จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 30 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.29 [อัพครั้งที่2] 100% ตอนจบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,997
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    26 ม.ค. 61


ประชาสัมพันธ์
ฟิค #อย่าถามหารัก เปิดให้สั่งจองแล้วนะคะ 
รายละเอียดตามนี้เลย >> รายละเอียดการสั่งจอง <<



ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา



| EP.29 |


หนึ่งเดือนต่อมา



จินยองกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติอีกครั้งหลังจากร่างกายแข็งแรงดี กิจวัตรประจำวันของอีกฝ่ายคือการไปเรียนและวาดแบบตามที่เขาชอบ ส่วนผมก็กลับไปช่วยงานที่บริษัทของพ่อเหมือนเดิม




แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือจินยองพูดกับผมมากขึ้น และทุกคืนก่อนนอนเขาจะเป็นฝ่ายหันมากอดผมและหลับไป ผมไม่ได้ถามว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ เพราะลึกๆ ผมก็กลัวว่าจินยองจะเลิกทำและกลับไปเย็นชากว่าเดิม



ทุกคืนผมนอนมองหน้าจินยองจนเผลอหลับไป ตื่นเช้ามาก็ยังเจอจินยองนอนอยู่ในอ้อมแขน เป็นแบบนี้มาตลอดหนึ่งเดือน ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าผมมีความสุขมากที่สุด



สถานการณ์ระหว่างจินยองและอี๋เอินเป็นไปอย่างราบเรียบ ทุกครั้งที่เจอหน้ากันต่างฝ่ายก็ต่างนิ่งเฉยใส่กัน ผมเข้าใจว่าทั้งคู่คงไม่อยากพูดหรือนึกถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ทำได้ดีที่สุดคือไม่พูดถึงมัน



ส่วนคุณโบอาก็ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย คุณอาอี้เฟยไม่เห็นใจเธอแม้แต่นิดเดียว และตอนนี้เธอก็อยู่ในเรือนจำ




ทางฝั่งแจ็คสันและอี้ฟงก็เงียบหายไปเลย หลังจากวันนั้นที่ผมบอกยองแจว่าไม่ต้องตามหา ผมก็ไม่ได้ข่าวของพวกเขาอีกเลย ผมลองไปถามกับคุณอาอี้เฟยแล้ว คุณอาบอกว่าไม่ได้คิดจะตามหาเช่นกันเพราะคิดว่าฝ่ายนั้นคงยังไม่อยากกลับมา




อีกอย่างเลยก็คือ คุณอาอี้เฟยคุยกับอี๋เอินแล้ว ในตอนที่คุยกันก็ค่อนข้างจะบีบหัวใจพอสมควร และบทสรุปก็คืออี๋เอินไม่ต้องการกลับมาใช้ชื่อเดิมของตน เขาพอใจที่จะมีตัวตนในนามของกันต์ ประวัติทุกอย่างจะใช้ของอี้ฟงแทน ส่วนอี้ฟงก็จะมีชีวิตอยู่ในนามของมาร์ค ต้วนต่อไป




ผมว่ามันแปลกๆ และซับซ้อนเหลือเกิน แต่จะทำยังไงได้ก็ในเมื่ออี๋เอินไม่ใช่อี๋เอินคนเดิม เขาเป็นคนใหม่ในทุกๆ อย่างรวมถึงหน้าตาของเขาด้วย อีกอย่างคนมีอิทธิพลระดับคุณอาอี้เฟยคงปิดเรื่องนี้ได้อย่างแนบเนียน และคงไม่มีใครกล้ามาขุดคุ้นหรอก ถ้าหากจะมีปัญหาจริงๆ ยังไงคุณอาอี้เฟยก็คงจัดการได้




เท่ากับว่าตอนนี้ชีวิตของทุกคนราบรื่นดี ทุกฝ่ายต่างก็กลับไปใช้ชีวิตของตัวเองและพร้อมที่จะมีความสุข




จินยองก็เช่นกัน





“แจบอม” จินยองเรียกผมขณะที่ผมกำลังแต่งตัวเตรียมจะเข้านอน อีกฝ่ายนั่งพิงพนักเตียงและมองมาที่ผม ในมือถือสมุดบันทึกที่คุณอายองมินเขียนทิ้งไว้ ผมหนักใจนิดหน่อยเมื่อเห็นสมุดบันทึกนั่น ผมพยายามจะไม่ให้จินยองอ่านมัน แต่อีกฝ่ายก็ยังคงดื้อที่จะอ่าน ผมก็อ่อนใจที่จะห้าม




“มีอะไรเหรอ?” ผมถามกลับไปขณะที่สวมเสื้อยืด จินยองนิ่งและกัดริมฝีปากอย่างประหม่า แต่จากนั้นไม่นานเขาก็เอ่ยขึ้น



“ฉันอยากกลับไปอยู่บ้าน”




เพียงแค่อีกฝ่ายเอ่ยสิ่งที่ต้องการออกมา ผมก็หยุดการกระทำทุกอย่างทันที หัวใจผมเต้นแรงขึ้น สมองก็เริ่มคิดไปต่างๆ นานา จินยองอยากจะกลับไปอยู่บ้าน และนั่นหมายความว่าเราต้องห่างกันงั้นเหรอ?





“ฉันไม่อยากให้นายไป” ผมพูดสิ่งที่ผมคิดออกมาตรงๆ เอาจริงๆ ผมก็ยังไม่ไว้ใจจินยองเท่าไร มีบ้างบางครั้งที่อีกฝ่ายแอบเหม่อลอย บางครั้งก็นั่งพูดคนเดียว ผมไม่คิดว่าจินยองจะมีอาการทางจิตหรอกนะ ผมไม่อยากคิดไปเอง





“ทำไม?” จินยองขมวดคิ้วและถามกลับมา ใบหน้าขาวมีแต่คำถาม และแน่นอนว่าผมมีคำตอบ




“ฉันเป็นห่วงนาย อีกอย่างนายไปอยู่ที่นั่นคนเดียวไม่ได้หรอก บอกตรงๆ ฉันก็ยังไม่ไว้ใจ”




