ยวผิง และอธิบายวิธีใช้ 

เสี่ยวผิงจึงใช้ผ้าผืนนั้นผูกที่ข้อมือของนาง

เท่าที่นางฟังทหารผู้นั้นอธิบาย คือสีของผ้าจะบ่งบอกสถานะความสำคัญของตระกูล 

นางไม่ทราบว่าผู้อื่นได้ผ้าสีใดกันบ้าง เมื่อพ้นประตูวังมาก็เข้าสู่เขตพระราชวัง 

นางกำนัลผู้หนึ่งเป็นผู้นำทาง 

นางเดินคดเคี้ยวเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาตามนางกำนัลมาสักพัก ก็มาหยุดที่สวนดอนไม้ที่มีบุปผานานาชนิดต่างแข่งกันชูช่ออวดความงาม

“จากนี้รบกวนคุณหนูต้องเดินเข้างานเองนะเจ้าคะ ส่วนบ่าวรับใช้ข้าจะพานางไปรอคุณหนูที่งานเจ้าค่ะ” 


นางกำนัลกับเสี่ยวผิงเดินหายไปอีกทาง อันลู่มองรอบๆอย่างสังเกต บริเวณนี้ไม่มีผู้คนแม้แต่คนเดียว

กลิ่นหอมของดอกไม้ที่แบ่งบานไม่ได้ทำให้นางรู้สึกดี 

มีสัญญาณอันตรายร้องเตือนนางอยู่ 

มือข้างนึงของนางจึงเอื้อมมากุมเอว 

ปลายนิ้วมือสัมผัสกับเนื้อหยก

นางกวาดตามองรอบๆอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปทางขวามือซึ่งตรงข้ามกับทางที่นางกำนัลกับเสี่ยวผิงเดินหายออกไป

นางเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆก็มาโผล่ตรงริมบึงที่มีเหลียนฮวากำลังแย้มดอกอยู่เต็มไปหมด 

หากแต่น่าแปลกที่สถานที่งดงามเช่นนี้กับมีแค่นางผู้เดียว 

“เจ้าหลงทางแล้วหรือ”เสียงปริศนาดังขึ้น อันลู่สะดุ้ง นางเงยหน้ามองบนต้นไม้ทันที

ชายเสื้อคลุมสีฟ้าสะบัดปลิวไหว

คนผู้นั้นนั่งอยู่บนกิ่งไม้เล็กที่ยื่นออกมา 

ใบหน้าเขาถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้ ทำให้เห็นเพียงแค่สีของเสื้อคลุมเท่านั้น 

หากคนผู้นี้ไม่ส่งเสียง นางแน่ใจว่าตนเองต้องหาเขาไม่เจอเป็นแน่ 

การคงอยู่ของเขาทำให้นางคาดเดาได้ว่าคนผู้นี้คงจะนั่งอยู่บนนั้นมาสักพักแล้ว อย่างน้อยก็ก่อนที่นางจะเดินมาที่นี่

“ท่านเป็นใครหรือเจ้าคะ”

เสียงคนผู้นั้นเงียบไปนาน และเพียงเสี้ยววินาทีที่นางกระพริบตาเงาร่างที่อยู่บนนั้นก็หายไปจากการมองเห็นของนาง

“เหตุใดจึงเดินมาไกลถึงที่นี่”เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง อันลู่สะดุ้ง นางหมุนกายกะทันหันไปเป็นเหตุให้ทรงตัวไม่อยู่ 

เมื่อจวนเจียนที่ร่างบอบบางจะล้มลง ก็มีมือปริศนายื่นมารั้งเอวของนางเอาไว้ 

ส่งผลให้ร่างหญิงสาวกระแทกเข้ากับร่างของบุคคลลึกลับที่นางเพิ่งมาแน่ใจว่าเขาเป็นบุรุษ 

เพราะมือของนางทาบอยู่บนหน้าอกของเขา

นางช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของบุรุษผู้นี้

ทันทีที่สายตาของนางปะทะกับสายตาของเขา

ราวกับมีภาพบางอย่างวิ่งแล่นในหัวของนาง

เพียงแต่มันรวดเร็วจนนางไม่อาจจดจำสิ่งใดได้ 

บุรุษผู้นี้เป็นคนเดียวกับที่ช่วยนางไว้ที่ตลาดแน่ 

แม้ตอนที่นางเห็นเขา จะไม่ใช่ใบหน้านี้ 

หากแต่ดวงตาคู่นั้น นางไม่มีวันจำผิด 

หากไม่คิดมากไป ใบหน้าที่นางเห็นที่ตลาด คงเป็นใบหน้าจอมปลอมของคนผู้นี้เป็นแน่ 

ส่วนใบหน้าที่แท้จริงนั้น  แน่นอนว่าต้องเป็นใบหน้าดุจเทพเซียนที่นางกำลังใช้สายตามองอย่างเคลิบเคลิ้ม

