จบ | [FIC GOT7] - Don't say อย่า(ถามหา)รัก #BNIOR

ตอนที่ 1 : Don't say อย่า(ถามหา)รัก : EP.00

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    25 ม.ค. 63

คำเตือน โปรดอ่านทอล์กทุกครั้ง ไม่อ่านจะตกข่าวนะคะ
สามารถติดต่อ พูดคุยกับเหม่ยได้ที่ 
1.Twitter : @PN__97

2.PAGE FB : Writer_Pn

3.ตามหวีดได้ที่ #อย่าถามหารัก





| EP.00 |


การที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้เพียงลำพัง มันยากและลำบากมาก...ผมไปทำอะไรให้ ทำไมทุกคนถึงปล่อยมือจากผม นึกๆ ดูแล้วก่อนที่ผมต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียว ผมเคยมีพ่อและแม่ มีครอบครัวที่เพียบพร้อมและมีความสุข ผมมักจะได้ยินพ่อและแม่พร่ำบอกว่ารักกับผมในทุกๆ คืนก่อนเข้านอน

รัก...

พ่อกับแม่รักลูกนะ

น่าขำเหลือเกินที่คำบอกรักนั้นไม่เป็นจริงเอาซะเลย ซ้ำยังกลายเป็นคำพูดที่วนซ้ำอยู่ในหัวราวกับเปิดเทปวนไว้ นอกจากนั้นมันยังเป็นฝันร้ายในทุกๆ คืนที่ผมจะต้องเจอ ใช่ ผมมักจะสะดุ้งตื่นทุกครั้งที่ฝันถึงคำบอกรักพวกนั้น

นั่นเลยทำให้ผมไม่เชื่อในความรักอีกเลย ผมไม่เชื่อหรอกว่าจะมีคนมารักผมจริงๆ เพราะขนาดพ่อกับแม่ที่บอกรักผมทุกวันยังทิ้งผมไปได้เลย...ไม่มีหรอกความรักที่แท้จริงน่ะ

 

 

เมื่อห้าปีก่อน

หลังจากเลิกเรียน ผมก็รีบนั่งรถประจำทางกลับมาบ้านทันที เพราะวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของผม เมื่อตอนเช้าพ่อกับแม่บอกว่าได้เตรียมของขวัญสุดพิเศษไว้ให้ผมแล้วและบอกให้ผมรีบกลับ วันทั้งวันผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ แอบลุ้นอยู่ในใจลึกๆ ว่าพ่อต้องซื้อรถบังคับรุ่นใหม่ล่าสุดและแม่จะต้องซื้อชุดเครื่องเล่นเกมสุดมันมาให้ผมแน่ๆ

ผมหวังแบบนั้น

พอกลับมาถึงบ้าน ผมก็รีบวิ่งเข้ามาข้างในจนถึงห้องนั่งเล่น เห็นกล่องของขวัญที่วางไว้บนโต๊ะแต่ผมไม่เห็นพ่อกับแม่เลย ผมเดินหาพวกเขาทั้งสองคนทั่วบ้าน ในห้องครัวก็ไม่มี หลังบ้านก็ไม่อยู่ ผมจึงตัดสินใจขึ้นไปข้างบนชั้นสอง

ผมค่อยๆ เดินไปตามทางเดิน ในใจก็เต้นตึกตักเพราะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ในตอนนั้นผมคิดเพียงแต่ว่าพ่อกับแม่อาจจะแอบเซอร์ไพรส์ผมอยู่แน่ๆ

มันต้องใช่

ผมเดินมาหยุดตรงหน้าห้องนอนของพ่อและแม่ ประตูห้องเปิดแง้มไว้นิดหน่อยผมก็เลยค่อยๆ ดันเปิดออก แต่ภาพที่ผมเห็น...มันไม่ใช่อย่างที่ผมคิดไว้เลย

ไม่มีการเซอร์ไพรส์ให้ผมดีใจอย่างที่คาดหวังไว้ มีแต่ภาพที่พวกเขาทั้งสองคนกำลังร่วมรักกัน...อย่างเร่าร้อนและดุดัน

ผมเห็นพ่อใช้มือบีบที่ลำคอของแม่ สอบกายเข้าหาแม่อย่างรุนแรงซ้ำยังใช้มืออีกข้างบีบขย้ำไปที่หน้าอกของเธอจนเกิดรอยแดง ดูแล้วมันไม่ใช่การแสดงออกว่ารัก

กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าอย่าเล่นชู้อีก...ทำไมไม่จำ!!

เสียงที่พ่อเอ่ยออกมาทำให้ผมตกใจ น้ำเสียงที่ดุดันแถมยังมีคำว่าเล่นชู้หลุดออกมาด้วย มันไม่ใช่คำที่เข้าใจยากเกินไปสำหรับเด็กอายุสิบสามปีเลย ผมเข้าใจ...เข้าใจว่าแม่...มีชู้

โอ๊ย! ปล่อยนะ...ปล่อย!แม่พยายามดิ้นให้หลุดจากแรงยึดเหนี่ยวของพ่อ แต่แม่ก็ทำได้ไม่มากนัก เธอไม่มีกำลังสู้พ่อได้หรอก ในตอนนั้นผมอยากวิ่งเข้าไปช่วยแม่ให้หลุดจากแรงกำลังของพ่อ แต่ผมก็กลัวเหลือเกิน น้ำเสียงของพ่อที่พูดกับแม่ทำให้ผมกลัว ผมเพิ่งจะเคยได้ยินพ่อพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้เป็นครั้งแรก

กูไม่ปล่อย กูจะเอาจนกว่ามึงจะจำ!!

