จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 17 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.16 [อัพครั้งที่3] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,570
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    1 ก.ย. 60

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา






| EP.16 |

วันทั้งวันผมอยู่กับมาร์คตลอดเวลา เราจบเรื่องราวเศร้าๆ กันไว้แค่นั้นและหาเรื่องอื่นมาคุยแทน ผมถามเขาว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อจากนี้ มาร์คก็ตอบกลับมาว่าเดี๋ยวเขาจะโทรไปหาแม่เพื่อขอเงินและขอไม่กลับบ้านสักพัก


ตอนแรกผมก็คิดว่าเขาคงทำไม่ได้หรอก แต่ผมก็ลืมไปว่ามาร์คเป็นใคร แม่ของผมคงตามใจเขาทุกอย่าง รักอย่างกับลูกในไส้จนลืมลูกแบบผมไปหมดแล้ว


ก็ดี...รักกันให้มากๆ ก่อนที่จะไม่ได้รักอีกเลย


และก็เหมือนเมื่อวาน ผมบอกลามาร์คในตอนเย็นของวันและรีบขับรถกลับมาที่บ้านของแจบอมด้วยหัวใจที่เต้นรัว ผมกลัวว่าแจบอมจะกลับมาไวอย่างเมื่อวานอีก และหากเขารู้ว่าผมกลับบ้านดึกซ้ำสอง เขาคงโมโหจนลงโทษผมแน่ๆ


ผมไม่ได้กลัวว่าจะถูกแจบอมลงโทษ เพียงแค่ตอนนี้ผมกำลังทำตัวเป็นคนดี


และผมก็ต้องยกยิ้มขึ้นมาทันทีที่ป้าจูยองเดินมาบอกว่าวันนี้แจบอมน่าจะกลับดึก พอรู้แบบนี้ผมก็รีบขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำและมานอนเล่นบนเตียงไปพลางๆ


ผมนอนกดโทรศัพท์เล่นไปเรื่อยๆ มีบ้างที่คุยกับกลุ่มเพื่อนที่เพิ่งจะสนิท วอนโฮ ฮยองวอนและมินกยูชวนผมคุยเรื่องต่างๆ จนเวลาผ่านไปเกือบเที่ยงคืน ขณะที่ผมกำลังจะเข้านอนจริงๆ จังๆ โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นพร้อมกับเบอร์แปลกที่โทรเข้ามา


เบอร์แปลกอีกแล้ว


ผมชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับแต่ไม่ได้ส่งเสียงออกไป ปลายสายก็เงียบราวกับว่าเขาต้องการฟังเสียงของผม แต่เมื่อผมไม่ส่งเสียง สุดท้ายเขาก็เอ่ยขึ้นมา


(คิดว่าช่วยมันแล้วมันจะรอดเหรอ?)


น้ำเสียงเฉื่อยชาแต่แฝงไปด้วยความดุดันนั่นทำให้ผมเบิกตากว้าง นี่ไม่ใช่น้ำเสียงของยูคยอม ไม่ใช่น้ำเสียงของแจ็คสัน และผมก็ไม่รู้ด้วยว่านี่คือใคร


และมันที่คนๆ นี้หมายถึงคือ...มาร์ค งั้นเหรอ?


“...”


(ทำในส่วนของตัวเองสิ อย่าล้ำเส้นกัน)


ปลายสายพูดประโยคข้างต้นเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะกดวางสายไป ผมได้แต่นั่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน พยายามทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างถี่ถ้วน นอกจากผมแล้ว มาร์คยังมีศัตรูที่ไหนอีกนะ


หึ...คนแบบเขามีคนเกลียดมากมายเลยหรือไง


ผมเลิกสนใจคนลึกลับที่โทรมาหาเมื่อครู่และล้มตัวลงนอน แต่พอผมจะนอนจริงๆ ผมก็นอนไม่หลับ อะไรหลายๆ อย่างมันวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา พลิกตัวก็แล้ว นับแกะแบบปัญญาอ่อนก็แล้ว ไม่มีทีท่าว่าจะหลับเลย


จนสุดท้ายผมก็ลืมตาและลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง


“เกิดอะไรขึ้นวะ” ผมพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย เบื่อจริงๆ ที่อยู่ดีๆ ก็นอนไม่หลับแบบนี้


ครืดดด!!


เสียงเลื่อนประตูรั้วใหญ่ดังขึ้นแว่วๆ มาแต่ไกลทำให้ผมต้องหันไปมองทางหน้าต่าง ที่จริงก็มองไม่เห็นอะไรหรอก แต่ผมก็คิดว่าแจบอมน่าจะกลับมาแล้ว แล้วจู่ๆ หัวใจของผมก็เต้นแรงซะอย่างนั้น บ้าบอสิ้นดี จะมาเต้นแรงเพราะแจบอมกลับมางั้นเหรอ


ตลก


พอคิดว่าตัวเองบ้าเกินไป ผมก็ล้มตัวลงนอนและดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวและหลับตาลง ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูห้อง แจบอมเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบราวกับว่าไม่อยากให้ผมตื่นขึ้นมากลางคัน เขาวางของไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ และหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป


จากที่ผมแอบมองเขาผ่านความมืดภายในห้อง ผมคิดว่าแจบอมคงจะเหนื่อยแทบขาดใจ อย่าลืมสิว่าทั้งผมและเขาเพิ่งจะเป็นนักศึกษาปีหนึ่ง เรายังอยากเล่นสนุกตามประสาอยู่ แต่ด้วยความที่แจบอมเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล เขาจึงต้องแบกรับหน้าที่ทุกอย่างเอาไว้


พ่อของแจบอมก็ไม่ได้โหดร้ายถึงขั้นบังคับเขาหรอก แต่แจบอมก็เลือกที่จะเข้าไปทำงานที่บริษัทด้วยตัวเอง ส่วนเหตุผลเขาไม่ได้บอกผมและผมก็ไม่ได้อยากรู้


ไม่นานอีกฝ่ายก็เดินออกจากห้องน้ำและขึ้นมานอนบนเตียง แจบอมพยายามสอดตัวเข้ามาใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับผมอย่างแผ่วเบา เขาวาดวงแขนกระชับกอดผมและกดจูบลงที่หน้าผาก แก้ม และริมฝีปาก


ผมคิดว่าเขาจะละออกไปหลังจากจูบเสร็จ แต่ก็ไม่ แจบอมเลื่อนริมฝีปากมาที่ใบหูของผมและกระซิบบอกกันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา


“ฉันจะรอจนกว่านายจะรักฉัน” เมื่อพูดจบ แจบอมก็เข้าสู่นิทราทันที แต่กลับกลายเป็นผมที่นอนไม่หลับทั้งคืน


รอจนกว่าผมจะรักงั้นเหรอ?


แจบอมพูดประโยคนี้ในตอนที่ผม (แกล้ง) หลับ ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ว่าผมคงไม่รับรู้ในสิ่งที่เขาพูดออดมา เขาทำแบบนี้ทุกคืนเลยเหรอ?


(ต่อ)



ผมรู้ว่าถ้าวันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ของผมและแจบอมก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย นอกเหนือจากนั้นก็คือความจงเกลียดจงชังที่ผมมีต่อมาร์คและความบ้าคลั่งของแจ็คสันที่เพิ่มมาขึ้นทุกวัน ทุกอย่างจะตีรวนขึ้นมาพร้อมๆ กันจนผมนึกไม่ออกว่าจะต้องจัดการเรื่องไหนก่อน


หากจะบอกว่าแจ็คสันไม่ตามหามาร์คก็คงจะเป็นเรื่องตลก ในทางกลับกัน เขาตามหามาร์ค ต้วนแทบจะพลิกแผ่นดินเกาหลีใต้ เขาไปในที่ที่เขาคิดออกว่ามาร์คจะไป แต่ทุกครั้งแจ็คสันก็จะผิดหวังกลับมา


ผมตลกตรงที่เป็นแจ็คสันเองนั่นแหละที่ทำให้มาร์คหนีออกมาได้ ถ้าเขาไม่พลาดท่าลืมโทรศัพท์ไว้มาร์คก็ไม่ติดต่อผมไม่ได้ จะให้โทษใครถ้าไม่โทษแจ็คสันเอง


เมื่อเช้าขณะที่ผมกำลังนอนอยู่ แจ็คสันก็ส่งข้อความมานัดให้ผมออกมาเจอเขา โชคดีมากแค่ไหนที่เวลานั้นแจบอมกำลังอาบน้ำอยู่ แน่นอนว่าหากแจบอมรู้ว่าผมติดต่อแจ็คสัน พวกเขาคงได้วางมวยกันอีกรอบ


พอแจบอมออกไปทำงานแล้ว ผมก็รีบอาบน้ำแต่งตัวและออกมาหาเพื่อนเพียงคนเดียวของผมที่ตอนนี้กำลังจะเป็นบ้า ไม่สิ แจ็คสันน่ะเป็นบ้าไปแล้ว และตอนนี้เขาก็กำลังแสดงความบ้าออกมาให้ผมเห็น


 “กูหามาร์คไม่เจอ!