อันลู่ถูกความหล่อเหลาราวกับเทพเซียนของเขาล่อลวง

จนนางลืมไปว่ายามนี้ร่างของนางกำลังแนบสนิทกับร่างของเขา และดูเหมือนชายหนุ่มจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าตอนนี้สภาพของพวกเขาทั้งคู่ทุลักทุเลขนาดไหน 

“หากอยากจะกอดเปิ่นหวางเช่นนี้ แต่งให้เปิ่นหวางดีหรือไม่”เขาอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อนาง 

อันลู่ถึงกับร่างแข็งค้าง ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อทันควัน 

นางอับอายยิ่งนักเมื่อระลึกได้ว่าตนกำลังกอดบุรุษ

“ขออภัย ข้าไม่ได้ตั้งใจจะฉวยโอกาสกับท่าน”นางเอ่ยพร้อมกับก้มหน้าต่ำ ใบหน้าแดงเถือกราวกับจะคั้นน้ำได้

“เปิ่นหวางเข้าใจดี”ชายหนุ่มหาได้ถือสา เขายังคงฉีกยิ้มกว้างพาลให้นางนึกโมโห เพราะเดาได้ว่าเขากำลังยิ้มล้อเลียนนาง

“เรื่องที่ตลาดต้องขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ”

“จำได้จริงๆด้วย”เขาไม่แปลกใจที่นางจดจำได้ว่าเขาเป็นคนเดียวกับที่ช่วยนางที่ตลาด นั่นเพราะเขารู้ว่านางฉลาด หน้ากากหนังมนุษย์ไม่สามารถหลอกสายตาของนางได้

“ท่านแทนตนเองว่าเปิ่นหวางท่าน...”เป็นผู้ใดกัน

นางอยากจะถาม  แต่ก็รั้งประโยคสุดท้ายเอาไว้ 

“นามของเปิ่นหวางหรือที่เจ้าอยากรู้ หวงหลง นั่นคือนามของเปิ่นหวาง”อีกครั้งที่ภาพบางอย่างวิ่งแล่นเข้ามาในความคิดของนาง ครั้งนี้ภาพเหล่านั้นแสดงเพียงแวบเดียว นางมองไม่ชัดเจน ภาพนั้นก็มืดสนิท นางจดจำสิ่งใดไม่ได้เหมือนเคย 

“เจ้าเป็นอะไรไป”อาการของนางตกอยู่ในสายตาของเขา ถ้าจะพูดให้ถูกคือตั้งแต่แรก สายตาของเขายังไม่เคลื่อนย้ายออกจากใบหน้าของนางเลย 

อันลู่ส่ายหน้า เพราะความที่สติไม่อยู่กับตัว นางจึงเผลอหยิบขลุ่ยหยกออกมา และนั่นทำให้แววตาของชายหนุ่มหลี่ลงอย่างอันตราย หัวคิ้วขมวดจนยุ่ง คล้ายกำลังอดกลั้นอะไรบางอย่างอยู่

“แม้แต่ขลุ่ยหยกเรียกหา เจ้านั่นก็ยกมันให้กับเจ้า หึ!”หากบุรุษผู้นั้นไม่เอ่ยรับนางเป็นน้องสาวแล้วละก็ เห็นทีสำนักปฐพีคงถึงเวลาล่มสลาย 



        **********************************************


เดี๋ยวมาบ่ายๆของวันนี้อีกตอนตามสัญญาน้า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 457 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

897 ความคิดเห็น

  1. #815 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 10:55
    หึงแหละ
    #815
    0
  2. #651 Poonchanit (@poonchanit) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 05:39
    ให้วีไอพีรอเพื่อผูกผ้านี่นะ
    #651
    0
  3. #140 Rutti003 (@Rutti003) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 21:30
    มีคนหึงหนึ่งอัตรา
    #140
    0
  4. #75 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 11:42
    อ้าวท่านอ๋อง ไหน้ำส้มแตกเสียแล้ว
    #75
    0
  5. #25 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 12:24

    อันลู่มาเจอพี่หลงแล้ว พี่เขาโกรธอะไรท่ีน้องท่ีไปรับขลุ่ยไว้ สองคนนี้รู้จักันรึเป่า รออ่านต่อนะคะ ขอบคุณค่ะ

    #25
    0