จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 10 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    17 มี.ค. 61

ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรง โลกมืด และ18+ 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก เหม่ยเหงามาก เข้ามาหาหน่อยน้าา 


| EP.09 |


ทุกอย่างมันรวดเร็วจนผมตามแทบไม่ทัน หลังจากที่แจบอมบอกว่าต้องกลับโซลด่วน เขาก็พาผมไปเก็บข้าวของและขึ้นรถมากับเขา น่าแปลกใจที่ตอนเข้าไปในห้องผมก็ไม่เจอมาร์คแล้ว ข้าวของของเขาหายไปหมดเหมือนว่าเขากลับไปแล้ว




อะไรกันวะไม่บอกกันสักคำ




ผมหลับและตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในห้องๆ หนึ่ง มันหรูหราเกินกว่าจะเป็นห้องของผมและผมก็มั่นใจว่าไม่ใช่ห้องของโรงแรงหรูๆ แน่นอน กรอบรูปขอบสีทองดูมีราคาที่ตั้งอยู่ข้างเตียงบ่งบอกชัดเจนว่านี่เป็นห้องของแจบอม




แต่เจ้าของห้องไปไหนนะ




ผมเลิกผ้าห่มออกจากตัวและก้าวลงจากเตียง ห้องนอนของเขาใหญ่โตมากๆ จนผมก็แอบคิดว่าถ้าอยู่คนเดียวคงเหงา...เหงาเหรอ? คนอย่างแจบอมน่ะเหรอ?





ให้ผมนึกเล่นๆ นะ ถ้าก่อนที่เขาจะมาเจอผม เขาคงพาคู่นอนสวยๆ ของเขามากกที่นี่แหละ ดูสิเตียง จุคนได้ไม่ต่ำกว่าห้า





ผมสำรวจไปทั่วห้องอย่างเพลินๆ และสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่หัวเตียง กรอบรูปบานใหญ่สะดุดตาทำให้ผมอยากรู้อยากเห็น ในนั้นเป็นรูปครอบครัวที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นแจบอมและพ่อแม่ของเขา ผู้ชายในรูปดูดีคนนี้คือพ่อของเขาและผู้หญิงที่ยิ้มสวยๆ ก็คงเป็นแม่ ส่วนเด็กที่นั่งอยู่ตรงกลางก็เป็นแจบอมเอง




ความรู้สึกในรูปมันสื่อออกมาว่าเขามีความสุข...ใช่สิ อยู่กับครอบครัวจะไม่มีความสุขได้ยังไง





แล้วอยู่ดีๆ ผมก็พาลคิดไปถึงชีวิตของตัวเอง รูปครอบครัวของผมก็มีแต่ตอนนี้มันถูกเก็บเข้าลังและไปอยู่ในห้องเก็บของ ทุกสิ่งอย่างที่แสดงว่าผมมีพ่อแม่นั้นหายไปจากชีวิต ไม่เหลืออะไรแล้วนอกจากภาพความทรงจำในหัว





“ฮึก...” น้ำตาหยดใสไหลอาบแก้มตอนไหนไม่รู้ ภาพในหัวตีกันยุ่งจนผมรับไม่ไหว รอยยิ้ม น้ำตา เสียงหัวเราะ เลือด ทุกอย่างมันวนลูปในหัวจนผมรู้สึกมึน




ไม่...





“ตายแล้ว!” เสียงนุ่มปนตกใจดังขึ้นขณะที่ผมทรุดลงนั่งกับพื้นและยกมือขึ้นกุมศีรษะ สัมผัสอ่อนโอนที่ข้างลำตัวทำให้ผมพยายามเงยหน้าดู ใบหน้าใจดีของผู้หญิงวัยกลางคนลอยเด่นอยู่ใกล้ๆ สีหน้าของเธอดูตกอกตกใจเป็นอย่างมาก




“...”





