จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 20 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.19 [อัพครั้งที่3] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    17 ก.ย. 60

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา





| EP.19 |


ผมไม่คิดไม่ฝันเลยว่าสิ่งที่ผมคิดขึ้นเล่นๆ เมื่อตอนเย็นจะกลายเป็นเรื่องจริง


หลังจากที่กลับมาถึงบ้าน ผมก็อาบน้ำและเตรียมเข้านอน ทั้งผมและแจบอมต่างไม่มีใครพูดอะไร ราวกับว่าพอใจให้มันเป็นแบบนั้น แจบอมน่ะพอใจอยู่แล้ว เพียงแค่เขาเห็นว่าผมอยู่ในสายตาเขา เขาก็ไม่สนใจว่าผมจะทำอะไร


ร่างสูงเดินออกจากห้องน้ำในสภาพที่ยังไม่แต่งตัว แผ่นอกแกร่งมีหยดน้ำเกาะ แถมเส้นผมก็เปียกและลู่ไปกับโครงหน้า แจบอมเดินไปแต่งตัวส่วนผมก็นอนมองเขาสลับกับมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือ


จังหวะที่ผมมองอีกฝ่ายอยู่ คนถูกมองก็หันมาพอดี เขายกยิ้มราวกับชอบใจและเดินมาหาผมที่นอนอยู่บนเตียง


พรึ่บ


“มองแบบนี้...อยากเจ็บตัวเหรอ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทพร้อมกับคร่อมทับร่างของผมไว้ ผมยกยิ้มส่งกลับไป ไม่ได้มีความรู้สึกกลัวเกรงอะไรเลย


“เจ็บแค่เอวก็พอมั้ง” ผมโต้กลับและยกมือขึ้นกอบกุมใบหน้าหล่อ จากนั้นก็ลูบไล้เบาๆ อย่างยั่วอารมณ์ ผมไม่สนใจหรอกว่าตอนนี้เราจะอยู่ในสภาพแบบไหนกัน ไม่สนว่าก่อนหน้านี้ผมหัวเสียเพราะอีกฝ่ายมากแค่ไหน และก็ไม่สนด้วยว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาผมเคยนัวเนียอยู่กับมาร์ค


ผมไม่สนใจ


“เสียใจด้วยนะ คืนนี้ไม่ว่างทำให้” อีกฝ่ายยิ้มและตอบกลับมา จากนั้นก็กดจูบลงที่แก้มของผมและผละออกไป แน่นอนว่าผมไม่ได้รู้สึกเสียดายหรืออะไรเลย ของแบบนี้มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเวลาหรอก


“งั้นเหรอ?” ผมเชิดหน้าขึ้นและถามกลับไป แจบอมพยักหน้ารับ


“งานยุ่งนิดหน่อย” ตอบจบก็หันไปแต่งตัวต่อ จากนั้นก็ค้นเอาเอกสารในกระเป๋ามาถือไว้และเดินไปที่ประตูห้อง ขณะที่เขากำลังจะเดินออกไปเขาก็หันกลับมาและเอ่ยประโยคที่ผมไม่ได้อยากจะรู้เลยให้ฟัง


“...”


 “ต้องทำงานเลี้ยงเมีย”


แจบอมเดินออกไปแล้วแต่เขากลับทิ้งประโยคบ้าๆ ไว้ให้ผม ผมก็ทำได้แค่ด่าไล่หลังไปก็เท่านั้น แต่ก่อนที่ผมจะด่าแจบอมมากไปกว่าเดิม มาร์คก็ส่งข้อความมาหาผมซะก่อน


มาร์ค ต้วน >> จินยอง มีคนมาเคาะประตูห้องเรา


ผมอ่านข้อความบนหน้าจอด้วยความรู้สึกรำคาญ เมื่อตอนบ่ายก็บอกว่ามีคนเข้ามาในห้อง ตอนนี้มาบอกว่ามีความเคาะประตูห้อง สรุปว่ามันคืออะไรกันแน่ มาร์คพูดเรื่องจริงหรือว่าเรียกร้องความสนใจ


ปาร์ค จินยอง >> ไม่มีอะไรหรอก คงเคาะผิดห้อง


ผมพิมพ์ตอบกลับไปก่อนจะโยนโทรศัพท์ไปทางอื่น แต่เสียงข้อความเข้าก็ยังดังขึ้นมาจนผมต้องหยิบมาดูอีกรอบ


มาร์ค ต้วน >> เรากลัวมากเลย จินยองมาหาเราหน่อยสิ


ผมถอนหายใจอีกครั้งเมื่อมาร์คเรียกร้องมากกว่าเดิม ที่ผ่านมาไม่เคยขอให้ผมออกไปหาเลย แต่วันนี้เขาทำ


ปาร์ค จินยอง >> ไม่ได้หรอก แจบอมอยู่ ไม่อยากมีปัญหา


พอผมพิมพ์ตอบกลับไปแบบนั้น มาร์คก็ทำเพียงแค่อ่านและเงียบไป ผมไม่รู้หรอกว่าเขาคิดหรือรู้สึกอะไร จนกระทั่งเขาส่งข้อความกลับมา


มาร์ค ต้วน >> จินยองแคร์แต่แจบอมจริงๆ ด้วย


แม่ง ทำไมต้องเอาเรื่องนี้มาพูดด้วยวะ





ต่อค่ะ



ผมกำโทรศัพท์ในมือแน่นเพราะรู้สึกไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายพิมพ์กลับมาแบบนี้ ผมว่าผมเคยบอกเขาหลายรอบแล้วนะว่าผมไม่ชอบให้พูดอะไรแบบนี้ แต่มาร์คก็ยังจะทำมันซ้ำๆ ผมรำคาญจริงๆ


