องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 15 : เข้าสู่เมืองหลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 428 ครั้ง
    7 ส.ค. 63

              *************************************


ใกล้ยามโฉว่แล้ว 

หลังจากฟังเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับป่ามรณะ 

ลู่เช่ออวิ๋นกับอันลู่ก็คิดเห็นตรงกันว่าควรจะออกเดินทางยามนี้

เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็มีเวลาเกือบหนึ่งชั่วยามในการเดินทาง

เพราะต่อให้พวกเขาพักผ่อน คืนนี้คงไม่มีผู้ใดกล้าหลับตาลง

พวกเขาจึงเร่งเก็บสัมภาระและออกเดินทาง 

คราวนี้อันลู่ไม่ใช้ม้าหมอกนิล นางย่ำเท้าเดินไปกับพวกเขา

เพราะทุกสิ่งหยุดนิ่ง พวกเขาจึงเดินกันอย่างไม่กังวลใจ

จนเมื่อใกล้ยามโฉว่ ขบวนเดินทางก็มาหยุดอยู่บริเวณชายป่ารอบนอก ที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านอยู่เบื้องหน้าไกลๆ 

พวกเขาไม่ได้แวะเข้าหมู่บ้าน เพียงจัดตั้งที่พักและกระโจมเพื่อเตรียมพักผ่อน อย่างน้อยก็ยังเหลือเวลาอีกราวๆสองยามที่พวกเขาจะเริ่มต้นการเดินทางอีกครั้ง

หลังจากพวกเขาจัดตั้งที่พักเสร็จ 

หลายคนก็เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผืนป่าแห่งนี้อีกครั้ง 

ต้นไม้ที่เดิมทีเต็มไปด้วยใบ ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกบางๆจนมองเห็นเพียงแค่ลำต้นที่ยืนตระหง่าน 

รอบๆเริ่มกลับมาเคลื่อนไหว 

ไม่ว่าจะเป็นเสียงลมพัดดังอื้อๆจากที่ไกลๆ

หรือแม้แต่เสียงเสียดสีกันของกิ่งไม้

“ที่แท้ ต้นไม้พวกนี้ก็ไม่ได้ไร้ใบ แต่ถูกปกคลุมด้วยหมอกพิษ”หลายคนค้นพบความลับของป่าผืนนี้เพิ่มขึ้น 

“ทุกคนแยกย้ายกันพักเถอะ พรุ่งนี้เรายังต้องเดินทางอีกวันหนึ่ง คาดว่าคืนพรุ่งนี้ เราก็ยังต้องพักแรมในป่าแห่งนี้”ลู่เช่ออวิ๋นคาดการณ์ ทุกคนจนเริ่มแยกย้ายกันหาที่นอนตามมุมต่างๆโดยล้อมกระโจมเพียงหลังเดียวไว้ตรงกลาง 

อันลู่กับเสี่ยวผิงจึงหันหลังผลุบเข้ากระโจมไป 

เช้าวันต่อมา การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น พวกเขาพักกันเป็นบางครั้งเมื่อรู้สึกเหนื่อยหรือหิว จนยามโหย่ว*พวกเขาก็เริ่มตั้งกระโจมที่พักอีกครั้ง 

ทุกคนแยกย้ายกันพักผ่อน พอยามจื่ออันลู่ก็ทำหน้าที่เป็นยามเดินปลุกทุกคน 

และเหตุการณ์ในคืนนี้ล้วนไม่มีสิ่งใดผิดเพี้ยนไปจากเมื่อวาน 

พวกเขาเดินทางในยามจื่อ 

และก็หยุดพักเมื่อใกล้ยามโฉว่ 

“เราพักกันเถอะ พรุ่งนี้ยามเว่ย**พวกเราก็เข้าเมืองหลวงแล้ว”

เมื่อรู้ว่าพรุ่งนี้จะถึงจวน อันหลินหลางก็ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก เขาจากเมืองหลวงมาเกือบสิบวันแล้ว

“เห็นทีตอนเข้าเมืองหลวงพวกเราควรแยกกันเป็นสองกลุ่ม”อันลู่ทักท้วง เพราะหากนางเดาไม่ผิด ตั้งแต่บิดานอกออกจากเมืองหลวง คงมีผู้คนเฝ้ารอการกลับมาของนางเป็นแน่ 

