จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 27 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.26 [อัพครั้งที่2] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    22 ธ.ค. 60

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา





| EP.26 |

ทำไมรอบกายผมถึงมืดมัวแบบนี้ ผมหันไปทางซ้ายและขวาก็พบว่าทางข้างหน้ามีแต่ความมืดสนิท รู้สึกถึงอากาศหนาวเย็นที่แผ่ซ่านอยู่รอบกาย หนาวจนผมต้องยกแขนขึ้นมากอดตัวเองเอาไว้


ผมค่อยๆ ก้าวเท้าไปข้างหน้า ก้าวเดินไปเรื่อยๆ เพื่อหาทางออกให้กับตัวเอง แต่เมื่อยิ่งเดินไปก็รู้สึกว่าหนทางไม่มีสิ้นสุด ซ้ำอากาศก็หนาวกว่าเดิมจนผมหายใจไม่ออก


“จินยอง...”


เสียงเรียกชื่อผมดังแว่วมาให้ได้ยิน น้ำเสียงทุ้มที่ผมคุ้นเคยอย่างดี แต่ผมไม่แน่ใจว่าคือเสียงของใครกันแน่ เสียงนั้นยังคงเรียกผมอยู่ซ้ำๆ จนผมอยากรู้ว่าเป็นใครกัน ผมจึงตัดสินใจวิ่งตามเสียงนั้นไปโดยไม่สนใจความมืดมิดที่เป็นอุปสรรค


“อ๊ะ...” ผมวิ่งมาได้ไม่เท่าไรก็ต้องหยุดเท้าเพราะรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด เหมือนมีเศษแก้วหรือหนามแหลมคมทิ่มแทงฝ่าเท้าของผม เจ็บปวดจนผมต้องทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น


แต่แล้วจู่ๆ ความเจ็บปวดก็หายไปและแสงสว่างลิบหลี่ก็มาแทนที่ หนทางข้างหน้าของผมมีแสงสว่างนำทางแล้ว แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจว่านั่นคือทางออกจริงๆ หรือเปล่า


“จินยอง...”


เสียงคุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้น้ำเสียงฟังดูโศกเศร้ามากกว่าเดิมเสียอีก ผมที่นั่งอยู่กับพื้นได้แต่มองซ้ายมองขวาเพื่อหาต้นตอของเสียง แต่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เจอแต่ความว่างเปล่า


ไม่เห็นมีใครเลย


“ใคร...ใครเรียกฉัน” ผมลองเอ่ยถามออกไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเงียบ จากนั้นไม่นานกลิ่นคาวเลือดที่ผมเกลียดมากที่สุดก็ค่อยๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ


ผมทนกลิ่นคาวแบบนี้ไม่ไหวจึงพยายามลุกขึ้นและเดินไปหาแสงสว่างที่อยู่ห่างออกไป ผมรีบเดินให้เร็วที่สุดแต่ก็ไม่ทันใจจึงเปลี่ยนมาเป็นวิ่งแทน


ผมวิ่งเร็วที่สุดในชีวิต แต่แสงสว่างนั้นก็ยิ่งลอยห่างออกไป ยิ่งผมวิ่งตามก็ยิ่งห่างไปเรื่อยๆ พยายามยกมือเพื่อคว้าจับ แต่ผมก็แตะต้องได้แต่อากาศที่ว่างเปล่า


“ช่วยด้วย! ใครอยู่ตรงนั้น ช่วยด้วย!


จู่ๆ ผมก็เกิดรู้สึกกลัวขึ้นมา จึงตัดสินใจตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ผมตะโกนออกไปจนสุดเสียงที่มี แต่ความรู้สึกเหมือนผมพูดแค่เบาๆ


ไม่มีใครเข้ามาช่วย ไม่มีเสียงตอบกลับ ทุกอย่างว่างเปล่าและเงียบเหงา


ผมทรุดตัวนั่งลงที่พื้นอีกครั้ง จากนั้นก็กอดเข่าทั้งสองข้างเอาไว้และซบหน้าลงไป เป็นแบบนี้อีกแล้ว เมื่อไรที่ผมต้องการความช่วยเหลือจะไม่มีใครมาช่วยผมเลยสักคน ผมต้องโดดเดี่ยวแบบนี้อีกแล้วเหรอ


“จินยอง...”


เสียงคุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้งและเป็นเหมือนความหวังของผม ผมรีบเงยหน้าและมองตามเสียงนั้นไปทันที ครั้งนี้ผมเห็นแผ่นหลังของใครสักคน แผ่นหลังกว้างที่เดินนำหน้าอยู่ เขากำลังเดินนำไปเรื่อยๆ จนผมต้องรีบลุกขึ้นและวิ่งตามเขาไป


“นั่นใครน่ะ รอก่อน!


ผมตะโกนเรียกเขาและวิ่งตามไป อีกแค่นิดเดียวผมก็จะคว้ามือของอีกฝ่ายได้แล้ว แต่ทุกอย่างก็ต้องพังทลาย เมื่อผมก็เจ็บที่หน้าอกอย่างรุนแรงจนไม่มีกำลังจะวิ่งต่อ


ร่างของผมล้มลงสู่พื้นอีกครั้งและผมก็ได้แต่นอนมองใครอีกคนเดินห่างไปเรื่อยๆ ห่างไปจนมองไม่เห็นอีกเลย




 


เฮือกก!!


ปึก กึก!!


ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่หน้าอกข้างซ้ายของผมอย่างรุนแรง เจ็บปวดกว่าเมื่อครู่เป็นร้อยเท่าพันเท่า เจ็บปวดจนหายใจติดขัดจนต้องคว้ามือหาตัวช่วย


“จินยอง...” เสียงนี้อีกแล้ว เสียงคุ้นเคยนี้ดังอยู่ไม่ไกลนักก่อนที่ผมจะได้รับสัมผัสอุ่นๆ ที่ฝ่ามือและข้างแก้ม อุ่นจนผมสงบลงได้และลืมตาขึ้นมอง


“จะ...แจบอม”


เขาคือคนแรกที่ผมเห็นเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้ว แจบอมยืนอยู่ข้างเตียงและมองผมด้วยสายตาเป็นห่วง เขาจับมือของผมไว้แน่นและเอื้อมไปกดปุ่มข้างเตียง


“ดีจังที่นายฟื้นแล้ว เดี๋ยวหมอจะมาแล้ว รอก่อนนะ” แจบอมบอกเร็วๆ อย่างคนกำลังดีใจและยืนอยู่กับผมจนกระทั่งหมอเข้ามา จริงๆ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีหมอและพยาบาลเข้ามาหลายคน ทำไมผมถึงนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ทำไมผมถึงเจ็บที่หน้าอกมากขนาดนี้


ภาพสุดท้ายที่ผมจำได้ก็คือ...แจบอมอุ้มผม


หมอและพยาบาลตรวจร่างกายของผมเสร็จก็พากันเดินออกไป ผ่านไปสักพักแจบอมก็เดินเข้ามา เขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงและจับมือผมไว้เหมือนเดิม ความเงียบเข้ามาแทนที่และดำเนินต่อไป แจบอมเงียบไม่พูดอะไรแถมสีหน้ายังดูกังวลจนผมนึกสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังจับมือผมไว้


“แจบอม” ผมตัดสินใจทำลายความเงียบโดยการเรียกชื่ออีกฝ่าย แจบอมหันมาสบตากับผมโดยทันที


“หื้ม?”


“เกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันเป็นแบบนี้ แล้วกันต์ล่ะ กันต์เป็นยังไงบ้าง?” เหมือนว่าความจำบางส่วนของผมจะหายไป สิ่งที่ผมจำได้คือกันต์ถูกยิงและล้มลงต่อหน้าต่อตาผม จากนั้นผมก็คุยกับมาร์ค ใช่ มาร์ค...


“...”


“แล้วมาร์คล่ะ มาร์คอยู่ไหน?” ผมไม่ได้เป็นห่วงมาร์คเลยสักนิด แต่ผมกำลังคิดว่าก่อนที่ผมจะจำอะไรไม่ได้ ผมได้ทำอะไรกับมาร์คหรือเปล่า ผมยิงเขาหรือเปล่า เขาตายอย่างที่ผมตั้งใจหรือเปล่า


หากไม่ใช่อย่างที่ผมคิด ผมคงนอนเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้


“ฟังนะจินยอง...” แจบอมเอ่ยเสียงเบา “ไม่ต้องคิดถึงคนอื่นหรอก ไม่มีใครตายทั้งนั้น” พอได้ฟังที่แจบอมพูดออกมา ผมก็รู้สึกไม่พอใจ ไม่มีใครตาย งั้นก็แปลว่ามาร์คก็รอดไปน่ะสิ


“ทำไมมาร์คไม่ตาย? ทำไมนายไม่ฆ่าเขา แจบอม...ทำไมนายไม่จัดการมาร์คซะ!!” จะบอกว่าผมเสียดายมันก็ใช่ การที่รู้ว่ามาร์คไม่ตายทำให้ผมผิดหวังมาก ผมคิดว่าผมจะไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นเสียไปเปล่าๆ แต่เหมือนว่าตอนนี้ทุกอย่างมันไม่มีอะไรเลย


“เราไม่ควรฆ่าใครทั้งนั้นจินยอง หยุดคิดเรื่องพวกนี้และสนใจตัวเองบ้าง นายรู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นห่วงนายแค่ไหน รู้หรือเปล่าว่าฉันกลัวจะเสียนายไปน่ะ...”


น้ำเสียงที่แจบอมเอ่ยออกมามีแต่ความผิดหวังและเสียใจ สายตาที่เขามองผมสื่อออกมาอย่างชัดเจนว่าเขารู้สึกตามที่พูด และเมื่อผมจ้องมองสายตาคู่นั้น ผมก็ไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้อีกเลย


ผมชักมือที่แจบอมจับอยู่ออกมา จากนั้นก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาจนปิดหน้าอก จากนั้นก็เอ่ย


“ฉันอยากนอน” แค่นั้นผมก็หลับตาลงไม่รับรู้อะไรอีก แต่ถึงผมจะทำเป็นเฉยชาใส่แจบอม ผมก็ยังรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ไปไหนเลย ผมไม่ได้ยินเสียงขยับตัว ไม่ได้ยินเสียงอะไรเคลื่อนไหว รอบกายของผมนิ่งเงียบมากๆ จนสุดท้ายผมก็ตัดสินใจลืมตาขึ้นมอง


แจบอมยังคงยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับมองผมด้วยสายตาแบบเดิม สายตาที่เต็มไปด้วยความน่าสงสาร ผิดหวัง เสียใจ


“นอนเถอะ” พอเราสบตากัน แจบอมก็เป็นฝ่ายบอกให้ผมนอนเสียเอง เขาเอื้อมมือมาดึงผ้าห่มคลุมให้ถึงลำคอของผม จากนั้นก็ทำท่าจะเดินห่างออกไป


