จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 24 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.23 [อัพครั้งที่2] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    8 พ.ย. 60

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา





| EP.23 |

[JAEBUM PART]


จินยองร้องไห้จนหลับไป ผมก็เลยตัดสินใจลงไปหยิบเสื้อผ้าที่เอาติดมาด้วยมาเปลี่ยนให้อีกฝ่าย ปกติจินยองก็ผอมอยู่แล้วแต่พอผมเห็นร่างกายของเขาในครั้งนี้อีกครั้ง ผมรู้สึกว่าเขาผอมมากเกินไป ขนาดเขาห่างจากผมมาแค่สี่วันกว่าๆ เองนะ ถ้าหากเวลายืดไปมากกว่านี้ ผมนึกไม่ออกเลยว่าจินยองจะเป็นยังไง


ขณะที่ผมกำลังจะเอาเสื้อคลุมของจินยองไปแขวนให้เรียบร้อย วัตถุบางอย่างก็หล่นลงมากระทบพื้น ผมก้มลงมองแล้วก็ตกใจเมื่อมันคือปืน ให้ตายเถอะ จินยองไปเอาของอันตรายแบบนี้มาจากไหนกันนะ


“ร้ายจริง” แต่ผมก็ไม่นึกโกรธหรือถือสาอะไรอีกฝ่ายหรอก ผมเข้าใจดี จินยองก็คงแค่ต้องการป้องกันตัวจากอันตรายที่รายล้อมอยู่รอบกาย เขาคงรู้แล้วสินะว่าการที่เขาพามาร์คหนีมาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดี


ผมเคยเตือนเขาไปแล้ว แต่จินยองก็ดื้อไม่ยอมฟังสิ่งที่ผมบอก แต่ก็ถือว่าโชคดีที่ผมหาเขาเจอทันที ไม่ใช่ว่าผมรู้หรอกว่าเราจะขับรถสวนกัน แต่เพราะมันบังเอิญมากกว่า พระเจ้าคงรู้ดีว่าจินยองไม่ควรเจอสิ่งที่เลวร้ายมากไปกว่านี้


ผมจัดการอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จ จากนั้นก็โทรหายูคยอมเพื่อถามว่าเขาอยู่ที่ไหน เมื่อต่อสายติดอีกฝ่ายก็เปิดบทสนทนาก่อนทันที


(ทำไมไม่มาตามที่บอก?) น้ำเสียงของอีกฝ่ายดูเป็นกังวลจนปิดไม่มิด ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่


“ฉันเจอจินยองแล้ว” พอผมบอกไปแบบนี้อีกฝ่ายก็ร้องอ๋อออกมา จากนั้นจึงจะพูดต่อ


(งั้นก็พามาด้วยเลยสิ แบบนี้ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่) สิ่งที่ยูคยอมพูดออกมาทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ เขากำลังปกปิดบางอย่างกับผมอยู่ แต่ในตอนนี้ผมเป็นต่อเขา หากผมพาจินยองกลับโซลตั้งแต่คืนนี้เลยคงทำให้แผนที่อีกฝ่ายวางไว้พังไม่เป็นท่า


“นายควรบอกฉันว่ากำลังวางแผนทำอะไร เล่นไม่บอกกันแบบนี้ใครจะเชื่อใจนาย” ผมก็พูดไปตามความจริง พอได้ยินแบบนั้นยูคยอมก็หัวเราะเบาๆ เขาคงรู้อยู่แล้วสินะว่าผมคงไม่เชื่อเขาง่ายๆ อีกฝ่ายเลยบอกอีกประโยค


(ถ้าฉันจะทำร้ายนายกับจินยองจริงๆ ฉันคงสั่งให้คนของฉันจัดการไปตั้งนานแล้ว และฉันก็จะไม่ไปบอกนายด้วยว่าจินยองอยู่ที่ไหน คิดดูดีๆ นะ ถ้าฉันไม่บอกนาย นายคงไม่ได้เป็นอัศวินขี่ม้าขาวไปช่วยจินยองหรอก หึ) ฟังเผินๆ ก็ดีอยู่หรอก แต่ภายในประโยคนี้มีแต่คำจิกกัดตามประสาของอีกฝ่ายอยู่แล้ว ยอมรับว่าที่ยูคยอมพูดมาก็คือเรื่องจริง


ชนบทไกลจากตัวเมืองขนาดนี้ หากให้คนออกตามหาจริงๆ คงใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะหาเจอ แต่ยูคยอมก็ยอมบอกผมเพื่อให้ผมมาช่วยจินยอง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็แอบคิดว่านี่อาจจะเป็นแผนทำให้ตายใจ


ผมไม่รู้ว่าคนของยูคยอมคือใครจะใช่มาร์คหรือใครอีกคนที่จินยองลากมาด้วยหรือเปล่า


“งั้นก็บอกมาสิว่าคนของนายคือใคร มาร์คหรือใครอีกคน?” สุดท้ายผมก็ต้องเล่นแบบนี้กับอีกฝ่าย ผมรู้ว่ายูคยอมก็คงรู้พอๆ กับผม แต่ผมก็ต้องลองเลี่ยงที่จะทำ


(...) ยูคยอมเงียบไปยอมตอบและนั่นก็ทำให้ผมรู้สึกว่าเขากำลังปกปิด ช่วยไม่ได้จริงๆ ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงต้องข่มขู่กันสักหน่อยแล้วล่ะ


“ถ้านายไม่บอก ฉันจะบุกไปฆ่าทั้งมาร์คและใครอีกคนจริงๆ นะ นายก็รู้ว่าฉันทำได้” แน่นอนว่ายูคยอมรู้อยู่แก่ใจ เพราะพอผมพูดจบเขาก็รีบห้ามทันที


(อย่าทำอะไรโง่ๆ แบบนั้นนะ!!)