“ไม่ไว้ใจ? หมายความว่า?” คราวนี้จินยองขมวดคิ้วมากกว่าเดิมอีก




“ฉันกลัวนายจะทำอะไรแปลกๆ” ผมไม่อยากพูดคำว่าทำอะไรโง่ๆ ออกไป แต่จริงๆ ผมก็กลัวว่าจินยองจะทำร้ายตัวเอง เขาเจอเรื่องร้ายๆ มาหนักหนาพอสมควร และเรื่องพวกนั้นก็กระทบจิตใจจินยองอย่างแรง หากอยู่ๆ เขาจิตตกหรือคิดมากขึ้นมาแล้วทำร้ายตัวเอง ผมจะทำยังไงล่ะ





เรื่องนี้ผมปรึกษากับยูคยอมตลอด เพราะฝ่ายนั้นก็เป็นห่วงกันต์เช่นกัน เพราะอาการของกันต์ก็น่าระแวงพอกัน




“แปลกๆ ที่หมายถึงคือฆ่าตัวตายเหรอ?” จินยองวางสมุดบันทึกไว้ข้างเตียงและเลิกคิ้วถามผม จากนั้นเขาก็ขยับตัวมานั่งที่ปลายเตียงและกวักมือเรียกผมให้เดินไปหา ผมหยุดอยู่ตรงหน้าอีกฝ่ายและก้มลงมองเขา จินยองเงยหน้ามองผมและถามอีกคำถาม “นายคิดว่าฉันบ้าเหรอ?”





“มันก็...” คราวนี้ผมพูดไม่ออก ผมไม่ได้คิดว่าจินยองบ้าหรอกนะ แต่ก็อธิบายยากเหมือนกัน ผมคิดเยอะและความคิดก็ตีกันยุ่ง บวกกับผมเป็นห่วงอีกฝ่าย แต่ผมก็ไม่รู้จะเรียงคำพูดยังไงเพื่อให้อีกฝ่ายฟังแล้วไม่รู้สึกแย่





“ฟังนะแจบอม ฉันปกติดี ไม่ได้เป็นบ้าและก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้น...” จินยองเปลี่ยนมานั่งเท้าแขนไปข้างหลังและอธิบายสิ่งที่เขาคิดให้ผมฟัง “ถ้าฉันอยากตาย ฉันฆ่าตัวตายตั้งแต่อยู่ในโรงพยาบาลแล้ว โอกาสตายมีเยอะกว่าตอนกลับมาอยู่ที่บ้านซะอีก”





จินยองว่าจบก็เบะปากใส่และมองผมด้วยสายตาท้าทาย มันก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า ตอนที่อยู่ในโรงพยาบาล ก็มีบ้างบางครั้งที่ผมไม่ได้อยู่กับจินยองตลอดเวลา เขามีโอกาสที่จะทำเรื่องโง่ๆ แต่ตอนนั้นผมคิดว่าการมีคนของพ่อคอยเฝ้าให้จะปลอดภัย แต่สรุปคือไม่เลยสินะ





พอผมนิ่งไป จินยองก็ยิ้มออกมาน้อยๆ ซ้ำยังมองผมด้วยสายตาท้าทายมากขึ้นกว่าเดิม เขากำลังกดดันผมกลายๆ เลยล่ะ




“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยังไงฉันก็เป็นห่วงนายอยู่ดี” ผมยังยืนยันคำเดิมและแน่วแน่กับสิ่งที่คิด พอจินยองได้ฟังผมพูด เขาก็ยู่หน้าใส่





“เกินไปป่ะ? ฉันก็มีบ้านให้อยู่นะ ไม่อยู่บ้านนานป่านนี้ร้างเป็นสุสานแล้วมั้ง” ผมเพิ่งรู้ว่าจินยองก็มีมุมพูดเล่นแบบนี้ด้วย อีกฝ่ายพูดจบก็ทำหน้าทะเล้นใส่ผม ซึ่งใบหน้าแบบนี้ก็ทำให้ใจของผมละลายได้เหมือนกัน





ผมยืนคิดอยู่นานว่าจะเอายังไงกับความต้องการนี้ของจินยอง อย่างที่จินยองพูดมาก็ถูก เขาไม่ได้กลับบ้านนานมากแล้ว ถ้าจะคิดถึงบ้านก็คงไม่แปลกอะไร พอคิดไปคิดมาผมก็ได้คำตอบที่พอจะเป็นไปได้




“งั้นฉันไปอยู่ด้วย โอเคไหม?” ว่าจบผมก็ขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่าย โน้มตัวลงไปจนเท้าแขนกับผืนเตียงและคร่อมอีกฝ่ายกลายๆ จินยองเอนหลังหนีนิดหน่อยก่อนจะตอบ





“ตอนแรกก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้ไปนะ” ว่าจบเขาก็ยิ้มอีกครั้ง รอยยิ้มของเขาทำให้ผมยิ้มตามไปด้วย ในเมื่อจินยองพูดแบบนี้ผมก็จะไม่ขัดไม่ค้านแล้ว





“แต่สัญญานะว่าเมื่อไรที่รู้สึกไม่ดี ห้ามแอบไปอยู่คนเดียว” ถึงจะตามใจเขาแต่ผมก็ยังห่วงในเรื่องนี้อยู่ดี จินยองรีบพยักหน้ารับทันที





“สัญญา ฉันจะบอกทันทีหากรู้สึกไม่ไหว” จินยองลั่นคำสัญญากับผมเสร็จ เขาก็รั้งลำคอของผมทันที ริมฝีปากของเราแตะสัมผัสกัน เริ่มแรกก็แค่เบาๆ เนิบช้า แต่พอเวลาผ่านไปกลับเร่าร้อนและดุดัน ความต้องการในฐานะมนุษย์คนหนึ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ไม่มีใครคิดจะหยุดยั้งการกระทำของตัวเอง





ผมพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ ผมรู้สึกดีที่จินยองกลายเป็นจินยองคนที่น่ารักมากๆ แบบนี้ ดีเหลือเกินที่อีกฝ่ายลุกขึ้นและเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีความสุข





ขอให้วันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไปเป็นวันที่ดีสำหรับจินยองและความรักของเรา








 

สองสัปดาห์ถัดมา ผมพาจินยองย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านของเขา ทันทีที่มาถึงบ้านที่ไม่ได้กลับมานาน จินยองก็รีบพุ่งไปไขกุญแจและสำรวจทุกอย่างทันที เขาเดินไปรอบๆ บ้าน มองดูทุกอย่างก่อนจะกลับมาหาผม





