องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 13 : ป่ามรณะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 559 ครั้ง
    7 ส.ค. 63

            ***********************************


 

  “คุณหนู บ่าวกลับมาแล้วเจ้าค่ะ” 

หลังจากนางบอกบิดาว่าตนไม่มีสัมภาระอะไรให้จัดเตรียม 

ทั้งคู่ก็ได้แต่ยืนนิ่งเงียบ ไม่ได้ส่งเสียงพูดคุยกันออกมา

จนกระทั่งได้ยินเสียงของสาวใช้ของนางนั่นแหละ

หัวคิ้วของอันลู่ขมวดเล็กน้อย เมื่อเห็นด้านหลังของสาวใช้ตัวน้อยมีบุรุษหนุ่มเดินตามมาด้วยหนึ่งคน

ในมือของเขาถือห่อผ้าสีทึมๆขนาดย่อมหนึ่งห่อ เดินตามสาวใช้ของนางโดยทิ้งระห่างเพียงแค่หนึ่งช่วงแขนเท่านั้น 

เมื่อทั้งคู่เดินเข้ามาใกล้ นางจึงเห็นสีหน้าบึ้งตึงของสาวใช้สลับกับสีหน้าขบขันของบุรุษหนุ่มชัดเจน 

ลู่เช่ออวิ๋นผู้นี้กำลังสนใจสาวใช้ของนางงั้นรึ!

อันลู่เก็บสายตาสงสัยกลับคืนเมื่อคนทั้งคู่เดินมาหยุดเบื้องหน้านาง

“ท่านที่ปรึกษาจะออกเดินทางเลยหรือไม่”ลู่เช่ออวิ๋นแสร้งไม่สบสายตาของอันลู่ เขามองเห็นสายตาที่เคลือบแคลงปนสงสัยจากนางมาตั้งแต่ระยะไกลแล้ว

“อืม ครั้งนี้เราจะใช้เวลาที่สั้นที่สุด ท่านรองเจ้าสำนักคิดว่าอย่างไร”คำเรียกขานที่อันหลินหลางใช้เรียกลู่เช่ออวิ๋น ทำให้อันลู่พอเดาสถานะของบุรุษผู้นี้ได้ เขาคงเป็นรองเจ้าสำนักใดสักสำนักหนึ่งในแคว้นเป็นแน่ 

“ถ้าจะไม่ย้อนกลับทางเดิมที่เรามาก็มีเพียงทางเดียวที่ใช้เวลาเพียงแค่สองวันเราก็จะกลับถึงเมืองหลวง”ไม่ต้องอธิบายมาก อันหลินหลางก็พอเดาเส้นทางนั้นออก

ตอนนี้รอบตัวพวกเขามีกลุ่มบุรุษเข้ามาเพิ่มตั้งแต่ที่ลู่เช่ออวิ๋นปรากฏตัวแล้ว

“ข้ารู้มาว่าท่านรองเจ้าสำนักเคยเข้าไปสำรวจ ข้างในปลอดภัยพอให้เราเดินทางได้หรือไม่”เพราะอย่างไรการเดินทางครั้งนี้ก็มีผู้อ่อนแอเพิ่มขึ้นมาสองคน

“ถ้าหากเราไม่เข้าเขตชั้นในของป่า เพียงแค่ลัดตามแนวชายป่าไป อาจเสียเวลาเพิ่มสักสองชั่วยาม ก็ไม่มีปัญหาอันใด ท่านที่ปรึกษาเห็นว่าอย่างไร”

“เอาตามที่เจ้าว่ามา”

“เดี๋ยวเจ้าค่ะ พวกท่านหมายถึงป่ามรณะหรือเจ้าคะ”เสียงที่ขัดขึ้นเป็นของเสี่ยวผิง  นางเหลือบมองอันลู่อย่างไม่ตั้งใจ

“ป่านั่นไม่ใช่ว่ามีแต่พิษหรือเจ้าค่ะ”

