จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 23 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.22 [อัพครั้งที่2] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,451
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    29 ต.ค. 60

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา





| EP.22 |


คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ถึงเวลาเข้านอนแล้วข่มตาหลับไม่ลง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างช้าๆ ทั้งมาร์คและกันต์ไม่แสดงอะไรที่น่าสงสัยออกมาอีก พอจบมื้ออาหารตอนเย็นต่างฝ่ายก็ต่างเข้าสู่โลกของตัวเอง พวกเขาทำเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ และถ้าให้ผมเดา ผมคิดว่าพวกเขาคงคิดหาทางกำจัดพวกเราสองในสามคนกันนี่แหละ


เพราะผมน่ะ...ก็คิด


ปึก!


ผมขมวดคิ้วทันทีที่รู้สึกว่ามีใครสักคนลุกขึ้นนั่งท่ามกลางความมืดมิดภายในห้อง และไม่นานเสียงปิดประตูก็เกิดขึ้น ผมค่อยๆ ลืมตาและมองไปยังที่นอนของมาร์คและกันต์ สิ่งที่ผมพบคือกันต์ยังนอนหลับตาอยู่ที่เดิม ส่วนมาร์คหายไป


ไม่รอช้า ผมถลกผ้าห่มออกจากตัวและหยิบปืนที่อยู่ใต้หมอนมาถือไว้ มองไปที่กันต์อีกครั้งก็เห็นว่าเขาหลับตาอยู่ ผมก็เลยเอาปืนใส่ไว้ในเสื้อคลุมและลุกออกจากห้องไปบ้าง


ผมเดินออกมา มองซ้ายมองขวา ทางเดินเงียบเชียบ มีเพียงหลอดไฟบนเพดานที่ให้แสงสว่างเท่านั้น ผมค่อยๆ เดินไปยังบันไดที่เป็นทางให้เลือกว่าจะขึ้นไปชั้นบนหรือลงไปข้างล่าง


ผมไม่รู้หรอกว่ามาร์คเลือกทางไหน แต่พระเจ้ารู้และท่านก็บอกใบ้แก่ผม


“รีบมา...”


เสียงคุยโทรศัพท์ดังขึ้นซึ่งผมมั่นใจมากว่าเป็นเสียงของมาร์ค แต่ที่ผมไม่รู้เลยคือเขาคุยกับใคร คนแรกที่ผ่านเข้ามาในหัวคือแจ็คสัน แต่บ้าน่า มาร์คหนีแจ็คสันจะเป็นจะตาย เขาจะโทรหาหมอนั่นทำไม เว้นแต่ว่าที่ผ่านมามันคือการแสดงนั่นแหละ


“...”


ผมพยายามเคลื่อนตัวให้เงียบที่สุด เสียงของมาร์คดังมาจากด้านล่าง ผมคาดว่าเดินลงไปเพียงแค่ชั้นเดียวก็คงเจอตัวเขา แต่ผมไม่ลงไปให้โง่หรอก ผมมองเขาจากชั้นบน เห็นมาร์คกำโทรศัพท์แน่น สีหน้าท่าทางของเขาดูเครียดเต็มทน เขาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเปลี่ยนเป็นกัดริมฝีปากล่าง


ท่าทางของมาร์คทำให้ผมต้องล้วงมือขึ้นไปกระชับปืนในเสื้อคลุม


“อย่าถามหาข้อแลกเปลี่ยนจะได้ไหม ฉันให้นายไปหมดแล้วนะ...” เสียงของมาร์คเริ่มดูไม่พอใจเมื่อปลายสายพูดบางประโยคกับเขา ถ้าไม่ติดว่าเขากำลังเครียดและต้องการความช่วยเหลือ ผมคิดว่าเขาคงปาโทรศัพท์ระบายอารมณ์ไปแล้ว


“...”


“ครั้งนี้ครั้งสุดท้าย ทุกอย่างกำลังจะสำเร็จแล้วไง เถอะนะ เชื่อฉัน...แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันไง”


แล้วอยู่ๆ น้ำเสียงของมาร์คก็เปลี่ยนเป็นอ่อนหวานปนออดอ้อนขึ้นมา ผมเดาไม่ออกเลยว่าปลายสายที่คุยกับเขานั้นคือใคร ถึงแม้ในหัวของผมมีแต่แจ็คสัน แต่ผมก็คิดว่าไม่ใช่เขา


ใครกันนะ...


หรือว่า...


“ยูคยอมเหรอวะ” ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางคิดไปถึงความเป็นไปได้ ผมไม่เคยเห็นทั้งสองคนเจอกันเลย แต่เหตุการณ์ที่เฉียดเจอกันก็มี อย่างเช่นตอนที่ไปงานประมูลบนเรือสำราญ ผมไม่เห็นพวกเขาคุยกันหรอก เพราะมาร์คก็มัวแต่มีปัญหากับแจ็คสัน แถมในงานประมูลยูคยอมก็เอาแต่กวนประสาทผม มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย หรือจะเป็นตอนที่ผมเจอยูคยอมที่โรงแรมเช่า เขากำลังจะเดินไปที่ห้องไหนสักห้องนี่ ตอนนั้นเราเดินสวนกัน...หรือจะเป็นยูคยอมจริงๆ วะ


“อือ ฉันรักนาย ได้ยินไหมว่ารักนายน่ะ เพราะฉะนั้นรีบมานะ ขอร้อง...” ผมชะงักไปนิดเมื่อได้ยินมาร์คบอกรักคนปลายสาย น่าแปลกเหลือเกินที่เขาพูดคำๆ นี้ออกมา และมันก็ยิ่งทำให้ผมคิดมากขึ้นไปอีกว่าใครกันแน่


แจ็คสันหรือยูคยอม หรือไม่ใช่ทั้งสองคนนี้


“แค่นี้ก่อนนะ แม่ฉันโทรมา” มาร์คบอกแบบนั้นกับปลายสายและกดวางจากนั้นก็กดรับสายจากคนที่เขาเรียกว่าแม่ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นแม่คนเดียวกับแม่ของผมแน่ๆ ผมได้ยินแบบนั้นก็ทำเพียงกำมือแน่นและเงี่ยหูฟังสิ่งที่มาร์คจะพูดต่อไป


ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าแม่ของผมจะเป็นห่วงมาร์คขนาดไหน


“ครับแม่” เขาทักทายด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ และเว้นช่วงฟังสิ่งที่ปลายสายพูดกลับมา


“...”


“ผมก็กำลังทำตามที่แม่บอก แต่การฆ่าคนมันยากนะครับแม่ ผมขอเวลา”


!!!


น้ำเสียงของมาร์คต่ำและนิ่งมากกว่าเดิมเมื่อเขาพูดถึงการฆ่าคน ผมไม่แน่ใจว่าเขาหมายถึงผมหรือกันต์หรือบางทีอาจจะหมายถึงเราทั้งสองคนเลยก็ได้


แต่ที่มากกว่านั้นคือมาร์คกำลังคุยกับแม่ของผม บทสนทนาของเขาก็สื่อชัดเจนว่าแม่คือคนที่สั่งให้เขาฆ่าผมหรือกันต์ ถ้าอย่างนั้นคนที่ชักจูงมาร์คทั้งหมดคือแม่ของผมงั้นเหรอ? แม่จงใจให้มาร์คฆ่าผมงั้นเหรอ


“...”