ผมตกใจที่พ่อตะคอกใส่แม่เสียงดังเลยเผลอปัดมือใส่ประตูจนมันเกิดเสียงดังปัง ผมตกใจอีกครั้งก็เลยรีบวิ่งหนีเข้าห้องของตัวเองและล็อกประตูทันที

ผมกลัว...พ่อน่ากลัวมาก

เย็นวันนั้นกลายเป็นวันที่บรรยากาศเป็นโต๊ะอาหารอึมครึมและตึงเครียดที่สุด ผมแทบจะไม่ได้พูดกับแม่และพ่อเลย ถามคำตอบคำ ไม่มีเสียงหัวเราะหรือเล่าเรื่องที่โรงเรียนอย่างที่ผมชอบเล่า ที่หัวโต๊ะมีเค้กก้อนใหญ่วางอยู่ บนหน้าเค้กเขียนว่า สุขสันต์วันเกิดถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมคงอยากจะกินเค้กนั้น...แต่ตอนนี้ไม่ใช่

ผมไม่สามารถกระเดือกมันลงไปได้

ขณะที่ผมกำลังตักข้าวเข้าปาก ฝ่ามือนุ่มของแม่ก็สัมผัสลงมาที่ศีรษะของผม เธอลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน ผมชะงักค้าง

วันนี้ลูกแม่เป็นอะไรหื้ม? ทำไมไม่พูดเลยเธอถามเสียงนุ่มน่าฟังแถมยังทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมปล่อยช้อนในมือและลุกขึ้นยืน

ผมอิ่มแล้ว ขอตัวไปทำการบ้านก่อนนะครับ

ผมบอกแค่นั้นแล้วก็รีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนของบ้านทันที แต่ยังขึ้นไปไม่ถึงบนห้องเลยผมก็ได้ยินเสียงของพ่อตะคอกใส่แม่ดังลั่น ผมเลยเปลี่ยนใจเดินลงมาแอบดูอยู่ตรงปลายบันได

ผลัวะ!!

ร่างของแม่ล้มลงกับพื้นตามแรงตบของพ่อแถมที่มุมปากยังมีเลือดไหลออกมาด้วย ผมเบิกตามกว้างอย่างตกใจ ในตอนนั้นหัวใจสั่นระรัวแถมยังกลัวมากๆ อีกด้วย

เพราะมึงคนเดียว มึงทำให้ลูกเสียใจ!!พ่อชี้หน้าต่อว่าแม่ แม่ตวัดสายตามองพ่อ

กูไม่ผิด มึงนั่นแหละผิด ไอ้ชั่ว!!

แม่เถียงกลับไปด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด จากนั้นผมก็เห็นพ่อลงไม้ลงมือกับแม่อย่างรุนแรง ผมทนดูต่อไปไม่ไหว เลยตัดสินใจวิ่งเข้าห้องและร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

ตอนนั้นผมรู้แล้วว่าครอบครัวของผมไม่ได้อบอุ่นอีกต่อไป

เช้าต่อมา ผมตื่นไปโรงเรียนตามปกติ ก่อนออกจากบ้านผมเห็นพ่อนั่งตัวแข็งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวโดยไม่เห็นแม่อยู่แถวๆ นั้น ตอนแรกผมเข้าใจว่าแม่คงจะอยู่ในครัวหรือไม่ก็หลังบ้าน วินาทีนั้นพ่อหันมาหาผมด้วยดวงตาที่แดงก่ำเพราะกำลังร้องไห้ ผมตกใจก็เลยเดินเข้าไปใกล้ๆ

พ่อเอื้อมมือมาดึงผมเข้าไปกอด พร้อมกับพูดว่า

แม่เขาทิ้งเราไปแล้วลูก

แม่ทิ้งผมกับพ่อไว้ตั้งแต่ตอนนั้น

 

 

หนึ่งปีต่อมา

ผมอยู่กับพ่อตามลำพังมาตลอดตั้งแต่วันนั้น ไม่เคยได้รับการติดต่อจากแม่เลย ผมเคยแอบคิดว่าจะไปตามหาเธอแต่ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะหาเธอได้จากที่ไหน...ดังนั้นผมจึงอยู่ไปแบบที่ไม่มีแม่ ส่วนพ่อของผมก็ทำงานอย่างบ้าคลั่ง มีเงินมาเท่าไรพ่อก็เก็บใส่บัญชีของผมตลอด มันเยอะมาก เยอะเกินไปสำหรับเด็กอายุสิบสี่ปี

ผมไม่รู้เลยว่าพ่อคิดอะไรอยู่ จนกระทั่ง...

ปัง!!

ระหว่างที่ผมทำการบ้านอยู่บนห้องนอนผมก็ได้ยินเสียงดังจากชั้นล่าง ผมตกใจก็เลยรีบวิ่งลงไปข้างล่างเพื่อดูให้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่...แล้วผมก็พบเจอกับการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง

พ่อของผมนั่งหงายหน้าท้ายทอยพิงพนักโซฟา เลือดที่แดงสดไหลทะลักออกจากขมับ ในมือข้างขวากำปืนไว้ ผมมองไปรอบๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก ไปไม่เป็นแล้ว

ขณะนั้นเองที่ผมกำลังมองไปรอบๆ ผมก็เห็นซองจดหมายสีขาวหน้าตาดูหรูหราวางอยู่บนโต๊ะ ผมเดินไปเปิดมันออกก็พบว่ามันคือการ์ดเชิญไปงานแต่ง

...งานแต่งงานของแม่และสามีใหม่ของเธอ

ผมคิดว่าเธอใจร้ายมากที่ส่งการ์ดเชิญมาแบบนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยติดต่อกลับมาเลยด้วยซ้ำ ผมกำซองกระดาษสีขาวนั่นจนมันเละคามือ

รู้สึกเจ็บปวดใจจนอธิบายออกมาไม่ถูก...ผมโกรธและเกลียดแม่ของตัวเองมาก เธอหนีออกไปจากชีวิตผมแล้วยังทำให้พ่อต้องหนีผมไปอีกคน...ผมเกลียดเธอ

งานศพของพ่อถูกจัดขึ้นง่ายๆ โดยที่มีผมเป็นแขกคนเดียวของงาน น่าเศร้ามากที่ผมต้องมางานศพพ่อตัวเองแบบนี้ ไม่มีแม่ ไม่มีญาติ ไม่ได้มีใครสนใจผมเลย ระหว่างที่ผมวางดอกไม้ไว้หน้าหลุมศพของพ่อ ผมก็เอ่ยคำสัญญากับพ่อด้วยหัวใจที่เปราะบางและบอบช้ำ

