จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 19 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.18 [อัพครั้งที่1] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    11 ก.ย. 60

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา




| EP.18 |


แสงสว่างของแดดยามเช้าที่ลอดเข้ามาตามรอยแยกของผ้าม่านทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดจนต้องตวัดผ้าห่มคลุมทั้งตัว ความง่วง เหนื่อย เพลีย และมึนทำให้ผมไม่คิดจะลืมตาตื่นขึ้นมาถึงแม้ว่าจะถูกรบกวน นอกจากแสงแดดตอนเช้าแบบนี้แล้ว ก็ยังมีเสียงเรียกชื่อผมซ้ำๆ พร้อมกับการถูกสัมผัสร่างกายผ่านผ้าห่มผืนใหญ่


“จินยอง” เสียงทุ้มที่ไม่ต้องลืมตามองก็รู้ว่าเป็นใคร แจบอมเอ่ยเรียกผมซ้ำๆ จนผมพลิกตัวหนีไปอีกทาง แต่เขาก็ยังไม่เลิกวุ่นวาย แจบอมพยายามดึงผ้าห่มออกและสอดตัวมากอดผมไว้จากด้านหลังแทน


ไม่เพียงเท่านั้น นอกจากกอดแล้วมือไม้ก็อยู่ไม่สุข แจบอมลูบไล้ฝ่ามือไปตามสัดส่วนร่างกายของผม เริ่มตั้งแต่เอว สะโพก ต้นขา ไล่ลามไปถึงซอกขาด้านใน และอีกไม่นานก็ถึงเลยเถิดไปถึงส่วนอ่อนไหวที่สงบนิ่ง


แต่...


“หยุดสักที” ผมงัวเงียพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นก็ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างของแจบอมและขยับหนีไปอีกนิด ผมไม่สนใจหรอกว่าตัวผมเองจะเปลือยเปล่าแค่ไหน ขอแค่ผมพ้นจากการก่อกวนของอีกฝ่ายผมก็พอใจแล้ว


“ตื่นเถอะ สายแล้ว” แจบอมไม่ยอมหยุดพฤติกรรมบ้าบอของตัวเอง เขาขยับและคว้าเอวผมไปกอด จากนั้นก็ซุกใบหน้าลงมาที่ลาดไหล่ของผมพร้อมกระซิบเสียงแผ่วเบาไปด้วย


“จะนอน อย่ากวนจะได้ไหม เหนื่อยจะตาย” ทั้งๆ ที่ผมหลับตาอยู่แต่ผมก็พูดตอบกลับไป พอผมเงียบผมก็ได้ยินเสียงแจบอมหัวเราะราวกับว่าชอบใจที่เห็นผมเป็นแบบนี้


“ฉันอุตส่าห์หยุดทั้งที ไม่คิดจะตื่นมาคุยกันเหรอ?”


พอฟังจบประโยคผมก็นิ่งและลืมตาขึ้นช้าๆ จากนั้นก็ค่อยๆ พลิกกายไปเผชิญหน้ากับแจบอม


“ทำไมต้องคุยด้วย เมื่อคืนก็คุยไปแล้ว” พูดจบผมก็ยกยิ้มหนึ่งทีอย่างเหนือกว่า คุยที่ผมหมายถึงน่ะคือคุยผ่านร่างกายต่างหาก


“ไม่คุยแบบนั้นสิ คุยแบบคุยจริงๆ” แจบอมส่ายหน้าปฏิเสธและเลื่อนปลายนิ้วมาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าของผมออก จากนั้นก็เลื่อนมาเกลี่ยแก้มราวกับว่าเอ็นดูผมนักหนา ถ้าผมไม่ได้ง่วงจนเกินไป ผมคิดว่าผมเห็นแววตาที่อ่อนโยนของแจบอม


ผมรู้สึกโหยหาแววตาแบบนี้...มันนานแล้วที่ผมไม่ได้เห็นมัน


แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไล่ความคิดบ้าบอของตัวเองออกไป ผมจะโหยหาอะไรแบบนั้นทำไมกัน ผมไม่ได้ต้องการอะไรแบบนั้น สิ่งที่ผมต้องการจากแจบอมมีเพียงแค่การได้เห็นโครงการที่พ่อของผมออกแบบถูกสร้างอย่างสมบูรณ์และเซ็กซ์เท่านั้น


ผมช้อนตาขึ้นสบตากับแจบอมก่อนจะถามอีกคำถาม


“แล้วจะคุยอะไร?”


“คุยที่นี่ไม่ได้นะ ไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนสิ แล้วจะพาไป” พอแจบอมบอกแบบนั้น ผมก็ขมวดคิ้วถามทันที แต่อีกฝ่ายก็ทำเพียงแค่ยิ้มและลุกขึ้นฉุดผมให้ลงจากเตียงและดันหลังผมเข้าห้องน้ำ


ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมต้องทำตามที่แจบอมต้องการด้วย อาจจะเพราะว่าผมอยากรู้ล่ะมั้งว่าเขาจะคุยอะไร






 

 

ผมค่อนข้างงุนงงกับสถานที่ที่แจบอมพาผมมา ไม่ใช่สถานที่แปลกใหม่อะไร ผมเคยมาแล้วหนึ่งครั้งเมื่อตอนที่แจบอมเข้ามาวนเวียนในชีวิตผมแรก ทะเลในเมืองซ็อกโซยังคงสวยเหมือนเดิม กลิ่นไอสดชื่นพัดจากทะเลทำให้ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ


“พามาทำไม?” พอผมเก็บเกี่ยวความสดชื่นเต็มที่แล้ว ผมก็หันไปตั้งคำถามกับคนที่นั่งมองผมด้วยรอยยิ้ม แจบอมจ้องหน้าผมอยู่นานก่อนจะตอบ


“อยากพามา เผื่อนายจะชอบ” แจบอมยิ้มและตอบกลับมา ผมนิ่งและหันไปมองทะเลสีครามตรงหน้า ครั้งก่อนที่มาแจบอมก็อยากให้ผมชอบที่นี่ ครั้งนี้เขาก็ยังพูดเหมือนเดิม


“...”