ปาร์ค จินยอง >> งั้นรอก่อนละกัน เดี๋ยวรีบไป


ผมพิมพ์ตอบกลับไปแค่นั้น จากนั้นก็ลุกขึ้นหาเสื้อคลุมตัวหนามาใส่ หยิบโทรศัพท์ กุญแจรถและกระเป๋าตังค์มาถือไว้และเตรียมออกจากห้อง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหากผมเดินออกไปแล้วเจอแจบอม ผมจะบอกเขายังไงดี


แต่ผมก็ไม่เจอใคร


ระหว่างที่เดินลงบันได ไม่มีใครสักคนที่เดินสวนมา และก็อย่างที่ผมบอก หากจะขึ้นชั้นสองต้องผ่านห้องทำงานสำรองของพ่อแจอม แน่นอนว่าหากจะลงก็ต้องผ่านเช่นเดียวกัน


ผมมองเข้าไปในห้องเห็นสองพ่อลูกกำลังคุยกันอยู่ สีหน้าของพวกเขาดูเครียดแปลกๆ แต่ผมก็ไม่คิดจะสนใจ ผมคอยเหลือบมองหาเวลาที่ทั้งสองคนเผลอเพื่อจะได้เดินออกไป และขณะที่แจบอมเดินไปอีกฝั่งของห้อง พ่อของเขาก็ก้มลงอ่านเอกสาร ผมก็จะใช้ช่วงเวลานี้ในการหนีออกเพื่อจะได้ไม่มีใครเห็น แต่เพราะประโยคคำพูดของแจบอมดังขึ้นมาก่อนน่ะสิ ผมถึงก้าวขาไม่ออก...


“ถ้าจินยองรู้ว่าพวกเรากำลังหลอกเขา ผมว่าเขาคงเป็นบ้าตาย” น้ำเสียงที่ไม่ได้แสดงออกว่ายินดีหรือเสียใจของแจบอมทำให้ผมหยุดนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับคิ้วทั้งสองข้างที่ขมวดเป็นปม


บอกเลยว่าคำพูดที่แจบอมพูดเมื่อครู่ มันจมลึกลงไปในใจของผม เขาบอกว่าเขากำลังหลอกผม...หลอกงั้นเหรอ?


“ไม่เอาน่า แกทำมาขนาดนี้แล้ว อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จ พ่อว่าแกอย่าไปคิดมากเลย” คนเป็นพ่อตอบกลับลูกชายไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ สีหน้าท่าทางไม่ได้บ่งบอกเลยว่าพวกเขาคิดอะไร และพอแจบอมได้ฟังสิ่งที่พ่อของเขาพูด เขาก็แค่เงียบไม่โต้ตอบอะไร


แต่พวกเขาคงไม่รู้ว่าผมยืนอยู่ตรงนี้และได้ยินที่พวกเขาคุยกันทุกอย่าง ผมอาจจะไม่รู้ว่าที่เขาพูดถึงมันคือเรื่องอะไร แจบอมหลอกอะไรผมบ้าง หรือบางทีก็หลอกทุกอย่าง


รวมถึงคำพูดที่บอกว่ารักด้วย


นี่แหละผมถึงบอกว่า ผมไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ผมคิดเล่นๆ เมื่อตอนเย็นจะกลายเป็นจริง หากแจบอมหลอกผมจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรหรือด้วยเหตุผลใด ผมก็จะไม่สนใจ นอกจากนั้นผมจะทำตามใจตัวเองให้ถึงที่สุด


มันคงถึงเวลาแล้วสินะที่แจบอมจะไม่ได้เจอผมอีกต่อไป


ลาก่อนอิม แจบอม

 




ผมเดินออกจากตรงนั้นด้วยความไวและแน่นอนว่าสองคนพ่อลูกไม่มีใครเห็นผมสักคน ผมขับรถออกจากบ้านของแจบอมได้สบายๆ เพราะไม่มีใครสักคนที่จะเข้ามาถามว่าผมจะไปไหน อาจจะเพราะผมเคยบอกไว้ว่าไม่ต้องการให้ใครเข้ามายุ่ง ทุกคนก็เลยไม่กล้า


แน่นอนว่าเมื่อผมคิดจะหนีออกมาทั้งที ผมก็ต้องหาทางที่ทำให้ตัวเองสะดวกและสบายที่สุด ผมขับรถกลับไปที่บ้านของตัวเองเพื่อเอาสมุดบัญชี กระเป๋าใบใหญ่สองใบและเสื้อผ้าอีกนิดหน่อย จากนั้นผมก็รีบมุ่งไปที่โรงแรงเช่าที่มาร์คอาศัยอยู่


พอผมเปิดประตูเข้ามาในห้องของมาร์ค ผมก็เห็นเจ้าตัวนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้องด้วยท่าทางหวาดกลัว เสียงปิดประตูของผมทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งและตวัดสายตามามองกัน


“...จินยอง” น้ำเสียงแผ่วๆ ที่อีกฝ่ายใช้เรียกผมมันเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน ผมมองใบหน้าเรียวของอีกฝ่ายอย่างสำรวจและสังเกต ผมเห็นว่ามีคราบน้ำตาเกาะอยู่ด้วย นี่เอาแต่ร้องไห้ตลอดเลยหรือไง


“ห้ามร้องไห้ และก็เก็บเสื้อผ้าซะ” ผมมองข้ามท่าทางเศร้าของมาร์คและออกคำสั่งกับเขา จากนั้นผมก็โยนกระเป๋าใบใหญ่ไปให้อีกฝ่าย แต่มาร์คก็ยังนั่งเฉยจนผมต้องออกคำสั่งอีกครั้ง


“...”


