จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 25 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.24 [อัพครั้งที่2] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    23 พ.ย. 60

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา






| EP.24 |

ผมไม่มั่นใจกับการตัดสินใจของตัวเองในครั้งนี้เลย ถึงแม้ว่าผมจะยืนยันกับทุกคนไปแล้วว่าผมจะทำมันก็เถอะ แต่พอเอาเข้าจริงหัวใจผมกลับเต้นรัวเพราะความกลัวที่คืบคลานเข้ามา


จูบเมื่อกี้ที่ผมมอบให้แจบอม ผมไม่ได้ทำเพราะผมรำคาญที่เขาเอาแต่บอกว่าเป็นห่วงหรือถามเรื่องการไถ่โทษ เพราะจริงๆ แล้วผมตั้งใจจูบเขามากกว่าและที่น่าแปลกคือผมต้องการจูบเขาอีกครั้งหลังจากนี้


นั่นหมายความว่า...ผมต้องรอด


มาถึงขั้นนี้แล้วผมก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่ ทั้งๆ ที่เมื่อวานผมรู้สึกว่าผมอยากฆ่ามาร์คให้ตาย ผมอยากให้แม่เจ็บปวดเสียใจ ผมอยากหายไปจากทุกคนเมื่อจบเรื่องทั้งหมด แต่พอมาวันนี้ ตอนที่ผมเห็นแจบอมชักปืนขึ้นมาจ่อไปที่ยูคยอม ความรู้สึกของผมก็เปลี่ยนไปอีก


ตอนนั้นผมรู้สึกดีที่แจบอมเข้าใจความรู้สึกของผม


ผมรู้ตัวดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังโลเล ใจผมกำลังแกว่งไปมาหาหลักยึดไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ผมจะจัดการทุกอย่างให้สำเร็จได้ยังไง


“ตั้งสติน่าจินยอง” ผมพยายามหาคำพูดมาให้กำลังใจตัวเอง พยายามบอกว่าต้องมีสติให้มากที่สุด แต่ให้ตายเถอะ ใบหน้าของแจบอมแทรกแซงเข้ามาให้หัวผม จนผมอยากจะเดินย้อนกลับไปหาเขา


แต่ผมก็รู้ตัวดีว่าผมทำแบบนั้นไม่ได้


ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าตึกเช่าที่คุ้นเคย ขณะที่กำลังเดินผ่านรั้วเหล็กเก่าๆ เข้าไป หัวใจของผมก็เต้นรัวไปด้วย ผมรู้ว่าแจบอมกำลังออกไปจากตรงนี้ และผมก็ใช้จังหวะแค่ชั่วครู่หันไปมองเขาอีกครั้ง


สายตาของเราสบกัน ผมเห็นแต่ความห่วงใยและกังวลใจจากแววตาของแจบอม แต่ผมก็รีบละออกมาและเดินเข้ามาในตึก


ทุกก้าวที่ผมเดินขึ้นบันไดเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดกลัว แต่ความคับแค้นใจก็แทรกเข้ามาเป็นระยะๆ ผมจำได้ขึ้นใจว่าตลอดแปดปีที่ผ่านมา ผมทรมานแค่ไหน


ตอนที่ผมเหงาไม่มีแม้แต่เพื่อนให้คุย


ตอนที่ผมร้องไห้ไม่มีใครคอยมาเช็ดน้ำตาให้


ผมไม่เคยได้รับคำปลอบโยนหรือกำลังใจจากคนที่ผมต้องการเลย


แต่ในเวลาเดียวกัน มาร์คกลับได้ทุกอย่างที่ผมไม่เคยได้ น่าตลกเหลือเกินที่ผมกลายเป็นลูกที่แม่ลืม แม่ให้ความรักความสนใจมาร์คมากกว่าผม


แล้วตอนนี้แม่ก็อยากให้ผมตายไปจากโลกนี้ ผมพอจะเดาออกว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น ตอนนี้แม่มีความสุขดี มีชีวิตที่ดี มีเงินทองมากมาย หากผมโผล่ไปแล้วบอกว่าผมคือลูกแท้ๆ ของเธอ เธอคงอดได้ทุกอย่างที่ควรได้


และที่มาร์คทำตามที่แม่สั่งก็คงเพราะเขาหลงรักแม่เลี้ยงตัวเองนั่นแหละ มันแหงอยู่แล้ว แม่น่ะทั้งใจดีและอ่อนโยน ตอนที่เธออยู่กับผม เธอก็คือนางฟ้า เธอคงใช้ความสามารถตรงนี้ผูกใจมาร์คไปเต็มๆ


ผมคิดอะไรไปเรื่อยจนกระทั่งเดินมาหยุดที่ชั้นที่อาศัย ผมมองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิท ผมไม่รู้เลยว่าระหว่างที่ผมไม่อยู่ มาร์คและกันต์จะเป็นอย่างไรบ้าง พวกเขาจะฟัดกันจนเละหรือเล่นสงครามประสาทกันนะ


ผมค่อยๆ เดินมาหยุดที่หน้าประตูห้อง ก่อนที่จะเคาะประตูห้องผมก็สำรวจปืนที่อยู่ในกระเป๋าก่อนอีกครั้ง ปืนที่แจบอมจำใจให้มามันยังคงอยู่ในกระเป๋าของผม ตอนที่ฝ่ามือสัมผัสด้ามปืน เหงื่อก็ซึมออกมาเยอะจนผิดปกติ หัวใจเต้นรัวจนผมกลัวว่ามันจะหลุดออกมา


แกร๊ก!!


