จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 8 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.07

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,756
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    17 มี.ค. 61

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก



| EP.07 |


ผมจะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ออกมายังไงดีนะ ความรู้สึกที่ว่าผมกำลังมีความสุข มันเหมือนจะล้นออกมา ขณะที่มองไปนอกกระจกรถ มุมปากของผมก็ผุดรอยยิ้มบางๆ





แผนการที่ผมวางไว้ มันใกล้จะเป็นจริงแล้วล่ะ





“ทะเลที่ปูซานสวยมากๆ เลย” เสียงทุ้มที่ผมคุ้นเคยดังขึ้น เรียกความสนใจจากผมได้ดี ผมหันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วก็พบว่าเขากำลังเกาะหน้าต่างรถและมองวิวข้างทาง รอยยิ้มสดใสเหมือนไม่มีเรื่องกังวลฉายออกมาจนผมรู้สึกคันยุบยิบในใจ




ไม่ชอบเลย ไม่ชอบรอยยิ้มของมาร์ค




เกลียดก็ว่าได้...ผมเกลียด





“ใช่ สวยมาก” ผมตอบเบาๆ และมองไปข้างนอกบ้าง ตอนนี้เราสองคนกำลังนั่งอยู่บนรถบัสคันใหญ่ที่กำลังมุ่งไปยังที่พักที่พวกเราจองกันไว้




มาร์คเพิ่งมาบอกกับผมว่าเขาอยากมาเที่ยวทะเลที่ปูซาน เพราะตั้งแต่ที่เขามาอยู่เกาหลี เขาก็ไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ เลย ส่วนมากก็แค่เดินห้างในเมืองแถมยังมีคนคอยตามดูแลเป็นคุณหนูด้วย อ่า เขาก็คุณหนูจริงๆ นี่




สาเหตุที่ผมและมาร์คมากันแค่สองคนก็เพราะว่าแจบอมไม่ว่าง เขาติดสอบวิชาสำคัญมากๆ ก็เลยบอกว่าจะตามมาทีหลัง ก็คงอีกวันสองวันนั่นแหละ ช่วงนี้เรียนหนักจริงๆ





ไม่นานรถก็พาเรามาถึงที่พัก นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ทยอยลงจากรถ ผมและมาร์คที่นั่งอยู่ข้างหลังสุดก็เลยได้ลงเป็นสองคนสุดท้าย พนักงานต้อนรับเข้ามาหาพวกเราและนำไปยังห้องพักที่จองไว้ ผมและมาร์คตัดสินใจนอนด้วยกัน มาร์คบอกว่าอยากนอนคุยกับผม ส่วนผมคิดว่ามันก็ดี...ตีสนิทไปเรื่อยๆ





“สุดยอดเลย” พอเข้ามาในห้องพัก มาร์คก็ดูตื่นตาตื่นใจกับทุกอย่างที่เขาเห็น ห้องนอนที่เราเลือกเป็นห้องที่มองออกไปเห็นวิวสวยๆ ของทะเลพอดี เปิดประตูกระจกก็จะมีลมพัดเข้ามาเบาๆ บรรยากาศดูสดชื่นมากๆ





“ชอบทะเลเหรอ?” พอเห็นมาร์คมีความสุขขนาดนี้ ผมก็ถามออกไป มาร์คหันมายิ้ม





“ชอบสิ มันคือความทรงจำเลยล่ะ” เขาตอบออกมาด้วยท่าทางดีใจ แววตาของเขาตอนนี้ไม่มีความเศร้าใดๆ ปนอยู่เลย แต่ผมรู้ เขาแค่ลืมเรื่องทุกข์ใจไปชั่วขณะ ถ้าได้เวลาเหมาะสมผมจะเป็นคนจุดเรื่องทุกข์ใจพวกนั้นขึ้นมาเอง





“ความทรงจำ? ยังไงเหรอ?” ผมเอียงคอถาม รู้สึกอยากรู้เรื่องของมาร์คมากขึ้นอีก





“ก็ตอนเด็กๆ น่ะ เราเคยมาเที่ยวทะเลกับพ่อและแม่ มันนานมากแล้ว แต่เราจำความรู้สึกนั้นได้” มาร์คพูดเรื่องของตัวเองออกมาด้วยท่าทางและน้ำเสียงที่มีความสุขมากจริงๆ สิ่งที่เขาพูด ทำให้ผมพาลนึกถึงพ่อแม่บ้าง ผมก็คงเหมือนมาร์คมั้ง นานมากแล้วเหมือนกันที่เคยมาเที่ยวทะเลกับพ่อและแม่





และจากนี้ก็คงไม่มีอีกแล้วด้วย





“เหรอ..”




