องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 16 : งานชมบุปผาวังบูรพา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 530 ครั้ง
    7 ส.ค. 63

         ****************************************


ในห้องรับรองส่วนตัวของโรงเตี๊ยมจินหลิน

บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งกำลังแสดงสีหน้าค่ำเครียด 

หัวคิ้วกระบี่ขมวดจนเป็นปม 

เบื้องหน้ามีสตรีทั้งสองนางนั่งจ้องหน้าเขาด้วยแววตากดดัน

ใช่แล้ว บุรุษผู้นี้จะเป็นผู้ใดไปได้ ถ้าไม่ใช่รองเจ้าสำนักปฐพี ลู่เช่ออวิ๋น 

ส่วนสตรีสองนางที่นั่งส่งสายตากดดันเบื้องหน้าเขาก็ไม่ใช่ใครอื่น 

อันลู่กับเสี่ยวผิงนั่นเอง ส่วนจ้าวลู่ซือเฝ้าอยู่หน้าประตู 

หลังจากที่หลบสายตาผู้คนมาได้ เขาก็พาหญิงสาวทั้งสองมาที่โรงเตี๊ยมจินหลินตามแผนการของอันหลินหลาง

แต่ไม่คาดคิดว่าหลังจากที่เข้ามาในห้องนี้แล้ว เขาจะเจอสายตากดดันของอันลู่ 

นางกำลังใช้สายตาไม่ต้องจากพยัคฆ์จ้องมองเหยื่อ

และเขาคือเหยื่อที่นางเลือก

“คุณหนูรองท่านทวนคำถามใหม่ได้หรือไม่”

“ข้าถามว่าท่านรู้จักผู้ใดที่สามารถปลอมแปลงใบหน้าและตกแต่งแผลปลอมบนใบหน้าได้บ้างหรือไม่เจ้าคะ ข้าไม่ฟังคำปฏิเสธ ขอท่านรองเจ้าสำนักทบทวนดีๆ”ไม่ว่าเปล่า แต่นิ้วมือขาวผ่องดุจหยกเนื้อดีกับยกขึ้นลูบหัวเล็กๆของเจ้าอสรพิษเก้าหัว 

ซึ่งเขาก็เห็นสายตาของเจ้าตัวน้อยนั่นตวัดมองเขาบ่อยครั้ง

นี่เขาใช่โดนข่มขู่อยู่หรือไม่!

ลู่เช่ออวิ๋นเกิดอาการหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก 

ตั้งแต่เกิดมาสามสิบปีเป็นครั้งแรกที่เขาถูกคนข่มขู่

แถมคนกล้าตายผู้นั้นยังเป็นสตรี!! 

“ข้าขอทราบเหตุผล เหตุใดท่านต้องการหาคนที่มีความสามารถแบบนี้ ท่านกำลังทำสิ่งใดกันแน่”

“ข้าจะบอกท่าน ต่อเมื่อท่านบอกว่าท่านมีคนที่ข้าต้องการอยู่ในมือ”คนทั้งคู่ไม่มีใครยอมใคร 

เริ่มแรกอันลู่ก็ไม่คิดที่จะสร้างเรื่องหลอกผู้คนเพิ่ม 

แต่หลังจากที่เจอสายตาคนเมืองหลวง

นางก็เปลี่ยนความคิด ป่านนี้เรื่องที่อันลู่ตัวจริงเสียโฉม

พวกที่สั่งลงมือคงรู้ข่าวแล้ว 

แต่หากนางกลับไม่มีแผลเป็นใดๆบนใบหน้า 

นี่ไม่ใช่ว่ากำลังเรียกร้องให้พวกเขาสงสัยหรือ

อีกอย่าง รูปโฉมของนางก็เป็นตัวเรียกภัยดีๆนี่เอง

นางจึงคิดว่าตัวเองควรสร้างแผลเป็นบนใบหน้าเพื่อความสมจริงมากขึ้น

ไหนๆก็ตั้งใจจะเปิดม่านการแสดงแล้ว หากนางเล่นไม่เนียน

ผู้คนอาจจะโกรธเคืองเอาได้

“หากท่านต้องการคนผู้นั้น ท่านก็เรียกจ้าวลู่ซือเข้ามาเถอะ เขามีคนที่ท่านต้องการ”ลู่เช่ออวิ๋นเองก็ไม่ได้กดดันหญิงสาว

เพราะเขาสัมผัสได้ว่าสตรีตรงหน้ามีบางอย่างที่เขาไม่ควรล่วงเกิน

“เสี่ยวผิง เรียกเขาเข้ามา”

สักครู่จ้าวลู่ซือก็เดินเข้ามา ใบหน้าของบุรุษหนุ่มมีรอยยิ้มจางๆประดับอยู่

“คุณหนูรองเรียกข้ามีอันใดหรือขอรับ”

“ท่านรองเจ้าสำนักบอกว่าเจ้ารู้จักคนอยู่ผู้หนึ่ง ข้าต้องการตัวคนผู้นั้น”แววตาของอันลู่จับจ้องสีหน้าของจ้าวลู่ซือตลอดเวลา ทำให้นางมองเห็นคิ้วที่ขมวดชั่วครู่หนึ่งของเขา ก่อนที่หัวคิ้วจะคลายตัวอย่างรวดเร็ว 

“นายท่าน...”