“เรียบร้อยทุกอย่างเลย สะอาดด้วย” เขาบอกผมและยิ้มบางๆ ผมก็ส่งยิ้มกลับไป ที่บ้านสะอาดและเรียบร้อยแบบนี้ เพราะก่อนที่จะย้ายมาผมสั่งให้คนมาทำความสะอาด ตรวจเช็คระบบไฟฟ้าและประปาไว้ก่อนแล้ว





ผมถือกระเป๋าเสื้อผ้าทั้งของตัวเองและจินยองขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน ห้องนอนที่คุ้นเคยดีอยู่ภายในสายตาของผม เตียงนอน หน้าต่าง ทุกๆ อย่างในห้องนี้ทำให้ผมคิดถึงช่วงแรงๆ ที่ผมเข้าหาจินยอง





ตอนนั้นผมมาที่นี่ด้วยความหวังหลายๆ อย่าง แต่ตอนนี้ผมมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ผมคิดว่าที่ผมเข้ามาที่นี่ในฐานะคนในครอบครัวของจินยอง




“แจบอม ไม่มีของสดทำอาหารมื้อเย็นเลยนะ” ผมหลุดจากภวังค์ที่สร้างขึ้นและหันไปมองคนตัวเล็กที่โผล่หน้าเข้ามาในห้อง





“อ่อ โอเค เดี๋ยวไปซื้อ” ผมรับคำและวางกระเป๋าไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้า จินยองขานรับและลงไปข้างล่าง เมื่อผมจัดของเล็กๆ น้อยๆ เสร็จ ผมก็ตามลงไป เห็นจินยองนั่งอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่กลางห้องนั่งเล่นที่ไร้เฟอร์นิเจอร์ เขามองไปยังกำแพงสีขาวว่างเปล่า จดจ้องอยู่อย่างนั้นจนไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลย




ผมเดินไปหาจินยอง ค่อยๆ แตะฝ่ามือลงที่ไหล่บาง จินยองสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะหันมายิ้มให้ผม




“จะไปแล้วเหรอ?” เขาถาม



“อือ นายจะเอาอะไรบ้างล่ะ หรือจะไปด้วยกัน”




“ฉันไม่ไปหรอก ก็แล้วแต่นายละกันว่าอยากจะทำอะไรให้กิน” เขาตอบและมองหน้าผมด้วยรอยยิ้ม ให้ตายเถอะ จินยองยิ้มเก่งกว่าแต่ก่อนเยอะเลย และผมก็แพ้รอยยิ้มแบบนี้ของเขา




ผมก้มลงจูบที่ริมฝีปากบางเบาๆ และผละออก จากนั้นก็เดินออกไป เอาเป็นว่าผมจะรีบไปรีบกลับดีกว่า ผมไม่อยากให้จินยองอยู่ในบ้านที่มีแต่ความทรงจำมากมายตามลำพัง




ผมขับรถออกไปได้ไม่เท่าไร ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาด้วย ผมจึงรีบวนรถกลับไปที่บ้านอีกครั้ง ผมเลือกที่จะจอดรถไว้นอกรั้วและเดินเข้าไปในบ้าน บ้านหลังใหญ่เงียบสงบและให้ความรู้สึกโหวงๆ ในใจ ผมจึงรีบเดินเข้าไปเพื่อดูว่าจินยองกำลังทำอะไรอยู่




นี่ไม่ใช่การลองใจหรือวัดใจเลย ผมไม่ได้คิดจะทำแบบนั้น




แต่ทันทีที่ผมก้าวเท้าเข้ามาในบ้านและมองตรงไปยังห้องนั่งเล่นที่เดิมทีจินยองนั่งอยู่ ผมมองเห็นคนตัวเล็กกำลังปีนบันไดพับและผูกเชือกไนลอนกับคานด้านบน ห่วงเชือกที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับลำคอของอีกฝ่ายและจินยองก็จับห่วงเชือกนั้นไว้แน่น




ผมมองเห็นแต่เสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา ใบหน้าหวานเรียบนิ่งเป็นธรรมชาติ แต่ผมกลับรู้สึกไม่ดีอย่างยิ่ง ภาพตรงหน้าทำให้ผมคิดไปในทางเดียวเลยว่าจินยองกำลังจะฆ่าตัวตาย




“จินยอง!!” ไว้เท่าความคิด ผมตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดังและพุ่งไปคว้าร่างบางนั่นลงมา จินยองตกจากบันไดพับและล้มทับผมที่กอดเขาอยู่ ผมมองเห็นใบหน้าขาวที่ตื่นตระหนกและมีคราบน้ำตาจางๆ อยู่




จินยองคิดจะทำอะไรแบบนี้จริงๆ งั้นเหรอ




“...แจบอม” จินยองพึมพำเรียกชื่อผมเบาๆ ใบหน้าของเขายังตื่นตกใจอยู่เลย “ทำไมกลับมาไว”




“ไม่ต้องมาถามฉันหรอก ฉันต้องถามนายมากกว่าว่าคิดจะทำอะไร!!!


[JAEBUM PART END]





*





แจบอมตวาดใส่ผมด้วยน้ำเสียงที่ดังมาก




ผมตกใจที่เห็นว่าอีกฝ่ายกลับมาไวกว่าที่คิด ตอนที่ถูกคว้าลงจากบันไดพับ หัวใจของผมก็เต้นรัวแรงเพราะตกใจกลัว พอตกลงมานอนกองอยู่กับพื้นยิ่งตระหนกมากขึ้นไปอีก



ทุกอย่างเกิดขึ้นไวจนผมตั้งตัวไม่ทัน พอตั้งสติได้ก็ถูกแจบอมตวาดใส่อีก




“ฉันไม่ได้ทำอะไร” ผมปฏิเสธในสิ่งที่แจบอมถามและพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่แจบอมก็รั้งผมให้อยู่ในท่าทางเดิม เขาจ้องหน้าผมด้วยสายตาคาดคั้น




“ไม่ได้ทำอะไรงั้นเหรอ? แล้วนายปีนขึ้นไปทำไม ผูกเชือกทำไม?”