“ชอบหรือเปล่า?” แจบอมถามและวาดวงแขนกอดไหล่ผมไว้หลวมๆ น้ำเสียงที่เขาใช้ถามเมื่อครู่มีความคาดหวังแฝงปนอยู่ด้วย ผมรู้สึกได้ว่าแจบอมอยากให้ผมตอบว่าชอบ


...แต่


“เริ่มจะชอบ” ผมไม่ได้ตอบตามที่แจบอมต้องการ แต่คำตอบของผมก็ทำให้อีกฝ่ายยกยิ้มอย่างมีความสุขได้ ผมรู้สึกว่าแจบอมคนเดิมกลับมาแล้ว ตอนนี้คนที่นั่งกอดไหล่ผมอยู่คือแจบอมคนที่เดินมาหาผมด้วยท่าทางประหม่าพร้อมดอกไม้สีแดงในวันจบการศึกษา


เขาคือคนๆ เดิม


“ชอบไวๆ นะ” พูดแค่นั้นแล้วเขาก็เงียบไป แจบอมทอดสายตามองไปยังท้องทะเลกว้างใหญ่ สายตาของเขาดูอ่อนโยนลง บวกกับการแต่งตัวที่ดูเป็นวัยรุ่นธรรมดายิ่งทำให้เขาดูดี


บ้าจริงๆ ผมจะชมแจบอมในใจแบบนี้ทำไม


“ทำไมต้องอยากให้ชอบด้วย”


พอเราเริ่มเงียบไปนาน ผมก็ถามขึ้นมา บางทีแจบอมก็ไม่มีเหตุผลเหมือนกัน การมาบอกว่าผมชอบทะเลที่นี่ไวๆ หมายความว่ายังไง


“ก็ทะเลที่นี่สวยไง ดูสิ” แจบอมตอบโดยไม่หันมามองหน้าผมเลยด้วยซ้ำ หลังจากคำว่าดูสิ เขาก็ชี้ไปยังทะเลตรงหน้า ผมรู้ว่าทะเลที่นี่สวย อากาศก็ดี ไม่แปลกเลยหากแจบอมจะตกหลุมรัก


“คนแบบนายก็ตลกเหมือนกันนะ” ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงพูดออกไปแบบนั้น พอมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แจบอมหันมาจ้องหน้ากันราวกับสงสัย คิ้วเข้มทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันราวกับจะถามว่าที่ผมพูดเมื่อครู่หมายความว่ายังไง


“...”


“อยู่ๆ ก็ทำตัวเหมือนเด็ก” ผมเสริมต่อ


“บางครั้งฉันก็อยากคลายตัวตนที่แท้จริงให้นายเห็นบ้าง บางทีมันอาจจะดีกว่าการทำตัวขรึมตลอดเวลา”


“...”


“ฉันมาคิดดูๆ เราเพิ่งจะอายุยี่สิบต้นๆ เรายังเป็นวัยรุ่น เราควรมีความสุขมากกว่านี้สิ ควรสดใสมากกว่านี้...ฉันก็อยากมีความสุขบ้าง”


ผมนั่งนิ่งเพื่อฟังแจบอมพร่ำอะไรก็ไม่รู้ออกมา คำพูดของเขาไม่ได้ทำให้ผมหงุดหงิดหรือต่อต้านอะไรเลย เผลอๆ ผมก็คิดตามเขาด้วยซ้ำ


มันก็จริง


“แล้วมีความสุขหรือยัง?”


“มีแล้ว...ตั้งแต่ฉันมีนาย”


ครั้งนี้ผมเงียบจริงๆ เงียบแบบไม่คิดจะพูดหรือโต้ตอบอะไรเลย จะบอกว่าประโยคเมื่อครู่ของแจบอมมันดูเหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าวก็ไม่ผิด หากเป็นเมื่อก่อนผมคงด่าเขาว่าบ้าแน่ๆ แต่พอมาตอนนี้ผมกลับพูดอะไรไม่ออก


มันเหมือนมีก้อนอะไรก็ไม่รู้มาจุกอยู่ในอกของผม ก้อนที่ว่าคงใหญ่มากๆ จนทำให้ผมผลักดันมันออกไปไม่ได้ แล้วยิ่งผมได้รับการกระชับกอดจากแจบอม ก้อนๆ นั้นก็ยิ่งขยายตัวใหญ่จนผมไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง


แล้วอยู่ดีๆ ก้อนๆ นั้นก็ละลายหายไปเพราะคำพูดบ้าๆ ของแจบอม


“...”


“ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากให้นายคิดเหมือนกัน”


คำพูดของแจบอมวนเวียนอยู่ในหัวของผมซ้ำไปซ้ำมา พยายามสลัดออกเท่าไรก็ไม่หายไปสักที แจบอมอยากให้ผมคิดเหมือนเขา นั่นก็หมายความว่าเขาอยากให้ผมมีความสุขเมื่ออยู่กับเขา


ผมไม่ปฏิเสธหรอกว่าทุกวันนี้ผมสุขกายมากแค่ไหน ผมไม่ต้องลำบากทำอะไรเองเลยด้วยซ้ำ แต่ผมก็รู้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่แจบอมหมายถึง


“จะออกไปไหน?” เสียงทุ้มของคนในความคิดเอ่ยถามขึ้นเมื่อผมถือกุญแจรถเตรียมตัวออกไปข้างนอกหลังกลับมาจากทะเลกันได้ไม่นาน แจบอมจ้องตาผมราวกับพยายามหาพิรุธ แต่ผมก็ไหวตัวทันและโกหกคำโตออกไป


“มินกยูส่งข้อความมาบอกว่างานกลุ่มที่ทำไปต้องแก้นิดหน่อย ก็เลยจะออกไปหา” พอผมอ้างแบบนั้นแจบอมก็หรี่ตามองอย่างไม่เชื่อใจ ผมรู้ว่าแจบอมไม่ได้โง่และเขาก็คงต้องถามต่อแน่ๆ แต่อย่าลืมสิ ผมไม่มีทางให้เขาได้ทำแบบนั้นหรอก


“...”


