END [BL,Yaoi] ศิษย์ข้าอย่าทำกับอาจารย์เจ้าเช่นนี้! (ตีพิมพ์ สนพ. บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 5 : บทที่ 1 ตัวนำชายที่มีนิสัยแปลกประหลาด RE [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,977 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

บทที่ 1 ตัวนำชายที่มีนิสัยแปลกประหลาด 





ยามเช้าบนยอดเขาทลายฟ้าท่ามกลางม่านหมอกที่แสนจะเย็นสบายชวนอยากให้นอนซุกอยู่บนเตียงนุ่มทั้งวัน ฝูจิ้นหลิงตื่นจากนิทรานานแล้วแต่ยังไม่ยอมลุกจากเตียง ร่างบางซุกเข้ากับหมอนข้างที่ฝึกเย็บเองโดยใช้ขนจากแกะมีปีกแทนนุ่น ลำตัวมุดอยู่ในผ้าห่มที่ใช้ขนจิ้งจอกสวรรค์ตัดเย็นเข้าด้วยกันเป็นนวมผืนใหญ่


ทุกสิ่งทุกอย่างช่างเหมาะสมความงดงามอันแสนบริสุทธิ์ราวกับภาพวาดที่ไม่มีอยู่จริง


คนบนเตียงพลิกกายไปมาหลายครั้งและค่อย ๆ ลืมตาตื่น


เมื่อคืนเขาฝันร้าย


ฝันถึงเรื่องราวในชาติก่อนที่ไม่น่าจดจำ


ก็อก ก็อก


“ซือฝุตื่นหรือยังขอรับ”


เสียงเรียกดังมาจากนอกห้อง น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำเอาฝูจิ้นหลิงอยากจะลงไปมุดกับเตียง


ช่วงนี้ทุกเช้าเสวี่ยจิ้งเหอมักจะมาปลุกเรียกเขาที่หน้าห้องอยู่ทุกวัน สืบเนื่องจากไม่กี่อาทิตย์ก่อนฝูจิ้นหลิงผู้แสนขี้เซานอนเพลินจนเลยเวลามื้อเช้าหลายชั่วยาม เสวี่ยจิ้งเหอและจ้าวหลางกระวนกระวายใจ รอมาทั้งวันซือฝุไม่ออกมาจากห้องสักที แม้จะส่งเสียงเรียกเท่าไหร่ซือฝุก็ไม่ตอบ สุดท้ายจึงกระทำการอุกอาจบุกเข้ามาในห้องและก็ได้พบ...


ได้พบฝูจิ้นหลิงที่กำลังนอนหลับบนเตียงอย่างเป็นสุข


“ตื่นแล้ว...” ฝูจิ้นหลิงเพิ่งตื่นนอนเสียงเขาเลยแหบเล็ก ๆ ทว่าถึงจะตอบก็ยังไม่ยอมลุก


อากาศวันนี้ดีที่เกินไปเขาไม่อยากลุกออกจากเตียงเลยจริง ๆ


เสวี่ยจิ้งเหอเหนื่อยหน่ายใจ  “ซือฝุพูดเช่นนี้ทุกครั้งเลยขอรับ” เพราะวันแรกที่ฝูจิ้นหลิงพูดเช่นนี้สุดท้ายก็เผลอหลับไปเช่นเดิม “อย่างน้อยก็ลุกขึ้นมารับประทานมื้อเช้าก่อนเถิดขอรับ มิเช่นนั้นข้าจะเข้าไปอุ้มท่านจากเตียง”


ฝูจิ้นหลิงรับคำ  “ลุกแล้ว ๆ” คราวนี้เขาพยายามเอาตนเองออกจากเตียงจริง ๆ


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “ขออนุญาตขอรับ” ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้อง


ในมือของเสวี่ยจิ้งเหอถืออ่างน้ำที่มีกลีบดอกไม้หลากชนิดและผ้าเช็ดหน้าขนนุ่ม ฝูจิ้นหลิงเหม่อลอย ดูแลขนาดนี้หากไม่ได้รับเป็นศิษย์ ฝูจิ้นหลิงคงคิดว่าเสวี่ยจิ้งเหอเป็นพ่อบ้านของเขาไปแล้ว


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “อ่างน้ำขอรับ”


“อืม” ฝูจิ้นหลิงเอื้อมไปรับของในมือเสวี่ยจิ้งเหอมาจัดการตัวเอง หลังจากจัดการเสร็จเรียบร้อยเขาก็ออกไปที่โต๊ะรับประทานอาการพร้อมเสวี่ยจิ้งเหอ


มองซ้ายขวาไม่เห็นเงาของศิษย์คนเล็ก “วันนี้อาหลางก็ไปสำนักหลักหรือ?” ฝูจิ้นหลิงถามพร้อมกับจิบชากลมกล่อมหลังมื้ออาหาร อาหารของเสวี่ยจิ้งเหอในวันนี้ก็อร่อยสุดยอดเช่นเคย


ใบหน้าของเสวี่ยจิ้งเหอมีแววเหนื่อยหน่าย “ศิษย์น้องหน้างอตั้งแต่เช้าเลยล่ะขอรับ”


ฝูจิ้นหลิงหัวเราะในลำคอก่อนจะถาม “อีกแล้วหรือ?”