“เร็วสิมาร์ค เราไม่มีเวลาแล้ว” พอผมบอกไปแบบนั้นมาร์คก็เงยหน้ามองกับด้วยสายตาไม่เข้าใจทันที


“ไม่มีเวลา...หมายความว่ายังไง?” ท่าทางงุนงงของอีกฝ่ายทำให้ผมรำคาญ แต่ผมก็ต้องเก็บมันไว้ในใจ พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดให้ได้มากที่สุดและพยายามทำใจให้เย็นก่อนที่จะตอบกลับไป


“เราจะหนีไปจากที่นี่ไง...หนีไปอยู่กันสองคน”


“เราไม่เข้าใจ จินยองหมายถึงอะไร?” มาร์คส่ายหน้าและขมวดคิ้วเป็นปม จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นและเดินเข้ามาหาผม


“ก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือไง กำลังจะพาหนีไปอยู่ที่อื่น จะไปไหม?” ผมเริ่มมีอารมณ์โมโหแล้วล่ะเมื่อมาร์คเอาแต่ถามและไม่ขยับไปเก็บเสื้อผ้าตามที่ผมบอก น้ำเสียงที่ใช้เมื่อครู่ก็เริ่มแข็งกระด้างจนอีกฝ่ายผวา แต่เพียงครู่เดียวผมก็ปรับกลับมาให้เป็นปกติ


“...”


“เรากำลังคิดว่ามีคนรู้เรื่องของเรา เพราะฉะนั้นหนีกันเถอะ”


พอจบประโยคของผม มาร์คก็พยักหน้าทั้งน้ำตาและเดินไปเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ใช้เวลาไม่นานมากทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย ผมกวาดสายตาตรวจสอบทุกอย่างในห้องเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้แน่ใจว่าไม่หลงเหลือหลักฐานอะไรที่บ่งบอกว่าผมและมาร์คเคยอยู่ที่นี้ จากนั้นก็เดินออกไปพร้อมปิดประตูบอกลา


ผมจัดการทำเรื่องย้ายออกทันที จากนั้นก็พามาร์คเดินลงบันไดหนีไฟมายังลานจอดรถชั้นล่างสุดและเดินทะลุออกจากประตูด้านหลังที่เชื่อกับทางเดินเล็กๆ ผมไม่คิดว่าผมจะขับรถอีกต่อไปแล้ว เพราะรถคันนี้เป็นของแจบอม และผมก็เชื่อเหลือเกินว่ามันต้องมีอะไรที่ไม่ปกติ


“เราจะไปไหนกันจินยอง” ระหว่างทางที่เดิน มาร์คก็เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองไปยังความมืดมิดระหว่างทาง ท่าทางหวาดผวาของอีกฝ่ายทำให้ผมถอนหายใจและเดินเข้าไปกอดไหล่เขาไว้


“ไปที่ที่ปลอดภัยที่สุด” ผมตอบแค่นั้นและก้าวเท้าเดินต่อไป แต่มาร์คคงไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูดเท่าไร เขาหยุดเดินและรั้งผมไว้


“แต่เรากลัว...เราไม่รู้จักอะไรในเกาหลีเลย” มาร์คบอกทั้งน้ำตาและทำท่าจะนั่งลงร้องไห้กับพื้น ผมมองท่าทางของเขาด้วยความอดทนอดกลั้น แต่สุดท้ายผมก็กลั้นอะไรไว้ไม่อยู่แล้ว ปัญหาของผมเยอะมากพอแล้ว ถ้ามาร์คยังเป็นแบบนี้เราคงได้กลับไปเริ่มต้นใหม่


สุดท้ายผมก็ต้องพูดในสิ่งที่คิดว่ารุนแรงต่อจิตใจของอีกฝ่าย


“ถ้ามาร์คอ่อนแอแบบนี้ อีกไม่นานแจ็คสันก็จะตามมาเจอ อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมเหรอ?”


ผมถามและมองหน้ามาร์ค อีกฝ่ายก็จ้องตากลับมาแต่ไม่พูดอะไร


“...”


“ถ้าไม่อยากกลับไปเป็นเมียมันอีกครั้ง ก็อย่าอ่อนแอ ลุกขึ้นและเข้มแข็งซะ” บอกจบผมก็เดินออกมาเลย ไม่ใช่ว่าผมไม่สนใจอีกฝ่ายหรอกนะ แต่ผมมั่นใจมากๆ เลยต่างหากว่ายังไงมาร์คก็ต้องฟังที่ผมพูดและเดินตามมาอย่างแน่นอน


“จินยองรอเราด้วย”


หึ ผมเดาผิดซะที่ไหน


 



“ทำไมเงินเยอะขนาดนี้” น้ำเสียงตกใจพร้อมกับดวงตากลมที่เบิกกว้างของมาร์คทำให้ผมยกยิ้ม ไม่แปลกหรอกหากมาร์คตกใจเมื่อผมกดเงินสดจากตู้กดเงินออกมาจำนวนมากแต่เงินมันยังเหลืออีกเยอะ


ภายนอกผมก็แค่เด็กไร้ญาติคนหนึ่งเท่านั้น มาร์คคงไม่คิดว่าผมจะมีเงินมากขนาดนี้


“...”


“แจบอมให้ไว้เหรอ?” คำถามของอีกฝ่ายทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง


“เราไม่ได้ขายตัวนะมาร์ค นี่เงินเรา” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทั้งๆ ที่ในใจของผมร้อนเป็นไฟ


“อ่า เราขอโทษ เราไม่คิดว่า...”


“ไม่คิดว่าเราจะมีเงินเยอะขนาดนี้เหรอ? ก็ไม่แปลก” ผมชิงพูดขึ้นมาก่อนที่มาร์คจะพูดจบ อีกฝ่ายเงียบไปราวกับสำนึกผิด แต่ผมก็แก้สถานการณ์ด้วยการขยี้เส้นผมของอีกฝ่ายและยื่นเงินให้เขา

"..."