พ่อไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะจัดการทุกอย่างให้พ่อเอง

ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ผู้หญิงคนนั้นไม่มีความสุข

ผมอดทนในการใช้ชีวิตคนเดียวนานถึงสี่ปี ตอนที่ผมจบมัธยมตอนต้น ผมก็ทำเรื่องขอย้ายโรงเรียน แต่ไม่มีครูคนไหนเห็นด้วยกับการตัดสินใจของผม เพราะผมเพิ่งจะอายุแค่สิบห้าปีและไม่มีใครมาอนุมัติให้ด้วยก็เลยต้องเรียนที่เดิมต่อจนถึงมัธยมปลายปีสาม

และวันสุดท้ายของการเป็นนักเรียนมัธยมปลายก็เหมือนวันเปลี่ยนชีวิตของผม ผมไม่รู้ว่ามันจะพาผมไปในทางที่ดีหรือร้าย เพื่อนๆ ต่างดีอกดีใจและนัดแนะกันเพื่อจะไปฉลองต่อ ผมเองก็นั่งคุยกันพวกมันไปเรื่อยๆ แต่แล้วแจ็คสันที่เป็นสนิทของผมก็สะกิดแขนยิกๆ

มีคนมาหามึงเว้ย

มันบอกและกระแซะผมอีกหลายครั้ง ผมมองตาขวางใส่มันอย่างไม่พอใจ แต่พอหันไปมองผมก็เจอคนคนหนึ่งยืนยิ้มเก้อๆ มาให้ผม ในมือของเขามีดอกไม้อยู่ช่อหนึ่ง

มาหาเรา?” ผมถาม เขาก็พยักหน้า

ขอคุยด้วยสิ แป๊บเดียว

เขาบอกแล้วก็ก้มหน้างุด ผมสงสัยก็เลยลุกขึ้นยืนและเดินนำออกไป ผมเดินห่างออกมาจากบริเวณที่มีคนเยอะ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครผมก็หันไปมองอีกคนที่เดินตามมาเงียบๆ เขาก้มหน้าก้มตามองพื้นอย่างเดียว ผมก็เลยเอ่ยเรียก

มีอะไรกับเราเหรอ? ...นายอยู่ห้องเอใช่ไหม?” ผมก็พอจะจำได้นะว่าเขาเป็นใคร เห็นว่าเป็นหัวกะทิของห้องเอ ได้รับรางวัลหน้าเสาธงประจำเลยด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าคนหัวแถวแบบเขาจะมาหาเด็กปลายแถวแบบผม

อ่อ ใช่ เราอิม แจบอมนะเขาพยักหน้าและพูดอ้อมแอ้มกลับมา

ไม่ต้องบอกก็รู้...เราจำได้ผมว่าและไล่มองเขาตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงมือที่ถือดอกไม้ นั่น...เอามาให้เราหรือเปล่า?” ผมชี้ไปที่ดอกไม้แล้วก็ถามแจบอมมองตามแล้วก็พยักหน้า

อื้ม ใช่ ให้นะเขาพยักหน้าแล้วก็ส่งดอกไม้มาให้ผม...ผมยิ้มน้อยๆ

แค่นี้เหรอ?” ผมถามขณะก้มลงมองดอกไม้ช่อนั้น สวยดี สีแดงสด...เหมือนสีเลือดเลย

ไม่นะ...มีอีก

เขารีบบอกแล้วก็สูดลมหายใจเข้าปอด ผมมองท่าทางของเขาแล้วก็แอบขำ ปกติแจบอมไม่ใช่คนแบบนี้ ผมเคยได้ยินชื่อเสียงเขามาบ้าง ได้ข่าวแว่วๆ มาว่าเขาเป็นพวกฟันไม่เลือกและก็ไม่ใช่คนขี้อาย แต่ทำไมนะ อะไรกันที่ทำให้เขาทำท่าทางประหม่าต่อหน้าผม

อะไรเหรอ? สำคัญไหม?” ผมถามและก้าวเข้าไปประชิดแจบอมทันที ไล้มือแตะหน้าอกกว้างที่ท่าทางจะมีกล้ามเนื้อแน่น ลากไล้เบาๆ ซ้ำยังช้อนตาขึ้นมองเขา เลิกทำเป็นประหม่าเถอะ...มันตลกพูดจบผมก็ใช้ปลายนิ้วดันหน้าอกของเขาแรงๆ จนอีกฝ่ายเซถอยหลังไป จากนั้นก็แสยะยิ้มให้ ผมเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของ

แจบอมด้วย เหมือนเขาเสียดายที่ผมรู้ทัน

รู้ไวแบบนี้...ไม่สนุกเลยเขาบอกแล้วก็เดินเข้ามาใกล้ผม

หึ...คิดว่าฉันจะโง่จนดูไม่ออกหรือไง นี่ความคิดของพวกหัวกะทิเหรอ?” ผมว่าออกไปแบบไม่แคร์ความรู้สึกอีกฝ่าย แจบอมเองก็ยิ้มน้อยๆ

โอเคๆ ขอโทษนะที่แกล้งทำแบบนั้น แต่ฉันมีเรื่องอยากจะบอกนายน่ะ

แจบอมยกมือขึ้นเหมือนยอมแพ้แล้วจริงๆ จากนั้นเขาก็เริ่มพูด ผมใช้หางตา

มองเขานิดๆ

ว่ามาสิ

คือฉันชอบนายมากนะ ก็เลยจะมาขอเป็นแฟนตรงๆ แบบนี้เลยเหรอ? หึ ก็ดี ตรงมาก็ตรงกลับ

แน่ใจ? เราไม่เคยรู้จักกันผมถามหยั่งเชิง ดูก็รู้ว่าที่เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์ หวังฟัน แต่ไม่เป็นไรผมจะทำเป็นมองข้ามสิ่งพวกนั้นไป แล้วเดี๋ยวรู้กันว่าใครจะแน่กว่ากัน

ก็นี่ไง เป็นแฟนกัน เดี๋ยวก็รู้จักเองนั่นแหละ

อยากจะบอกว่าแจบอมหน้าด้านมากที่ยังสามารถแถต่อไปได้ ผมก้มลงมองดอกไม้ในมือสลับกับมองหน้าเขา ก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงเอากระดาษโน้ตเล็กๆ กับปากกาขึ้นมา เขียนที่อยู่ของผมลงให้กระดาษและส่งให้อีกฝ่าย