พวกเขาต้องอยากเห็นหน้าตาของว่าที่ไท่จื่อเฟยกันบ้างแหละ

นางไม่ใช่คนที่ชอบเป็นจุดสนใจ 

หากพวกนางกลับเข้าเมืองกันเป็นกลุ่ม คนย่อมจดจำบิดานางได้ และก็คาดเดาตัวตนของนางได้เช่นกัน 

“ข้าเห็นด้วย พรุ่งนี้ข้าจะให้คนของข้า สี่คนคนแยกไปกับท่านที่ปรึกษา ส่วนข้ากับ จ้าวลู่ซือ จะไปกับคุณหนูรอง”จ้าวลู่ซือ คือเจ้าของม้าหมอกนิล

“ตกลง พวกเจ้าแยกย้ายกันพักผ่อนเถอะ ยามจื่อฝากเจ้าอีกครั้งแล้ว ลู่เอ๋อร์”อันหลินหลางเองก็คาดเดาความคิดของนางได้ เขาเองก็เห็นด้วย อันลู่ยังไม่พร้อมที่จะเจอผู้คน นางในตอนนี้แม้จะเฉลียวฉลาด หากแต่อยู่ต่างเมืองมานาน ย่อมไม่อาจระวังเล่ห์เหลี่ยมจากคนเมืองหลวง โดยเฉพาะคนจากสกุลอู๋ 

ส่วนสาเหตุที่อันลู่ต้องคอยเป็นยามในเวลายามจื่อ เพราะทันทีที่เข้าสู่ยามจื่อทุกคนจะไร้สติ ต่อให้เฝ้าระวังหรือเบิกตาค้างขนาดไหน เมื่อเวลาหยุดเดินร่างกายพวกเขาก็หยุดทำงานเช่นกัน และไม่ใช่ว่าอันลู่จะฝ่าฝืนกฏเกณฑ์ข้อนี้ได้ 

เพียงแต่ใครใช้ให้เจ้าเป่าเปาเป็นอสูรของนางเล่า 

ยามจื่อ มันก็จะรัดข้อมือของนางจนเจ็บไปหมดทำให้นางได้สตินั่นเอง

วันต่อมา กลุ่มของลู่เช่ออวิ๋นก็ออกเดินทางอีกครั้ง

เมื่อคืนยามจื่อพวกเขาไม่ได้ออกเดินทางเช่นคืนที่ผ่านมา

นั่นเพราะยามนี้พวกเขาเข้าใกล้เมืองหลวงแล้ว

จากแผนการเดินทางวันนี้ ยามอู๋*** พวกเขาจะเข้าสู่ประตูเมืองหลวง เมื่อคืนนี้หลังจากอันลู่ปลุกทุกคนเป็นคืนที่สอง อันหลินหลางกับลู่เช่ออวิ๋นก็วางแผนเรื่องการเข้าเมืองหลวง

โดยกลุ่มเดินทางจะแบ่งเป็นสองกลุ่ม

กลุ่มแรกเป็น ลู่เช่ออวิ๋น จ้าวลู่ซือ อันลู่และเสี่ยวผิงจะเป็นกลุ่มแรกที่เข้าเมืองก่อน 

ส่วนอันหลินหลางและคนของลู่เช่ออวิ๋นอีกสี่คนจะเข้าเมืองเป็นกลุ่มที่สอง

ยามอู๋ขบวนการเดินทางทั้งเก้าคนก็แยกกันเป็นสองกลุ่ม

“ท่านรองเจ้าสำนัก ท่านพาลู่เอ๋อร์ไปรอที่โรงเตี๊ยมจินหลิน เมื่อคนของท่านส่งข้าถึงจวน ข้าจะให้คนไปบอกท่านและรอรับลู่เอ๋อร์ที่จวน ลู่เอ๋อร์ เจ้าดูแลตนเองด้วย”หลังจากใช้เวลาหลายวันกับบิดา อันลู่ก็รับรู้ได้ว่าบิดาผู้นี้ก็เป็นห่วงบุตรสาวของตนเช่นกัน เพียงแต่ตอนที่ไล่อันลู่ออกมา เพราะสถานการณ์กดดัน เขาจึงต้องส่งนางออกจากเมืองหลวง หากอันหลินหลางรู้ว่าบุตรีของตนหมดลมหายใจไปแล้ว ชายผู้นี้จะรู้สึกผิดแค่ไหนกัน 