“เอาไปซื้อของในร้านนั้นก่อน เดี๋ยวเราตามไป” มาร์ครับเงินและเดินไปยังร้านสะดวกซื้อที่ผมบอกทันที พอมาร์คเดินเข้าไปในร้านแล้วผมก็ทำการกดเงินออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทันทีที่ตู้ขึ้นจอแจ้งเตือนว่าเงินในตู้หมด ผมจึงรูดซิปปิดประเป๋าและเดินตามมาร์คไปทันที


มาร์คยืนเลือกของอยู่ตรงโซนของใช้ เขาหยิบห่อหน้ากากอนามัยขึ้นมาดูพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเป็นปม ผมก็พอจะเข้าใจอยู่ว่าทำไมเขาถึงทำหน้าตาแบบนั้น


“ไม่ต้องไปอ่านมันหรอก” ผมบอกและแย่งของมาถือเอง มาร์คหันมามองหน้ากัน


“ก็เราอยากรู้นี่ว่ามันดีหรือเปล่า”


“แต่อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจเนี่ยนะ ใช้ๆ ไปเถอะ” ผมบอกและเอื้อมไปหยิบห่อหน้ากากอนามัยมาอีกสองสามห่อ จากนั้นก็เดินไปตรงโซนของกิน


ผมกวาดสายตามองทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า อาหารมากมายละลานตาจนเลือกไม่ถูก แต่สุดท้ายผมก็เลือกมาสักอย่างและทำท่าจะเดินไปจ่ายเงินแต่มาร์คก็เรียกผมไว้ซะก่อน


“จินยองๆ”


“หื้ม? รามยอน?” ผมมองของในมือของมาร์คด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ทำไมวะ อาหารในร้านมีให้เลือกตั้งมากมาย แต่กลับมาเลือกรามยอนเนี่ยนะ เป็นคนแบบไหน


“อื้ม แบบไหนอร่อยแต่ไม่เผ็ด” มาร์คถามและชูขอในมือให้ผมดู และผมก็ชี้ไปที่มือซ้ายของเขา


"..."


“ขอบคุณนะ” มาร์คพยักหน้ารับและเดินไปกดน้ำร้อนใส่ถ้วนรามยอน จากนั้นก็เดินเอาของมาคิดเงินรวมกับผม พอคิดเงินเสร็จเราก็เลือกที่จะนั่งกินของที่ซื้อมากันที่หน้าร้าน


แต่ระหว่างที่ผมกำลังจะนั่งลงที่เก้าอี้หน้าร้านก็มีใครบางคนวิ่งชนผมและเจ้าตัวก็ล้มลงไปนอนอยู่ที่พื้น ผมก้มลงมองและเห็นสภาพที่ไม่ค่อยดีเท่าไรของเขา เสื้อผ้ามอมแมมแถมใบหน้ายังมีรอยเลือดเปรอะอยู่จางๆ


แต่ผมยังไม่ทันได้ถามหรือสำรวจอะไรเพิ่มเติม คนๆ นั้นก็ลุกขึ้นยืนและก้มหัวขอโทษหลายๆ ครั้ง


“ขอโทษครับๆ” จากนั้นเขาก็วิ่งหนีเข้าไปในตรอกเล็กๆ ข้างร้านสะดวกซื้อทิ้งให้ผมและมาร์คมองหน้ากันอย่างงงๆ


แต่เวลาผ่านไปไม่นานก็มีผู้ชายร่างสูงใหญ่สองสามคนวิ่งมาด้วยท่าทางรีบร้อน พวกเขากวาดสายตามองซ้ายขวาราวกับหาอะไรบางอย่างและสุดท้ายก็เดินเข้ามาหาเราสองคน


“น้อง...เห็นผู้ชายตัวเล็กๆ วิ่งมาแถวนี้ไหม?” น้ำเสียงนักเลงกับท่าทางกวนประสาทของพวกนี้ทำให้ผมยักไหล่และส่ายหน้าทันที


“นั่งอยู่นานแล้ว ไม่เห็นมี” ผมตอบกลับไปด้วยท่าทางไม่เกรงกลัว ผิดกับมาร์คก็เอาแต่หลบหน้า


“แน่ใจนะ?” หนึ่งในนั้นถามย้ำ


“แน่ใจ” พอผมตอบกลับไป ทั้งสามคนนั้นก็วิ่งไปอีกทาง ผมมองจนพวกเขาหายลับไปกับตาแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปยังตรอกแคบๆ ข้างร้านสะดวกซื้อ


“ออกมาเถอะ พวกมันไปแล้ว” ผมพูดด้วยเสียงเรียบๆ และกอดอกมองคนที่ค่อยๆ เดินออกมาจากตรอกช้าๆ ราวกับว่ากลัวผมจะทำร้าย แววตาสั่นไหวของเขาทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ในใจ


ผมสงสารผู้ชายคนนี้


“...ขอบคุณ” ผู้ชายแปลกหน้าก้มหัวให้ผมอีกครั้งและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ท่าทางของเขาเหมือนคนฝืนสังขารเพราะขณะที่กำลังจะเงยหน้าขึ้นมาเขาก็ล้มลงไปนอนกับพื้นแถมยังหมดสติอีกด้วย


ฉิบหายล่ะ เหมือนมีภาระเพิ่ม






ต่อค่ะ




.


.


“ยังไม่ตายหรอกน่า”


“แล้วทำไมยังไม่ตื่นล่ะ?”