ผมก้าวถอยหลังทันทีที่อยู่ดีๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกจากด้านใน ความตกใจผมทำให้ผมเผลอกำปืนในกระเป๋าแน่น และเมื่อผมเห็นคนที่เปิดประตูออกมา ผมก็เบาใจลง


“กันต์” ผมเรียกชื่อเและสบตาเขาไปด้วย กันต์พยักหน้าให้ผมก่อนจะหลีกให้ผมเข้ามาข้างใน


แปลกมากที่ตอนนี้ผมไม่เห็นมาร์คแล้ว


“มาร์คไปแล้วล่ะ” กันต์ไม่รอให้ผมถามอะไร เขาตอบออกมาพร้อมกับถอนหายใจ ผมมองไปรอบๆ ห้อง เห็นข้าวของของมาร์คยังอยู่ที่เดิม แต่ตัวเขาหายไปจริงๆ


“ไปไหน”


“มีคนมารับเขาไปแล้ว” กันต์นิ่งมากจริงๆ ขณะที่ตอบคำถามผม “นายมาช้าเกินไป”


ผมอยากจะพ่นคำหยาบออกมาจริงๆ นี่ผมพลาดจริงๆ เหรอเนี่ย งั้นแสดงว่าแจ็คสันคงมารับมาร์คไปแล้วสินะ


“งั้นเราก็รีบไปเถอะ เร็ว” โอเค ตอนนี้ไม่มีมาร์คมาเป็นก้าง ผมก็ควรพากันต์ออกจากที่นี่และพาไปส่งให้ถึงมือยูคยอมตามที่อีกฝ่ายต้องการก่อน ส่วนจะตามล่ามาร์คยังไง ไว้ค่อยคิดอีกที


ขณะที่ผมกำลังจะจับมือกันต์ เขาก็สะบัดหนีไปซะก่อน


“นายน่ะรีบไปเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน” ผมขมวดคิ้วเป็นปมทันทีที่สรรพนามที่กันต์ใช้นั้นเปลี่ยนไป นอกจากนี้แววตาของเขาก็แข็งกร้าวมากกว่าเดิม


“หมายความว่าไง นี่นาย...” หรือว่ากันต์ยังไม่รู้แผนการจากยูคยอม


“ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว แต่ฉันต้องการให้นายหนีไป” ยิ่งกันต์พูดผมก็ยิ่งไม่เข้าใจ “รีบไปสิ!!!


กันต์ตวาดลั่นและผลักให้ผมออกห่าง แต่เพราะผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ผมจึงไปคิดจะไปไหน


“ไม่! ทำไมต้องให้ฉันหนีด้วย ฉันกลับมาที่นี่เพราะฉันมาช่วยนาย แล้วจะให้ฉันหนีไปคนเดียวได้ยังไง” ผมโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว กันต์ไม่แม้แต่จะแสดงท่าทางอะไรออกมาเลย


“...” และเขาก็มอบความเงียบเป็นคำตอบให้ผม


“อธิบายสิว่าทำไม...บอกเหตุผลมาสิ” ผมต้องการคำตอบจึงคาดคั้นกันต์ไปแบบนั้น อีกฝ่ายเริ่มแสดงความไม่พอใจออกมา แววตาแข็งกร้าวมากกว่าเดิม


“เด็กโง่!! บอกให้ไปก็ไปสิ ฉันก็มีเหตุผลของฉัน นายไม่จำเป็นต้องรู้”


“ไร้สาระว่ะ!” ผมไม่สนใจว่ากันต์จะพูดอะไร ผมก้าวเข้าไปประชิดอีกฝ่ายและคว้าข้อมือเขาไว้พร้อมกับลากให้เดินตามมา กันต์พยายามขัดขืนโดยการรั้งตัวเองเอาไว้ ซึ่งการกระทำของเขาทำให้ผมหงุดหงิดที่สุด


“นายมันโง่จินยอง! นายคิดว่าที่ฉันห้ามไม่ให้นายทำร้ายพวกนักเลงในวันนั้นเพราะอะไร?!” ผมชะงักฝ่าเท้าที่กำลังย่างก้าว คำถามของกันต์ทำให้ผมฉุกคิด ใช่ วันนั้นกันต์ห้ามผมที่กำลังเอาท่อนเหล็กฟาดพวกนักเลงนั่น


“หมายความว่ายังไง?”


“หึ ก็เพราะฉันไม่อยากให้นายมีความผิดติดตัวไง และฉันก็คิดว่าแจบอมของนายก็คิดแบบฉัน” เอาตรงๆ ผมก็อึ้งเหมือนกันที่กันต์บอกมาแบบนี้ คำพูดของเขามีความหมายว่าเป็นห่วงผม


“ทำไม? บอกมาว่าทำไม?” ผมรู้แล้วล่ะว่ากันต์มีเรื่องที่กำลังปิดบังผม เขายังคงปากแข็งไม่ตอบแถมยังหันหน้าหนีไปทางอื่นอีก สองมือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมา


ปึก!!


ผมเอาแต่สนใจกันต์จนลืมฟังเสียงที่ดังอยู่นอกห้อง มารู้ตัวอีกทีก็ตอบที่ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาและมาร์คก็ยืนอยู่ตรงนั้น ในมือของเขามีปืนและกำลังจ่อมาที่ผมและกันต์


“มาร์ค” ผมเรียกชื่ออีกฝ่ายและดันให้กันต์ไปหลบอยู่ข้างหลัง จากนั้นก็หยิบปืนขึ้นมาและจ่อไปที่มาร์ค


“ทนฟังมานานแล้วนะ พวกนายนี่ไม่ต่างกันเลย” มาร์คยิ้มเยาะและค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาพวกผมเรื่อยๆ จากนั้นเขาก็ปิดประตู ภายในห้องแคบๆ นี้จึงมีแค่พวกเราสามคน “เอาล่ะ ฉันว่ามันถึงเวลาที่ต้องพูดความจริงแล้ว”