“ไม่ต้องกังวล ข้ามียาแก้พิษอยู่ เพียงแค่เราไม่เดินออกนอกเส้นทางที่วางไว้ ย่อมไม่มีปัญหาอันใดที่ต้องกังวล”ลู่เช่ออวิ๋นปลอบ

“ไม่เป็นไร เสี่ยวผิง เอาตามที่ท่านว่าเถอะเจ้าค่ะ”อันลู่ส่งสายตาเชิงห้ามปรามให้กับสาวใช้ 

“ในกลุ่มของเรามี ผู้ทำพันธะกับม้าหมอกนิลหนึ่งคน จะให้คุณหนูอันกับสาวใช้นั่งไป ส่วนพวกข้าจะเดินกันเอง”เพราะพวกเขาไม่อาจใช้รถม้าหรือเจ้าเวหาเหมือนดังตอนขามาได้ เพราะอากาศด้านบนของป่ามรณะล้วนเป็นหมอกขาวทึมๆที่มองไม่เห็นเส้นทาง 

หากฝืนใช้ อาจจะหลงเข้าไปในเขตป่าชั้นในได้ 

“เจ้าค่ะ”ลู่เช่ออวิ๋นจึงหันไปส่งสัญญาณให้กับเจ้าของพันธะม้าหมอกนิล

บุรุษหนุ่มเจ้าของดวงตากระจ่างใสยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาตวัดมือขึ้นสูง ข้างกายก็ปรากฎสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่หนึ่งตัว

เป็นม้าหมอกนิลนั่นเอง 

ระดับของม้าหมอกนิลตัวนี้ไม่ได้สูงมาก 

ลู่เช่ออวิ๋นช่วยอุ้มหญิงสาวทั้งสองนางขึ้นบนหลังม้า ก่อนจะแจกจ่ายยาแก้พิษให้กับทุกคน 

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น พวกเขาก็มุ่งหน้าเข้าสู่ชายป่ามรณะ 

ภายในป่าเต็มไปด้วยต้นไม้ที่สูงลิบลิ่ว หากแต่ลำต้นกับไร้ใบ เป็นเพียงต้นไม้ยืนต้นที่คล้ายตายแล้วเสียมากกว่า

บรรยากาศก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แม้จะอึมทึมไปสักนิด แต่ก็พอมองเห็นบรรยากาศรอบๆได้ 

ตามทางเดินมีร่องรอยของนักเดินทางผ่านตาบ้างเล็กน้อย 

ทำให้คาดเดาได้ว่า มีคนหลายกลุ่มเคยสัญจรผ่านเส้นทางนี้ 

เมื่อบรรยากาศไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ทุกคนก็เริ่มผ่อนคลายความกังวล 

การเดินทางมีเพียงความเงียบกับเสียงเหยียบย่ำเท่านั้น 

ไม่มีใครส่งเสียงพูดคุย

เมื่อเดินมาได้ราวๆสองก้านธูป 

ลู่เช่ออวิ๋นก็ทำสัญญาณมือเป็นการสั่งหยุดพัก

บริเวณที่พวกเขาพักเป็นต้นไม้ใหญ่สามต้นที่ไร้ใบเช่นเคย 

เพราะในป่าไม่มีแดด พวกเขาจึงไม่ต้องมองหาร่มไม้สำหรับพัก

“คืนนี้เราต้องค้างในป่าหรือเจ้าคะ”อันลู่ที่นั่งใกล้กับลู่เช่ออวิ๋นถามขึ้น

“คุณหนูอันกลัวหรือขอรับ”บุรุหนุ่มหันมาถาม สีหน้าไม่ปรากฎร่องลอยใด

“หากจะบอกไม่กลัว ข้าคงโกหกท่านแล้ว ท่านรองเจ้าสำนักไม่ต้องเรียกข้าว่าคุณหนูอันหรอกเจ้าค่ะ เรียกข้าว่าอันลู่ก็ได้”นางรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ในตระกูอัลมีคุณหนูสองคน หากภายภาคหน้าเขายังเรียกนางว่าคุณหนูอัน จะพาสับสนเสียมากกว่า