“ถ้าทุกอย่างสำเร็จแล้วผมจะบอกแม่ทันที ผมสัญญาครับ”


ปั่ก!


ผมรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนทันทีเมื่ออยู่ๆ มาร์คก็กดวางสายและทำท่าจะเดินขึ้นมา ท่าทางรีบร้อนของผมทำให้เกิดเสียงแปลกๆ มาร์คก็เลยชะงักและระแวดระวังตัวเองมากขึ้นไปอีก เขาเงยหน้ามองขึ้นมาด้านบนแต่เมื่อพบว่าไม่มีใครเขาก็มุ่งไปยังห้องนอน


แต่เดี๋ยวนะ ถ้ามาร์คเข้าไปในห้องแล้วไม่เจอผม เขาต้องสงสัยแน่ๆ


ทำยังไงดี


ผมครุ่นคิดและเดินกลับไปยังทางเดิม แต่ยังไม่ทันได้เลี้ยวตรงทางแยกเลย ประตูห้องของผมก็ถูกเปิดออกและกันต์ก็ยืนอยู่หน้าห้อง มาร์คจ้องหน้ากันต์ด้วยสายตาอาฆาตสุดๆ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินไปอีกทาง


ผมโคตรรู้สึกแปลกใจเลย นี่พวกเขาจะเล่นสงครามประสาทกันอีกนานแค่ไหนนะ ทำไมไม่มีใครเริ่มเปิดฉากสงครามจริงๆ สักที พวกเขาจะรู้ไหมว่าปืนในมือของผมมันพร้อมใช้งานแล้วน่ะ


ผมรอให้พวกเขาเดินไปจนลับสายตาแล้วผมค่อยกลับเข้าไปในห้อง จัดฉากว่าผมนอนอยู่ในห้องและไม่ได้ลุกไปไหนทั้งนั้น กันต์อาจจะรู้ว่าผมกำลังเล่นละคร แต่ช่างเขาไปก่อน เพราะคนที่ผมต้องจัดการจริงๆ คือมาร์ค


ไม่นานทั้งสองก็กลับเข้ามา เหมือนมาร์คจะเข้ามาก่อนประมาณสิบนาทีแล้วกันต์ค่อยๆ ตามเข้ามา ผมนอนหลับตาฟังเสียงที่เกิดขึ้นและคิดว่าจะได้ยินพวกเขาคุยกัน แต่ไม่เลย ต่างฝ่ายต่างเงียบและปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเริ่มเช้าวันใหม่


ละครฉากเดิมๆ ดำเนินไปโดยนักแสดงหน้าเดิมๆ แต่ที่แปลกไปสุดๆ คือวันนี้กันต์อาสาที่จะไปซื้อของที่ตลาด และเมื่อตกลงกันได้แล้วเขาก็ออกไปทันที ห้องพักสี่เหลี่ยมห้องนี้ก็เลยเหลือแต่ผมและมาร์ค


มาร์คนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง เขายกขาขึ้นชันเข่าและใช้แขนทั้งสองข้างกอดเข่าไว้ สายตาก็ทอดมองออกไปจนผมไม่รู้ว่าเขาโฟกัสอะไรกันแน่ ผมตัดสินใจเดินไปหาเขาและทำท่าทางเป็นห่วงความรู้สึกอีกฝ่าย


รู้สึกแปลกๆ เหมือนกันนะที่ต้องทำแบบนี้เพราะใจผมรู้ดีว่าคนตรงหน้าคืองูพิษ แต่ถ้าอยากฆ่างูผมก็ต้องใจกล้าซะหน่อย


“ยังกลัวอยู่เหรอ?” ผมเอ่ยถามและมองออกไปนอกหน้าต่าง อีกฝ่ายถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยตอบ


“ก็นิดหน่อย เราเครียดด้วย เหมือนอนาคตเราหายไป” พอพูดจบอีกฝ่ายก็ก้มหน้าและเหมือนจะร้องไห้ออกมาด้วย ถ้าเป็นแต่ก่อนผมก็คงแอบเห็นใจบ้าง แต่ตอนนี้ไม่มีความเห็นใจใดๆ แล้วเพราะผมรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่มาร์คพูดออกมาคือเรื่องโกหก


“ไม่หรอกนะ ถ้าเวลาผ่านไปอีกหน่อย ทุกอย่างก็จะดีขึ้น” ผมพูดปลอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและเบา จากนั้นก็เอื้อมมือไปจับไหล่ของมาร์คและบีบเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ


ตอนนี้ในหัวของผมมีแต่คำถามมากมายไปหมด มันตีกันยุ่งจนผมไม่รู้จะเรียบเรียงมันยังไง แต่ผมก็ต้องตั้งสติ ถ้าผมเผลอทำตัวโง่ๆ ออกไป มีหวังมาร์คได้รู้แน่ๆ


“จริงๆ แล้วเราไม่อยากให้กันต์อยู่กับเราหรอกนะ” ก่อนที่ผมจะงัดคำถามในหัวออกมาพูด มาร์คก็โผงขึ้นมาซะก่อน พูดจบแล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมามองผมราวกับว่าจะยืนยันในสิ่งที่พูด ดวงตาของเขามีน้ำตาคลอเคลือบ


“ทำไมล่ะ เราว่ากันต์ก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไรนี่ เขาก็ไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง” ผมยักไหล่และเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเล่นๆ ผมไม่ได้คิดมากอะไรเกี่ยวกับกันต์หรอก ผมคิดว่าถ้ามันถึงจุดที่เราต้องเผชิญหน้ากัน ผมสามารถคุยกับเขาได้โดยที่เราอาจจะไม่ต้องสูญเสีย


เว้นแต่ว่าถ้าเขาพูดยาก...ผมก็ต้องจัดการ


“ทำไมจินยองถึงไม่เห็นเหมือนที่เราเห็นนะ” ประโยคนี้เหมือนมาร์คพูดตัดพ้อกับตัวเองซะมากกว่า แต่ผมก็รู้ว่าเขาจงใจพูดให้ผมได้ยิน และเขาก็คงคาดหวังว่าผมจะต้องเอะใจ งั้นผมก็ขอเอะใจสักหน่อยละกัน


“เห็นอะไรเหรอ? รีบบอกเรา” ผมทำน้ำเสียงตื่นๆ และรีบถามมาร์ค อีกฝ่ายยึกยักเหมือนไม่อยากพูดแต่สุดท้ายก็พูดออกมา


“เมื่อวานเราเห็นกันต์อยู่กับแจ็คสัน”


!!!


