จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 11 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    23 มี.ค. 61

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา 




| EP.10 |



นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว...ผมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกมึนๆ ไม่สิ รู้สึกโคตรมึนเลยต่างหาก เหมือนก่อนหน้านี้ผมถูกก้อนหินทุบหัวแล้วสลบไปเลย ภาพตรงหน้าเป็นเพดานห้องสีขาวสะอาด อากาศเย็นๆ ที่ปะทะกับร่างกายทำให้ผมต้องขดตัวจนงอและดึงผ้าขึ้นมาห่มคลุมกาย



ผมขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองมันเบาแปลกๆ แถมยังรู้สึกวูบๆ ในช่องท้องด้วย อาการมันเหมือนหลังจากที่ผมและแจบอมมีอะไรกันเลย สัญชาตญาณบอกให้ผมสำรวจตัวเองแล้วผมก็พบว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่ามีเพียงผ้าห่มผืนใหญ่เท่านั้นที่คลุมร่างกายแถมตามตัวยังมีรอยแดงอีกด้วย



ดูก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในระหว่างที่ผมจำอะไรไม่ได้เลย




“แจบอม” ผมไม่สนใจอาการมึนหัวหรืออาการวูบวาบในช่องท้องของตัวเองและเลือกที่จะตะโกนเรียกอีกคนที่ควรจะอยู่ใกล้ๆ กัน แต่ความเงียบภายในห้องก็เป็นคำตอบได้ดีว่าเขาไม่อยู่



ไอ้บ้า ไปไหนวะ




ผมหงุดหงิดอีกครั้งและพยายามจะลงจากเตียง แต่พอจะก้าวขาเสียงครืดคาดแปลกๆ ก็ดังขึ้น สมองของผมสั่งการให้ถลกผ้าห่มขึ้นและผมก็พบเรื่องน่าตกใจอีกอย่างคือ...



แจบอมมันล่ามโซ่ผม...เอาผมเสร็จแล้วก็ล่ามกันงั้นเหรอ? มันเห็นผมเป็นอะไรวะ!!



ความโมโหพุ่งเข้ามาในใจของผมทันที โกรธจนอยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย นี่มันเรื่องบ้าบออะไรทำไมเขาถึงต้องมาล่ามโซ่ผมด้วย ผมหันซ้ายหันขวามองหาอุปกรณ์สื่อสารของตัวเองซึ่งมันถูกวางไว้บนหัวเตียง ผมรีบฉวยมันมาและกดโทรหาแจบอมทันที




เสียงรอสายดังอยู่ตลอดเวลาไม่มีท่าทีว่าเจ้าของเบอร์จะกดรับ และมันก็ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก ผมเหลือบตามองตัวเลขด้านบนสุดของหน้าจอ มันบอกเวลาว่าตอนนี้หนึ่งทุ่มและเข้าวันที่สองของการใช้ชีวิตบนเรือสำราญ



แม่ง ผมหลับไปหนึ่งวันเต็มๆ เลยหรือไง



ผมโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงและพยายามกระตุกโซ่ที่ข้อเท้าแรงๆ หวังว่ามันจะหลุด แต่เปล่าเลย ยิ่งทำแบบนั้นผมก็ยิ่งเจ็บมือและแสบข้อเท้า หัวใจของผมมันกระวนกระวายเพราะอยากหลุดจากพันธนาการบ้าๆ ที่แจบอมยัดเยียดให้



“ไอ้เลว!!” ผมสบถออกมาด้วยความโมโหเมื่อความพยายามของผมมันล้มเหลว ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากนอนลงที่เดิมและกดโทรหาแจบอมซ้ำๆ จนแบตฯ โทรศัพท์ลดลง


โทรไปเท่าไรอีกฝ่ายก็ไม่รับ เวลาผ่านไปเรื่อยๆ พร้อมกับความกรุ่นโกรธของผมที่มากขึ้น เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นและผมก็รีบเปิดอ่าน



ข้อความจากไอ้คนเลวไงล่ะ



อิม แจบอม >> คิดถึงกันหรือไง โทรมาหลายสายเชียว



เพียงแค่อ่านข้อความที่เขาส่งมาผมก็นึกสีหน้าของอีกฝ่ายได้เลย ขณะที่พิมพ์คงจะยิ้มแป้นและหัวเราะชอบใจน่ะสิ แต่ผมไม่ชอบใจด้วยหรอกนะ



ปาร์ค จินยอง >> สารเลว! รีบกลับมาแก้โซ่ออกเดี๋ยวนี้เลย!!