“งั้นข้าเรียกท่านว่าคุณหนูรองเป็นอย่างไร”

“ตกลง”นางเห็นด้วยอย่างยิ่ง

“คุณหนูท่านหิวหรือไม่เจ้าคะ บ่าวจะจัดเตรียมอาหารให้”

“เจ้าเตรียมมาเผื่อทุกคนด้วย”อย่างไรทุกคนก็เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางเหมือนกัน

“เจ้าค่ะ”เสี่ยวผิงเดินห่างออกไปยังจุดสัมภาระ 

อันลู่จึงละสายตากลับมามองลู่เช่ออวิ๋น 

มุมปากของนางกระตุกเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาของบุรุษหนุ่มจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเสี่ยวผิง

“ท่านจะไปช่วยนางก็ได้นะ”ลู่เช่ออวิ๋นสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงล้อเลียนจากคนข้างๆ 

ใบหน้าของเขาขึ้นสีทันที มองดูแล้วอดรู้สึกขบขันไม่ได้

“นางไม่ชอบหน้าข้า”บุรุหนุ่มยกมือเกาแก้ม ไม่ปฏิเสธถ้อยคำของอันลู่

“นางไม่ได้ไม่ชอบท่าน แค่ไม่ไว้ใจท่านเท่านั้น”หญิงสาวเฉลย แม้นางจะรู้จักเสี่ยวผิงได้ไม่นาน 

จริงๆก็รู้จักก่อนเขาเพียงไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น

แต่แปลกตรงที่นางสามารถมองความคิดและความรู้สึกของอีกฝ่ายออก รวมถึงคาดเดานิสัยได้อีกด้วย

เมื่อพวกเขาทานอาหารกันจนอิ่ม ทุกคนก็เริ่มจัดสัมภาระเพื่อเดินทางต่อ อีกไม่กี่ชั่วยามก็จะค่ำทั้งหมดต้องหาที่พักที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกในกลุ่มให้ทันเวลา

ลู่เช่ออวิ๋น อุ้มหญิงสาวทั้งสองคนขึ้นหลังม้าเหมือนเดิม โดยมีเจ้าของพันธะคอยเดินกำชับใกล้ๆ

พวกเขาเริ่มเดินตัดเข้าสู่ชายป่าเข้ามาข้างในเล็กน้อย ทางเดินเริ่มชันและแคบลง รวมทั้งพบต้นไม้เล็กๆแต่ไร้ใบขึ้นเต็มไปหมด 

เมื่อเดินมาถึงพื้นที่โล่ง ลู่เช่ออวิ๋นก็ใช้สายตาออกคำสั่งลูกน้องสองสามคนให้ไปสำรวจบริเวณรอบๆ

เพียงครึ่งก้านธูปพวกเขาก็กลับมารายงานสภาพรอบนอก 

ลู่เช่ออวิ๋นจึงสั่งให้ทุกคนพักค้างคืนที่นี่ หลายคนช่วยกันตั้งกระโจมเพื่อให้สตรีได้พักผ่อน

ส่วนพวกเขาแบ่งกลุ่มเฝ้าระวังภัยตามมุมต่างๆ

เพราะอย่างไรอันลู่ก็เป็นสตรีชนชั้นสูง และยังพ่วงมาด้วยต่ำแหน่งไท่จื่อเฟย

นางไม่สามารถมาหลับนอนภายใต้การจับจ้องมองของเหล่าบุรุษได้

และเพราะสถานที่ค่อนข้างอันตราย พวกเขาไม่สามารถหาน้ำเพื่อมาอาบกันได้

มีเพียงแบ่งน้ำมาให้สตรีทั้งสองนางได้ใช้เพียงเล็กน้อย

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านล้างหน้าสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”เสี่ยวผิงจัดการหาน้ำมาล้างหน้าให้หญิงสาว 