“ก็พักผ่อนไง ใจเย็นๆ สิ” ผมนั่งตอบคำถามมาร์คขณะที่อีกฝ่ายเอาแต่ก้มๆ เงยๆ มองคนที่หลับอยู่บนเตียง ใช่ ผมและมาร์คตัดสินใจพาผู้ชายแปลกหน้าคนนี้มาด้วย


ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นบ้าไปแล้วหรือเปล่าที่หาภาระมาเพิ่มเพราะขนาดมีแค่มาร์คคนเดียวผมก็แทบจะบ้าตายแล้ว หากผู้ชายแปลกหน้าคนนี้สร้างภาระเพิ่มให้ผม ผมต้องเป็นบ้าจริงๆ แน่


นี่ก็เข้าเช้าวันใหม่แล้ว แสงอาทิตย์จากขอบฟ้าไกลๆ ค่อยๆ สาดแสงสีอ่อนขึ้นมา ผมมองไปยังหน้าต่างที่เปิดกว้างไว้แล้วก็ถอนหายใจ ผมไม่รู้อีกแล้วว่าตัวเองกำลังคิดหรือรู้สึกแบบไหน ก็ยอมรับว่ามันก็รู้สึกแปลกๆ ที่ตอนนี้ผมไม่ได้นอนอยู่บนเตียงหลังใหญ่ของแจบอม แต่ช่างมันเถอะ มันไม่ได้ทำให้ผมขาดใจตายนี่


“จินยอง!” มาร์คเรียกผมเสียงดังและเขย่าไหล่ของผมแรงๆ หลายที ผมหันไปมองหน้าอีกฝ่ายที่กำลังทำหน้ายุ่งใส่


“อะไร?”


“เราถามว่าถ้าเขาตื่นแล้วจะเอายังไงต่อ?” มาร์คถามและเสมองไปยังคนบนเตียง คำถามของเขาทำให้ผมนิ่งเพื่อคิด นั่นสินะ ผมควรจะทำยังไงดีกับคนๆ นี้ จะพาไปด้วยหรือจะทิ้งไว้ที่นี่


“ไม่รู้สิ รอตื่นขึ้นมาก่อนละกัน” ผมยักไหล่และตอบกลับไป จากนั้นก็หันไปมองนาฬิกาที่ผนังห้อง “งั้นเดี๋ยวเราไปซื้อของกินมาเผื่อไว้ก่อนละกัน ถ้าสายแล้วคนจะเยอะ มันเสี่ยง”


ผมบอกจบก็ลุกขึ้นไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมพร้อมหยิบเงินจำนวนหนึ่งติดมาด้วย


“เดี๋ยว” มาร์คส่งเสียงห้ามเมื่อผมกำลังจะเดินออกจากห้อง ผมหันไปหาเขาแล้วเลิกคิ้ว “สวมแมสด้วยนะ” มาร์คพยักเพยินหน้าพร้อมส่งหน้ากากอนามัยที่ซื้อไว้เมื่อคืนมาให้ผม ผมรับมาใส่ง่ายๆ และเดินออกจากห้องทันที


อย่างที่ผมคิดนั่นแหละ เช้าขนาดนี้ยังไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านนัก ผมก็เลยรีบๆ เดินซื้อของที่ต้องการเพื่อจะได้กลับไปที่ห้องเพราะการออกมาเดินแบบนี้มันมีโอกาสที่แจบอมจะหาผมเจอ


จริงๆ แล้วที่ที่ผมอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้ห่างไกลจากตัวเมืองเท่าไร และผมก็เชื่อว่าหากแจบอมจะตามหา เขาก็ต้องหาจากที่ใกล้ๆ ก่อนแน่ๆ


เมื่อผมได้ของที่จำเป็นครบแล้วผมก็รีบกลับไปยังที่พักทันที ขณะที่เดินขึ้นบันได แรงสั่นเบาๆ ที่กระเป๋ากางเกงก็เกิดขึ้น ผมขมวดคิ้วก่อนจะหยิบเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมขึ้นมา


แม่ง ลืมสนิทเลย


ผมกดปิดเครื่องโทรศัพท์ทันทีเพราะมีสายเรียกเข้าจากแจบอม โชคดีแค่ไหนที่ผมคอยเช็กตลอดว่าแจบอมคงไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมตามตัวผมไว้กับโทรศัพท์น่ะ แต่ยังไงขาก็ยังมีเบอร์โทรศัพท์ของผมอยู่ดี เพราะฉะนั้น...


ปึง ตุบ!!


ผมโยนโทรศัพท์ในมือลงพื้นจนมันแตกกระจาย ก้มลงตรวจเช็กสภาพอีกนิดเพื่อให้มั่นใจว่ามันพังจริงๆ และแน่นอนว่าพังจนซ่อมไม่ได้


ผมเลิกสนใจโทรศัพท์ที่พังแล้วและรีบเดินกลับมาที่ห้อง พอเข้ามาข้างในผมก็ต้องตกใจเมื่อคนหนึ่งนั่งคุดคู้อยู่บนเตียงพร้อมน้ำตา ส่วนอีกคนนั่งทำหน้าเสียอยู่มุมห้อง


“เกิดไรขึ้น?” ผมถามและวางของที่ซื้อมาบนพื้น จากนั้นก็มายืนคั่นกลางระหว่างสองคน


“ก็พอตื่นขึ้นมาก็เอาแต่โวยวาย...” มาร์คทำหน้าเหมือนจะร้องไห้และเอ่ยบอก ผมหันไปมองคนแปลกหน้าที่นั่งอยู่บนเตียงและมองมาที่เราสองคนอย่างเกรงกลัว


“นี่ ไม่ต้องกลัวหรอกนะ” ผมทำเสียงอ่อนและเดินเข้าไปหาคนบนเตียง แต่ก็นะ ใครมันจะไปไว้ใจคนที่เพิ่งเจอได้ไม่ถึงวันล่ะ พอผมเดินไปหนึ่งก้าวอีกฝ่ายก็ขยับหนีไป ยิ่งผมเดินเข้าไปหาเขาก็ยิ่งขยับหนี


“...” คนบนเตียงส่ายหน้าไปมาพร้อมน้ำตาที่ไหล่อาบแก้ม ผมก็ไมรู้ว่าจะต้องปลอบใจแบบไหน ก็เลยหยุดเดินไปหาและเปลี่ยนมาใช้คำพูดแทน