คำบอกเล่าจากปากของมาร์คทำให้ผมนิ่งอึ้งไปสักพัก ผมไม่ได้อึ้งเพราะสิ่งที่ได้รู้ แต่ผมอึ้งเพราะสิ่งที่มาร์คกำลังทำ ไม่แปลกหรอกหากเขาจะเปิดฉากใส่ร้ายกันต์ก่อน และผมก็พอจะดูออกว่ามาร์คต้องการใช้ผมเป็นเครื่องมือในการทำร้ายกันต์ แต่ถ้าผมเดินตามแผนของมาร์ค ผมก็อาจจะโดนกันต์ทำร้ายด้วย


แต่ในขณะนี้ ผมต้องเล่นให้เนียนไว้ก่อน


“ละ...แล้วพวกเขาจะไปรู้จักกันได้ยังไง แจ็คสันมัน...” ผมพยายามหาทางปฏิเสธให้แก่เพื่อนตัวเอง ผมรู้ว่าผมก็ไม่ได้รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับแจ็คสัน แต่ผมก็เดาๆ ไปก่อนว่าพวกเขาคงจะไม่รู้จักกัน


“จริงๆ นะจินยอง เราเห็นพวกเขาคุยกันหลังตึก พวกเขาดูสนิทกัน” ผมอยากจะปรบมือให้มาร์คจริงๆ กับการเล่นใหญ่และแสดงเก่งขนาดนี้ ถ้าผมไม่ไปเจอฉากที่มาร์คทำร้ายกันต์ ผมก็อาจจะเชื่อ แต่พระเจ้าเข้าข้างผมและไม่ปล่อยให้ผมเชื่อคำพูดของมาร์ค


“ช่างมันเถอะ ตราบใดที่เรายังไม่เห็นแจ็คสันตัวเป็นๆ เราจะยังไม่เชื่อ เราไม่ได้ว่าว่ามาร์คโกหกนะ แต่เราอยากเห็นด้วยตาตัวเอง”


พอพูดจบผมก็ผละตัวออกไปทันที สิ่งที่ผมพูดออกไปไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบหรือความคิดที่อยากจะเอาชนะหรอกนะ แต่ผมพูดเพื่อให้มาร์คคิดว่าผมไม่เชื่อเขาง่ายๆ และแน่นอนว่าเขาจะเปลี่ยนแผน ผมอยากจะเห็นแผนการของเขามากกว่า


ผมอยากรู้ว่ามาร์คจะเล่นละครเก่งแค่ไหน

 

 

[JAEBUM PART]


สิ่งที่ผมควรทำตอนนี้คือไปหาจินยองให้เร็วที่สุด หัวใจของผมเต้นรัวมาตลอดหลังจากที่ผมรู้ว่าจินยองอยู่ที่ไหน สถานที่ที่จินยองอยู่ตอนนี้มันคือชนบทที่ไกลจากเมืองหลวงมากๆ ผมรู้ว่าที่นั่นไม่ได้ลำบากมากอะไร แต่ไม่มีเหตุผลเลยที่คนอย่างจินยองต้องไปอยู่


ยูคยอมบอกผมมาว่าให้รีบไปก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ ผมก็ไม่รู้ว่าเขาไปรู้อะไรมาแล้วทำไมถึงพูดจาแปลกๆ พอถามออกไปอีกฝ่ายก็บ่ายเบี่ยงที่จะตอบ จากนั้นก็ขอตัวกลับไป


ทุกอย่างเป็นปริศนาไปหมด นอกจากเรื่องของจินยองแล้วผมก็ไม่รู้อะไรอีกเลย พยายามคิดหลายครั้ง พยายามโยงสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ แต่สุดท้ายคำตอบที่ได้ก็คือยูคยอมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับจินยองเลยสักนิด


นี่แหละคือสิ่งที่ผมกลัว ผมไม่รู้เลยว่าการมาของยูคยอมครั้งนี้คือแผนการอะไรหรือเปล่า หรือบางทียูคยอมอาจจะรู้จักกับมาร์คและแจ็คสันก็ได้ อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ


ผมส่งคนไปยังสถานที่ที่จินยองอยู่ตั้งแต่รู้เบาะแส และเมื่อเช้าคนของผมก็ส่งข่าวกลับมาว่ามีคนพบเจอจินยอง มาร์คและใครอีกคนที่ผมไม่รู้จัก บางทีคนๆ นี้อาจจะเป็นคนของยูคยอม


นี่มันเรื่องบ้าอะไร ชีวิตของจินยองถลำลึกเกินไปแล้ว


“คุณหนูระวังตัวนะคะ” ขณะที่ผมกำลังจะออกจากบ้านไปยังลานจอดรถ ป้าจูยองที่ดักรออยู่ก่อนแล้วก็เดินมาหาผมพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงกังวล


ผมรู้ดีว่าป้าจูยองรู้สึกยังไง เธอก็เหมือนแม่ของผมอีกคนหนึ่ง เราผูกพันกันมานาน ไม่แปลกหรอกที่เธอจะเป็นห่วงผม


“ครับ ผมจะระวังตัว” ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ และเอื้อมมือไปกุกมือของป้าจูยองไว้


“ต้องพาคุณจินยองกลับมาอย่างปลอดภัยนะคะ สัญญากับป้านะ” ป้าจูยองบอกประโยคสุดท้ายจบ จากนั้นผมก็เดินแยกออกมาเลย ผมรู้สึกดีที่ป้าจูยองรักและเป็นห่วงจินยองเหมือนกัน ก็ไม่แปลกอีกเช่นกันเพราะป้าจูยองก็เคยเจอจินยองในสมัยยังเด็กๆ แต่สำหรับจินยองแล้วคงจำอะไรไม่ได้เลย


ผมขับรถออกจากรั้วบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังเส้นทางชนบท ในหัวของผมโล่งมากๆ ผมไม่อยากคิดอะไรให้เสียสมาธิเพราะผมอยากไปถึงที่นั่นก่อนที่ฟ้าจะมืด


แต่พระเจ้าก็เล่นตลก


มีรถยนต์คันหรูขับตามผมมาด้วยความเร็วที่คาดการณ์ไม่ถูก ผมพยายามมองดูว่าใครคือคนขับแต่ก็ไม่สามารถมองเห็นหน้าได้เพราะฟิล์มที่มืดทึบนั่น และก่อนที่ผมจะได้ขับหนีทิ้งห่างไป รถคันนั้นก็ขับมาปาดหน้ารถของผมจนต้องหยุดรถกะทันหัน


อีกฝ่ายลงจากรถพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน พอได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย เลือดในกายของผมก็พุ่งพล่านทันที


“แจ็คสัน!” ผมลงจากรถและตะคอกเรียกชื่ออีกฝ่าย แต่แจ็คสันกลับยิ้มร่าราวกับไม่รู้สึกอะไร


“ไง จะไปไหนเหรอ?” เขาถามผมพลางยืนพิงรถของตัวเอง นานมากแล้วที่เราไม่ได้ติดต่อกัน ครั้งล่าสุดก็คงเป็นตอนที่ผมโทรไปหาเขานั่นแหละ


“เรื่องของกู มึงอย่ามาขวาง” ผมว่าและจ้องตาอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ แจ็คสันยังคงยิ้มอยู่อย่างนั้น


“ไม่ได้หรอกนะ เพราะมึงนั่นแหละกำลังขวางทางของกู” แจ็คสันเอ่ยกลับมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แววตาที่เคยเป็นมิตรก็แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ผมสัมผัสได้ถึงความอำมหิตในสายตาของอีกฝ่าย


ก็ไม่แปลกหากแจ็คสันจะโกรธ แต่มันจะมาโกรธจินยองไม่ได้ ผมเคยเตือนมันแล้วแต่มันไม่ฟังเอง