“งั้นก็บอกมา...” หมดเวลาต่อรองแล้วล่ะยูคยอม ผมก็ได้แต่ยกยิ้มเมื่ออีกฝ่ายยอมปริปาก หากผมรู้ว่าใครคือคนของยูคยอมผมก็สามารถเช็กได้ว่าอีกฝ่ายพูดจริงหรือไม่ เพียงแค่ผมถามและยื่นข้อเสนอให้จินยองนิดหน่อยผมคิดว่าเขาน่าจะบอกผม


(กันต์...คนของฉันชื่อกันต์)

 




ผมข่มตาหลับไม่ลงทั้งคืน พยายามอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ ชื่อของใครอีกคนที่ยูคยอมบอกมาวนเวียนอยู่ในหัวของผมทั้งคืน ผมเอาแต่คิดว่าชื่อแปลกๆ แบบนี้จะเป็นใครมาจากไหน แล้วทำไมจินยองถึงลากมาที่นี่ด้วย


ผมพลิกตัวหันหน้าเข้าหาจินยอง อีกฝ่ายยังคงหลับสนิท หายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ผมคาดเดาเอานะว่าที่ผ่านมาเขาคงนอนหลับไม่สนิทสักคืนแน่ๆ สีหน้าของเขาทั้งตอนตื่นและตอนหลับบ่งบอกว่าเขาเหนื่อยอ่อนแค่ไหน


ผมวาดวงแขนกอดเอวจินยองไว้หลวมๆ ก่อนจะกดจูบที่หน้าผากมนของอีกฝ่ายเบาๆ ผมดีใจมากที่ผมเจอเขาเร็วแบบนี้ ดีใจมากที่เขายังปลอดภัยและก็ดีใจมากที่ตอนนี้เขาอยู่ในอ้อมกอดผม


“ฉันรักนายจริงๆ นะจินยอง รักมากๆ เลยด้วย” ผมบอกรักจินยองอีกครั้ง ถึงการกระทำจะดูโง่เง่าเพราะพูดไปจินยองก็ไม่ได้ยิน แต่ผมก็ไม่สนใจ เพราะพอผมพูดในตอนที่เขารับรู้ทุกอย่าง จินยองก็จะตอบกลับมาว่าเขาไม่ได้รักผม ได้ยินแบบนั้นมันเจ็บกว่าเป็นไหนๆ


ผมนอนคิดเรื่องผู้ชายคนนั้นกับเรื่องจินยองสลับกันไปมาจนกระทั่งแสงแดดยามเช้ามาเยือน แรงขยับใต้อ้อมแขนทำให้ผมละสายตาลงมามอง จินยองดื้นเบาๆ และค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะเบ้หน้าจนเหยเก


“ปวดหัว...” เขาบ่นออกมาแค่นั้นแล้วก็หลับตาลงพร้อมกับเอามือขึ้นกุมศีรษะไว้ ท่าทางของเขาดูน่าสงสารจับใจ เมื่อคืนเขาร้องไห้ยกใหญ่เลยนี่ ก็ไม่แปลกหรอกมั้งที่จะปวดหัวแบบนี้


“นอนนิ่งๆ ไปก่อน อย่าขยับ” ผมบอกและลงจากเตียงเพื่อไปดูในกระเป๋าเสื้อผ้าที่ขนขึ้นมาเมื่อคืน ผมพอจำได้ว่ามียาติดมาด้วย เมื่อหาเจอผมก็รีบเอามาให้จินยองกิน แต่เดี๋ยวนะ...ยังไม่ได้กินข้าวเลย


แล้วผมจะไปหาข้าวเช้ามาให้อีกฝ่ายได้ยังไง นี่ไม่ใช่โรงแรมหรูที่จะมีรูมเซอร์วิส แถมหากผมออกจากห้องไปตอนนี้ ผมก็ไม่มั่นใจว่าจินยองจะหนีผมไปอีกหรือเปล่า


“เอามา จะกิน” พอเห็นผมชะงัก จินยองก็แย่งยาจากมือผมไปทันที ผมยังไม่ทันได้ห้าม อีกฝ่ายก็ส่งยาเข้าปากและดื่มน้ำตามจนเกือบหมดขวด จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนขดด้วยความทรมาน


เวลาผ่านไปสักพัก จินยองก็มีอาการดีขึ้น เขานอนมองเพดานห้องและครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ผมเลยถือโอกาสนี้ขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างๆ อีกฝ่ายเพื่อพูดคุยกับเขา


“จินยอง...” เมื่อผมเรียกชื่อ จินยองก็หันมามองพร้อมสายตาคำถาม


“...”


“นายรู้จักกันต์หรือเปล่า?” พอผมถามจบ จินยองก็ทำตาโตและลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว สีหน้าเย็นชาเปลี่ยนไปทันตา


“นายรู้จักชื่อนี้ได้ไง? รู้ได้ไง?!” จินยองไม่ตอบคำถามแถมยังมาตั้งคำถามกับผมอีกด้วย เขาพุ่งเข้ามาจับไหล่ผมและเขย่าแรงๆ เพื่อเอาคำตอบ แต่ผมก็ยกมือจับมืออีกฝ่ายไว้เพื่อให้เขาหยุดการกระทำ


“ยูคยอมบอกมา” พอผมตอบคำถามไป จินยองก็ทำหน้าตาสงสัยมากกว่าเดิม


“ยูคยอมบอกมา? ทำไมมันถึงบอกนาย นี่พวกนายรวมหัวกันเหรอ?ใช่ไหม?!” จินยองดูตระหนกกับทุกอย่างที่เขาคิดออก ท่าทางของเขาดูหวาดกลัวและระแวงไม่ต่างจากเมื่อคืนเลย ผมก็ได้แต่เงียบให้อีกฝ่ายยิงคำถามจนหมด ก่อนจะค่อยๆ ตอบ


“ใช่ ยูคยอมบอกว่าคนๆ นั้นคือคนของเขา แต่ฉันไม่ได้รวมหัวอะไรกับหมอนั่นหรอกนะ” พอผมบอกไปแบบนั้น จินยองก็ดูโล่งใจขึ้นมา แต่ก็แค่ครู่เดียวก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ามาหวาดระแวงอีกครั้ง