“มองหน้ากันแบบนี้หมายความว่าไง? จะไม่ให้ไปเหรอ?” ผมเชิดหน้าและถามกลับไป แจบอมยักไหล่เบาๆ และส่ายหน้า


“เปล่า ก็ไปสิ รีบกลับละกันนะ” พอเขาอนุญาตผมก็เตรียมเดินออกไป แต่แจบอมก็รั้งแขนผมไว้และดึงเข้าไปกอด มือหนากอดรัดเอวผมแน่นอย่างไม่อายสายตาเด็กสาวจากบ้านเด็กกำพร้าเลยสักนิด


และนอกจากกอด...


“อื้อ” แจบอมบดจูบลงมาที่ริมฝีปากของผมอย่างแรงราวกับแกล้งกัน เขาขบกัดริมฝีปากล่างจนผมต้องร้องออกมาก่อนจะยกมือขึ้นทุบอกเขาแรงๆ หนึ่งที แต่แทนที่เขาจะสำนึกผิดเขากลับหัวเราะร่า


“รีบไปเถอะ”


จบคำของแจบอมผมก็รีบเดินห่างออกมาทันทีเพราะกลัวอีกฝ่ายจะรั้งกันไว้อีก ขณะที่ผมกำลังขับรถออกจากบ้านผมก็เห็นว่าแจบอมยืนมองอยู่จากหน้าบ้านพร้อมส่งรอยยิ้มละมุนมาให้ผมด้วย


แต่ทำไมผมรู้สึกใจคอไม่ดีเลยนะ เหมือนมีลางสังหรณ์แปลกๆ


ผมเลิกสนใจลางสังหรณ์ที่อุปาทานขึ้นมาเองและขับรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ผมต้องการ เมื่อมาถึงผมก็จอดรถและรีบขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่คุ้นเคย และทันทีที่ผมเปิดประตูห้องเข้าไป บุคคลที่อยู่ที่นี่ก่อนแล้วก็โผเข้ามากอดผมพร้อมน้ำตานองหน้า


“ฮึก... จินยอง” น้ำเสียงสะอื้นของมาร์คดังขึ้นเรื่อยๆ จนผมต้องพาเขากลับมานั่งที่โซฟาดีๆ ท่าทางของมาร์คดูหวาดกลัวและระแวงไปหมด เขากวาดสายตามองไปรอบๆ เหมือนมองหาอะไรบางอย่าง


“ร้องไห้ทำไม? บอกเราสิมาร์ค” พอผมถาม มาร์คก็หันมาสบตากัน เขาพยายามเช็ดน้ำตาและพูดเสียงเบาๆ ตอบผม


“เมื่อคืนเรารู้สึกว่ามีคนเข้ามาในห้อง”


ทันทีที่เขาพูดจบผมก็ขมวดคิ้วเป็นปม บอกตรงๆ ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่มาร์คพูด บางทีเขาอาจจะหลอนไปเองก็ได้


“แน่ใจ?”


“แน่ใจสิ เราได้ยินเสียงคนเดินไปมา เรา...กลัว” พูดจบก็กอดผมแน่นและร้องไห้อีกพักใหญ่ ผมรำคาญมากจริงๆ แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากไปกว่ากอดปลอบเขา


บางทีมาร์คอาจจะเรียกร้องความสนใจ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะช่วยสงเคราะห์แล้วกัน


เวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ มาร์คก็หยุดร้องไห้และกลับมามีสติอีกครั้ง จากนั้นผมก็สั่งอาหารโปรดของมาร์คมาให้เขากิน ส่วนผมก็นั่งมองมาร์คพร้อมกับคิดอะไรเพลินๆ


ในความคิดของผมไม่มีคนตรงหน้าอยู่เลย คำพูดและท่าทางของแจบอมต่างหากที่วนเวียนอยู่ในหัว สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาทำให้ผมนึกอยากได้รับมันอีก


แต่ไม่...นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมควรคิด ใช่ ผมไม่ควรคิดอะไรแบบนี้


“จินยอง!” ผมอาจจะเหม่อนานเกินไป มาร์คเลยเรียกผมด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าปกติจนผมรู้สึกตัว ผมมองไปบนโต๊ะก็เห็นว่ามาร์คกินอาหารหมดแล้วและกำลังจัดการเก็บทิ้งให้เรียบร้อย


“เรียกเราทำไม?”


“เราบอกว่าเราอยากออกไปเที่ยว...พาเราไปได้ไหม?” มาร์คเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา สายตาสดใสไม่ยอมสบตาผมราวกับว่าเขากลัวว่าผมจะปฏิเสธ แต่ไม่หรอก ผมรู้ว่าเขาเบื่อ คำขอแค่นี้ผมทำให้ได้อยู่แล้วล่ะ


“อยากไปไหนล่ะ?” แววตาของมาร์คเป็นประกายทันทีที่ผมถามประโยคนั้น


“ใกล้ๆ แถวนี้ก็ได้ เราไม่อยากรบกวนจินยองมากเกินไป”


“แถวนี้เหรอ? อ่า เราพอจะรู้นะว่ามีสวนสาธารณะใกล้ๆ ที่นี่ด้วย สนใจไหม?” พอผมถามมาร์คก็พยักหน้าทันที


“งั้นพาเราไปนะ ขอบคุณจินยองมากๆ เลย” ผมยิ้มรับน้อยๆ และนั่งรอมาร์คที่กำลังไปแต่งตัว ขณะที่นั่งรอผมก็ได้ยินเขาพูดอะไรก็ไม่รู้อยู่ในห้อง ผมสงสัยมากก็เลยเดินไปดู


ภาพที่ผมเห็นคือมาร์คกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม สำเนียงภาษาที่เขาพูดออกมาไม่ใช่ภาษาเกาหลีและผมก็มั่นใจว่าเป็นภาษาจีน


ใช่สิ มาร์คไม่ใช่คนเกาหลี


ผมยืนมองเขาคุยโทรศัพท์อยู่อย่างนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรงขึ้น ผมรู้ว่าปลายสายที่คุยกับมาร์คคงจะเป็นพ่อของเขา แล้วในเวลาถัดมามาร์คก็เปลี่ยนสำเนียงภาษามาเป็นภาษาเกาหลี


