จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 21 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.20 [อัพครั้งที่2] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    22 ก.ย. 60

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา





| EP.20 |

“จินยองไว้ใจกันต์เหรอ?”


ตอนแรกผมก็คิดว่าคงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่มาร์คก็ดันทำให้ผมคิดว่ามันคือปัญหาจนได้ หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมก็บอกให้กันต์พักผ่อนไปก่อน รายนั้นก็ไม่ได้ดื้อด้านอะไร พอหัวถึงหมอนปุ๊บก็หลับปั๊บ ส่วนมาร์คก็ลากผมออกมาคุยที่ระเบียงห้อง


คำถามที่ทำให้ผมขมวดคิ้ว


“ทำไมล่ะ?” ผมเอียงคอและถาม มาร์คถอนหายใจเฮือกใหญ่


“ก็...กันต์เป็นคนแปลกหน้า เราไม่ไว้ใจเขา” มาร์คบอกเสียงเบาและเหล่ไปมองคนในห้อง ผมก็พอจะรู้ว่าอาการของมาร์คมันไม่ใช่แค่ไม่ไว้ใจกันต์หรอก


เขาน่ะ...หึงผมอยู่


“ไม่เอาน่า ก็ช่วยๆ กันไง ก็น่าสงสารไม่ใช่เหรอ?” ผมเดินไปกอดไหล่มาร์คและพูดปลอบไป จากนั้นก็เสมองไปทางกันต์ที่นอนหลับอยู่บนเตียง “นึกถึงตอนที่มาร์คหนีแจ็คสันสิ กันต์ก็คงไม่ต่างกัน”


ผมยังยืนยันคำเดิมว่าผมมีความรู้สึกแปลกๆ กับกันต์ มันคือความรู้สึกสงสาร ทั้งๆ ที่ผมไม่จำเป็นต้องสงสารเขาเลยด้วยซ้ำ


มาร์คพยักหน้ารับตามที่ผมบอก จากนั้นเขาก็กอดผมและเอาคางเกยไหล่


“แต่จินยองห้ามสนใจกันต์มากกว่าเรานะ” พูดจบมาร์คก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม แม่ง ผมไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย เขาทำราวกับว่าผมเป็นคนรักของเขางั้นแหละ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งนู่นนี่วะ


“...” ผมไม่ตอบรับคำสั่งของอีกฝ่าย นั่นก็เป็นเพราะว่าผมจะไม่ทำตามและไม่สนใจ แต่เพราะมาร์คเป็นคนงี่เง่า ผมก็เลยต้องทำอย่างอื่นแทน


ผมดันไหล่มาร์คจนแผ่นหลังของอีกฝ่ายพิงกำแพง จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือกุบกรอบหน้าเรียวไว้ก่อนจะประกบริมฝีปากเข้าหาเขา ตอนที่ริมฝีปากของเราแตะกัน ภาพของแจบอมก็พุ่งเข้ามาในหัวของผม จนผมต้องผละออกจากมาร์คอย่างเร็ว และนั่นก็ทำให้อีกฝ่ายหน้าเสีย


“จินยองเป็นอะไร?” สีหน้าของมาร์คดูตื่นตกใจมาก เขาพยายามจะเข้ามาจับมือผมแต่ผมก็ถอยหลังหนี


“เราอยากนอน...ขอไปนอนก่อนนะ” ผมบอกอย่างเร็วๆ และเดินเข้าห้องไป โชคดีที่กันต์ไม่ได้นอนตรงกลางของเตียง มันก็เลยพอจะมีพื้นที่ว่างให้ผมล้มตัวลงนอน ก่อนจะหลับตาผมก็เห็นว่ามาร์คมองผมอยู่ สายตาของเขามีแต่ความไม่เข้าใจ


แต่ผมก็ไม่สนใจ...ผมไม่อยากสนใจอะไรทั้งนั้น

 

 





ตอนเย็น


ผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงพูดคุยของมาร์คและกันต์ เหมือนทั้งสองคนกำลังเถียงกันเรื่องอาหารมื้อเย็นและทำท่าเกี่ยงกันว่าใครออกไปซื้อ พอผมลุกขึ้นนั่งและขยี้เส้นผมไปมาทั้งสองคนก็เงียบลงทันที


“ไม่ต้องเถียงกัน เดี๋ยวไปเอง” ผมบอกและลงจากเตียง เดินไปล้างหน้าล้างตาและหยิบเสื้อคลุมมาสวมก่อนจะเดินออกจากห้อง แต่แรงรั้งที่แขนก็เกิดขึ้นซะก่อน ผมหันไปมองก็พบว่าเป็นมาร์ค


“เราไปด้วย” มาร์คบอกและทำท่าจะเดินตามผมมา แต่ผมก็ห้ามไว้


“อยู่นี่แหละ เฝ้าของ” ผมบอกแค่นั้นและเดินออกมาเลย แน่นอนว่าถึงแม้ว่าผมจะให้กันต์อยู่ด้วย แต่ผมก็ไม่ได้ไว้ใจเขามากขนาดที่จะให้เขาอยู่ห้องคนเดียว ทั้งๆ ที่สัมภาระและเงินของผมอยู่ในนั้น และก็ถือว่าโชคดีที่มาร์คฟังที่ผมพูด


ผมเดินไปตามถนนที่ข้างทางมีของขายเต็มไปหมด ทุกอย่างดูน่ากินและผมก็ตัดสินใจซื้อมันมาอย่างไม่ลังเล ของกินจำนวนมากอยู่ในมือผม แต่ผมก็ยังไม่หยุดที่จะเดินดูอย่างอื่น


ขณะที่เดินดูของไปเรื่อยๆ อยู่ดีๆ ผมก็คิดเรื่องบ้าบอขึ้นมา เมื่อวานที่ผมได้ยินแจบอมคุยกับพ่อของเขา ผมโกรธและโมโหมากจนผมหนีออกมา แต่แล้วผมก็คิดว่าเขาจะตามหาผมไหม...แม่ง โคตรงี่เง่าเลยอะ


ผมไล่ความคิดเพ้อเจ้อออกไป จากนั้นก็เดินย้อนกลับมาทางเดิม ผู้คนที่เดินสวนไปสวนมาเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนผมต้องรีบจ้ำเพื่อให้ถึงที่พักเพราะผมลืมใส่หมวกและแมสมาน่ะสิ