“พวกเธอมาช่วยคุณเขาสิ มัวยืนทำอะไร” เธอหันไปบอกใครก็ไม่รู้ด้วยน้ำเสียงดุๆ จากนั้นร่างของผมก็ถูกพยุงให้ยืนขึ้นและนั่งลงบนเตียง อาการปวดหัวยังคงมีแต่น้อยลงจากเดิม น้ำตาเฉอะแฉะยังคงอาบแก้มของผมและก็ถูกเช็ดออกไปโดยฝ่ามืออวบของผู้หญิงตรงหน้า





“...”





“เป็นอย่างไรบ้างคะ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เธอก้มลงมาถามผมด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ผมพยายามฝืนอาการตัวเองและส่ายหน้าตอบ





“ไม่ครับ...ไม่” ผมส่ายหน้าจนเส้นผมสะบัด แต่เหมือนเธอจะไม่เชื่อผมเท่าไหร่ เพราะประโยคที่เธอพูดออกมา





“ปากแข็งอย่างที่คุณแจบอมบอกจริงๆ ด้วย นี่ๆ เธอน่ะไปเอายามาให้คุณเขาสิ” เขาบ่นผมในประโยคแรกและหันไปหาเด็กสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล เธอพยักหน้ารับและวิ่งออกไปทันที





พอได้กินยาแก้ปวดและนั่งพักสักครู่ อาการของผมมันก็ดีขึ้น ผมมองไปรอบๆ ห้องเห็นเด็กสาวกำลังช่วยกันทำความสะอาด และพอหันกลับมาก็เจอหญิงวัยกลางคนยืนส่งยิ้มมาให้





“...” ผมเงียบไม่พูดอะไร จ้องแค่รอยยิ้มของเธอเท่านั้น รอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจ





“ดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ? ถ้าดีขึ้นแล้วก็ลงไปทานมื้อเย็นเถอะค่ะ คุณแจบอมน่าจะรออยู่” เธอบอกกับผมด้วยน้ำเสียงสุภาพ ผมแค่ฟังแต่ไม่ขยับ ยังไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น






“ที่นี่คือ?...” คำถามโง่ๆ หลุดออกจากปากของผม หญิงตรงหน้ายิ้มให้น้อยๆ





“เป็นบ้างของคุณท่านค่ะ และนี่ก็คือห้องนอนของคุณแจบอม” คำตอบของเธอไม่ได้ทำให้ผมตกใจหรืออะไรหรอก มันเป็นอย่างที่คิดไว้ตอนแรกจริงๆ ด้วย ผมพยักหน้ารับและลุกขึ้นยืน





“ช่วยพาผมไปหาแจบอมหน่อยครับ” ผมบอก หลังจากนั้นเธอก็เดินนำหน้าผมไป บ้านหลังใหญ่ของแจบอมมีเด็กสาววัยรุ่นกระจายตัวเต็มไปหมด พวกเธอหันมามองผมและก้มหน้าก้มตาเหมือนเกรงกลัวซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมกัน





“เด็กๆ พวกนี้เป็นเด็กกำพร้าน่ะค่ะ คุณแจบอมจ้างมาให้ทำความสะอาด ค่าตอบแทนก็เป็นค่าเทอมและค่าขนมทุกๆ เดือน” เหมือนผู้หญิงที่เดินนำหน้าผมอยู่คงเห็นท่าทางสงสัยของผมล่ะมั้งเธอเลยอธิบายออกมาทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ถาม แต่ผมก็พยักหน้ารับ “ป้าชื่อจูยองนะคะ” แล้วเธอก็แนะนำตัว





“ครับ ผมจินยอง” ผมบอกแค่นั้นแล้วก็เดินตามป้าจูยองไปจนถึงห้องครัว ป้าส่งผมแค่หน้าประตูและเดินออกไป ผมมองเข้าไปในครัวเห็นผู้ชายร่างสูงยืนอยู่หน้าเตา





สงสัยทำอาหารอยู่





“แจบอม!” แต่แทนที่ผมจะสนใจสิ่งที่เขาทำ ผมกลับเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว เจ้าของชื่อหันมาหาผมพร้อมรอยยิ้ม