แจ็คสันตะคอกเสียงเข้มๆ ใส่ผมราวกับคนเสียสติ สายตาของเขาน่ากลัวจนทำให้คนที่มองมาขนลุกแต่ไม่ใช่ผม ผมกวาดสายตามองสภาพของเขาตอนนี้ที่ไม่ต่างอะไรกับคนบ้าเสียสติ แจ็คสันปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนไม่มีราศีอะไรเลย หากเป็นแต่ก่อนคงจะมีสาวๆ เหลียวมองเป็นแถว แต่ตอนนี้มีแต่สายตาหวั่นเกรงส่งมาให้


สภาพอย่างกับโจร


“มึงใจเย็นสิแจ็คสัน มึงตั้งสติบ้าง!” ผมว่าเสียงเข้มกลับไป การคุยกับแจ็คสันในตอนนี้ต้องใช้สติและสมาธิค่อนข้างมาก หากผมเผลอพูดอะไรแปลกๆ ออกไปแจ็คสันคงจับได้ว่าผมอยู่เบื้องหลังทั้งหมด และการที่ผมพามาร์คหนีออกมาคงทำให้อีกฝ่ายอยากจะฆ่าผมให้ตาย


“ใจกูจะขาดแล้วจินยองมาร์คหายไปแบบนี้ กูทนไม่ไหวแล้ว!


อีกฝ่ายเถียงกลับมาพร้อมกับทุบอกตัวเองแรงๆ และเลื่อนฝ่ามือขึ้นขยุ้มเส้นผมจนยุ่งไปหมด เขาหายใจเข้าออกหนักๆ ราวกับกำลังระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่านในตัว ผมแอบถอนหายใจก่อนจะพูดอีกประโยคกับเขา


“กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงไปทำอะไรไว้ แล้วทำไมมาร์คถึงหนีมึงไป แต่เอาจริงๆ นะแจ็คสัน สภาพมึงตอนนี้มันแย่มาก ต่อให้มึงเจอมาร์ค กูว่าเขาก็ไม่อยากเจอมึง”


พอผมพูดมาถึงตรงนี้ แจ็คสันก็เงยหน้าขึ้นมามองผมราวกับกำลังคิดตาม และผมก็ไม่ปล่อยให้ช่วงเวลาดีๆ แบบนี้หายไปง่ายๆ ผมเอื้อมมือไปยกโทรศัพท์ของแจ็คสันขึ้นและส่องไปที่หน้าของเขา เงาสะท้อนที่หน้าจอคงทำให้เขารู้ตัวเองบ้าง


“...” แจ็คสันนั่งมองเงาตัวเองที่สะท้อนบนหน้าจอโทรศัพท์นิ่ง สีหน้าของเขาเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง


“มึงตั้งสติดีๆ และกลับไปจัดการตัวเอง แล้วเดี๋ยวกูจะช่วยมึงตามหามาร์ค เฮ้อ ถ้าแจบอมรู้ว่ากูมาเจอมึง แจบอมต้องโกรธกูแน่ๆ”


ผมเตือนสติแจ็คสันจบก็เปลี่ยนมาพูดเรื่องของตัวเองบ้าง ที่จริงผมไม่จำเป็นต้องพูดออกมาแบบนี้หรอก แต่เพื่อความสมจริงเลยพูดออกไป และรู้อะไรไหม สีหน้า แววตาของแจ็คสันอ่อนลงราวกับเขากำลังขอโทษผม


“กูทำให้ผมเดือดร้อนหรือเปล่า?” น้ำเสียงแหบทุ้มถามกลับมา แต่ผมก็รีบส่ายหน้าไปมา


“กูจะไม่เดือดร้อน หากมึงทำตามที่กูบอก อย่าทำอะไรนอกเหนือแผนที่เราวางไว้ เพราะฉะนั้นทั้งมึงและกูจะซวยไปกันหมด มึงเข้าใจใช่ไหม?”


ผมคิดว่าหมากที่ผมวางไว้กำลังเดินไปตามแผนของผมอีกครั้ง ทันทีที่ผมพูดจบแจ็คสันก็พยักหน้ารับ


“กูเข้าใจ”


“เข้าใจก็ดีแล้ว งั้นมึงก็กลับไปตั้งสติและจัดการตัวเองซะ ห่า เหมือนกูกำลังคุยกับโจร”


ผมสรุปและพูดประโยคท้ายราวกับเรื่องขำขันเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันน่าอึดอัดและตึงเครียดมากเกินไป


จากนั้นผมก็นั่งคุยกับแจ็คสันต่ออีกสักพักก่อนจะขอตัวกลับบ้านโดยให้เหตุผลว่าแจบอมส่งข้อความมาหา แจ็คสันยอมแยกกับผมและขับรถกลับไป ส่วนผมก็มองดูจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายกลับไปแล้วจริงๆ ถึงขับรถแยกมาอีกทาง


แต่ใครบอกว่าผมจะกลับบ้านล่ะ ใครบอกว่าแจบอมส่งข้อความมาจริงๆ คนที่ส่งข้อความมาหาผมน่ะคือมาร์ค ต้วนต่างหาก


ผมรีบขับรถมาที่โรงแรมที่มาร์คพักอยู่ ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้ามาในห้อง เจ้าตัวก็วิ่งเข้ามาหาผมพร้อมกับอ้อมกอดที่แนบแน่น รอยยิ้มสดใสของอีกฝ่ายทำให้ผมยิ้มตอบกลับไปอย่าเสียไม่ได้ ถามว่าผมชอบเหรอที่อีกฝ่ายยิ้มให้ผมแบบนี้ ไม่เลยสักนิด ผมเกลียดรอยยิ้มของมาร์คที่สุด


วันแรกที่รู้ว่าเขาคือลูกเลี้ยงของแม่ผม ผมก็เกลียดเขา ตอนนี้ผมก็ยังเกลียดและเกลียดมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ


ทุกครั้งที่ผมสบตากับมาร์ค ไฟแค้นในใจก็ลุกโชนจนผมอยากจะรีบๆ ลงมือทำทุกอย่างให้เสร็จๆ ไป แต่เพราะผมยังไม่พอใจ ผมต้องการให้มาร์คทรมานเหมือนตายทั้งเป็น


“ดีใจนะที่จินยองมาหาเราเร็วแบบนี้” มาร์คบอกพร้อมกับแย่งของในมือของผมไปถือแทน


“ก็มาทำธุระแถวๆ นี้พอดี” ผมตอบกลับไป


“อ๋อ...” มาร์คลากเสียงยาวๆ และพยักหน้ารับก่อนจะยกยิ้มให้ผมอีกครั้ง


จากนั้นเขาก็เอาของที่ผมซื้อติดมือมาไปใส่จานและไม่นานก็ยกมาไว้ที่โต๊ะกระจก มาร์คสนใจแค่อาหารที่อยู่ตรงหน้า ระยะเวลาสองเดือนที่ผมอยู่กับมาร์ค ผมก็พอจะรู้บ้างว่าเขาชอบกินอะไรและแพ้อะไร อาหารที่ผมซื้อมาแต่ละครั้งก็เลยเป็นของโปรดของมาร์ค มันไม่ใช่การใส่ในรายละเอียด แต่มันคือละครที่ทำให้อีกฝ่ายตายใจ และทุกครั้งที่มาร์คเห็ยว่าผมซื้อของเขาที่ชอบ แววตาของเขาก็แสดงออกว่ามีความสุขอย่างชัดเจน


มีความสุขจนผมอยากจะลบเลือนมันให้หมด


“ที่จริงน่ะ...”


พอบทสนทนาระหว่างผมและมาร์คหายไป ผมก็เลยเอ่ยขึ้นเบาๆ เพื่อเรียกความสนใจจากอีกฝ่าย มาร์ควางช้อนและเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำในขณะที่เงยหน้ามองผมด้วยสายตาสดใส แต่เขาไม่รู้หรอกว่าประโยคที่ผมกำลังคิดจะพูดสามารถทำให้แววตาที่สดใสของเขาเลือนหายไปได้


“...”

.

.

.

.

.

.

.

“เราไปเจอแจ็คสันมา”


ตุบ!


ทันทีที่ผมพูดออกไปแบบนั้น แก้วน้ำที่มาร์คถืออยู่ก็หลุดจากมือเรียวและหล่นลงพื้น สีหน้าที่มีความสุขเมื่อครู่หายไปและถูกแทนที่ด้วยความกังวล หวาดกลัว


ซ้ำยังมีน้ำตาคลอหน่วย


“ละ...แล้วจินยองบอกแจ็คสันไปหรือเปล่า...บอกหรือเปล่า?”


