องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 11 : ข้ามาด้วยเรื่องการแต่งงานของเจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 507 ครั้ง
    7 ส.ค. 63

             ***************************************



“เจ้าคือลู่เอ๋อร์?”บุคลิกของหญิงสาวตรงหน้าดูสงบนิ่งเกินไปจนเขาหวนนึกถึงเด็กหญิงวัยเจ็ดหนาวที่เอาแต่หลบหลังสาวใช้ ยามพบเจอเขาโดยบังเอิญ เด็กน้อยไม่กล้าเงยหน้ามองเขาด้วยซ้ำ

“เจ้าค่ะ ลู่เอ๋อร์ไม่ทราบว่าท่านพ่อจะมาเยี่ยมเยียน ขออภัยที่ลู่เอ๋อร์เสียมารยาทแล้ว”ถ้อยคำของนางหากคนทั่วไปฟังคงไม่นึกติดใจอันใด 

หากแต่ไม่ใช่กับอันหลินหลางและลู่เช่ออวิ๋น พวกเขาย่อมฟังความนัยที่แท้จริงออก

‘พวกท่านนึกจะมาก็มา ไม่คิดส่งข่าวบอกข้า หวังจะให้ข้าต้อนรับ พวกท่านช่วยดูด้วยว่าสภาพความเป็นอยู่ของข้าขัดสนเพียงใด อย่าว่าแต่น้ำชาเลยสักจอกเลย แม้แต่เก้าอี้จะรับแขก ข้าก็หามีไม่’ นี่ต่างหากคือความหมายที่แท้จริงที่นางต้องการจะสื่อ

“เชิญท่านกับบุตรสาวสนทนากันตามสบาย ข้าจะออกไปเดินเล่นข้างนอกรอ”ลู่เช่ออวิ๋นสังเกตสีหน้าเดี๋ยวดำเดี๋ยวเขียวของอันหลินหลาง ก็รีบพาตัวเองออกมาจากบรรยากาศที่แสนพิกลประหลาดนี้ทันที

ปล่อยให้พ่อลูกคุยกันเถิด เขาคนนอกสมควรหนีให้ไกล เพราะเท่าที่ดูคุณหนูอันลู่ผู้นี้ไม่ได้มีท่าทีดีใจยามพบบิดาสักนิด เสียดายที่ไม่อาจมองเห็นสีหน้าภายใต้หน้ากากนั้น 

เพียงแค่เห็นแววตาคู่นั้น เป็นใครก็ย่อมมองออกว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่มีความยินดียามที่เห็นบิดาตนเอง แววตาคู่นั้นดูสงบนิ่ง น่ากลัวเกินไป

เมื่อกลุ่มของลู่เช่ออวิ๋นถอยหายไปแล้ว ท่านหมอฝูเองก็เหมือนจะสัมผัสบรรยากาศแปลกๆนั้นได้

“เสี่ยวผิงตัวน้อย ข้าลืมสมุนไพรที่จะเตรียมมาให้คุณหนูของเจ้า เช่นนี้ดีหรือไม่เจ้าตามข้ากลับไปที่บ้าน ขากลับข้าจะเตรียมสมุนไพรให้เจ้า”เสี่ยวผิงหันมามองอันลู่ หญิงสาวพยักหน้าเบาๆเป็นการอนุญาต 

หนึ่งผู้เฒ่าหนึ่งดรุณีจึงพากันเดินลับไปอีกทางหนึ่ง

เหลือเพียงหนึ่งดรุณีกับหนึ่งบุรุษวัยกลางคนที่ยืนประจันหน้ากันอยู่

“ท่านพ่อเดินทางมาไกลถึงที่นี่ มีเรื่องอันใดหรือเจ้าค่ะ”นางเปิดปากสนทนา นางไม่ตะขิดตะขวงใจสักนิดว่าตนไม่ใช่บุตรสาวของชายตรงหน้า 