“ความจริงอะไร?!” ผมรีบถามกลับไปทันที รอยยิ้มของมาร์คเต็มไปด้วยความสะใจและความร้ายกาจ และมันก็ทำให้ผมสำนึกได้ว่าที่ผ่านมาผมโง่แค่ไหน


“หนึ่งนัดต่อหนึ่งความลับ ตกลงไหม?” มาร์คยื่นข้อเสนอที่แสนจะเห็นแก่ตัวออกมา แน่นอนว่าผมเข้าใจดี เขาจะยิงผมหรือกันต์ก่อนจะเผยความลับทีละอย่าง


“อย่าไปฟังมัน!” ก่อนที่ผมจะตอบอะไรกลับไป กันต์ก็แทรกขึ้นและเลื่อนตัวเองที่ยืนขวางผมไว้ “มันกำลังโกหก”


“ฮ่าๆ แล้วแต่นะจินยอง นายมีสิทธิ์เลือก” มาร์คยังคงยิ้มสะใจและยักไหล่ ต่างจากกันต์ที่มีท่าทีร้อนรน


“ฟังฉัน อย่าไปเชื่อมัน” กันต์ยังคงบอกผมซ้ำเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ผมสับสน ผมอยากรู้ว่ามาร์คจะเฉลยความลับอะไรบ้าง แล้วผมก็อยากรู้ว่ากันต์มีเหตุผลอะไรถึงปกป้องผม


พวกเขาปั่นประสาทผม!


“งั้นนายก็ควรบอกจินยองนะว่านายหลอกอะไรไว้บ้าง พูดออกไปสิกันต์...อ่า ไม่สิ คุณหนูต้วน


!!


ผมสับสนมากกว่าเดิมเมื่อมาร์คพูดแบบนั้นจบ เขาหมายความว่ายังไง ทำไมเขาถึงเรียกกันต์ว่าคุณหนูต้วน


“หุบปากไป!!” กันต์หันไปตวาดมาร์คทันทีที่เขาพูดจบ แต่มาร์คกลับยิ้มชอบใจ


“คุณหนูโมโหแล้วสินะ”


ปัง!!


ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมากๆ ทันทีที่มาร์คพูดจบ กันต์ก็แย่งปืนในมือของผมไปและยิงมาร์คทันที กระสุนเจาะเข้าที่ต้นแขนข้างขวาของมาร์ค เลือดสีแดงสดไหลออกมาเต็มแขนจนเขาแทบไม่มีแรงจะกำปืนในมือ


“ลูกเมียน้อยแบบมึงไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของกู หุบปากไปซะ!!!


นี่มันเรื่องอะไร...



*


ผมได้แต่มองกันต์และมาร์คสลับกัน สิ่งที่พวกเขาพูดออกมาเป็นเรื่องที่ผมไม่เข้าใจทั้งหมด ทั้งสองคนรู้จักกันและรู้จักกันดีมากๆ ด้วย มาร์คยิ้มเยาะใส่กันต์ทั้งๆ ที่ตัวเองบาดเจ็บ คำพูดที่กันต์ต่อว่ามาร์คไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บแสบเลยแม้แต่น้อย


ผมกลายเป็นคนโง่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ผมหันไปหากันต์ที่ยืนกำปืนในมือแน่นแถมตัวยังสันอย่างควบคุมไม่อยู่ สีหน้าของอีกฝ่ายมีแต่ความเคร่งเครียดกลัดกลุ้มราวกับว่าเขากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก


“หมายความว่ายังไง...”


ผมเปล่งเสียงถาม นาทีนี้ผมต้องการแค่คำตอบ เขาจะพูดอะไรก็ได้ แต่ขอให้พูดออกมา แต่เมื่อถามไปแล้ว กันต์ก็เอาแต่เงียบ เขามองปืนในมือตัวเองและยกขึ้นจ่อไปที่มาร์คอีกครั้ง


“มึงบังคับกู...เพราะมึง!!” กันต์ตวาดสุดเสียงอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก มือที่ถือปืนสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ ผิดกับมาร์คที่เอาแต่มองกันต์และยิ้มเยาะออกมาราวกับคนไม่มีความรู้สึก สายตาที่เคยอ่อนโยนน่าสงสารถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและไร้ความปราณี


“หึ...ก็มึงมันอ่อนแอ ทั้งมึงและแม่ของมึง!!” มาร์คตวาดกลับทั้งๆ ที่เลือดยังไหลไม่หยุด เลือดสีแดงข้นจากต้นแขนของเขาทำให้ผมรู้สึกเวียนหัวและอยากอาเจียนเต็มทน ผมเบ้หน้าหนีกลิ่นเลือดนั่นหลายครั้ง แต่กลิ่นคาวก็ยังลอยไปทั่วอากาศ


“กูบอกให้หุบปากไง!! หุบปากไป!!


ปัง!!


กันต์ตวาดซ้ำเป็นครั้งที่สามและลั่นไกปืนใส่มาร์คอีกรอบ ครั้งนี้กระสุนเจาะไปที่ต้นขาของมาร์คและเลือดก็ไหลซึมออกมาอีก จากนั้นมาร์คก็ล้มลงกับพื้นไป


“หยุด...กันต์ หยุด” ผมไม่รู้ว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่ การที่ผมพามาร์คหนีมาที่นี่เพื่อจะได้จัดการเขาไม่ใช่หรือไง แต่ทำไมเรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้ วันนั้นผมไม่น่าช่วยกันต์และไม่น่าพาเขามา ผมไม่น่าทำอะไรที่นอกเหนือแผนการเลย


จริงอยู่ที่ผมอยากให้มาร์คตายไปซะ และตอนนี้เขาก็กำลังบาดเจ็บสาหัส หากไม่มีคนมาช่วยเขาก็อาจจะเสียเลือดจนตาย แต่ผมกลับมีความรู้สึกว่านี่มันไม่ถูกต้อง


เพราะผมไม่รู้อะไรเลย...มันไม่แฟร์


ปึก!