“แม่เราใจดีมากเลยนะ เราจำได้ว่าตอนนั้นแม่ทำอาหารทะเลให้กินด้วย” มาร์คพูดต่อ  ผมนั่งฟังเขาไปพร้อมกับคิดตาม แม่ของผมก็เหมือนกัน แม่เคยทำอาหารทะเลให้ผมกินในตอนที่เรามาเที่ยวด้วยกัน





ตอนนั้นผมจำได้ว่าผมมีความสุขมาก





“...” ผมไม่ตอบอะไรกลับไป ทำได้แค่ยิ้ม มาร์คเดินมานั่งข้างๆ ผมและหันมาเท้าคางมอง





“แล้วจินยองล่ะ พ่อแม่ของจินยอง...” ขณะที่มาร์คกำลังถาม ผมก็หันไปสบตาเขาตรงๆ ผมไม่รู้หรอกว่าสายตาของผมมันน่ากลัวหรืออะไร แต่มันทำให้มาร์คหยุดเสียงของตัวเองทันที สีหน้าของอีกฝ่ายดูตกใจด้วย





“...”





“...เราขอโทษ” แล้วเขาก็เอ่ยขอโทษออกมา ผมรีบดึงสติกลับมาและยิ้มน้อยๆ ให้เขา ราวกับว่าไม่ได้รู้สึกอะไร




“จะขอโทษทำไมล่ะ เราโอเค”




“ก็เมื่อกี้ดูเหมือนจินยองไม่โอเค” มาร์คว่าเสียงเบา





“ไม่หรอก เราโอเคทุกอย่าง ไปหาอาหารทะเลกินกันเถอะ มีร้านแนะนำด้วยนะ” ว่าจบผมก็ลุกขึ้นยืนและเดินนำออกไป รู้อะไรไหม ตอนนี้หัวใจของผมมันเต้นรัวไปหมดเลย ตอนที่มาร์คพูดถึงพ่อแม่ของผมน่ะ ผมแทบจะคุมตัวเองไม่อยู่ อยากจะอาละวาดหรือไม่ก็ตวาดอีกฝ่ายแรงๆ





เขาดูมีความสุขกับครอบครัวของเขา ผมไม่รู้เลยว่าแม่แท้ๆ ของมาร์คหายไปไหน ตายไปแล้วหรืออะไร แล้วแม่ของผมเข้าไปมีบทบาทในครอบครัวของมาร์คมากแค่ไหน ทำไมมาร์คถึงเปิดใจรับคนที่ไม่ใช่แม่จริงๆ ได้ขนาดนี้





เขาไม่มีท่าทางอคติกับผู้หญิงที่พ่อเลือกมาแทนแม่ของตัวเองเลย แม่ของผมเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ? ก็คงอย่างนั้น เธอเก่งอยู่แล้ว เธอลืมผม ลืมครอบครัวของตัวเองและเสวยสุขกับครอบครัวใหม่อย่างหน้าชื่นตาบาน




เธอทำให้ผมเจ็บปวดจนไม่สามารถให้อภัยได้...และผมจะไม่ยอมเจ็บอยู่ฝ่ายเดียวหรอก

 





“อือ ถึงแล้ว เพิ่งกินข้าวเสร็จ” ผมกรอกเสียงตอบปลายสายไปตรงๆ ขณะเดินเลียบชายหาด หลังจากที่ผมและมาร์คกินอาหารทะเลจนพอใจ พวกเราก็มาเดินเล่นที่ชายหาด ขณะนั้นเองแจบอมก็โทรมาหาผม ผมก็เลยขอตัวออกมาคุยโทรศัพท์ ปล่อยให้มาร์คเดินเล่นคนเดียวไปก่อน





(ดูแลตัวเองด้วยล่ะ) แจบอมตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ




“รู้แล้ว บอกเป็นร้อยรอบแล้วมั้ง” ผมไม่ได้พูดเกินจริงหรอก ตั้งเมื่อคืนที่ผมเตรียมกระเป๋าแจบอมก็เอาแต่พูดว่าให้ผมดูแลตัวเอง พูดจบผมรำคาญและพาลทะเลาะกันนิดหน่อย จนกระทั่งเมื่อเช้าก็ยังพูด




ตอนนี้ก็ยังจะพูดอีก




(ก็เป็นห่วงไง) อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ผมเดาสีหน้าของเขาออกเลย




“อือ รู้แล้ว แค่นี้นะ จะไปเดินเล่นแล้ว” พูดจบผมก็ตัดสายทันที ไม่รอฟังคำตอบของแจบอมหรอก ขณะที่กำลังจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ตอนแรกผมนึกว่าเป็นแจบอมก็เลยจะกดตัดสาย แต่พออ่านชื่อดีๆ แล้วกลับไม่ใช่




แจ็คสันต่างหาก




(จินยอง มึงอยู่ไหนวะ?) พอกดรับสายแจ็คสันก็ถามขึ้นทันที น้ำเสียงของเขาดูร้อนรนแปลกๆ




“อยู่ปูซาน มีอะไร”






(มาร์คไม่มาเรียน ไม่รู้หายไปไหน) คำตอบของแจ็คสันทำให้ผมหลุดขำออกมา




“จะไปเรียนได้ไง เขามากับกู” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงร่าเริงและตบท้ายด้วยการหัวเราะเบาๆ ราวกับว่ามันเป็นเรื่องตลก แต่จะว่าไปมันก็ตลกจริงๆ นะ แจ็คสันคอยตามดูมาร์คอยู่ห่างๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเลยล่ะ