“ถ้าคิดว่าพวกเราจะทำร้ายนาย บอกเลยว่าคิดผิด ตอนนี้เรากำลังช่วยนายอยู่ เลิกกลัวและมากินข้าวเถอะ”


บอกจบผมก็ไม่สนใจใครอีกเลย ผมก้มลงหยิบของที่ซื้อมาไปวางไว้ที่พื้นข้างเตียงเพราะมีพื้นที่โล่งมากกว่า จากนั้นก็จัดการหาของใส่ปากเพื่อประทังชีวิต ไม่นานมาร์คก็เดินมานั่งลงข้างๆ ผมและจัดการกินอาหารที่ผมซื้อมา


และแน่นอนว่าความหิวมันไม่ปรานีใครหรอก จากคนที่เคยทำท่าหวาดกลัวอยู่บนเตียงก็เลื่อนตัวลงมานั่งตรงข้ามผมและหยิบอาหารใส่ปากเหมือนกัน


น่าตลกว่ะ นี่ผมกำลังซื้อข้าวให้ใครก็ไม่รู้กิน แถมยังนั่งกินพร้อมกันหน้าตาเฉยอีก


“ชื่ออะไร?” ผมอิ่มก่อนคนแรก ผมก็เลยนั่งเท้าแขนไปข้างหลังและเอ่ยถามคนแปลกหน้าที่ดูท่าแล้วจะหิวโหยมาก ขนาดผมถามยังไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาตอบเลย


“...”


“นี่...” ผมกำลังจะถามซ้ำเลย แต่อีกฝ่ายก็ละล่ำละลักตอบ


“กะ...กันต์ เราชื่อกันต์” กันต์เงยหน้าบอกผมและรีบก้มลงกินอาหารในมือต่อ แต่เพราะชื่อของเขาแปลกมาก ผมก็เลยต้องถามต่อ


“ชื่อกันต์ ไม่ใช่คนเกาหลีใช่ไหม?” ผมถามและจ้องหน้าอีกฝ่าย ผมแอบเห็นมาร์คก็จ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยเหมือนกัน


“ไม่ใช่..เราเป็นคนไทย...” เพียงแค่นั้นผมก็เข้าใจแล้วว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของผมคือชาวต่างชาติ แต่อะไรที่ทำให้เขาต้องหนีไอ้สามคนนั้นราวกับหนีหมาฝูงใหญ่ล่ะ แถมสภาพที่พบก็ดูไม่ได้เลยด้วย


“แล้วทำไมเป็นงี้อะ?” ผมถามและชี้ไปที่อีกฝ่าย กันต์ยิ้มเฝื่อนๆ กลับมา แววตาของเขาดูเศร้าแปลกๆ เห็นแล้วผมก็รู้สึกจุกในอก


“พวกมันจะเอาเราไปขาย เราก็แค่หลง...ใช่ เราหลง” พอพูดมาถึงตรงนี้น้ำตาของกันต์ก็พร้อมใจมาคลอหน่วยจวนจะไหลออกมา ถามว่าผมรู้สึกยังไงกับสิ่งที่ได้ยิน แน่นอนว่ารู้สึกไม่ดี แค่นั้น


“แล้วเคยขายไหม?” คำถามจากคนที่ผมไม่คิดว่าจะถามก็หลุดออกมา ทั้งผมและกันต์หันไปมองมาร์คเป็นตาเดียวจนอีกฝ่ายต้องพูดแก้ประโยคของตัวเอง “หมายถึงว่าโดนขายไปหรือยัง?”


“อือ...แต่เราไม่เคยโดนทำอะไรแบบนั้นนะ เราหนีออกมา” ผมพอจะเดาออกแล้วว่าอะไรเป็นอะไร สรุปว่ากันต์หลงทางและถูกจับตัวไปขาย ส่วนขายให้ใครอันนี้ผมไม่รู้และไม่คิดอยากจะรู้ด้วย ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ปลีกย่อยผมก็ไม่คิดจะซักถามต่อไปอีก ผมเบื่อพวกคนเจ้าน้ำตาที่เอะอะก็ร้องไห้ ยิ่งเห็นก็ยิ่งรำคาญ ผมก็เลยพูดตัดบทจบง่ายๆ เป็นการตัดสินใจเองคนเดียว


“งั้นก็ไปด้วยกัน ตามนี้นะ”


ไม่รู้สิ ผมคิดว่าคงไม่มีปัญหาตามมาหรอกนะ




(อัพครั้งที่3 100%)


**ก่อนเม้าท์ ฝากเข้าเฟส เข้าทวิตไปดู OPV ของเรื่องนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ**


17/9/17 มาแล้วววว ครบแล้วววว หวังว่าจะมีคนรออ่านนะคะ เหม่ยลืมบอกไปเลยอะว่า เหม่ยจะอัพตอนสองทุ่มทุกครั้งเลยนะ แต่เรื่องวันยังไม่แน่นอน แต่ก็จะประมาณวันเว้นวัน หรือไม่ก็สองวันงี้ ได้โปรดรอติดตามกันด้วยนะคะ เหม่ยตั้งใจจริงๆ ที่ช้าก็เพราะพยายามเกลาภาษาให้ออกมาดีด้วยแหละ เวลานั่งเขียนไปนานๆ ติดๆ กัน ภาษามันจะป่วงลงๆ เพราะใช้คำในสมองไปเยอะ สมองล้า สมองมันจะหลับอย่างเดียวเลย 555555555 ใครเคยแต่งนิยายจะรู้ดีเลยล่ะ เหม่ยก็ไม่ได้เก่งอะไรมาก ทำได้ตามประสบการณ์ที่มีมานั่นแหละค่ะ อาจจะช้าบ้างอะไรบ้าง ก็ขออภัยในตรงนี้ด้วยนะคะ