ไม่นานผมก็กลับมาถึงที่พัก ขณะที่เปิดประตูและกำลังจะผลักเข้าไป เสียงของคนพูดคุยกันก็ดังขึ้นมาซะก่อน ผมมั่นใจว่านั่นคือเสียงของมาร์คและกันต์


พวกเขากำลังเถียงกัน...และมาร์คก็เป็นฝ่ายพูดจาไม่ดี


“ฉันไม่ต้องการให้นายอยู่ที่นี่ นายควรออกไปซะ” น้ำเสียงเหวี่ยงๆ และสรรพนามที่ห่างเหินหลุดออกมาจากปากของมาร์ค ผมดันประตูให้เปิดแง้มมากขึ้นอีกจนเห็นทั้งสองคนในห้อง กันต์นั่งอยู่บนเตียง ส่วนมาร์คยืนอยู่ปลายเตียงและในมือของเขาก็มีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง


กันต์ไม่โต้ตอบอะไรมาร์คสักคำ สายตาที่เขามองไปยังมาร์คก็ดูเศร้า


“...”


“นี่คือเงิน มันน่าจะมากพอสำหรับการใช้ชีวิตของนาย เอาไปซะ!!” พูดจบประโยคมาร์คก็ปาเงินในมือไปให้กันต์ เงินปึกนั้นกระแทกเข้าที่อกของกันต์และล่วงลงบนเตียง บางส่วนก็ปลิวลงพื้น


กันต์มองเงินที่หน้าตักของตัวเองก่อนจะเงยหน้ามองมาร์ค น้ำตาใสๆ คลอหน่วยที่ขอบตา จากนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


“มะ...ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย บะ...บอกเราดีๆ ก็ได้”


เมื่อกันต์พูดจบ เขาก็ก้มหน้าซบกับเข่าและร้องไห้ เสียงสะอื้นของเขาดังมากพอที่จะให้ผมที่ยืนอยู่หน้าห้องได้ยิน หัวใจของผมสั่นแรงมากๆ ผมไม่ชอบการกระทำของมาร์คเลยสักนิด


ถึงแม้ว่าผมจะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่ผมก็ไม่ได้เข้าไปในห้องทันที ผมยืนอยู่ข้างนอกครู่หนึ่งเพื่อคิดอะไรบางอย่าง ผมคิดว่าบางทีผมก็ไม่ควรไว้ใจกันต์...รวมถึงมาร์คด้วย


พอผมสงบสติของตัวเองได้แล้ว ผมก็ผลักประตูเข้าไป ทั้งสองคนหันมามองผมพร้อมกัน มาร์คดูตกใจ ส่วนกันต์ก็รีบเช็ดน้ำตา ผมไม่ถามพวกเขาหรอกว่ามีอะไรกันหรือเปล่า ผมมองข้ามและทำเป็นว่าไม่รู้อะไร จากนั้นก็เรียกทั้งสองคนมากินมื้อเย็นก่อนจะบอกพวกเขาเรื่องที่จะออกไปจากที่นี่


“เราจะไม่อยู่ในโซลอีกต่อไป” พอผมบอก ทั้งมาร์คและกันต์ก็มองหน้าผมด้วยสายตาคำถาม ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ และอธิบายต่อ“เราต่างก็หนีกันทั้งนั้น ถูกไหม?”


“เราขอถามนะ จินยองหนีอะไรเหรอ?” กันต์ทำท่าสงสัยและยกมือถามด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ


“หนีคนๆ หนึ่งแต่ช่างมันเถอะ อย่าไปสนใจ เราจะเดินทางกันคืนนี้ อยากให้เตรียมพร้อมนะ”


พอผมบอกจบ เราทั้งสามคนก็นิ่งไป ต่างคนต่างใช้ความคิดของตัวเอง ผมไม่รู้ว่าทั้งสองคนคิดอะไร แต่บอกเลยว่าผมคิดเรื่องของทั้งสองคนนี้


เวลาเลยมาถึงเที่ยงคืนกว่า ผมคิดว่ามันสมควรแล้วที่เราจะต้องออกเดินทาง เราทั้งสามคนเก็บของจำเป็นทั้งหมดใส่กระเป๋าและพากันออกจากห้องไปทันที พวกเรามุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟที่อยู่ไม่ไกลก่อนจะซื้อตั๋วและนั่งรอ


ระหว่างที่นั่งรออยู่ เราก็ไม่พูดอะไรกันเลย เหมือนกับว่าจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เป็นแบบนี้อยู่นานมากจนกระทั่งเสียงรถไฟใกล้เข้ามา


“ไปกันเถอะ” ผมบอกและเดินนำไป บนรถไฟมีคนจำนวนมาก ที่นั่งไม่ต้องพูดถึงหรอก มันไม่มีอยู่แล้ว พวกเราทั้งสามคนก็เลยต้องยืนมันทั้งๆ แบบนั้น


รถไฟจอดเทียบทุกสถานี คนก็ทยอยลงกันไปจนมีที่นั่งให้พวกเรา พอได้ที่นั่ง กันต์ก็ทำท่าจะหลับโดยที่กอดกระเป๋าไว้ ส่วนมาร์คก็มองออกไปนอกหน้าต่าง เขามองความมืดด้านนอกราวกับว่ามันน่ามอง


ตอนนี้เราทั้งสามคนกลายเป็นคนไร้อนาคต เรากำลังหนีชีวิตที่สุขสบายในเมืองไปหาความลำบากที่อยู่ข้างหน้า ผมไม่รู้เลยว่าเราจะไปเจออะไรบ้าง ชีวิตจะบัดซบขนาดไหนก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้


แต่มันคงไม่แย่กว่าที่ผ่านมาหรอกมั้ง


ท้ายที่สุดแล้วผมก็ต้องเหลือตัวคนเดียวนั่นแหละ ทั้งมาร์คและกันต์จะหายไป มาร์คอาจจะตายด้วยน้ำมือของผม...ส่วนกันต์ ผมคิดว่าเขาควรจะมีความสุข


รถไฟมาจอดที่สถานีเป้าหมายที่ผมวางไว้ในช่วงเชามืดของอีกวัน พอลงจากรถไฟเราทั้งสามคนก็เดินเท้าเข้าไปยังหมู่บ้านใกล้ๆ ถึงมันจะเป็นชนบทแต่มันก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่บ้าง เด็กๆ ในหมู่บ้านมองเราสามคนราวกับว่าเราเป็นตัวประหลาด ผู้คนที่ผ่านไปมาก็มองอย่างให้ความสนใจ