“ใครจะไปเชื่อกัน!! พวกนายต้องมีแผนอีกแน่ๆ “ จินยองสะบัดมือออกจากฝ่ามือของผมและขยับออกห่าง ท่าทางไม่ไว้ใจถูกส่งมาอย่างชัดเจน


“ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้นจินยอง นายฟังฉันนะ” ผมปฏิเสธสิ่งที่จินยองกำลังคิดว่าใช่ จากนั้นก็เรียกสติเขาให้มาสนใจสิ่งที่ผมกำลังจะพูด “ยูคยอมเป็นคนบอกฉันว่านายอยู่ที่นี่ และฉันก็คิดว่าเขาคงรู้มาจากกันต์”


พอผมพูดจบผมก็นั่งนิ่งและสังเกตท่าทางของจินยอง ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะคิดอะไรเล็กน้อย


“แสดงว่าตอนนั้นกันต์ก็คุยกับยูคยอมน่ะสิ” จินยองบ่นพึมพำและหันมาสบตากับผม “แล้วแจ็คสันล่ะ นายเจอแจ็คสันหรือเปล่า?”


ผมเงียบมากกว่าเดิมเมื่อจินยองถามหาแจ็คสัน ผมปะติดปะต่อเรื่องทุกอย่างก่อนหน้านี้ได้แล้ว เรื่องในคืนนั้นที่แจ็คสันกับมาร์คมีอะไรกัน มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความเมา แต่เป็นเพราะจินยองต่างหากที่ใส่ยาปลุกเซ็กซ์ในน้ำดื่มให้พวกเขาดื่ม และที่ร้ายไปกว่านั้นคือจินยองยอมมีอะไรกับผมเพื่อให้เกิดเสียงและสองคนนั้นจะได้ได้ยิน


ผมเจ็บตรงที่จินยองใช้ผมเป็นเครื่องผมนี่แหละ...แต่ช่างมันเถอะ


“ตอบสิ!” พอผมเงียบนานๆ เข้าจินยองก็ตวาดใส่เสียงดัง


“มันก็คงอยู่ที่นี่แหละ มันก็ตามมาด้วย” ผมตอบไปตามที่ผมรู้ นอกจากเมื่อวานที่แจ็คสันพยายามขวางไม่ให้ผมมาที่นี่แต่ทำไม่สำเร็จ ผมก็แอบเห็นเขาอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่าเขาต้องกำลังตามหามาร์ค


“มันต้องมาหามาร์คแน่ๆ เลย” พอจินยองพึมพำแบบนั้น สมองของผมก็ผุดเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ แจ็คสันมันรู้แล้วว่าจินยองอยู่เบื้องหลังเรื่องวันนั้น


มันรู้ตั้งแต่วันงานประมูลแล้ว


“นายรู้ได้ไงจินยอง รู้ได้ไงว่ามันจะมาหามาร์ค” ผมจับต้นแขนของอีกฝ่ายและบีบเบาๆ ก่อนจะตั้งคำถาม ซึ่งพอผมถามไปจินยองก็อึกอักที่จะตอบ “บอกมาเถอะ ฉันรู้เรื่องที่นายทำไว้แล้วนะ” จินยองรู้ตัวว่าผมพูดถึงเรื่องอะไร ตอนนั้นเขาเอาแต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำมาตลอดเลยนี่ พอผมพูดไปแบบนี้เขาเลยไม่อยากจะพูดถึง


จินยองรู้สึกผิดเหรอ? บ้าน่า เขาแค่หงุดหงิดเท่านั้นแหละที่ผมรู้ทันแล้วน่ะ


“ก็มันกำลังหามาร์คไง มันต้องมาแน่ๆ” จินยองพูดถูก มันต้องมาแน่ๆ แต่...


“แล้วมันจะมาถูกได้ยังไง?” ผมไม่ได้ตั้งคำถามเพื่อจะเอาคำตอบ แต่ผมกำลังตั้งคำถามเพื่อให้จินยองไหวตัวและรู้ทันแผนการของแจ็คสันและมาร์ค ผมจะบอกความจริงเกี่ยวกับสองคนนั้นเท่าที่ผมรู้กับจินยอง เพราะอย่างน้อยจินยองจะได้ระวังตัวและไม่คิดจะบุกไปสู้เองคนเดียว


ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ


“มาร์ค...มาร์คต้องบอกแน่ๆ เลย เมื่อคืนมาร์คคุยโทรศัพท์กับใครสักคน เขาบอกให้รีบมาก่อนจะคุยกับแม่...” เสียงของจินยองค่อยๆ แผ่วลงๆ เมื่อพูดมาถึงคำสุดท้าย สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไป มีทั้งความเศร้าเสียใจและความแค้นผสมกันอยู่


ผมรีบเข้าไปกอดจินยองไว้แนบอกและลูบหลังปลอบใจ ผมรู้ว่าเขากำลังอ่อนแอและผมก็ขอกลายเป็นคนฉวยโอกาสทำคะแนนตอนที่จินยองอ่อนแอนี่แหละ อย่างน้อยๆ ก็เพื่อตัวของจินยองเอง


“ใช่ แจ็คสันกับมาร์ครวมหัวกันหลอกนาย สองคนนั้นรู้อยู่แล้วว่านายทำอะไรไว้บ้าง...” ผมก็เจ็บไม่แพ้กันเมื่อต้องพูดว่ามีใครหลอกลวงจินยองบ้าง สถานะของผมในสายตาของจินยองก็คือคนหลอกลวงเหมือนกัน เขาคงจะเจ็บกับคำๆ นี้มากแน่ๆ


ตอนแรกผมคิดว่าจินยองจะโวยวายเมื่อได้ยินแบบนั้น แต่ผิดคาด จินยองเอาแต่ซบหน้าลงที่ไหล่ของผมและกำเสื้อของผมแน่นจนยับไปหมด จากนั้นไม่นานเขาก็ร้องไห้และสะอื้นออกมาเบาๆ ผมกลัวว่าจินยองจะไม่สบาย ก็เลยต้องรีบปลอบให้เขาหยุดร้องไห้