“ตื่นแล้วเหรอ? หิวไหม?” เขาถามราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมขมวดคิ้วเป็นปม





“นี่มันเรื่องอะไร?” คำถามของผมทำให้แจบอมวางมือจากเตาและหันมาคุยกันดีๆ ร่างสูงเดินมาหยุดตรงหน้าผมพร้อมฝ่ามือหนาแตะลงมาที่ข้างแก้ม ลูบไล้เบาๆ ก่อนจะกดจูบ





“เรื่องไหนล่ะ?” เขาย้อนถาม ซึ่งทำให้ผมหัวเสีย





“ก็เรื่องที่พาฉันกลับมานี่ไง ไหนบอกด่วน แล้วนี่อะไร?” ผมพูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวจนเด็กสาวแถวๆ นั้นสะดุ้ง แจบอมกระตุกยิ้มนิดหน่อยพร้อมยักไหล่ใส่ผมอย่างไม่แคร์





“ด่วนจริงๆ แต่ไม่ใช่วันนี้” เขาบอกและทำท่าจะเดินไปที่เตาต่อ แต่ผมก็รั้งแขนหนาเอาไว้





“มันไม่มากไปหน่อยหรือไง? นายไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้”




“หยุดพูดแล้วมากินข้าวกันเถอะ มื้อนี้ฉันทำเพื่อนายเลยนะ...ที่รัก”





แจบอมบอกด้วยน้ำเสียงธรรมดา จากนั้นก็โน้มใบหน้ามากระซิบที่ข้างหูของผมจนคำว่า ที่รัก ลอยชัดอยู่ในหู




ที่รัก...งั้นเหรอ?





“เหอะ!” ผมหัวเราะในลำคอและสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น รู้สึกหัวร้อนทุกครั้งที่แจบอมทำแบบนี้ใส่ เขาเป็นคนประเภทที่ชอบบังคับและค่อยมาทำดีตบท้าย เป็นแบบนี้บ่อยจนผมเอือมระอา




แจบอมกดให้ผมนั่งลงบนเก้าอี้ในครัว จากนั้นเขาก็ยกอาหารที่ทำเสร็จแล้วมาวางไว้และตามด้วยจานข้าว ร่างสูงเดินไปเดินมาอีกสักครู่ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนออกและนั่งลงตรงข้ามผม




คำถามในหัวคือ...





“ทำไมไม่ใช้แม่บ้าน” ผมไม่ได้อยากจะงอมืองอเท้าให้คนอื่นมาทำทุกอย่างให้หรอกนะ แต่ดูขนาดบ้านและดูจำนวนคนที่เดินไปเดินมานี่สิ ถ้าเป็นบ้านอื่นก็คงกระดิกนิ้วนั่งรอ แต่สำหรับแจบอมมันไม่ใช่





ส่วนเหตุผล...





“คนอื่นเขาก็มีงานที่ต้องทำ หิวก็หากินเองสิ ง่ายๆ” เขาลอยหน้าลอยตาอย่างกวนประสาทผมและก้มลงตักข้าวกิน แกล้งทำเป็นหูทวนลมตอนที่ผมสบถหยาบใส่ และรู้อะไรไหม เด็กสาวหลายคนที่ได้ยินตอนที่ผมด่าแจบอมทำหน้าตาตกตะลึกกันเป็นแถว





ทำไมล่ะ...ด่าไม่ได้เหรอ?





มื้อเย็นผ่านไปท่ามกลางบรรยากาศเงียบๆ ที่ผมจงใจสร้างขึ้น แจบอมจัดการล้างจานชามดุจว่านี่คือบ้านผมและเขาจำเป็นต้องทำ ส่วนผมก็นั่งอยู่เฉยๆ ดูอีกฝ่ายทำทุกๆ อย่าง ไม่คิดจะเข้าไปช่วยหรอกนะ สำหรับคนที่หลอกผมมาอย่างเขาก็ควรที่จะทำเอง