อันลู่จึงปดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้างดงาม เสี่ยวผิงแม้จะเคยเห็นใบหน้าของหญิงสาวมาแล้ว นางก็ยังอดรู้สึกตาค้างไม่ได้ 

เมื่อเห็นอาการเสียกริยาของสาวใช้ อันลู่จึงคลี่ยิ้มแววตาขบขัน 

เสี่ยวผิงรู้ทันทีว่าตนถูกแกล้ง สาวใช้คว่ำปากเล็กน้อย

“คุณหนูท่านรออยู่ในนี้สักครู่บ่าวจะไปเตรียมอาหาร”เสี่ยวผิงออกจากกระโจมไปแล้ว 

อันลู่จึงยกแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้น เผยกำไลสีเลือดหมู นางลูบหัวกำไลสองครั้ง 

เดิมหัวกำไลที่สงบนิ่งก็เริ่มเคลื่อนไหว 

เป่าเปา หลี่ตามองคนที่รบกวนเวลานอนของมัน หางเล็กๆพันรอบนิ้วมือนางราวกับจะประท้วง

“เป่าเปาตัวน้อย ทำร้ายข้าเหรอ เจ้าไม่หิวหรือไร”เจ้าตัวน้อยคลายแรงที่รัดนิ้วมือออก มันใช้หัวเล็กๆหยอกล้อกับนิ้วมือของนางอย่างประจบ 

“เจ้าจะประจบข้าเกินไปแล้ว”หญิงสาวคลี่ยิ้มแต่มือไม่ได้หยุดหยอกล้อมันสักนิด นางยังคงใช้ฝ่ามือลูบหัวมันอย่างแผ่วเบา

“เจ้าตัวน้อย ในป่านี้มีอันตรายหรือไม่”มันชูหัวขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดหัวพุ่งเข้าหาลำคอของนาง

นางรู้สึกเจ็บเล็กน้อยก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะเลือนหายไป เช่นเดียวกับบาดแผลของนาง

“เจ้าเอาแต่ใจเกินไปแล้ว”หญิงสาวทำเสียงขุ่น

“ข้ายังต้องเติบโต ยังต้องดื่มกิน ท่านวางใจเถอะ ป่าแห่งนี้สำหรับท่าน ก็เป็นเพียงสนามหญ้าสำหรับเดินเล่นเท่านั้น”

 

                      ****************************************************

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 559 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