“อย่าร้องไห้เลยนะ” เหมือนจินยองจะหยุดร้องไห้ตามที่ผมบอก เขาปาดน้ำตาของตัวเองทิ้งอย่างไม่รอช้า จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ


“ทุกคนก็เอาแต่หลอกฉัน พ่อกับแม่ที่บอกว่ารักฉันก็ทิ้งฉันไป แจ็คสันที่บอกว่าเป็นเพื่อนรักก็หลอกฉัน มาร์คที่บอกว่าชอบฉันก็หลอกฉัน...รวมถึงนายด้วย” จินยองตวัดสายตามามองผมเมื่อเขาพูดประโยคสุดท้าย ผมรู้ตัวเองดีว่าทำให้จินยองฝังใจ แต่ผมไม่ได้เจตนาจะหลอกให้เขาเจ็บซ้ำ ผมก็แค่...


“ทุกอย่างมันมีเหตุผลและที่มาที่ไป บางทีนายอาจจะไม่รู้อะไรบางอย่างก็ได้” ผมก็พูดในส่วนที่ผมรู้ สาเหตุที่ผมต้องหลอกจินยองมันมีอยู่แล้วเพียงแต่เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่ต้องบอก ผมทำผิดกับจินยองไปหลายอย่างแล้ว ผมไม่อยากทำผิดกับใครอีก


ผมสัญญาว่าผมจะดูแลจินยองอย่างดีตามที่คุณอาต้องการ ผมก็กำลังทำตาม


“ฉันไม่อยากรู้ความจริงอะไรแล้ว แค่มาร์คตาย แม่ฉันเสียใจ แค่นั้นก็พอ” จินยองกลับมาเย็นชาอีกครั้ง เขากำลังสร้างกำแพงสูงกั้นกลางระหว่างผมกับเขา ผมรู้ดีว่าการสูญเสียมันเจ็บช้ำแค่ไหน ไม่มีใครอยากสัมผัสช่วงเวลานั้นหรอก แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราต้องอยู่ให้ได้ถึงแม้จะเจ็บซ้ำ


แต่ในกรณีของจินยอง ผมผิดเองเกือบทั้งหมดที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลย...


“ฉันขอโทษนะจินยอง ขอโทษจริงๆ” ความรู้สึกตันๆ ในอกทำให้ผมพูดขอโทษออกไปอย่างไร้เหตุผล ในตอนนี้ บทสนทนาของเราสองคนมันไม่มีเรื่องอะไรให้ผมต้องขอโทษอีกฝ่าย แต่เพราะผมมีเรื่องอยู่ในใจมากมาย มันอัดแน่นและรอเวลาเผยออกมา มันก็เลยทำให้ผมต้องเป็นแบบนี้


จินยองยกยิ้มอีกครั้ง แววตาของเขาดูลึกลับและยากจะคาดเดา ผมคิดว่าประโยคต่อมาของจินยองอาจจะไม่ใช่เรื่องดี


“ถ้ารู้สึกผิด ก็ไถ่โทษสิ”


ให้ตายเถอะ ผมปฏิเสธจินยองไม่ได้



**



ผมเดามาตลอดทางว่าสิ่งที่จินยองอยากให้ผมทำเพื่อไถ่โทษคือเรื่องอะไร และผมอยากจะลงโทษตัวเองจริงๆ ที่ถึงจะไม่รู้ว่าต้องทำอะไรแต่ผมก็พยักหน้าลั่นคำสัญญาออกไปแล้ว ตอนนั้นผมคิดเพียงแค่ว่าอยากให้จินยองให้อภัยผมก็เท่านั้น


ตอนผมถามออกไป จินยองก็เอาแต่บอกว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะต้องบอก แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่องทำเป็นไม่สนใจผมอีก


ตอนนี้เองก็เช่นกัน ผมกำลังจะพาจินยองไปเจอยูคยอมตามที่นัดอีกฝ่ายเอาไว้ ตอนแรกก็นึกว่าจินยองจะโวยวายแต่สุดท้ายเขากลับนิ่งเฉยและยอมมากับผมโดยดี


ผมจอดรถไว้ที่มุมหนึ่งของข้างตึก ที่ที่เราอยู่ตอนนี้ไม่ได้เงียบเชียบอะไรเลย มันคือตลาดค้าขายที่มีคนเดินไปมาตลอดเวลา ผมแปลกใจพอสมควรที่ยูคยอมนัดเจอกันในสถานที่แบบนี้


“ทำไมพามาที่นี่?” พอลงจากรถจินยองก็ถามทันทีหลังจากเมินกันมานาน สีหน้าของอีกฝ่ายดูสงสัยและต้องการคำตอบ


“ยูคยอมนัดมา ไปกันเถอะ” ผมตอบและฉวยโอกาสกุกมือของจินยองทันที ลึกๆ ในใจผมก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไปหากผมไม่จับมือเขาไว้แบบนี้


“ปล่อยมือ” แน่นอนว่าจินยองไม่เคยยอมให้ผมทำอะไรแบบนี้กับเขานักหรอก ยิ่งในที่ที่มีคนเยอะแบบนี้ แต่ครั้งนี้ผมไม่ยอมทำตามที่เขาบอกหรอก ผมจึงดื้อที่จะกระชับมืออีกฝ่ายให้แน่นขึ้นและพาเดินต่อไป


ตรอกเล็กๆ ตรงหน้าเมื่อมองเข้าไปแล้วคล้ายกับทางตัน มีผู้ชายร่างกายสูงใหญ่ยืนอยู่ ท่าทางเหมือนเจ้าหน้าที่เฝ้ายาม แต่ผมรู้ว่าพวกเขามีอาวุธติดตัว


“ห้ามเข้า” ทันทีที่ผมจะเดินเข้าไปในตรอกนั้น หนึ่งในสองคนก็เอ่ยห้ามทันที เขามองมาที่เราสองคนก่อนจะขมวดคิ้ว “ไอ้หน้าอ่อนเมื่อวันก่อนนี่หว่า”


“เออ ใช่จริงๆ ด้วย” พวกเขาพูดกันและมองมาที่จินยอง ผมไม่ชอบเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ


“เคยมาซื้อปืนที่นี่” พอจินยองเปิดปากบอก ผมก็ร้องอ๋อในใจ แต่เดี๋ยวนะ...


