องค์หญิงอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 10 : พบหน้าบิดา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 496 ครั้ง
    7 ส.ค. 63

             *************************************


“เสี่ยวผิง เจ้ามีจินตานหรือไม่”เมื่อสังเกตเห็นความว่องไวของสาวใช้ตัวน้อย หญิงสาวก็ตั้งคำถามขึ้น

“บ่าวมีเพียงลมปราณขั้นต้นเท่านั้นเจ้าค่ะ”เสี่ยวผิงอับอายเล็กน้อยเมื่อพูดถึงพรสวรรค์ของตัวเอง

“แม้แต่เจ้าก็ยังมีจินตาน”

“คุณหนูเจ้าค่ะ ขอบ่าวพูดอะไรสักอย่างเจ้าค่ะ”

“เจ้าว่ามา”

“กลับเมืองหลวงคราวนี้ ท่านอย่าได้ไว้ใจผู้ใด โดยเฉพาะคนในจวน”ต่อให้เสี่ยวผิงไม่บอกนางก็พอรู้มาบ้าง

“ข้าเข้าใจ เจ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ไปบอกลานางเสีย ข้าจะรออยู่ที่นี่” 

‘นาง’ ที่เสี่ยวผิงรู้ดีว่าเป็นผู้ใด 

“แล้วนายท่าน...”

“พวกเขายังไม่มายามนี้หรอก ยามนี้เช้าเกินไปยังพอมีเวลา”

หญิงสาวคาดเดาได้ถูกต้อง 

เพราะยามนี้กลุ่มคนที่มาจากเมืองหลวงกำลังนั่งดื่มน้ำชากันอย่างสบายอุราเชียวละ

“ท่านที่ปรึกษาทราบที่อยู่ของบุตรีท่านหรือไม่”อันหลินหลางหน้าม้านเมื่อถูกลู่เช่ออวิ๋นถามขึ้นกลางคัน เพราะตนก็ไม่ทราบว่าบุตรสาวคนรองพักอยู่ที่ใด นับตั้งแต่ไล่ส่งมาคราวนั้น เขาเองก็ไม่เคยมาเยี่ยมเยียนบุตรสาวคนนี้เลยสักครั้ง

แม้แต่ใบหน้านาง เขายังนึกไม่ออก

ได้ข่าวเพียงแต่ว่านางมีรูปโฉมงดงามไม่ต่างจากมารดา

ซึ่งข่าวนั้นก็เป็นที่พูดถึงทั่วเมืองหลวง

“ข้าจะไปสอบถามชาวบ้านแถวนี้ดู”ลู่เช่ออวิ๋นอาสา เขาเองก็อยากจะยลโฉมหน้าตาของว่าที่ไท่จื่อเฟยผู้นี้อยู่เหมือนกัน 

บุรุษหนุ่มลุกออกจากโต๊ะ เขาเดินไปยังร้านแผงผักของชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง

“ขออภัยท่านป้าทั้งหลาย ข้าอยากจะสอบถามหาคนได้หรือไม่”ชาวบ้านกลุ่มนั้นมองเขาอย่างระแวง แต่เมื่อสังเกตว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีคุกคาม พวกนางก็พยักหน้าเป็นการตอบรับ

“เจ้ามาตามหาผู้ใดกันหรือ”ผู้ถามเป็นสตรีรูปร่างอวบใบหน้าหมองค้ำจากการทำงานหนัก 

“ข้าอยากจะสอบถามว่าพวกท่านรู้จักหญิงสาวนามว่าอันลู่หรือไม่”

“ข้าไม่เคยได้ยินนามนี้ นางเป็นผู้ใดกัน”พวกนางหันมามองหน้ากันเพราะไม่รู้จักนามที่ถูกเอ่ยถึง

“แล้วที่นี่เมื่อเร็วๆนี้มีโฉมงามปรากฎตัวอยู่หรือไม่”ลู่เช่ออวิ๋นนึกถึงคำบอกเล่าในเมืองหลวงว่าอันลู่พลั้งเผลอเปิดโฉมหน้าสู่สายตาผู้คน

“เจ้าหมายถึงนางใช่หรือไม่”ใครคนหนึ่งตะโกนถาม

“อ้าวท่านหมอฝู จะไปที่ใดหรือเจ้าคะ”หญิงชาวบ้านถามเมื่อเห็นผู้ที่ตะโกนถามประโยคนั้นถนัดตา