มาร์คละล้ำละลักถามราวกับกลัวว่าผมจะทรยศเขา อีกฝ่ายพุ่งมาหาผมพร้อมกับเขย่าตัวผมจนสั่นคลอนไปหมด แต่ผมก็หยุดการกระทำของเขาไว้โดยการจับไหล่ของอีกฝ่ายและกดให้นั่งลงที่เดิม


“เราไม่ได้พูดอะไรออกไป แจ็คสันยังไม่รู้” ผมบอกด้วยน้ำเสียงเข้มที่จริงจังและจ้องตาอีกฝ่ายเพื่อสื่สารว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นจริงแค่ไหน พอได้ยินแบบนั้นมาร์คก็แสดงท่าทางผ่อนคลาย ความหวาดกลัวที่เคยมีก็ค่อยๆ ลดลง


“...เรากลัว” มาร์คพึมพำพร้อมสะอื้นออกมาและโผกอดผม เขาใช้แขนทั้งสองข้างกอดรัดผมจนแน่นไปหมด


“ไม่ต้องกลัวนะ มาร์คยังมีเรา...ทำตามที่เราบอกแล้วจะปลอดภัย เชื่อใจเรานะ”


มาร์คพยักหน้ารับทันทีที่ผมให้คำสัญญากับเขา ผมไม่สนใจหรอกว่าคำสัญญาของผมจะจมลึกลงไปในใจของมาร์คแค่ไหน เขาจะเชื่อมั่นในตัวผมมากเท่าไร ผมสนใจแค่ว่ามาร์คต้องตายใจเพื่อผมจะได้จัดการเขาอย่างที่ควรจะเป็น


มาร์ค ต้วน กำลังจะตายทั้งเป็น


ผมรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจะทำอะไร ผมรู้ว่าเรื่องราวต่อจากนี้มันต้องสาหัสพอสมควรสำหรับมาร์คและผู้หญิงคนนั้น ผมไม่รู้ว่าตอนนี้แม่ของผมจะกระวนกระวายหรือยังที่มาร์คไม่กลับบ้าน เป็นเวลาสองเดือนแล้วที่มาร์คหมกตัวอยู่ในโรงแรมที่ผมเช่าให้เขา ชีวิตของเขาเรียบง่ายจนน่าเบื่อและผมก็รู้ว่าเขาเบื่อเต็มทน


แต่เพราะมาร์คกลัวการพบเจอกับแจ็คสัน เขาก็เลยไม่กล้าออกไปไหน มาร์คกลายเป็นคนขี้ขลาดไปแล้ว


หลังจากที่กลับจากโรงแรม ผมก็เอาแต่นั่งอยู่ในสวนที่บ้านของแจบอมเพื่อคิดทบทวนทุกๆ อย่างในชีวิตตัวเองและทบทวนแผนการที่ผมวางไว้ให้รอบคอบอีกสักครั้ง ในใจลึกๆ ของผมมันโลดเต้นอย่างดีใจที่อีกไม่นานมาร์คก็จะทรมานและเจ็บปวด และเมื่อเรื่องของมาร์คไปถึงแม่ของผมและพ่อของเขา ทั้งสองคนนั้นก็จะต้องเจ็บปวดเจียนตายที่เห็นสภาพของมาร์ค


ผมรอวันนั้น...วันที่ทุกอย่างสำเร็จดั่งใจหวัง



(ต่อ)


◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆

 

วันต่อมา


 “คุณจินยองจะออกไปไหนอีกคะ?” ป้าจูยองวิ่งเข้าหาถามผมด้วยท่าทางหน้าตาตื่นทันทีที่เห็นว่าผมถือกุญแจรถเตรียมออกไปข้างนอกอีกครั้งหลังจากกลับเข้ามาได้ไม่นาน สีหน้าท่าทางของเธอดูเป็นกังวลเมื่อเหลือบมองท้องฟ้าที่กำลังมืดมิดดำสนิท


“ผมจะกลับไปที่บ้านของผมน่ะครับ” ผมตอบและทำท่าจะเดินแยกออกไป แต่ป้าจูยองก็รั้งผมไว้ซะก่อน


“อย่าไปเลยนะคะ ตอนนี้มืดแล้ว อันตรายค่ะ” ผมรู้ดีว่าเธอก็คงเป็นห่วงเพราะสีหน้าแววตาของเธอสื่อออกมาชัดเจนทุกอย่าง อีกอย่างป้าจูยองรู้ดีว่าผมขับรถไม่แข็งเท่าที่ควรแต่ผมก็เลือกที่จะผมถอนหายใจเฮือกใหญ่และค่อยๆ แกะมือของเธอออก


“ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เดี๋ยวผมรีบกลับมา” ผมบอกและเดินออกไปทันที ไม่สนใจคำร้องห้ามของป้าจูยองที่ตามหลังมาเลย พอขึ้นรถได้ผมก็รีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว


ปลายทางก็คือบ้านของผมนั่นแหละ


นานมากแล้วจริงๆ ที่ผมไม่ได้กลับมาที่นี่ พอได้มายืนอยู่หน้าบ้านของตัวเองอีกครั้งหัวใจที่เคยด้านชาของผมก็ดันเต้นรัวขึ้นมาซะอย่างนั้น ผมเอื้อมมือไปเปิดประตูบ้านและก้าวเข้าไป


บ้านเงียบสงบราวกับบ้านร้าง พอผมกลับเข้ามาอีกครั้งผมก็เปิดไฟทุกดวงในบ้าน มองไปรอบๆ ชั้นล่างที่ว่างเปล่าไร้เฟอร์นิเจอร์ ภาพความทรงจำต่างๆ ในอดีตก็ย้อนกลับเข้ามา ผมเห็นพ่อกำลังอุ้มผม ผมเห็นแม่ป้อนขนมให้ผม ผมได้ยินเสียงบอกรักและเสียงหัวเราะของครอบครัวที่เคยมีความสุข


แต่แล้วทุกอย่างก็กลับหายไปก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงด่าทอและเสียงเนื้อกระทบเนื้อ จากนั้นไม่นานเสียงลั่นไกปืนก็ดังขึ้นและผมก็รู้สึกว่าเลือดจากศีรษะของพ่อกระเด็นมาเปื้อนหน้าของผม จนผมต้องหลับตาลงและหันหน้าหนีไปอีกทาง


 “ฮึก...”


ผมสะอื้นและค่อยๆ เดินไปนั่งที่โซฟาเพียงตัวเดียวที่ห้องนั่งเล่น ผมนั่งมองกำแพงสีขาวตรงหน้าอยู่อย่างนั้นราวกับว่ามันน่ามองเหลือเกิน ดวงตาที่คลอเคลือบไปด้วยน้ำตากวาดมองไปรอบๆ ตัว พบเจอแต่ความว่างเปล่า...ผมไม่เหลือใครแล้วจริงๆ


“ฮึก...ทำไมพ่อต้องทิ้งผมไปด้วย”


ผมตะโกนถามไปในอากาศเมื่อคิดย้อนกลับไปในวันที่พ่อทิ้งผม พ่อจากไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ล่ำลา พ่อทิ้งผมไปและปล่อยให้ผมเชิญหน้ากับความทุกข์ทรมานเพียงคนเดียว


มันจะดีกว่านี้ไหมหากพ่ออยู่กับผม จะดีกว่านี้ไหมหากเรายังเดินไปพร้อมกัน หากพ่อไม่ทิ้งผมไปอีกคน...ผมจะไม่สนใจแม่อีกเลย ผมจะไม่กลับไปยุ่งกับครอบครัวใหม่ของแม่


“ฮึก...”


ผมกล้าอ่อนแอออกมาเมื่อตัวเองอยู่คนเดียวแบบนี้ กล้าร้องไห้ฟูมฟายเมื่ออยู่ในบ้านที่ผมคิดว่ามันอบอุ่น บ้านที่เคยอบอุ่นหลังนี้เคยมีครอบครัวของผมอาศัยอยู่ แต่แล้วครอบครัวของผมก็หายไป...เหลือเพียงตัวผมคนเดียว


“ทำไมพ่อไม่พาผมไปด้วย...ทำไมต้องปล่อยให้ผมหายใจอยู่แบบนี้!!!


ผมตะโกนลั่นบ้านอีกครั้งเพื่อระบายความรู้สึกข้างในออกมา สองมือกำเข้าหากันแน่น ภาพที่เห็นพร่าเลือนเพราะน้ำตา ผมอยากระบายอารมณ์ในใจออกมา แต่รอบกายของผมมีแต่ความว่างเปล่า


เปรี้ยงง!!


ผมหลับตาลงทันทีที่อยู่ดีๆ ก็เกิดเสียงฟ้าผ่าดังลั่น จากนั้นไม่ถึงอึดใจฝนเม็ดใหญ่ก็สาดกระหน่ำลงมาเหมือนกับน้ำตาของผมที่ไหลอาบแก้ม ลมและละอองฝนพัดผ่านเข้ามาทางประตูที่ผมเปิดค้างเอาไว้จนรู้สึกหนาวไปหมด ผมก็เลยเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ และลุกขึ้นเดินเพื่อจะไปปิดประตู


แต่...


เปรี้ยงง!!!


ฟ้าผ่าอีกครั้งพร้อมกับคนที่ผมไม่คิดว่าจะเจอเขาในตอนนี้ แต่เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้าบ้านของผม ปล่อยให้น้ำฝนตกใส่จนเปียกชุ่มไปหมด แววตาที่เขามองมาที่ผมดูว่างเปล่าเหมือนเดิม...แต่ผมรู้ว่ามันมีบางอย่างซ่อนอยู่


“แจบอม”


ผมเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมขมวดคิ้ว แน่นอนว่าผมตกใจและประหลาดใจไปพร้อมๆ กัน ผมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมาหาผมได้ยังไง ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาควรจะต้องอยู่ที่บริษัทสิ


“...” แจบอมไม่พูดอะไรนอกจากเดินเข้ามาในบ้านและถอดเสื้อนอกที่เปียกโชกนั่นออก


“มาได้ยังไง?”