“มึงอย่าทำให้เรื่องมันใหญ่ไปกว่านี้เลย มึงควรล้มเลิกทุกอย่างและไปห้ามคนของมึง กูไม่อยากให้ใครต้องเจ็บตัว” ผมพยายามสงบสติและเอาเหตุผลเข้าสู้ พยายามใจเย็นอย่างมาก แต่แจ็คสันกลับไม่เห็นด้วย


“แค่จินยองตายเอง มึงจะกลัวไปทำไม มึงก็รู้ว่าจินยองไม่ได้รักมึง คนที่เห็นคนอื่นเป็นเครื่องมือแบบนั้นจะมีลมหายใจไปเพื่ออะไร” แจ็คสันกอดอกและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง คำพูดของเขาเหมือนตะปูที่ตอกลงกลางใจของผม คำว่าจินยองไม่ได้รักผมมันเหมือนมีดปลายแหลมที่คอยกรีดหัวใจของผมจนเละไม่เหลือชิ้นดี


แต่ช่างสิ หัวใจของผมจะเละยังไงก็ได้ แต่จินยองไม่ควรที่จะเจ็บเลยแม้แต่ปลายนิ้ว


“มึงไม่รู้อะไร มึงอย่าพูดดีกว่า และช่วยสำนึกด้วยว่าจินยองคือเพื่อนของมึง!” ตอนนี้ผมโกรธมาก โกรธจนอยากจะเอาปืนมากราดยิงใส่แจ็คสันให้มันตายไปเลย แต่ผมก็ต้องสงบสติเอาไว้ ผมตั้งใจไว้แล้วว่าเรื่องนี้จะต้องไม่มีใครเป็นอะไร มันควรจบลงด้วยดี


“กูซึ้งใจมากเลยว่ะ จินยองมันคงรักกูมากสินะถึงได้ใช้กูเป็นเครื่องมือในการทำลายมาร์ค มันทำร้ายจิตใจกูจนยับไม่เหลือชิ้นดี มันทำร้ายทุกคน มันรักแต่ตัวเอง มึงยังคิดว่ากูจะให้อภัยมันเหรอ!!?”


ผมไม่รู้ว่าแจ็คสันฟังอะไรมาจากมาร์ค แต่ที่แน่ๆ ต้องมีการบิดเบือนความจริงแน่ๆ ไม่เช่นนั้นแจ็คสันไม่โกรธขนาดนี้หรอก


“มึงฟังแค่มาร์ค มึงเชื่อแค่มาร์ค มึงเคยถามจินยองบ้างไหมว่ารู้สึกยังไง ถ้ามึงร่วมมือกับกูตั้งแต่แรก เรื่องมันคงไม่มาถึงขนาดนี้หรอก ตอนนี้ทั้งจินยองและมาร์คคงกำลังจ้องจะฆ่ากัน ถ้ามีใครสักคนต้องตายไป มึงนั่นแหละที่ต้องเสียใจ!” ผมร่ายความรู้สึกนึกคิดในใจออกมาจนหมด จากนั้นก็กลับขึ้นรถและขับเลี่ยงออกไปทันที ผมไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ผมพูดจะซึมเข้าไปในสมองของแจ็คสันมากแค่ไหน แต่ผมก็ถือว่าผมได้พูดออกไปแล้ว


และตอนนี้ผมก็ได้แต่ภาวะนาว่าอย่าให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นเลย


[JAEBUM PART END]



ช่วงเย็นของวัน ผมออกจากห้องเพื่อมาเดินเล่นและคิดอะไรเพลินๆ เพราะการอยู่ในห้องที่มีแต่ศัตรูทำให้ผมคิดอะไรไม่ค่อยออก เพราะนอกจะต้องคอยระวังตัวแล้ว ผมยังต้องคอยจับตามองทั้งมาร์คและกันต์ไปด้วย


จริงๆ พวกเราสามคนก็เหนื่อยล้าและเพลียกับสิ่งที่เป็นอยู่ หากแต่ถ้าใครละเลยหรืออ่อนแอ คนๆ นั้นก็จะถูกฆ่าไม่ใช่หรือไง ผมจึงเลือกเดินออกมาเพื่อคิด คิด และคิด


ปรี๊น


เสียงแตรรถดังขึ้นขณะที่ผมกำลังเดินเตร่ไปตามทาง ผมหันกลับไปมองก็พบกับรถหรูราคาแพง แว็บแรกในใจผมคิดว่านี่คือรถของแจบอมเลยเตรียมตัวจะวิ่งหนี แต่เมื่อคนขับรถชะโงกหน้าออกมาผมก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา


“ยองแจ?” ผมเรียกชื่ออีกฝ่ายและหยุดเดิน ยองแจจอดรถไว้ข้างทางอย่างไม่กลัวว่าจะขวางทางใคร จากนั้นเขาก็ลงจากรถมาหาผม ใบหน้าของอีกฝ่ายมีรอยยิ้มประดับราวกับว่ากำลังมีเรื่องน่ายินดี


“นึกว่าใคร ทำไมออกมาเดินคนเดียว” ยองแจถามและเดินคู่ไปกับผม เขาเป็นคนที่แปลกในระดับหนึ่ง อยากจะทำอะไรตามใจก็ทำเสียดื้อๆ อย่างเช่นการจอดรถหรูของตัวเองไว้ข้างทางแบบนั้น หากมีคนเอารถเขาไปจะทำยังไง


“เบื่อๆ ก็เลยออกมาเดินเล่น แล้วนายล่ะ?” ผมตอบและถามกลับไปภายในประโยคเดียว ยองแจยักไหล่เบาๆ ก่อนตอบ


“ขับรถเล่นน่ะ เครียดๆ” ถึงจะตอบว่าเครียดแต่ใบหน้าของอีกฝ่ายกลับมีรอยยิ้ม คำตอบของยองแจทำให้ผมเงียบ เราต่างคนต่างก็มีสิ่งที่ต้องคิดสินะ อย่างน้อยผมก็ไม่ได้คิดมากอยู่คนเดียว แต่ถึงจะได้ยินแบบนั้น ผมก็ไม่ควรไว้ใจยองแจให้มากเกินไป ยังไงเขาก็เป็นคนแปลกหน้าสำหรับผม


“...”