ผมก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ จู่ๆ ก็เอื้อมมือไปดึงแขนแจบอมไว้ แรงที่ผมส่งไปให้อีกฝ่ายมันเบามากจนแจบอมรีบชะงักและประคองผมไว้


“อย่าไปไหน” ผมอาจจะเบลอหรืออาจจะเป็นบ้าไปแล้วก็ได้ที่พอเห็นสายตาหลากหลายอารมณ์ของแจบอมแล้วผมก็ใจอ่อน ผมไม่ควรเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ แต่ต่อให้ผมคิดแย้งยังไง ปากของผมก็ไปไวกว่าสมองแล้ว


“ไม่ไปไหนหรอก นอนซะ” แจบอมสัญญาและลูบแก้มผมเบาๆ จากนั้นก็เลื่อนขึ้นมาสางเส้นผมด้านหน้าช้าๆ สัมผัสนุ่มนวลของอีกฝ่ายทำให้ผมยอมหลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง


นิทราที่มีแต่ฝันร้าย


ผมฝันเรื่องเดิมๆ อีกแล้ว ความฝันที่เหมือนความจริงทุกอย่าง ผมฝันเห็นครอบครัวของตัวเองเมื่อแปดปีก่อน ผมเห็นแม่กำลังทำขนมที่ผมชื่นชอบ ผมเห็นพ่อกำลังวาดแผนผังเมืองของเล่นให้ผม ผมได้ยินเสียงตัวเองหัวเราะอย่างดีอกดีใจ


ตอนนั้นผมมีความสุขมากเลย


แต่ความสุขอยู่กับผมไม่นาน ไม่ว่าจะในชีวิตจริงหรือความฝัน ภาพที่ผมไม่เคยลืมปรากฏขึ้นอีกครั้ง ผมจำได้ว่าบรรยากาศรอบกายตอนนี้คือบรรยากาศในวันคล้ายวันเกิดปีที่สิบสามของผม ผมรีบกลับมาที่บ้านเพื่อฉลองวันเกิด


พ่อกับแม่สัญญาว่าจะให้ของขวัญกับผม ผมคิดว่าพ่อจะต้องซื้อรถบังคับให้ผม ส่วนแม่ก็ต้องซื้อชุดเครื่องเล่นเกมมาแน่ๆ


แต่เมื่อผมเดินเข้ามาในบ้าน ความเงียบเท่านั้นที่ผมพบเจอ ผมเห็นอาหาร เครื่องดื่มและขนมวางอยู่บนโต๊ะในครัว แต่ผมไม่เห็นพ่อกับแม่เลย ผมในวัยสิบสามปีคิดเพียงแค่ว่าพ่อกับแม่อาจจะเซอร์ไพรส์ผมก็เป็นได้ ผมจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านด้วยความหวังที่ว่าจะได้เจอเรื่องน่ายินดี...


...ไม่มีสักอย่างเลยต่างหาก ผมไม่พบเรื่องน่ายินดีอะไรทั้งนั้น สิ่งที่ผมพบเจอคือความเลวร้ายที่สุดในชีวิต วันคล้ายวันเกิดปีที่สิบสามของผมคือวันที่ครอบครัวของผมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


ในฝันที่โหดร้าย เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ครู่เดียวผมก็อายุสิบห้าปี ชีวิตแต่ละวันที่ผ่านพ้นไปช่างจำเจและไม่สนุกอีกต่อไป ผมไปโรงเรียน กลับบ้าน ทำการบ้านและเข้านอน มีบ้างบางวันที่จะได้เจอหน้าพ่อและพูดคุยกัน


ประโยคที่เราสองคนพ่อลูกพูดให้กันและกันคือ...


“พ่อรักจินยองนะ”


“ผมก็รักพ่อ”


เราสลับกันบอกรักและเชื่อมั่นว่าเราจะมีชีวิตผ่านเรื่องเลวร้ายนี้ไปได้ แต่แล้ววันที่ผมไม่คิดว่าจะมีก็มาถึง ผมสูญเสียพ่อที่ผมรักมากที่สุดไป พ่อเดินทางไปยังที่ไกลแสนไกล โดยทิ้งผมไว้คนเดียว


ชีวิตหลังจากนั้นโดดเดียวและลำบาก ผมต้องลองผิดลองถูกเองทุกอย่าง ไม่มีคำชี้แนะจากใครเลยสักคน ผมเข้าใจคำสุภาษิตที่ว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนอย่างถ่องแท้


แต่ผมก็ยังหวังว่าแม่จะกลับมาหาผม


จนกระทั่งผมอายุสิบแปดปี วันที่ผมเรียนจบมัธยมปลาย ความฝันต่อจากนี้คืออะไรผมก็ไม่รู้ ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรเดินไปทางไหน เงินที่พ่อทิ้งไว้ให้มากมาย ผมสามารถเอาไปทำอะไรได้บ้างล่ะ


แต่ผมก็ยังไม่ทันได้คิดวางแผน ผู้ชายที่ผมรู้จักผ่านๆ ก็เข้ามาในชีวิตของผม


อิม แจบอม...ผมไม่รู้ว่านี่คือความบังเอิญหรือเป็นเจตนาของเขา


แต่ก็เป็นแจบอมนั่นแหละที่เปลี่ยนชีวิตของผมไป ผมไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือโง่ที่ทนอยู่กับคนแบบผม เขาอาจจะโง่ก็ได้ที่ยอมให้ผมเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขามาโดยตลอด


แจบอมคือคนที่โง่ที่สุด...เพราะเขาเชื่อว่าความรักมีจริง


ความรักงั้นเหรอ? มันคือเรื่องโกหกไม่ใช่หรือไงกัน


ภาพทุกอย่างในความฝันตีรวนและซ้อนทับกันจนผมแยกไม่ออก บางเหตุการณ์ผมก็ลืมเลือนไปแล้ว บางเหตุการณ์ผมก็จำมันได้ดี แต่ทุกๆ เหตุการณ์ล้วนเกิดขึ้นในชีวิตผม


ชีวิตที่แสนบัดซบนี้...ผมไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว



*



“จินยอง! จินยอง!