ผมตอบกลับไปด้วยคำหยาบและแสดงถึงความโกรธที่มีทั้งหมด และไม่นานประตูห้องของผมก็ถูกเปิดเข้ามาโดยคนเลวที่ผมกำลังโมโห ร่างสูงในชุดสูทดูดียืนอยู่ตรงหน้าผมพร้อมกับโยนลูกกุญแจเล่นไปมา



“รู้ไหมว่าการที่ออกมาจากงานกะทันหันมันเสียมารยาทน่ะ” พอเข้ามาก็พร่ำเรื่องน่ารำคาญทันที ผมจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยความโกรธปนเกลียด




“แล้วรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันโมโหมากแค่ไหน? เป็นใครถึงมาล่ามโซ่ฉันแบบนี้ ไอ้เลว!!!” ทั้งๆ ที่ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงก้าวร้าวและหยาบคายแต่แจบอมก็ยกยิ้มและขยับเข้ามาใกล้ผม ฝ่ามือร้อนแนบลงที่แก้มและไล้ลงต่ำไปถึงลำคอบีบเบาๆ สองสามครั้งและหัวเราะออกมา



“ก็กลัวว่าจะหายไปนี่ก็เลยล่ามไว้ อ่า ขอโทษนะ” พูดด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ และกดจูบลงที่ไหล่เปลือยของผม จากนั้นก็ขบกัดมันเบาๆ ซ้ำรอยเดิมเป็นการหยอกล้อ แจบอมคิดว่าการที่เขาทำแบบนี้จะทำให้ผมหายโกรธหรือไง



ไม่เลย ผมโกรธยิ่งกว่าเดิม




ผมยกมือขึ้นและผลักไหล่หนาไปเต็มแรง แจบอมเซถอยหลังไปเล็กน้อยแต่ก็ยังยกยิ้มอยู่ ใบหน้าของอีกฝ่ายไม่ได้แสดงถึงความรู้สึกผิดหรือสำนึกอะไรเลย แววตาของเขามีแต่คำว่าสนุกและชอบใจ




และผมก็ยิ่งโกรธ




“รีบแก้โซ่ออกซะ!” ผมชี้นิ้วสั่งและแจบอมก็ทำตามอย่างไว ทันทีที่โซ่หลุดออกจากข้อเท้าของผม ผมก็รีบลุกลงจากเตียงและเข้าไปทุบตีอีกฝ่ายด้วยความคับแค้นใจ เขาทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองจนมุม รู้สึกว่าพ่ายแพ้และไม่มีทางสู้เขาได้




แจบอมมันเลว!!




“หยุดเลยนะ” แจบอมบอกและพยายามรวบมือของผมไว้ ใบหน้าคมที่เคยมีรอยยิ้มสนุกแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบนิ่งเคร่งขรึม แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน




หึ ผมไม่กลัวหรอก....ไม่กลัว!!





“ไอ้เลว! ไอ้ชั่ว!” ผมตวัดฝ่ามือฟาดอีกฝ่ายต่อไปเรื่อยๆ ไม่สนใจคำห้ามปรามที่อีกฝ่ายพูดออกมา




“หยุด!!!” สุดท้ายแจบอมก็มีอารมณ์ขึ้นมาจริงๆ เขาตวาดผมด้วยน้ำเสียงโมโหสุดๆ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงท่าทางแบบนี้ใส่ผม “ไม่เห็นหรือไงว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน แล้วฉันอยู่ในสภาพไหน? อยากโดนซ้ำจนเดินไม่ได้หรือไง?!