“น่ากลัวจัง” กันต์พึมพำเบาๆ และเดินเร็วๆ มายืนข้างๆ ผม ผมเข้าใจนะว่าเขาอาจจะกลัว ส่วนมาร์คไม่พูดอะไรเลย เขานิ่งไปตั้งแต่อยู่บนรถไฟ


“นี่ พ่อหนุ่ม” ผมหยุดเท้าลงเมื่อหญิงมีอายุทักขึ้น


“ครับ”


“เป็นคนกรุงใช่ไหม? มีที่พักหรือยัง?” เธอถามและมองเราอย่างสำรวจ ผมพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยตอบ


“ครับ เรายังไม่มีที่พัก” พอผมบอกไปแบบนั้น เธอก็ยิ้มร่า


“ป้าพอจะรู้จักที่พักถูกๆ นะ ถ้าสนใจก็ตามมา”


มันช่วยไม่ได้นะ พวกเราไม่มีทางเลือกแล้ว ถึงแม้ว่ามาร์คและกันต์จะไม่เห็นด้วยที่ผมยอมตามป้าคนนี้ไป แต่สุดท้ายเขาก็เดินตามมา


ที่พักถูกๆ ที่ป้าหมายถึงคือที่พักที่มีเตียงและห้องน้ำในตัว ถึงแม้ว่าห้องมันจะถูกซอยแบ่งจนเล็กและอัดอยู่ในตึกๆ เดียวแถมยังตั้งอยู่ในที่ที่คล้ายสลัมก็เถอะ แต่ผมก็คิดว่ามันไม่ได้แย่อะไร พอพวกเราจัดการขอเช่าเสร็จก็พากันเข้ามาจัดเก็บของที่ติดตัวมา กันต์นั่งมองผมที่กำลังนับเงินในกระเป๋าด้วยท่าทางอึ้งทึ้ง พอผมเงยหน้าขึ้นมองเขา เขาก็เสสายตามองไปทางอื่นราวกับว่ากลัวผมจับได้ว่าเขากำลังมองเงินในมือ


“เงินนี้เราให้นาย” ผมบอกและดึงเงินในกระเป๋ามาปึกหนึ่งและยื่นให้กันต์ อีกฝ่ายมองเงินนั้นอย่างอึ้งๆ


“หะ...ให้เราทำไม? ไม่ได้คิดจะ...”


“ให้เฉยๆ เผื่อไว้ซื้ออะไร” ท่าทางของกันต์ดูกังวลเมื่อเห็นผมยื่นเงินให้ ก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะกลัวเพราะก่อนหน้านี้มาร์คก็เพิ่งจะโดยนเงินใส่เขาและบอกให้ออกไปจากชีวิตของเราสองคน แต่สำหรับผมน่ะ ให้ก็คือให้ กันต์มาตัวเปล่า เขาไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ ขนาดเสื้อผ้าที่ใส่ตอนนี้ยังเป็นของผมเลย อีกอย่างกระเป๋าที่เขานั่งกอดและหลับคาตอนอยู่บนรถไฟก็คือกระเป๋าใส่เงินด้วย ถือว่าให้ค่าที่เฝ้ากระเป๋าละกัน


“มันเยอะ เราไม่เอา...” กันต์บอกอย่างเกร็งๆ และดันมือของผมออกห่างตัว จากนั้นเขาก็ขยับไปนั่งที่มุมห้อง ท่าทางของเขาดูหวาดกลัว แต่ไม่สิ เขาอยู่กับผม เขาต้องฟังและรับของจากผม


“เอาไปเถอะ เอาไป” ผมตามเข้าไปหากันต์และยื่นเงินให้เขา กันต์มองเงินในมืออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผลักผมอย่างแรงและร้องไห้โวยวายเสียงดัง


“เราไม่เอา! ถ้าเรารับเงินนี้มา...ถ้าเรารับมา...ไม่เอา ไม่เอา!!


ท่าทางคลุ้มคลั่งของกันต์ทำให้ผมและมาร์ควางตัวไม่ถูก ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังเป็น ท่าทางหวาดกลัวของเขาทำให้ผมไม่รู้จะต้องทำอะไร มาร์คเองก็ได้แต่ขยับไปนั่งอีกฝั่งของห้อง เขาดูหวาดกลัวเวลากันต์อาละวาด


“หยุดก่อนกันต์ หยุด” ช่วยไม่ได้ นอกจากผมก็คงไม่มีใครกล้าห้ามกันต์แล้ว


“ไม่เอา...เราไม่เอาเงินนี้นะ ไม่เอา!!” กันต์จับมือและพยายามเขย่าให้ผมเปล่าเงินทิ้งไป เขาเอาแต่ส่ายหน้าที่เปื้อนน้ำตาและพร่ำบอกว่าไม่เอา ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยเงินพวกนั้นลงพื้นจนกระจายไปทั่วห้อง


“โอเคๆ ถ้าไม่เอาเราก็จะไม่ให้ แต่ช่วยหยุดร้องไห้นะ” ผมยอมแพ้ต่ออาการของกันต์และดึงเขาเข้ามากอด แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องโอ๋กันต์ขนาดนี้ทั้งๆ ที่เขาเป็นแค่คนเพิ่งรู้จัก และขณะที่ผมกอดปลอบใจกันต์ ผมก็เหลือบไปเห็นมาร์คที่กำลังมองมาทางผมและกันต์


...ด้วยสายตาไม่พอใจ


“ฮึก...เราไม่เอา” กันต์สะอื้นและบอกย้ำคำเดินซ้ำๆ ผมก็พยักหน้าตาม


“ถ้างั้นไปซื้อของกันก็ได้ นายยังไม่มีเสื้อผ้านี่ ไปกัน” ผมพากันต์เปลี่ยนเรื่องและทำท่าจะเดินออกจาห้อง แต่มาร์คก็เดินมาดักไว้ซะก่อน สายตาของมาร์คมีแต่คำถาม


“เราไปด้วยได้ไหม?”