ผมสะดุ้งตื่นอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อของผมดังขึ้น พอลืมตาขึ้นมาก็เจอใบหน้าของแจบอมที่ดูตื่นตกใจเป็นอย่างมาก ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาจับอยู่ที่ต้นแขนของผมไว้แน่น


"...” ผมพูดอะไรไม่ออก รู้สึกตกใจกับความฝันและเสียงเรียกของแจบอมที่ดัง ไม่นานสีหน้าของแจบอมก็เปลี่ยนมาเป็นโล่งอก เขาดูโล่งใจมากที่ผมลืมตามองเขาอีกครั้ง


“ฉันนึกว่านาย...” แจบอมพูดไม่จบประโยคเลยด้วยซ้ำ เขาก้มหน้าลงซบกับหน้าท้องของผม เนินนานกว่าจะพูดออกมาอีกประโยค “...นึกว่านายจะทิ้งฉันไป”


“ทิ้ง?” ผมถามกลับทันที อะไรที่ทำให้แจบอมคิดแบบนั้น ผมมองไปรอบๆ ตัว ห้องพักกว้าง มีแค่ผมและแจบอม บรรยากาศเงียบสงบ แจบอมหายใจหนักๆ หลายครั้งและเงยหน้ามาสบตากับผม


“นายหลับลึกจนฉันกลัว” ผมเห็นแววตาที่สั่นไหวปะปนไปด้วยความหวาดกลัวของแจบอม สิ่งที่เขาพูดและการแสดงออกของเขาไม่ได้สวนทางกันเลย และผมก็เชื่อในสิ่งที่เขาพูด


“ฉันก็แค่ฝันร้าย ฝันร้ายมากๆ” เมื่อพูดจบผมก็ได้รับสัมผัสอบอุ่นจากแจบอม เขาลูกหน้าผากผมเป็นการปลอบใจ จากนั้นก็ลูบแก้มพร้อมกับส่งสายตาอ่อนโยนมาให้


“ลืมฝันร้ายพวกนั้นไปเถอะนะ ตอนนี้นายมีฉันแล้ว ฉันจะปกป้องนายเอง” ผมยิ้มให้กับคำพูดน้ำเน่าของแจบอม ผมยอมรับก็ได้ว่าผมรู้สึกดีมากๆ ที่แจบอมสัญญาออกมาแบบนี้


ผมในสภาพนี้น่าสมเพชที่สุด ไม่มีแรงที่จะดื้อหรือหยิ่งยโสแล้ว


“งั้นเหรอ? ดูแลฉันเหรอ? แล้วตัวนายล่ะ...ดูแลตัวเองบ้างหรือเปล่า?” ถึงผมจะเพิ่งฟื้น แต่ผมก็สังเกตแจบอมเหมือนกัน สภาพเขาตอนนี้ดูโทรมลงไปเยอะเลย อาจจะเพราะเขาเครียด กลัว และอะไรหลายๆ อย่าง สภาพเขาเลยเป็นแบบนี้


พอผมพูด แจบอมก็ยกยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา


“ฉันไม่เป็นไรเลย ไม่เป็นไรจริงๆ” ผมรู้ว่าเขาโกหกผมอยู่ จะไม่เป็นไรได้ยังไงในเมื่อสีหน้าของเขาแสดงออกว่าเหนื่อยล้าเต็มทน


“โกหกน่า นายควรจะกลับไปจัดการตัวเอง พักผ่อน แล้วค่อยกลับมาหาฉัน” ผมไม่ได้ไล่ให้แจบอมออกไปจากชีวิตผมซะหน่อย แต่เขากลับทำหน้าเหมือนผมไล่เขา ท่าทางอิดออดและอ้อนวอนนั่นทำให้ผมต้องยิ้มขำ


“...”


“กลับไปอาบน้ำแล้วค่อยมาหาฉันก็ได้ นะ”


แน่นอนว่าได้ผลดี แจบอมพยักหน้าและกลับไปจัดการตัวเองอย่างที่ผมบอกจริงๆ พอลับหลังเขาแล้วผมก็พ่นลมหายใจออกมา ผมต้องการอยู่คนเดียวสักพักเพื่อทบทวนทุกอย่าง...ผมต้องการจบทุกอย่าง


ขณะที่ผมนอนคิดอะไรไปเพลินๆ พยาบาลสาวก็เดินเข้ามาเช็ดตัวและวัดไข้ให้ผม ผมปล่อยให้เธอจัดการตัวผมตามสบาย ขณะนั้นเองผมก็เห็นสมุดเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะและผมก็อยากรู้ว่ามันคือสมุดอะไร


“ช่วยหยิบสมุดเล่มนั้นให้ผมได้ไหมครับ?” ผมบอกพยาบาลออกไปและเธอก็เต็มใจทำให้ผม พอผมรับสมุดนั้นมาแล้ว ผมก็ก้มลงอ่าน...