“ท่านเป็นผู้ใด”หมอชราไม่สนใจตอบคำถาม เขาหันมามองบุรุษร่างสูงตรงหน้าอย่างจับผิด 

อีกฝ่ายมีใบหน้าหล่อเหล่าคมเข้ม อันเป็นเอกลักษณ์ที่บุรุษพึงมี

ลู่เช่ออวิ๋นก็ตกใจเหมือนกันที่ถูกชายชราจ้องหน้าเขาแบบนี้ 

เมื่อตั้งสติได้ชายหนุ่มก็แย้มยิ้ม ไม่ได้มีท่าทีขุ่นเคืองแต่อย่างใด

“ข้ามาจากเมืองหลวง ข้ามาที่นี่เพื่อพานางกลับ จริงสิ  บิดานางก็มา”เขาชี้ไปยังโรงน้ำชาที่ตั้งอยู่ขวามือเผยให้เห็นกลุ่มคนเจ็ดถึงแปดคน ที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่ 

“ข้ากำลังจะไปบ้านนาง หากเจ้าจะไปด้วยก็ตามมา”ท่านหมอฝูพยักหน้าอย่างเข้าใจ เมื่อเช้าเขาเร่งออกมาซื้อสมุนไพรเพื่อกลับไปเตรียมยาบำรุงให้กับหญิงสาวผู้นั้น ไม่คาดคิดว่าระหว่างจะเดินทางกลับ กับได้ยินใครบางคนถามหานาง 

แน่ละ โฉมงามที่ปรากฎเมืองจินเมื่อเร็วๆนี้มีเพียงสตรีนางนั้นเท่านั้น 

สตรีที่น่าสงสารผู้นั้น แม้บัดนี้นางจะตายไปแล้ว

กลับไม่มีผู้ใดรู้ เขาเองก็รับปากกับสาวใช้ตัวน้อยของนางไปแล้วว่าจะไม่เอ่ยถึง เรื่องที่นางเคยป่วย ก็ให้มีเพียงเขากับเสี่ยวผิงที่รู้ความจริงเท่านั้นเถิด

“ท่านรอข้าสักครู่ ข้าจะไปตามบิดานาง”ลู่เช่ออวิ๋นจงใจไม่เอ่ยถึงสถานะที่แท้จริงของอันหลินหลาง 

และเขาก็คาดเดาเองได้ว่าคนที่นี่ไม่มีผู้ใดรู้สถานะที่แท้จริงของอันลู่ 

ชายหนุ่มเดินกลับไปยังโรงน้ำชาบอกเล่าเรื่องราวกับอันหลินหลาง ก่อนที่ทั้งกลุ่มจะพากันมารวมตัวตรงหน้าท่านหมอชรา

“ข้าจำได้ว่าท่านจะไปบ้านนาง ไม่ทราบว่านางป่วยเป็นอันใด”ลู่เช่ออวิ๋นถามขึ้นอย่างสงสัย

“ไม่มีอะไร นางเพียงแค่เป็นไข้เล็กน้อยเพราะโดนลม ข้าจะแวะไปตรวจชีพจรนางเท่านั้น”ท่านหมอฝูโกหกโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน 

พวกเขาพยักหน้าเข้าใจ ในขณะที่เดินออกจากเขตชุมชนมากขึ้น หมอฝูก็อดที่จะเหลือบมองชายที่เป็นบิดาของหญิงสาวผู้นั้นไม่ได้

เห็นท่าทีของบิดาที่ไม่คิดจะสอบถามความเป็นอยู่ของบุตรสาว ชายชราก็รู้สึกอดสงสารโชคชะตาของอันลู่ไม่ได้

เหตุใดหนอบิดาถึงไม่ไยดีนางกัน!

เดินมาได้ครึ่งก้านธูป ท่านหมอก็มาหยุดอยู่หน้ากระท่อม

เหล่าบุรุษที่ตามมาเหลือบมอง ‘กระท่อม’ ด้านหน้าอย่างสงสัย แม้แต่อันหลินหลางก็ชะงัก เพราะสถานที่ตรงหน้าหากตอบว่าสาวใช้ในจวนเขายังมีที่พักที่ดูดีกว่านี้ก็ยังได้

“ท่านหยุดทำไมหรือท่านหมอ”เป็นลู่เช่ออวิ๋นที่ถามขึ้นอีกครั้ง

ท่านหมอฝูมองสีหน้าพิกลของชายหนุ่มทั้งหลายก็หัวเราะ หึหึ ในลำคอ เขาเหลือบตามอง อันหลินหลางอย่างช่วยไม่ได้

“ท่านคงไม่ได้หมายความว่านางพักอยู่ที่นี่หรอกนะ”อันหลินหลางเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรก แม้จะชิงชังบุตรสาวคนนี้เพียงใด แต่นี่มันออกจะเกินไปกระมัง

หากมีข่าวหลุดรอดออกไปว่าบุตรสาวภรรยาเอกมีความเป็นอยู่ที่แย่ยิ่งกว่าสาวใช้ในจวน

 เขาจะมีหน้าไปพบผู้ใดอีก

“ท่านไม่ใช่ต้องการมาพบนางหรือ นี่เป็นที่อยู่ของนาง ตั้งแต่ข้ารู้จักนาง นางก็อยู่ที่นี่มาตลอด เป็นอย่างไรพวกท่านตกใจงั้นรึ” อันหลินหลางหน้าม้านด้วยความอับอาย ใบหน้าของที่ปรึกษาคนดังขึ้นสีคล้ำอย่างรวดเร็ว 