กันต์ทิ้งปืนลงพื้นและหันมาหาผมแทน เขาคว้าไหล่ทั้งสองข้างของผมไว้และบีบจนผมรู้สึกเจ็บ หน้าตาของอีกฝ่ายมีแต่น้ำตาแถมเขายังพูดไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก


“อย่าไปฟังมัน...อย่า ห้ามฟังนะ ห้ามฟัง!!!” กันต์เขย่าไหล่ผมแรงขึ้นเรื่อยๆ ซ้ำยังตะโกนบอกคำเดิมๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาเหมือนคนไม่มีสติซ้ำกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ แต่ต่อให้ถามไปตอนนี้เขาก็คงไม่ตอบ


“เข้าใจแล้ว เข้าใจ”


ผมพยักหน้ารับและจับตัวกันต์ไว้ เขาค่อยๆ สงบลงจนเกือบเป็นปกติ แต่ก็ยังร้องไห้ นอกจากนั้นก็แสดงสีหน้าหวาดระแวงออกมาชัดเจน


“ดีมาก นายเป็นเด็กดี” คำพูดของกันต์แปลกจนผมรู้สึกประหลาดใจ เขายกมือขึ้นลูบศีรษะของผมราวกับปลอบประโลมและยกยิ้มที่หวานที่สุดมากให้ผม รอยยิ้มของเขาทำให้ผมสับสนมากขึ้นเรื่อยๆ


รอยยิ้มของเขาเหมือนแม่มาก...มากจนผมคิดบางอย่างออกมา


“กันต์...” ผมจ้องหน้ากันต์ไม่วางตา ผมรู้สึกว่าในแววตาของเขามีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ นี่เป็นครั้งแรกด้วยซ้ำที่ผมได้มองตาเขาแบบนี้ ถึงแม้จะมีน้ำตาคลอเคลือบบดบังไปบ้างแต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ก็ชัดเจน


ผมเริ่มเชื่อในความคิดตัวเอง แต่สิ่งที่ขัดแย้งคือมันจะเป็นไปได้ยังไง


กันต์จะเป็นลูกของแม่ผมได้ยังไง มันไม่มีทางหรอกใช่ไหม นอกจากผมแล้วแม่จะไปมีลูกอีกได้ยังไง ตั้งแต่ที่เธอแต่งงานใหม่ เธอก็ไม่ได้ตั้งครรภ์อีก เท่ากับว่าเธอมีเพียงมาร์คที่เป็นลูกเลี้ยง


อีกอย่าง กันต์ก็มีแม่ของตัวเอง...แม่ของตัวเอง


“ดีแล้ว นายทำดีแล้วจินยอง...”


“บอกฉันได้ไหมกันต์ว่านายเป็นใคร ได้โปรดบอกฉัน” นอกจากแจบอมแล้วผมก็ไม่เคยขอร้องใครอีกเลย แต่ตอนนี้ผมกำลังขอร้องกันต์ให้บอกความจริงกับผม เมื่อฟังคำถามแล้ว อีกฝ่ายก็ยิ้มก่อนจะกุมมือผมไว้และเริ่มพูดขึ้น


“ฉันน่ะ...”


ปัง!!


กันต์ยังพูดไม่เป็นประโยคเลยด้วยซ้ำ เสียงปืนก็ดังขึ้นก่อนที่เขาจะนิ่งค้างไป ดวงตาของกันต์เบิกกว้าง เขาบีบมือผมไว้แน่นก่อนที่เขาจะล้มลงกับพื้น


พอกันต์ล้มลงไป ผมถึงได้เห็นว่ามาร์คเล็งปืนมาทางเราสองคน ถึงแม้เขาจะเจ็บสาหัสแต่เขาก็ยังเล่นงานกันต์ได้ และนั่นก็ทำให้ผมคิดบางอย่างออกมา


ผมปล่อยกันต์ลงตรงนั้นและก้มลงหยิบปืนขึ้นมาจ่อมาร์คบ้าง มือที่กำปืนสั่นเทาจนผมนึกขัดใจ แต่ผมก็พยายามควบคุมตัวเองให้มีสติมากที่สุด


“นี่มันเรื่องอะไร?!!” ผมตะโกนถามด้วยเสียงทั้งหมดที่มี สิ่งที่ผมต้องการคือคำตอบที่อธิบายเรื่องทั้งหมดนี้ ทำไมมาร์คกับกันต์ถึงรู้จักกัน ทำไมกันต์ต้องปกป้องผมขนาดนี้และทำไมถึงทำร้ายมาร์คจนเจ็บสาหัส สิ่งที่มาร์คพูดมาทั้งหมดหมายถึงอะไร


มีแต่คำถามเต็มไปหมดแต่ไม่มีคำตอบอะไรเลย!! และเมื่อผมกำลังจะรู้คำตอบ มาร์คก็ขัดขวางทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาพยายามกดดันให้กันต์พูดออกมา


พวกเขาปั่นหัวผม


“มึงเอาแต่ถามว่านี่คือเรื่องอะไร? เอาแต่ถามว่าทำไม? มีแต่คำถามและต้องการคำตอบ มึงเอาแต่ใจมากเลยนะจินยอง...” แทนที่มาร์คจะตอบคำถามผมอย่างตรงไปตรงมา เขากลับเอ่ยอะไรก็ไม่รู้แถมยังเนิบช้าจนผมไม่พอใจ แต่เพราะเขาพูดแบบนี้ผมถึงทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่ทำเพียงแค่ยืนฟังคำพูดของเขา


“...”