จะบอกว่าโง่...มันก็ใช่




มาร์คไม่เคยแสดงออกเลยว่าสนใจแจ็คสัน สิ่งที่ผมเห็นในทุกๆ วันคือเขาเอาแต่จะหาทางหนี ถ้าเขารู้ว่าแจ็คสันอยู่ตรงไหน เขาจะเลี่ยงตลอด ไม่เคยมีสักครั้งที่มาร์คจะแสดงออกว่ารู้สึกผิดที่ทำแบบนี้



ผมเคยถามมาร์คนะว่า...โกรธแจ็คสันมากเลยหรือไง คำตอบที่ได้กลับมาคืออะไรรู้ไหม




มาร์คบอกกับผมว่า เขาไม่ได้โกรธแจ็คสัน แต่เขาเกลียดเลยล่ะ




ถึงจะรู้ว่าเหตุการณ์วันนั้นเหมือนจะเป็นความผิดพลาด แต่มาร์คก็ยันยืนว่าเขาเกลียดแจ็คสัน เกลียดโดยไม่มีเหตุผล แค่มองหน้าก็เกลียดแล้ว และมันยิ่งมากขึ้นทุกๆ วัน ผมเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกของมาร์คมันแรงขนาดไหน เขาไม่ได้อธิบายลึกซึ้ง




แต่ผมก็ไม่สนใจหรอก เขาจะเกลียดใครก็เรื่องของเขา




 (ไปทำอะไรกัน? แล้วทำไมมึงไม่บอกกู?!) จากน้ำเสียงรนๆ ก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมานิดหน่อย ผมยิ้มเยาะกับอารมณ์หัวเสียของแจ็คสัน




“มาร์คแค่อยากมาเที่ยว แล้วก็เพิ่งมาถึงด้วย”




(แล้วผัวมึงล่ะ?) พอแจ็คสันถามหาแจบอม ผมก็ทำแค่เค้นยิ้ม




“ติดสอบ” ผมตอบไปตามความจริง “แจ็คสัน...ถ้ามึงอยากขอโทษมาร์ค มึงก็รีบมาภายในวันนี้ เพราะถ้าแจบอมตามพวกกูมาเมื่อไร มึงจะไม่มีสิทธิ์”





พอผมบอกไปแบบนั้น แจ็คสันก็เงียบ เขาคงกำลังคิดอยู่แหละมั้งว่าควรจะทำยังไงต่อไป แจ็คสันเป็นคนมาบอกผมเองว่าอยากขอโทษมาร์ค และต้องการให้ผมช่วย ซึ่งตอนนี้ผมกำลังหยิบยื่นโอกาสให้เขาแล้ว





อยู่ที่เขาว่าจะคว้าไว้หรือไม่





มันอาจจะไวไปหน่อย แจ็คสันคงยังไม่ได้เตรียมตัว แต่นี่แหละคือสิ่งที่ผมต้องการ แจ็คสันไม่ได้วางแผนก็เท่ากับว่าเขาต้องด้นสด แล้วการด้นสดของเขามันก็จะไม่สวยหรู





เพื่อนคนนี้ใจร้อน ผมมั่นใจว่าแจ็คสันต้องทำพลาดหลายๆ อย่าง มีแต่พังกับพัง





แต่ผมน่ะ สะใจที่สุด




(กะทันหันจังวะ) เหมือนเขาจะไม่ได้พูดกับผม อาจจะแค่พึมพำกับตัวเอง แต่เมื่อผมได้ยิน ผมก็เลยยุเขาเพิ่มไปอีก





“กูคิดว่ามึงควรจะรีบๆ ทำ ถ้าเวลาผ่านไปนานกว่านี้ คำขอโทษของมึงจะไร้ความหมาย เอาเป็นว่ารีบมา เตรียมตัวให้ดีๆ ล่ะ แล้วกูจะช่วยทำให้มาร์คอารมณ์ดี เขาจะได้เปิดใจให้มึงบ้าง สู้ๆ ละกัน”




พูดประโยคยาวๆ จบ ผมก็กดตัดสายทันที ผมมั่นใจว่ายังไงแจ็คสันก็ต้องรีบตามมา นี่ถือเป็นโอกาสทองของเขา ถ้าอยากจะขอโทษหรือแก้ตัวอะไรก็คงเป็นตอนนี้แหละ




โชคดีนะแจ็คสัน หึ

 








ผมเดินกลับมาหามาร์คด้วยท่าทางปกติ รอยยิ้มบางๆ ของอีกฝ่ายถูกส่งมาให้ จากนั้นเขาก็ขยับให้ผมนั่งลงข้างๆ บนม้าหินอ่อนที่อยู่ริมชายหาด ลมเย็นๆ พัดเข้ามากระทบใบหน้าจนผมรู้สึกว่ามันสดชื่น สบายใจ และมีความสุข




“เบื่อที่จะเดินบนทรายแล้วเหรอ?” ผมเอ่ยถามออกไปพลางส่งสายตาสอดส่องทุกสิ่งอย่างที่อยู่รอบๆ ตัว รองเท้าแตะหุ้มส้นของมาร์คถูกถอดวางไว้ไม่ไกล ฝ่าเท้าของเขามีทรายเกาะติดอยู่มาก





“เมื่อยมากกว่า ก็เลยมานั่งพักน่ะ” เขาตอบและมองไปยังท้องทะเลกว้างใหญ่ “แล้วแจบอมจะมาตอนไหนล่ะ?”