“มาร์คอยู่เฝ้าเงินเถอะ เราพากันต์ไปแป๊บเดียว”


ผมไม่สนใจหรอกว่ามาร์คจะคิดอะไร จะเป็นบ้าเป็นบอก็เรื่องของเขา มันก็สมควรแล้วนี่ พอพูดจบผมก็พากันต์ออกมาทันที แต่แทนที่จะจบกันต์กลับถามคำถามที่ผมไม่อยากจะตอบ


“จินยองกันมาร์คเป็น...เอ่อ...” ถึงจะถามไม่ครบคำถามแต่ผมก็เดาได้ว่ากันต์จะถามอะไร ผมยกยิ้มให้กับความคิดตลกๆ ของอีกฝ่ายก่อนจะส่ายหน้าไปมา


“ก็แค่เพื่อนน่ะ มีปัญหาทั้งคู่ก็เลยหนีมาด้วยกัน” มันคือเรื่องจริงที่ทั้งผมและมาร์คมีปัญหา แต่จริงแค่ส่วนเดียวในชีวิต


“เหรอ...แต่ดูมาร์คหวงจินยองมากเลยนะ” สีหน้ากันต์ดูไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดและเขาก็พูดขึ้นมาอีก “เรานึกว่าเป็นแฟนกันซะอีก”


พูดจบเขาก็ก้มลงมองพื้นและใช้ฝ่ามือขย้ำชายเสื้อตัวเอง ท่าทางเหมือนเด็กน้อยมากจริงๆ


“ฮ่าๆ ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย แค่เพื่อนจริงๆ รีบไปกันเถอะ” ผมหัวเราะให้กับความคิดของกันต์และพาเขาเดินยังไม่ตลาดที่อยู่ไม่ไกล


ถึงแม้ว่าผมจะหัวเราะราวกับว่าไม่คิดอะไร แต่จริงๆ ในหัวผมคิดเยอะมาก ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องที่กันต์พูด ผมกำลังคิดถึงแจบอม...ป่านนี้อกแตกตายหรือยังนะ




*




ต่อค่ะ





[JAEBUM PART]


“หาให้ทั่วเกาหลีใต้!


ผมออกคำสั่งเหมือนคนเอาแต่ใจกับลูกน้องของพ่อทั้งๆ ที่ผมไม่เคยทำเลยแม้แต่ครั้งเดียว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมทำแต่ทุกคนก็เชื่อฟังและรีบกรูกันออกไป พอในห้องเหลือผมแค่คนเดียว ผมก็นั่งกุมขมับและพยายามคิดหาวิธีที่จะตามตัวจินยองกลับมา


ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงหายไป เมื่อคืนเราก็ยังคุยกันดีๆ อยู่เลย จินยองไม่ได้มีท่าทีพิรุธอะไร แต่พอผมกลับมาที่ห้องเขาก็หายไปแล้ว


ผมไม่ได้วางใจขนาดที่จะไม่ติดตั้งอุปกรณ์ตามตัวให้อีกฝ่ายหรอกนะ ผมไปหาเขาที่โรงแรมเช่าแห่งหนึ่งตามสัญญาณที่อุปกรณ์นั้นมันบอกมา แน่นอนว่าผมเจอรถของจินยอง...แต่เจอแค่รถ จินยองไม่ได้เอารถไปด้วย


ผมรู้มาตลอดว่าจินยองไปหาใครที่โรงแรมเช่านั้น...มาร์ค ต้วน


ผมกดโทรศัพท์ต่อสายหาแจ็คสันทันที นี่ก็นานมากแล้วที่ผมไม่ได้โทรหาอีกฝ่าย ตั้งแต่ที่มีเรื่องครั้งนั้นผมก็ไม่คิดจะโทรไปหาเลย แต่ครั้งนี้ผมจะพยายามมองข้ามเรื่องทุกอย่างและโทรไปหามัน ถึงแม้ว่าจะได้ยินน้ำเสียงเย้ยหยันจากมันก็ตาม


แต่ผมไม่สนใจ เมียมันเอาเมียผมไป มันต้องรับผิดชอบ


(หื้ม? ว่าไง) ทันทีที่มันรับโทรศัพท์ก็ส่งน้ำเสียงกวนประสาทมาให้ผมทันที ผมกำมือที่ถือโทรศัพท์แน่น พยายามสงบสติอารมณ์ให้มากที่สุดและเอ่ยออกไป


“เมียมึงพาเมียกูหนีไป มึงต้องตามเมียมึงกลับมา!” ผมพยายามสงบสติที่สุดแล้ว พยายามจะไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี แต่เพราะผมต่างหากที่รู้สึกแย่และเป็นห่วงจินยองที่สุด ผมก็เลยทำได้แค่กัดฟันพูด


(แจบอม กูจะบอกอะไรให้นะ เมียกู กูตามกลับมาเองได้ ส่วนเมียมึงอะ...ก็ตามกลับมาเองสิ ฮ่าๆ) ผมคิดว่าแจ็คสันมันเป็นบ้าไปแล้ว พูดจบมันก็หัวเราะร่าใส่ผมราวกับว่ามันมีความสุขที่สุด


“แต่จินยองเป็นเพื่อนมึง! มึงจะปล่อยให้เพื่อนมึงเป็นแบบนี้ไม่ได้ แจ็คสัน มึงคิดสักนิดเถอะ!!” ผมเหลืออดแล้วจริงๆ กับการอดทนเพื่อพูดคุยกับอีกฝ่าย แน่นอนว่าทั้งผมและแจ็คสันเราไม่ใช่เพื่อนแท้กันหรอก ครอบครัวของเราต่างก็มีอิทธิพล เราสองคนก็ต้องมานั่งคานอำนาจกันเอง เพราะในวงการมืดแบบนี้ ถ้าเผลอมีแต่เสียกับเสีย


แต่สำหรับจินยอง เขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย เพราะฉะนั้นแจ็คสันควรจะสนใจเพื่อนของเขามากกว่านี้


(เพื่อนกูแล้วไง เพื่อนกูแต่เมียมึง! มึงคิดนะแจบอม สิ่งที่จินยองมันทำกับกูนั่นเรียกว่าเพื่อนเหรอ? มันไม่ได้มองว่ากูเป็นเพื่อน มันมองว่ากูเป็นเครื่องมือ มึงนั่นแหละที่ต้องคิด คิดให้มากๆ ว่าตอนนี้มึงเป็นอะไร ระหว่างคนกับควาย!)