“กูรู้ว่ามึงเจ็บปวด กูรู้ว่ามึงทรมาน และกูก็รู้ว่ามึงอยากออกจากวังวนนี้...” มาร์คพูดช้าลงเรื่อยๆ พอๆ กับลมหายใจของเขาที่แผ่วเบาลง “...กูก็รู้สึกเหมือนมึง แต่ทางออกมีทางเดียว นั่นก็คือมึงต้องตาย


ปัง!!!

 

 



[JAEBUM PART]


เสียงปืนสี่นัดดังขึ้นในระยะเวลาที่ห่างกันไม่มาก ทำให้ทั้งผมและยูคยอมต่างตกใจเป็นอย่างมาก ตอนแรกผมไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และผมก็คาดเดาไม่ออกว่าระหว่างกันต์กับจินยองเกิดอะไรขึ้นกันแน่


และแน่นอนว่าผมไม่ไว้ใจยูคยอมด้วย


“หมายความว่าไง?” ผมหันไปถามยูคยอมที่นั่งข้างๆ กัน อีกฝ่ายจ้องหน้าผมและส่ายหน้าไปมา เขากำลังบอกว่าเขาเองก็ไม่รู้งั้นเหรอ?


“ไม่รู้” คำตอบจากปากของอีกฝ่ายทำให้ผมร้อนรนในอกมากขึ้น ผมเป็นห่วงจินยองมากจริงๆ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง จริงๆ ผมก็ไม่อยากให้มีใครต้องบาดเจ็บหรือสูญเสีย แต่มาถึงนาทีนี้แล้วคงเป็นไปไม่ได้


“แม่งเอ้ย!” ผมกำมือและทุบลงที่พวงมาลัยรถอย่างแรง จากนั้นก็ได้ยินเสียงข้อความเข้า ยูคยอมก้มลงอ่านข้อความในโทรศัพท์ก่อนจะแสดงทีท่าออกมาว่าหงุดหงิด ผมถึงแย่งมาอ่านบ้าง


หวัง แจ็คสันอะไรนั่นน่าจะอยู่ในตึก รีบขึ้นไปเร็ว!’


“เหี้ยของเหี้ยเลยเถอะ!” พอผมอ่านจบ ผมก็สบถหยาบออกมาอย่างไม่เกรงใจ


“รีบไปเถอะ รู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้” ยูคยอมบอก ไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึกไม่ดีหรอก ผมเองก็เช่นกัน ถึงจะอ้อนวอนต่อพระเจ้าว่าอย่าให้จินยองเป็นอะไรเลยแม้แต่ปลายนิ้ว แต่เอาเข้าจริงผมก็รู้ดีว่าโอกาสมันมีแค่ครึ่งเดียวเผลอๆ อาจจะน้อยกว่าครึ่งด้วยซ้ำ


ทั้งผมและยูคยอมเตรียมปืนพร้อมกระสุนเผื่อมีเหตุจำเป็น จากนั้นก็วิ่งเข้าไปในตึกเช่าด้วยความเร็ว ขณะที่เราวิ่งขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ ตลอดทางก็มีคนวิ่งสวนลงมาหลายคน และพวกเขาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีการฆ่ากันตาย


ตายงั้นแหรอ?


ผมไม่สนใจคนพวกนั้นอีก เมื่อมาถึงชั้นที่จินยองเคยบอกไว้ ผมและยูคยอมช่วยกันหาห้องที่จินยองและกันต์อยู่ เราเปิดประตูดูทุกห้อง ซึ่งถึงแม้ประตูจะล็อคก็ไม่สนใจ แต่ไม่นานก็เจอจินยองและกันต์


ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของผมปวดหนึบ นอกจากคราบเลือดมากมายตรงประตูแล้ว ผมก็เห็นจินยองนั่งกองอยู่กับพื้นแถมยังมีเลือดไหลออกมาจากช่วงอก เสื้อที่เขาใส่ชุ่มไปด้วยเลือดจนกลิ่นคาวลอยคลุ้ง


ถัดจากจินยองไปอีกนิดก็คือผู้ชายที่น่าจะชื่อกันต์ ฝ่ายนั้นอยู่ในอ้อมกอดของยูคยอมและมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ผมสังเกตคร่าวๆ แล้วคิดว่าน่าจะโดนยิงจากด้านหลัง


“ยิงกันเองเหรอ?” ผมสันนิษฐานลอยๆ เพราะผมคิดอะไรไม่ออก ทั้งสงสัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและก็เป็นห่วงจินยอง และจากสภาพห้องที่มองผ่านๆ ก็สามารถตีความได้แบบนี้ ผมรีบประคองร่างของจินยองไว้ในอ้อมกอดก่อนจะอุ้มให้ลอยจากพื้น ยูคยอมก็ทำแบบนั้นกับกันต์เช่นกัน


“ไม่ใช่หรอก มีใครอีกคน ซึ่งตอนนี้น่าจะออกไปแล้ว” ยูคยอมว่าและมองไปที่กองเลือดที่เปื้อนอยู่หน้าประตู จริงด้วย ตรงนั้นมีกองเลือดขนาดใหญ่ ผมคิดว่าอาการน่าจะสาหัสพอสมควร


“แจ็คสันกับมาร์คแน่ๆ” ผมพึมพำและเดินข้ามกองเลือดนั่นออกจากห้องเพื่อลงจากตึกและพาจินยองไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ระหว่างทางผมก็รู้สึกว่าคนในอ้อมกอดยังรู้สึกตัวอยู่


จินยองปรือตาขึ้นมามองหน้าผมแต่ลมหายใจของเขาเบาแผ่วจนผมนึกกลัว ผมก้าวเท้าไปเรื่อยๆ พลางก้มลงมองหน้าจินยองที่ซีดยิ่งกว่าเดิม เหมือนเขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ทำไม่ได้