พอเขาถามหาแจบอมผมก็หันไปยิ้มจางๆ





“อีกสองวันน่ะ” ผมตอบไปแค่นั้น จากนั้นบรรยากาศของพวกเราก็เงียบลง เหมือนมาร์คกำลังคิดอะไรบางอย่าง ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งมากกว่าเดิมจนผมนึกแปลกใจ แต่ช่างมันเถอะ





ผมมองออกไปยังท้องทะเลกว้างๆ ผืนน้ำสีสวยกระทบกับแสงแดดจนเกิดแสงระยิบระยับ มองแล้วก็เพลิดเพลินไม่น้อย





“จินยองนี่โชคดีจัง” อยู่ดีๆ มาร์คก็พูดขึ้น ผมละสายตาจากท้องทะเลมามองหน้าเขา คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน





“โชคดี?”





“อื้ม โชคดีที่มีแจบอมไง” คำอธิบายของมาร์คทำให้ผมนิ่งไป ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเขาจะมองผมและแจบอมในแง่มุมที่ดีแบบนี้ มาร์คบอกว่าผมโชคดี เหอะ การมีแจบอมวนเวียนอยู่รอบตัวไม่ได้ทำให้ผมพึงพอใจเลยด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงเข้าหาผม ทั้งๆ ที่ผมก็ไล่เขาราวกับหมูหมา




แจบอมไม่เคยบอกเหตุผลของเขาให้ผมได้รับรู้เลย แต่ไม่ว่าเขาจะเข้าหาผมด้วยเหตุผลอะไร ผมก็ไม่สนใจหรอก ตราบใดที่เขาไม่ทำให้แผนการของผมพังไม่เป็นท่าน่ะ




ผมเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยกยิ้มและส่ายหน้าไปมา




“ไม่โชคดีหรอก” ผมว่า “นายไม่รู้ชื่อเสียงของแจบอมหรือไง?”




“แจบอมทำไมเหรอ? เราว่าเขาก็ดีนี่” มาร์คทำหน้าตาไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด แต่ก่อนแจบอมเป็นคนยังไงผมรู้มาหมดนั่นแหละ แต่สำหรับมาร์คที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่เกาหลีใต้อาจจะไม่รู้...ความจริงที่แจบอมร้ายยิ่งกว่าเสือ





ก่อนที่เขาจะเข้าหาผมอย่างจริงจัง สันดานของเขาก็ไม่ต่างจากเสือเท่าไหร่ ภายนอกที่สุดแสนจะเจ้าชาย ภายในเขาคือนักล่า





“ฮ่าๆ เขาเจ้าชู้จะตาย” ผมกลั้วหัวเราะเบาๆ และตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเล่นๆ พอมาร์คได้ยินแบบนั้นเขาก็ทำหน้าเหวอ





“ไม่จริงอะ ที่เราเห็นคือแจบอมดีมากเลยนะ”





“ดีตรงไหน?” ผมเลิกคิ้วถามไปตรงๆ ไม่รู้ว่าในสายตาคนอื่นแจบอมเป็นยังไง จะดีแสนดีขนาดไหน แต่ในสายตาของผมเขาก็ยังเป็นผู้ชายที่น่าเบื่อน่ารำคาญ นิสัยตามติดและชอบวุ่นวายของเขาทำให้ผมไม่พอใจ




ยกเว้นเรื่องบนเตียง...




“เราเห็นหลายครั้งแล้วที่จินยองชอบดื้อน่ะ ถ้าเป็นคนอื่นคงจะไม่ทนแล้ว แต่แจบอมดีมากเลยที่ทนจินยองตลอด” คำบอกเล่าของมาร์คทำให้ผมนิ่งอีกครั้ง และคำถามที่ว่าทำไมเขาถึงยังอยู่กับผมก็ผุดขึ้นมาในความคิด ทั้งๆ ที่ผมก็ทำตัวไม่ดีขนาดนี้แต่แจบอมก็ยังอยู่กับผม





ทำไม...ทำไม




“นายไม่มองว่าเขาโง่เหรอ? ไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องมาทนกับคนอย่างเรา”




ผมถามออกไปด้วยความรู้สึกอยากรู้ มาร์คส่ายหน้าไปมาเบาๆ




“แจบอมไม่โง่หรอก...เขาก็แค่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง”




ซื่อสัตย์งั้นเหรอ?