แต่พอผมเงียบ อีกฝ่ายก็พูดขึ้นมา


“แล้วปืนที่ซื้อไปน่ะ ได้ใช้หรือยัง?” ผมคิดว่าเขาจะลืมไปแล้วซะอีก คำถามของยองแจทำให้ผมส่ายหน้าไปมา โอกาสที่จะใช้ยังมาไม่ถึงเลย ผมยังหาโอกาสเหมาะๆ ไม่ได้


“ยัง แต่คงเร็วๆ นี้” ผมตอบแค่นั้นและมองไปรอบๆ ตัว ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ท้องฟ้าก็เลยมีสีแดงอมส้มตกแต่งอยู่ สีของท้องฟ้าให้ความรู้สึกเหงาและเดียวดาย ไม่ต่างอะไรกับชีวิตของผมเลย


บางทีผมก็นึกท้อใจนะที่ชีวิตผมเป็นแบบนี้ ทำไมผมไม่มีคนที่ต้องกลับไปหาล่ะ ทำไมผมต้องเป็นคนสูญเสียล่ะ ทำไมผมต้องเป็นคนที่ถูกหลอกมาตลอดล่ะ ผมอยากรู้จริงๆ ว่าในชีวิตนี้ผมจะหาคนที่จริงใจกับผมได้ไหม


“ที่จริงฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการขายปืนให้นายหรอกนะ แต่มาคิดๆ ดูแล้วมันคงเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยให้นายป้องกันตัวจากคนที่ไม่จริงใจกับนาย” ยองแจโผงขึ้นขณะที่ผมกำลังคิดตัดพ้อชีวิต ประโยคที่เขาพูดออกมาทำให้ผมถอนหายใจ ที่เขาพูดก็ถูก การที่ผมมีปืนอยู่ในมือทำให้ผมมั่นใจในระดับหนึ่งว่าตัวเองจะปลอดภัย


“ก็คงจริง ตอนนี้ก็รู้สึกปลอดภัย” ผมว่าพร้อมกับยกยิ้มน้อยๆ “แต่ก็แค่นิดเดียว”


“เอาเถอะ ฉันว่าฉันต้องไปแล้ว ไว้เจอกันวันหลังนะ” ว่าจบยองแจก็ทำท่าจะเดินกลับไป แต่เพราะผมนึกอะไรบางอย่างออกมาได้ ผมจึงเรียกอีกฝ่ายไว้ ยองแจเลิกคิ้วนิดๆ เป็นการถาม


“นายพอจะมีรถยนต์เก่าๆ ให้ฉันยืมไหม?”


ตอนถามไปผมก็ไม่คิดว่ายองแจจะพยักหน้า แต่เขากลับพยักหน้าพร้อมกับยกยิ้ม จากนั้นเขาก็พาผมมายังสถานที่ที่เรียกว่าโรงรถ รถยนต์จำนวนมากจอดเรียงรายจนผมนับไม่ถ้วนว่ามีกี่คันกันแน่


ยองแจเดินนำหน้าผมพร้อมกับแนะนำรถในการครอบครองให้ผมฟัง เขาบอกว่าถ้าอยากได้คันไหนก็บอก ผมก็ดีใจที่เขายอมให้ยืม แต่ก็มีความคิดเล็กๆ ว่าทำไมต้องให้คนที่เพิ่งรู้สึกแบบผมยืมด้วย


“ฉันขอแค่รถเก่าๆ นี่มันไม่เก่าแถมยังแพง” ผมบอกและปรายตามองไปยังรถที่อยู่ตรงหน้า ยองแจหัวเราะชอบใจก่อนจะยกมือโบกไปมา


“ก็มันเก่าสำหรับฉันนี้ ได้มาเมื่อเดือนก่อนน่ะ” ผมว่ายองแจนี่แหละแปลกสุดๆ ถึงผมจะคลุกคลีกับคนรวยมากๆ อย่างแจบอมมาเยอะ แต่ผมกลับไม่ค่อยเข้าใจในนิสัยของยองแจเลย การที่รวยขนาดนี้จะใช้เงินอย่างไรก็ได้งั้นเหรอ อือ ก็เงินของเขานี่เนอะ


“มีเก่ากว่านี้ไหม?” ผมถามและจ้องหน้ายองแจ อีกฝ่ายทำท่าคิดเล็กน้อยก่อนจะเดินนำผมไปยังรถอีกคันที่จอดอยู่


“คันนี้เก่าสุด ได้มาเมื่อสองเดือนก่อน” ผมอยากจะบ้าตาย คำว่าเก่าสำหรับผมและยองแจมันคนละความหมายกันหรือไง เก่าของผมคือใช้มาแล้วสามถึงห้าปี แต่เก่าของยองแจคือเดือนสองเดือนก่อน


“ก็ยังใหม่อยู่ดี ขอเก่ากว่านี้” ผมต่อรองและมองไปรอบๆ


“ไม่มีแล้ว นี่เก่าสุด จะเอาไม่เอา ให้ยืมฟรีๆ เลยนะ” ยองแจว่าและกอดอกมองหน้าผม ไม่มีทางเลือก ผมจึงต้องพยักหน้ารับไป


“ก็ได้ สัญญาว่าจะใช้อย่างดี”


ผมรับกุญแจรถจากยองแจและขับรถคันนั้นออกจากโรงรถของเขาช้าๆ ตอนนี้ในหัวของผมว่างเปล่า ผมไม่มีความคิดอะไรเลยทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เดินออกจากห้องเพื่อคิดแท้ๆ


พอกลับมาขับรถอีกครั้งผมก็หวนคิดไปถึงตอนที่ผมเริ่มฝึกขับรถวันแรก ตอนนั้นใช่ว่าจะได้ขับรถเลย เพราะผมมัวแต่ทะเลาะกับแจบอมจนสุดท้ายผมก็เป็นลมไปส่วนแจบอมก็บาดเจ็บ


“ฉันจะคิดถึงนายทำไม” ผมบ่นเบาๆ เมื่อสมองเริ่มคิดถึงผู้ชายที่โกหกผมมาโดยตลอด ใช่ แจบอมเขาหลอกหลวงและโกหกผมมาตลอด การที่เขาก้าวเข้ามาในชีวิตของผมมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่เพราะเขารักผม และผมก็ไม่แน่ใจว่ามันเพราะอะไรกันแน่


ขณะที่ผมขับรถไปเรื่อยๆ อยู่ๆ ผมก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่ทำให้ใจของผมกระตุกวาบ ผมคิดว่าผมไม่ได้ตาฝาดหรือหลอนหรอกนะ แต่รถคันที่ขับสวนกับผมเมื่อครู่ให้ความรู้สึกคุ้นและผมก็มั่นใจว่านั่นคือแจบอม


ผมมองผ่านกระจกมองหลังทันที เห็นแล้วว่ารถคันนั้นจอดกะทันหันและพยายามเลี้ยวกลับมาทางเดิม ดังนั้นผมถึงเหยียบคันเร่งและขับออกไปทันที แจบอมต้องเห็นผมแล้วแน่ๆ นี่พระเจ้าจงใจให้เขาหาผมเจอใช่ไหม


ผมขับรถด้วยความเร็วจนผมไม่รู้เลยว่าผมขับออกมายังเส้นทางไหน สองข้างทางมืดสนิทตามประสาชนบท ถนนเส้นนี้มีเพียงรถของผมและรถของแจบอมเท่านั้น


เขาตามผมไม่เลิกแถมยังพยายามขับแซงขึ้นมาด้วย และขณะที่เขากำลังเร่งเครื่องจนรถตีคู่รถของผม เขาก็เลือนกระจกรถลงและตะโกนออกมา


“จอดรถเดี๋ยวนี้จินยอง” ประโยคคำสั่งของอีกฝ่ายทำให้ผมไม่พอใจ เจอกันปุ๊บก็สั่งทันที เขาลืมไปแล้วหรือไงว่าผมไม่ชอบให้ใครสั่ง และแน่นอนว่านอกจากผมจะไม่หยุดรถ ผมยังเร่งเครื่องให้เร็วมากกว่าเดิม


“ไสหัวไปซะ!”