“ซื้อปืน?” ผมถามย้ำ รู้สึกถึงความบังเอิญบางอย่างแล้วล่ะ


“ใช่ ทำไม?”


“ใครขายให้?” ผมถามอีกครั้ง ถ้าใช่คนที่ผมคิดแม่งก็โคตรของโคตรบังเอิญ ก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย แต่ผมก็ขอให้มันเป็นเรื่องดีละกัน


“ชเว ยองแจ นายไม่รู้จักหรอกน่ะ!” จินยองทำเสียงไม่สบอารมณ์เมื่อผมถามเขามากเกินไป ผมเงียบไม่เถียงและไม่ถามอะไรอีก จากนั้นก็หันไปหาผู้ชายสองคนตรงหน้า


“มาหาคิม ยูคยอม” พอบอกไปแค่นั้น ทั้งสองคนก็ยอมให้พวกเราเดินเข้ามาได้ง่ายๆ ยิ่งเดินเข้ามาผมก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ อาจจะเป็นเพราะที่นี่มันคือคลังอาวุธเถื่อนของลูกพี่ลูกน้องของยูคยอมก็ได้มั้ง


ชเว ยองแจน่ะ นักค้าอาวุธเถื่อนชื่อดังในวงการมืดเลยล่ะ ทำไมผมจะไม่รู้จัก


“อ้าว มากันแล้วเหรอ?” เดินเข้ามาถึงข้างในสุด ผมก็เจอกับยูคยอมที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว อีกฝ่ายทักทายด้วยน้ำเสียงปกติ(กวนตีนและกวนประสาท) จากนั้นก็เสตาไปมองที่จินยอง แววตาของอีกฝ่ายดูนึกสนุกขึ้นมาทันตา และพอผมเห็นแบบนั้นผมก็เลยเอ่ยปากห้ามออกไปก่อน


“อย่ากวนเด็ดขาด” แน่นอนว่าผมปกป้องจินยองสุดชีวิต หากยูคยอมพูดจากวนประสาทจินยองเมื่อไร มีหวังได้ทะเลาะกันจนไม่ต้องทำอะไรเลยล่ะ


ผมละสายตาจากยูคยอมมามองจินยองที่ตอนนี้ทำหน้าไม่เข้าใจอีกแล้ว เขามองไปรอบๆ เหมือนต้องการยืนยันความคิดของตัวเอง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาถามผม


“นี่มันอะไรกัน นายรู้จักยองแจงั้นเหรอ?” จินยองถามออกมาอย่างไม่เข้าใจพร้อมๆ กับดึงมือที่จับกันอยู่ออกจากมือผม เขาก้าวถอยหลังอีกหนึ่งก้าวแต่ก็ยังจ้องตาผมอยู่


มาถึงขนาดนี้แล้วผมก็ไม่คิดจะปิดบัง


“รู้จักสิ”


“นี่พวกนายหลอกฉันอีกแล้ว!” เอาล่ะ ตอนนี้จินยองเริ่มโมโหขึ้นมาอีกรอบแล้ว สีหน้าที่หวาดระแวงกลับมาอีกครั้ง ผมก็เลยต้องรีบอธิบาย


“ไม่ใช่แบบนั้นนะจินยอง คือยองแจเป็นลูกพี่ลูกน้องยูคยอม...” ผมอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจแต่จินยองทำท่าไม่เชื่อ ผมก็เลยหันไปหายูคยอม “พูดอะไรสักอย่างสิวะ ไปเรียกยองแจมาก็ได้!


“ฮ่าๆ จินยอง...นายโดนหลอกซ้ำๆ จนน่าสงสาร” ดูมัน แทนที่จะช่วยกันทำให้จินยองอารมณ์เย็นลงมันกลับเพิ่มไฟโกรธให้จินยองมากขึ้นไปอีก ผมเห็นจินยองกำมือแน่นอย่างอดทนอดกลั้น แต่ยูคยอมกลับมองข้ามและพูดต่อ “...หรือความจริงแล้วนายโง่กันแน่”


“เฮ้ย!!” คำพูดของยูคยอมทำให้ทั้งผมและจินยองทนไม่ไหว ผมชักปืนขึ้นมาจ่อที่อีกฝ่ายทันที นี่ไม่ได้เป็นการขู่อย่างที่เคยทำแล้ว ผมกำลังจะเอาจริง จินยองเองก็ดูอึ้งๆ ไปเหมือนกันที่เห็นผมทำแบบนี้ “อย่าพูดจากวนประสาทอีก ตามยองแจมา”


ยูคยอมนั่งนิ่งไม่สะท้าน แต่เขาก็ยังกวนประสาทด้วยการยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา ทำท่าเหมือนผู้ร้ายกำลังจะถูกจับ ใบหน้าไม่ได้มีความสลดหวาดกลัวปืนที่จ่อศีรษะอยู่เลยด้วยซ้ำ จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหายองแจ และไม่นานยองแจก็เข้ามา


“อ้าว จินยอง?” ยองแจก็ดูงงที่เจอจินยองที่นี่ “นายเป็นเมียไอ้นี่เหรอ?” เขาถามจินยองพร้อมกับชี้มาที่ผม ให้ตายเถอะ ถามแบบนั้นแล้วจินยองจะตอบไหมล่ะ แน่นอนเขาไม่ตอบ


“หยุดถามนู่นนี่ได้แล้ว มีแผนอะไรก็ว่ามาเถอะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” ผมกดเสียงต่ำและมองสองพี่น้องด้วยสายตาดุดัน ยองแจพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเดินไปนั่งที่ที่ประจำของตัวเอง ส่วนยูคยอมก็นั่งที่โซฟาข้างๆ ผมจึงค่อยๆ ลดมือที่ถือปืนลง


จินยองเดินมายืนข้างๆ ผม เขามองผมและยูคยอมสลับกันก่อนจะเอ่ยออกมาว่า


“ฉันไม่รู้ว่าพวกนายวางแผนอะไรกัน ไม่รู้ว่าทำไมทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้ แต่สิ่งที่ฉันต้องการคือกลับไปหามาร์คและกันต์!