“โทรศัพท์ฉันอยู่ไหน?” ผมเพิ่งนึกออกว่าถูกอีกฝ่ายยึดโทรศัพท์ ก็เลยถามหา แจบอมหันมายิ้มแต่ไม่ตอบ “บอกมา อย่ากวนประสาท”




“ถามทำไม?” แล้วเขาก็ย้อนถามกลับมา





“ก็จะใช้ จะโทรหามาร์ค จะถามทำไมนักหนาวะ!!” เขาทำเหมือนผมเป็นเด็กใต้อาณัติที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย จนผมต้องวีนออกมาอีกครั้ง แต่แจบอมก็นิ่งเฉยไร้อารมณ์ตอบสนอง





เขาคว่ำจานใบสุดท้ายและเช็ดมือจนแห้งสนิท จากนั้นก็เดินมาหาผม ใช้แขนทั้งสองคร่อมตัวผมและเท้าไว้กับขอบโต๊ะ จนใบหน้าของเราใกล้กันแค่คืบและรับรู้ถึงลมหายใจที่รดรินอยู่บนแก้ม





“แล้วทำไมต้องโทรหามาร์คด้วย?” คำถามพร้อมน้ำเสียงยียวนของอีกฝ่ายทำให้ผมยกมือขึ้นทุบไหล่




“แล้วทำไมต้องตอบวะ?”





“หึ ก็เป็นผัวไง ตอบได้ยัง?”




โอ้ย! วันนี้เขาย้ำว่าเป็นผัวผมกี่ครั้งแล้วล่ะ หงุดหงิดว่ะ จะแสดงตัวอะไรนักหนา





น่ารำคาญ!

 






นี่เป็นอีกครั้งที่ผมต้องมาปั้นหน้ายิ้มแย้มให้กับคนมากมายที่ไม่รู้จักเลยสักนิด แขกเหรื่อมากหน้าหลายตาพากันตบเท้าเข้ามายังงานเลี้ยง ไม่สิ งานประมูลอะไรสักอย่างที่มีมูลค่าสูงมากๆ ต่างหาก ผมและแจบอมกลายเป็นตัวแทนจาก I กรุ๊ป




จริงๆ ก็แค่แจบอมนั่นแหละ แต่อีกฝ่ายลากผมมาด้วย





ถ้าถามถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์มันก็คงเริ่มตั้งแต่เมื่อวาน ป้าจูยองเอาชุดสูทหรูหรามาให้ผมและแจบอมถึงห้อง ทันทีที่เห็นผมก็ถามเขาและคำตอบที่ได้รับก็คือการเป็นตัวแทนของ I กรุ๊ป





นาทีแรกที่ได้ยินผมปฏิเสธหัวชนฝาเพราะผมรู้ว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของผมเลย แต่เพราะแจบอมไม่ยอมให้ผมปฏิเสธอะไรเขาเลยไง สุดท้ายเขาก็ลากผมมาด้วย





“ยิ้มหน่อยสิ” พอแขกคนอื่นเดินห่างออกไป หน้าตาของผมที่เคยยิ้มแย้มก็กลับมางอง้ำเหมือนเดิม ร่างสูงกระซิบบอกจนผมต้องตวัดสายตาไปมองและเบะปากใส่





“ทำไมต้องยิ้มด้วยวะ ไม่ได้อยากมาซะหน่อย” ผมบอกไปแบบนั้นและมันก็เรียกเสียงหัวเราะจากแจบอมได้ดี ร่างสูงส่งมือหนามาวางไว้บนศีรษะของผมและขยี้ไปมา





“ถือว่าช่วยกันทำมาหากินสิที่รัก” ประโยคบ้าๆ ของอีกฝ่ายทำให้ผมยกมือปัดฝ่ามือของเขาออกทันที เกลียดคำว่าที่รักที่แจบอมชอบพูดให้ผมฟังที่สุด ฟังแล้วมันขนลุกไปทั้งตัว