คืนนี้ ทุ่มครึ่ง มาคนเดียวบอกจบผมก็เดินชนไหล่อีกฝ่ายออกมาทันที ผมมั่นใจว่าแจบอมต้องมาหาผมที่บ้านแน่ๆ ยังไงเขาก็ต้องมา

แล้วผมก็คาดไม่ผิดเลย แจบอมมาหาผมตรงเวลามาก ตอนทุ่มครึ่งของวันนั้นเขามากดกริ่งที่หน้าบ้านของผม ตอนผมออกไปเปิดประตูให้เขาผมก็พบว่าเขาขับรถเบนซ์หรูๆ มาหาผม เขาคิดว่าการที่มีของหรูๆ แพงๆ ใช้แล้วผมจะสนใจหรือไง

ของพวกนี้ผมไม่ได้สนใจหรอก

เชิญผมเปิดประตูให้เขาเข้ามาและเดินนำไปนั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น

แจบอมเดินตามผมมาแต่ก็มอบรอบๆ บ้านของผมอย่างนึกสงสัย

ไม่แปลกหรอกที่เขาจะสงสัย บ้านของผมแทบจะไม่มีอะไรเหลือแล้ว เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เคยมีผมก็โละขายจนหมดเพื่อเก็บเงินเข้าบัญชี ของพวกนั้นไม่มีความจำเป็นกับผมเท่าไร

นาย...อยู่คนเดียว?” เขาถามและนั่งลงข้างๆ ผม

อื้อ...คนเดียวผมบอกเบาๆ แจบอมมองรอบๆ อีกครั้งแล้วก็หันมาหาผม

แล้วพ่อแม่นายล่ะ ไปไหนกันหมดเขาถามอย่างสงสัย ผมก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอะไร

พ่อตายส่วนแม่ก็มีผัวใหม่

พูดประโยคนี้ผมก็ยกยิ้มให้ตัวเอง ทุกภาพทุกเหตุการณ์มันยังคงชัดเจนในหัวผม ไม่มีวันที่ผมจะลืมมันได้หรอก

อ่า...เสียใจด้วยนะเขาบอกด้วยน้ำเสียงเบาๆ แฝงไปด้วยความสลด ผมยิ้มน้อยๆ แล้วก็ส่ายหน้า

ไม่จำเป็นหรอก...ผมบอกแล้วก็พลิกตัวขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักของ

แจบอม มือทั้งสองข้างก็จับไหล่หนาเอาไว้ “...นายเข้าหาฉันเพราะอะไร? นี่คือสิ่งที่ฉันอยากรู้ผมถามพร้อมกับจ้องตาอีกฝ่าย การจ้องเข้าไปในตาของแจบอมทำให้ผมรู้ข้อมูลของเขาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือ...เขาเจ้าเล่ห์และอันตรายกว่าที่ผมคิดเอาไว้

พึ่บ!!

เพียงชั่วพริบตาแจบอมก็ผลักผมให้นอนราบบนโซฟา จากนั้นก็ตามมาคร่อมทับร่างผมไว้ ใบหน้าของเขาใกล้ใบหน้าของผมจนลมหายใจเป่ารดกัน

เขายิ้มน้อยๆ

นายก็น่าจะรู้นะ...

เขาบอกและลูบไล้ฝ่ามือไปตามเรียวขาของผม เพราะผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วน่ะสิเขาถึงทำแบบนี้กับผมได้ ระหว่างที่เขาลูบไล้ผม ผมก็จ้องตาเขาไม่ละไปไหน

หึ...จะฟันแล้วก็ทิ้งเหมือนที่ชอบทำเหรอ?” ผมหัวเราะนิดหน่อยก่อนถามเขา ใครๆ ก็รู้ว่าแจบอมเป็นยังไง เขาทั้งร้ายและอันตราย แต่ผมไม่กลัวเขาหรอก...

พูดจาแบบนี้ได้ยังไง? ฉันไม่ได้ฟันแล้วทิ้งนะ แค่ก็ไม่ถูกใจเท่านั้นเองดูคำตอบของเขาเถอะว่าเห็นแก่ตัวแค่ไหน มันเป็นคำตอบของคนที่มักง่ายและเอาแต่ได้ ผมยิ้มเยาะกับคำตอบของเขา

แล้วถ้าฉันไม่ถูกใจนายล่ะ นายก็จะทิ้งกันงั้นเหรอ?” ผมว่าแล้วก็ลูบฝ่ามือไปตามแผงอกของแจบอม กระดุมเสื้อเชิ้ตที่เขาสวมใส่อยู่ผมก็จัดการปลดมันออกทีละเม็ด แจบอมมองการกระทำของผมด้วยสายตาพึงพอใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“...” เขาเอียงคอมองผมด้วยสายตาซุกซนจนกระทั่งผมปลดกระดุมเม็ดสุดท้ายออกนั่นแหละผมถึงพูดขึ้นมาอีกประโยค

แต่ว่านะ นายไม่มีทางทิ้งฉันแน่นอน...เพราะนายจะติดใจ จนถอนตัวไม่ขึ้น

ผมกระซิบบอกกับแจบอมเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่น้ำเสียงของผมจะกลายเป็นเสียงครางกระเส่าเพราะความเสียวซ่านที่แจบอมมอบให้ คืนนั้น

แจบอมอยู่กับผมทั้งคืนโดยที่เราสองคนไม่ได้นอนหลับพักเอาแรงกันเลยแม้แต่นาทีเดียว

คิดดูแล้วกันว่าเขาจะทิ้งผมไปไหม...