แจบอมถามด้วยแรงอารมณ์และชี้ไปยังบันไดพับที่ตั้งอยู่ไม่ไกล อีกทั้งยังมีเชือกที่ห้อยลงมาจากคานด้านบน ผมมองรอบๆ ตัวเองอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจ




“ฉันไม่ได้คิดจะทำเรื่องโง่ๆ นะ ก็แค่รู้สึกว่าผนังห้องมันโล่งเกินไป ก็เลยจะขึงเชือกเพื่อเอาผ้าใบมากาง ฉันจะวาดรูป”




นี่คือเหตุผลจริงๆ ที่ผมคิดไว้แต่แรก




โอเค ผมรู้ตัวเองดีว่าผมยังลืมเรื่องทุกอย่างไม่ได้ และผมก็รู้ว่าแจบอมกังวลเกี่ยวกับตัวของผมมากแค่ไหน ทุกครั้งที่ผมหลับตา ทั้งคำพูดและภาพในอดีตก็ตามมาหลอกหลอน มันทำให้ผมเจ็บปวดทรมาน แต่ผมก็หาทางออกให้ตัวเองได้...





ผมคิดเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมไม่มองหาสิ่งไกลตัวอีกต่อไปแล้วก็เลยมองสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ ตัว ผมเริ่มเปิดใจให้แจบอมมากกว่าที่เคย มานั่งๆ คิดดู คนที่อยู่กับผมตลอดเวลาก็คือแจบอมไม่ใช่หรือไง หลายครั้งหลายเรื่องที่เขาทำให้ผมและผมก็มีความสุข





เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นเลยที่ผมต้องฆ่าตัวตายเพราะเรื่องในอดีต ถึงมันจะเจ็บปวดแต่ผมก็อยากจะพาตัวเองก้าวข้ามเรื่องพวกนั้นไปให้ได้ ผมอยากเป็นผู้ชนะที่แท้จริง และแจบอมบอกผมเสมอว่าเขาจะอยู่กับผม






ผมเลือกที่จะเชื่อเขา






“นายไม่ได้คิดจะ...” แจบอมดูอึ้งไปเมื่อผมบอกเหตุผล ใบหน้าหล่อคลายความกังวลลงมาบ้างแต่ก็ยังหลงเหลือความไม่เข้าใจอยู่





“ไม่ ฉันไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายหรอกนะ บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าฉันจะตาย ก็คงตายไปตั้งนานแล้วน่ะ...นายไม่ต้องกังวลขนาดนี้ก็ได้นะแจบอม ฉันไม่ได้คิดจะทำเรื่องแบบนั้นจริงๆ”






ว่าจบผมก็ก้มลงจูบสันกรามของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นการยืนยันและปลอบประโลมไปในตัว จากจูบเบาๆ ของผมก็ถูกสานต่อด้วยจูบร้อนแรงที่แจบอมเป็นคนคุมเกม อีกฝ่ายรวบเอวผมไว้แน่นและกระชับให้ผมนอนทับร่างของเขาทั้งตัว






เราจูบกันเนินนาน แลกเปลี่ยนความรู้สึกต่างๆ ให้แก่กัน ปลายฟันคมขบกัดริมฝีปากล่างของผมอย่างหยอกเย้ายั่วยวน ลิ้นร้อนค่อยๆ ลัดเลาะไปตามแนวฟันและดูดดึงกันอย่างมัวเมา รสจูบครั้งนี้หวานฉ่ำทว่าก็ร้อนแรงไปคู่กัน ทุกสิ่งอย่างที่แจบอมกระทำหลอมรวมเป็นความรู้สึกเสียวซ่านและต้องการ






ครั้งนี้ไม่ใช่จูบครั้งแรกและผมก็ไม่เคยนับด้วยว่าตั้งแต่ผมคิดจะเริ่มชีวิตใหม่ เราจูบกันไปแล้วกี่ครั้ง ผมไม่สนใจเรื่องพวกนั้นหรอก ผมสนใจแค่ว่าทุกครั้งที่เราสัมผัสกัน ผมรู้สึกดีแค่ไหน





ผมอาจจะยังพูดได้ไม่เต็มปากว่าผม รักแจบอม...แต่ผมคิดว่ามันไม่ไกลเกินไปหรอกหากผมจะตกหลุมรักเขาจริงๆ เข้าสักวัน






ผมไม่ได้ให้ความหวังเขานะ...แต่ผมให้ความหวังตัวเองต่างหาก ผมหวังว่าผมจะรักเขา ผมอยากรักแจบอม มันเป็นความอยากของผมและผมก็จะทำให้ได้





“ฉันโคตรเป็นห่วงนายเลย”






แจบอมละออกหลังจากตักตวงลมหายใจของผมไปเกือบหมด และบอกกับผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขารู้สึกยังไง สีหน้าของเขาแสดงออกมาให้เห็นหมดแล้ว






“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงขนาดนี้ แต่นายต้องเชื่อใจฉันนะว่าฉันไม่คิดจะทำเรื่องแบบนั้น” ผมยืนยันในสิ่งที่ผมคิดอีกครั้ง คราวนี้แจบอมพยักหน้ารับอย่างเร็ว





“โอเค ฉันเชื่อใจนาย”






พอรับปากเสร็จ อีกฝ่ายก็แสดงมุมร้ายกาจออกมาทันที เขาพลิกตัวให้ผมนอนหงาย ส่วนตัวเองก็คร่อมทับผมไว้ ร่างกายเราสองคนแนบชิดมากกว่าเดิมจนรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้น





นอกจากนั้นลมหายใจของเราก็เป่ารดรินกัน เป็นสื่อที่ทำให้เราละใบหน้าห่างกันไม่ได้อีกต่อไป แจบอมรุกล้ำ ในขณะที่ผมก็เต็มใจให้เขากระทำ เราโอนเอียงตามกันไปโดยไม่ได้สนใจเลยว่าเราต่างก็นอนอยู่กลางห้องนั่งเล่นของบ้าน






กระทั่งผมเริ่มเหนื่อย ผมจึงละใบหน้าออกจากอีกฝ่าย ผมหอบหายใจแรงกว่าปกติและเริ่มรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว พอมองไปยังแจบอมก็เห็นอีกฝ่ายส่งยิ้มมาให้ รอยยิ้มของเขาไม่มีความเศร้าเจือปนอยู่เลย ตอนนี้มีแต่ความสุขที่ผมเองก็สัมผัสได้