ฝ่ามือบางวางลงที่ต้นแขนของผมก่อจะบีบเบาๆ ตามแรงที่สามารถทำได้ ผมไม่รู้เลยว่าจินยองต้องการจะสื่ออะไร ถ้าจะให้เขาพูดตอนนี้ก็คงยากเกินกว่าที่เขาจะทำได้ ดังนั้นผมจึงไม่คิดถามและพาเขาไปส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด


พระเจ้า ถ้ายังมีเมตตาก็ช่วยให้จินยองรอดเถอะ

 


ผมส่งจินยองเข้าห้องฉุกเฉินและรอด้วยหัวใจที่เต้นรัวมากกว่าปกติ ฝ่ามือที่เปื้อนเลือดทั้งสองข้างกุมและบีบกันไว้อย่างมีความหวัง ตอนนี้ทั้งจินยองและกันต์ถึงมือหมอแล้ว ผมก็หวังว่าเขาจะปลอดภัย


ผมหันไปมองยูคยอม อีกฝ่ายก็มีอาการไม่ต่างจากผม สีหน้าของเขาเคร่งเครียดมาก แตกต่างจากยูคยอมคนก่อนเป็นไหนๆ ความรู้สึกของผมมันบอกว่าคนที่กันต์สำคัญสำหรับหมอนี่มาก


ก็คงจะเป็นแบบนั้น เพราะจินยองก็สำคัญกับผมมากเหมือนกัน คนเรามีความรู้สึกคล้ายๆ กันก็จะดูกันออก


ไม่นานยองแจก็ตามมาสมทบ เราสามคนนั่งเรียงกันอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเงียบๆ ปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เวลาช่างยาวนานเมื่อจินยองตกอยู่ในช่วงเวลาแบบนี้ ผมได้แต่ภาวนาให้เขาปลอดภัย


เวลาผ่านไปนานมากๆ กว่าหมอจะออกจากห้องฉุกเฉิน สีหน้าที่เคร่งเครียดทำให้หัวใจของผมเต้นรัวและสั่นรุนแรง แต่คำตอบของหมอก็ช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้น


“คนไข้ทั้งสองคนพ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ แต่คนที่โดนยิงที่หน้าอกอาการสาหัสมาก หมอขอให้อยู่ห้องฉุกเฉินไปก่อน ส่วนคนที่โดนยิงที่หลังหมอจะย้ายไปห้องพิเศษตามที่แจ้งไว้ หมอขอตัว”


ถึงคำบอกเล่าของหมอจะทำให้ผมโล่งใจแต่ก็ไม่ได้โล่งอย่างหายห่วง จินยองยังต้องอยู่ในห้องฉุกเฉินและผมก็ไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมดูอาการได้


สิ่งที่ผมทำได้คือยืนมองเขาจากกระจกเล็กๆ หน้าห้องเท่านั้น


ใครจะไปรู้ว่าเวลาไม่กี่ชั่วโมงจะเปลี่ยนชีวิตของเราทุกคนไปได้ ผมรู้ซึ้งแล้วว่าสิ่งที่ผมคิดมันผิดพลาดมากแค่ไหน หลังจากที่หมอบอกว่าจินยองพ้นขีดอันตรายแต่ก็ต้องอยู่ในห้องฉุกเฉินไปก่อนเพื่อดูอาการ จู่ๆ จินยองก็มีอาการแทรกซ้อนขึ้นมากะทันหันทำให้หมอและพยาบาลต้องรีบเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อดูอาการอีกครั้ง เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ผมก็นั่งลุ้นด้วยความเป็นห่วง


ทุกๆ นาทีที่ผ่านไป ผมเอาแต่คิดว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดของผม หากผมพูดทุกๆ อย่างกับจินยองตั้งแต่แรก จินยองก็คงเปลี่ยนความคิดและไม่พาตัวเองมาถึงจุดๆ นี้


ผมรู้ดีว่าจินยองไม่คิดจะมีชีวิติยู่ต่อหากเขาจัดการมาร์คได้ แต่ผมก็รู้หัวใจตัวเองดีเหมือนกันว่าผมอยู่ไม่ได้แน่ๆ หากจินยองจะหายไปจากโลกนี้


ผมเฝ้ามองเขามาตั้งนาน แล้วมีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องปล่อยเขาไป


จริงอยู่ที่ผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จินยองต้องมีชีวิตที่ทุกข์ทรมาน แต่ผมก็ทุกข์ทนเหมือนกันเมื่อผมไม่ได้พูดอะไรออกไปเลย


ที่จริงแล้วจินยองไม่จำเป็นต้องโดดเดี่ยวขนาดนี้ก็ได้ หากผมยื่นมือเข้าไปช่วยเขาตั้งแต่แรก และจินยองคงมีความสุขมากกว่านี้หากผมไม่เห็นแก่ตัว


ผมรู้เกี่ยวกับจินยองทุกอย่าง พ่อของจินยองเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อผม ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจฆ่าตัวตายท่านได้มาหาพ่อของผมและฝากฝังจินยองไว้ ท่านรู้ตัวว่าการลาโลกนี้และปล่อยให้จินยองอยู่ลำพังนั้นคือสิ่งที่ผิด แต่ความทุกข์ทนในใจก็ไม่สามารถทำให้ท่านฝืนอยู่ต่อไปได้


ในตอนนั้นผมรับปากว่าผมจะดูแลจินยอง แต่ผมก็ทำมันในตอนที่สายไปแล้ว ผมไม่ได้นึกถึงจินยองมากอย่างที่ควร ผมปล่อยเวลาสามถึงสี่ปีแรกไปอย่างเปล่าประโยชน์