เพราะนับจากนี้นางจะถือตัวตนของอันลู่จนกว่าความทรงจำของนางจะหวนคืน

“ข้ามาด้วยเรื่องการแต่งงานของเจ้า”อันหลินหลางก็ไม่อ้อมค้อม ท่าทีบุตรสาวที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่านางไม่ยินดีที่พบเขา มันทำให้เขารู้สึกอับอายระคนไม่พอใจเล็กๆ แต่พอเหลือบตามองสภาพความเป็นอยู่ของนาง เขาก็อดสะอึกในใจไม่ได้ ดีร้ายยังไง นางก็เป็นบุตรสาวของเขา แต่สิ่งที่เขามองเห็นนี่หาใช่สถานที่บุตรสาวภรรยาเอกควรอยู่หรือ

“เจ้าค่ะ ท่านพ่อคงเตรียมเลือกสามีให้ข้าแล้วสินะเจ้าคะ”นางพยักหน้าเล็กน้อย คล้ายเข้าใจเรื่องราว

หึ! ไม่ผิดไปจากที่คิด หากไม่ใช่เรื่องการแต่งงานของนาง คนผู้นี้หรือจะดั้นด้นมาไกลถึงเพียงนี้

“ข้าไม่ได้เลือก ฝ่าบาทต่างหากที่เลือกให้เจ้า”คำพูดนี้ทำให้มุมปากภายใต้หน้ากากกระตุก

ฮ่องเต้ถึงกับเลือกสามีให้นางด้วยตัวเอง

หวังว่าสามีของนางคงไม่ใช่เชื้อพระวงศ์กระมังเพราะอย่างไร ในสายตาของทุกคน อันลู่คือคนไร้ค่า ที่ไม่มีแม้กระทั่งจินตาน ฮ่องเต้คงไม่เลือกสะใภ้ไร้ความสามารถเช่นนางแต่งเข้าราชวงศ์ใช่หรือไม่

แน่นอนว่าความคิดของฮ่องเต้ยากที่จะมีผู้ใดคาดเดาพระทัยของพระองค์ได้ แม้กระทั่งคนใกล้ชิดอย่างอันหลินหลางก็ยังไม่สามารถอ่านความคิดของพระองค์ได้

“เป็นบุตรชายตระกูลใดหรือเจ้าค่ะ”

“เป็นรัชทายาท”

นี่มัน!! เหนือความคาดหมายของนางเกินไปหรือไม่!

ต่อให้คิดว่าตัวเองต้องแต่งเข้าราชวงศ์ ก็คงเป็นหนึ่งในองค์ชายพระองค์หนึ่งที่หาได้มีความสำคัญไม่ แต่นี่คือรัชทายาท ต่ำแหน่งที่เป็นรองเพียงฮ่องเต้เท่านั้น

สรุปฮ่องเต้ผู้นี้ใช่ชิงชังโอรสของตนเองอยู่หรือไม่!

และด้วยสถานะของนางเป็นไปไม่ได้ที่จะแต่งเข้าเป็นชายารอง เพราะนางถือครองต่ำแหน่งบุตรสาวภรรยาเอก ที่มีบิดาเป็นขุนนางคนสนิทของฮ่องเต้ 

เพราะฉะนั้น มีเพียงต่ำแหน่งเดียวที่นางจะแต่งเข้าไปในตำหนักบูรพาของรัชทายาทได้

ต่ำแหน่ง ไทจื่อเฟย!!

พระชายาเอกหรือฮองเฮาในอนาคต แล้วแบบนี้จะไม่ให้นางคิดได้อย่างไรว่าฮ่องเต้ทรงชิงชังโอรสของตน

ถึงนางจะมีอำนาจ แต่นางไม่มีพรสวรรค์ เท่าที่นางสอบถามเสี่ยวผิง นางก็รู้ว่ามีขุนนางที่มีต่ำแหน่งสูงหลายตระกูลที่มีบุตรสาว หากฮ่องเต้จะเลือกสตรีสักคนเข้าตำหนักบูรพา สตรีผู้นั้นไม่สมควรเป็นนางมากที่สุด