ผมถามทันทีที่มีโอกาส แจบอมหันมาหาผมช้าๆ จากนั้นเขาก็ดึงผมเข้าไปกอด อ้อมแขนแข็งแกร่งกอดรัดร่างของผมไว้แนบแน่นและแทนที่ผมจะรู้สึกหนาวเหน็บเพราะแจบอมเปียกฝนมา แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่าอ้อมแขนของเขาช่างอบอุ่น


อุ่นกว่าครั้งไหนๆ


“ป้าจูยองบอกฉันว่านายกลับมาที่บ้าน ฉันก็เลยตามมา” แจบอมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบพอๆ กับหน้าตาที่นิ่งเฉยของเขา ประโยคเมื่อครู่ทำให้ผมไม่เข้าใจ


“จะตามมาทำไมในเมื่อต้องทำงาน” ผมผละออกและเอ่ยถามหาเหตุผล


“ฉันปล่อยให้นายอยู่ที่นี่คนเดียวไม่ได้หรอกนะจินยอง...ฉันไม่อยากให้นายเสียใจอีกแล้ว” แจบอมตอบกลับมาและดึงผมเข้าไปกอดอีกครั้ง ขณะที่ผมอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของอีกฝ่าย สมองของผมก็นึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของเขา เขาปล่อยให้ผมอยู่ที่นี่คนเดียวไม่ได้ เขาไม่อยากให้ผมเสียใจอีกแล้ว


ที่พูดมา...เรื่องจริงน่ะเหรอ แจบอมเข้าใจหรือไงว่าสิ่งที่ผมเผชิญอยู่มันเป็นยังไง


“ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวไม่สบาย” ผมผละออกอีกครั้งและดันให้แจบอมขึ้นไปข้างบนเพื่ออาบน้ำ แต่อีกฝ่ายก็ยืนนิ่งเป็นหินและทอดสายตามองผมอยู่อย่างนั้น “ไปสิ”


“เป็นห่วงกันใช่ไหม?”


เพียงคำถามสั้นๆ ง่ายๆ จากปากของแจบอมก็ทำให้ผมไปไม่เป็น ผมไม่รู้ว่าจะต้องตอบกลับไปยังไงดี ถามว่าเป็นห่วงงั้นเหรอ? มันไม่ใช่ความรู้สึกแบบนั้นหรอก ผมไม่ได้เป็นห่วงแจบอมและผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องเป็นห่วงเขาด้วย


บางทีผมก็แค่รำคาญที่เห็นเขาอยู่ในสายตา ก็เลยต้องบอกให้เขาไปให้พ้นๆ หน้าก็เท่านั้น


“...”


สุดท้ายผมก็นิ่งไม่พูดอะไรออกไปสักคำแถมยังหันหน้าหนีไปทางอื่น แต่หางตาของผมก็ยังเห็นแจบอมพยักหน้าน้อยๆ และทำท่าจะเดินขึ้นไปด้านบน แต่ก่อนที่จะขึ้นไปจริงๆ เขาก็หันมาหาผมพร้อมกับทิ้งประโยคเว้าวอนเอาไว้


“บางครั้งฉันก็อยากให้นายเป็นห่วงฉันบ้าง”


เพียงแค่ประโยคนี้...หัวใจของผมก็บีบรัดจนปวดไปหมด





(อัพครั้งที่3 100%)

31/8/17 ครบแล้วนะ เป็นครั้งสุดท้ายสำหรับการอัพตอนนี้ จินยองน่าจะหวั่นไหวกับพี่แจบอมแล้วล่ะ ไม่งั้นไม่ใจสั่นหรอก แล้วที่ปฏิเสธทุกอย่างก็คงจะหลอกตัวเอง แต่นอกจากจินยองใจอ่อนใจสั่นแล้ว ก็ยังมีอย่างอื่นให้ติดตามอีกนะคะ 

และเหมือนเดิมคือ เหม่ยขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้กันค่ะ ขอบคุณที่เห็นใจนักเขียนตัวไม่น้อยอย่างเหม่ย เหม่ยพยายามเต็มที่กับเรื่องนี้จริงๆ สิ่งที่ทำลงไปมีทั้งผลตอบรับที่ดีจากคนอ่านที่น่ารัก และไม่มีผลตอบรับจากหลายๆ คน แต่ไม่เป็นไรเนาะ /ซับน้ำตา/ แล้วเจอกันครั้งหน้านะคะ(แต่ไม่รู้ว่าตอนไหน) 

29/8/17 อัพเพิ่มแล้ว จากนี้จินยองจะเอาจริงแล้วนะ พร้อมรับกับความโหดร้ายแล้วใช่ไหมคะ? แต่ๆๆๆ เรื่องนี้มีพระเอก พระเอกต้องทำอะไรสักอย่างใช่ไหม ใช่ค่ะ เร็วๆ นี้จะได้เจอกับพี่แจบอมแล้ว แต่ก่อนเจอพี่แจบอม เจอใครอีกคนก่อนไหม? 55555 โอ้ยยย เจอหลายเจอเนาะ เอาเป็นว่าติดตามกันนะคะ

ปล.แวะไปเจอกันได้ใน #อย่าถามหารัก ช่วยไปหวีดไปคุยกันนะคะ ช่วงนี้เหงาๆ ไม่มีคนคุยด้วย 5555555 รีบไปคุยนะก่อนที่เหม่ยจะหนีไปเรียนอย่างจริงจัง อีกเดือนเดียวก็สอบล่ะ ถ้าเหม่ยหายไปฟิคก็คงไม่ได้อัพ ใจหายเหมือนกันเน้อ แต่ก็จะพยายามแวะมาหานะคะ จุ๊บบบ

ขออีกเรื่องหนึ่งนะคะ ช่วงนี้เหม่ยไม่ได้รู้สึกไปเองใช่ไหมคะว่าฟีดแบ็คจากคนอ่านน้อยลงๆ เหม่ยไม่รู้ว่าเหม่ยเขียนไม่สนุกหรืออะไร คนอ่านถึงหายไปเรื่อยๆ แบบนี่ แอบเสียใจเหมือนกันค่ะ เท่าที่เห็นก็จะมีคนอ่านเดิมๆ ที่ตามมานานแล้วเท่านั้นที่ส่งฟีดแบ็คให้เหม่ย เหม่ยขอบคุณมากนะคะ เหม่ยต้องบอกตรงๆ ว่าเหม่ยก็ใจฟีบเหมือนกันที่เป็นแบบนี้ คิดหลายครั้งแล้วค่ะว่าจะเลิกแต่งและลบเรื่องนี้ทิ้ง แต่เหม่ยยังเห็นใจคนที่ตามมานานและส่งกำลังใจให้เหม่ยมาตลอด แต่สำหรับคนที่เข้ามาอ่านแล้วออกเลย อย่าคิดว่ามีคนส่งกำลังใจแล้วคุณจะไม่ส่งก็ได้นะคะ อย่าทำแบบนั้น ชอบหรือไม่ชอบยังไงก็บอกกันได้ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่เอาเรื่องแบบนี้มาใส่ในทอล์ก ขอโทษที่ทำให้บางคนรำคาญค่ะ -/\- 

/พนมมือ/ เหม่ยขอบคุณทุกคนที่เมนต์กำลังใจให้กันมากๆ นะคะ เมนต์ยาวเมนต์สั้นก็ว่ากันไปแต่ทุกกำลังใจมีค่าสำหรับเหม่ยมาก รวมไปถึงคนที่เราคุยกันในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ มีการแอบมาบอกว่ารอเราอยู่ โอ้ยยย เรานี่ยิ้มจนแก้มจะแตก อยากจะลุกขึ้นมาปั่นฟิคทั้งๆ ที่ง่วงตาจะปิด 5555555 ขอบคุณทุกคนมากจริงๆ ถ้าไม่มีกำลังใจจากทุกคนคงไม่มีเหม่ยและฟิคเรื่องนี้แน่นอน ฮึบ จะไม่ร้องไห้ค่ะ /ยิ้ม/ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

26/8/17 อัพเพิ่มแล้วค่ะ ถามว่าจินยองรู้สึกอะไรกับประโยคที่พี่แจบอมพูดไหม บอกเลยว่า...ต้องติดตามค่ะ 555555 ก็จะขายของแบบนี้ไปเรื่อยๆ นะคะ ขอยไปจนกว่าจะไม่มีแรงขายนั่นแหละค่ะ บอกเลยว่าจินยองกำลังเคลื่อนไหวบางอย่างพร้อมๆ กับอีกห้าคนที่เคลื่อนไหวเช่นกัน อุ๊ปส์ นี่เหม่ยสปอยล์หรือเปล่านะ 55555555 ไม่รู้ค่ะ ต้องติดตามนะคะ






เนื้อหาซ้ำเพื่อให้แอปแจ้งเตือนค่ะ


ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา






| EP.16 |

วันทั้งวันผมอยู่กับมาร์คตลอดเวลา เราจบเรื่องราวเศร้าๆ กันไว้แค่นั้นและหาเรื่องอื่นมาคุยแทน ผมถามเขาว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อจากนี้ มาร์คก็ตอบกลับมาว่าเดี๋ยวเขาจะโทรไปหาแม่เพื่อขอเงินและขอไม่กลับบ้านสักพัก


ตอนแรกผมก็คิดว่าเขาคงทำไม่ได้หรอก แต่ผมก็ลืมไปว่ามาร์คเป็นใคร แม่ของผมคงตามใจเขาทุกอย่าง รักอย่างกับลูกในไส้จนลืมลูกแบบผมไปหมดแล้ว


