องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 2 : ปฐมบท (ภาคต้น)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,026
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 621 ครั้ง
    6 ส.ค. 63

        ********************************************

         

โชคชะตาเอ๋ย ปลดปล่อยข้าจากความทรมานนี้เสียที ข้าคนนี้ทำสิ่งใดผิด เหตุใดจึงทุกข์ทรมานเช่นนี้เล่า”เสียงร่ำร้องขอความตายกรีดดังซ้ำๆในใจนาง

ร่างหญิงสาวนางหนึ่งที่มองดูแล้วอดรู้สึกเวทนาไม่ได้ ใบหน้าที่แต่เดิมเคยงดงาม กับเต็มไปด้วยบาดแผล แก้มซ้ายถูกกรีดเป็นแผลยาวทำให้ดวงหน้างามเสียโฉม

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”เสียงสาวใช้คนสนิทดังขึ้นข้างกาย แต่นางหาได้ใส่ใจ จิตใจอันปวดร้าวล่องลอยไปไกล

‘เหตุใดหนอ ข้าถึงตกอยู่ในสภาพเยี่ยงนี้ แต่เดิมชีวิตที่ข้ามีก็ยอดแย่มากพอดู เพียงเพราะจิตใจของสตรีที่ริษยา ต่อให้ขับไล่ข้ามาไกลถึงเพียงนี้ ก็ยังคงไม่ปล่อยให้ข้าได้สุขสบาย’

“หึหึ เสี่ยวผิง ข้าทำสิ่งใดผิดหรือ เหตุใดข้าถึงต้องเป็นผู้รับกรรม แค่ก!”เสียงของนางแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด เสี่ยวผิงที่ถูกเรียกได้แต่ยกมือเช็ดน้ำตาของตน สภาพของนางก็ไม่ได้ต่างอันใดกับคุณหนูนัก มีร่องรอยของการถูกทำร้ายและมีบาดแผลปรากฎทั่วตัว

“คุณหนูท่านเจ็บมากไหมเจ้าคะ บ่าวจะไปตามหมอ”

“เสี่ยวผิง ข้าไม่มีเงิน แค่กๆ”

ใช่!พวกนางไม่มีแม้แต่เงินสักอีแปะ จะเอาสิ่งใดไปเป็นค่ารักษาได้ บ้านที่อยู่ ก็ดูสภาพไม่คล้ายว่าจะเป็นบ้านที่คนสามารถอาศัยอยู่ด้วยซ้ำ กระท่อมไม้หลังเล็ก สภาพผุพังที่พร้อมจะถล่มลงมาทุกเวลา เตียงไม้ที่ทั้งแข็งและหยาบ ไม่มีความอบอุ่นใดๆ แม้กระทั่งเสื้อผ้า ก็ทั้งเก่าเต็มไปด้วยรอยเย็บซ่อมแซมและซีดจนจำสภาพเดิมไม่ได้

“คุณหนู บ่าวจะส่งจดหมายหานายท่าน”เสี่ยวผิงกุลีกุจอลุกขึ้นไปรื้อหาเครื่องเขียน

“เสี่ยวผิง พอเถอะ เจ้าคิดว่าที่ข้าตกอยู่ในสภาพนี้ ท่านพ่อจะไม่ทราบหรือ”เสี่ยงผิงชะงักมือที่กำลังรื้อค้นกระดาษ มือของนางสั่น ด้วยเถียงผู้เป็นนายไม่ออก

“เสี่ยวผิง บางทีถ้าเจ้าไม่ติดตามข้า เจ้าคงไม่ลำบากขนาดนี้ ข้าขอโทษเจ้าแล้ว แค่กๆ”หญิงสาวบนเตียงที่มีสภาพคล้ายคนตายไปแล้วครึ่งหนึ่งส่งเสียงไอค่อกแค่กออกมาตลอดเวลาที่นางพูด

“ไม่นะเจ้าค่ะ คุณหนู ชีวิตบ่าวได้นายหญิงช่วยเหลือ แม้บ่าวต้องตาย บ่าวก็ไม่เสียดาย คุณหนูอดทนไว้นะเจ้าค่ะ บ่าวจะไปอ้อนวอนท่านหมอฝูให้ท่านหมอฝูมาช่วยดูอาการของคุณหนู”

ร่างที่นอนอยู่บนเตียงไม่ได้ห้ามปรามสาวใช้ นางเพียงมองดูเสี่ยวผิงที่เดินโขยกเขยกออกไปนอกกระท่อม นางรู้ว่าเสี่ยวผิงตัวน้อยก็มีบาดแผลไม่ต่างจากนาง บาดเจ็บไม่ต่างจากนาง เสี่ยวผิงอายุน้อยกว่านางหนึ่งปี เสี่ยวผิงมาอยู่กับนางตอนนางอายุได้สี่หนาว มารดาเป็นผู้จูงมือเสี่ยวผิงตัวน้อยในวัยสามหนาวให้มาเป็นเพื่อนเล่นกับนาง เรียกได้ว่านางและเสี่ยวผิงเติบโตมาด้วยกัน

นางพยายามเบิกตามองความมืดรอบกาย นางรับรู้สภาพร่างกายของตนเองดี ว่าคงจะฝืนได้อีกไม่นาน

ในใจหวนนึกย้อนเรื่องราวของตัวเอง

นางเกิดในเมืองหลวงแคว้นหลี่

นามของนางคือ อันลู่ เป็นบุตรสาวคนเล็กของ อันหลิงหลาง ชายผู้นั้นเป็นขุนนางพิเศษที่แต่งตั้งโดยฮ่องเต้ ที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน มารดาของนางเป็นฮูหยินเอก ส่วนนางเป็นบุตรสาวคนรอง ชีวิตในวัยเด็กของอันลู่เรียกว่าสุขสบาย