“ผมคิดถึงแม่เหมือนกันครับ” ประโยคเมื่อครู่หลุดออกมาพร้อมกับใบหน้ามีความสุข รอยยิ้มสดใสของเขาทำให้ผมกำมือแน่น ผมไม่ชอบใจเอาซะเลยที่มารู้ว่ามาร์คกำลังคุยกับแม่...ของผม


ประโยคที่มาร์คพูดเมื่อครู่จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยหากอีกฝ่ายไม่พูดขึ้นมาก่อน หึ แม่คิดถึงมาร์คงั้นเหรอ? แค่หายมาสองดือนกว่าๆ ก็คิดถึงแล้วเหรอ แล้วระยะเวลาเจ็ดแปดปีที่ทิ้งผมไว้อย่างโดดเดี่ยวแม่ไม่คิดถึงผมบ้างหรือไง


“ไว้ผมเที่ยวเสร็จผมจะรีบกลับไปนะครับ รักแม่กับพ่อมากนะครับ” มาร์คบอกลาปลายสายก่อนจะกดวาง จากนั้นเขาก็กลับหลังหันกะทันหันโดยที่ไม่รู้ว่าผมยืนอยู่ก่อนแล้ว มาร์คตกใจนิดหน่อยที่เห็นผมแต่สุดท้ายเขาก็คลี่ยิ้ม


“ขอโทษที่เสียมารยาทนะ” ผมบอกออกไปราวกับว่าผมสำนึกจริงๆ แต่ไม่เลย ในใจของผมตอนนี้มีแต่ความโกรธแค้น ผมเกลียดมาร์ค ผมเกลียดแม่ ผมเกลียดพวกเขา


“ไม่เป็นไร ไปกันเถอะ” มาร์คส่ายหน้าบอกว่าไม่ถือสา จากนั้นก็เอื้อมมือมาจับมือผมและทำท่าจะพาเดินออกไป แต่ผมก็รั้งเขาไว้ พอมาร์คชะงัก ผมก็ใช้จังหวะนั้นดันให้หลังของอีกฝ่ายชนกับกำแพงและขยับเข้าประชิด


ใบหน้าของเราใกล้กันมากจนรู้สึกถึงลมหายใจที่เป่ารดกัน มาร์คมีท่าทางงุนงงที่อยู่ดีๆ ผมก็รุกเขาแบบนี้ แต่เพียงครู่เดียวเขาก็ยิ้มกว้างราวกับมีความสุข แต่สำหรับผมมันคือความทุกข์ทรมานที่ผมต้องทนมาตลอดหลายปี แม่ทิ้งผมเพื่อไปแต่งงานใหม่และดูแลลูกเลี้ยงอย่างมาร์ค แม่ปล่อยให้ผมอยู่ลำพังตามยถากรรม แม่ไม่เคยกลับมาดูหรือถามไถ่เลยว่าผมใช้ชีวิตยังไง


จนถึงตอนนี้แม่ก็ยังไม่กลับมา...แม่ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีผมอีกคน


“...จินยอง”


พอผมเงียบไปนานมาร์คก็เลยเอ่ยเรียก น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาจนผิดสังเกตแถมสีหน้าของเขาก็เจื่อนลงไปเยอะ ผมสบตากับเขาพร้อมรอยยิ้มเสแสร้งปั้นแต่งขึ้นมา


“ไม่ค่อยอยากไปแล้วล่ะ” กล่าวจบผมก็เลื่อนมือขึ้นลูบไล้ไปที่โครงหน้าของมาร์คเบาๆ เมื่อปลายนิ้วสัมผัสแก้มเนียนมาร์คก็ช้อนสายตาสบกับผม แววตาของเขาวูบไหวราวกับคนกำลังประหม่า


แต่ผมก็ไม่หยุดแค่นั้น ตอนนี้มาร์คกำลังง่าย ผมไม่ควรปล่อยโอกาสดีๆ ให้ผ่านไป จากปลายนิ้วที่ไล้ไปตามแก้ม ผมก็เลื่อนลงมาถึงลำคอขาวและลากลงต่ำเรื่อยๆ เกี่ยวคอเสื้อของอีกฝ่ายเบาๆ พร้อมกับส่งสายตายั่วยวนเชื้อเชิญไปให้


“จะ...จินยอง...” มาร์คดูงุนงงที่ผมกระทำแบบนี้กับเขา แต่ผมก็คิดว่ามาร์คคงไม่โง่จนดูไม่ออกหรอกนะว่าการกระทำแบบนี้หมายถึงอะไร น้ำเสียงที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาเป็นหลักฐานได้ดีว่าเขาคิดไปไกลจนคุมเสียงของตัวเองไม่ได้


“อยู่ห้องเถอะนะ...อยู่ด้วยกัน” ผมเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของอีกฝ่ายและเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พยายามอย่างมากเพื่อให้มาร์คคิดลึกที่สุด ให้เขาคิดไปให้ไกลที่สุด เพราะตอนที่ผมดึงความฝันของเขาลงมาเขาจะได้ทรมานเจียนตายไปเลย


“แต่...อื้อ”


มาร์คยังไม่ทันได้เอ่ยออกมาอีกครั้งหรอก ผมก็ใช้ริมฝีปากของตัวเองปิดปากของอีกฝ่ายเอาไว้ก่อน ถึงแม้ว่าผมจะมีความรู้สึกขืนใจนิดหน่อยที่ต้องทำแบบนี้ แต่ผมก็อดทนเพื่อให้แผนการของผมผ่านไปด้วยดี


จูบของผมที่มอบให้มาร์คเร้าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่จูบกันอยู่ผมก็พามาร์คเดินกลับมาที่เตียงและดันให้เขานอนลงไป มาร์คง่ายมาก เขายอมทำตามทุกอย่าง ไม่ว่าผมจะทำอะไรเขาก็ยอมไปหมด


นอกจากปากที่ขยับสู้กันแล้ว ฝ่ามือของผมก็อยู่ไม่นิ่ง ผมไล้ไปตามตัวของมาร์ค เมื่อได้จังหวะผมก็ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออก และเมื่อกลับมามองตัวเองอีกทีผมก็เพิ่งรู้ว่าเสื้อผ้าของผมก็หลุดลุ่ยเหมือนกัน


ริมฝีปากของเราผละออกจากกัน ผมก้มลงสบตากับมาร์ค แววตาของเขาสั่นไหวและมีน้ำตาคลอหน่วยขึ้นมา ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร แต่พอเขาแตะปลายนิ้วลงที่แผ่นอกของผม ผมถึงรู้ได้ว่ามันมีรอยสีแดงเข้มแต้มอยู่


รอยจากแจบอม


“ถ้าแจบอมรู้...” เพียงแค่มาร์คอ้าปากพูดออกมาไม่กี่คำผมก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคิดอะไร ผมรีบใช้ฝ่ามือปิดปาเขาไว้ไม่ให้พูด จากนั้นก็ส่ายหน้าไปมาเป็นการห้าม


“อย่าพูดถึงคนอื่น” ผมบอกแค่นั้นและเลื่อนฝ่ามือออก มาร์คจ้องตาผมราวกับต้องการคำอธิบายมากกว่านี้


“...”