ผมยกมือขึ้นเกลี่ยผมด้านหน้าของอีกฝ่ายเบาๆ มองสำรวจทุกอย่างบนใบหน้าของแจบอม ลึกๆ ในใจผมก็รู้สึกผิดที่เคยทำตัวแย่ๆ ร้ายๆ ใส่ผู้ชายคนนี้ แต่อดีตมันแก้ไขไม่ได้ ผมจึงคิดจะชดเชยทุกอย่างในปัจจุบันให้แก่เขาแทน






“จำตอนนั้นได้ไหม ที่นายบอกว่านายจะชดใช้ทุกอย่างให้ฉัน”





ผมจำได้ดีว่าก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายๆ แจบอมได้พูดอะไรกับผม เขาสารภาพผิดในส่วนของตัวเองออกมาจนหมดและขอร้องให้ผมอภัยให้เขา เขาอยากจะชดใช้ในสิ่งที่ได้ทำลงไป แต่ตอนนั้นผมไม่ได้ให้คำตอบกลับไป






ตอนนั้นผมยอมรับว่าผมรู้สึกโกรธที่แจบอมก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำให้ผมเจ็บช้ำ แต่ตอนนี้ ผมคิดดูอย่างดีแล้ว แจบอมไม่ได้ผิดเลย มันไม่ใช่ความผิดของเขาและเขาก็ไม่ควรรู้สึกผิด





“จำได้และก็พร้อมจะชดใช้เสมอ” แจบอมขานรับ





“อือ ฉันก็มาคิดๆ ดูแล้ว ก็มีอย่างหนึ่งอยากให้นายชดใช้” ทันทีที่ผมพูดจบ แจบอมก็เลิกคิ้วถาม





“คงไม่ใช่การไล่ฉันออกจากชีวิตนายใช่ไหม?”






“ฮ่าๆ นี่นายกังวลเรื่องนั้นเหรอ?” ผมรู้ดีว่าแจบอมก็กลัวเรื่องนี้อยู่ลึกๆ ในใจ แต่ครั้งนี้ผมจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว





“แน่นอนสิ บางครั้งฉันก็แอบนึกว่าการที่นายหัวเราะได้ ยิ้มได้ และทำดีกับฉันเป็นเหมือนความสงบก่อนคลื่นจะซัด ฉันกลัวตลอดว่านายจะตัดฉันออกจากชีวิต”






แต่ก่อนผมไม่เข้าใจว่าทำไมแจบอมถึงกลัวว่าผมจะหายไปหรือจะไล่เขาตลอด แต่พอมาถึงตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น แจบอมต้องการให้ผมอยู่กับเขา มันไม่ใช่การเหนี่ยวรั้งหรือผูกมัด แต่เขาอยากให้ผมอยู่กับเขาด้วยความเต็มใจ เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงทำดีกับผมต่างๆ นานา มันไม่ใช่บ่วงหลอกล่อให้ผมตายใจ แต่มันคือความพยายามของผู้ชายคนหนึ่งต่างหาก และตอนนี้ผมก็รู้สึกเหมือนกับแจบอมในอดีต






บางทีผมก็แอบกลัวเหมือนกันว่าแจบอมจะทิ้งผม ตอนนี้ผมไม่เหลือใครแล้ว ตัวคนเดียวอย่างแท้จริง ที่พักพิงที่อื่นก็ไม่มี หากแจบอมทิ้งผมไป ผมคงต้องอยู่คนเดียวอีกครั้ง




ดังนั้นผมจึงพยายามรักษาแจบอมไว้ ไม่ใช่เพราะผมกลัวว่าจะต้องอยู่คนเดียวหรือต้องเหงาอีกครั้ง แต่ผมกำลังพยายามรักษากำลังใจของแจบอมไว้ ให้เขาอยู่กับผมจนกว่าวันที่ผมจะพูดคำว่ารักให้เขาฟัง





ผมหวังว่าแจบอมจะอยู่กับผมถึงตอนนั้น





“ฉันก็กลัวเหมือนกัน” ผมบอก แจบอมเลิกคิ้ว





“นายกลัวอะไร?”





“ฉันก็กลัวนายจะทิ้งฉันน่ะสิ ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันทำตัวไม่ดี ทำเรื่องแย่ๆ และทำนายเดือดร้อนมาตลอด ฉันก็กลัวว่านายจะเบื่อและทิ้งกัน ฉันไม่เคยกลัวแบบนี้มาก่อนเลย แต่ตอนนี้ฉันเริ่มกลัวแล้วจริงๆ ...”





ผมไม่ได้พูดเล่นๆ เพื่อให้อีกฝ่ายขำ และแจบอมก็รู้ดีว่าที่ผมพูดไปทั้งหมดคือความจริง เราต่างฝ่ายต่างเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะแจบอมจะเอ่ยขึ้นมาก่อน





“ไม่มีวัน...ฉันไม่มีวันทิ้งนาย” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่ลูบลงบนแก้มของผม





“ไม่รู้สิ เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ชีวิตไม่แน่นอนหรอกนะ”





ผมว่าผมโคตรบ้าเลยล่ะที่อยู่ดีๆ ก็มานั่งพูดเรื่องสัจธรรมชีวิตให้แจบอมฟัง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็คือเรื่องจริงไม่ใช่หรือไง ผมเพิ่งผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาและเรื่องพวกนั้นก็สอนสิ่งเหล่านี้ให้ผม เราควรอยู่กับปัจจุบัน อย่ายึดติดกับอดีตหรือคาดหวังอนาคตมากเกินไป





“ขอยืนยันอีกครั้งว่าฉันไม่มีวันทิ้งนาย เข้าใจไหมว่าฉันรักนาย รักมาก ถ้านายไม่อยู่ ฉันก็ไม่อยู่”





แจบอมพูดด้วยทีท่าจริงจัง ผมเชื่อว่าเขาพูดจริง แต่ผมกลับตีหน้านิ่งใส่เพราะผมอยากจะรู้ว่าเขาจะพูดอะไรออกมาอีกบ้าง





“...”






“เงียบแบบนี้หมายความว่าไม่เชื่อหรือไง? ฉันต้องพิสูจน์ใช่ไหมถึงจะเชื่อ บอกมาเลยว่าจะต้องทำยังไง ฉันพร้อมทำทุกอย่าง” แจบอมตื่นตูมเกินไปแล้ว ผมรู้ว่าเขาจริงจังเรื่องนี้เป็นพิเศษ ดังนั้นผมจึงยิ้มส่งไป






“ไม่ต้องหรอกนะ ไม่ได้พูดว่าไม่เชื่อสักหน่อย...”