ผมตะโกนไล่อีกฝ่ายและเลี้ยวรถไปตามเส้นของถนน แต่ผมมันอ่อนหัดในเรื่องขับรถ เพราะพอพ้นทางโค้งมาได้ไม่มากนัก รถของแจบอมก็ปาดเข้ามาที่ด้านหน้ารถของผม ขวางทางทั้งสองเลนส์จนผมหาทางไปไม่ได้


สุดท้ายผมก็ต้องจอดรถอย่างคนขี้แพ้


แจบอมลงจากรถทันที จากนั้นก็เดินมาเคาะกระจกรถของผม เขาเคาะมันด้วยแรงทั้งหมดหวังให้ผมลงจากรถเพื่อไปคุยกับเขา แต่แน่นอนว่าหากผมลงไปแล้ว ผมอาจจะไม่มีทางกลับไปจัดการมาร์คและกันต์ได้เลย


“ลงมาเดี๋ยวนี้จินยอง” อีกฝ่ายออกคำสั่งกับผมอีกครั้ง แต่พอผมดื้อมากๆ เขาก็กำหมัดและทุบกระจกรถอย่างแรง เหตุการณ์เหมือนเมื่อครั้งนั้นเลย ตอนนั้นแจบอมก็อารมณ์เสียใจแล้วต่อยกระจกรถจนแตก ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมคิดว่าเขาต้องทำแบบนั้นแน่ๆ


ปึก!


ผมปลดล็อกประตูและลงจากรถ ยังไม่ทันจะได้ก้าวเดินเลยสักก้าว แจบอมก็พุ่งเข้ามาหาผมและดันจนแผ่นหลังชิดตัวรถ แขนแกร่งของอีกฝ่ายกอดรัดร่างของผมไว้จนแน่นและผมก็รู้สึกหายใจไม่ออก


“ปล่อย!” ผมกัดฟันพูดและผลักอีกฝ่าย แต่แจบอมแรงเยอะ เขาไม่แม้แต่จะถอยหลังเลยสักก้าว


“หยุดดื้อ หยุดดิ้นได้แล้ว นายทำให้ฉันเป็นห่วง” แจบอมว่าและกอดผมแน่นขึ้นไปอีก น้ำเสียงของเขามั่นคงและดูจริงใจมาก


“แล้วใครสั่งให้มาเป็นห่วงวะ ฉันจะไปตายที่ไหนก็เรื่องของฉัน ไม่ต้องมาสนใจ!” ผมตะคอกกลับด้วยเสียงทั้งหมดที่มี ทันทีที่แจบอมได้ฟัง เขาก็นิ่งไปนิดก่อนจะเขย่าไหล่ผมแรงๆ


“ก็ถ้าไม่รัก ไม่ใช่เมียก็ไม่เป็นห่วงหรอกนะ!”


จบคำนั้น แจบอมก็รุกล้ำผมด้วยริมฝีปากของเขาทันที สัมผัสเย็นเหยียบแนบลงมาที่ริมฝีปากก่อนจะดูดดึงอย่างเอาแต่ใจ นอกจากนั้นแล้วผมก็สัมผัสได้ถึงความโหยหา อ้อมกอดที่รัดแน่นเริ่มคลายลงและเปลี่ยนมาลูบไล้ร่างกายของผมแทน


แจบอมไม่รู้จักอายฟ้าอายดิน เขาจูบผมอยู่อย่างนั้นหลายนาทีก่อนจะผละออก เราสบตากันนิ่งๆ ก่อนที่ผมจะผลักเขาอีกครั้ง


“จะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาเป็นห่วงกัน” ว่าจบผมก็ทำท่าจะกลับเข้าไปในรถ แต่แจบอมก็ดึงเอาไว้


“หยุดดื้อได้แล้วจินยอง นี่มันมากเกินไปแล้วนะ!” แจบอมตะคอกใส่ผมและกระชากให้ผมเดินตามเขาไปที่รถ ร่างสูงเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับและดันผมเข้าไป จากนั้นก็รีบวิ่งมายังฝังคนขับและออกรถทันที


ผมได้แต่นั่งหงุดหงิดอยู่ในรถของแจบอม ร่างสูงไม่พูดอะไรสักคำ เขาขับรถอย่างตั้งใจราวกับรู้ทางดี และไม่นานเขาก็จอดรถลงที่ตึกเก่าๆ หลังหนึ่ง ผมมองดูแล้วก็แปลกตาแถมยังเงียบจนน่ากลัว


“ลงมา” แจบอมว่าแค่นั้นก็ลงจากรถ เขาเดินมาจับมือผมและพาเดินเข้าไปข้างในตึก มีผู้ชายตัวสูงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้แถมยังกำลังตั้งใจอ่านหนังสือในมือ แจบอมเคาะโต๊ะสองสามครั้งเป็นการเรียก


“ห้องเดียว” เขาบอกแค่นั้นก็ยื่นเงินและรับกุญแจมา จากนั้นก็พาผมเดินไปยังห้องที่เพิ่งทำการเช่า


ห้องก็ไม่ได้ดีมากอะไร มีเตียงสำหรับสองคนและห้องน้ำในตัว แจบอมจัดการล็อกประตูและหันมามองหน้าผมราวกับว่ามีเรื่องมากมายที่ต้องการจะถาม ผมไม่สนใจสายสงสัยของอีกฝ่ายหรอกนะ ผมนั่งลงบนเตียงและก็เงียบอยู่แบบนั้น จนกระทั่งแจบอมไม่ทนนั่นแหละ เขาถึงเดินมานั่งลงข้างๆ ผมพร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเบาๆ


“ฉันเป็นห่วงนาย” เป็นเพียงคำพูดธรรมดาที่ผมเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน ผมไม่รู้ว่าต้องรู้สึกกับคำพูดนี้ยังไง ผมควรดีใจหรือเปล่าที่อย่างน้อยๆ แจบอมก็เป็นห่วงผม หรือผมควรจะยกยิ้มเย้ยยันออกไปเพราะมันน่าจะเป็นคำโกหก


ผมไม่รู้เลยจริงๆ


“ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องมาเป็นห่วง ฉันจะตาย...”


“นายตายไม่ได้ไง! ฉันไม่ยอมให้นายตายหรอก” ผมยังพูดไม่ทันจบประโยคเลยแจบอมก็สวนขึ้นมาซะก่อน สีหน้าของเขาตอนที่พูดออกมาดูจริงจังและกังวลสุดๆ จนผมก็อยากจะรู้ว่าทำไมต้องเป็นถึงขนาดนั้น


“ทำไมฉันจะตายไม่ได้ล่ะ ชีวิตฉันไม่เหลือใครแล้ว ไม่เหลือใครอีกแล้ว!” ผมสุดจะทนกับความรู้สึกบ้าๆ นี้แล้วนะ ทุกครั้งที่สำนึกได้ว่าผมไม่เหลือใครมันเจ็บปวดและทรมาน ผมอยากตายตอนนี้เลยด้วยซ้ำ อยากหนีความรู้สึกพวกนี้


“แล้วฉันล่ะ! นายคิดว่าการที่ฉันตามนายมาถึงที่นี่มันไม่มีเหตุผลหรือไง? ฉันรักและเป็นห่วงนายมากนะจินยอง...” ตอนแรกแจบอมก็ขึ้นเสียงใส่แต่พอท้ายประโยคเขากลับพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พอพูดจบก็วาดแขนขึ้นกอดไหล่ผมไว้หลวมๆ ท่าทางของเขาทำให้ผมปฏิเสธไม่ลง