“จะไม่มีใครรู้เรื่องของเราทั้งนั้น ไม่ว่าแจบอมหรือแจ็คสัน...” ว่าจบผมก็ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมของมาร์คเบาๆ จากนั้นก็ยิ้มใจดีส่งไปให้อีกฝ่าย “อย่าคิดว่ามันผิดเลย ทำตามที่ใจต้องการเถอะ”


เมื่อจบประโยคสุดท้าย ทั้งผมและมาร์คก็ไม่มีใครสนใจอะไรอีกเลย ความกังวลต่างๆ ถูกสลัดทิ้งไปเหลือแต่เพียงความต้องการเท่านั้น มาร์คต้องการให้ผมเติมเต็มในส่วนที่เขาขาดหายไป ผมรู้เลยว่าเขาต้องการสัมผัสที่อ่อนโยนมากแค่ไหน


ขณะที่ผมลากไล้ริมฝีปากไปตามลำตัวของเขาเสียงครางรับในลำคอก็ถูกเปล่งออกมาไม่ขาดสาย สองมือของมาร์คจิกลงที่ผ้าปูเตียงและขยำมันจนยับ ในขณะที่ผมลากริมฝีปากไปถึงหน้าท้องแบนราบและกำลังจะปลดกางเกงของอีกฝ่ายออก


ทุกอย่างกำลังไปด้วยดี มาร์คกำลังเคลิ้ม ส่วนผมก็กำลังเดินตามแผนการ แต่ก็ต้องชะงักหยุดนิ่งอยู่กับที่เมื่อโทรศัพท์ของมันดังขึ้นมาซะก่อน


ผมผละออกจากมาร์คก็ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาดู รู้สึกหงุดหงิดในใจมาก อยากจะฆ่าปลายสายให้ตายเลยจริงๆ


มินกยู


“โทรมาทำไม?” ผมกดรับและกรอกเสียงลงไปด้วยความไม่พอใจ และเสียงจากปลายสายที่ตอบกลับมาก็เบาแสนเบาจนผมต้องตั้งสติให้ดีและตั้งใจฟัง


(จะ...จินยอง นายอยู่ไหนน่ะ?) คำถามที่เหมือนการสู่รู้ของอีกฝ่ายทำให้ผมขมวดคิ้วเป็นปม ถึงเราจะเป็นเพื่อนกันแต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่อีกฝ่ายจะโทรมาหาแลถามเรื่องส่วนตัวแบบนี้ ผมถอนหายใจและปรายตามองมาร์คที่นอนอยู่บนเตียง อีกฝ่ายมองมาอย่างอยากรู้ว่าผมคุยกับใคร


“จะรู้ไปทำไม?” ผมละสายตาจากมาร์คและกลับมาสนใจคนปลายสาย พอผมถามไปแบบนั้น น้ำเสียงของมินกยูก็สั่นเทากว่าเดิม


(คือ..ตอนนี้น่ะ...แจบอมอยู่หน้าบ้านฉัน)


ทันทีที่ได้ฟังคำบอกเล่าจากปากของเพื่อน ผมก็เบิกตากว้างและรีบเดินไปคว้าเสื้อมาใส่อย่างรวดเร็ว


“มันไปทำไม? แล้วนายบอกอะไรไปบ้าง!?” ผมถามอย่างรีบร้อนและเดินไวๆ ไปหยิบกุญแจรถ ขณะที่กำลังจะเปิดประตูห้อง แรงรั้งจากมาร์คก็เกิดขึ้น เขาเดินมารั้งผมไว้พร้อมกับสายตาเว้าวอนไม่อยากให้ผมออกไป


แต่ผมก็ทำเพียงแค่ดึงมือของมาร์คออกและพยักหน้าให้เขาเบาๆ จากนั้นก็รีบเดินออกจากห้องไปกดลิฟต์ แต่เหมือนว่าลิฟต์มันจะมาช้าไม่ทันใจ ผมก็เลยเลือกที่จะวิ่งลงบันไดไปแทน


ขณะวิ่ง ผมก็ถือสายคุยกับมินกยูไปด้วย


(แจบอมมาถามหานายน่ะ...เขาบอกว่านายออกจากบ้านนานเกินไปแล้วก็เลยมาตาม แต่จินยอง นายไม่ได้มาหาฉันนี่ แล้ว...แล้ว...)


ฟังจากน้ำเสียงและลักษณะการพูดของอีกฝ่าย ผมว่าเขาคงกลัวแจบอมมากจริงๆ มันก็ไม่แปลกหรอกหากมินกยูจะกลัวแจบอม ใครๆ ก็รู้ว่าเขามีอิทธิพลมากแค่ไหน แต่เผอิญว่าความกลัวมันไม่ได้เกิดขึ้นกับผมน่ะสิ ผมไม่กลัวคนอย่างอิม แจบอมหรอกนะ


ผมยกยิ้มและวิ่งลงบันไดอย่างเร็วๆ และไม่ได้สนใจจะจะตอบคำถามอะไรจากมินกยูเลย อีกฝ่ายก็เลยส่งเสียงถาม


(อย่าเงียบสิจินยอง จะให้ทำยังไง...)


 “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แค่บอกมันไปว่าฉันยังมาไม่ถึง แล้วจะรีบไป แค่นี้นะ!