แล้วที่บอกว่าช่วยทำมาหากินน่ะมันก็มีนัยแฝงอยู่ คิดเหรอว่าการที่มางานแบบนี้แจบอมจะชื่นชอบน่ะ เขาเกลียดมันยิ่งกว่าอะไร แต่เพราะเขาไปตบปากรับคำกับพ่อของเขาแลกกับการใช้ชีวิตอิสระไปอีกหลายปี




ดูๆ แล้วก็เหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันยิ่งกว่ามีอีก





“น่ารำคาญว่ะ” ผมกระแทกเสียงใส่และเดินเลี่ยงออกไปทันที งานประมูลบ้าบออะไรนี่ก็แปลกพิสดารเหลือเกิน แทนที่จะจัดในโรงแรมหรูกลับมาจัดบนเรือสำราญขนาดใหญ่และมันกำลังแล่นอยู่ในแม่น้ำ ไม่สิ ต้องเรียกว่าทะเลมากกว่า





มันไม่มีทางเลือกอะไรเลยนะ ทุกคนบนเรือจะมีห้องพักส่วนตัว ซึ่งแน่นอนว่าผมและแจบอมก็มีเหมือนกัน เราไปดูห้องของเรามาแล้วล่ะ มันก็เหมือนห้องหรูๆ ตามโรงแรมนั่นแหละเพียงแค่ว่ามันอยู่บนเรือ





ระหว่างที่ผมกำลังมองหาเครื่องดื่มเย็นๆ สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่ผมคิดถึงมากๆ หึ





“มาร์ค!” ผมตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายและโบกมือไปมา เจ้าของชื่อหันมามองพร้อมรอยยิ้มดีใจ จากนั้นเขาก็รีบเดินมาหาผม





“จินยองก็มาเหรอ? อ่า วันนั้นขอโทษนะที่กลับก่อน” เขาถามผมได้ไม่เท่าไหร่ก็เปลี่ยนมาขอโทษซะแล้ว ผมยกยิ้มและส่ายหน้า





“ไม่เป็นไรหรอก แล้วนี่มากับใคร?” ผมพาอีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง มาร์คยิ้มบางๆ และชี้ไปยังอีกฝั่งของเรือ ผู้หญิงและผู้ชายวัยกลางคนในชุดดูดีกำลังยืนยิ้มให้กับคู่สนทนา มองแค่ครู่เดียวผมก็รู้แล้วว่าเป็นใคร




พ่อของมาร์คกับแม่ของผม





พอเห็นภาพๆ นั้นความรู้สึกในใจของผมมันก็ปะทุขึ้นมา เกลียดเหลือเกินรอยยิ้มสวยๆ ของผู้หญิงคนนั้น เกลียดมากที่เธอมีแววตายินดี เกลียดที่เห็นเธอมีความสุขในขณะที่ผมทุกข์แทบตาย




เกลียด!!





“จินยอง!” เสียงของมาร์คเรียกชื่อผมดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือของอีกฝ่ายที่เขย่าแขนของผมรัวๆ ผมละสายตาจากแม่มามองมาร์ค สีหน้าของอีกฝ่ายดูไม่ดีเลยสักนิด “จินยองเป็นอะไร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ผมส่ายหน้าและแกะมือเขาออก





“เปล่า เราโอเค ขอตัวก่อนนะ” ผมบอกและเดินแยกออกไป มาร์คไม่ได้เดินตามมา เขาคงอยากให้ผมอยู่คนเดียวด้วยล่ะมั้ง ซึ่งมันก็ดี ผมเดินเลี่ยงออกจากบริเวณที่มีคนเยอะๆ เดินมาจนถึงระเบียงโล่งใกล้ๆ หัวเรือ ลมทะเลปะทะกับใบหน้าจนผมรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว





แต่มันก็คงไม่มากเท่าจิตใจ





ท้องทะเลยามค่ำคืนมันช่างดูโดดเดี่ยวและวังเวง มองไปทางไหนก็มีแต่ความว่างเปล่า ได้ยินแค่เสียงคลื่นน้ำกระทบกับตัวเรือเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผมปล่อยความคิดของตัวเองให้ล่องลอยอีกครั้ง