“แปลว่าเชื่อ?”





“อือ ก็เชื่อแล้ว อย่าพานอกเรื่องจะได้ไหมล่ะ ส่วนเรื่องที่อยากให้นายชดใช้ ไม่สิ บางทีอาจจะเป็นภาระขอนายก็ได้...”





“...” แจบอมเงียบเพื่อฟังในสิ่งที่ผมกำลังจะพูด ใบหน้าของเขาแสดงถึงความไม่เข้าใจ





“ช่วยดูแลฉันไปตลอดเลยได้ไหม นี่ไม่ใช่คำสั่งแต่คือคำขอร้อง”





ผมไม่คิดจะสั่งให้แจบอมมาทำตามในสิ่งที่ผมต้องการอีกแล้ว และสิ่งที่พูดออกไปก็ไม่ใช่การให้แจบอมมาชดใช้ ผมเลือกที่จะขอร้องเขามากกว่า และก็แล้วแต่แจบอมว่าจะทำหรือไม่ แต่ดูจากอาการเมื่อครู่แล้ว คำตอบก็คงไม่ผิดจากที่ผมคิดหรอก





“ถึงนายไม่ขอ ฉันก็จะดูแลนายอยู่แล้ว ต่อให้นายอยากออกจากชีวิตฉัน ฉันก็จะไม่ให้นายไป เพราะฉันรักนายมากๆ เลยนะจินยอง ไม่ว่าจะพูดอีกกี่ครั้งคำตอบก็เหมือนเดิม”





เมื่อพูดจบแจบอมก็โน้มลงมาจูบที่หน้าผากของผมเบาๆ ก่อนจะละออกไป ผมช้อนตามองอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยคำที่ไม่ค่อยได้พูดเท่าไร





“ขอบคุณนะ”






“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นคำว่ารักได้ไหม?”





ผมนิ่งทันทีที่แจบอมพูดประโยคนั้นออกมา ผมรู้ว่าเขาพูดจริงๆ และผมก็เงียบใส่เขาอีกครั้งจริงๆ ไม่ได้แกล้งเล่นให้อีกฝ่ายใจฝ่อ ตอนนี้ผมยังไม่ได้รักแจบอม ผมมีแต่ความรู้สึกดีๆ ให้เท่านั้น และหากผมพูดว่าผมรักเขาออกไป มันก็คือคำโกหกไม่ใช่หรือไง ผมไม่อยากโกหกผู้ชายคนนี้อีกแล้ว





ผมเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหลบสายตาอีกฝ่าย และเอ่ยออกมาเบาๆ






“ฉันไม่ได้รักนาย” ผมรู้ดีว่าเมื่อผมพูดออกไปแล้ว แจบอมจะรู้สึกยังไง แต่แจบอมก็คือแจบอม เขาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ





“กะแล้วว่าต้องได้ยินคำนี้ ไม่เป็นไรหรอกนะ” เขาบอกกับผมด้วยน้ำเสียงปกติของเขา จากนั้นก็เกลี่ยเส้นผมของผมเล่นไปเรื่อยๆ ในหัวของผมตอนนี้คิดเพียงแต่ว่าต้องพูดอะไรบางอย่างให้แจบอมรู้สึกดีขึ้น





...ความในใจของผมดีไหม อย่างน้อยๆ ก็บอกให้เขารู้ว่าผมรู้สึกดีที่อยู่กับเขาน่ะ





“แต่นายทำให้ฉันมีความสุขนะแจบอม นายดีกับฉันมากเลย”





“...”






“ฉันคิดว่าสักวันฉันจะรักนายจริงๆ” พอผมพูดจบ แจบอมก็ตวัดสายตามาสบมองกัน จากนั้นก็ส่ายหน้าไปมา





“ถ้าฝืนใจก็ไม่ต้องหรอก ฉันพอใจที่จะรักนายแค่ฝ่ายเดียว”





“...” ผมเงียบเพื่อฟังสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะบอก





“สิ่งที่ฉันปรารถนาคือการได้เห็นนายทุกๆ วัน ไม่ต้องรักกันก็ได้ แต่อย่าหายไปไหนเลย”





ประโยคนี้ของแจบอทำให้หัวใจผมเต้นรัวและรู้สึกเจ็บหน่วง จะมีใครที่ดีกับผมได้เท่าแจบอมอีกเหรอ ผมคิดว่าในโลกนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิ่งที่แจบอมต้องการ ไม่ใช่ว่าผมทำให้เขาไม่ได้หรอก ผมทำให้ได้แน่ๆ




ผมก็อยากรักเขาอย่างที่ผมตั้งใจไว้





“มันไม่ใช่การฝืนใจหรอกนะแจบอม เพียงแต่ตอนนี้ความรู้สึกรักมันยังไม่โต นายไม่รู้หรอกว่าฉันคาดหวังอะไร”






คราวนี้เมื่อผมพูดจบ ผมก็ดันอีกฝ่ายให้ลุกออกไปและก็ยันตัวเองขึ้นนั่ง แจบอมหันมามองผมด้วยสายตานิ่งๆ แต่ปนไปด้วยคำถาม






“...”






“ฉันคาดหวังว่าฉันจะต้องรักนายให้ได้ เพราะฉะนั้นไม่ได้ฝืนใจเลยสักนิด ฉันก็แค่อยากรักนายให้ได้ก่อนแล้วค่อยบอกว่ารัก แบบนั้นดีกว่าไม่ใช่หรือไง?”





พูดจบผมก็สบตาอีกฝ่ายทันที แววตาของแจบอมในตอนนี้เต็มไปด้วยความสุขสมดีใจ และแววตานั้นของเขาก็ทำให้ผมยิ้มออกมาอีกครั้งจนได้ ผมดีใจนะที่ผมทำให้แจบอมมีความสุขได้แบบนี้ ผมรู้สึกว่าตัวเองยังมีค่าอยู่






แจบอมยื่นมือมาบีบจมูกผมเบาๆ การกระทำนี้เพิ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อไม่นานด้วยซ้ำ





“ไม่คิดจะเก็บไว้เซอร์ไพรส์เหรอ?”






“ทำไมต้องเก็บไว้ด้วยล่ะ ถ้าฉันไม่พูดออกมาตรงๆ ตอนนี้ คนที่จะวุ่นวายใจคือนายไม่ใช่หรือไง?”