 

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจกับคำว่าซื่อสัตย์ที่มาร์คพูดเมื่อหลายชั่วโมงที่แล้ว มันไม่แปลกไปหน่อยหรือไงกับการที่แจบอมจะมาซื่อสัตย์หรือรักผมแค่คนเดียว ความจริงคือเราเพิ่งจะรู้จักกันอย่างจริงจัง ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ทางกายมันก็เป็นไปตามอารมณ์ความต้องการ




ก่อนหน้านี้แจบอมเป็นคนแบบไหน ผมก็รู้อยู่แก่ใจ ผมยังมั่นใจว่าเขาเข้าหาผมก็แค่เรื่องบนเตียง ส่วนเรื่องหัวใจหรือความรู้สึก ผมคิดว่ามันไม่มีจริง





ถึงแม้ว่าเขาจะทำดีกับผมแค่ไหนผมก็ไม่เชื่อใจเขา ไม่สิ ผมไม่เชื่อว่าเขาจะมาจริงใจกับผม





“สระผมก็ควรเช็ดให้แห้งสิ” เสียงของมาร์คดังขึ้นพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กที่โปะลงมาที่ศีรษะของผม ผมขยับหันไปมองเขาเล็กน้อย เห็นว่ามาร์คอยู่ในชุดนอนสบายๆ และกำลังขยับมือเช็ดผมให้ผมอยู่





 “นายก็เหมือนกันนั่นแหละ” ผมบอกและเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ใกล้ๆ มือมาโปะมันลงบนศีรษะมาร์คบ้าง เราสองคนหันหน้าเข้าหากันและเช็ดผมให้อีกฝ่าย เสียงหัวเราะเบาๆ ของมาร์คดังขึ้น





“ฮ่าๆ เราเหมือนเด็กๆ เลย” เขาบอกและขยี้ผ้าขนหนูบนศีรษะของผม รอยยิ้มหวานๆ ถูกส่งมาให้ผมและผมก็ส่งกลับไป ก็เหมือนอย่างที่มาร์คบอก เราทำตัวเหมือนเด็ก...




“...”




“ฉันเคยคิดอยากจะมีน้องนะ แต่ก็ไม่มี” จู่ๆ มาร์คก็พูดขึ้น ผมเลยเงยหน้าสบสายตากับเขา





“ทำไมล่ะ?”





“ก็แม่ฉันน่ะ...” แทนที่เขาจะพูดให้จบ เขากลับเงียบไปดื้อๆ “ช่างมันเถอะนะ” แล้วเขาก็ตัดบทจบแค่นั้น ความสงสัยของผมมันเกิดขึ้นทันที เหมือนมาร์คมีความในใจบางอย่างที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ หรือบางทีเขาคงไม่อยากจะบอกผม




แต่ก็ช่างสิ ก็ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้น




เวลาผ่านไปสักพัก ผมของเราทั้งคู่ก็แห้งสนิท นาฬิกาบอกเวลาว่าตอนนี้เกือบจะสี่ทุ่มแล้วและเราควรนอนสักที ผมจัดการปิดไฟและนอนลงข้างๆ มาร์ค เรานอนอยู่ใต้ผ้าห่มเดียวกันและนอนมองเพดานห้องนิ่งๆ




ผมนอนไม่หลับ มาร์คก็เหมือนกัน




ผมเห็นเขาลืมตาอยู่ก็พลิกตัวไปหาเขา มาร์คเห็นผมทำแบบนั้นก็พลิกตัวมาหาผมเช่นกัน




“นอนไม่หลับ!” เราสองคนพูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย พอพูดจบก็หลุดยิ้มออกมา





“นายคิดเรื่องอะไรอยู่เหรอ?” และมาร์คก็ถามผม แต่ผมเลือกที่จะส่ายหน้าไปมา





“ไม่ได้คิดอะไร แค่รู้สึกแปลกที่นิดหน่อย แล้วนายล่ะ...” ผมตอบและถามกลับไป มาร์คเงียบนิ่งไปคู่หนึ่งก่อนที่สีหน้าของเขาจะค่อยๆ แย่ลง จากนั้นน้ำตาใสๆ ก็พร้อมใจกันมาคลอหน่วยที่ดวงตาคู่สวย





กำลังจะร้องไห้หรือไงกัน





“...มัน” ยังไม่ทันได้พูดอะไร น้ำเสียงก็หลุดหายไปซะก่อน จากนั้นน้ำตาใสๆ ก็ไหลอาบแก้ม ผมตกใจนิดหน่อยที่เขาร้องไห้ออกมาต่อหน้าผม และผมก็ไม่รู้ว่าจะปลอบยังไง




ไม่ค่อยคุ้นเท่าไร ครั้งที่แล้วที่ผมปลอบเขาได้เพราะผมแสดงละคร...ครั้งนี้ก็ต้องทำอีกสินะ





“อย่าร้องไห้สิ” ผมบอกเบาๆ และยื่นมือไปปาดน้ำตาให้อีกฝ่าย มาร์คสะอื้นเบาๆ




“ฮึก...ทุกคืนเลย เราคิดถึงเหตุการณ์นั้นตลอด” มาร์คพยายามกลั้นสะอื้นและระบายความในใจของตัวเองออกมาให้ผมได้รับรู้ การพูดของเขาดูยากลำบากจนผมนึกรำคาญ แต่ผมก็ต้องทนและพยักหน้าตามไป




“...”