ก็ดี...รักกันให้มากๆ ก่อนที่จะไม่ได้รักอีกเลย


และก็เหมือนเมื่อวาน ผมบอกลามาร์คในตอนเย็นของวันและรีบขับรถกลับมาที่บ้านของแจบอมด้วยหัวใจที่เต้นรัว ผมกลัวว่าแจบอมจะกลับมาไวอย่างเมื่อวานอีก และหากเขารู้ว่าผมกลับบ้านดึกซ้ำสอง เขาคงโมโหจนลงโทษผมแน่ๆ


ผมไม่ได้กลัวว่าจะถูกแจบอมลงโทษ เพียงแค่ตอนนี้ผมกำลังทำตัวเป็นคนดี


และผมก็ต้องยกยิ้มขึ้นมาทันทีที่ป้าจูยองเดินมาบอกว่าวันนี้แจบอมน่าจะกลับดึก พอรู้แบบนี้ผมก็รีบขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำและมานอนเล่นบนเตียงไปพลางๆ


ผมนอนกดโทรศัพท์เล่นไปเรื่อยๆ มีบ้างที่คุยกับกลุ่มเพื่อนที่เพิ่งจะสนิท วอนโฮ ฮยองวอนและมินกยูชวนผมคุยเรื่องต่างๆ จนเวลาผ่านไปเกือบเที่ยงคืน ขณะที่ผมกำลังจะเข้านอนจริงๆ จังๆ โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นพร้อมกับเบอร์แปลกที่โทรเข้ามา


เบอร์แปลกอีกแล้ว


ผมชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับแต่ไม่ได้ส่งเสียงออกไป ปลายสายก็เงียบราวกับว่าเขาต้องการฟังเสียงของผม แต่เมื่อผมไม่ส่งเสียง สุดท้ายเขาก็เอ่ยขึ้นมา


(คิดว่าช่วยมันแล้วมันจะรอดเหรอ?)


น้ำเสียงเฉื่อยชาแต่แฝงไปด้วยความดุดันนั่นทำให้ผมเบิกตากว้าง นี่ไม่ใช่น้ำเสียงของยูคยอม ไม่ใช่น้ำเสียงของแจ็คสัน และผมก็ไม่รู้ด้วยว่านี่คือใคร


และมันที่คนๆ นี้หมายถึงคือ...มาร์ค งั้นเหรอ?


“...”


(ทำในส่วนของตัวเองสิ อย่าล้ำเส้นกัน)


ปลายสายพูดประโยคข้างต้นเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะกดวางสายไป ผมได้แต่นั่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน พยายามทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างถี่ถ้วน นอกจากผมแล้ว มาร์คยังมีศัตรูที่ไหนอีกนะ


หึ...คนแบบเขามีคนเกลียดมากมายเลยหรือไง


ผมเลิกสนใจคนลึกลับที่โทรมาหาเมื่อครู่และล้มตัวลงนอน แต่พอผมจะนอนจริงๆ ผมก็นอนไม่หลับ อะไรหลายๆ อย่างมันวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา พลิกตัวก็แล้ว นับแกะแบบปัญญาอ่อนก็แล้ว ไม่มีทีท่าว่าจะหลับเลย


จนสุดท้ายผมก็ลืมตาและลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง


“เกิดอะไรขึ้นวะ” ผมพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย เบื่อจริงๆ ที่อยู่ดีๆ ก็นอนไม่หลับแบบนี้


ครืดดด!!


เสียงเลื่อนประตูรั้วใหญ่ดังขึ้นแว่วๆ มาแต่ไกลทำให้ผมต้องหันไปมองทางหน้าต่าง ที่จริงก็มองไม่เห็นอะไรหรอก แต่ผมก็คิดว่าแจบอมน่าจะกลับมาแล้ว แล้วจู่ๆ หัวใจของผมก็เต้นแรงซะอย่างนั้น บ้าบอสิ้นดี จะมาเต้นแรงเพราะแจบอมกลับมางั้นเหรอ


ตลก


พอคิดว่าตัวเองบ้าเกินไป ผมก็ล้มตัวลงนอนและดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวและหลับตาลง ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูห้อง แจบอมเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบราวกับว่าไม่อยากให้ผมตื่นขึ้นมากลางคัน เขาวางของไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ และหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป


จากที่ผมแอบมองเขาผ่านความมืดภายในห้อง ผมคิดว่าแจบอมคงจะเหนื่อยแทบขาดใจ อย่าลืมสิว่าทั้งผมและเขาเพิ่งจะเป็นนักศึกษาปีหนึ่ง เรายังอยากเล่นสนุกตามประสาอยู่ แต่ด้วยความที่แจบอมเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูล เขาจึงต้องแบกรับหน้าที่ทุกอย่างเอาไว้


พ่อของแจบอมก็ไม่ได้โหดร้ายถึงขั้นบังคับเขาหรอก แต่แจบอมก็เลือกที่จะเข้าไปทำงานที่บริษัทด้วยตัวเอง ส่วนเหตุผลเขาไม่ได้บอกผมและผมก็ไม่ได้อยากรู้


ไม่นานอีกฝ่ายก็เดินออกจากห้องน้ำและขึ้นมานอนบนเตียง แจบอมพยายามสอดตัวเข้ามาใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับผมอย่างแผ่วเบา เขาวาดวงแขนกระชับกอดผมและกดจูบลงที่หน้าผาก แก้ม และริมฝีปาก


ผมคิดว่าเขาจะละออกไปหลังจากจูบเสร็จ แต่ก็ไม่ แจบอมเลื่อนริมฝีปากมาที่ใบหูของผมและกระซิบบอกกันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา


“ฉันจะรอจนกว่านายจะรักฉัน” เมื่อพูดจบ แจบอมก็เข้าสู่นิทราทันที แต่กลับกลายเป็นผมที่นอนไม่หลับทั้งคืน


รอจนกว่าผมจะรักงั้นเหรอ?


แจบอมพูดประโยคนี้ในตอนที่ผม (แกล้ง) หลับ ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ว่าผมคงไม่รับรู้ในสิ่งที่เขาพูดออดมา เขาทำแบบนี้ทุกคืนเลยเหรอ?


(ต่อ)



ผมรู้ว่าถ้าวันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ของผมและแจบอมก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย นอกเหนือจากนั้นก็คือความจงเกลียดจงชังที่ผมมีต่อมาร์คและความบ้าคลั่งของแจ็คสันที่เพิ่มมาขึ้นทุกวัน ทุกอย่างจะตีรวนขึ้นมาพร้อมๆ กันจนผมนึกไม่ออกว่าจะต้องจัดการเรื่องไหนก่อน


หากจะบอกว่าแจ็คสันไม่ตามหามาร์คก็คงจะเป็นเรื่องตลก ในทางกลับกัน เขาตามหามาร์ค ต้วนแทบจะพลิกแผ่นดินเกาหลีใต้ เขาไปในที่ที่เขาคิดออกว่ามาร์คจะไป แต่ทุกครั้งแจ็คสันก็จะผิดหวังกลับมา


ผมตลกตรงที่เป็นแจ็คสันเองนั่นแหละที่ทำให้มาร์คหนีออกมาได้ ถ้าเขาไม่พลาดท่าลืมโทรศัพท์ไว้มาร์คก็ไม่ติดต่อผมไม่ได้ จะให้โทษใครถ้าไม่โทษแจ็คสันเอง


เมื่อเช้าขณะที่ผมกำลังนอนอยู่ แจ็คสันก็ส่งข้อความมานัดให้ผมออกมาเจอเขา โชคดีมากแค่ไหนที่เวลานั้นแจบอมกำลังอาบน้ำอยู่ แน่นอนว่าหากแจบอมรู้ว่าผมติดต่อแจ็คสัน พวกเขาคงได้วางมวยกันอีกรอบ


พอแจบอมออกไปทำงานแล้ว ผมก็รีบอาบน้ำแต่งตัวและออกมาหาเพื่อนเพียงคนเดียวของผมที่ตอนนี้กำลังจะเป็นบ้า ไม่สิ แจ็คสันน่ะเป็นบ้าไปแล้ว และตอนนี้เขาก็กำลังแสดงความบ้าออกมาให้ผมเห็น


 “กูหามาร์คไม่เจอ!


แจ็คสันตะคอกเสียงเข้มๆ ใส่ผมราวกับคนเสียสติ สายตาของเขาน่ากลัวจนทำให้คนที่มองมาขนลุกแต่ไม่ใช่ผม ผมกวาดสายตามองสภาพของเขาตอนนี้ที่ไม่ต่างอะไรกับคนบ้าเสียสติ แจ็คสันปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนไม่มีราศีอะไรเลย หากเป็นแต่ก่อนคงจะมีสาวๆ เหลียวมองเป็นแถว แต่ตอนนี้มีแต่สายตาหวั่นเกรงส่งมาให้


สภาพอย่างกับโจร


“มึงใจเย็นสิแจ็คสัน มึงตั้งสติบ้าง!” ผมว่าเสียงเข้มกลับไป การคุยกับแจ็คสันในตอนนี้ต้องใช้สติและสมาธิค่อนข้างมาก หากผมเผลอพูดอะไรแปลกๆ ออกไปแจ็คสันคงจับได้ว่าผมอยู่เบื้องหลังทั้งหมด และการที่ผมพามาร์คหนีออกมาคงทำให้อีกฝ่ายอยากจะฆ่าผมให้ตาย


“ใจกูจะขาดแล้วจินยองมาร์คหายไปแบบนี้ กูทนไม่ไหวแล้ว!