สิ่งที่จินยองพูดออกมาทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเราสี่คนตึงเครียดขึ้นมา แน่นอนว่าหากให้จินยองทำแบบนั้นมีแต่จะอันตรายต่อตัวของเขา ซึ่งผมไม่ยอมหรอก


“ไม่นะจินยอง...” ผมเอ่ยห้ามทันที จินยองตวัดสายตามามองผม


“อย่ามาสั่งนะ” เขากดเสียงต่ำๆ และจ้องหน้าผมราวกับจะตอกย้ำว่าผมไม่มีสิทธ์สั่งอะไรเขาทั้งนั้น ใช่สิ ผมแม่งก็แค่คนที่มีชนักติดหลัง ผมตกอยู่ในกำมือของจินยองแล้ว ต้องทำตามที่เขาต้องการทุกอย่าง


“มันเสี่ยงเกินไปนะจินยอง ฉันไม่ตกลง” ยูคยอมแย้งค้านแทนผม ท่าทางของเขาจริงจังกว่าครั้งไหนๆ และแน่นอนว่าจินยองไม่ฟังเขา


“ทำไม? กลัวฉันจะฆ่ากันต์งั้นเหรอ?” จินยองเชิดหน้า ส่งสายตาท้าทายไปให้ยูคยอม คำถามของเขาทำให้ยูคยอมกำมือแน่น ก่อนจะสงบอารมณ์ตัวเองลง


“...”


“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ กันต์ต้องปลอดภัยแน่ๆ” จินยองพูดเหมือนเขามั่นใจในสิ่งที่จะทำ แต่สำหรับผมแล้วผมไม่มั่นใจเลยสักนิด ผมไม่อยากปล่อยให้จินยองเข้าไปที่นั่นคนเดียว ถึงแม้ว่าจะมีพวกเราตามอยู่ห่างๆ ก็เถอะ


“พระเจ้า...มีแต่พวกห่วงเมีย” ขณะที่บรรยากาศตึงสุดๆ ยองแจก็โผงขึ้นมา และแน่นอนว่าเราทั้งสามคนหันไปมองเขาเป็นตาเดียว แต่แทนที่ฝ่ายนั้นจะสลด เขากลับยกยิ้มชอบใจเหมือนนี่คือเรื่องสนุก


“...”


“หรือไม่จริง เลิกหวงเลิกห่วงได้แล้วน่า จินยองก็บอกอยู่ว่าจะทำ พวกนายก็ต้องเชื่อใจเขาสิ อีกอย่างนะ...จินยองพาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ ก็ไม่ธรรมดาหรอก จริงไหม?”


เออ สุดท้ายผมและยูคยอมก็ห้ามอะไรจินยองไม่ได้จริงๆ พอเขาได้ฟังยองแจพูดแบบนั้น เขาก็ยกยิ้มพอใจ พวกผมก็ได้แต่ก้มหน้าทำตามที่จินยองต้องการโดยที่ไม่มีสิทธิ์แย้งอะไรเลยอีก

ผมก็ได้แต่หวังว่าจินยองจะปลอดภัยจริงๆ

 

“จอดตรงนี้” จินยองเอ่ยบอกหลังจากพวกเราเตรียมแผนกันอย่างดีแล้ว ผมรับหน้าที่มาส่งจินยองที่ตึกเช่าที่อีกฝ่ายบอกว่าเช่าไว้อยู่กับมาร์คและกันต์ ส่วนยูคยอมและยองแจก็ตามเฝ้าอยู่ห่างๆ และคอยจับตาดูว่าแจ็คสันโผล่มาหรือเปล่า และเท่าที่ผมสังเกตได้ผมยังไม่เห็นแจ็คสันเลย


“จริงๆ แล้ว...”


“เอาปืนมา” ผมยังพูดไม่จบ จินยองก็แทรกขึ้นมา เขาไม่แม้แต่จะสนใจเลยว่าผมกำลังจะพูดอะไร สีหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่ายทำให้หัวใจของผมเจ็บปวด ฝ่ามือเรียวยื่นมาตรงหน้าผมเพื่อร้องขอปืนที่ผมยึดเอาไว้ ยังไงผมก็ต้องคืนให้เขา แต่ก่อนคืนน่ะ...


พรึ่บ


ผมปลดเข็มขัดนิรภัยออกและโน้มตัวไปคร่อมทับร่างของจินยองเอาไว้ แขนทั้งสองข้างเท้าไว้กับเบาะรถ ใบหน้าของเราใกล้กันเพียงคืบจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดกัน ผมพยายามจ้องลึกเขาไปในดวงตาของจินยอง พยายามส่งสายตาที่สื่อว่าผมเป็นห่วงเขามากแค่ไหน


“ถอยออกไป”


แต่ผมก็รู้ว่าต่อให้ผมจ้องจินยองนานแค่ไหน หากเขาไม่เปิดใจ เขาก็ไม่มีวันรับรู้


“ฉันเป็นห่วงนายจริงๆ นะ” ผมพูดย้ำในสิ่งที่ตัวเองรู้สึก วูบแรกที่พูดออกไป ผมเห็นสายตาที่วูบไหวของจินยอง แต่อีกฝ่ายก็เมินหน้าหนีไปทางอื่นแถมยังไม่ตอบอะไรผมสักคำ


“...”