ขอบคุณจริงๆ ที่ติดตามา ถ้าจะบอกว่าใกล้จบแล้วทุกคนจะว่ายังไงคะ? ฮืออออออ ใจโหวงเหมือนกันอะ อยู่มานานมาก จะจบแล้ววว งื้ออออออ แต่ไม่เป็นไรเนาะ เปิดเรื่องใหม่รอล่ะ ไม่ดราม่าด้วย น่ารักใสใส ตามนั้นแหละค่ะ ไปก่อนนะคะ เจอกันตอนต่อไปจ้า รักทุกคนมากๆ เลยน้าาาา 






14/9/17 มาแล้ววว นี่มาไวมากๆ เลยนะ พยายามจะไม่หายหน้าเพราะกลัวคนจะลืม เหม่ยคิดทุกวันเลยนะว่าต้องมีคนไม่อ่านแล้วแน่ๆ ฮืออ อ่านกันเถอะนะ เหม่ยตั้งใจเขียนมากๆ สุดท้ายแล้วจินยองก็หนีตามมาร์ค(?)ออกมา 55555 พี่แจบอมต้องหัวร้อนมากแน่ๆ เลย เขาต้องตามหาเมียสิ ใช่ไหม?

แล้วผู้ชายแปลกหน้าที่สลบไปนี่ใครหว่า เดาๆๆ 5555555 เดาไม่ถูกก็ย้อนไปตั้งแต่แรกเลยนะ ไล่ดูตั้งแต่รูปเฮดอะ 55555 บอกเลยว่าเรื่องนี้น่ากลัว น่ากลัวมาก มีผีด้วย ผีทะเล~~~ ไปละ บะบายยย อย่าลืมสาดกำลังใจนะ อย่าลืมมมม 

ปล. อย่าลืมไปหวีดกันนะคะ #อย่าถามหารัก 

ปล2. เราจะเปิดเรื่องใหม่แหละ แต่รอสอบเสร็จก่อน

12/9/17 มาแค่นี้ก่อนนะคะ เพราะเหม่ยลบที่เคยแต่งไว้ทิ้งและแต่งขึ้นมาให้ สาเหตุก็เพราะว่าไม่ถูกใจค่ะ 

บอกตรงๆ เลยนะว่าครั้งที่แล้วเฟลมากกกกกก (+ล้าน) วิวเกือบ800แต่สาดกำลังใจกันไม่ถึง 20 แต่ไม่เป็นไรเนาะ เหม่ยจะอดทนค่ะ เอาเป็นว่าขอบคุณคนที่อ่านและเมนต์เป็นประจำมากนะคะที่ไม่ทิ้งกัน เหม่ยก็ไม่ทิ้งเรื่องนี้เหมือนกัน แต่จากนี้อาจจะมาช้านะคะเพราะจะสอบแล้ว ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

อีกเรื่องคือ ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. เป็นต้นไป เด็กดีจะอัปเดตระบบการแจ้งเตือนนิยาย กฏคร่าวๆ สำหรับนักเขียนคือต้องมีเนื้อหามากพอสมควร ถึงจะส่งแจ้งเตือนให้ ดังนั้นเหม่ยก็อยากจะบอกว่า...อาจจะมาช้านะคะ เพราะต้องแต่งเนื้อหาให้มากพอ แต่ยังไงก็จะพยายามมาให้เร็วที่สุด

/กราบทุกคนค่ะ/ สาดกำลังใจให้เยอะๆ น้า จะได้มีแรงฮึดลุกขึ้นมาแต่ง พอไม่มีกำลังใจก็ไม่อยากเปิด word เลยค่ะ 5555555