“เจ้าค่ะ ลู่เอ๋อร์ทราบแล้ว”นางหมุนกายเดินตามลู่เช่ออวิ๋นมา ทิ้งให้บิดามองตามอย่างรู้สึกผิด

เพราะนับจากที่นางก้าวเท้าเข้าจวน เขาไม่อาจปกป้องนางได้อีกต่อไป หวังว่าเจ้าเป่าเปาที่อยู่กับนางจะดูแลนางได้ดีกว่าเขา เพราะเขาไร้ความสามารถเกินกว่าจะปกป้องใครได้

เบื้องหน้าปรากฎกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่าน มีผู้คนสัญจรเข้าออกตลอด ทั้งพ่อค้า ชาวบ้าน หรือแม้แต่ผู้ฝึกปราณ 

ลู่เช่ออวิ๋นเดินตรงไปยังทหารที่ยืนเฝ้าประตูเมือง 

มีผู้คนหลายคนที่หยุดมองมายังพวกเขาด้วยความสนใจ

ทั้งสี่คนตกเป็นเป้าสายตา เพราะลู่เช่ออวิ๋นกับจ้าวลู่ซือ มีหน้าตาที่หล่อเหลา รูปร่างกำยำ ส่วนสตรีอีกสองคน นางหนึ่งมีหน้ากากสีขาวบดบังใบหน้า ทำให้ผู้คนสนใจใคร่รู้ว่ารูปโฉมภายใต้หน้ากากจะเป็นแบบไหน ส่วนอีกนางหน้าตาธรรมดา มีเพียงดวงตาที่ตื่นตระหนกราวกับกระต่ายป่า

ทหารคนนั้นทำท่าจะไล่พวกเขาให้ไปต่อแถวกับกลุ่มชาวบ้าน แต่ลู่เช่ออวิ๋นกลับส่งหยกเนื้อดีชิ้นหนึ่งให้เขา เมื่อเห็นรูปสลักลายพยัคฆ์บนหยกเนื้อดี หน้าตาของทหารผู้นั้นก็แปรเปลี่ยน เขาปรับสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับเชื้อเชิญคนทั้งสี่ผ่านประตูเมืองด้วยสีหน้านอบน้อม

ยิ่งทำให้ผู้คนที่เฝ้ามองต่างสงสัยตัวตนของคนทั้งสี่ยิ่งนัก

หากแต่ยังไม่ทันได้สงสัยอะไรมากเสียงใครคนหนึ่งก็ตะโกนบอกอย่างตื่นเต้น

“นั่นใช่ท่านที่ปรึกษาหรือเปล่า”

“ไหนๆใช่ไหม มีข่าวว่าท่านที่ปรึกษาเดินทางไปรับบุตรีที่เมืองจิน เจ้ามองเห็นหน้าตาของคุณหนูรองหรือไม่”เสียงตะโกนคุยเริ่มขยายเป็นวงกว้าง

“เจ้าหาเรื่องตายหรือไร รูปโฉมไท่จื่อเฟยใช่สิ่งที่เจ้าอยากมองก็สามารถมองได้รึ”ใครคนหนึ่งเตือนสติ 

เมื่อไม่มีผู้ใดสนใจ เพราะถูกกลุ่มคนเบื้องหลังดึงความสนใจไปจนสิ้น คนทั้งสี่คนก็มุ่งหน้าหายลับไปอีกทางอย่างรวดเร็ว 

ทิ้งไว้เพียงเสียงพูดคุยของชาวเมืองที่เฝ้ารอกลุ่มของอันหลินหลางไว้เบื้องหลัง



             ************************************

  *ยามโหย่ว (酉:yǒu) คือ 17.00 – 18.59 น.

  **ยามเว่ย (未:wèi) คือ 13.00 – 14.59 น.

 ***ยามอู่ (午:wǔ) คือ 11.00 – 12.59 น.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 428 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

886 ความคิดเห็น

  1. #135 Rutti003 (@Rutti003) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 15:35
    ทำไมท่านพ่ออ่อนแอนัก
    #135
    0