 

 

เช้าวันต่อมา

ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็เช้าวันใหม่ หันซ้ายหันขวามองดูรอบๆ ตัวก็พบว่าตัวผมนอนอยู่ในห้องนอนของผมเอง อาการปวดเนื้อปวดตัวก็รุนแรงสาหัสจนต้องล้มตัวลงนอนอีกครั้งเมื่อพยายามจะลุกขึ้น ประจวบเหมาะกับที่ประตูห้องถูกเปิดเข้ามา

แจบอมในสภาพที่ใส่แค่กางเกงยีนหมิ่นเหม่และโชว์แผงอกที่เต็มไปด้วยรอยแดงและรอยเล็บ เขาถือจานข้าวและก็น้ำมาวางไว้ตรงโต๊ะข้างๆ เตียง

ไหวเปล่า?” เขาหันมาถามผมพร้อมกับส่งมือมาดึงให้ผมลุกขึ้นนั่ง

อื้อ...ผมก้มหน้าลงเหมือนคนขี้เซาแต่ไม่ใช่แบบนั้น ผมกำลังกลั้นเสียงไม่ให้ร้องออกมาต่างหากเพราะทุกอย่างเพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา บาดแผล ร่องรอย ทุกๆ อย่างยังไม่หายไป

ไม่เคยทำไมไม่บอก?” แจบอมนั่งลงบนเตียงข้างๆ และส่งมือมาลูบที่หน้าผากของผมเบาๆ สัมผัสของเขาอบอุ่นและอ่อนโยนมาก แต่ผมก็เลือกที่จะปัดมือเขาทิ้งไป

ทำไมต้องบอกด้วยผมถามกลับไปและเอื้อมมือไปหยิบจานข้าวมาตักกิน ไม่สนใจหรอกว่าแจบอมจะมองผมยังไงเพราะผมลุกไม่ไหวแล้วก็ยังเจ็บอยู่

หากฉันดูไม่ออก นายคงได้เข้าโรงพยาบาลเขาบอกเสียงนิ่งๆ แล้วเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำมาส่งให้ผม ผมรับน้ำมาดื่มแล้วส่งคืนให้เขา

สนใจทำไมล่ะ...กลับไปได้แล้วไปผมเอ่ยออกไปแบบไม่แคร์ซ้ำยังออกปากไล่แจบอมอีกด้วย ไม่รู้สิ ผมคิดว่าเขาอาจจะแค่ฟันแล้วก็ทิ้งอย่างที่เคยๆ ทำมา ก็เลยเผื่อใจไว้แล้วว่าหากเขาไม่ได้จริงใจอะไรผมก็จะไม่เสียใจ แล้วที่ผมยอมให้เขาเป็นคนแรกที่ได้ความบริสุทธิ์ของผมก็ไม่ใช่เพราะว่าผมมีใจให้เขา แต่ผมคิดว่าหากไม่ใช่

แจบอมก็คงจะเป็นใครสักคนที่เข้ามาจีบผมนี่แหละ ฉะนั้นเรื่องนี้ผมก็ไม่ได้แคร์เหมือนกัน

ไล่เหรอ?” เขาถาม ผมก็เลยพยักหน้า

เออ...ไปไกลๆ ไปผมไม่แคร์จริงๆ ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง อยากไปก็ไป ผมเปิดโอกาสเต็มที่แต่หากยังดื้อดึงที่จะอยู่ต่ออีกนิด เขาก็จะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหนีหายไปไหนอีกเลย

จะให้ไปไหนล่ะ เมียยังเจ็บอยู่เลยแจบอมพูดหน้าตายแถมยังส่งมือมาสัมผัสที่ลำคอของผมอีกด้วย เขาลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยนจนผมต้องส่งมือไปปัดมือของเขาออกเพราะรู้สึกรำคาญ กำลังกินข้าวอยู่จะมายุ่งอะไรนักหนา

ปากดีไปเถอะ...ผมว่าแค่นั้นแล้วก็ตักข้าวเข้าปาก

ไม่ใช่แค่ปากนะ เอวก็ดี

หึ อยากจะพ่นข้าวในปากใส่หน้าอีกฝ่ายเหลือเกิน เรื่องชมตัวเองนี้ไม่ต้องบอกหรอก มีจังหวะเมื่อไรก็วกเข้าเรื่องตัวเองทุกที

หลงตัวเอง

โธ่ มันจริงไหมล่ะ ถ้าไม่ดีจริงนายไม่ร้องครางทั้งคืนหรอก

ไม่พูดเปล่า แจบอมไล้ฝ่ามือมาลูบที่ต้นขาของผมและบีบมันเบาๆ ผมที่กำลังตักข้าวเข้าปากก็ตวัดสายตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไร วุ่นวายเหลือเกิน...

สรุปจะไม่กลับ?” ผมถามย้ำอีกครั้ง พยายามข้ามเรื่องที่เขาถามเมื่อกี้ไป

แจบอมพยักหน้ารับ

เออ...ไม่กลับ

หึ...ไม่มีโอกาสแก้ตัวแล้วนะผมบอกอีกประโยคแล้วก็ตักข้าวเข้าปากอีกคำ แจบอมทำหน้างงๆ ใส่ผมเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูด ผมก็เลยรีบๆ กลืนข้าวและดื่มน้ำตาม

“...”

จากนี้ไปนายไม่มีสิทธิ์ไปเอากับคนอื่น ถ้าอยากก็เอาได้แค่กับฉันคนเดียวเท่านั้น เข้าใจเนาะผมอธิบายให้แจบอมเข้าใจประโยคก่อนหน้านี้ พูดจบก็ยกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่แก้มของอีกฝ่ายเป็นการย้ำว่าเขาไม่มีสิทธิ์จะมั่วกับใครได้อีกแล้ว

แจบอมดูเหวอไปเลยที่ผมพูดแบบนั้น

จริงเล่น?” เขาถาม

จริง...แต่ถ้ารับไม่ได้ ออกไปตอนนี้ยังทันนะ ให้โอกาสสุดท้ายผมบอกเขาและชี้ไปทางประตู เชิญ

พูดจบผมก็ไม่สนใจแจบอมอีกเลย เขาจะอยู่หรือเขาจะไปยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับผม ถ้าไปก็ดีผมจะได้อยู่คนเดียว แต่ถ้าอยู่...ก็ไม่รู้ว่าดีตรงไหน ยังหาข้อดีไม่ได้