ผมกดวางสายแล้วรีบวิ่งให้เร็วที่สุดในชีวิต แจบอมมันผีเข้าอีกแล้วใช่ไหม อยู่ๆ ก็ไปหามินกยูที่บ้านแบบนั้น แสดงว่าลางสังหรณ์ของผมแม่นมากๆ เลยสินะ แต่ทำไมผมนึกเอะใจเลยสักนิด


เออ ก่อนที่ผมจะออกจากบ้าน ผมโกหกแจบอมไว้ว่าจะไปหามินกยูเพื่อแก้งานที่ผิดพลาด และก็อย่างที่บอก ถึงแม้แจบอมจะไม่เคยไปบ้านมินกยุ แต่เขาก็สามารถหาทางไปได้อย่างง่ายๆ


บัดซบเอ้ย เกิดเรื่องจนได้


พอขึ้นมาบนรถได้ ผมก็เหยียบคันเร่งอย่างไม่คิดชีวิต ตอนนี้ผมต้องการไปให้ถึงบ้านของมินกยูเร็วที่สุด แต่ระหว่างที่ขับรถผมก็นึกอะไรบางอย่างออก


ผมเลี้ยวรถเข้าร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ และลงไปเลือกหยิบขนมและอาหารแช่แข็งมาจำนวนหนึ่ง พนักงานเงยหน้ามองผมราวกับงุนงงที่ผมซื้อเยอะขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่พูดอะไร


ผมยืนรออยู่ไม่นานอาหารและขนมก็ถูกนำใส่ถุงและยื่นมาให้ ผมจัดการจ่ายเงินก่อนจะรีบไปที่รถและเหยียบคันเร่งอีกครั้ง


ไม่นานผมก็มาถึงหน้าบ้านของมินกยู และมันก็จริงอย่างที่เพื่อนผมบอก รถของแจบอมจอดเด่นอยู่หน้ารั้ว ส่วนเจ้าตัวอยู่ในบ้านแล้ว


“จินยอง!” มินกยูรีบวิ่งมาหาผมพร้อมกับเสียงเรียกที่ดีอกดีใจ ผมยกยิ้มให้เพื่อนก่อนจะเล่นละครฉากใหญ่


“ขอโทษที่มาช้า พอดีซื้ออาหารพวกนี้อยู่น่ะ แล้ววอนโฮกับฮยองวอนยังไม่มาอีกเหรอ?” ขณะที่ผมพูดผมก็ส่งสายตาบังคับไปให้มินกยู แรกๆ อีกฝ่ายก็งงว่าผมพูดอะไร แต่สุดท้ายเขาก็เออออตามน้ำไปกับผม


“เออ ใช่ พวกนั้นบอกว่าจะขอมาช้าหน่อย” มินกยูบอกและแย่งของจากมือผมไป ขณะที่เดินเข้ามาในบ้านแจบอมก็พุ่งมาหาผมทันทีและรั้งข้อมือไว้


“กลับบ้าน” เขาบอกแค่นั้นและทำท่าจะลากผมมออกไป แต่ผมก็รั้งตัวไว้และสะบัดมือหนาออก


“เพิ่งจะมาถึงเองนะ”


“...” แจบอมหันมามองหน้ากันอย่างไม่สบอารมณ์ ผมก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเกิดผีเข้าอะไรขึ้นมา แต่มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเงยหน้ามาสบตากัน


“งั้นเหรอ? แล้วไหนล่ะงานที่ต้องแก้” แจบอมเลิกคิ้วถามและกวาดสายตามองไปรอบบ้านของมินกยู แน่นอนว่ามันไม่มีงานอะไรพวกนั้นหรอก เพราะผมโกหกมันขึ้นมาด้วยคำพูดทั้งหมด แต่หากผมปล่อยให้เวลาเดินไปเรื่อยๆ ก็เท่ากับว่าผมยอมรับว่าผมโกหก


แล้วใครจะยอมรับล่ะ โง่จะตายชัก


“งานอยู่ที่วอนโฮ มินกยูโทรหาวอนโฮสิ” ผมเชิดหน้าอย่างดื้อรั้นพร้อมกับตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง จากนั้นก็หันไปหามินกยูที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล มินกยูแสดงท่าทางว่ากลัวแจบอมมากแค่ไหนอย่างชัดเจน พอเขาได้ยินคำสั่งจากผม เขาก็ทำตาโตราวกับจะถามว่าเอาจริงเหรอ ผมก็เลยพยักหน้าให้เขาเป็นการเร่งรัด


“อ่อ ได้ๆ เดี๋ยวไปโทรศัพท์ก่อนนะ ตามสบาย” มินกยูพนักหน้ารับและวิ่งหายขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน ชั้นล่างของบ้านก็เลยเหลือแค่ผมและแจบอมที่ยืนจ้องหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไรแถมยังเอาแต่สังเกตพฤติกรรมกันไปมาอีกด้วย และผมก็รู้ว่าแจบอมสงสัยในตัวผมมาก แต่ผมยังเผยความจริงทั้งหมดให้อีกฝ่ายรู้ไม่ได้หรอก หากแจบอมรู้ว่าผมติดต่อมาร์คได้ จะกลายเป็นผมนี่แหละที่ไม่สามารถเข้าหาใครได้อีกเลย


“กลับไปเถอะ” สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหวและเอ่ยปากไล่แจบอมอย่างไร้มารยาททั้งๆ ที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านของผม แต่แจบอมกลับหน้าด้าน เขาเลิกคิ้วและยักไหล่ใส่ผม จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โซฟาอย่างสบายใจราวกับว่านี่คือบ้านของตัวเอง


การกระทำของแจบอมทำให้ผมหัวเสีย


“...”