ในจวนตระกูลอัน นางมีชีวิตตามแบบคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ทั่วไป และแล้วโชคชะตาของนางก็มาถึง ในวัยเจ็ดหนาว เด็กทุกคนในแคว้นต้องเข้ารับการวัดพลังปราณและปลุกสัตว์อสูร แน่นอนว่านางในตอนนั้นเป็นที่รักของครอบครัวอย่างยิ่ง เพราะพี่สาวของนาง อันลั่ว ที่ปลุกพลังไปก่อนนางหนึ่งปี ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นอัจฉริยะด้วยการปลุกพลังปราณที่ปรากฎว่าเป็นระดับลมปราณขั้นปลายซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์มากที่สุดในปีนั้น แม้ว่าอันลั่วจะเกิดจากฮูหยินรอง แต่พรสวรรค์ของนางกลับสูงส่งจนน่าตกใจ นางที่เป็นบุตรสาวฮูหยินเอก ย่อมเป็นที่คาดหวังธรรมดา เพียงแต่ทันทีที่มือน้อยๆของนางสัมผัสกับลูกแก้ววัดพลังปราณ นางก็ได้คำว่าไร้ค่ามาประทับหน้าผาก หลังจากนั้นบิดาก็เปลี่ยนไป ส่วนมารดาของนางตายไปตั้งแต่นางอายุได้ห้าหนาว เมื่อนางกลายเป็นคนไร้ค่า ไร้มารดาปกป้อง บิดาหมางเมิน แน่นอนว่าชีวิตนางก็พบกับชะตากรรมที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ พี่สาวที่แต่เดิมก็ไม่ชอบนางอยู่แล้ว กลั่นแกล้งนางมากขึ้น จากคุณหนูรองผู้สูงส่ง กลายเป็นขยะไร้ค่าและนางก็ถูกขับไล่ให้ออกจากเมืองหลวงในเวลาต่อมา เพราะในทุกแคว้นไม่มีที่ยืนสำหรับคนไร้ค่า ผู้คนนับถือคนมีพรสวรรค์สูงส่ง ส่วนคนไร้พรสวรรค์ เป็นได้แค่สวะที่ไม่มีค่าอันใดให้จดจำ

และตลอดหลายปีที่ผ่านมานางใช้ชีวิตเงียบๆที่หมู่บ้านแห่งนี้กับเสี่ยวผิง จากเด็กน้อยวัยเจ็ดหนาว แปลเปลี่ยนเป็นดรุณีโฉมงามในวัยสิบห้าหนาว 

นางเข้าสู่วัยปักปิ่น และเพราะนางงดงาม แม้จะไร้พลังปราณ แต่โฉมงามมีหรือผู้คนจะไม่ใส่ใจ หลายวันก่อนในหมู่บ้านมีคนมาจากเมืองหลวงแวะพักที่หมู่บ้านแห่งนี้ คนกลุ่มนั้นพบนาง และสอบถามชื่อเสียงของนาง ด้วยความที่นางเป็นดรุณีบ้านป่า หาใช่คุณหนูเมืองหลวงที่ต้องรู้หนังสือ รู้ธรรมเนียม นางจึงเปิดเผยชื่อของตนเอง หลังจากนั้นสามวัน ชื่อเสียงของคุณหนูรองตระกูลอันที่เคยโด่งดังเมื่อแปดปีก่อนก็เป็นที่ล่ำลือกันอีกครั้งในเมืองหลวง กล่าวถึงโฉมงามราวเทพธิดาของนาง แน่นอนว่ามีคนชื่มชมย่อมมีคนอิจฉา และแรงอิจฉาของสตรี ก็ผลักนางในตกอยู่ในสภาพตายทั้งเป็น 

อันลู่ดึงความคิดตัวเองกลับมา ลมหายใจของนางเริ่มติดขัดเพราะร่างกายถูกทุบตีอย่างหนัก โดยปกติร่างกายของนางก็บอบบางแถมยังอ่อนแอเพราะอาหารการกินที่ไม่สมบูรณ์ สภาพแวดล้อมที่ไม่อำนวย เมื่อถูกคนทุบตีเป็นไปไม่ได้เลยที่ร่างกายของนางจะรับไหว

เสียงเสี่ยวผิงกับใครอีกคนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

“เสี่ยวผิง ลำบากเจ้าแล้วชาตินี้ หากชาติหน้าข้าได้เกิดอีกครั้งจะขอชดใช้ให้เจ้า”ยิ่งเสียงฝีเท้าเร่งเข้ามาใกล้เท่าไร ลมหายใจของนางก็ยิ่งแผ่วลงจนสุดท้ายก็นิ่งสงบ ใบหน้าที่เคยงดงามมีรอยยิ้มเล็กๆประดับอยู่ราวกับจะขอบคุณสวรรค์ที่ช่วยปลดปล่อยนางในภพนี้

“ท่านหมอฝู ท่านช่วยคุณหนูของเสี่ยวผิงด้วยนะเจ้าคะ คุณหนูบ่าวพาท่านหมอฝูมาแล้วเจ้าค่ะ”

 

 

               ******************************************

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 621 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

888 ความคิดเห็น

  1. #102 MeawMeaw31 (@MeawMeaw31) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 12:10

    คือดี....ขอขอบคุณค่ะ
    #102
    0
  2. #58 13868 (@13868) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 19:48
    ลองเช็คการใช้ “เจ้าค่ะ เจ้าคะ” ด้วยนะค้า เจ้าคะใช้ในคำถาม หรืออาจจะเป็นตอนที่เรียกคุณหนูเจ้าคะ เจ้าค่ะใช้ตอบรับนะคะ
    #58
    0