“สัญญานะว่าจะไม่เจ็บตัวกลับมาน่ะ” ผมก็แค่อยากแน่ใจว่าจินยองจะไม่เป็นอะไรกลับมา ผมจึงเอ่ยไปแบบนั้น จินยองก็ยังคงเงียบเหมือนเดิม เงียบจนผมไม่รู้เลยว่าเขาคิดอะไรกันแน่ “จินยอง...”


“อือ สัญญา...”


จินยองหันมาหาผมบอกเอ่ยคำสัญญาให้ผมเชื่อใจเขา จากนั้นเขาก็ทำในสิ่งที่ผมไม่เคยคาดคิดเอาไว้ ริมฝีปากนิ่มแนบลงที่แก้มของผมอย่างแผ่วเขาก่อนจะลากมาประกบกันที่ริมฝีปากของผม สัมผัสแผ่วเบาของอีกฝ่ายทำให้ผมนิ่งค้าง สมองโล่งคิดอะไรไม่ออก แต่เพียงครู่เดียวเขาก็ผละออกไป


“...”


“เอาปืนมาแล้วก็ไปซะ ก่อนที่จะมีคนมาเห็น”


จินยองทำเป็นไม่สนใจในสิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไป อีกฝ่ายแบมือขอปืนผมอีกครั้งและคราวนี้ผมก็เลี่ยงไม่ได้ พอผมส่งปืนให้เขาไปแล้ว เขาก็ทำท่าจะลงจากรถแต่ผมก็รั้งเขาไว้


จินยองหันมามองและขมวดคิ้ว


“แล้วเรื่องที่จะให้ไถ่โทษ...” แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังคงค้างคาอยู่ในใจของผม จินยองนิ่งไปนิดนึงก่อนจะดึงข้อมือตัวเองออกไป


“เรื่องนั้นเก็บไว้ก่อน มันยังไม่ถึงเวลา” พูดจบเขาก็ลงจากรถไปทันที แผ่นหลังบางค่อยๆ ห่างจากสายตาของผมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหายลับเข้าไปในตึก หัวใจของผมก็บีบรัดจนปวดไปทั่วช่องอก ผมเป็นห่วงจินยองที่สุดเลย


ขอร้องล่ะ...อย่าเป็นอะไรเลยนะจินยอง


[JAEBUM PART END]


(อัพครั้งที่2)

7/11/17 ครบแล้วค่ะ ตอนนี้เป็นของพี่แจบอมนะเออ มาทั้งตอนเลยด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าพี่แจบอมจะต้องไถ่โทษยังไง  เก็บไว้เป็นความลับนะจ๊ะ จินยองน่ะดื้อๆๆๆ จับตีเลยดีไหมทุกคน (ถือไม้เรียว)

เท่ากับว่าตอนนี้มีความลับหลายเรื่องเลย ทุกคนอาจจะสงสัยและกำลังบ่นเหม่ยแน่ๆ ว่าทำไมไม่เฉลยสักที เอาน่า เก็บไว้ให้ลุ้นนะคะ ใจเย็นๆ 

อย่างที่บอก ใกล้จบแล้ว (ซับน้ำตา)  ใครอยากได้เล่มก็มากระซิบบอกกันนะคะ 

เรื่องสุดท้าย สำคัญมากค่ะ ขออนุญาตบิ้วโหวตตรงนี้เลยนะ ใครยังไม่เคยโหวตเลย ขอให้เข้าไปโหวตให้กัซนะคะ เพื่อรางวัลงานปลายปีค่ะ หนุ่มๆ ของเราพยายามอย่างมากแล้ว เราก็มาพยายามด้วยกันเถอะค่ะ สู้ๆ



3/11/17 มาแล้วจ้าาา สารภาพว่าแอบหลับด้วยแหละ แล้วกว่าจะตรวจคำผิดเสร็จก็ปามา5ทุ่ม ขอโทษนะคะที่มาดึก ก็อย่างที่บอกนะคะว่าจะจบแล้ว พี่แจบอมก็รู้เรื่องแจ็คกับมาร์ค จินยองก็รู้นิดนึง ยูคยอมก็รู้ กันต์นี่... อ่าา สุดท้ายก็เฉลยด้วยแหละว่าใครคือคนของใคร บอกเลยว่าเรื่องนี้ขอจับยูคแบมมาเจอกัน ปกติเหม่ยไม่ซีเรียสเรื่องคู่ชิปนะคะ จับมาเจอกันตามบทและความเหมาะสม แต่ขอสงวนจบมกับจินยองไว้อย่างถาวรค่ะ 555555555

อีกเรื่องคือ....ขายของงงงง ฝากเรื่องใหม่ค่ะ ตามไปเอ็นดูน้องจินยองล่วงหน้าได้นะคะ จบเรื่องนี้แล้วจะแต่งต่อเลยค่ะ จิ้มที่รุปเลยเน้อ