ผมรู้ว่าตัวเองกำลังหลงกับคำพูดของอีกฝ่าย แต่ก็ยอมรับว่าคำพูดของแจบอมมันแทงใจผมจนเจ็บและในเวลาเดียวกันก็รักษาใจของผมไว้จนรู้สึกดีแถมยังอบอุ่นมากๆ ผมเลยไม่รู้ว่าผมจะปฏิเสธไปทำไม


ความอ่อนแอกลับมาเล่นงานผมอีกครั้ง จากตอนแรกที่ผมดื้อรั้นใส่อีกฝ่าย ผมก็เปลี่ยนมาอ่อนแอและมีน้ำตา ผมเกลียดตัวเองในตอนนี้ที่สุดเลย ทำไมผมต้องมาร้องไห้ให้แจบอมเห็นด้วย


ความอ่อนแอคืบคลานเข้ามาครอบงำจิตใจผมมากขึ้นกว่าเดิม อยู่ๆ ผมก็มีความคิดที่อยากจะระบายเรื่องราวในใจให้แจบอมรับรู้ บางทีอาจจะดีกว่าเก็บไว้คนเดียว ส่วนสาเหตุที่ผมคิดแบบนั้นก็อาจจะเพราะฝ่ามืออุ่นที่สัมผัสตัวผมอยู่ก็ได้


ผมรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับแจบอม


“หึ นายรู้อะไรไหม...” ขณะที่น้ำตาไหลอาบแก้ม ผมก็ยังยกยิ้มสมเพชตัวเองและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ผมรู้ว่าแจบอมได้ยินมันชัดเจนเลยล่ะ


“...”


“มาร์ควางแผนจะฆ่าฉันแล้วคนที่อยู่เบื้องหลังก็คือแม่ของฉัน...แม่ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไงนะ เขาไม่เคยรักฉันเลยหรือไง...ฮึก...” เสียงของผมหายไปในลำคอเมื่อก้อนสะอื้นตีตื้นขึ้นมา ผมไม่รู้ว่าแจบอมได้ฟังแบบนี้แล้วเขาจะรู้สึกยังไง แต่ฝ่ามืออุ่นของอีกฝ่ายก็คอยลูบแผ่นหลังของผมเป็นการปลอบใจ


“...”


“ฉันเสียใจที่สุดเลย นอกจากจะทิ้งกันแล้วยังจะฆ่ากันอีก หรือความจริงแล้วแม่ไม่อยากให้ฉันเกิดมานะ ใช่ไหมแจบอม แม่ไม่อยากให้ฉันเกิดมาใช่ไหม!!”


ผมร้องไห้และคิดเรื่องเดิมซ้ำๆ จนตั้งสติไม่ได้ คำถามที่หลุดออกมาก็เหมือนการย้ำเตือนว่าสิ่งที่ผมคิดเป็นความจริง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังถามย้ำๆ กับแจบอมราวกับว่าเขารู้คำตอบ แต่อีกฝ่ายก็เงียบไม่พูดอะไร


เขาปล่อยให้ผมร้องไห้เป็นบ้าเป็นบออยู่แบบนั้น บางครั้งผมก็ทุบ ตี ทำร้ายร่างกายเขา ผมรู้ว่าเขาเจ็บแต่เขากลับไม่ปัดป้องหรือร้องห้ามการกระทำของผมเลย


เขาทำตัวเป็นคนโง่อีกแล้ว อิม แจบอมคนโง่!!


(อัพครั้งที่2)

29/10/17 ตอนที่22 ครบแล้วนะคะ เฮ้ออ ไม่รู้จะพิมพ์ยังไงดี แต่อยากจะบอกว่าใกล้จบแล้วล่ะ อย่างที่เคยแจ้งไว้ว่าเรื่องนี้ไม่เกิน30ตอน อาจจลบ3ตอนนะคะ เท่ากับว่าอาจจะ30ตอนเป๊ะหรือไม่ก็27 28 หรือ 29 ประมาณนั้น 

อยากบอกอีกเรื่องคือเหม่ยพิมพ์ในโทรศัพท์แหละ ไม่ถนัดเลยแต่โคตรพยายามค่ะ ภาษา การบรรยายหรือสำนวนอาจจะแปลกๆ นะคะ เพราะเลื่อนในโทรศัพท์อ่านเอา ฮืออ ไว้จบแล้วจะมารีไรท์อีกที หวังว่าจะยังมีคนเข้ามาอ่านนะคะ แฮร่! 

อีกเรื่อง (เยอะจริง) ไม่รู้ว่ามีใครสนใจให้รวมเล่มไหมอะ ถ้าใครสนใจก็แอบมากระซิบนะคะ รับรองว่าเรื่องนี้ไม่หนาเท่าเรื่องก่อน 55555555 

แล้วก็อีกเรื่อง(เยอะเกินไปแล้วววว) เรื่องนี้ใกล้จบแล้ว เหม่ยก็มีเรื่องใหม่รออยู่ ซึ่งไม่ดราม่าด้วย(เชื่อได้หรือเปล่า?) แอบใบ้คือพี่แจบอมกินเด็ก(อุ๊ปส์) ไว้เรื่องนี้จบจริงๆ แล้วจะเปิดเรื่องนั้นเลย(จริงๆก็เปิดเรื่องแล้วแต่ล็อคไว้) ส่วนเรื่องที่แต่งค้างไว้ทั้ง #จินยองงี่ผีสายแบ๊ว กับ #ความสัมพันธ์ไร้ชื่อเรียก เหม่ยก็ร่างพล็อตใหม่หมด เพราะตอนนั้นแต่งขึ้นมาเพราะความวูบ สำนึกผิดเลยค่ะ เอาเป็นว่าถ้าอะไรๆ ลงตัวแล้วจะอัพให้อ่านเนาะ อย่าหาย อย่าทิ้งกันไปซะก่อนล่ะ ขอบคุณที่ติดตามและอ่านมาถึงตอนนี้นะคะ ขอบคุณจริงๆ

เรื่องสุดท้าย อย่าลืมสาดกำลังใจกันนะคะ (สำคัญมาก) อยากให้เรื่องนี้มีกำลังใจถึง1000ค่ะ เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตของเราทุกคน สาธุ 

21/10/17 มาแล้วค่าาา มีใครคิดถึงเราไหมอะ หรือว่าหนีกันไปหมดแล้ว ฮืออ ยอมรับแบบหน้าด้านๆ เลยว่าแอบขี้เกียจก็เลยไม่ได้อัพค่ะ แถมยังมีเรื่องกวนใจมากมายเลยไม่มีอารมณ์ปั่นฟิค เลยทำให้ทุกคนต้องรอ ขอโทษนะคะ 

เดินทางมาถึงตอนที่22แล้ว จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ช่วยกันต์ หรือใครกันแน่ที่อยู่ข้างมาร์ค ก็เดาๆ กันมานะคะ เหม่ยพร้อมอ่านคอมเมนต์แหละ ขอบคุณทุกคอมเมนต์นะคะ เหม่ยอ่านทุกคอมเมนต์และพยายามนำมาปรับปรุงค่ะ หากยังมีข้อผิดพลาดอยู่ก็ขออภัยด้วยนะคะ 