แจ็คสันพูดจบและวางสายไปแล้ว เหลือแต่ผมที่นั่งนิ่งและกำโทรศัพท์ไว้แน่น ตอนนี้ผมคิดอะไรไม่ออกเลยสักนิด ผมไม่รู้ว่าจินยองไปไหน ไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง ผมไม่รู้อะไรสักอย่าง


ถึงแม้ว่าจินยองจะฉลาดและเจ้าแผนการแต่ผมก็ไม่มั่นใจว่าหากเขาอยู่กับมาร์คสองคนเขาจะเอาตัวรอดได้ไหม เพราะเท่าที่ผมรู้มา...มาร์ค ต้วน ไม่ใช่คนที่จะเล่นด้วยได้


“โธ่เว้ย!!


สุดท้ายผมก็ทำได้แค่เป็นบ้าทำลายข้าวของและกลับมานั่งรอข่าวจากลูกน้องของพ่อ ผมไม่คิดเลยจริงๆ ว่าวันนี้จะมาถึง วันที่ผมพยายามไม่ให้มันเกิดขึ้น


สุดท้ายมันก็เกิดจนได้


[JAEBUM PART END]



 

 

“เรารีบกลับกันเถอะ ป่านนี้มาร์คคงรอแย่” กันต์หันมาบอกผมพร้อมรอยยิ้มหลังจากที่เราเลือกซื้อของกันอยู่นาน ผมซื้อเสื้อผ้าและของจำเป็นให้อีกฝ่าย กันต์ดูเกรงใจที่ผมซื้อของให้เขาเยอะ แต่เพราะผมไม่ได้คิดอะไรก็เลยบังคับซื้อให้ไป


มันเป็นความรู้สึกที่ผมบอกไม่ถูกจริงๆ ตอนนั้นที่ผมบอกว่ารู้สึกแปลกๆ กับกันต์ ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะว่าผมรู้สึกอะไร มันไม่ใช่ในเชิงชู้สาว แต่มันเป็นแนวห่วงใยซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะห่วงเขาไปทำไม


“อือ งั้นรีบกันเถอะ” ผมพยักหน้ารับและเราก็พากันเดินกลับทันที ระหว่างทางที่เดินก็สายตาจากคนเจ้าถิ่นที่จ้องมองมายังพวกเรา สายตาของคนพวกนั้นทำให้ผมรู้สึกไม่ปลอดภัย กันต์เองก็คงรู้สึกแบบผม เขาคว้าข้อมือของผมและพาเดินให้เร็วกว่าเดิมก่อนจะเปลี่ยนเป็นวิ่ง


แต่พอเราสองคนออกตัววิ่งก็มีผู้ชายร่างสูงสามคนวิ่งตามมา ผมและกันต์ทำอะไรไม่ถูก ก็เลยเอาแต่วิ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะวิ่งไปไหน แต่ขอให้รอดจากไอ้พวกนั้นก่อน


“ทางนี้จินยอง” กันต์ตะโกนบอกและดึงแขนให้ผมวิ่งตาม เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ โลกนี้แม่งอันตรายกว่าที่คิดเยอะเลย แค่วันแรกของการใช้ชีวิตที่ชนบทก็เกิดเรื่องซะแล้ว


“ฉิบหาย ทางตัน!


ผมพ่นคำหยาบออกมาทันทีเมื่อวิ่งเข้ามาในซอยแล้วพบว่ามันคือทางตัน พอจะวิ่งย้อนกลับไปก็ไม่ทันซะแล้ว ผู้ชายที่วิ่งตามมามันดักไว้ซะก่อน


“พวกมึงวิ่งตามมาทำไม?” ผมถลึงตาใส่พวกมันและถามด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง ผมรู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ผมควรสงบปากสงบคำ แต่นั่นมันคือคนอ่อนแอไม่ใช่หรือไง


“ว๊าว ดุซะด้วย” หนึ่งในนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท จากนั้นก็ก้าวเข้ามาหาผมและกันต์ หน้าตาท่าทางของมันดูกระหายอยาก


“อย่ามายุ่งกับพวกเรา ออกไปซะ!” ผมแผดเสียงใส่อย่างไม่ยอม ส่วนกันต์ก็ยืนเกร็งอยู่ข้างๆ สีหน้าของเขาดูตื่นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก


 “จะแลกด้วยอะไรล่ะ” คนเดินถามและกวาดสายตามองผมและกันต์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมรู้ว่าพวกมันกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ใครจะไปยอมให้มันทำแบบนั้นล่ะ


“อยากได้เงินใช่ไหม? เอาไป!” ผมแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่ามันต้องการอะไรและโมเมไปเองว่ามันต้องการเงิน พอพูดจบผมก็หยิบเงินในกระเป๋าโยนให้มัน


พวกมันมองเงินที่ปลิวว้อนด้วยสายตาพอใจ...แต่ไม่ใช่ที่สุด


“เงินก็อยากได้...แต่ก็อยากได้พวกนายด้วย”


“ไอ้ระยำ!!” ผมด่ากลับไปทันทีเมื่อหนึ่งในพวกมันพูดจบ และแน่นอนว่าพวกมันมีมากกว่าพวกผม ไม่มีทางเลยที่พวกผมจะสู้มันได้ แพ้ตั้งแต่ขนาดตัวแล้วล่ะ


พวกมันสองคนเดินมาจับผมและกันต์ไว้ ส่วนอีกคนที่เหมือนหัวหน้าก็มองพวกเราด้วยสายตาโลมเลีย ผมบอกเลยว่าผมเกลียดสายตาแบบนี้มากๆ รู้สึกขยะแขยงจนอยากจะอวก


“ดุๆ แบบนี้ก็ชอบนะ ไม่รู้ว่าเวลาครางจะเด็ดขนาดไหน” มันว่าจบก็ยื่นมือมาหมายจะเชยปลายคางของผม แต่ผมก็ไม่ยอมให้มันแตะตัวผมได้ง่ายๆ หรอก ผมใช้เท้าถีบไปที่หน้าท้องของมันจนกระเด็นไปหลายก้าว


“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง!!


เพี๊ยะ!!


พอมันตั้งตัวได้มันก็เดินเข้ามาชี้หน้าผมพร้อมตะโกนเสียงดังใส่ จากนั้นฝ่ามือหนาๆ ก็ฟาดลงมาที่แก้มของผม ความเจ็บที่แล่นเข้ามาในความรู้สึกทำให้ผมโมโหมากกว่าเดิม


“ปล่อยเรานะ ปล่อย!!” ผมเหลือบมองกันต์ที่พยายามดิ้นให้หลุดถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ง่าย และพอกันต์ดิ้น ไอ้คนที่จับกันต์ไว้ก็กำหมัดและต่อยเข้าที่หน้าท้องของกันต์ทันที


กันต์ตัวงอและล้มลงไปนั่งบนพื้น สีหน้าของเขาดูเจ็บปวดทรมานมาก และเมื่อผมเห็นแบบนั้นหัวใจของผมก็กระตุกแรงกว่าเดิม


“ไอ้พวกเหี้ย!!