“เราอยากลืม ไม่อยากเห็นภาพพวกนั้นแล้ว...” เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ถึงแม้แสงสว่างในห้องจะน้อยมากๆ แต่เพราะเรานอนใกล้กันก็เลยทำให้ผมเห็นใบหน้าของมาร์คชัดเจน




“...”





น้ำตาของเขาไหลออกมามากกว่าเดิม ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามกลั้นและเช็ดมันออกตลอด




“แต่เราไม่รู้จะทำยังไง...เราไม่รู้เลย” นี่เป็นประโยคสุดท้ายที่มาร์คพูด เสียงสะอื้นของเขาหลุดรอดออกมาเป็นระยะๆ ผมปล่อยให้ห้องทั้งห้องเงียบไร้บทสนทนา ปล่อยให้มาร์คร้องไห้ระบายอารมณ์ของเขาไปเรื่อยๆ และผมก็ใช้เวลานี้ในการกลั่นกรองคำพูดเพื่อจะได้ทำตามแผนที่วางไว้




ก็ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลไหม แต่ถ้ามันล้มเหลวผมก็มีแผนสำรอง




“มาร์ค...” ผมเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่าย มาร์คเงยหน้าขึ้นมองผม




“...”




“ที่เป็นแบบนี้เพราะว่ายังไม่เคยได้เคลียร์กันหรือเปล่า...ตั้งแต่วันนั้นนายก็หลบแจ็คสันตลอดเลยนี่ มันอาจจะเป็นความค้างคาใจก็ได้” ผมพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ และเก็บกลั้นความรู้สึกจริงๆ ของตัวเองไว้ พอมาร์คได้ยินแบบนั้นเขาก็ส่ายหน้าไปมา




“เราก็ไม่รู้...”




“อย่าหาว่าเรายุ่งวุ่นวายเลยนะ แจ็คสันเป็นเพื่อนเรา มาร์คเองก็เหมือนกัน เราอยากให้พวกนายได้ปรับความเข้าใจกัน...”




ระหว่างที่พูดผมก็แสดงท่าทีเป็นห่วงเป็นใยออกมา ถึงแม้จะขัดใจนิดหน่อยก็เถอะ มาร์คนิ่งไปอีกครั้งเหมือนกับว่ากำลังคิดตามที่ผมพูด และผมก็ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเปล่าๆ




“...”




“เรารู้นะว่ามันยาก แต่นายควรเปิดใจสักนิด ฉันได้คุยกับแจ็คสันมาบ้าง ฝ่ายนั้นก็ไม่สบายใจเท่าไหร่” พูดจบผมก็นิ่งเงียบปล่อยให้เวลามันเดินต่อไปเรื่อยๆ รอให้มาร์คคิดทบทวนสิ่งที่ผมพูด และผมก็ภาวนาขอให้เขาคล้อยตามผม




“จินยองคิดแบบนั้นเหรอ? เราควรทำแบบนั้นเหรอ?” น้ำเสียงของมาร์คยังสั่นอยู่เลยขณะที่เขาถามกลับมา ผมพยักหน้ารับ




“ใช่ อย่างน้อยก็ยังได้พูดคุยกัน...มันก็ไม่เสียหายนี่”




“แต่เราไม่พร้อม...เราไม่อยากเจอหน้าแจ็คสัน ไม่อยากได้ยินแม้แต่ชื่อ...แต่ทุกครั้งที่หลับตาภาพของเขาก็ลอยเข้ามา มันเลวร้ายมาก เรารับไม่ได้จริงๆ...” จากที่น้ำตาเกือบแห้งเหือดไปแล้วพอมาร์คพูดประโยคนี้ น้ำตาก็เขาก็ทะลักออกมาอีกครั้ง เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นมาเป็นระยะๆ และถึงแม้ผมจะรำคาญมากแค่ไหนผมก็ต้องทนและใส่ไฟเข้าไปอีก




“เราก็ไม่รู้นะว่าเราควรพูดเรื่องนี้ไหม...” ผมจุดประกายความอยากรู้ของมาร์คและมันก็ได้ผล อีกฝ่ายมองมาที่ผมพร้อมขมวดคิ้วเป็นปม เรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้มันคือเรื่องจริงเพียงเรื่องเดียว...




“เรื่องอะไร?”