บันทึกจินยอง


ผมสงสัยนิดหน่อยเมื่อตัวอักษรที่หน้าปกเขียนไว้แบบนั้น ความอยากรู้ทำให้ผมเปิดอ่านสมุดเล่มนี้ทันทีเมื่อพยาบาลเดินออกไปแล้ว ความเงียบและว่างเปล่าในห้องล้อมตัวผมไว้ พร้อมกับความรู้สึกแตกร้าวภายในใจ


ผมไม่ใช่ลูกของพ่องั้นเหรอ?






 

[JAEBUM PART]


ผมนึกมาตลอดทางเลยว่าผมลืมอะไรไป และผมก็นึกออกเมื่อกลับมาถึงบ้านของผม สมุดบันทึกของคุณอาอยู่ที่โรงพยาบาลและอยู่ในห้องพักที่จินยองพักฟื้นอยู่ ทันทีที่ผมนึกออก ผมก็รู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา ผมจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วและกลับไปที่โรงพยาบาล


ทันทีที่ผมเปิดประตูห้องเข้ามา ผมก็ต้องยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น จินยองเงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมกับน้ำตาที่นองหน้า ใบหน้าของเขาแดง ดวงตาบวมช้ำและเต็มไปด้วยคำถาม


จินยองแสยะยิ้มให้ผมและชูสมุดบันทึกในมือให้ผมดู


“มันหมายความว่ายังไงเหรอ?” เขาร้องไห้ สะอื้น และเอ่ยถามผมไปพร้อมๆ กัน คำถามของจินยองทำให้ผมหาคำตอบไม่ได้ ผมได้แต่ยืนนิ่งอยู่แบบนี้ ยืนเป็นไอ้โง่ที่ทำอะไรไม่ถูกสักอย่าง “นายกำลังเล่นอะไรเหรอแจบอม...นายกำลังสนุกกับการปั่นหัวฉัน นายพอใจที่เห็นฉันเป็นบ้าเหรอ? นายทำแบบนี้กับฉันทำไม?”


ปึก!!


จินยองถามคำถามมากมายกับผมและปาสมุดเล่มนั้นลงพื้นอย่างแรง มันชัดเจนอยู่แล้วว่าสมุดที่จินยองอ่านคือบันทึกของคุณอา และผมก็ยังยืนโง่ตอบอะไรเขาไม่ได้สักอย่าง


“...”


“ไหนบอกว่าหวังดีกันฉันนักหนาไง แล้วการที่ทำแบบนี้ มันต่างจากคนอื่นตรงไหน!!?” จินยองสติหลุด เขาอาละวาดยกใหญ่ ทั้งหมอน ผ้าห่มถูกปาลงพื้นหมดทั้งๆ ที่เขาเพิ่งฟื้น จากนั้นจินยองก็พุ่งเป้าไปที่สายน้ำเกลือที่หลังมือ


เขาทำท่าจะกระชากมันออกผมจึงรีบวิ่งเข้าไปและกอดเขาเอาไว้


“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะจินยอง มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด” ผมกอดจินยองที่ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ กอดเขาไว้แน่นเพื่อให้เขาสงบลง แต่จินยองก็ยังพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมอขนของผม เขาดิ้นแรงจนสายน้ำเกลือที่หลังมือหลุดและเลือดก็ไหลออกมา


“ออกไป จะไปตายที่ไหนก็ไปเลย!! ฉันเกลียดนายที่สุดเลยแจบอม ออกไปจากชีวิตฉันสักที” จินยองผลักผมออกและขยับตัวหนีไป เขาจ้องหน้าผมด้วยสายตาที่โกรธแค้นและตะโกนไล่กันเหมือนเมื่อก่อน จากนั้นเขาก็ร้องไห้อย่างหนัก


แต่ผมก็ยังอยู่ที่เดิมนี่แหละ ผมจะไม่ยอมถอดใจเพราะเรื่องแค่นี้หรอก ยังไงผมก็ต้องอธิบายให้จินยองเข้าใจ


“ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน...ฉันเพิ่งรู้” ผมกลั้นใจและพูดออกไป “แต่ฉันทำใจบอกนายไม่ได้ไง เพราะถ้าบอกไปแล้วนายก็เป็นแบบนี้ ฉันไม่อยากให้นายเสียใจ”


“แล้วการที่ฉันมารู้เองแบบนี้ ฉันไม่เสียใจเหรอ? สรุปแล้วฉันคือคนที่โง่ที่สุดใช่ไหม?” จินยองตวัดสายตามามองผมพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงสั่นสุดๆ ผมรู้ว่าไม่ว่าจินยองจะรู้ได้ยังไง เขาก็ต้องเสียใจอยู่แล้ว


“ไม่ นายไม่ได้โง่ นายแค่ไม่รู้” ผมส่ายหน้าทันทีที่จินยองคิดว่าตัวเองโง่


“แต่ฉันก็ทำเรื่องโง่ๆ ทำตัวโง่ๆ มาตั้งนาน” ผมฟังจินยองพูดตัดพ้อตัวเอง เขาเอาแต่ต่อว่าตัวเองซ้ำๆ และร้องไห้หนักหน่วง เขาสะอื้นอย่างแรงจนหน้าอกที่บาดเจ็บมีเลือดซึมออกมา และจินยองก็ใจร้ายกับตัวเองมากเพราะเขาวางมือที่หน้าอกซ้ายของตัวเองและบีบลงไปอย่างแรง