จนกระทั่งผมได้อ่านเอกสารและบันทึกต่างๆ ผมถึงรู้ว่าผมควรทำอะไรบางอย่าง


วันนั้นที่ผมเดินเข้าไปหาจินยองพร้อมกับท่าทางประหม่า แน่นอนว่าผมก็แสร้งทำไปอย่างนั้น แต่ลึกๆ ผมก็ประหม่าจริงๆ ผมกลัวว่าจินยองจะไม่สนใจและเมินใส่ แต่ก็ผิดคาด จินยองไม่ปฏิเสธผมแถมเรายังมีความสัมพันธ์ที่เกินเลยกันไปอีก


ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ผมคิดเพียงแต่ว่านี่อาจจะเป็นความรู้สึกชั่วคราว แต่ทุกครั้งที่ผมเห็นจินยองร้องไห้เงียบๆ คนเดียว ผมก็รู้สึกเจ็บทุกครั้ง และเมื่อจินยองร้องขออะไรผมก็พร้อมหามาให้เขาเสมอ


ระหว่างที่ผมอยู่กับเขา จินยองไม่ได้เต็มใจอยู่กับผมเลยด้วยซ้ำ นอกจากเซ็กซ์แล้วจินยองก็ไม่เคยสนใจผม ผมจึงรู้ดีว่าเขาไม่ได้รักผมเลย...และที่สำคัญ เขาเห็นผมเป็นเครื่องมือเท่านั้น


แต่ก็เหมาะสมกับผมแล้วนี่ ผมผิดเองที่ปล่อยให้จินยองโดดเดี่ยวอยู่หลายปี


จนกระทั่งผมเจอผลงานชิ้นหนึ่งของคุณอา น่าแปลกใจที่โครงการนั้นร่างเสร็จเรียบร้อยเหลือเพียงขายต่อให้นักธุรกิจสักราย เงินมากมายก็จะไหลเข้ามาอย่างประเมินไม่ได้ แต่ทั้งหมดนั้นอยู่ในชื่อของจินยอง


แล้วผมก็คิดแผนการบ้าๆ ขึ้นมา ผมใช้วิธีผูกมันจินยองด้วยเงินมหาศาลที่สำควรเป็นของเขาอยู่แล้ว งานประมูลบนเรือนั่นก็แค่งานหลอกๆ แหกตานักธุรกิจมากมายที่ผมคิดขึ้นและขอให้พ่อดำเนินการให้ ผมหลอกให้จินยองประมูลผลงานั้นเพราะผมรู้ดีว่าหากเป็นของๆ พ่อเขา เขาคงจะไม่ปล่อยให้ไปอยู่กับคนอื่นแย่ๆ และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนที่ผมวางไว้ ตอนนั้นจินยองตกอยู่ในฐานะลูกหนีของผม แต่คนที่รู้ไม่ได้มีเพียงแค่ผมหรอก ยังมีคิม ยูคยอมอีกคนด้วย


ผมไม่ได้บอกเขาหรอกว่าผมกำลังจะทำอะไร และผมก็ไม่รู้ด้วยว่าหมอนั่นรู้ได้ยังไง บอกตรงๆ ผมก็ไม่ชอบมันเท่าไร ยิ่งมันกวนอารมณ์ของผมและจินยอง ผมก็ยิ่งพยายามถอยห่าง


แต่แล้วทุกอย่างก็ผิดแผนไปหมดเมื่อแจ็คสันกับมาร์คจับมือกัน


นี่แหละคือเรื่องที่เลวร้ายที่สุด


จนถึงตอนนี้ผมก็หาทางออกไม่เจอ หากจินยองรอดตายมาได้ ผมไม่รู้เลยว่าจะบอกความจริงกับเขายังไงและผมจะมองหน้าจินยองได้ยังไงในเมื่อการที่เขาเป็นแบบนี้มีส่วนมาจากผมด้วย


นอกจากจินยองจะไม่รักผมแล้ว เขาคงสาปแช่งให้ผมตกนรก



(อัพครั้งที่2 100%)

23/11/17 มาแล้วค่าาา หายไป10วัน เหม่ยกลับมาแล้วนะ มีใครรออยู่ไหมเอ่ย ฮืออ เหม่ยเปิดเทอมแล้วล่ะ ก็เลยไม่ค่อยได้ปั่นฟิคหรือเล่นคอมเลย นี่ก็เลยหาเวลามาปั่นและอัพให้อ่านกันค่ะ ยังไงก็ฝากคอมเมนท์ สาดกำลังใจและติดแท็กให้ด้วยนะคะ ไม่รู้ว่าตอนจบจะเป็นไง ฮือออ จินยองอ่า....

13/11/17 อัพค่ะ ขอโทษที่หายไปนานค่ะ พอดีบิ้วอารมณ์อยู่ค่ะ ยิ่งใกล้จบยิ่งยากอะ แต่ที่รู้ๆ คือเฉลยแล้วเนาะว่ากันต์เป็นใคร อึ้งไหมทุกคน ตะลึงกันป่าว ถ้าใช่ก็อย่าลืมสาดกำลังใจและเข้าไปเล่นแท็กกันนะคะ 