“แจ็คสันมันเคยบอกเรา...ว่ามันรักนายนะมาร์ค” พอผมพูดจบประโยค มาร์คก็หลับตาลงและปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา เขาไม่กลั้นเสียงสะอื้นอีกต่อไป ผมก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร เพราะตอนนี้เขาเอาแต่ส่ายหน้าไปมาหลายๆ ครั้ง




เป็นบ้าแล้วมั้ง




“ไม่...ไม่” และก็พึมพำคำว่าไม่ออกมาไม่หยุด




“เราคิดนะว่าแจ็คสันมันรักนายจริงๆ...” ขณะที่ผมกำลังพูด มาร์คก็ส่ายศีรษะไปมาแรงๆ เหมือนจะปฏิเสธทุกคำที่ผมเอ่ย




“ไม่...ไม่” และเขาก็พึมพำคำว่าไม่ซ้ำๆ อีกครั้ง ผมเอื้อมมือไปจับต้นแขนเขาไว้ ตัวของมาร์คสั่นมาก ผมไม่รู้ว่าสั่นเพราะร้องไห้หรืออะไรแต่มันสั่นแรงจนผิดปกติ




“มาร์ค...ตั้งสติ!” ผมพูดเสียงเข้มขึ้นเมื่อมาร์คทำเหมือนไม่รับรู้แล้วว่าผมกำลังพูดอะไร เขาใช้แขนทั้งสองข้างกอดรัดตัวเองไว้ น้ำตาใสๆ ก็ไหลอาบแก้มไปหมด




เห็นแล้วก็น่าสงสาร...แต่ไม่สิ ผมควรที่จะสะใจ




เหมือนมาร์คกำลังจะเป็นบ้าเลย




แล้วจู่ๆ เขาก็โผลเข้ามากอดผมเต็มแรง เขากอดผมแน่นจนผมรู้สึกเหมือนว่าจะหายใจไม่ออก ใบหน้าของอีกฝ่ายซุกอยู่ตรงหน้าอกของผมโดยที่เสียงสะอื้นดังขึ้นเป็นระยะๆ และมันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เขาเป็นถึงขนาดนี้แล้วผมก็ต้องแสดงละครฉากต่อไป




ผมใช้ฝ่ามือลูบที่เส้นผมสีเข้มของมาร์คเบาๆ จากนั้นก็พร่ำเอ่ยคำปลอบโยนให้เขาเลิกร้องไห้สักที และก็ใช้เวลานานพอสมควรกว่ามาร์คจะสงบสติและเลิกสะอื้นไห้ได้




ผมเหลือบตามองนาฬิกาบนผนัง พบว่าตอนนี้เที่ยงคืนกว่าแล้ว ผมควรกล่อมให้มาร์คนอนได้แล้วล่ะ




“นอนก่อนนะมาร์ค อย่าคิดอะไรมาก”




“อื้ม...แต่...” เขาพยักหน้ารับง่ายๆ แต่คำว่าแต่ที่เขาพูดค้างไว้ทำให้ผมชะงัก




“แต่อะไร?” ผมถาม




และคำตอบที่อีกฝ่ายบอกกลับมาทำให้ผมอึ้ง




“ช่วยกอดเราหน่อยได้ไหม กอดจนกว่าเราจะหลับสนิท”




กอดเนี่ยนะ...เป็นบ้าอะไรวะ!!!