อยู่ๆ ก็รู้สึกสับสนขึ้นมา เหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตมันตีรวนเข้ามาจนผมต้องหลับตาลง ทั้งภาพทั้งเสียงมันแย่งกันฉายชัดจนผมลำดับไม่ถูก ความคิดหนึ่งมันวูบเข้ามาในหัว ผมเหนื่อยกับทุกสิ่งทุกอย่าง จนบางทีก็ไม่อยากทำอะไร





หรือว่าผมควรหยุดเพียงแค่นี้




“โอโห...นั่นใครน่ะ?” เสียงแปลกๆ ของใครสักคนดังขึ้นเรียกความสนใจให้ผมต้องหันไปมอง ร่างสูงในชุดสูทดูดีมากๆ ยืนอยู่ตรงข้ามกับผมห่างกันไม่ถึงเมตร ใบหน้าของอีกฝ่ายมีรอยยิ้มประดับและตอนนี้ก็กำลังส่งยิ้มมาให้ผม





แต่ผมก็เลือกที่จะเงียบและเมินเขาไป คนไม่รู้จักกันจะคุยกันเพื่ออะไรล่ะ




“...”





“หืม? นี่เมินกันเหรอ?” แต่เหมือนเขาจะไม่สนใจท่าทีของผมเลย ร่างสูงกว่าเดินเข้ามาใกล้ผมอีกนิดและก็เสียมารยาทโดยการชะโงกหน้ามามองใบหน้าของผมจนใบหน้าของเราใกล้กันเกินเหตุ ผมผงะออกและชักสีหน้าใส่





“ทำบ้าอะไร?” อีกฝ่ายหัวเราะทันทีที่เห็นว่าผมหงุดหงิดและหยาบคายใส่ มันก็น่าอยู่หรอกนะ แม้แต่ชื่อยังไม่รู้เลยแล้วมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้ใส่ผม





“อย่าเพิ่งโกรธสิ” เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวราวกับว่ากำลังยอมแพ้ แต่คำพูด แววตาของอีกฝ่ายดูสนุกมากกว่าสำนึก




“...” ผมไม่สนใจเขาและทำท่าจะเดินหนี แต่เขาก็รั้งแขนผมไว้ก่อน





“ฉันชื่อยูคยอมนะ นายชื่ออะไร?” แล้วเขาก็แนะนำตัวโดยที่ผมไม่ได้ถาม ผมสะบัดแขนออกและถอยห่าง





“ไม่จำเป็นต้องบอกมั้ง” ว่าจบผมก็เดินหนีออกไปทันที ไม่ได้กลัวไม่ได้เกรงเพียงแค่ไม่ชอบการกระทำของผู้ชายคนนี้ และขณะที่ผมกำลังเดินห่างออกมาเรื่อยๆ ผมก็ได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจจากอีกฝ่าย พร้อมกับคำพูดที่เขาตะโกนไล่หลังมา





“อยากรู้จักนะ...ปาร์คจินยอง!





หมอนี่รู้จักผมได้ยังไง...






ผมเดินกลับมาหาแจบอมด้วยท่าทางหงุดหงิดยิ่งกว่าตอนเดินหนีออกไป ทันทีที่แจบอมเห็นสีหน้าของผมเขาก็รีบเดินเข้ามาหาและซักถาม ผมตอบส่งๆ ไปเพราะรำคาญ มันหงุดหงิดไปหมดทุกอย่างเลย





งานประมูลบ้าบอนี่ดำเนินไปเรื่อยๆ แล้วผมก็ต้องมานั่งหงุดหงิดกับมันอีกเพราะสรุปแล้วว่าไม่ได้เริ่มประมูลกันวันนี้แต่จะเริ่มอีกสองวันข้างหน้า และที่โคตรน่าโมโหคือทุกคนในที่นี้จะต้องใช้ชีวิตบนเรือสำราญลำนี้ตลอดเวลา รวมๆ เวลาแล้วก็น่าจะห้าวันเป็นอย่างต่ำ





เมื่องานเลิกทุกคนก็ต่างพากับเข้าห้องพัก ผมจัดการอาบน้ำและมานอนบนเตียงด้วยท่าทางสุดเซ็ง อยากด่าแจบอมด้วยที่ลากผมมาในที่ที่มันโคตรน่าเบื่อ เบื่อคุณหญิงคุณนายที่ลากชุดราตรีมาฟาดฟันกัน เบื่อพวกที่คอยจับผิดและซุบซิบเรื่องของผมกับแจบอม เบื่อแม่งทุกอย่างเลยเว้ย!!