พูดจบเขาก็ผลักผมลงบนเตียง ผมก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง รู้ว่าตอนนี้ไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้นติดกายและก็รู้ว่าแจบอมอยู่ในชุดสูทดูดี หากมันยับหรือมีรอยก็คงหัวเสียน่าดู




เราต่างฝ่ายต่างเงียบ ผมพยายามสงบอารมณ์ของตัวเองให้ได้มากที่สุดทั้งๆ ที่โมโหและโกรธจนอยากจะระเบิดอารมณ์ใส่อีกฝ่ายแทบขาดใจ แจบอมเองก็เหมือนกัน เขาเดินห่างจากผมไปพอสมควรแต่ก็ยังมองมาไม่ละสายตาไปไหน




“ไปอาบน้ำสิ” แล้วเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นลงมากๆ ผิดกับเมื่อครู่เลย ผมได้ยินแบบนั้นก็ลุกขึ้นยืนและเดินสวนอีกฝ่ายไป ไม่สนใจด้วยว่าไหล่ของตัวเองจะกระแทกไหล่หนาแรงแค่ไหน




เขาทำให้ผมรู้สึกพ่ายแพ้อีกแล้ว ทำไม ทำไม!!!

 





ความน่าเบื่อของงานประมูลเริ่มต้นขึ้นทันทีที่ผมออกจากห้องพักมาพร้อมแจบอม ก็อย่างที่เคยบอก มีแต่พวกคุณหญิงคุณนายแต่งตัวมาฟาดฟันกันแถมยังสวมหน้ากากคุยกันได้อย่างหน้าตาเฉย แจบอมเดินนำหน้าผมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่มุมๆ หนึ่งของงาน มีผู้ชายสามคนยืนอยู่ก่อนแล้ว ร่างสูงทักทายพวกเขาอย่างเป็นกันเอง ผมไม่ได้สนใจเท่าไรก็เลยยืนมองไปรอบๆ งานแก้เบื่อแทน




จะว่าไปตั้งแต่มาที่นี่ผมยังไม่เจอแจ็คสันเลย ไม่รู้ว่าหายไปไหน




ผมหันไปมองแจบอมที่กำลังคุยกับคนที่เขารู้จัก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้หันมาสนใจ ผมก็เลยรีบเดินหนีออกมาเพื่อไปตามหาแจ็คสัน ผมรู้ว่าเขามาที่นี่ด้วย แต่เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เจอกับใครอีกคนที่น่าสนใจพอๆ กับแจ็คสันนั่นแหละ





เมียแจ็คสันไง





“อ้าวจินยอง” มาร์คดูดีใจมากที่เจอผม เขาเดินมาคนเดียว ท่าทางเหมือนคนเหงาด้วย




“มาร์ค เห็นแจ็คสันไหม?” ผมถามออกไปเพราะสมองมันสั่งการ และก็เพิ่งมานึกได้ว่าไม่ควรพูด ถึงมาร์คจะบอกว่าให้อภัยแจ็คสัน แต่ผมคิดว่าเขาก็ยังรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น




แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยกมือขึ้นและชี้ไปอีกทาง




“นั่นไง” ผมมองตามมือเรียวของมาร์คไป เห็นแจ็คสันยืนอยู่กับพ่อและแม่ของเขา สีหน้าของอีกฝ่ายที่พยายามปั้นยิ้มทำให้ผมนึกขำ แจ็คสันก็ไม่ชอบงานแบบนี้เหมือนกัน




“เหงาไหม?” มาร์คขมวดคิ้วเป็นปมทันทีเมื่อผมถามแบบนั้นแทนที่จะเดินเข้าไปหาแจ็คสัน แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้า ผมจับข้อมืออีกฝ่ายและจูงให้เดินตามมาจนถึงบริเวณที่ไม่มีใคร




ถามว่าผมจะทำอะไร...เดี๋ยวก็รู้




“เบื่องานแบบนี้ที่สุดเลย เราไม่ชอบ” พออยู่กันสองคนมาร์คก็พูดความในใจอย่างตรงไหนตรงมา




“แล้วพ่อแม่ของนายล่ะ?”