เลือดสีแดงซึมทะลุเสื้อสีอ่อนที่เขาใส่และเปื้อนฝ่ามือเรียว ผมรีบเข้าไปดึงมือของเขาออกและกอดจินยองไว้อีกครั้ง คราวนี้จินยองเอาแต่สะอื้นและซบหน้าลงที่หน้าอกของผม เขาขยำเสื้อของผมจนยับไปหมด


ผมใช้จังหวะที่จินยองสะอื้น กดสัญญาณเรียกหมอและพยาบาล ไม่นานพวกเขาก็เข้ามาและจัดการกับจินยอง แรกๆ จินยองก็ขัดขืนจนกระทั่งหมอสั่งให้มัดมือและให้ยาสลบ จินยองถึงค่อยๆ สงบและหลับไป


ผมทนแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ผมต้องทำอย่างที่พ่อแนะนำแล้วล่ะ ถึงจะเป็นวิธีที่เสี่ยงและอันตรายแต่ผมก็พร้อมจะทำ เพื่อจินยอง ยังไงผมก็จะทำ



 

มันดูไม่เหมาะเท่าไรที่ผมมาขอพบประธานทีกรุ๊ปเป็นการส่วนตัวแบบนี้ แต่ผมก็โชคดีที่ได้เข้าพบ ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานนั่งอยู่ตรงข้ามกับผมพร้อมรอยยิ้มใจดี


ผมรู้ว่าคุณอี้เฟยไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร


“ผมมีเรื่องจะถามคุณอา” ผมเปิดประเด็นทันที


“เชิญเลย ฉันฟังอยู่”


“คุณอาคิดว่าภรรยาของคุณอาแปลกๆ หรือเปล่าครับ” ผมก็ไม่รู้ว่าคววรถามออกไปยังไงดี แต่ผมก็ถามออกไปแล้ว คุณอาอี้เฟยฟังและหัวเราะ


“เธอมาหาฉันเพื่อถามเกี่ยวกับภรรยาของอาเหรอ?” คุณอาถามกลับ


“คือ...มันไม่ใช่แค่นั้นครับ มันมีบางอย่างเกิดขึ้นกับคนของผม ลูกชายของคุณอา...มาร์คน่ะครับ เขาพยายามจะฆ่าจินยอง เขาทำตามคำสั่งของเธอ” ผมคิดว่าถ้าพูดไปแบบนั้นคุณอาคงจะโกรธมากแน่ๆ แต่ไม่ใช่เลย คุณอานั่งนิ่งและเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก


“เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ?”


“ผมกำลังหาความจริงในบางอย่าง คุณอาไม่ต้องกังวลครับ แค่บอกในสิ่งที่คุณอารู้หรือรู้สึกก็พอ” ผมพยายามให้เหตุผลและพูดให้คุณอาอี้เฟยสบายใจ คุณอาพยักหน้ารับสองสามทีก็จะเอ่ยสิ่งที่รู้ให้ผมฟัง


“อาไม่รู้นะว่ามันเกี่ยวข้องกันไหม แต่ตั้งแต่ที่มาร์คย้ายมาที่เกาหลีใต้ เขาไม่ค่อยเข้าหาอาเท่าไรและเขาก็สนิทกับแม่ของเขามากกว่าเดิม มีอะไรเขาก็จะบอกแม่ของเขาก่อนเสมอ อาก็ยุ่งๆ กับงานก็เลยไม่ได้ถามอะไรเขามาก บอกตรงๆ อาไม่รู้ว่าเขาทำตัวแบบนั้น”


ผมค่อนข้างตกใจกับสิ่งที่คุณอาอี้เฟยบอกออกมา ผมเข้าใจดีว่าการเป็นนักธุรกิจนั้นยุ่งขนาดไหน แต่ที่ผมไม่เข้าใจเลยคือทำไมคุณอาถึงบอกว่ามาร์คสมนิทกับแม่ของเขา คำว่าแม่ของเขาในความหมายของคุณอาคือแม่เลี้ยงหรือเปล่า


“เดี๋ยวนะครับ ทำไมคุณอาถึงบอกว่ามาร์คสนิทกับแม่ของเขาล่ะครับ คือคุณอาหมายถึงภรรยาคนปัจจุบันของคุณอา ซึ่งก็เป็นแม่เลี้ยงของมาร์คใช่ไหมครับ? ผมไม่ได้เข้าใจผิดใช่ไหมครับ?”


“เข้าใจเกือบถูกต่างหาก จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ค่อยมีคนรู้เท่าไรหรอกนะ อาก็ไม่ได้บอกกับสื่อด้วย เมื่อแปดปีก่อนแม่ของมาร์คกลับมาหาอาหลังจากเลิกรากันไปเพราะเรื่องที่ทำให้ผิดใจกัน เธอบอกว่าอยากกลับมาดูแลลูก อาก็เลยจัดงานแต่งงานอีกครั้ง ฮ่าๆ ตอนนั้นอาดีใจมากเลยที่ครอบครัวกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง มาร์คมีความสุขสุดๆ เลยล่ะ”


คุณอาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อแปดปีก่อนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่สิ่งที่ท่านเล่าทำให้ผมรู้สึกตงิดใจแปลกๆ ภรรยาที่เลิกรากันไปนานสิบกว่าปีกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง แถมยังเป็นแม่แท้ๆ ของมาร์ค