“ท่านพ่อ เห็นด้วยกับการแต่งงานของลู่เอ๋อร์หรือไม่เจ้าคะ”เหนือสิ่งอื่นใดนางต้องรู้ความคิดของผู้เป็นบิดาก่อน หากชายผู้นี้ยินดีที่นางจะได้เข้าไปในตำหนักบูรพา ในอนาคตนางคงไม่ละเว้นเขา 

“ราชโองการฮ่องเต้ ใช่สิ่งที่ข้าจะคัดค้านได้ ข้าเองก็เดาไม่ได้ว่าเหตุใดฝ่าบาทจะให้เจ้าแต่งเข้าตำหนักบูรพา”สีหน้าของอันหลิงหลางไม่ได้เสแสร้ง หญิงสาวจึงเผลอผ่อนลมหายใจออกมา อย่างน้อยบิดาผู้นี้ก็ไม่ได้เลวร้ายเกินไป

“ท่านคาดเดาได้หรือไม่เจ้าคะ ว่าเพราะเหตุใด”

“ข้าเองก็เคยคิดเหมือนกัน ว่าถ้าไม่ใช่เพราะฝ่าบาทต้องการยึดอำนาจของรัชทายาท ก็เป็นเพราะมารดาของเจ้า”หญิงสาวชะงักไป ดูเหมือนมารดาของอันลู่จะมีตัวตนที่ไม่ธรรมดา นางเองก็ไม่ได้สอบถามเสี่ยวผิง เอาไว้มีเวลา นางคงต้องสืบหาที่มาของมารดาผู้นี้ดูสักครั้ง

“ท่านมาที่นี่ มารับข้ากลับไปหรือเจ้าคะ”นางเปลี่ยนเรื่อง เก็บความสงสัยซุกซ่อนไว้ในใจ 

“ใช่ เราต้องรีบเร่งเดินทาง เพราะตอนข้ามาก็เสียเวลาไปหลายวันแล้ว อีกไม่กี่สิบวันพี่สาวเจ้าจะแต่งออก”

“พี่สาวจะแต่งงานหรือเจ้าคะ”นางนึกแปลกใจ เท่าที่ฟังเสี่ยวผิงเล่า พี่สาวของนาง อันลั่ว สตรีนางนี้เป็นบุตรีของฮูหยินรอง  เมื่อตอนอายุเจ็ดหนาวสร้างปรากฎการณ์สะเทือนแคว้น ด้วยพรสวรรค์พลังปราณที่สูงในรอบห้าสิบปี 

นางจึงนึกใคร่สงสัยเกี่ยวกับอันลั่วยิ่งนัก

บุรุษเช่นใดที่มีความสามารถพิชิตใจอันลั่วกัน

“ได้รับราชโองการให้เข้าตำหนักใน เป็นสนมของฝ่าบาท”ไม่ปล่อยให้อันลู่คาดเดานาน อันหลินหลางก็ปริปากบอก

เป็นสนมฮ่องเต้! 

นี่มันเรื่องราวอันใดกัน  นางสงสัยใครรู่ยิ่งนัก

ฮ่องเต้ผู้นั้นกำลังคิดสิ่งใดในสมองกันแน่ เหตุใดถึงทำเรื่องราวที่ยากจะให้ผู้คนคาดเดากัน! 



               ****************************************



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 507 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

898 ความคิดเห็น

  1. #309 Jeabora (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 13:53
    เลือกอัจฉริยะเป็นสนม เลือกคนไร้ปราณเป็นไท่จื่อเฟย รัชทายาทคงโดนปลดในไม่ช้ามั้ง
    #309
    0
  2. #110 MeawMeaw31 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 13:27
    ขอบคุณค่ะ
    #110
    0
  3. #61 13868 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 20:40
    เจ้าค่ะ เจ้าคะ ใช่ให้ถูกสถานการณ์นะค้าบบ
    #61
    0
  4. #9 usaonly (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 22:42

    ฮ่องเต้คิดจะให้สองสาวในตระกูลเดียวกันเข้ามาในวัง มีแผนอะไรลึกซึ้งนะน่าติดตาม ขอบคุณค่ะ

    #9
    0