เหมือนเสียงข้างนอกจะดังเกินไป คนข้างในเลยเปิดประตูออกมา 

ผู้ที่ก้าวออกมาจากหลังประตูเป็นหญิงสาวนางหนึ่งที่ค่อนข้างผอม ผิวกายหมองคล้ำ เสื้อผ้าเก่าเสียจนจำสีและสภาพเดิมไม่ได้ ใบหน้าของนางไม่ได้งดงาม กับดูธรรมดาพบเจอได้ทั่วไป 

“ท่านหมอฝู”เสี่ยวผิงนั่นเองที่เปิดประตูออกมา นางหันมาคำนับท่านหมอ ก่อนจะเหลือบตามองไปทางด้านหลัง เมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยของอันหลิงหลาง 

เสี่ยวผิงก็ก้มหน้าลงซ่อนแววตาโกรธแค้นไว้ในใจ 

นางคงนึกไม่ถึงว่าการกระทำของนางตกอยู่ในสายตาของลู่เช่ออวิ๋นที่เฝ้ามองตั้งแต่นางพ้นประตูบานนั้นออกมาแล้ว 

ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้น เขาเห็นแววตาหญิงสาวนางชัดเจน

“บ่าวคารวะนายท่านเจ้าค่ะ”นางเงยหน้าคารวะอันหลินหลาง

ใจอยากจะแกล้งเป็นจำไม่ได้ก็หาทำได้ไม่ นางจึงจำใจคารวะอีกฝ่าย เพราะยังไงนางก็ได้ชื่อว่าเป็นบ่าวของจวน

“เสี่ยวผิง ท่านหมอฝูมาหรือ เหตุใดไม่เชิญเข้ามาด้านใน”

น้ำเสียงที่ดังขึ้นเรียกความสนใจจากทุกคน 

เจ้าของเสียงไม่อาจเป็นผู้อื่นไปได้ นอกจากอันลู่

เสี่ยวผิงหมุนกายผุบหายไปด้านหลังของประตู

“คุณหนูท่านเตรียมพร้อมหรือไม่เจ้าคะ”เสี่ยวผิงไม่ได้มาแจ้งข่าวว่าผู้ใดอยู่หน้าประตู นางขยับปากถามโดยไร้เสียง นั่นเพราะผู้ฝึกลมปราณมักจะมีประสาทสัมผัสที่แม่นยำกว่าคนปกติทั่วไปมาก พวกนางจึงระวังตัวเป็นพิเศษ

“มีสิ่งใดให้ต้องเตรียมกัน ไปเถอะ”อันลู่เองก็ขยับปากตอบโดยไร้เสียงเช่นกัน

นางลุกขึ้นเดินโดยมีเสี่ยวผิงคอยเปิดประตูให้ หญิงสาวร่างบอบบางในชุดเสื้อผ้าที่ซีดบ่งบอกว่าผ่านการใช้งานอย่างหนัก ปรากฏกายขึ้น 

เหล่าผู้มาหันมามองหน้ากันอย่างโง่งม

สตรีตรงหน้ามีรูปร่างบอบบางดุจกิ่งหลิว

ใบหน้าถูกบดบังด้วยหน้ากากสีขาวยากที่จะคาดเดาโฉมหน้าใต้หน้ากากนั้น ได้

หญิงสาวไม่ได้มีอาการสั่นกลัวตอนที่เห็นคนแปลกหน้า เมื่อนางเดินออกมา ดวงตาคู่นั้นก็วาดผ่านทุกคนไปอย่างรวดเร็วจนยากที่จะสังเกต ก่อนจะตรึงสายตาไว้กับร่างของชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างโปร่งสูง ปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายของบัณฑิต ไม่ต้องให้เสี่ยวผิงบอก

นางก็เดาสถานะคนผู้นี้ได้ 

จะเป็นผู้ใดเล่า หากไม่ใช่บิดาที่แท้จริงของอันลู่

“ลู่เอ๋อร์คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ”



         ********************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 496 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

898 ความคิดเห็น

  1. #133 Rutti003 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 14:29
    สะเทือนใจ
    #133
    0
  2. #109 MeawMeaw31 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 13:21
    ขอบคุณค่ะ
    #109
    0
  3. #60 13868 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 20:36
    ท่านเป็นผู้ใด* ใช้ผู้ใครจะแปลกๆมั้ยคะ
    #60
    0
  4. #8 usaonly (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 23:50

    อันลู่2 เจอหน้าบิดาแล้ว เห็นสภาพน้องแล้วท่านพ่อจะละอายใจบ้างไหม หุ หุ ขอบคุณค่ะไรท์

    #8
    0