สุดท้าย อย่าลืมสาดกำลังใจและเข้าแท็ก #อย่าถามหารัก ด้วยนะคะ รักทุกคนค่าาาา





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1254 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 01:25
    ใจจะขาดแล้วเอยยยย~ ลุ้นมาก อ่านมา20กว่าตอนโดยไม่รู้อะไรสักอย่างแบบนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ แต่บ้าพลังมาก
    #1,254
    0
  2. #1207 shierichi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 09:06
    รวมหัวกันหลอกหลายต่อมาก โอ้ย ถ้านี่เป็นจินยองเครียดตาย
    #1,207
    0
  3. #1174 มะเอยเนย (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 22:22
    พิจบมลักน้องจีนยงจริงๆ ฮื่อออ นุทัมจัยมั่ยดั้ยที่น้องจีนยงไม่รับรุ้ถึงควัมลักที่พิจบมมีให้ ฮืออออออ
    #1,174
    0
  4. #978 Ploy Snw (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 21:25
    จินยองงง หนูเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกทีแล้วนะลูกกก! ขำยองแจอะ คนกำลังเครียดๆ555555555555555555
    #978
    0
  5. #916 Naniile (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 22:54
    แจ็คสันจะเห็นที่มาส่งมั้ยเนี่ย
    #916
    0
  6. #915 cinncookie (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 17:25
    มันก็จะน่ารัก(?)หน่อยๆ(หรือเปล่านะ? แต่สำหรับเรามันใช่อ่ะ ละมุนนิดๆ~) อิอิ
    #915
    0
  7. #914 น้องคยอม (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 14:10
    จินยองต้องปลอดภัยนะ งือออออออ
    #914
    0
  8. #913 ViranphatP (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 22:34
    ไม่รู้จะพิมพ์คำชมยังไงเลยอ่ะ เรื่องนี้มันดีมาก ดีจริงๆ หาคำไหนมาเปรียบเทียบไม่ได้แล้ววว อยากให้จินยองใจอ่อนกับพี่จบมเร็วๆจังTT //ไรท์สู้ๆน้าาเรารออ่านอยู่วววว^^
    #913
    0
  9. #912 norrijung (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 22:17
    ปวดหัวใจสุดๆอะ มันเหมือนคนๆนึงกำลังตีกับความรู้สึกตัวเอง ว่าจะเชื่อใจ หรือไม่เชื่อใจ กับผู้ชายคนนึงที่คิดว่าเค้าเป็นที่พึ่งที่สุดท้าย แต่การที่จินยองทำแบบนี้ เหมือนเป็นการบอกลากลายๆเลยอะ เหมือนพร้อมที่จะตายเลยอะเพื่อให้ตัวเองบรรลุเป้าหมาย สิ่งที่อยากรู้ อะไรคือการจุดประเด็นที่ทำให้มาร์ค คิดจะฆ่าจินยอง และแจ็คสันเห็นด้วยตามมาร์ค เข้าใจว่าแจ็คสันรักมาร์ค และพร้อมที่จะทำเพื่อให้ได้มาร์คมา แต่จินยองก็ทำให้แจ็คสันได้มาร์คนะ ถึงมันจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีก็ตาม ข้อสำคัญเรารู้สึกว่าทำไมทุกคนไม่ให้ความกระจ่างกับจินยอง ในเมื่อที่ทำอยู่นี้คือการบอกว่าเป็นห่วง รอจอนต่อไปนะคะ
    #912
    0
  10. #911 Warabiw (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 19:39
    ขอให้ปลอดภัยกลับมานะจินยอง พี่จบมเค้าทั้งหวงทั้งห่วงมากเลย งืมมมม //สาดกำลังใจนะ
    #911
    0
  11. #910 Jannie18 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 19:37
    จินยอง ต้องปลอดภัยกลับมานะ
    #910
    0
  12. #909 cinncookie (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 17:29
    น่าสงสาร จินยองอ่ะ โดนทุกคนหลอกหมดเลย // ไรท์ สู้ๆนะคะ รออ่านนะ
    #909
    0
  13. #908 Jannie18 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 15:24
    คนอื่นจะวางแผมทำไรก็ช่างแต่อยากรู้อย่างเดียวคือแจบอมโกหกอะไรจินยอง
    #908
    0
  14. #907 norrijung (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 15:51
    ตอนนี้สำหรับจินยอง รู้ก็เจ็บไม่รู้ก็เจ็บปวด สู้ให้รู้ทุกอย่างก็ดีกว่าเพื่อที่จะปกป้องตัวเองในสิ่งที่ไม่รู้ เพราะอย่างน้อยการที่รู้ จะได้ร็ว่าใครดีต่อเราไม่ใช่หรอแจบอม เพราะผลสุดท้ายเวลาที่ไม่มีแจบอม จินยองจะได้จัดการอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง
    #907
    0
  15. #906 น้องคยอม (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 15:54
    เพราะรักมากเลยปฏิเสธไม่ได้ใช่มะจบม งือออออออออ ลุ้นทุกบรรทัดที่อ่าน
    #906
    0
  16. #905 Def Yuii (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 08:58
    มีความลุ้นอยู่เต็มเป๋าอ่ะไรท์ 555555 ชอบชื่อเรื่องตอนใหม่จังไรท์ ถ้าอ่านเรื่องนี้จบ แล้วไปอ่านเรื่องใหม่ จะเป็นไบโพล่าป่าวงะ 5555555
    #905
    0
  17. #904 Warabiw (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 05:08
    ความลุ้นมีอยู่เต็มกำลังเลยตลอดนี้ สู้ๆนะไรท์
    #904
    0
  18. #903 pepi_fern (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 02:32
    สงสารพี่แจบอมจัง ว่าแต่จินยองจะหลอกใช้พี่แจบอมให้ทำอะไรอีก
    #903
    0
  19. #902 Majig (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 00:21
    ไรท์คือแบบมันดีอ่ะอารมณ์มาเต็มมาก เมื่อไรจินยองจะเชื่อใจพี่แจบอมนะ สู้ๆค่ะจะรออ่านจนจบเรื่องเลย
    #902
    0
  20. #901 Littlenerdgirl (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 00:13
    แจบอมหลอกอะไรจินยองไปบ้างอ่า ครอบครัวแจบอมอาจมีส่วนทำให้พ่อจินยองตายรึเปล่า แงง อยากให้จินยองเชื่อใจแจบอมนะยังไงก็ไว้ใจได้มากที่สุดละอะ
    #901
    0
  21. #900 241019977 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 23:33
    สู้ๆจ่ะ ไรท์จ๋าาาาา ^3^
    สนุกมากกกกกกก
    #ส่งกำลังใจไป ปิ้วๆ
    #900
    0
  22. #898 Majig (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 18:30
    จะรอไรท์อัพนะคะ สู้ๆ
    #898
    0
  23. #897 pp_punpop (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 17:03
    รอนะคับ
    #897
    0
  24. #896 parkjinyoung_43 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 18:56
    รอนะคะไรท์
    #896
    0
  25. #895 nnungnning_nk (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 12:48
    รอคะ????????
    #895
    0