อีกเรื่องค่ะ ขอขายของสักนิดนึงน้า ตอนนี้เหม่ยกำลังตั้งแบบสอบถามการรีปริ้น #ฟิคแจบอมเสพจินยอง  หากใครสนใจจะสั่งซื้อก็สามารถอ่านรายละเอียดและข้อตกลงในแบบฟอร์มนี้ได้เลยนะคะ หากยอดความต้องการ(จริงๆ) ถึงเป้าที่ตั้งไว้ เหม่ยจะทำการเปิดรีปริ้นเลยค่ะ หากสงสัยหรือไม่เข้าใจก็แวะไปถามได้ที่ทวิตเตอร์และแฟนเพจนะคะ ขอบคุณค่าาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1319 Moebeaj (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 11:41
    มันเรื่องอะไรกันเนี่ย
    #1,319
    0
  2. #1255 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 01:48
    แจ็คสันมาช่วยมาร์คงั้นหลอ คุณกันต์นี่เปิดฉากก่อนแบบนี้เลยหลอแล้วทั้งสองคนเป็นอะไรกันงงไปหมด
    #1,255
    0
  3. #1208 shierichi (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 09:14
    โอ้ย ฟื้นเถอะๆ ตื่นมารับรู้ความจริง เราก็อยากรู้เหมือนกัน คลายปมเรื่องแจบอมไปนิดนุง
    #1,208
    0
  4. #1175 มะเอยเนย (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 22:12
    ขอให้จินยองปลอดภัย
    #1,175
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #963 Warabiw (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 20:11
    จินยอนอ่าา ขอให้ปลอดภัยกันทุกคนนะ จบมถ้าจินยองฟื้นก็อธิบายให้ฟังทุกเรื่องเลยนะ ฮื่อออ //เป็นกำลังใจและรอเสมอนะไรท์ สู้ๆนะ
    #963
    0
  7. #962 cinncookie (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 19:05
    มีความย้อนไปอ้างอิงถึงตอนแรก นานมากๆ // สู้ๆนะคะ เรารอตอนต่อไปอยู่นะ~
    #962
    0
  8. #961 AkazawaKirika (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 09:56
    สงสารทุกข์กคนเลยวุ้ยย._. รีบมาต่อเร็วๆนะคะค้างมากกกกกก
    #961
    0
  9. #960 RoOkampz (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 23:42
    ขอให้พระคุ้มครอง แม่จะสวดมนต์ให้นะลูก
    #960
    0
  10. #959 deffang (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 23:06
    จินยองอ่าาา
    #959
    0
  11. #958 norrijung (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 22:30
    เงื่อนงำเยอะมากเลยอะ แบมเป็นพี่ของจินยองหรือ แบมกับจินยองเป็นพี่น้องฝาแฝดกันหรือเปล่า แต่ก็ไม่น่าใช่ เพราะถ้ามาร์คเป็นลูกเมียน้อย พ่อมาร์คกับกันต์เป็นคนเดียวกัน และจินยองกับกันต์ ก็ต้องเป็นคนเดียวกัน แต่การที่กันต์พูดเมื่อเป็นพี่จินยอง หรือจริงๆแล้ว พ่อต้วนกับแม่จินยองคบกันก่อน แล้วพ่อจินยองไปแย่งมาแล้วพอมีลูกก็กับไปหาพ่อกันต์เหมือนเดิม โอยปวดหัว รอคดีคลี่คลายดีกว่า
    แต่ขอโกรธแจบอมได้ไหมอะ เล่นกับชีวิตคนที่ตัวเองรักขนาดนี้ได้ยังไง รู้ว่าจินยองรู้สึกยังไงและ คิดอะไร แทนที่จะทุ้มเทความรักให้ แต่กับหลอกกันตลอด แล้วจินยองจะเชื่อใจได้อย่างไง ถ้าจินยองจะโกรธและเสียใจก็ไม่ผิดหรอก
    เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นชวนติดตาม แล้วรีบอยาดให้มีเร็วๆเลยคะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #958
    0
  12. #957 SN2544 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 21:44
    สงสารทุกคนTT
    #957
    0
  13. #956 AkazawaKirika (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 21:42
    .....อยากจะร้องแต่ก้ร้องไม่ออก คือตอนนี้เป็นตอนที่อึดอัดมากอ่ะ แบบ...
    #956
    0
  14. #955 Kulyanut (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 21:42
    ฮือๆๆๆ จินยองอย่าเป็นไรนะTT
    #955
    0
  15. #954 settasombat (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 18:18
    มาอัพเลยนะ มาอัพน๊าาาาาาาาา
    #954
    0
  16. #953 Gale9 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 19:55
    รีบมาอัพเดี๋ยวนี้เลย ฮืออออ
    #953
    0
  17. #949 deffang (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 14:35
    อารมณ์ค้าง อ๊ากกกกกก กระตุกต่อมเผือกขั้นสุด สนุกมากค่ะไรท์//สาดกำลังใจ
    #949
    0
  18. #948 น้องคยอม (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 14:00
    ออหออออออออออออ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันคะ?
    #948
    0
  19. #947 Tanan_toon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 12:39
    ค้างงงงง-0-
    #947
    0
  20. #946 mooping11 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 10:08
    อ้าววววววว เงิบสิ
    #946
    0
  21. #945 Kiewzendro (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 05:16
    กันต์กับนยองเป็นพี่น้องกัน? กันต์เป็นพี่ชายนยอง?
    #945
    0
  22. #944 Jannie18 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 03:09
    นั่นสิ นี่มันเรื่องอะไร...... ค้างงงง
    #944
    0
  23. #943 Jannie18 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 03:08
    นั่นสิ นี่มันเรื่องอะไร...... ค้างงงง
    #943
    0
  24. #942 pepi_fern (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 02:00
    มีความสับสน งงงวยเล็กน้อย รออ่านต่อเด้อจ้า
    #942
    0
  25. #941 norrijung (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 01:10
    มันหมายความว่าอะไรกัน อยากจะร้องไห้เป็นสายเลือด หรือว่ากันต์เป็นลูกของคุณต้วน แล้วมาร์คเป็นลูกเดียวกับแม่จินยอง และเพื่อแม่จินยองต้องการทุกอย่างจึงต้องการให้มาร์คจัดการกับลูกทุกคน หรือกันต์กับจินยองเป็นลูกแม่เดียวกัน แลักันต์รู้เรื่องจึงตามปกป้องจินยอง เพราะเมียอีกคนของพ่อ ต้องการให้กำจัดลูกทุกคนของคุณต้วน มันเกิดอะไร อกจะระเบิดิยู่แล้วคะ ความสับซ้อนของไรท์เตอร์ จะให้รีด ต้องเสียใจไปขนาดไหนคะ
    #941
    0