อีกฝ่ายเถียงกลับมาพร้อมกับทุบอกตัวเองแรงๆ และเลื่อนฝ่ามือขึ้นขยุ้มเส้นผมจนยุ่งไปหมด เขาหายใจเข้าออกหนักๆ ราวกับกำลังระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่านในตัว ผมแอบถอนหายใจก่อนจะพูดอีกประโยคกับเขา


“กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงไปทำอะไรไว้ แล้วทำไมมาร์คถึงหนีมึงไป แต่เอาจริงๆ นะแจ็คสัน สภาพมึงตอนนี้มันแย่มาก ต่อให้มึงเจอมาร์ค กูว่าเขาก็ไม่อยากเจอมึง”


พอผมพูดมาถึงตรงนี้ แจ็คสันก็เงยหน้าขึ้นมามองผมราวกับกำลังคิดตาม และผมก็ไม่ปล่อยให้ช่วงเวลาดีๆ แบบนี้หายไปง่ายๆ ผมเอื้อมมือไปยกโทรศัพท์ของแจ็คสันขึ้นและส่องไปที่หน้าของเขา เงาสะท้อนที่หน้าจอคงทำให้เขารู้ตัวเองบ้าง


“...” แจ็คสันนั่งมองเงาตัวเองที่สะท้อนบนหน้าจอโทรศัพท์นิ่ง สีหน้าของเขาเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง


“มึงตั้งสติดีๆ และกลับไปจัดการตัวเอง แล้วเดี๋ยวกูจะช่วยมึงตามหามาร์ค เฮ้อ ถ้าแจบอมรู้ว่ากูมาเจอมึง แจบอมต้องโกรธกูแน่ๆ”


ผมเตือนสติแจ็คสันจบก็เปลี่ยนมาพูดเรื่องของตัวเองบ้าง ที่จริงผมไม่จำเป็นต้องพูดออกมาแบบนี้หรอก แต่เพื่อความสมจริงเลยพูดออกไป และรู้อะไรไหม สีหน้า แววตาของแจ็คสันอ่อนลงราวกับเขากำลังขอโทษผม


“กูทำให้ผมเดือดร้อนหรือเปล่า?” น้ำเสียงแหบทุ้มถามกลับมา แต่ผมก็รีบส่ายหน้าไปมา


“กูจะไม่เดือดร้อน หากมึงทำตามที่กูบอก อย่าทำอะไรนอกเหนือแผนที่เราวางไว้ เพราะฉะนั้นทั้งมึงและกูจะซวยไปกันหมด มึงเข้าใจใช่ไหม?”


ผมคิดว่าหมากที่ผมวางไว้กำลังเดินไปตามแผนของผมอีกครั้ง ทันทีที่ผมพูดจบแจ็คสันก็พยักหน้ารับ


“กูเข้าใจ”


“เข้าใจก็ดีแล้ว งั้นมึงก็กลับไปตั้งสติและจัดการตัวเองซะ ห่า เหมือนกูกำลังคุยกับโจร”


ผมสรุปและพูดประโยคท้ายราวกับเรื่องขำขันเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันน่าอึดอัดและตึงเครียดมากเกินไป


จากนั้นผมก็นั่งคุยกับแจ็คสันต่ออีกสักพักก่อนจะขอตัวกลับบ้านโดยให้เหตุผลว่าแจบอมส่งข้อความมาหา แจ็คสันยอมแยกกับผมและขับรถกลับไป ส่วนผมก็มองดูจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายกลับไปแล้วจริงๆ ถึงขับรถแยกมาอีกทาง


แต่ใครบอกว่าผมจะกลับบ้านล่ะ ใครบอกว่าแจบอมส่งข้อความมาจริงๆ คนที่ส่งข้อความมาหาผมน่ะคือมาร์ค ต้วนต่างหาก


ผมรีบขับรถมาที่โรงแรมที่มาร์คพักอยู่ ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้ามาในห้อง เจ้าตัวก็วิ่งเข้ามาหาผมพร้อมกับอ้อมกอดที่แนบแน่น รอยยิ้มสดใสของอีกฝ่ายทำให้ผมยิ้มตอบกลับไปอย่าเสียไม่ได้ ถามว่าผมชอบเหรอที่อีกฝ่ายยิ้มให้ผมแบบนี้ ไม่เลยสักนิด ผมเกลียดรอยยิ้มของมาร์คที่สุด


วันแรกที่รู้ว่าเขาคือลูกเลี้ยงของแม่ผม ผมก็เกลียดเขา ตอนนี้ผมก็ยังเกลียดและเกลียดมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ


ทุกครั้งที่ผมสบตากับมาร์ค ไฟแค้นในใจก็ลุกโชนจนผมอยากจะรีบๆ ลงมือทำทุกอย่างให้เสร็จๆ ไป แต่เพราะผมยังไม่พอใจ ผมต้องการให้มาร์คทรมานเหมือนตายทั้งเป็น


“ดีใจนะที่จินยองมาหาเราเร็วแบบนี้” มาร์คบอกพร้อมกับแย่งของในมือของผมไปถือแทน


“ก็มาทำธุระแถวๆ นี้พอดี” ผมตอบกลับไป


“อ๋อ...” มาร์คลากเสียงยาวๆ และพยักหน้ารับก่อนจะยกยิ้มให้ผมอีกครั้ง


จากนั้นเขาก็เอาของที่ผมซื้อติดมือมาไปใส่จานและไม่นานก็ยกมาไว้ที่โต๊ะกระจก มาร์คสนใจแค่อาหารที่อยู่ตรงหน้า ระยะเวลาสองเดือนที่ผมอยู่กับมาร์ค ผมก็พอจะรู้บ้างว่าเขาชอบกินอะไรและแพ้อะไร อาหารที่ผมซื้อมาแต่ละครั้งก็เลยเป็นของโปรดของมาร์ค มันไม่ใช่การใส่ในรายละเอียด แต่มันคือละครที่ทำให้อีกฝ่ายตายใจ และทุกครั้งที่มาร์คเห็ยว่าผมซื้อของเขาที่ชอบ แววตาของเขาก็แสดงออกว่ามีความสุขอย่างชัดเจน


มีความสุขจนผมอยากจะลบเลือนมันให้หมด


“ที่จริงน่ะ...”


พอบทสนทนาระหว่างผมและมาร์คหายไป ผมก็เลยเอ่ยขึ้นเบาๆ เพื่อเรียกความสนใจจากอีกฝ่าย มาร์ควางช้อนและเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำในขณะที่เงยหน้ามองผมด้วยสายตาสดใส แต่เขาไม่รู้หรอกว่าประโยคที่ผมกำลังคิดจะพูดสามารถทำให้แววตาที่สดใสของเขาเลือนหายไปได้


“...”

.

.

.

.

.

.

.

“เราไปเจอแจ็คสันมา”


ตุบ!


ทันทีที่ผมพูดออกไปแบบนั้น แก้วน้ำที่มาร์คถืออยู่ก็หลุดจากมือเรียวและหล่นลงพื้น สีหน้าที่มีความสุขเมื่อครู่หายไปและถูกแทนที่ด้วยความกังวล หวาดกลัว


ซ้ำยังมีน้ำตาคลอหน่วย


“ละ...แล้วจินยองบอกแจ็คสันไปหรือเปล่า...บอกหรือเปล่า?”


มาร์คละล้ำละลักถามราวกับกลัวว่าผมจะทรยศเขา อีกฝ่ายพุ่งมาหาผมพร้อมกับเขย่าตัวผมจนสั่นคลอนไปหมด แต่ผมก็หยุดการกระทำของเขาไว้โดยการจับไหล่ของอีกฝ่ายและกดให้นั่งลงที่เดิม


“เราไม่ได้พูดอะไรออกไป แจ็คสันยังไม่รู้” ผมบอกด้วยน้ำเสียงเข้มที่จริงจังและจ้องตาอีกฝ่ายเพื่อสื่สารว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นจริงแค่ไหน พอได้ยินแบบนั้นมาร์คก็แสดงท่าทางผ่อนคลาย ความหวาดกลัวที่เคยมีก็ค่อยๆ ลดลง


“...เรากลัว” มาร์คพึมพำพร้อมสะอื้นออกมาและโผกอดผม เขาใช้แขนทั้งสองข้างกอดรัดผมจนแน่นไปหมด


“ไม่ต้องกลัวนะ มาร์คยังมีเรา...ทำตามที่เราบอกแล้วจะปลอดภัย เชื่อใจเรานะ”


มาร์คพยักหน้ารับทันทีที่ผมให้คำสัญญากับเขา ผมไม่สนใจหรอกว่าคำสัญญาของผมจะจมลึกลงไปในใจของมาร์คแค่ไหน เขาจะเชื่อมั่นในตัวผมมากเท่าไร ผมสนใจแค่ว่ามาร์คต้องตายใจเพื่อผมจะได้จัดการเขาอย่างที่ควรจะเป็น


มาร์ค ต้วน กำลังจะตายทั้งเป็น


ผมรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจะทำอะไร ผมรู้ว่าเรื่องราวต่อจากนี้มันต้องสาหัสพอสมควรสำหรับมาร์คและผู้หญิงคนนั้น ผมไม่รู้ว่าตอนนี้แม่ของผมจะกระวนกระวายหรือยังที่มาร์คไม่กลับบ้าน เป็นเวลาสองเดือนแล้วที่มาร์คหมกตัวอยู่ในโรงแรมที่ผมเช่าให้เขา ชีวิตของเขาเรียบง่ายจนน่าเบื่อและผมก็รู้ว่าเขาเบื่อเต็มทน