“แจบอม!” ผมเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ก้าวร้าวกว่าเดิมแต่อีกฝ่ายกลับทำหูทวนลมและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นหน้าตาเฉย บ้าจริง หากนี่ไม่ใช่บ้านของมินกยู ผมสาบานเลยว่าผมจะอาละวาดให้เละจนอยู่ไม่ได้เลยจริงๆ


“ฉันจะนั่งรอจนกว่านายจะแก้งานเสร็จ ตามสบาย” อีกฝ่ายว่าจบก็ล้มตัวนอนเหยียดขาไปกับโซฟาและกดโทรศัพท์โดยไม่สนใจผมอีก และแน่นอนว่าผมทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว หากผมแสดงออกมากกว่านี้มีหวังแจบอมจับได้แน่ว่าผมกำลังปิดบังอะไรเขาอยู่


พอแจบอมไม่สนใจผม ผมก็รีบวิ่งขึ้นไปชั้นสองและเข้าไปในห้องที่คาดว่าเป็นห้องนอนของมินกยู พอเข้ามาได้ผมก็เห็นว่าเจ้าของบ้านกำลังคุยโทรศัพท์อยู่


“มึง แจบอมน่ากลัวมาก กูพูดจริงๆ นะ แววตาของเขาน่ากลัว” ผมชะงักมือที่กำลังจะแตะลงที่ไหล่ของเพื่อนทันที คำบอกเล่าที่ว่าแจบอมน่ากลัววนเวียนอยู่ในหัวของผมซ้ำๆ จนกระทั่งมินกยูกดวางสายไปแล้วแต่ผมก็ยังยืนเหม่ออยู่ท่าเดิม


“จินยอง” อีกฝ่ายเรียกชื่อผมและวิ่งไปปิดประตูห้อง จากนั้นก็วิ่งกลับมาหาผม


“อะไร?” ผมปรายตามองอีกฝ่าย มินกยูอ้ำอึ้งอยู่นิดหน่อยก่อนจะปริปากพูดออกมา


“นายพาแจบอมกลับไปเถอะนะ รีบพากลับไปเลย” มินกยูบอกด้วยท่าทางขอร้อง ผมขมวดคิ้วเป็นปมและเอียงคอถาม


“ทำไม? กลัวเหรอ?” พอผมถามออกไปอีกฝ่ายก็พยักหน้าทันที


          “ใช่ บอกตามตรงว่ากลัวมาก นายรีบพาแจบอมกลับไปเถอะนะ อ้างไปก็ได้ว่าวอนโฮไม่มาแล้ว นะจินยอง นะๆ” ผมรำคาญคำรบเร้าจากอีกฝ่ายก็เลยพยักหน้ารับและกลับลงมายังชั้นล่างอีกครั้ง เห็นแจบอมนอนกดโทรศัพท์ด้วยท่าทางสบายใจแล้วผมก็หงุดหงิด แล้วจู่ๆ ความรู้สึกอยากจะเอาชนะก็พุ่งเข้ามาในใจ ผมเดินเร็วๆ ไปหาแจบอมและกระชากโทรศัพท์ออกจาฝ่ามือของเขา

แจบอมแทบจะไม่ตกใจอะไรเลย เขาทำเพียงแต่ตวัดสายตามามองผม


“กลับบ้าน” ผมบอกแค่นั้นและเดินออกจากบ้านของมินกยูไปขึ้นรถที่จอดทิ้งไว้ ขณะที่กำลังสตาร์ทรถ ประตูฝั่งข้างคนขับก็ถูกเปิดออกและแจบอมก็ขึ้นมานั่งอย่างหน้าตาเฉย


“...”


“ลงไป ไปขับรถตัวเองสิ” ผมออกปากไล่ทันที แจบอมไม่สะท้านอะไรเลยสักนิด เขาส่ายหน้าไปมาแถมยังทำหน้าตึงใส่ผิดแผกจากเมื่อเช้าที่ดูสดใสเลย


“ไม่ ฉันอยากไปกับนายมากกว่า”  เขาตอบและหันมายกยิ้มให้ผม รอยยิ้มของแจบอมทำให้ผมหงุดหงิดจนอยากจะโวยวาย แต่เพราะตอนนี้เราอยู่ในรถแถมยังแคบมากๆ มันไม่ดีหรอกหากผมมานั่งทะเลาะกับแจบอม


ระหว่างทางที่ผมขับรถกลับบ้านของแจบอม ร่างสูงก็ไม่นั่งเฉยๆ อย่างที่ควร เขาจับนู่นนี่ไปเรื่อยราวกับสำรวจรถของผม คอนโซลด้านหน้าถูกเปิดออกแต่มันก็ไม่มีอะไรในนั้นเลยสักชิ้น


และดูเหมือนว่ารถผมจะไม่ได้มีอะไรผิดปกติ แจบอมก็เลยกลับมานั่งเฉยๆ เหมือนเดิม แต่ปากไม่เฉยตายนี่สิ


“ก็ขับรถดีขึ้นนี่” อยู่ๆ เขาก็เปรยขึ้นมา ผมก็แค่ฟังแต่ไม่ตอบกลับ แจบอมหัวเราะเบาๆและพูดอีกว่า “สงสัยขับบ่อย”


“หึ สงสัยอะไรเหรอ?” ผมยกยิ้มและเลี้ยวรถ พยายามตั้งสมาธิกับการขับรถมากกว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่เป็นเพราะความปากดีของแจบอมทำให้ผมถามกลับไปด้วยน้ำเสียงท้าทาย


แจบอมหัวเราะอีกครั้ง


“ไม่สงสัยอะไรหรอก นายซื่อสัตย์จะตาย” ตอบอย่างเดียวไม่พอ แจบอมยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ผม แถมฝ่ามือก็อยู่ไม่นิ่ง เขาพยายามสอดฝ่ามือเข้ามาใต้เสื้อของผม


“นั่งอยู่เฉยๆ เถอะนะ ก่อนที่รถจะคว่ำ” ผมพูดขู่และเร่งเครื่องขึ้นอีกนิด แต่ผมก็มาหวนคิดได้ว่าผมมันโง่ที่ไปขู่แจบอมแบบนั้น เพรานอกจากเขาจะไม่กลัวแล้ว เขายังไม่หยุดการกระทำที่น่ารำคาญด้วย


“ก็ดีสิ เราจะได้ตายพร้อมกับ” พูดจบเขาก็ยกยิ้ม แต่รอยยิ้มของเขามันแฝงไปด้วยอะไรมากมายที่ผมเดาไม่ออก นอกจากนั้นแจบอมก็ยังโน้มใบหน้าเข้าหาผมและกดจูบลงที่แก้ม ริมฝีปากอุ่นของเขาทำให้ผมขนลุกไปทั้งตัว