ผมนั่งกินข้าวจนหมดจาน ใช้เวลานานพอสมควร พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ยังเห็นแจบอมนั่งอยู่ที่เดิมแถมยังจ้องหน้าผมอีกด้วย ผมไม่สนใจสายตาของเขา เพียงแต่เอื้อมมือไปเอาแก้วน้ำจากมือของเขามาดื่มจากนั้นก็วางลงข้างๆ จาน

สรุปจะไม่ไป?” ผมถามย้ำอีกครั้งคำตอบที่ได้รับคือการพยักหน้า

เออ ไม่ไปเขาตอบเสียงดัง ก็ดีเหมือนกันได้เอาแค่คนคนเดียว...ถ้านายรับไหวฉันก็โอเคพูดจบแจบอมก็ดันตัวขึ้นมาคร่อมร่างของผมแถมยังก้มลงมาซุกไซ้ซอกคออีกต่างหาก ไม่ผิดแปลกไปจากข่าวลือที่เคยได้ยินมาเลย ในข่าวที่ลือๆ กันมาผมว่าแจบอมก็ดูแย่แล้วนะ แต่พอเจอกับตัวผมถึงได้รู้ว่าเขาเป็นหนักกว่าข่าวที่ลือนั่นอีก

อิม แจบอม...ลูกชายของนักธุรกิจยานยนต์ที่เปิดไว้บังหน้าบริษัทฟอกเงินผิดกฎหมาย

ทำไมผมจะไม่รู้ว่าเบื้องหลังชีวิตของเขามันเป็นยังไง...เรื่องพวกนี้แจ็คสันเป็นคนบอกผมเพราะครอบครัวของแจ็คสันก็ไม่ได้ทำธุรกิจถูกกฎหมายเลยสักอย่าง พ่อของแจ็คสันเปิดบริษัทเงินกู้ส่วนแม่ก็เปิดกาสิโนบนเรือสำราญ

ส่วนแจบอม พ่อของเขาเปิดบริษัทฟอกเงินผิดกฎหมาย แจ็คสันบอกกับผมว่าธุรกิจของครอบครัวแจบอมเป็นส่วนสำคัญของอะไรหลายๆ อย่างในวงการธุรกิจมืด ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ เพราะผมไม่ได้สนใจ...อีกอย่างข้อมูลนี้ไม่ใช่ข้อมูลที่จะรู้กันโดยทั่วไป ต้องเป็นคนวงในเท่านั้นที่จะรู้

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือเปล่าที่ผมเป็นเพื่อนสนิทแจ็คสันแล้วเขาก็เอาเรื่องนี้มาบอกผม

ช่างมันเถอะ...

อย่าวุ่นวายได้ไหม จะนอนผมว่าแจบอมแล้วก็ดันอีกฝ่ายให้ออกห่าง เขาทำหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไรแต่ก็ยอมผละตัวออกไป ถ้าคิดจะอยู่ต่อก็จัดการจานข้าวนี่ให้ด้วยพูดจบผมก็ตวัดผ้าห่มขึ้นคลุมร่างและหันหลังให้แจบอมทันที ไม่นานผมก็เข้าสู่ห้วงนิทราที่ไม่ค่อยดีเท่าไร

 

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีในเวลาบ่ายแก่ๆ มองไปรอบๆ ก็เห็นว่าผมยังนอนอยู่ในบ้านและข้างๆ ก็มีแจบอมนอนอยู่ด้วย เขาหลับไปทั้งๆ ที่ไม่ใส่เสื้อ ผมมองเลยตัวเขาไปก็เห็นว่าจานข้าวที่ผมกินทิ้งไว้ถูกเอาออกไปแล้ว ผมถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่...แจบอมไม่คิดจะออกไปสินะ

ผมได้แต่ส่ายหน้าไปมาแล้วก็ตวัดผ้าห่มไปคลุมตัวของแจบอม จากนั้นก็ลุกขึ้นและคว้าผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำ เหนียวเนื้อเหนียวตัวไปหมดแถมร่างกายยังระบมอีกต่างหาก ยอมรับแหละว่าแจบอมเก่งเรื่องบนเตียงเพราะเขาจัดการผมจนยับเลย

พออาบน้ำเสร็จผมก็ออกมาแต่งตัวแต่แจบอมก็ยังไม่ตื่น ผมไม่ได้สนใจเขามากเท่าไร ผมเปิดคอมและนั่งค้นหาข้อมูลบางอย่างที่ผมอยากรู้

‘T Grops’

ผมพิมพ์สิ่งที่อยากรู้ลงไปในช่องค้นหาและเมื่อกดค้นหามันก็เด้งหน้าต่างใหม่ขึ้นมา มีรายละเอียดเกี่ยวกับทีกรุ๊ปเยอะแยะไปหมด

อาจจะสงสัยว่าผมค้นหาเกี่ยวกับทีกรุ๊ปทำไมแล้วมันคืออะไร

ทีกรุ๊ปเป็นบริษัทใหญ่ที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภคภายในประเทศ ไม่ใช่บริษัทของคนเกาหลีเพราะเจ้าของเป็นคนไต้หวัน ส่วนเรื่องที่บริษัทนี้กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศผมขอเดาว่าคงเข้าแทรกแซงหลายๆ บริษัทจนได้มาซึ่งอำนาจ มีเพียงแค่รัฐบาลของประเทศเท่านั้นที่ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว

ผมค้นเกี่ยวกับบริษัททีกรุ๊ปไปเรื่อยๆ จนเจอเข้ากับรูปรูปหนึ่งที่ใต้ภาพเขียนว่าประธานบริษัทและภรรยา ผมจะไม่หยุดมองและขมวดคิ้วแน่นขนาดนี้เลยหากว่าคนที่เป็นภรรยาไม่ใช่ผู้หญิงที่ทิ้งผมไปตั้งแต่ห้าปีก่อน

เธอคือแม่ของผม...

ผมกำมือแน่นเมื่อเห็นหลายๆ ภาพที่เธอยิ้มแย้มขณะที่ยืนอยู่เคียงข้างผู้ชายที่เป็นถึงประธานบริษัท ผู้ชายที่เธอเลือกจะแต่งงานด้วยและทิ้งผมกับพ่อไป

ทำอะไร?”