888 ความคิดเห็น

  1. #68 JBenz0605 (@JBenz0605) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 16:47
    แต่ในความเห็นข้างล่าง ใช้ “ค่ะ” ได้นะคะ แต่ก็ต้องขึ้นกับบริบท อารมณ์ของตัวละครและอื่นๆด้วยนะคะ อย่างการขอร้อง ถ้าในบริบทเศร้าๆหน่อย การใช้ ”เจ้าค่ะ” จะทำให้ดูน่าสงสารมากขึ้น แต่ถ้าเป็นบริบทเช่น การไปเที่ยว หรืออารมณ์ดีๆหน่อย การใช้ “เจ้าคะ” ก็จะทำให้ดูเข้ากับอารมณ์ตัวละครมากกว่า ทั้งดี ต้องอิงตามอารณรงค์ตัวละครค่ะ
    #68
    0
  2. #67 JBenz0605 (@JBenz0605) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 16:42
    เห็นคอมเมนท์ด้านล่างยกตัวอย่างให้ เลยมาบอกหลักช่วยดูประโยคนะคะ
    ในคอมเมนท์ข้างล่าง จริงๆต้องเป็น “คุณหนูเจ้าคะ ท่านล้างหน้าสักหน่อยนะเจ้าคะ”
    คำว่า “คะ” หลักๆใช้กับประโยคคำถามหรือขอร้อง เช่น จริงหรือไม่เจ้าคะ หรือ ได้โปรดเถิดนะเจ้าคะ เป็นต้น
    คำว่า “ค่ะ” หลักๆใช้กับประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ เช่น ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะ หรือ เห็นทีจะมิได้หรอกเจ้าค่ะ เป็นต้น
    #67
    1
    • #67-1 JBenz0605 (@JBenz0605) (จากตอนที่ 13)
      12 สิงหาคม 2563 / 16:46
      แต่ในความเห็นข้างล่าง ใช้ “ค่ะ” ได้นะคะ แต่ก็ต้องขึ้นกับบริบท อารมณ์ของตัวละครและอื่นๆด้วยนะคะ อย่างการขอร้อง ถ้าในบริบทเศร้าๆหน่อย การใช้ ”เจ้าค่ะ” จะทำให้ดูน่าสงสารมากขึ้น แต่ถ้าเป็นบริบทเช่น การไปเที่ยว หรืออารมณ์ดีๆหน่อย การใช้ “เจ้าคะ” ก็จะทำให้ดูเข้ากับอารมณ์ตัวละครมากกว่า ทั้งดี ต้องอิงตามอารณรงค์ตัวละครค่ะ
      #67-1
  3. #64 ปราน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 20:57

    หากปรับคำว่า เจ้าค่ะ ให้ถูกต้องจะอ่านสมูทกว่านี้เช่น

    "คุณหนูเจ้าค่ะ ท่านล้างหน้าสักหน่อยเจ้าค่ะ"


    เจ้าค่ะ คำแรกไม่ต้องใส่ไม้เอก เพราะตามหลักคำนี้ต้องออกเสียงสูง

    "คุณหนูเจ้าคะ ท่านล้างหน้าสักหน่อยเจ้าค่ะ"

    แบบนี้จึงจะถูกต้อง


    ลองปรับ คำว่า เจ้าคะ เจ้าค่ะ ให้ถูกต้องจะไม่สะดุดเลยเจ้าค่ะ


    หมายเหตุ เหมือนการใช้คำว่า คะ / ค่ะ ให้ถูกต้องนั่นแหละค่ะ



    #64
    2
    • #64-1 เว่ย ซีซี (@princesslovever) (จากตอนที่ 13)
      7 สิงหาคม 2563 / 21:21
      กำลังทยอยแก้ไขให้น้า ไรท์พิมพ์ในโทรศัพท์บางคำมันขึ้นอัตโนมัติ แล้วรอดตามา😭😭😭
      #64-1
    • #64-2 JBenz0605 (@JBenz0605) (จากตอนที่ 13)
      12 สิงหาคม 2563 / 16:40
      จริงๆต้องเป็น คุณหนูเจ้าคะ ท่านล้างหน้าสักหน่อยนะเจ้าคะ
      คำว่า “คะ” หลักๆใช้กับประโยคคำถามหรือขอร้อง เช่น จริงหรือไม่เจ้าคะ หรือ ได้โปรดเถิดนะเจ้าคะ เป็นต้น
      คำว่า “ค่ะ” หลักๆใช้กับประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ เช่น ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะ หรือ เห็นทีจะมิได้หรอกเจ้าค่ะ เป็นต้น
      #64-2
  4. #12 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 20:53

    เป่าเปาต้องกินเลือดอันลู่ทุกวัน กินมากน้อยแค่ไหนนะจนกว่าเป่าเปาจะโต อันลู่เลือดไม่หมดตัวรึ น่าจะมีอาหารอื่นท่ีเสริมขึ้นมาได้แทนเลือดอันลู่ เพราะน้องอาจเลือดจางได้ ดีนะที่แผลท่ีถูกกัดไม่ทิ้งร่องรอยไว้ ขอบคุณค่ะ

    #12
    0