แต่เพราะคำพูดถือดีเมื่อครู่ของอีกฝ่าย ผมก็เลยตอกลับไปอย่างถือดีกว่า


“ใครอยากจะตายพร้อมนายกัน ถ้าจะตายก็ควรเป็นนายสิ” พูดจบผมก็ยิ้มบ้าง ยิ้มราวกับว่าชนะในศึกประสาทสงครามนี้ หลังจากนั้นแจบอมก็ไม่โต้กลับมาเลย เขาทำเพียงแค่หัวเราะในลำคอราวกับสิ่งที่ผมพูดมันตลก แต่ก็เอาเถอะ ให้แจบอมหัวเราะไปก่อน ถ้าแผนของผมสำเร็จ เขาก็จะไม่ได้หัวเราะและก็ไม่ได้เจอผมอีกเลย


(อัพครั้งที่1 100%)


9/9/17 อัพค่ะ ครั้งเดียวจบ ไม่มีอะไรจะพูดเลย ช่วงนี้ก็เรื่อยๆ ค่ะ ขอให้อ่านอย่างสนุกค่ะ ปล.ฝากหวีดผ่านแท็ก #อย่าถามหารัก ขอบคุณค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1306 Lunyes (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 15:52
    เกือบไปแล้ว จินยองหนูจะเปลี่ยนสถานะบนเตียงไม่ได้นะ ว่าแต่ใครเข้าห้องมาร์ค แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปอีกกกกก
    #1,306
    0
  2. #1201 shierichi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 01:45
    แจบอมโดนพ่อจินยองฝากอะไรสักอย่างแน่ๆ ฝากดูแลจินยอง? ก็เป็นไปได้อยู่ เราว่ายูคยอมไปหามาร์คแน่ๆ โอ้ย อยากไปพามาร์คมาอยู่ที่บ้านจริงๆ ไม่อยากให้อยู่ตรงนั้นแล้ว มาพักใจที่บ้านเราเถอะ แง
    #1,201
    0
  3. #1169 มะเอยเนย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:08
    ไม่น่าเลยมินกยู กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเรยยยยย
    #1,169
    0
  4. #774 ออมม่า (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 19:22
    จินยองงงงงง ทำไม ลุกแบบนั้นละ ลูก
    #774
    0
  5. #769 ALOHA (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 05:56
    แจบอม คือคนที่พ่อจินยองฝากฝังให้แน่ ๆ เดานะ ส่วนคิมยูคยอมกับคนในความลับ มีเรื่องกับมาร์ค จริง ๆ มาร์คคงไม่ใช่แบบที่เห็น อาจจะ สตอสร้างภาพ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เหมือนจินยองคนบ้าวิ่งเต้นบนฝ่ามือแจบอม
    #769
    0
  6. #762 Ploy Snw (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 22:07
    จิ่นย๊องงงง ลูกเกือบได้เมีย(?) ละ
    #762
    0
  7. #747 Majig (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 19:45
    นี่เดาอะไรไม่ถูกแล้วค่ะ นี่คิดหลายอย่างมาก555555 สู้ๆนะคะไรท์รอไรท์เสมอ
    #747
    0
  8. #746 norrijung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 23:42
    เหมือนตัวละครแต่ละตัวมีแผนอยู่ในหัวกันหมดแล้ว รอเวลาให้ใครคนใดคนนึงเปิดเผยขึ้นมาก่อน ดูน่ากลัวทุกคนเลย อย่างจินยองทุกคนรู้ว่าทำเพราะอะไร แต่ส่วนที่เหลือนี้สิ รอต่อนะคะ ไรท์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ มีใครว่าอะไรหรือเปล่า สู้ๆนะคะ เราก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้นะคะ
    #746
    0
  9. #745 Naniile (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 16:47
    ใครเข้าห้องมาร์คหรือพูดเพื่อรั้งจินยอง
    #745
    0
  10. #744 Kiewzendro (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 08:36
    โอ้ย งงไปหมด
    #744
    0
  11. #743 SuthidaPhloiram (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 07:26
    จินยองจะเอามาร์คจริงดิ ไม่อยากจะคิดว่าถ้าไม่มีอะไรจัดแล้วจะเป็นไงต่อ สงสารแจบอมอ่ะ นางรักของนาง
    #743
    0
  12. #742 TuesThursday (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 01:07
    จินยองงงงงงงงงงงงงงง อย่าโหดไปหน่อยเลยน้าาาา ;-;
    #742
    0
  13. #741 cinncookie (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 00:02
    ทำไมเหมือนกับว่าแจบอมจะรู้เลยว่าจินยองจะไปหามาร์ค รอตอนต่อไปนะคะ
    #741
    0
  14. #740 Jannie18 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 22:47
    นี่อยากรู้จริงๆนะว่าแต่ละคนอ่ะคิดยังไงยกเว้นจินยองที่รู้อยู่แล้ว น่ากลัววว
    #740
    0
  15. #739 Littlenerdgirl (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 21:55
    แจบอมรู้อะไรใช่มั้ยคะ รู้ด้วยรึเปล่าว่าจินยองไปหามาร์ค จินยองกับมาร์คเกือบจะได้กันแล้วแจบอมต้องขัดขวางให้ได้นะ แล้วที่คุยกับพ่อครั้งนั้นด้วย ฮือออออ แจบอมหยุดจินยองให้ได้นะ
    #739
    0
  16. #738 Warabiw (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 21:51
    โอ้ยยย เกือบได้เสียกันแล้ววว 5555 ลุ้นจนเกร็งเท้า ฮ่าาาา /ตัวละครมีความลึกลับซับซ้อนทวีคูณ ชอบๆ/สู้ๆนะไรท์
    #738
    0
  17. #737 parkjinyoung_43 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 21:08
    ทุกตัวละครร้ายหมดเลยค่ะ กินกันไม่ลง
    #737
    0
  18. #736 Jannie18 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 00:06
    ดีนะของเราแจ้งเตือนตลอด555
    #736
    0
  19. #735 cinncookie (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 21:37
    สาดกำลังใจไปเลยย
    #735
    0
  20. #734 SN2544 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 19:24
    รอค่าาา
    #734
    0