“ก็อยู่ในงานนั่นแหละ” มาร์คตอบด้วยน้ำเสียงหงอยๆ จนผมสังเกตได้ เขาดูแปลกไปจริงๆ นะ




“ทำไมทำเสียงแบบนั้น มีอะไรหรือเปล่า? ปรึกษาได้นะ” แน่นอนว่าละครฉากใหม่ที่ผมเพิ่งเขียนบทเสร็จสดๆ ร้อนๆ กำลังเริ่มขึ้น มาร์คหันมาสบตากับผมด้วยแววตาที่ดูน่าสงสาร เห็นแล้วใจกระตุกตามไปด้วยเลย




“เราว่าเรารู้สึกแปลกๆ กับตัวเองแล้วล่ะ” ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่ามาร์คกำลังจะสื่ออะไร เพียงแค่เขาพูดออกมาผมก็ตั้งใจฟัง




“ยังไงล่ะ?”




“...” พอผมถาม มาร์คก็เงียบไป เขาเหม่อมองออกไปนอกกระจกที่ตอนนี้มีเพียงท้องฟ้าสีดำสนิท ผมขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายและชะโงกหน้าไปมองเขา ใบหน้าของเราใกล้กันเพียงแค่คืบสองคืบเอง




“พูดมาเถอะนะ อยากฟัง” ผมบอกพร้อมรอยยิ้ม มาร์คสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เหมือนเรียกความมั่นใจ ผมมองการกระทำของอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ และมันก็มากขึ้นอีกเมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาว่า...





“เราว่าเรารักจินยองแหละ...รักมากกว่าเพื่อนด้วย”




!!




นี่มันไม่ได้อยู่ในแผนการของผมเลยนะ...มาร์ครักผมงั้นเหรอ?





ผมเงียบและปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปอย่างไร้ค่า ระหว่างผมและมาร์คมันไม่ควรมีความรู้สึกแบบนี้เข้ามาเกี่ยวข้องเลยจริงๆ ผมเกลียดเขาแต่แค่ทำดีกับเขาเพื่อให้เขาตายใจ แต่นี่อาจจะเป็นความสำเร็จของการกระทำของผมก็ได้




มาร์ครักผมแล้วแสดงว่าเขาไว้ใจผม





ระหว่างที่ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ผมก็คิดหาคำพูดดีๆ เพื่อมาพูดกับอีกฝ่าย ต้องการคำพูดที่ถนอมน้ำใจและรักษาความสัมพันธ์ของเราให้มากที่สุด




อย่าคิดว่าผมเห็นใจหรือใจอ่อนให้กับอีกฝ่าย ผมก็แค่ไม่อยากให้เหยื่อของผมหายไปก็เท่านั้น


ผมกลับไปสบตากับเจ้าของดวงตาสวย สีหน้าของมาร์คเปลี่ยนไปอีกแล้วหลังจากผมเงียบใส่



“...” แต่ถึงจะมองหน้าและสบตากันผมก็ยังไม่พูดอะไรออกมา สังเกตพฤติกรรมของมาร์คแล้วเขาคงประหม่ามากพอตัว




“จะ..จินยองคงไม่ได้คิดแบบเรา” สุดท้ายอีกฝ่ายก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงผะแผ่ว ใบหน้าเรียวก้มลงมองพื้นราวกับผิดหวัง ผมเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่บางพอๆ กันแล้วบีบเบาๆ




“มาร์คคิดดีแล้วเหรอ? รู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ เหรอ?” ผมถามย้ำเพื่อความมั่นใจ มาร์คเงยหน้าสบตากับผมอีกครั้งและพยักหน้ารับ




“เราคิดดีแล้ว คิดหลายรอบมากๆ” เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจกว่าเดิม ท่าทางของผมคงไปต่อความหวังให้เขาสินะ




“แต่มาร์คก็รู้...” ว่าผมมีแจบอมตามติดเป็นเงาตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่ผมคิดแต่ไม่ได้พูดออกไป และเหมือนมาร์คจะรู้อยู่แก่ใจเขาก็เลยพูดขึ้นมา




“เรารู้ว่าจินยองมีแจบอมแล้ว...” น้ำเสียงของอีกฝ่ายแผ่วลงอีกครั้งและน้ำตาใสๆ ก็คลอที่หน่วยตาของอีกฝ่าย ผมเหลือบมองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดและลูบหลังปลอบใจ




“อย่าร้องไห้สิ” คำพูดของผมคงไปกระตุ้นต่อมน้ำตาของอีกฝ่ายแน่ๆ เพราะยิ่งปลอบมาร์คก็ยิ่งร้องไห้ “...ไว้กลับจากงานประมูลนี้แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันนะ เราอยากให้มาร์คทบทวนมันอีกครั้ง เราเองก็เช่นกัน”




ผมบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ และเช็ดน้ำตาบนใบหน้าขาวออก มาร์คพยายามหยุดร้องไห้ด้วยตัวเองและพยักหน้ารับเบาๆ รอยยิ้มแห่งความหวังผุดขึ้นมาอีกครั้งจนผมต้องยิ้มตาม




“จินยองสัญญาแล้วนะ” มาร์คทำตัวเหมือนเด็ก เขายกนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้าเพื่อจะทำสัญญากับผม ผมก็แค่เกี่ยวนิ้วก้อยของตัวเองกับอีกฝ่ายและโยกไปมาเบาๆ




“สัญญา” คำรับปากของผมทำให้มาร์คโผลกอดผมอย่างแรง อีกฝ่ายแสดงออกว่าดีใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง ผมเองก็ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าอะไรทำให้มาร์ครู้สึกแบบนี้กับผม และมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน




แต่ช่างหัวเรื่องนั้นเถอะ ตอนนี้แผนการของผมพังไม่เป็นท่า ผมต้องกลับไปคิดหาทางและแผนการใหม่แล้ว




ผมชวนมาร์คให้กลับเข้าไปในงานอีกครั้ง เราตกลงกันแล้วว่าเรื่องที่เราเพิ่งคุยกันจะต้องเป็นความลับมีแค่เราสองคนเท่านั้นที่รู้ การแสดงออกทุกๆ อย่างก็ต้องทำให้เหมือนเดิม ให้อยู่ในจุดที่เป็นเพื่อนไปก่อน



แน่นอนว่าผมทำได้อยู่แล้วล่ะ




ผมยืนอยู่กับมาร์คในงานได้ไม่นาน แจบอมก็เดินเข้ามาหาและซักถามทันทีว่าผมหายไปไหนมา ถามจนเกือบจะทะเลาะกันอีกรอบจนมาร์คต้องเอ่ยปากห้าม เราสามคนยืนอยู่ด้วยกันด้วยบรรยากาศอึมครึมและมันก็น่าอึดอัดใจมากขึ้นไปอีกเมื่อแจ็คสันเดินเข้ามา




ความรู้สึกเหมือนอกจะแตกตายเมื่อเราสี่คนยืนมองหน้ากันไปมา แน่นอนสิ มาร์คและผมต้องมีความรู้สึกแบบนั้นอยู่แล้ว เราเหมือนหนีคนรักมาเป็นชู้กันเองนั่นแหละ



คนรัก? ชู้? นี่ผมคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย




“งานนี้ไม่มีที่ให้นั่งเหรอ? ทำไมเราต้องมายืนอยู่แบบนี้ด้วย” เพราะความอึดอัดในใจของผมมันมากเกินไป ผมก็เลยเลือกที่จะพูดอะไรออกมาบ้าง คำถามของผมบวกกับสีหน้าที่หงุดหงิดทำให้แจบอมรีบดึงแขนและพาผมไปหาที่นั่งทันที




บริเวณที่แจบอมพาผมมามีคนอยู่ค่อนข้างเยอะ ผมหันหลังไปมองก็เห็นมาร์คและแจ็คสันเดินตามมา ทั้งสองคนนั้นไม่พูดอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียว มาร์คเดินนำหน้านิ่งๆ และแจ็คสันก็เดินตามหลังมาติดๆ




พวกเราสี่คนนั่งเรียงกันโดยที่มาร์คนั่งข้างๆ ผมและแจ็คสันก็นั่งข้างมาร์คอีกที ความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมาเลย ซึ่งถ้าเป็นอยู่แบบนี้ผมตายแน่ๆ อารมณ์เสียตายน่ะ




“เราควรพูดคุยกันไหม? เงียบแบบนี้มันน่าเบื่อ” พอผมพูดออกมาผมก็ได้ยินเสียงถอนหายใจจากแจ็คสัน ผมรู้แหละว่าอีกฝ่ายก็ลำบากใจเหมือนกันที่ต้องทำอะไรแบบนี้