“ลู่ซือ เจ้าควรช่วยนาง ข้ารู้สึกว่านางไม่ใช่คนที่เราควรล่วงเกิน ในเมื่อล่วงเกินไม่ได้ ก็ไม่สมควรเป็นศัตรู แต่จงเป็นพันธมิตรแทน เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ”บุรุษสองคนส่งเสียงคุยกันผ่านลมปราณ แน่นอนว่าสตรีทั้งสองต่างไม่รู้เรื่องด้วย 

“หากท่านต้องการตัวเขา ท่านจงรอสักสองวัน ข้าไม่แน่ใจว่ายามนี้เขาอยู่ที่ใด”จ้าวลู่ซือพิจารณาคำพูดของลู่เช่ออวิ๋น เขาก็อดเห็นด้วยไม่ได้ เขาเองก็สัมผัสได้เช่นกัน

“คนผู้นั้นเกี่ยวข้องอันใดกับเจ้า”

“เขาเป็นพี่ชายข้า จ้าวหลินเว่ย”อันลู่พยักหน้าอย่างเข้าใจ

“ในเมื่อท่านช่วยข้า ข้าก็จะบอกท่าน จริงๆแล้วข้าถูกใครบางคนทำลายโฉมหน้า น่าเสียดายที่คนผู้นั้นเข้าใจผิดจึงทำลายผิดคน ท่านคิดว่าหากพวกเขารู้ว่าตนเองทำเรื่องผิดพลาด พวกเขาจะไม่ส่งคนมาทำลายข้าซ้ำหรือ”อันลู่เล่าเรื่องจริงผสมกับแต่งเรื่องเองบ้าง เพราะต่อให้พวกเขาคิดสืบความก็มีเพียงท่านหมอฝูเท่านั้นที่รู้ความจริง 

“ท่านหมายความว่าที่ท่านต้องใส่หน้ากากเป็นเพราะรูปโฉมท่านไม่ได้ถูกทำลาย แต่ท่านเลือกปิดบังเพราะกลัวว่าคนพวกนั้นจะล่วงรู้ความจริง”

“ใช่ ข้าไม่อาจใส่หน้ากากได้ตลอดเวลา ท่านคงทราบว่าข้ามีพระราชโองการสมรส วันหนึ่งอาจจะถูกเรียกเข้าวังหลวง เมื่อนั้น หน้ากากก็ไม่อาจช่วยข้าปิดบังใบหน้าที่แท้จริงได้”ไม่ว่าเปล่า อันลู่ใช้มือทั้งสองข้างปดหน้ากากบนหน้าลง 

หากอยากจะให้ใครสักคนเชื่อใจนาง

สิ่งที่ทำได้คือวัดใจกับคนผู้นั้น

เมื่อหน้ากากสีขาวถูกปดชายหนุ่มทั้งสองก็นั่งนิ่งราวกับวิญญาณหลุดจากร่าง ดวงตาทั้งสองคู่เบิกถลนมองภาพเบื้องหน้าอย่างตื่นตะลึง แม้แต่เสี่ยวผิงที่มองรูปโฉมของอันลู่มาหลายครั้ง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเผลอจ้องมองด้วยแววตาหลงใหลชื่นชม

โดยที่คนทั้งสี่ไม่อาจรู้ได้เลยว่าในห้องนั้นไม่ได้มีเพียงพวกเขาเท่านั้น ริมหน้าต่างมีต้นไม้ต้นหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยใบที่หนาจนมองไม่เห็นกิ่งก้าน ร่างบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งกำลังทรงตัวอยู่บนกิ่งไม้ใกล้กับหน้าต่างห้องรับรองของลู่เช่ออวิ๋น  และเพราะเสียงพูดคุยทำให้บุรุษผู้นี้สนใจ จึงเสียมารยาทแอบฟัง และนั่นมันทำให้เขาได้เห็นดวงหน้าของโฉมงามนางหนึ่ง ตอนที่ดวงตาสีดำดุจหมึกมองเห็นภาพตอนอันลู่ปดหน้ากาก

เขาถึงกับลมหายใจสะดุด

โชคดีที่บัดนี้ ทั้งลู่เช่ออวิ๋น และจ้าวลู่ซือถูกอันลู่ทำให้ตกใจไปแล้ว ทำให้เขารอดจากการถูกจับได้ครั้งนี้

บุรุษหนุ่มยกยิ้มตรงมุมปากเกิดเป็นรอยยิ้มน้อยๆ ทำให้ผู้ติดตามเบื้องหลังถึงกับตกใจ จนเสียหลักตกจากกิ่งไม่ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก

ดีที่เขากั้นเสียงร้องทัน ทำให้ไม่มีใครเห็นสถานการณ์หน้าอายที่เกิดขึ้น

ร่างสูงของผู้เป็นนายพลิ้วกายหายวูบไป ทิ้งไว้เพียงคำสั่งที่เอาแต่ใจยิ่ง

“ตอบรับเทียบเชิญงานชมบุปผาวังบูรพา”

ไม่ใช่ว่าเมื่อสองวันที่แล้วนายท่านสั่งให้ข้าโยนเทียบเชิญทิ้งหรือ!


           

                 **************************************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 530 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

898 ความคิดเห็น

  1. #136 Rutti003 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 15:44
    พระเอกมาแล้วใช่มั้ย
    #136
    0
  2. #113 MeawMeaw31 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 14:45

    ขอบคุณค่ะ
    #113
    0
  3. #19 นัทจัง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 13:11

    พระเอกเราปรากฏตัวออกมาเเล้ว "ตอบรับเทียบเชิญงานชมบุปผาวังบูรพา" ฮัยย่ะ ดูท่าทางจะออกตัวแรง ตอนแรกโยนเทียบเชิญทิ้ง มาคราวนี้เห็นโฉมงามใจหวั่นไหวอะดิ หุหุ เรือลำที่ 1

    #19
    0
  4. #14 usaonly (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 00:22

    ใครมาแอบฟังเขาคุยกันแถมได้เห็นหน้าน้องแล้ว รอตอนต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

    #14
    0
  5. #13 munongmu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 23:41
    ใคร???
    #13
    0