“ดูทำหน้าสิ” เสียงทุ้มที่คุ้นชินดังขึ้น ผมตวัดสายตาไปมองคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำแถมยังไม่ได้แต่งตัว ผ้าขนหนูผืนเดียวที่ถูกพันลวกๆ ไว้รอบเอวทำท่าจะหลุดไม่หลุดแหล่แต่เขาก็ไม่ได้แคร์เลย เหมือนเตรียมตัวเตรียมใจมาแล้วถ้าหากมันหลุดจริงๆ





“ก็มันเบื่อนี่ น่าเบื่อฉิบหาย!” ครั้งนี้มันน่าเบื่อจริงๆ จนผมต้องสบถคำหยาบออกมาหลายๆ คำ แจบอมได้ยินแล้วก็ยกยิ้มพร้อมเสียงหัวเราะชอบใจ ชอบเหรอที่ผมหยาบคายแบบนี้ ไอ้โรคจิต!!





“ก็อดทนหน่อยสิ ฉันยังทนเลย” เขาบอกและเดินมาประชิดตัวผม ฝ่ามือหนาแนบลงที่แก้มนิ่มของผมและลูบไล้เบาๆ “หรือจะหาอะไรทำแก้เบื่อ?” คำถามจากปากของอีกฝ่ายทำให้ผมขมวดคิ้ว อยู่บนเรือที่ไม่มีทางออกไปไหนแบบนี้ยังจะหวังหาอะไรทำแก้เบื่ออีกเหรอ





แม่งไม่เห็นจะเป็นไปได้เลย




“ทำไร?”




“ก็แบบว่า....”




ก๊อก ก๊อก ก๊อก




แต่ก่อนที่แจบอมจะบอกอะไรกับผม ประตูห้องก็ถูกเคาะ แจบอมผละออกจากผมและเดินไปดูก่อนจะกลับเข้ามาพร้อมรถเข็นที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาแพงวางอยู่ด้านบน ริมฝีปากหยักยกยิ้มอีกครั้งและยื่นแก้วเครื่องดื่มมาให้ผม




ผมรับแก้วมาพร้อมจรดริมฝีปากดื่มมันทันที ของเหลวไหลลงคอจนหมดในเวลาอันรวดเร็วและผมก็ยื่นแก้วไปให้แจบอมเติมให้อีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง




ผมจำไม่ได้หรอกว่าตัวเองดื่มไปเยอะแค่ไหน ภาพสุดท้ายที่จำได้คือผมเห็นแจบอมฉวยเอาแก้วของผมไปและเขาก็มานั่งข้างๆ ผมบนเตียง ฝ่ามือร้อนๆ นั่นไล้ไปตามร่างกายของผมจนรู้สึกวูบวาบแปลกๆ