งั้นที่กันต์บอกว่าเธอไม่ใช่แม่ของเขาและจินยองหมายความว่าไง ในเมื่อจินยองมั่นใจมากว่าเธอคือแม่ของตัวเอง ผมว่ามันไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไรเลย เหมือนมีอะไรที่ผิดแปลกไปแต่ผมก็ยังคิดไม่ออก


“แล้วทำไมถึงต้องเลิกกันล่ะครับ?” ผมถามต่อ


“อาทำผิดต่อเธอมากๆ เลยล่ะ อาเผลอใจไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเธอ เธอรู้ก็เลยโกรธและหนีอาไป ตอนนั้นอาอยู่ที่ไต้หวันและกำลังขยายธุรกิจ อาเลยไม่ได้ตามหาเธอ จนกระทั่งมาร์คป่วยหนัก เธอกลับมาเยี่ยมมาร์คและสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป อาคิดว่าเธอให้อภัยอาแล้ว”


ผมพยายามจับต้นชนปลายเรื่องทั้งหมดที่ได้รับรู้ แต่เพราะผมไม่มีสมาธิเลย ผมจึงคิดอะไรไม่ค่อยออก อีกอย่างมีหลายอย่างที่ขัดๆ กันในใจ แต่ผมยังนึกไม่ออกเลยว่ามันคืออะไรบ้าง


“ยังไงผมขอตัวกลับก่อนนะครับ อาจจะรบกวนคุณอาอีกครั้ง ไว้ผมจะติดต่อมาหานะครับ” ผมบอกลาคุณอาอี้เฟยและเดินจากมาเลย


เอาล่ะ ผมต้องการที่เงียบๆ เพื่อเรียบเรียงเรื่องทุกอย่างและหาความจริงมาให้ได้ ยังไงเรื่องทั้งหมดก็ต้องถูกเปิดเผย



(อัพครั้งที่2)

22/12/17 มาแล้วค่ะ ไม่ได้หนีไปไหนหรอกน้า ตอนนี้ก็รู้ความจริงแล้ว ใครสามารถปะติดปะต่อเรื่องได้ก็อย่างลืมเล่าสู่กันฟังเน้อ เหม่ยก็อยากรู้เหมือนกันว่าทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ว่ายังไงบ้าง สำหรับเรื่องนี้อีก2-3ตอนโดยประมาณก็จะจบแล้ว เรื่องรวมเล่ม ใครอยากได้ก็มาบอกกันนะ วันนี้ไปก่อน เจอกันตอนต่อไปจ้าาา 

15/12/17 มาแล้วค่ะ ใกล้จบแบบจริงๆ แล้วนะ คาดว่าอาจจะอีก2-3ตอน เพราะตอนนี้เหม่ยก็กำลังเรียบเรียงอยู่ด้วย เรื่องทุกอย่างกำลังจะจบแล้ว จินยองจะไม่ทรมานแล้ว(มั้ง) เหม่ยคิดว่าถ้าความจริงเปิดเผย ทุกคนอาจจะช็อคตาค้างไปเลย 55555555 เอาเป็นว่ารอลุ้นกันนะคะ 

สำหรับการรวมเล่ม เหม่ยก็ไม่รู้ว่ามีคนอยากได้ไหม ถ้ามีในจำนวนมากพอที่สามารถสั่งพิมพ์ได้ เหม่ยจะแถมตอนพิเศษให้ด้วยค่ะ ถ้าใครสนใจก็แอบมาบอกกันได้นะคะ 