จู่ๆ เสียงของแจบอมก็ดังขึ้นพร้อมกับลำแขนแกร่งที่กอดโอบมาที่ช่วงไหล่ของผม ใบหน้าหล่อเกยอยู่บนศีรษะของผม ผมหงุดหงิดและรำคาญที่เขามาวุ่นวายก็เลยจะแกะมือเขาออก แต่ยังไม่ทันได้ทำ แจบอมก็เอ่ยประโยคที่ทำให้ผมหยุดฟัง ค้นหาเกี่ยวกับทีกรุ๊ป สนใจเหรอ?” เขาถามเหมือนไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

“...” ผมไม่ตอบ

บริษัทยักษ์ใหญ่ แทบจะเป็นเจ้าชีวิตของคนทั้งประเทศ นายก็สนใจเหรอ?” เขาว่าแบบนั้นแล้วก็ลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ ผม

รู้เกี่ยวกับบริษัทนี้มากแค่ไหน?” ผมไม่ตอบแต่ถามกลับไป แจบอมเลิกคิ้วมองผมแบบไม่เข้าใจ ตอบมา

ก็รู้จักผ่านๆ ตามงานสังสรรค์ ทำไม?” เขาตอบและหรี่ตามองผม ผมส่ายหน้ากลับไป

เปล่าผมตอบเบาๆ และหันไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ แต่เหมือน

แจบอมจะไม่ค่อยเชื่อผมเท่าไร เพราะเขาเอื้อมมือมาจับมือผมและบีบมันเบาๆ

มีอะไรก็บอกนะที่รักเขาบอกแค่นั้นแล้วก็ลุกห่างไป ผมมองตามแผ่นหลังหนาที่เดินออกไปนอกห้องแล้วก็ส่ายหน้าไปมา ผมรู้สึกว่าในประโยคเมื่อครู่ของ

แจบอมมันแฝงไปด้วยอะไรบางอย่าง เหมือนเขารู้ว่าผมกำลังคิดอะไร...หึ

ถ้าเขารู้เขาก็ต้องช่วยผม...

ผมนั่งค้นหาข่าวเกี่ยวกับทีกรุ๊ปไปสักพักได้ข้อมูลมาก็เยอะพอสมควรแล้วข้อมูลที่เด็ดที่สุดก็คือเขามีทายาทหนึ่งคนซึ่งน่าแปลกที่ไม่มีรูปเลย ผมก็เลยไม่รู้ว่าหน้าตาทายาทของบริษัทนี้เป็นยังไง สงสัยต้องพึ่งข้อมูลจากแจบอมนั่นแหละ

ผมปิดคอมฯ และลงมาที่ห้องครัว เห็นแจบอมยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ก็เลยเดินเข้าไปใกล้ๆ เขา กลิ่นหอมๆ ของรามยอนลอยเข้าจมูกทำให้ผมรู้สึกหิว

หิวยัง?” เขาถามแล้วก็หันมาหาผม ผมก็พยักหน้าเบาๆ

อือ

รอแป๊บ ใกล้เสร็จแล้วเขาบอกและก็หันไปสนใจรามยอนในหม้อ ผมนั่งมองแจบอมไปเรื่อยๆ คือหุ่นเขาดี ได้สัดส่วนสมชายมากๆ แถมยังไม่คิดจะใส่เสื้ออีกด้วย ทั้งวันนี้ผมเห็นเขาใส่แค่กางเกงยีนเท่านั้น

แล้วทำไมไม่ใส่เสื้ออดใจไม่ถามออกไปไม่ได้จริงๆ แจบอมหันมายิ้มน้อยๆ

อยากให้ใครบางคนเห็น...ชอบไหมล่ะ?” เขาตอบด้วยท่าทางกวนๆ จากนั้นก็เอาชามรามยอนมาวางตรงหน้าผม ผมใช้ตะเกียบคีบเส้นขึ้นมาเป่าเบาๆ

หึ...ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วก็ส่งเส้นรามยอนเข้าปาก รสชาติมันแปลกไปนิดหน่อย ไม่ได้แย่ลงแต่มันอร่อยขึ้นต่างหาก ซึ่งความจริงแล้วใครทำก็อร่อยทั้งนั้นเพราะมันคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผมขมวดคิ้วกับตัวเองเมื่อเผลอคิดว่าที่อร่อยขึ้นเพราะมีคนทำให้กิน

บ้าเถอะ

หัวเราะแบบนี้ ชอบใช่ไหม?”

คนตัวสูงก็ยังไม่เลิกที่จะถาม ผมช้อนตามองแล้วก็พยักหน้ารับไป ไม่ได้รู้สึกตามที่อีกฝ่ายบอกหรอกนะ ก็แค่ตอบไปให้เขาเลิกถามนั่นแหละ แจบอมหัวเราะชอบใจที่ผมตอบแบบนั้น ผมก็ทำได้แค่ยิ้มน้อยๆ

ขอถามไรหน่อยสิผมเริ่มพูดเกริ่น แจบอมก็พยักหน้ารับ

มีไรอะ?”

รู้จักทายาทของบริษัททีกรุ๊ปไหม?” ผมเข้าประเด็นทันทีไม่รอช้าอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ผมอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้สุด

ทายาท? มีด้วยเหรอ?” ดูสิ ขนาดแจบอมที่ว่าเป็นคนวงในแล้วยังไม่รู้ แล้วผมจะไปถามใครได้

อือ มีสิ มีแน่ๆผมยืนยันคำเดิม เพราะข้อมูลที่ผมหามันระบุไว้อย่างชัดเจนว่าทีกรุ๊ปมีทายาทหนึ่งคน แจบอมขมวดคิ้วเป็นปมเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

ไม่แน่ใจ ไม่เคยเจอเลย ถ้าเจอแล้วจะบอกละกันเขาบอกกับผมแบบนั้นแล้วก็คีบรามยอนเข้าปาก แต่ประโยคหลังของเขาทำให้ผมสงสัย ถ้าเจอ...หมายความว่ายังไง

ถ้าเจอ? หมายความว่าไง?” ผมถามทันที แจบอมชะงักแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองผม

อีกสามวันจะมีงานเลี้ยงของนักธุรกิจ ฉันต้องไปกับพ่อด้วย พวกทีกรุ๊ปคงจะมาด้วยแหละมั้งเขาตอบแบบสบายๆ แต่ผมที่ได้ฟังกลับตาลุกวาว รู้สึกสนใจงานเลี้ยงนี้ขึ้นมาแล้วล่ะสิ...