แต่นี่มันเป็นเกมที่ผมสร้างขึ้นนะ ถ้าแจ็คสันยอมแพ้เขาก็ต้องเดินออกไปตัวเปล่า จะไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปเลย



สุดท้ายพวกเราก็สรรหาเรื่องมาคุยกันจนได้ ถึงมันจะดูเกร็งๆ หรือน่าหนักใจไปหน่อยแต่มันก็ดีกว่าไม่พูดอะไรกันเลย งานเลี้ยงในคืนนี้ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จนกระทั่งผมและแจบอมกลับมาที่ห้อง



สงครามก็เกิดขึ้นอีกครั้ง



“ไม่เอานะแจบอม ถอดออกไป!!” ผมขึ้นเสียงใส่อีกฝ่ายทันทีที่โซ่เส้นใหญ่เส้นเดิมถูกนำมาคล้องที่ข้อเท้าของผมและล็อคด้วยกุญแจอย่างแน่นหนาหลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จ แจบอมลงจากเตียงและทอดสายตามองมาที่ผมขณะที่เขาถอดชุดสูทออกจากกาย




“ก็แค่จะไปอาบน้ำ เดี๋ยวมาถอดให้” น้ำเสียงและคำพูดที่อีกฝ่ายเอ่ยบอกทำให้ผมหงุดหงิด นี่เกิดมีความคิดวิปริตอะไรขึ้นมาอีกวะ




“ถอด ออก เดี๋ยว นี้!!” ผมย้ำทีละคำและมองอีกฝ่ายด้วยสายตาโกรธแค้น แต่แจบอมก็ทำแค่หัวเราะและเดินเข้ามาใกล้ผม ริมฝีปากร้อนกดจูบลงมาที่มุมปากของผมและใช้ปลายฟันขบกัดมันเบาๆ




“เดี๋ยวออกมาถอดให้...ถอดให้หมดเลย” พูดจบก็หมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำไปไม่สนใจเสียงโวยวายด่าทอจากผมเลยสักนิด ไอ้คำพูดที่ว่าถอดให้หมดเลยของอีกฝ่ายไม่ได้หมายความว่าถอดโซ่ออกหรอกนะ เขาจะถอดเสื้อผ้าผมมากกว่า



ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต แม่งเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย!!



แจบอมหายเข้าไปในห้องน้ำได้ไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมร่างกายที่มีหยดน้ำและผ้าขนหนูพันรอบกาย ความรู้สึกเดจาวูมันวูบเข้ามา



อ่า...เมื่อวานสินะ เมื่อวานเขาก็เป็นแบบนี้



ร่างสูงเดินมานั่งลงข้างๆ ผมบนเตียง แขนแกร่งที่มีกล้ามเนื้อสวยค้ำยันผืนเตียงเอาไว้คล้ายว่าจะทาบทับร่างผมจนมิด ผมวางโทรศัพท์ที่เล่นอยู่ก่อนหน้าลงและจ้องตาอีกฝ่าย




“อะไร?” ถามด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เลยสักนิด ความหงุดหงิดมันค้างคาอยู่ในใจตั้งแต่อีกฝ่ายล่ามโซ่ผม




“...” แจบอมไม่ตอบคำถามของผมแต่เขากลับกดจูบลงมาที่ริมฝีปากแทน แรงขบเม้มบดเบียดของอีกฝ่ายทำให้คล้อยตาม แจบอมบดคลึงริมฝีปากของผมจนรู้สึกว่ามันบวมเจ่อแต่ก็ไม่มีความคิดที่จะผละหรือสะบัดหน้าหนี ผมมีแต่ความรู้สึกอยากเอาชนะ ถ้าผมผละออกมันจะแปลว่าผมแพ้



แต่แจบอมมันร้ายกว่าที่ผมคิด เขาเป็นฝ่ายผละออกและยกยิ้มใส่ผมเหมือนต้องการจะบอก สงสารหรอกนะเลยผละออกให้ อะไรทำนองนั้น ผมก็เลยฟาดฝ่ามือลงบนไหล่กว้างไร้อาภรณ์ปกปิด