“...”






“เราสองคนไม่ต้องมีเรื่องเซอร์ไพรส์ให้กันหรอก ขอแค่จริงใจ ใส่ใจ เชื่อใจก็พอ ชีวิตฉันตื่นเต้นมามากพอแล้ว ถ้าจะตื่นเต้นก็ขอแค่เรื่องบนเตียง”





ถึงผมจะกลายเป็นจินยองคนใหม่ในสายตาของทุกคน แต่ผมก็ยังมีนิสัยเดิมๆ ของตัวเองอยู่เหมือนกัน การพูดหรือการคิดหลายๆ อย่างยังคงตรงไปตรงมาและทำให้คนฟังอึ้งได้เสมอ




แน่นอนว่าพอจบประโยคเมื่อครู่นี้ แจบอมก็หัวเราะดังลั่น เขาหัวเราะด้วยความชอบอกชอบใจ ส่วนผมก็ไม่ได้รู้สึกอายหรือกระดากปากหรอกนะ เพราะสิ่งที่พูดคือเรื่องจริง





แจบอมหยุดหัวเราะและหันมาหาผม เขาทำหน้าหมันเขี้ยวใส่ก่อนจะขโมยหอมแก้มหนึ่งที




“เรื่องนั้นมันก็แน่อยู่แล้ว จากที่ผ่านๆ มาก็ตื่นเต้นไม่น้อย” ไม่ใช่แค่ผมหรอกมั้งที่ไม่อายน่ะ แจบอมก็ไม่แพ้กัน เขาพูดออกมาได้หน้าตาเฉยแถมยังหัวเราะชอบใจในคำพูดตัวเองอีก





แต่ก็เอาเถอะ ตอนนี้เราก็มีความสุขดี เอาเรื่องพวกนี้มาพูดเล่นกันบ้างก็ไม่เป็นไรหรอก




“หยุดเรื่องทะลึ่งไว้ก่อนเลย นี่ก็จะเย็นแล้ว รีบไปซื้อของสดมาทำอาหารเถอะ”





ผมบอกก่อนจะเงยหน้าดูนาฬิกาที่ผนัง แจบอมก็มองตามแล้วก็ขานรับในลำคอ จากนั้นก็วิ่งขึ้นไปชั้นบนและกลับลงมาในเวลาไม่นาน





“ห้ามทำอะไรแผลงๆ อีกนะ จะรีบไปรีบกลับ” เขากำชับผมอีกครั้งเพราะกลัวว่าผมจะทำเรื่องประหลาดๆ อีก ผมก็เลยพยักหน้ารับไปเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ





“โอเค ฉันจะนั่งอยู่เฉยๆ จนกว่านายจะกลับมา” คำสัญญาของผมทำให้แจบอมยิ้มขำ จากนั้นไม่นานเขาก็ขับรถออกไป ผมมองตามรถของอีกฝ่ายจนหายลับไปกับตา จากนั้นก็เดินกลับเข้ามาในบ้าน





ผมก้มลงเก็บเชือกไนลอนและเก็บบันไดพับไปไว้หลังบ้านตามเดิม จากนั้นก็มานั่งที่โซฟาตัวเดิมและมองไปยังผนังห้องสีขาวว่างเปล่า





ผมไม่ได้มองผนังแล้วคิดถึงเรื่องในอดีตอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้ผมนั่งมองผนังและกำลังคิดอยู่ว่าจะวาดรูปอะไรลงไปดี




บางทีอาจจะเป็นรูปแจบอมตอนเผลอก็ได้ วาดเอาไว้นั่งดูเล่นๆ ผมจะได้ตกหลุมรักเขาไวๆ




ผมชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้ ชอบที่ตัวเองไม่ต้องคิดมาก ชอบที่ตัวเองยิ้มออกมาได้ง่ายดายโดยที่ไม่รู้สึกขัดใจ ชอบที่ผมสามารถทำทุกอย่างเพื่อใครอีกคนได้




หากผมรักแจบอมจากใจได้จริงๆ แจบอมก็จะไม่ต้องถามหาความรักจากผมอีก เขาจะได้ไม่ต้องมานั่งเจ็บช้ำหรือนั่งรอในสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ผมเองก็จะได้สบายใจที่ไม่เป็นฝ่ายเอาเปรียบแจบอมในเรื่องความรัก




ต้องขอบคุณโชคชะตาร้ายๆ ของผมล่ะมั้งที่ทำให้คนแบบผมได้คนดีๆ แบบแจบอมมาอยู่ข้างๆ กัน ถึงโชคชะตาจะโหดร้ายมากๆ แต่ก็คุ้มที่ทำให้ผมเริ่มคิดจะรักใครสักคนอย่างจริงจัง







 

ความรักไม่ใช่เรื่องโง่เง่าสำหรับผมอีกต่อไป




 

แต่ความรักคือสิ่งที่มีค่ามาก...สำหรับผม





 

 

…THE END…












สำหรับเรื่องรวมเล่ม เหม่ยแจ้งรายละเอียดไว้ทุกช่องทางแล้ว ใครสนใจสามารถสั่งจองได้เลยนะคะ ถ้ามีข้อสงสัยก็ทักมาหาเหม่ยได้ค่ะ เหม่ยยินดีตอบทุกคำถามของทุกคนนะคะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1310 Lunyes (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 20:10
    คือดีย์อ่า ในที่สุดจินยองก็พยายามลืมอดีตและอยู่กับปัจจุบัน และเริ่มเปิดใจให้แจบอมเพื่อที่จะอยู่อย่างมีความสุขซะที ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ
    #1,310
    0
  2. #1283 Defnan (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 07:41