ผมหันไปด่าพวกมันก่อนจะรวบแรงเฮือกสุดท้ายแล้วสลัดตัวจนหลุดจากการจับกุม จากนั้นก็ปรีเข้าไปหาไอ้คนที่คาดว่าจะเป็นหัวหน้าและซัดหมัดเข้าใบหน้ามันเต็มแรง แน่นอนว่าผมเป็นผู้ชายแรงก็เยอะพอตัว คนถูกต่อยล้มลงไปนอนกับพื้นโดยที่เลือดกบปาก อีกสองคนที่เห็นว่าหัวหน้าของมันโดนทำร้ายก็เตรียมเข้ามาจัดการผม


แต่...


พลั่ก!!


หนึ่งในสองคนนั้นล้มลงกับพื้น ส่วนอีกคนก็ตกใจกับสถานการณ์ มันหันไปมองข้างหลังอย่างไม่ระวังตัวและก็เป็นจังหวะเหมาะสม ผมวิ่งเข้าไปล็อกตัวมันไว้ก่อนที่กันต์จะฟาดท่อนเหล็กลงบนหัวของมันอย่างแรง


เลือดสีแดงไหลจากบาดแผลเป็นทางยาวลงมาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า ผมผลักให้มันลงไปนอนกับพื้นและแย่งท่อนเหล็กจากกันต์มาถือเอง ก่อนจะฟาดไปที่มันไม่ยั้งมือ ผมฟาดจนอีกฝ่ายสลบไป จากนั้นก็เบนเป้าหมายไปยังคนที่เป็นหัวหน้า


“ตายซะ!” ผมตวาดเสียงลั่นและฟาดท่อนเหล็กลงบนหัวของมันอย่างแรง เพียงแค่ครั้งเดียวเลือดก็ไหลอาบหน้าแต่ก็ไม่สาแก่ใจผมเท่าไร


ผมฟาดคนที่เป็นหัวหน้าไม่ยั้งมือ สภาพของมันเละพอๆ กับลูกน้องอีกสองคน


“พอแล้วจินยอง พอเถอะ” กันต์วิ่งเข้ามารั้งมือของผมไว้ขณะที่ผมกำลังจะฟาดมันอีกครั้ง แววตาสั่นไหวของกันต์ทำให้ผมได้สติและหยุดมือลงแต่ผมก็ไม่ได้ปล่อยท่องเหล็ก


“มันจะทำร้ายพวกเรา บอกให้พอเหรอ?” ผมถามกันต์กลับไปด้วยความโมโห ผมยอมไม่ได้หรอกหากใครคิดจะทำร้ายผม หรือถ้าหากทำร้ายผมแล้ว พวกมันก็ต้องเจ็บหรือไม่ก็ตายไปเลย


“แต่แค่นี้ก็เหมือนจะตายแล้วนะ” กันต์บอกเสียงเบาและทองไปยังสามคนที่นอนจมกองเลือด ผมยกยิ้มเย็นๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ


“ก็สมควรแล้วนี่”


“แต่จินยองจะกลายเป็นฆาตกร อยากเป็นหรือไง?” กันต์ตั้งคำถามกับผมพร้อมมองหน้ากันด้วยสายตาสั่นไหว ผมไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายพูดแบบนี้เพราะเขาแค่กลัวโดนจับหรือว่าไม่อยากให้ผมทำผิด แต่ไม่ว่าอะไรผมก็ยอมปล่อยท่อนเหล็กทิ้งไปเดินไปหยิบของที่หล่นลงพื้นมาถือไว้


“กลับกันเถอะ” ผมบอกแค่นั้นก็เดินนำออกมาก่อนเลยและผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของกันต์ที่ตามมาด้วย


ใช้เวลามากพอสมควรที่หาทางกลับมายังที่พัก พอเปิดประตูเข้ามาผมก็เห็นมาร์คนั่งทำหน้าเครียด และพอเขาเห็นผมสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป


“ไปไหนกันมาตั้งนาน” มาร์คถามขึ้นและปรายตามองกันต์ที่มีท่าทีสลด กันต์เดินเลยผมและมาร์คไปยังมุมห้องและนั่งลงเงียบๆ ราวกับว่าเขาไม่ต้องการตอบคำถามของมาร์ค และแน่นอนว่าผมต้องเป็นคนพูดเองทั้งหมด


“ก็ไปซื้อของนั่นแหละ แล้วก็มีเรื่องนิดหน่อย” ผมตอบและเดินเอาของไปวางให้กันต์ จากนั้นผมก็เดินไปนั่งที่ฟูกนอนของตัวเอง


“เรื่อง? เรื่องอะไรเหรอ?” มาร์คทำตาโตและถามด้วยน้ำเสียงตกใจ แต่ผมขี้เกียจตอบคำถามของเขา ผมก็เลยเลือกที่จะโบกมือปฏิเสธ


“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก มันไม่มีอะไรแล้ว” พอผมบอกจบผมก็ล้มตัวลงนอนมองเพดานห้องทันที คิดๆ ดูแล้วชีวิตก็บัดซบใช่เล่น แต่ก็ช่างมันเถอะ ผมเลือกและตัดสินใจแล้ว


ผมนอนคิดอะไรไปเรื่อยๆ จนผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหน




(อัพครั้งที่2 100%)

22/9/17 อัพค่ะ ตอนนี้ครบ100แล้วน้า สุดท้ายพี่แจบอมก็มาซะที แต่มาแบบสั้นๆ เบาๆ แถมยังโดนด่าอีก เฮ้อออ เป็นพระเอกเรื่องนี้อาภัพค่ะ นายเอกไม่รักแล้วยังต้องมาโดนด่าอีก แต่เชื่อเถอะว่าจินยองใจอ่อนแล้ว เพียงแค่ยังอาฆาตแค้นอยู่ เนื้อเรื่องจากนี้จะเข้มข้นและปวดใจมากกว่านี้ค่ะ แต่ตอนนี้คนที่ปวดใจมากที่สุดคือเหม่ย