อ่านจบตอนแล้ว อย่าลืมสาดกำลังใจนะคะ :)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1299 Lunyes (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 22:03
    บอกให้มาร์คเปิดใจ ตัวจินยองเองก็ต้องเปิดใจด้วยนะ เพราะความรู้สึกของคนเราถ้าเสียไปแล้วมันไม่สามารถเป็นเหมือนเดิมได้ง่ายๆนะ
    #1,299
    0
  2. #1240 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 19:02
    จะว่าไปอาการของมาร์คก็ไม่ต่างจากจินยองเลยนะ ต่างกันแค่มาร์ครู้ว่าต้องการอะไรและเรียกร้องหามันในขณะที่จินยองเอาแต่ผลักไสเพราะไม่เข้าใจมัน และผลลัพธ์ก็คงจะต่างเพราะมาร์คกับแจ็คสันมีโอกาสได้เคลียร์กันตรงๆ แม้ว่ามันจะออกมาดีหรือเลวร้ายแบบที่จินยองต้องการก็ตาม เหมือนจินยองจะเป็นพ่อสื่อเร่งเวลาให้ทั้งสองคนโคจรมาเจอกันไวขึ้นมากกว่าแม้ว่าจะประสงค์ร้ายและมันดูจะออกมาเลวร้ายน่าเจ็บปวดไปหน่อยก็เถอะ แจบอมมาเก็บจินยองทีค่ะ ร้ายมากไม่ไหวละ
    #1,240
    0
  3. #1189 shierichi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 11:42
    ใจนึงก็เหมือนจินยองเป็นคิวปิดนะ เหมือนจะช่วยให้เรื่องของจาร์คนั้นคลายปม แต่จริงๆก็เป็นปีศาจทำลายทั้งคู่ต่างหาก
    #1,189
    0
  4. #1038 bibimbua (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 23:45
    โอ้ยยยย ความไม่เคลียร์ของผู้ใหญ่ล้วนทำให้เดกเจ็บปวด
    #1,038
    0
  5. #537 กีกี้ส์ :-*) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 18:49
    ตอนนี้ไม่รู้จะสงสารใครก่อนดีระหว่างแจบอมที่รักจินยองมากๆ กับจินยองที่ไม่เข้าใจความรักคืออะไร
    #537
    0
  6. #408 ออมม่า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 19:21
    จินยองจะแกล้งมาร์ค หรือเป็นคิวปิดกันแน่
    #408
    0
  7. #394 Naniile (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 23:48
    แจบอมจัดการหนักๆเลย
    #394
    0
  8. #378 cinncookie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 17:31
    จินยองใจร้าย!! ทำยังงี้กับแจบอมได้ไง
    #378
    0
  9. #377 Warabiw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 15:24
    พี่แจบอมผู้ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก งือออ /สู้ๆนะไรท์
    #377
    0
  10. #376 Ploy Snw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 13:02
    แหมมจินยอง ลดๆบ้างเถอะความหยิ่งอะ
    #376
    0
  11. #374 ysoldevagelyn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 01:58
    อยากให้มัคชวนนยองไปบ้าน
    #374
    0
  12. #373 Jannie18 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 23:32
    มาต่อให้จบตอนด้วย งื้ออ ขอบคุณนะคะ
    #373
    0
  13. #372 Jannie18 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 23:32
    มาร์คกับแจ็คสันพูดเหมือนกันเลยอ่ะ ถ้านี่เป็นจินยองก็คงคิดอ่ะ แต่ก็รู้เหมือนที่จินยองพูดด้วยว่าแจบอมก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นอ่ะน่าจะร้ายใช่ย่อยแต่ร้ายแบบไหนนี่ไม่รู้แต่คิดว่าคงไม่ธรรมดาแน่นอน และที่ทำดีกับจินยองก็อาจจะรักก็เป็นไปได้นะ
    #372
    0
  14. #371 Jannie18 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 22:43
    เรายังไม่หายนะคะ รออ่านตลอดเลยค่าาาา
    #371
    0
  15. #370 Jannie18 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 22:43
    ให้คนนั้นซิ เป็นมากกว่าเพื่อนมากกว่าแฟนอีกนะ ><
    #370
    0
  16. #369 Warabiw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 07:16
    ซื้อให้แฟนก็ได้นะจินยอง งืออออ /ฝากพี่แจบอมจัดการหนักๆเลยนะ ฮึฮึ /สู้ๆนะไรท์ ยังรอและวนเวียนอยู่แถวๆนี้แหล่ะไปไม่หายไปไหน แวะมาสาดกำลังใจให้นะ
    #369
    0
  17. #368 PatteemaS. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 07:12
    มีแฟนก็ให้แฟนสิคะ ง่อวววววว
    #368
    0
  18. #367 Warabiw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 14:55
    กอดๆๆๆกันนะ555 สู้ๆนะไรท์ สาดกำลังใจแรงๆๆ
    #367
    0
  19. #366 Aya1111 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 10:46
    จินยองนี่ร้ายมากมายเลยนะ
    #366
    0
  20. #364 norrijung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 19:48
    จริงๆแล้วสิ่งที่จินยองมองเห็นมาร์คที่ดูมีความสุขๆสบาย ที่ได้อยู่ในสังคมที่ดี และมีแม่ของจินยองอยู่ในเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ด้วย
    สิ่งที่อาจแอบแฝงอยู่คือมาร์คอาจจะมีปมเหมือนจินยองที่ไม่สามารถบอกใครได้เหมือนกันก็ได้เนอะ เพราะดูจากอาการที่มาร์คแสดงให้จินยองเห็นเหมือนควบคุมสติไม่ได้เพราะเหตุการณ์อะไรบางอย่างหรือเปล่า ยิ่งอ่านยิ่งน่าติดตามอยากรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป อยากรู้ที่มาร์คบอกว่าแจบอมซื่อสัตย์ เพราะอะไร มีคำถามมากมายเลยคะ ชอบภาษาเขียน และก็เนื้อเรื่องที่เริ่มเปิด ตัวละครและอดีตของแต่ละคัวออกมา
    #364
    0
  21. #363 Ploy Snw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 14:44
    ขำอะะ จินยองมาร์คเสียขวัญอยู่นะลูก กอดๆเขาหน่อยย
    #363
    0
  22. #361 Jannie18 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 02:12
    จินยองเหมือนเสือที่ล่อล่วงกระต่ายที่คือมาร์คมาติดกับดักเลย
    #361
    0
  23. #360 JinB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 00:00
    ไม่อยากให้จินยองทำอะไรมาร์คเลยอ่า หยุดก่อนมันจะสายเกินไปมั้ยลูก
    #360
    0
  24. #359 PatteemaS. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 14:07
    สาดกำลังใจไปเลยยยยยย
    #359
    0
  25. #358 cinncookie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 12:44
    สาดใจไปเลยยย~
    #358
    0