แต่เพราะมาร์คกลัวการพบเจอกับแจ็คสัน เขาก็เลยไม่กล้าออกไปไหน มาร์คกลายเป็นคนขี้ขลาดไปแล้ว


หลังจากที่กลับจากโรงแรม ผมก็เอาแต่นั่งอยู่ในสวนที่บ้านของแจบอมเพื่อคิดทบทวนทุกๆ อย่างในชีวิตตัวเองและทบทวนแผนการที่ผมวางไว้ให้รอบคอบอีกสักครั้ง ในใจลึกๆ ของผมมันโลดเต้นอย่างดีใจที่อีกไม่นานมาร์คก็จะทรมานและเจ็บปวด และเมื่อเรื่องของมาร์คไปถึงแม่ของผมและพ่อของเขา ทั้งสองคนนั้นก็จะต้องเจ็บปวดเจียนตายที่เห็นสภาพของมาร์ค


ผมรอวันนั้น...วันที่ทุกอย่างสำเร็จดั่งใจหวัง



(ต่อ)


◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆

 

วันต่อมา


 “คุณจินยองจะออกไปไหนอีกคะ?” ป้าจูยองวิ่งเข้าหาถามผมด้วยท่าทางหน้าตาตื่นทันทีที่เห็นว่าผมถือกุญแจรถเตรียมออกไปข้างนอกอีกครั้งหลังจากกลับเข้ามาได้ไม่นาน สีหน้าท่าทางของเธอดูเป็นกังวลเมื่อเหลือบมองท้องฟ้าที่กำลังมืดมิดดำสนิท


“ผมจะกลับไปที่บ้านของผมน่ะครับ” ผมตอบและทำท่าจะเดินแยกออกไป แต่ป้าจูยองก็รั้งผมไว้ซะก่อน


“อย่าไปเลยนะคะ ตอนนี้มืดแล้ว อันตรายค่ะ” ผมรู้ดีว่าเธอก็คงเป็นห่วงเพราะสีหน้าแววตาของเธอสื่อออกมาชัดเจนทุกอย่าง อีกอย่างป้าจูยองรู้ดีว่าผมขับรถไม่แข็งเท่าที่ควรแต่ผมก็เลือกที่จะผมถอนหายใจเฮือกใหญ่และค่อยๆ แกะมือของเธอออก


“ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เดี๋ยวผมรีบกลับมา” ผมบอกและเดินออกไปทันที ไม่สนใจคำร้องห้ามของป้าจูยองที่ตามหลังมาเลย พอขึ้นรถได้ผมก็รีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว


ปลายทางก็คือบ้านของผมนั่นแหละ


นานมากแล้วจริงๆ ที่ผมไม่ได้กลับมาที่นี่ พอได้มายืนอยู่หน้าบ้านของตัวเองอีกครั้งหัวใจที่เคยด้านชาของผมก็ดันเต้นรัวขึ้นมาซะอย่างนั้น ผมเอื้อมมือไปเปิดประตูบ้านและก้าวเข้าไป


บ้านเงียบสงบราวกับบ้านร้าง พอผมกลับเข้ามาอีกครั้งผมก็เปิดไฟทุกดวงในบ้าน มองไปรอบๆ ชั้นล่างที่ว่างเปล่าไร้เฟอร์นิเจอร์ ภาพความทรงจำต่างๆ ในอดีตก็ย้อนกลับเข้ามา ผมเห็นพ่อกำลังอุ้มผม ผมเห็นแม่ป้อนขนมให้ผม ผมได้ยินเสียงบอกรักและเสียงหัวเราะของครอบครัวที่เคยมีความสุข


แต่แล้วทุกอย่างก็กลับหายไปก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงด่าทอและเสียงเนื้อกระทบเนื้อ จากนั้นไม่นานเสียงลั่นไกปืนก็ดังขึ้นและผมก็รู้สึกว่าเลือดจากศีรษะของพ่อกระเด็นมาเปื้อนหน้าของผม จนผมต้องหลับตาลงและหันหน้าหนีไปอีกทาง


 “ฮึก...”


ผมสะอื้นและค่อยๆ เดินไปนั่งที่โซฟาเพียงตัวเดียวที่ห้องนั่งเล่น ผมนั่งมองกำแพงสีขาวตรงหน้าอยู่อย่างนั้นราวกับว่ามันน่ามองเหลือเกิน ดวงตาที่คลอเคลือบไปด้วยน้ำตากวาดมองไปรอบๆ ตัว พบเจอแต่ความว่างเปล่า...ผมไม่เหลือใครแล้วจริงๆ


“ฮึก...ทำไมพ่อต้องทิ้งผมไปด้วย”


ผมตะโกนถามไปในอากาศเมื่อคิดย้อนกลับไปในวันที่พ่อทิ้งผม พ่อจากไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ล่ำลา พ่อทิ้งผมไปและปล่อยให้ผมเชิญหน้ากับความทุกข์ทรมานเพียงคนเดียว


มันจะดีกว่านี้ไหมหากพ่ออยู่กับผม จะดีกว่านี้ไหมหากเรายังเดินไปพร้อมกัน หากพ่อไม่ทิ้งผมไปอีกคน...ผมจะไม่สนใจแม่อีกเลย ผมจะไม่กลับไปยุ่งกับครอบครัวใหม่ของแม่


“ฮึก...”


ผมกล้าอ่อนแอออกมาเมื่อตัวเองอยู่คนเดียวแบบนี้ กล้าร้องไห้ฟูมฟายเมื่ออยู่ในบ้านที่ผมคิดว่ามันอบอุ่น บ้านที่เคยอบอุ่นหลังนี้เคยมีครอบครัวของผมอาศัยอยู่ แต่แล้วครอบครัวของผมก็หายไป...เหลือเพียงตัวผมคนเดียว


“ทำไมพ่อไม่พาผมไปด้วย...ทำไมต้องปล่อยให้ผมหายใจอยู่แบบนี้!!!


ผมตะโกนลั่นบ้านอีกครั้งเพื่อระบายความรู้สึกข้างในออกมา สองมือกำเข้าหากันแน่น ภาพที่เห็นพร่าเลือนเพราะน้ำตา ผมอยากระบายอารมณ์ในใจออกมา แต่รอบกายของผมมีแต่ความว่างเปล่า


เปรี้ยงง!!


ผมหลับตาลงทันทีที่อยู่ดีๆ ก็เกิดเสียงฟ้าผ่าดังลั่น จากนั้นไม่ถึงอึดใจฝนเม็ดใหญ่ก็สาดกระหน่ำลงมาเหมือนกับน้ำตาของผมที่ไหลอาบแก้ม ลมและละอองฝนพัดผ่านเข้ามาทางประตูที่ผมเปิดค้างเอาไว้จนรู้สึกหนาวไปหมด ผมก็เลยเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ และลุกขึ้นเดินเพื่อจะไปปิดประตู


แต่...


เปรี้ยงง!!!


ฟ้าผ่าอีกครั้งพร้อมกับคนที่ผมไม่คิดว่าจะเจอเขาในตอนนี้ แต่เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้าบ้านของผม ปล่อยให้น้ำฝนตกใส่จนเปียกชุ่มไปหมด แววตาที่เขามองมาที่ผมดูว่างเปล่าเหมือนเดิม...แต่ผมรู้ว่ามันมีบางอย่างซ่อนอยู่


“แจบอม”


ผมเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมขมวดคิ้ว แน่นอนว่าผมตกใจและประหลาดใจไปพร้อมๆ กัน ผมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมาหาผมได้ยังไง ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาควรจะต้องอยู่ที่บริษัทสิ


“...” แจบอมไม่พูดอะไรนอกจากเดินเข้ามาในบ้านและถอดเสื้อนอกที่เปียกโชกนั่นออก


“มาได้ยังไง?”


ผมถามทันทีที่มีโอกาส แจบอมหันมาหาผมช้าๆ จากนั้นเขาก็ดึงผมเข้าไปกอด อ้อมแขนแข็งแกร่งกอดรัดร่างของผมไว้แนบแน่นและแทนที่ผมจะรู้สึกหนาวเหน็บเพราะแจบอมเปียกฝนมา แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่าอ้อมแขนของเขาช่างอบอุ่น


อุ่นกว่าครั้งไหนๆ


“ป้าจูยองบอกฉันว่านายกลับมาที่บ้าน ฉันก็เลยตามมา” แจบอมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบพอๆ กับหน้าตาที่นิ่งเฉยของเขา ประโยคเมื่อครู่ทำให้ผมไม่เข้าใจ


“จะตามมาทำไมในเมื่อต้องทำงาน” ผมผละออกและเอ่ยถามหาเหตุผล


“ฉันปล่อยให้นายอยู่ที่นี่คนเดียวไม่ได้หรอกนะจินยอง...ฉันไม่อยากให้นายเสียใจอีกแล้ว” แจบอมตอบกลับมาและดึงผมเข้าไปกอดอีกครั้ง ขณะที่ผมอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของอีกฝ่าย สมองของผมก็นึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของเขา เขาปล่อยให้ผมอยู่ที่นี่คนเดียวไม่ได้ เขาไม่อยากให้ผมเสียใจอีกแล้ว


ที่พูดมา...เรื่องจริงน่ะเหรอ แจบอมเข้าใจหรือไงว่าสิ่งที่ผมเผชิญอยู่มันเป็นยังไง


“ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวไม่สบาย” ผมผละออกอีกครั้งและดันให้แจบอมขึ้นไปข้างบนเพื่ออาบน้ำ แต่อีกฝ่ายก็ยืนนิ่งเป็นหินและทอดสายตามองผมอยู่อย่างนั้น “ไปสิ”


“เป็นห่วงกันใช่ไหม?”