“รู้นะว่าชอบอะไรที่มันเร้าใจ หึ” เขากระซิบที่ข้างหูของผมด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเพราะความต้องการของเขามันมาเต็มแล้ว และเพียงแค่ชั่วเดียวผมก็ได้ยินเสียง กึก! ดังขึ้นพร้อมกับข้อมือของผมที่ถูกรั้งด้วยโซ่อีกเส้น



“แจบอม!!” ผมมองโซ่ที่รั้งข้อมือและหันไปตวาดใส่แจบอม แต่ร่างสูงก็ทำเพียงแค่ยิ้มและไล้ฝ่ามือบนใบหน้าของผม




 “เรายังไม่เคยลองอะไรแบบนี้เลย...น่าตื่นเต้นออก”



แม่ง วิปริตมาจากไหนวะ!!!



[CUT]



















อ่านจบตอนแล้ว อย่าลืมสาดกำลังใจนะคะ :)







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1301 Lunyes (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 09:06
    แจบอมเปลี่ยนไป 55555 มาร์คมาชอบจินยองอี้กจะเป็นไงต่อไปนะ
    #1,301
    0
  2. #1242 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 20:56
    อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาเป็ยพ่อบ้านใจกล้า นี่มันอะไรกัน แต่แบบจินยองถ้าจะแก้แค้นด้วยการตอบรับคำสารภาพก็ดูจะใจร้ายกับแจบอมไปหน่อยนะ
    #1,242
    0
  3. #1221 โจอี (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 18:52
    ห้ะ มาร์คชอบจิน เอาแล้ววววว ทำไงดีละทีนี้ เรื่องอื่นจะเชียร์นะแต่เรื่องนี้อย่าเลยยยย
    #1,221
    0
  4. #1192 shierichi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 15:44
    เหยอันนี้เดาถูก มาร์คชอบจินยองจริงๆด้วย5555
    #1,192
    0
  5. #952 มะเอยเนย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 17:15
    พีคที่สุดเท่าที่อ่านมาแล้วค่ะ
    #952
    0
  6. #540 กีกี้ส์ :-*) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 19:22
    เห้ยพีคคคคคคค ไหงมาร์คมาชอบจินยองได้อะ แล้วยูคยอมนี่มาได้ไง งงไปอีกก
    #540
    0
  7. #480 ออมม่า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 18:06
    ผิดแผนแบบนี้ จินยองจะทำงัยดี
    #480
    0
  8. #462 เตี้ย ดำ แมบ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 16:54
    รอออออออออออ
    #462
    0
  9. #461 Park-Nadia (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 16:43
    อ้ากกกกคุณจินย๊องงงงง ไหง๋เป็นงี้ไปได้5555555
    #461
    0
  10. #460 Bu Beom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 13:44
    เอาแล้วไงจินยองสเนห์แรงเกินห้ามใจ
    #460
    0
  11. #459 Naniile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 12:31
    เห้ยยยยยยยย อันนี้เข็มขัดสั้นมากอ่ะ วางแผนอะไรกับแจบอมรึป่าวเนี่ยมาร์ค
    #459
    0
  12. #458 Jannie18 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 07:57
    ที่แจบอมทำแบบนี้คงมีเหตุผลมั้ง ส่วนที่มาร์คชอบจินยองนี่ว่าแล้ว ก็คอยอยู่เป็นเพื่อนขนาดนั้นอ่ะ ต้องรอดูต่อไปปป
    #458
    0
  13. #457 Ploy Snw (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 05:17
    555555555555555555555555555555555555555555555555555555555 คดีพลิกแหละจินยอง ดีใจด้วยน้าา เพิ่งเห็นแจบอมเกรี้ยวกราด จินยองปากดีอย่างงี้ เดี๋ยวได้โดนตบซะที
    #457
    0
  14. #455 ysoldevagelyn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 00:31