ปล. อย่าลืมไปหวีดกันนะคะ #อย่าถามหารัก 

ปล2. เราจะเปิดเรื่องใหม่แหละ แต่รอสอบเสร็จก่อน




charset="utf-8">
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1317 Moebeaj (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 10:35
    โอโหพี่แจบอม นี่ก็อุส่าห์ไว้ใจ
    #1,317
    0
  2. #1289 kwanpeeya1998 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 16:55
    จริงๆ จินยองก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นปะ ช่วยมั้งมาร์ค ทั้งกันต์ จินยองหลอกตัวเองว่าเกลียด แค้นมาร์ค แต่ยังเป็นห่วงอยู่ดีนั่นแหละ เราไม่เชื่อหรอกว่าคนคนนึงจะใจร้ายถุงขนาดนั้น อีกอย่าดูก็รู้ว่าชอบแจบอมไปแล้ว ยอมรับความรู้ได้แล้วจินยอง ^^
    ให้กำลังใจไรท์นะคะ
    #1,289
    0
  3. #1249 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 23:45
    หลอกกันไปหลอกกันมา กันต์นี่ใช่เจ้าของยูคยอมรึเปล่าคะ แล้วเรื่องหลอกที่ว่านี่อะไร แต่ถึงไงเรื่องความรู้สึกเราคิดว่าพี่แจบอมเค้าซื่อสัตย์ของเค้าจริงๆ นะ
    #1,249
    0
  4. #1202 shierichi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 01:53
    กันต์น่าจะเป็นตัวสำคัญ จินยองเหมือนไร้หัวใจแต่จริงๆใจกว้างมากนะดูสิทั้งมาร์คทั้งกันต์ก็อยู่กับจินยอง
    #1,202
    0
  5. #1170 มะเอยเนย (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:40
    หนูกันต์เพิ่งมาาา
    #1,170
    0
  6. #804 ออมม่า (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 17:49
    ทำไม กันต์ มาตอนจะจบ ต้องเป็นตัวสำคัญแน่เลย
    #804
    0
  7. #782 Jannie18 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 10:14
    มีมาเพิ่มสงสัยเพิ่มอีกละเรา555
    #782
    0
  8. #781 cinncookie (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 05:56
    จินยองมีความพ่อพระสูงมาก.... แล้วกันต์จะมีส่วนอะไรในเรื่องนี้ต่อไปนะ //สู้ๆนะคะ ไรท์
    #781
    0
  9. #780 Littlenerdgirl (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 23:11
    ทำไมจู่ๆกันต์ถึงมาเจอมาร์คกับจินยองอ่า มันแค่บังเอิญจริงๆใช่มั้ย แล้วแจบอมไม่ตามหาจินยองจนวุ่นแล้วหรอ รับตามให้เจอนะแต่แจบอมหลอกอะไรจินยองอะ หลอกเรื่องพ่อหรือครอบครัวอะไรของจินยองรึเปล่า แงงง มาต่อไวๆนะคะ
    #780
    0
  10. #779 norrijung (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 21:07
    สิ่งที่มาร์คถามไม่มีอะไรแฝงใช่ไหม จริงๆแล้วเราว่าจินยองเป็นคนที่จิใจดีนะ เพราะการแก้แค้นทำให้จินยองต้องทำตัวแข็งกระด้างอะ แล้วจินยองจะพาทุกคนไปไหน แล้วแจบอมจะตามได้ไหม รอลุ้นตอนต่อไปนะคะ
    #779
    0
  11. #778 SuthidaPhloiram (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 20:59
    เนื้อเรื่องเข้มข้นมากตอนนี้ ลุ้นไปหมด แจบอมคงจะบ้าเมียผมหาย แต่ก็ค่องใจว่าแจบอมหลอกอะไรจินยอง เดาไม่ออกเลยอ่ะ หนีกันไปสามคนแบบนี้จะรอดไหมหนอ คนที่ดูท่าว่าจะพึ่งได้ที่สุดก็มีจินยองคนเดียวซะด้วย แต่ชอบความใจเด็ดของจินยองมาก มาต่อไวๆนะ เรารออยู่นะ
    #778
    0
  12. #777 Warabiw (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 20:40
    น้องกันต์~~~~ สู้ๆนะไรท์ ตอนนี้เดาใจใครไม่ได้เลย ฮ่าาาาา
    #777
    0
  13. #776 Everthing93467 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 23:03
    เฮ้ย มันอะไรกันเนี่ย แจบอมกับพ่อหลอกอะไรจินยอง มันคืออะไรรรรร งงไปหมดแล้วววว
    #776
    0
  14. #773 Def Yuii (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 22:57
    ว่าละว่าแจบอมต้องมีแผนน ถถถถถถถ
    #773
    0
  15. #772 SuthidaPhloiram (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 21:54
    งื้อเข้มข้นมาก แจบอมหลอกอะไรจินยอง เด็กคนนั้นต้องได้เดินทางไปด้วยแน่เลย
    #772
    0
  16. #771 norrijung (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 20:30
    แจบอมหลอกอะไรจินยอง แต่เราก็คิดว่าสิ่งที่แจบอมหลอกคนเป็นเรื่องที่ของจินยองแหละเนอะ
    คนๆนั้นเห็นใคร แต่เราคิดว่าเค้าก็คงเป็นคนที่จะต้องติดตามจินยองไปด้วยแน่นอน เรื่องนี้อ่านเท่าไหร เรายังเดาทางไม่ถูกเลยอะ ลุ้นตลอดเวลาว่าจะเป็นอย่างไงต่อไปเรื่อยๆ
    #771
    0
  17. #770 Majig (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 18:00
    จินยองของเรากำลังจะเปลี่ยนไปแล้วสินะ ทำไมนางถึงใจดีและสงสารคนอื่นล่ะ//เราจะรออ่านเรื่องนี้ไปเรื่อยๆเลยค่ะ จะเป็นกำลังใจให้ไรท์เอง55555
    #770
    0
  18. #765 Jannie18 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 01:29
    แบมแบมแน่ๆเลยใช่ะป่ะ แต่ว่าแบมแบมๆทำไมถึงโดนไล่จับแล้วจินยองเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ
    #765
    0
  19. #764 PrIncE_KimkiMz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 23:10
    เราว่าจินยองต้องฟังไม่หมดแน่ๆเลย //ยังคงเข้าข้างพี่แจบอม แงงงงงง จริงๆมาร์คกะจินยองก็ดูเข้ากันได้ดีนะ จินยองอย่าทำร้ายมาร์คเลย มาร์คไม่ผิดนะ รอว่าวันนึงจินยองจะทิ้งอคติทุกอย่างไปได้ ละนี่ใครมาเพิ่มอีก จินยองงานหยาบแล้วลูก 55555
    #764
    0
  20. #763 Ploy Snw (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 22:32
    แจบอมแกหลอกลวงลูกชั้นจริงๆด้วย หนีออกมาลูกหนีมาาาาา!! ไปอยู่ที่ไกลๆเลยย ขำจินยอง คือมาร์คก็กลัวอะเน้อ แต่จินยองรีบ555555555 ไม่ได้ดั่งใจจินยองเค้าซะเลย ละน้องภาระคนนั้นเป็นใคร แบมหรอ ????????????
    #763
    0
  21. #761 Warabiw (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 21:47
    พี่จินยอง กับ น้องภาระ ฮ่าาา ใครกันหน่าาา ยังมีใครที่จริงใจกับจินยองบ้างงง เดาทางไม่ถูกเลย สู้ๆนะไรท์ สาดกำลังใจสุดๆ
    #761
    0
  22. #760 cinncookie (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 21:18
    คนอย่างจินยองสงสารคนอื่นด้วย? ถ้าพี่แจบอมรู้เมื่อไหร่นะ หาจินยองพลิกแผ่นดินแน่
    #760
    0
  23. #759 Naniile (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 20:46
    จินยองกำลังจะได้เริ่มทำตัวเป็นคนดีละ 5555
    #759
    0
  24. #758 pployy16 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 20:29
    รอค่าาา
    #758
    0
  25. #757 Def Yuii (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 07:12
    เดาทางไม่ถูก แง้งง
    #757
    0