เพียงคำถามสั้นๆ ง่ายๆ จากปากของแจบอมก็ทำให้ผมไปไม่เป็น ผมไม่รู้ว่าจะต้องตอบกลับไปยังไงดี ถามว่าเป็นห่วงงั้นเหรอ? มันไม่ใช่ความรู้สึกแบบนั้นหรอก ผมไม่ได้เป็นห่วงแจบอมและผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องเป็นห่วงเขาด้วย


บางทีผมก็แค่รำคาญที่เห็นเขาอยู่ในสายตา ก็เลยต้องบอกให้เขาไปให้พ้นๆ หน้าก็เท่านั้น


“...”


สุดท้ายผมก็นิ่งไม่พูดอะไรออกไปสักคำแถมยังหันหน้าหนีไปทางอื่น แต่หางตาของผมก็ยังเห็นแจบอมพยักหน้าน้อยๆ และทำท่าจะเดินขึ้นไปด้านบน แต่ก่อนที่จะขึ้นไปจริงๆ เขาก็หันมาหาผมพร้อมกับทิ้งประโยคเว้าวอนเอาไว้


“บางครั้งฉันก็อยากให้นายเป็นห่วงฉันบ้าง”


เพียงแค่ประโยคนี้...หัวใจของผมก็บีบรัดจนปวดไปหมด





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1316 Moebeaj (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 08:30
    ความพยายามของแจบอมมันมากล้นจริงๆ เหมือนไม่มีขีดจำกัดด้วย
    #1,316
    0
  2. #1288 kwanpeeya1998 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 15:56
    เรื่องนี้ไรท์แต่งตัวละครมาร์ครันทดจังเลยค่ะ ภาพในหัวนี้มาร์คร้องไห้จนตัวโยน คงอ่อนแอน่าดู จินยองใจเย็นๆกับคุณมาร์คเขสหน่อยนะลูก มาร์คโดนข่มขืนเท่านี้หัวใจมาร์คก็แตกสลายมากพอแล้ว อย่าไปซ้ำเติมเขาเลย หนูก็ปล่อยวางจากความแค้นในอดีตได้แล้ว มีความสุขจริงๆ สักที แจบอมเขารักหนูมากเลยนะ
    #1,288
    0
  3. #1247 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 22:48
    แจ็คสันกับฝ่ายนั้นใครน่ากลัวกว่ากันก็ไม่รู้ หรือจะเป็นจินยองเองที่ทำร้ายมาร์คได้เลือดเย็นที่สุด มีแต่คนทำร้ายมาร์คเพราะอะไร เพราะเป็นลูกเลี้ยงของผู้หญิงคนนั้น เพราะทั้งรักทั้งห่วงเลยเก็บไว้ข้างตัวหรืออะไรแต่เห็นมาร์คแตกสลายแบบนี้แล้วไม่สามารถซ้ำเติมมาร์คไปมากกว่านี้ได้เลย แต่มันคงไม่ใช่กับจินยอง... เศร้ากับแจบอมมากๆ ความรู้สึกของจินยองมันอาจไม่ได้เย็นชาเท่าคำพูดหรือการกระทำว่ารำคาญกันหลอก เพียงแค่ยังไม่เปิดใจเท่านั้นและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเมื่อไหร่ แต่แจบอมที่เฉาขนาดนี้คนที่รักและเป็นห่วงจินยองที่สุดจินยองจะยังเมินหนีได้ลงอีกหลอ... อึดอัดมากเลยค่ะ แงงงงง้
    #1,247
    0
  4. #1199 shierichi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 01:27
    โอ้ย แจ็คสันน่ากลัวขึ้นทุกวัน ใกล้จะเป็นบ้าแล้ว.... ฮือออ
    #1,199
    0
  5. #1167 มะเอยเนย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:07
    อ่านไปจะร้องไป
    #1,167
    0
  6. #1044 bibimbua (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 00:29
    อะไรทำให้แจบอมรักจินยองขนาดนี้กันนะ
    #1,044
    0
  7. #701 ออมม่า (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 14:25
    รู้สึกอบอุ่น ที่พี่แจบอมตามนยองมา เริ่มเคลื่อนไหวบ้าง แปลว่า นางรักนยองมาก อยากให้นยอง ใจอ่อนสักที อยากบอกไรท์ว่าเรารออยู่ทุกวัน แต่เพราะไรท์ ไม่ค่อยอัพบ่อย คนอ่านเลยอาจหายไปบ้าง ยังงัยก้อรอติดตามจนกว่าไรท์จะไม่อัพ นะจ๊ะ สู้ สู้
    #701
    0
  8. #690 Warabiw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 17:05
    รู้สึกหัวใจมันบีบรัดใช่ไหมจินยอง เป็นห่วงเค้าใช่ไหม ใจไม่แข็งเหมือนเดิมแล้วใช่ไหม ติดตามๆๆ สู้ๆนะไรท์
    #690
    0
  9. #689 Petrichor.J (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 12:21
    งื้ออออรู้ใจตัวเองสักทีจินยองงงง
    #689
    0
  10. #688 cinncookie (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 09:32
    อ่านแล้วบีบหัวใจสุดๆ เจ็บแทน...
    #688
    0
  11. #687 Ploy Snw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 05:20
    สงสารจินยอง หนูรักแจบอมไวๆนะ อย่าเศร้าเลยลูกก
    #687
    0
  12. #686 Naniile (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 01:44
    หวังว่าความรักของแจบอมจะทำให้จินยองกลายเป็นคนที่ดีขึ้นได้ไวไวนะ
    #686
    0
  13. #685 Jannie18 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 00:44
    บีบหัวใจ
    #685
    0
  14. #684 Kiewzendro (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 17:53
    รักเค้าห่วงเค้าทำไมไม่พูด
    #684
    0
  15. #683 norrijung (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 22:46
    กลัวผลสุดท้ายว่าจินยองจะไม่เหลือใคร โดยเฉพาะแจบอมที่จินยองได้รักไปแล้ว ผลสุดท้ายจุดจบของจินยองก็เป็นเหมือนพ่อตัวเองอะ
    #683
    0
  16. #682 Jannie18 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 10:20
    นี่กลัวใจแจบอมมากกว่าคนอื่นนี่ไม่ได้แสดงละครกันใช่ไหม?
    #682
    0
  17. #681 mukkamik (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 22:51
    แจ๊คสันคนเฬว ฮือออออ
    #681
    0
  18. #680 Warabiw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 22:45
    สู้ๆนะไรท์ ถึงจะมีแต่หน้าเดิมๆแต่กำลังใจนั้นมีให้เพิ่มเติมให้ทุกๆเมื่อ55555 /เรื่องกำลังจะมันส์ ลุ้นๆความโหดของเจ้าแมวน้อยของพิ่จบม ฮ่าาา กลัววแล้ววว
    #680
    0
  19. #679 cinncookie (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 20:33
    จินยองอ่า พอเถอะนะ //เป็นกำลังใจให้ไรท์ต่อไปนะคะ
    #679
    0
  20. #678 Naniile (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 20:18
    งือนี่ขนาดจินยองยังไม่เอาจริงนะ
    #678
    0
  21. #677 NENE1 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 03:05
    เสียงใครน้าา อยากรู้อ่ะตัวตัวละครอีกคนคือใคร //สู้ๆนะคะ มาต่อเร็วๆน้าาาา
    #677
    0
  22. #676 baby_baer1127 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 14:11
    ใครโทรหาจินยองงงงงง มาร์คก้น่าสงสารอ่ะบางที ศัตรูเยอะเกิน
    #676
    0
  23. #674 Jannie18 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 02:40
    อยากรู้มากกก พาเรานอนไม่หลับไปด้วยอีกคน555
    #674
    0
  24. #673 Naniile (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 01:22
    มาร์คนี่ศัตรูเยอะแค่ไหนกัน จินยองหนูต้องช่วยเพื่อนได้แล้วน้า หยุดนะหยุด
    #673
    0
  25. #672 Warabiw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 23:56
    อยากพาน้องมาร์คไปรดน้ำมนต์ ฮ่าาา ชีวิตหน่อชีวิต ..... ส่วนพิบจมไปกระซิบบอกจินยองแบบนั้น แอบคิดหวั่นๆอย่างระแวงระวัง ที่บอกว่าจะรอจนกว่าจะรักนั้น ถ้าเกิดจินยองรักแล้ว จะคิดแบบให้รักแล้วได้รักตอบหรือป่าว หรือว่าถ้าจินยองเริ่มรักแล้วจะได้ดำเนินแผนการอะไรที่มันจะทำร้ายจิตใจกัน อ่าาา ไม่เอาๆไม่คิดละ อยากระเบิดตัวเอง5555 /สู้ๆนะไรท์ มาเติมกำลังใจเพิ่มขึ้นๆๆๆๆ
    #672
    0