    เห้ยพลิกล้อค ม้ายยยย จั๋นมาเอามัคคึไปเก็บเร็ว
    #455
    0
  15. #454 PrIncE_KimkiMz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 23:41
    เห้ยยย อย่านะมาร์ค ฮือออ จินยอง หนูคงไม่คิดจะทำร้ายหัวใจเขาด้วยใช่ไม่ลูก ไม่เอานะ สงสารมาร์คอะ พี่แจบอมมม มาจัดการที ฮืออออ
    #454
    0
  16. #453 JinB (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 22:58
    ตอนนี้แบบ...ตัวละครก็เพิ่มมาอีกคน ยูคมาแล้ว ยูคเป็นใคร?? การกระทำของพี่บีอีก ล่ามโซ่น้องทำไมอะ แล้วจะทำอะไรแก้เบื่อกัน มาร์คชอบจินยองไปอี๊กก มันอะไรก๊านนน
    #453
    0
  17. #452 norrijung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 22:43
    สงสัยอีกอย่างเลยอะ ระหว่างมาร์คกับจินยอง ใคจะเป็นฝ่ายรับหละ 555555
    #452
    0
  18. #451 norrijung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 22:40
    จริงๆแล้วแจบอมรู้ตั้งแต่แรกหรือเปล่าว่ามาร์คชอบจินยอง จึงแสดงอาการแปลกๆทุกครั้งที่มีมาร์คเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แล้วทำไมต้องล่ามโซ่จินยองด้วย ในเมื่อตัวเองไม่อยู่ เพราะยังไงจินยองก็ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว หรือเห็นที่ยูคยอมเข้ามายุ่งยาก เลยไม่อยากให้เจอกับยูคยอมอีก แล้วจินยองจะทำยังไงกับมาร์คต่อไป แต่ถ้าเราคิดจะแแค้นจริงแผนนี้น่าจะดีสุด ทำให้มาร์ครัก และทำร้ายความรู้สึก จนทำให้พ่อแม่เครียดกับลูกคนนี้ได้ มันน่าจะเป็นแผนที่ดีกว่า แต่มันจะทำร้ายความรู้สึกไม่ใช่แต่พ่อแม่มาร์ค แต่จะเป็นแจบอม และแจ็คสันด้วย แต่ผลสุดท้ายจะกลัวว่าจินยองไม่เหลือใครและเลือกทำแบบพ่ออะ
    #451
    0
  19. #450 Littlenerdgirl (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 22:23
    แจบอมล่ามจินยองทำไมอ่ะ แล้วที่ทำอะไรแก้เบื่อของจินยองนี่คืออะไรอ่า มาร์คมาชอบจินยองไม่ได้นะ พี่แจบอมต้องจัดการ
    #450
    0
  20. #449 Warabiw (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 22:23
    ว้ายตายแล้ววว (เอามือกุมอกซ้าย)555 น้องมาร์คคะไม่ได้นะจ๊ะลูกกก พี่ไม่ยอม พี่บจมก็ไม่ยอมด้วย หึหึ ไปชอบแจ็คสันนู้นเลย 555/ฝันดีนะไรท์
    #449
    0
  21. #448 PatteemaS. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 20:37
    ทำอะไรแก้เบื่อกันคะ!!!
    #448
    0
  22. #447 Warabiw (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 19:19
    ยูคยอมมาแว้วววว....พี่บจมจะทำอะไรจินยองหน่าาาา...5555 /สู้ๆนะไรท์ ยังรอเสมอ ไฟท์ติ้ง
    #447
    0
  23. #446 PrIncE_KimkiMz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 01:35
    รอดูยุทธการของพี่แจบอมเค้าค่ะ ปรามจินยองให้อยู่นะ
    #446
    0
  24. #445 norrijung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 01:08
    ทุกคนก็คงสงสัยว่ายูคยอมเป็นใครมาจากไหนแล้วรู้จักจินยองได้ไง
    เจบีคงเป็นคนใจเย็นกับจินยองมากอะ ขนาดโดนจินยองแผงฤทธิ์ขนาดนี้ ยังยอมขนาดนี้เลย คงแอบบรักจินยองมานานมากแล้วใช่ไหม
    มาร์คต้องเริ่มสงสัยจินยองหรือเปล่า รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #445
    0
  25. #444 Jannie18 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 00:20
    แจบอมจะทำไรอ่ะ เราคาดหวังอยู่นะ อิอิ
    #444
    0