ตอนแรกคิดว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีก แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ ค่ะ ทุกวันนี้เหม่ยอัพช้ามากๆ เลยเหรอคะ คนอ่านถึงหายไปหมดแบบนี้ คนที่เมนต์ให้ทุกวันนี้คือคนที่เมนต์มาตลอด คือเหม่ยจำชื่อแอคได้หมดแล้วอะ หรือเพราะว่าเรื่องมันไม่สนุกทุกคนเลยเทเหม่ย ฮือออ ซับน้ำตาไม่ทันค่ะ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกันแน่ แต่ก็ขอบคุณคนที่เมนต์และตามมาตลอดนะคะ ขอบคุณที่ยังรักและชอบเรื่องนี้ ขอบคณมากจริงๆ ได้โปรดภูมิใจนะคะว่าพวกคุณคือกำลังใจที่ดีที่สุด แต่เหม่ยก็ต้องขอโทษด้วยที่ตัดสินใจหยุดอัพเรื่องนี้ไว้ที่21ตอนก่อน(รวมตอน0ด้วย) เหตุเพราะใกล้จะสอบแล้ว เหม่ยขอเวลาไปตั้งใจสอบนะคะ หากใครตามในทวิตจะเห็นเหม่ยเล่นและรีเยอะมาก มีบ่นมีหวีดบ้าง อันนั้นคือชีวิตประจำวันค่ะ พกโทรศัพท์ตลอด เวลานั่งรถมันเหงาก็เลยหยิบขึ้นมากดรีเล่นๆ แต่ถ้าสอบเสร็จแล้วเหม่ยก็จะกลับมาอัพเหมือนเดิม หวังว่าคนอ่านที่แสดงตัวอยู่น้อยนิดจะไม่หนีเหม่ยไปนะคะ ช่วยอยู่จนเรื่องนี้จบเถอะค่ะ เหลือแค่1คนเหม่ยก็จะแต่งจนจบค่ะ เพราะเหม่ยรักเรื่องนี้มากๆ เช่นกัน อ้อ เดือนหน้า(ตุลาคม) กัซก็จะคัมแบ้คแล้ว อย่าลืมติดตามหนุ่มๆ กันด้วยนะคะ ช่วยกันทำความฝันให้กัซด้วยนะคะ เฟิร์สวินต้องเป็นของเราค่ะ สู้ๆ นะทุกคน รักทุกคนนะคะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ 


20/9/17 อัพแล้วจ้าาา เป็นไงบ้าง ได้เห็นอีกมุมของพี่มาร์คแล้ว ทุกคนพอจะเดาได้ไหมว่าเขาเป็นคนแบบไหน แค่หึงจินยองหรือมีอะไรมากกว่านั้น คิดๆ เดาๆ กันมา เดี๋ยวจะเฉลยให้ในตอนต่อๆ ไปน้า แล้วก็อัพครั้งหน้าพี่แจบอมมาแน่ๆ มาจริงๆ ไม่โม้ ไม่โกหก เหม่ยว่ามันคงถึงเวลาที่พี่เขาต้องออกมาพูดแล้วล่ะ ในเมื่อเมียเขาหายไปทั้งคนแบบนี้ 555555555 รักเมียต้องดูแลเมียดีๆ เนาะ ฝากไปเตือนพี่แจบอมด้วย เอาล่ะ ปมแค่นี้มันยังไม่พอ ต้องมีอีกหลายๆ เรื่องให้ลุ้น แต่ก็อย่างที่เคยบอก เรื่องนี้ใกล้จบแล้วจริงๆ คาดไว้ที่ 30 ตอน บวกลบ2 เนาะ ยังไงก็ขอให้อยู่ด้วยกันไปจนจบนะคะ รักทุกคนค่ะ จุ๊บบบบ 