    ฮืออออ ประทับใจ จบแล้ว

    #1,283
    0
  3. #1273 greattiee (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 12:37
    ถ้ามี SS2 จะดีมากนะไรท์ Please!!!
    #1,273
    0
  4. #1270 KaifahPapitchaya (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 20:51
    บันทึก 29/06/61 เวลา20:50 อ่านจบบบแล้วจ้า ลุ้นตลอดเมื่อไรน้าจินยองจะเปิดใจ
    #1,270
    0
  5. #1265 downdoii (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 08:39
    ลุ้นมาตั้งแต่ต้นเรื่อง ในที่สุดก็เข้าใจความรักสักทีนะจินยอง มีความสุขแล้ว ดีใจด้วยจริงๆ
    #1,265
    0
  6. #1261 _metidd_ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 12:46
    จบแฮปปี้สิน้าาาาาา ฮืออออออออ ดีใจจังค่ะ แจบอมคนดีแจบอมน่ารักกับจินยองเสมอเลย ขอบคุณค่ะขอบคุณที่จบแบบนี้55555 ^0^~
    #1,261
    0
  7. #1260 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 13:05
    แปะๆ ดีใจกับทั้งสองคนด้วยค่ะ ก้าวไปด่านต่อไปแล้วสักทีเนอะ จินยองเริ่มกล้าที่จะรักแล้วด้วยเป็นเรื่องที่พระเอกบทน้อยมากค่ะแต่ถือว่ามีบทบาทสำคัญเป็นคนที่อยู่ข้างๆ เป็นที่พักพิงของจินยองได้เสมอ แถมจิตใจพี่ยังอบอุ่นอ่อนโยนและซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองมากๆ อีก ทุ่มเทมากจริงๆ รักกกกก เชื่อว่าแค่มีแจบอมอยู่ข้างชีวิตต่อจากนี้ของจินยองจะมีความสุขได้แน่ๆ เหมือนไม่มีอคติใดมาขว้างกั้นทั้งสองคนแล้ว แงงงงง้ พูดแล้วน้ำตาจะไหล ดีใจกับจินยองจริงๆ แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าทางมาร์คกับแจ็คสันเป็นยังไงบ้าง จะตั้งตัวเริ่มต้นไหมได้รึยังไม่มีใครมาบงการชีวิตอีกแล้วด้วย
    #1,260
    0
  8. #1232 โจอี (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 11:27
    จบแล้ว แฮปปี้เอนดิ้งในที่สุด หลังจากฝ่าฟันอุคสรรคมาเกือบทุกตอน กว่าจะแก้ปมได้ กว่าจินยองจะเปิดใจ
    ขอบคุณนะคะที่เขียนฟิคดีๆแบบนี้มาให้อ่าน เป็นกำลังใจให้ในฟิคเรื่องต่อๆๆๆ ไปนะคะ
    #1,232
    0
  9. #1213 shierichi (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 09:55
    เรื่องนี้ดีงามมากค่ะ เราเจอเมื่อวานเรารีบอ่านเลย ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆแบบนี้นะคะ หลากอารมณ์มาก
    #1,213
    0
  10. #1181 ChoBBam (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 00:55
    เรื่องนี้สนุกมากค่ะ อ่านแล้วติดเลยอ่ะ ไม่อยากจะหยุดอ่านเลย
    เป็นเรื่องซับซ้อน หลายปม(นยอง)ไปหมด
    ดีมากจริงๆค่ะ ไรท์เก่งมากกกกก
    #1,181
    0
  11. #1180 มะเอยเนย (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 09:26
    ยอมรับว่าซึ้งมาก ฮื่อ มีตอนน่ารักๆ เพียบเลย แงงง หนูชอบม๊าดดด
    #1,180
    0
  12. #1161 Cadillacj11 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:33
    เขียนตอนจบได้ดีมากๆเลยคะ
    #1,161
    0
  13. #1160 Edward Wong Hau (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 00:40
    ชอบตอนจบมากเลย รู้สึกถึงความอบอุ่นจริงใจที่ทั้งคู่มีให้กัน ชอบมากเลยค่ะ
    #1,160
    0
  14. #1159 ออมม่า (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 20:24
    มาหวานเอาตอนสุดท้าย เสียดายจัง
    #1,159
    0
  15. #1158 nookcin (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 15:53
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ นะคะ รอติดตามเรื่องต่อๆ ไปค่า ;-;
    #1,158
    0
  16. #1157 Gale9 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 11:35
    ฮือออ จบแล้ววว ขอบคุณเหม่ยที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ ชอบเรื่องนี้มากๆ เหม่ยเก่งมาก จะติดตามผลงานต่อไปเรื่อยๆ อย่าเพิ่งทิ้งรีดเดอร์ไปเน่ออออ รักเหม่ย
    #1,157
    0
  17. #1156 ispoposa (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 10:55
    จบแล้วหรอ ฮือออ ชอบเรื่องนี้มากค่ะชอบอ่านนิยายแนวนี้มากกกก ชอบคาแรกเตอร์ของจินยองกับแจบอมมากเลย เหม่ยแต่งเก่งมากกก^~^
    #1,156
    0
  18. #1155 VivianMT2 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 04:48
    เลาหยักจาโบกว่า.... รักคู่นี้จัง. รักเหม่ยด้วย
    #1,155
    0
  19. #1154 bibimbua (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 22:57
    ฮรือออ มีความสุขกันได้ซักที ดีใจแทนทั้งคู่ที่ผ่านความเจ็บปวดมาได้แล้ว
    #1,154
    0
  20. #1153 Kiewzendro (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 22:27
    จบสวยย
    #1,153
    0
  21. #1152 Warabiw (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 21:10
    งื้มมมมม ดีใจมากก ขอให้ความตั้งใจของจินยองประสบผลสำเร็จไวๆนะ //ที่สำคัญต้องขอบคุณไรท์ มากๆเลยนะ รู้ว่ามันไม่ใช่ง่ายๆที่ได้มาในแต่ละบทแต่ละตอน ขอบคุณสำหรับความตั้งใจ เป็นกำลังใจให้ต่อไปนะจ๊ะไรท์
    #1,152
    0
  22. #1151 deffang (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 19:39
    สวยงามมากเลยค่ะ อ่านไปยิ้มไป
    #1,151
    0
  23. #1150 AkazawaKirika (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 19:24
    ...feel good
    ขอบคุณสำหรัยนิยายดีๆค่ะ...จะเก็บไว้ในใจตลอดไปเลย
    #1,150
    0
  24. #1149 SN2544 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 18:35
    จินยองรักแจบอมเร็วๆนะ
    ขอบคุณนิยายดีๆค่ะไรท์
    #1,149
    0
  25. #1148 cinncookie (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 18:02
    จบแล้ว เราตามเรื่องนี้มานานขนาดนี้เลยหรอเนี่ย รู้สึกขอบคุณไรท์จริงๆนะคะที่เขียนเรื่องดีๆอย่างนี้ขึ้นมา จะติดตามเรื่องอื่นๆต่อไปค่ะ
    #1,148
    0