เอาล่ะ ไปก่อนเน้ออ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1320 Moebeaj (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 12:28
    งงในงง
    #1,320
    0
  2. #1257 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 02:27
    ถึงอาจะพูดงั้นแต่ก็ยังงงอยู่ดี
    #1,257
    0
  3. #1229 โจอี (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 07:52
    ยิ่งอ่านยิ่งง มาร์คและแม่คือแม่ลูกที่แท้จริง แล้วจินยองกับกันต์ละลูกใครกับใคร
    #1,229
    0
  4. #1210 shierichi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 09:28
    โอ้ย ยิ่งคิดยิ่งเครียด ซับซ้อนซ่อนเรื่องจริงๆ
    #1,210
    0
  5. #1177 มะเอยเนย (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 07:49
    แล้วแม่คนไหนที่ท้องจินยองกันแน่เนี่ย
    #1,177
    0
  6. #1059 Gale9 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:06
    จินยองต้องเป็นลูกของเพื่อนแม่มาร์คแน่ๆเลย
    #1,059
    0
  7. #1058 น้องคยอม (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 14:13
    จินยองใจเย็นๆ นะ อย่าพึ่งอารมณ์ร้อนเลย งืออออออออออออ
    #1,058
    0
  8. #1057 cinncookie (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 20:06
    สงสารจินยองอ่า ทำไมต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ด้วย //ไรท์ สู้ๆนะคะ ติดตามตอนต่อไปนะคะ~
    #1,057
    0
  9. #1056 Littlenerdgirl (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 06:22
    จินยองก็เป็นลูกของพ่อมาร์คด้วยรึเปล่าอ่าแต่แม่ของจินยองคือเพื่อนสนิทของแม่มาร์คไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่มาร์ค อาจจะเอาจินยองมาเลี้ยงแล้วบอกว่าเป็นลูกตัวเองกับพ่อจินยองที่ตายไปแล้วก็ได้ แต่แบมรู้ว่าจินยองเป็นพี่น้องกันเลยมาช่วยไม่ให้มาร์คฆ่าจินยองสำเร็จ มาร์คที่ยอมมาฆ่าจินยองตามที่แม่บอกก็คงสงสารแม่และโกรธที่พ่อไปมีอะไรกับเพื่อนสนิทแม่ด้วยรึเปล่า พี่แจบอมมาช่วยให้จินยองหายเจ็บปวดกับเรื่องแบบนี้ไวๆนะ สู้ๆนะคะ ฮือออ
    #1,056
    0
  10. #1055 Littlenerdgirl (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 06:21
    จินยองก็เป็นลูกของพ่อมาร์คด้วยรึเปล่าอ่าแต่แม่ของจินยองคือเพื่อนสนิทของแม่มาร์คไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่มาร์ค อาจจะเอาจินยองมาเลี้ยงแล้วบอกว่าเป็นลูกตัวเองกับพ่อจินยองที่ตายไปแล้วก็ได้ แต่แบมรู้ว่าจินยองเป็นพี่น้องกันเลยมาช่วยไม่ให้มาร์คฆ่าจินยองสำเร็จ มาร์คที่ยอมมาฆ่าจินยองตามที่แม่บอกก็คงสงสารแม่และโกรธที่พ่อไปมีอะไรกับเพื่อนสนิทแม่ด้วยรึเปล่า พี่แจบอมมาช่วยให้จินยองหายเจ็บปวดกับเรื่องแบบนี้ไวๆนะ สู้ๆนะคะ ฮือออ
    #1,055
    0
  11. #1054 bibimbua (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 00:49
    จินยอง กับแบมนี่สรุปลูกใคร โง้ยยยยย
    #1,054
    0
  12. #1053 deffang (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 00:13
    คือทั้งสาม(มาร์ค จินยอง แบมแบม)คนมีพ่อคนเดียวกัน? แต่แม่มาร์คที่เคยเป็นแม่จินยองแค้นเพื่อนสนิทตัวเองที่ไปมีความสัมพันธ์กับประธานทีกรุ๊ปเลยคิดจะฆ่าจินยอง? ไม่รู้คิดถูกมั้ย พิมไปงงไป รอเฉลยละกัน55555 สนุกๆ
    #1,053
    0
  13. #1052 norrijung (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 22:31
    งง สงสัยคงต้องหาที่เงียบๆเรียบเรียงเหมือนแจบอมแล้วอะ แสดงว่าจินยองกับแบม เป็นลูกเพื่อนแม่มาร์คหรือ และโดนขโมยมา เพื่ออยู่กับพ่อจินยองที่ตายไปแล้ว งงเหมือนเดิมรอคำเฉลยจากความซับซ้อนนะคะ
    #1,052
    0
  14. #1051 Warabiw (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 21:02
    ถถถ สงสารตัวเองคิดตามไม่ทัน5555 ขอพื้นที่เงียบๆเป็นเรียบเรียงเหมือนแจบอมก่อนนะ5555 เป็นกำลังใจให้นะ
    #1,051
    0
  15. #1050 AkazawaKirika (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 21:00
    เรียบเรียงไม่ถูกเลยพอไม่มีสมาธิ=_=
    #1,050
    0
  16. #1049 myJJ21 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 20:37
    สงสารจินยอง;___;
    #1,049
    0
  17. #1048 Gale9 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 21:16
    ไรท์มาต่อเดี๋ยวนี้เลยนะ ฮืออออ
    #1,048
    0
  18. #1047 EyE-ON (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 21:39
    ไร..เราติดเรื่องนี้ จนลืมอ่านหนังสือสอบเลยทีเดียว ชอบเรื่องนี้มากๆ เมื่อไหร่จินยองจะยอมรับว่ารักซักที
    #1,047
    0
  19. #1046 ispoposa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 18:40
    โอ้ยยยยไรเราติดเรื่องนี้มากชอบมากอ่านรวดเดียวแล้วพึ่งมาเม้นอ่ะชอบมากค่ะสนุกๆ
    #1,046
    0
  20. #1045 bibimbua (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 01:24
    จินยองอ่าาาา อดีตที่ผ่านไปแล้ว กับปัจจุบัน อย่าเอามันมาซ้อนกันเลยนะ
    #1,045
    0
  21. #1036 Gale9 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 23:31
    จินยองต้องอยู่ อยู่เพื่อรักแจบอม
    #1,036
    0
  22. #1029 Warabiw (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 17:07
    จงมีชีวิตอยู่ต่อไปเถอะนะจินยอง อยู่เพื่อรู้ว่ารักดีๆยังมีอยู่ อยู่เพื่อเป็นรอยยิ้มของอีกคน อ่าาา งื้ออออ เตรียมรอความช๊อค ฮ่าาา เป็นกำลังใจให้นะไรท์
    #1,029
    0
  23. #1028 cinncookie (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 14:03
    สงสารจินยองอ่า มีชีวิตอยู่ต่อไปเถอะนะ อย่างน้อยก็เพื่อแจบอมกับตัวเองอ่ะนะ
    #1,028
    0
  24. #1027 SN2544 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 12:17
    สงสารจินยอง
    #1,027
    0
  25. #1026 AkazawaKirika (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 12:12
    เดี๋ยวๆ ที่ไรต์บอกว่า'จินยองจะไม่ทรมานแล้ว(มั้ง)' นี้คือไรคะ =[ ]=
    #1,026
    0