ปล. ฝากเล่นแท็ก #อย่าถามหารัก ด้วยนะคะ ช่วงนี้เงียบมากถึงมากที่สุด ใครว่างๆก็ไปเล่นกันได้ค่ะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1307 Lunyes (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 17:26
    เข้าใจที่แจ็คสันโกรธจินยองเรย เพราะความรู้สึกของคนเราเมื่อเสียไปแล้วมันยากที่จะเรียกคืนมาได้ ส่วนแจบอมรีบตามหาจินยองให้เจอเร็วนะ แล้วที่ผ่านมามาร์คแค่เล่นละครตบตาจินยองป่าว เพราะดูแล้วมาร์คเป็นทายาท ที กรุ๊ป ไม่น่าเป็นคนอ่อนต่อโลกที่ไม่รู้อะไรเรย
    #1,307
    0
  2. #1290 kwanpeeya1998 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 17:17
    ในสถานการณ์แบบนี้เรานับถือจินยองมากเลยค่ะ บทจะแมนก็แมนเอาดื้อๆ ซัดพวกนักเลงซะน่วมเลย คือตกใจที่กันต์โดนทำฝร้ายใช่มั้ยลูก ฮือจินยองอบอุ่นมากเลย ส่วนพี่มาร์คนี่ ทำไมเราเริ่มกลัว😂
    #1,290
    0
  3. #1251 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 00:15
    เราแค่รู้จักเรื่องนี้ช้าไปหน่อย โอ๋ ไรท์จ๋าย้อนหลัง อย่าเศร้าไปเลย
    #1,251
    0
  4. #1250 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 00:13
    เราเข้าใจนายแจ็คสันแต่ชีวิตจินยองก็เลวร้ายไม่แพ้กันถึงมันจะไม่ใช่เหตุผลให้ทำร้ายใครก็ตาม เหมือนที่แจ็คสันรู้เหมือนที่แจบอมรู้แต่ก็ยังเชื่อจินยอง
    #1,250
    0
  5. #1226 โจอี (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 20:30
    ยังไงแจบอมก็ตามหาจินยองเจอเถอะ แต่แจ็คสันรู้เรื่องที่จินยองใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือนิ ยังไงว้าาาาา
    #1,226
    0
  6. #1204 shierichi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 02:02
    โอ้ยแจบอมมาหน่อยนึงให้หายคิดถึงแต่ก็นะ...ตามหาจินยองให้เจอเตอะ
    #1,204
    0
  7. #1171 มะเอยเนย (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 18:06
    ชีวิตช่างดูลำบาก
    #1,171
    0
  8. #850 Cadillacj11 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 14:33
    เรารอไรท์เสมอเน้ออ
    #850
    0
  9. #821 ออมม่า (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 17:55
    แค่ไรท์ไม่เท เราจะรออ่านนะ
    #821
    0
  10. #816 SYPmkk97 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 22:50
    โหยยย รักเรื่องนี้มาก รอทุกวัน สู้ๆนะ ใครไม่อ่าน แต่เราอ่าน รอเสมอ จุ้บๆ
    #816
    0
  11. #806 PrIncE_KimkiMz (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 00:12
    หรือว่าจริงๆแล้วมาร์คโกหกอะ เรื่องแจ็คสันด้วย หูยยยย แล้วมาร์ครู้เรื่องจินยองมั้ยอะ น่ากลัวแล้ว แต่จินยองก็ไม่เคยฟังแจบอมเลย ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็คิดถึงแจบอมเอาละกัน เด็กดื้อ
    #806
    0
  12. #805 Kulyanut (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 20:49
    เรื่องนี้สนุกมากพึ่งเห็นเรื่องนี้แต่21ตอนวันเดียวอ่านจบเลยจะรออัพเพิ่มนะคะมาอัพเร็วๆนะคะอยากอ่านต่อแล้ววว สนุกมากกกกกก
    #805
    0
  13. #803 Jannie18 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 12:57
    มาร์คนี่รู้สึกมาตั้งนานแล้วว่าร้ายลึกอ่ะ ยิ่งตอนนี้ยิ่งรู้สึก ไม่ใช่ว่าพวกที่คิดจะทำร้ายเป็นพวกที่มาร์คสั่งมา
    #803
    0
  14. #802 น้องคยอม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 01:28
    มาร์คนี่ไม่ได้ใสๆ อย่างที่เห็นแน่ๆ เลย จบมรีบๆ นะ เดี๋ยวจะไม่ทันการ
    #802
    0
  15. #801 SuthidaPhloiram (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 07:47
    อย่าบอกนะว่ามาร์คอ่ะร้ายเงียบ ไม่ได้ใสๆอย่างที่เห็น ถ้าแบบนั้นแสดงว่าเล่นได้เนียนมาก
    #801
    0
  16. #800 norrijung (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 23:50
    ิดไว้แล้วว่ามาร์คต้องมีอะไรสักอย่าง ดีไม่ดีมาร์ครู้เรื่องของจินยองทั้งหมด และต้องการอะไรจากตัวจินยองหรือเปล่า แต่ผิดแผนต้องที่มีแจ็คสันเข้ามาในชีวิต ยูคยอมต้องเป็นคนที่ค่อยช่วยเหลือมาร์คแน่ๆอะ
    แจบอมต้องรู้ความจริงแน่ๆ เลยพยายามให้จินยองออกห่างจากมาร์ค แต่การที่ไม่พูดอะไรเลยมันทำให้จินยองเข้าใจผิดแล้วยิ่งเตลิดไปกันใหญ่ พยายามช่วยจินยองให้ได้นะ
    #800
    0
  17. #799 Ploy Snw (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 22:49
    จินยองก็เริ่มๆน่ากลัวนะ จิตนางอ่อนๆแบบว่าสู้ไม่ได้ แต่พอได้สู้แล้วคือทำลายไม่ยั้งมือเลย อยากรู้ว่ามาร์คจริงๆเป็นยังไง พิแจบอมพูดขนาดนี้ก็แสดงว่ามาร์คไม่ได้อ่อนแอแบบที่แสดงออกอะ ตอนจินยองหลับนี่จะเกิดอะไรขึ้นบ้างเนี่ย เริ่มกลัว ????????
    #799
    0
  18. #797 parkjinyoung_43 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 22:42
    พี่เเจบอมเมื่อไรจะพาน้องกลับบ้านอ่า55555
    #797
    0
  19. #796 TM176_6 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 22:16
    อยากรู้นิสัยแท้จริงของมาร์คแล้วแหะ.....ส่วนกันต์ ขอแอบเดาว่าน่าจะมีความสัมพันธ์กับยูค(เดามั่วๆค่ะ555555555) เป็นนิยายที่สนุกมากค่ะ เราพีึ่งเริ่มอ่านตอนแรกวันนี้เลย เริ่มอ่านตั้งแต่สองทุ่ม อ่านแบบไม่หยุดเลยค่ะ5555555555 รอติดตามนะคะ
    #796
    0
  20. #795 cinncookie (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 21:29
    อย่าห่วงเลยค่ะ ไรท์ เราก็ชอบเรื่องนี้มาก เราเลยตามอ่านและเม้นท์จากความรู้สึกของเราเอง เราไม่มีวันทิ้งเรื่องนี้หรอกนะคะ เพราะเราชอบพล็อตมากด้วย ก็เป็นกำลังใจให้ไรท์และสู้ๆกับการสอบที่จะถึงนี้นะคะ ไฟท์ติ้ง!!
    #795
    0
  21. #794 mjyb (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 21:04
    สู้ๆนะ เราติดตามอยู่นะ
    #794
    0
  22. #793 Warabiw (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 20:57
    สตรองมากค่าลู๊กก เอาแท่งเหล็กทุบๆฟาดๆได้ใจมาก555 |พิ่จบมต้องสู้ๆนะ รักกก ฮ่าาาา |งื้อออออ จะรอนะ ตั้งใจอ่านหนังสือ ตั้งใจสอบ ขอให้มีพลังกาย พลังใจ สู้ๆนะ ท้อได้แต่อย่าถอย มั่นใจๆ สาดกำลังใจๆๆ
    #793
    0
  23. #792 Littlenerdgirl (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 20:46
    สู้ๆนะคะ แต่มาร์คนี่อันตรายยังไงอ่ะพี่แจบอมถึงยิ่งเป็นห่วง แจ็คสันรู้หรอว่ามาร์คกับจินยองอยู่ไหน แงงง พี่แจบอมรีบตามหาน้องให้เจอน้า ทำไมมันซับซ้อนจังเลยอะไรท์ขา มาไขข้อข้องใจที่ค่า
    #792
    0
  24. #791 pployy16 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 20:36
    โอ้ยยยซับซ้อนเว่ออ55555555
    #791
    0
  25. #790 Warabiw (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 12:19
    งอแงมากนะน้องมาร์คไม่น่ารักเลย งื้ออ น้องกันต์โอ้เอ๋ๆ 5555 จินยองสู้ๆนะ รอพิจบมอยู่เน้อ /ไรท์สู้ๆนะ
    #790
    0