...แล้วผมก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย









อ่านจบตอนแล้ว อย่าลืมสาดกำลังใจนะคะ :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1191 shierichi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 15:33
    จริงๆแจบอมอาจจะรู้จักมาร์คมาก่อนก็ได้นะ....
    #1,191
    0
  2. #1040 bibimbua (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 23:53
    มาร์คกับแจบอมเป็นอพไรกัน
    #1,040
    0
  3. #933 มะเอยเนย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 22:59
    ถ้าจะหวงกันขนาดนี้อะนะ
    #933
    0
  4. #539 กีกี้ส์ :-*) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 19:10
    แง่ะ ความผัวของแจบอมอะเอาจริงงง แจบอมทำเหมือนรู้ทุกเรทาองแล้วอะ รีแอคของมาร์คก็ดูแปลกๆด้วย
    #539
    0
  5. #437 ออมม่า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 19:33
    แจบอม เริ่มแล้วแน่ ๆ หลังจากที่นิ่งดูมานาน
    #437
    0
  6. #431 PrIncE_KimkiMz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 14:16
    เราว่าจบมต้องรู้ทุกเรื่องแน่ๆเลย ทำไมดูเป็นคนมีเบื้องหลังเยอะงี้อะ จะหักมุมมั้ยอะ แบบจริงๆแล้วแม่จินยองรักกับพ่อมาร์คก่อนงี้อะ หนูจะเลิกดื้อมั้ยจินยอง
    #431
    0
  7. #430 SuthidaPhloiram (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 13:41
    สงสารแจบอมมากกกกกกก
    #430
    0
  8. #429 TuesThursday (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 08:26
    ฮื่อออออออออออ เลิกดื้อได้แล้ววววววววว
    #429
    0
  9. #428 Warabiw (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 07:38
    สู้ๆนะไรท์
    #428
    0
  10. #427 เตี้ย ดำ แมบ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 06:53
    รออออออออออ
    #427
    0
  11. #425 Naniile (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 10:05
    เอ้า รีบกลับไปเคลียร์แล้วรีบกลับมาหรือจะลากจินยองไปด้วย ก็เอาสักอย่างเถอะ. ค้างงงงงงง
    #425
    0
  12. #424 Jannie18 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 00:43
    นั่นซิ ใครโทรมานะ
    #424
    0
  13. #423 Bu Beom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 09:27
    ค้างไปสิคะทั้งเราและแจบอม555เอ๊ะรึว่าจินยองก็แอบค้างอิ๊วววว
    #423
    0
  14. #420 Aya1111 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 00:32
    เออ ใช่ คือพี่แจบอมนี่เค้าพูดอะไรก็จะเชื่อหมดงี้ไม่ได้นะ ไม่เอาพระเอกโง่นะ 55555555
    #420
    0
  15. #419 Warabiw (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 23:16
    เอ้า!รีบเลยแจบอม กลับโซลด่วน รีบทำไมกลับทำไม มีอะไร ม่ะเพลงมา....*ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย.....5555/สู้ๆนะไรท์
    #419
    0
  16. #418 cinncookie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 23:08
    หือ กลับโซลหรอ? เกิดไรขึ้น รอค่ะ
    #418
    0
  17. #417 norrijung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:59
    หึงอะไรขนาดนั้นคุณอิมแจบอม แล้วเกิดอะไรขึ้นเพิ่งเดินทางมาถึงเอง ไม่ทันไรต้องกลับโซลแล้ว และที่สำคัญนี้ที่กลับเนี้ยต้องเอาจินยองไปด้วยหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้น
    #417
    0
  18. #416 Ploy Snw (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:46
    ขี้หึงจริงพี่แจบอม มีเรื่องอะไรละเนี่ยย
    #416
    0
  19. #415 TuesThursday (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:45
    เอ้าาาาาาาาา แจบอมเป็นไรเนี่ยยยยย
    #415
    0
  20. #414 เตี้ย ดำ แมบ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:42
    รอออออออออออออ
    #414
    0
  21. #413 janisminepp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 20:43
    สาดรัวๆ รอนะคะไรท์สู้ๆ
    #413
    0
  22. #412 Warabiw (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 20:24
    สาดเข้าไปชุดใหญ่ไฟปิ๊บๆๆ 5555 สู้ๆนะ
    #412
    0
  23. #411 JinB (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 19:39
    สาดใจไปค่าาา อยากรู้แล้วว่าแจบอมจะทำยังไงต่อ
    #411
    0
  24. #409 norrijung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 19:23
    อยากรู้ว่าแจบอมจะทำอย่างไงแล้วจินยองจะแก้ตัวด้วยวิธีไหน
    #409
    0
  25. #407 Iamdeeney (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 14:15
    อยากอ่านแย้ววววววว~<3
    #407
    0