ไปด้วยได้ไหม? นะผมรีบเอ่ยปากขอทันที แจบอมมองผมแบบไม่เข้าใจเท่าไร ฉันไม่เคยไปงานแบบนี้...พาไปหน่อยนะ นะ

พูดขอธรรมดาคงไม่ได้ผมก็ใช้ลูกอ้อนนิดหน่อย แจบอมยิ้มแล้วก็ส่งมือมาขยี้เส้นผมจนมันยุ่งก่อนจะตอบตกลง

ได้สิ เดี๋ยวเตรียมชุดไว้ให้แล้วกัน

ผมว่านี่แหละคือข้อดีที่แจบอมอยู่ต่อ...

 

 


อ่านจบตอนแล้ว อย่าลืมสาดกำลังใจนะคะ :)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,320 ความคิดเห็น

  1. #1295 Lunyes (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 21:07
    มาตอนแรกก็ได้กลิ่นม่ามาเรย T Group นี่ตระกูลต้วนมั้ยอ่า
    #1,295
    0
  2. #1293 _Gunta (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 14:29
    จัดจ้าน
    #1,293
    0
  3. #1291 NumwaPanchay (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 15:19

    ร้ากกกกก
    #1,291
    0
  4. #1267 eesias_jrp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 10:48
    อ่านจบตอนที่1 ก็ชอบความไม่สนใจและตรงไปตรงมาของจินยอง น่าสนุกดีนะ
    #1,267
    0
  5. #1233 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 22:19
    เอ๊ะ เห้ออออ แจบอมจะมีข้อดีแค่ให้หลอกใช้หลอจินยอง
    #1,233
    0
  6. #1214 โจอี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 06:48
    จินยองดูไม่แคร์อะไรสักอย่างเลยอะ แล้วทีกรุ๊ปนี่มัน????
    #1,214
    0
  7. #1182 shierichi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 09:45
    ทีกรุ๊ปก็ต้องมาจากต้วนสิ มาร์คแน่นอน!
    #1,182
    0
  8. #1031 bibimbua (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 23:00
    อื้อหือออออ จินยองงง เผ็ดมากลูกกก
    #1,031
    0
  9. #964 N_Nam0802 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 23:04
    รวดเร็วทันใจ
    #964
    0
  10. #526 กีกี้ส์ :-*) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 00:24
    จินยองแซ่บเวอร์ ทายาทนี่มาร์ครึเปล่าเนาะ
    #526
    0
  11. #456 Saniya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 02:07
    เด็ดมาก ร้ายทั้งคู่เลยจ้า ถูกใจมาก ชอบมาก เพิ่งมาอ่านแล้วแบบชอบใจมาก
    #456
    0
  12. #353 Kisyltafn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 15:02
    เผ็ชชชชช
    #353
    0
  13. #312 jynme (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 12:12
    ชอบมากกกกกกกกก
    #312
    0
  14. #291 ออมม่า (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 08:27
    อยากรู้ว่า นายเอกจะร้ายสักขนาดไหน เจอพระเอกเพอร์เฟคขนาดนี้
    #291
    0
  15. #250 cat254380 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 17:48
    หูยยย ชอบแนวนี้จินยองร้ายไม่เบา
    #250
    0
  16. #244 ntn.9846 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 22:57
    มีอ้อนด้วย หลอกใช้ สินะ
    #244
    0
  17. #231 jjtk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 00:07
    ทีมนนองงงวว ยัยแซ่บมากกกก6555
    #231
    0
  18. #169 Ploy Snw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 18:58
    ชอบนิสัยนยองมาก โนแคร์โนสนสุดฤทธิ์55555555
    #169
    0
  19. #100 ❛F tO THE N 。 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 12:49
    กรี้ดดดด เท่ห์ แบดบอยยมากกกพี่จบมมม ฮืออ ชอบบบบบ
    #100
    0
  20. #85 norrijung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 00:16
    วิธีแก้แค้นของจินยอง แค่คิดก็หน้ากลัวแน่ๆอะ และคิดว่าแจบอมต้องเป็นคนช่วยเหลือด้วยแน่ๆอะ ถ้าให้เดาเราว่าทายาทคนนั้นต้องเป็นมาร์ค ซึ่งคงเป็นลูกติดผู้ชายแน่ๆ จินยองต้องหลอกให้มาร์ครัก และแก้แค้นความรู้สึกของแม่ไปเรื่อยๆ แน่ๆอะ แต่ที่อยากรู้ว่าแจบอมเห็นดีเห็นงามในสิ่งที่จินยองทำแค่ไหน
    #85
    0
  21. #69 เป็ดน้อยเดินดิน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 22:20
    จินยองน่าสงสารมาก และก็แซ่บมากเหมือนกัน สมกันกับแจบอมที่ดูท่าจะร้ายไม่เบา ไม่รู้จะเอาจินยองอยู่รึเปล่า
    #69
    0
  22. #64 TuesThursday (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 16:23
    ชอบบบบบบบ จินยองร้ายให้สุดไปเยยยยยยย
    #64
    0
  23. #52 pjchan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 21:32
    จินยองร้ายดี เราชอบ แจบอมก็ร้ายเหมือนกัน ร้ายกะร้ายมาเจอกันน่าจะสนุก
    #52
    0
  24. #37 รองเท้าติดปีก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 19:42
    ทายาทจะเป็นใครนะ มันต้องพีคมากแน่ๆ เพราะที่เดาๆไว้ในใจก็............ รอตอนต่อไปนะคะไรท์ สู้ๆ
    #37
    0
  25. #36 Jannie18 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 03:04
    OMG!! จินยองของพี่แซ่บมากกกก โดนใจมากอยากอ่านบทแบบนี้มานานแล้วววว
    #36
    0