แล้วเจอกันครั้งต่อไปค่ะ คอมเมนต์ เข้าแท็ก กันเยอะๆ น้าาา 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1318 Moebeaj (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 11:16
    จะเศร้าไปไหน😭
    #1,318
    0
  2. #1308 Lunyes (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 22:49
    แจบอมเจอจินยองแล้ว ปกป้องจินยองให้ได้นะ อย่าให้ใครมาทำร้ายจินยองอีก และอย่าให้จินยองต้องไปทำร้ายใครอีกเรย ฮืออออออ
    #1,308
    0
  3. #1253 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 01:02
    เหมือนทุกคนรู้ ระแวงมากค่ะ แจบอมมาแล้วอุ่นใจขึ้นมากเลยค่ะ
    #1,253
    0
  4. #1206 shierichi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 02:20
    เครียด....แจบอมมาแล้ว ปกป้องจินยองให้ได้นะ!
    #1,206
    0
  5. #1173 มะเอยเนย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 20:14
    รู้สึกอ่านไปแล้วก็เครียด // หัวเราะทั้งนั้มตา
    #1,173
    0
  6. #899 ออมม่า (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 20:01
    ให้เดา เราว่าจินยองน่าจะเข้าใจอะไรผิด ๆ หลายเรื่อง เรื่องแม่สั่งเราว่าไม่ใช่แม่จินยอง
    #899
    0
  7. #891 Kiewzendro (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 18:19
    สงสารแจบอมกับจินยองทั้งคู่อะ ถ้าจินยองไม่มีแจบอมจะเป็นไงไม่รู้เลย
    #891
    0
  8. #883 น้องคยอม (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 08:39
    แจบอมรักจินยองมากเลย ฮืออออออออออออ
    #883
    0
  9. #882 Park-Nadia (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 00:14
    จินยองลูกกก เข้มแข็งไว้น่ะ
    #882
    0
  10. #881 Gale9 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 16:21
    ไรท์รีบมาต่อเดียวนี้เลยนะ ฮืออออ รอๆๆๆๆๆ
    #881
    0
  11. #880 SN2544 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 00:40
    แจบอมโครตคนดี รักแจบอม
    #880
    0
  12. #879 cinncookie (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:20
    มาถึงขนาดนี้แล้ว เชื่อใจแจบอมหน่อยสิ จินยอง // ไรท์ สู้ๆนะคะ จะรออ่านเรื่องใหม่ด้วยนะ~
    #879
    0
  13. #878 Jannie18 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:14
    อ่านแล้วติดต่างๆนาๆ /อิน
    #878
    0
  14. #877 Jannie18 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:13
    จินยองยังมีแจบอมอยู่นะ อยากให้ทั้งคู้พูดความจริงต่อกัน คนอื่นจะเล่นละครก็ช่าง
    #877
    0
  15. #876 KaopannMthl (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:02
    โอ่ยย สงสารจินยอง ._,
    #876
    0
  16. #875 เด็กหัวผักกาด (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:30
    รวมเล่มๆๆๆ อยากได้ๆๆ
    #875
    0
  17. #874 Warabiw (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:24
    อิม แจบอม พาโบ จินยอง พาโบ5555 คิดถึงไรท์ บราโว่ๆ //ตามหาจนเจอสักทีนะ พี่จบมดูแลน้องดีๆด้วย ...ระบายมันออกมาให้หมดนะจินยอง เปิดใจให้พี่จบมเป็นส่วนหนึ่งที่มีอยู่แล้วสบายใจ //ยองแจจ๋าพี่ขอยืมรถสักคันซิจ๊ะ5555 แด่รถเก่าสุดสองเดือนกว่าของคุณเขา555//เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ รอติดตามเรื่องต่อไปนะ คิดถึงนะ
    #874
    0
  18. #873 Littlenerdgirl (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:10
    อยากให้จินยองระบายออกมานะจะได้สบายใจขึ้น หวังว่าแจบอใคงไม่ได้คิดร้ายกับจินยองนะ อยากให้จินยองเหลือคนที่ไง้ใจได้บ้าง แจบอมรู้อะไรก็เล่าจินยองไปบ้างเถอะนะอย่าให้จินยองต้องระแวงแจบอมไปอีกคน อยากให้จินยองมีแต่สิ่งดีๆมาช่วยลบล้างความเจ็บปวดนะอยากให้แจบอมเป็นคนดึงจินยองจากหลุมนรกแรงแค้นมาให้ได้ สู้ๆนะคะ เป็นกลจ.ให้ค่า
    #873
    0
  19. #872 parkjinyoung_43 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 21:34
    ไว้ใจได้มีเเค่ตัวเองรึเปล่าเนี้ย????????
    #872
    0
  20. #871 norrijung (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 21:32
    สงสารจินยองอะ สิ่งที่จินยองโหยหาคือความรักและความริงใจจากใครสักคน และไม่รู้วิธีแสดงออกว่าต้องทำอย่างกับการที่จะได้เป็นที่รักจากใครก็ตาม แต่ที่เราอึดอัดคือทำไมแจบอมไม่บอกอะไรจินยองเลย เพื่อให้จินยองได้เชื่อใจในตัวเอง หรือให้รู้สึกว่าแจบอมห่วยใยจริงๆ หรือแจบอมคิดจะทำอะไรอยู่ เพราะแจบอมต้องรู้สิ หรือต้องคิดได้ว่าสิ่งใดที่ทำให้จินยองฟนี้มา ตอนนี้การที่จินยองแสดงความออช่อนแอ และเปิดความรู้สึกส่วนลึกออกมาระบายให้แจบอมฟังแล้ว แสดงว่าจินยองต้องการใครสักคนที่จะเชื่อใจได้จริงๆ
    ตกลงว่ายูคยอมเป็นใคร แล้วจริงๆต้องการที่จะช่วยเหลือจินยองจริงหรือเปล่า หรือต้องการหลอกแจบอม เพื่อหวังผลหลายต่อกันแน
    แต่อย่างที่จินยองคิด การเป็นแม่คนๆหนึ่ง ถึงไม่รักลูกตัวเอง แต่จะสามารถทำร้ายเลือดในไส้ได้จริงๆหรือ

    รอตอน่อไปนะคะ แต่ก็อยากให้แจบอมบอกอะไรจินยองสักหน่อย อ่านไปแล้วก็สงสารจินยองจับใจจริงๆเลยคะ
    #871
    0
  21. #870 Kulyanut (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 08:54
    มาอัพต่อเร็วๆนะคะ รออยู่ค่าาา
    #870
    0
  22. #869 kk0110 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 18:05
    พิแจบอมรีบไปช่วยน้องนะคะ สู้ววววว ?
    #869
    0
  23. #867 Ploy Snw (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 01:40
    แต่ละคนน ใจเย็นๆนะ
    #867
    0
  24. #866 Naniile (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 01:05
    น่านนนนน ยูคยอมเป็นคนของใครเอ่ย หนูแอบแจ็คมาหรือเจ้าของหนูคือมาร์ค
    #866
    0
  25. #864 Jannie18 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 10:09
    ถ้านี่เป็นจินยองจะแอบหนีออกมาละ
    #864
    0