วันแรกฝูจิ้นหลิงพาจ้าวหลางไปรับเครื่องแบบของสาขายอดเขาทลายฟ้าที่สำนักหลัก เมื่อได้ยินว่าเขาจะไปเยือนผู้อาวุโสทั้งหลายต่างเสนอหน้าเข้ามาต้อนรับเต็มหน้าโรงตัดเย็บมองเขากับจ้าวหลางราวกับเป็นของประหลาด จากนั้นเหลียงเป่ยชางก็โผล่มาในสภาพรีบร้อนทำหน้ายังกับเห็นผี


สงสัยจะรู้แล้วเรื่องที่จ้าวหลางกลายเป็นศิษย์คนที่สองของเขา


แน่นอนว่าความโกรธที่ถูกทำให้อับอายจากวันนั้นยังติดตรึงในใจ เมื่อฝูจิ้นหลิงเผลอหน่อยเหลียงเป่ยชางก็จะแอบมองจ้าวหลางด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อ ทว่าพอฝูจิ้นหลิงหันกลับมาเหลียงเป่ยชางก็ต้องปั้นหน้ายิ้มแย้ม สลับไปสลับมาน่าขบขันเป็นอย่างยิ่ง


อันที่จริงจ้าวหลางไม่ต้องไปร่ำเรียนสำนักหลักก็ได้เพราะจ้าวหลางไม่ใช่ศิษย์ของสำนักกิเลนฟ้าอย่างเป็นทางการ แต่ไม่รู้ทำไมทั้งที่เจ้าตัวก็ไม่อยากไปแท้ ๆ สุดท้ายก็ยังไปร่ำเรียนที่สำนักอยู่ทุกวันไม่เคยขาด


ฝูจิ้นหลิงไม่เข้าใจความย้อนแย้งของศิษย์คนเล็กแต่ก็เคารพในการตัดสินใจของเขา


เพราะงั้นในทุก ๆ วัน ผู้ที่อยู่อาศัยบนยอดเขาทลายฟ้านอกจากเขา เสวี่ยจิ้งเหอและสัตว์อสูรวิญญาณเป็นโขยงแล้ว ยอดเขาทลายฟ้าก็ช่างเป็นสถานที่ที่เงียบเหงาจริง ๆ


ฝูจิ้นหลิงกล่าวขึ้น “อาจิ้งนำชิ้นเนื้อไปให้ไป๋อวิ๋นหรือยัง?”


ไป๋อวิ๋น คือพยัคฆ์ขาว ระดับจักรพรรดิวิญญาณที่มักจะมาวนเวียนแถวเรือนอยู่บ่อย ๆ


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “ข้าวางทิ้งไว้ให้มันแล้วขอรับ”


“ไป๋อวิ๋นหนีอาจิ้งอีกแล้วหรือ” ฝูจิ้นหลิงเอ่ยถาม


เสวี่ยจิ้งเหอหัวเราะเล็กน้อย “ขอรับ”


ปรากฏการณ์นี้ถือว่าเป็น 1 ในสิ่งมหัศจรรย์แห่งยอดเขาทลายฟ้า


ฝูจิ้นหลิงสังเกตได้ว่าตลอดทุกวันสัตว์อสูรวิญญาณในเขาทลายฟ้าจะหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับเสวี่ยจิ้งเหอและจ้าวหลาง อย่าว่าจะเผชิญหน้าเลยแค่พวกมันได้กลิ่น พวกมันจะกลัวจนวิ่งหนีเตลิดไปทันที


ทั้งที่สัตว์อสูรในยอดเขาทลายฟ้ามีแต่ตัวโหด ๆ ระดับที่ว่าเจ้าสำนักกิเลนฟ้ายังผวาแท้ ๆ


ยกตัวอย่างเช่นตอนที่เหลียงเป่ยชางที่อยู่ระดับจักรพรรดิวิญญาณ เมื่อมาหาฝูจิ้นหลิงที่ยอดเขายังต้องหนีตายจากสัตว์อสูรระดับสูงเป็นขบวน


“มิต้องเศร้าไปหรอก” ฝูจิ้นหลิงพูดปลอบเพราะกลัวว่าเสวี่ยจิ้งเหอจะเศร้า “จะต้องมีสัตว์อสูรสักตัวที่ไม่กลัวอาจิ้งเป็นแน่ เพราะขนาดเสี่ยวหยาก็ยังมิกลัวจ้าวหลางเลย”


อย่างน้อยยังมีสัตว์อสูรวิญญาณตัวหนึ่งที่ไม่กลัวทั้งคู่นั่นก็คือ เสี่ยวหยา สัตว์อสูรวิญญาณระดับจักรพรรดิวิญญาณรูปลักษณ์กระต่ายที่ตอนนี้เป็นสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของจ้าวหลาง


แต่เสี่ยวหยาเป็นสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของจ้าวหลางตามในเนื้อเรื่องอยู่แล้ว แบบนี้ถือว่านับหรือเปล่านะ...


ฝูจิ้นหลิงเบี่ยงประเด็น “จะว่าไปเมื่อวันที่ซือฝุไปเอาเครื่องแบบกับจ้าวหลาง ได้ยินศิษย์คนหนึ่งกล่าวว่าเมืองลี่หลินกำลังจัดงานเทศกาลประจำเมืองเย็นนี้”


เสวี่ยจิ้งเหอล่าวถามทันที “ซือฝุอยากไปหรือขอรับ?”


ฝูจิ้นหลิงนิ่งเงียบชะงักไปแวบหนึ่ง นี่เขาโดนดูออก?


เขาอุดอู้อยู่ในยอดเขาแห่งนี้เป็นเดือน ถึงจะติดห้องก็ใช่ว่าไม่อยากเที่ยวเลย แต่จะให้เขาเอ่ยออกไปตรง ๆ ก็เกรงว่าจะผิดวิสัยเซียนเลยกล่าวออกมาแบบอ้อม ๆ แอ้ม ๆนิดหน่อย


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าวเสียงยียวน “อา... แต่ว่าถ้าศิษย์น้องรู้จะต้องมิพอใจแน่ ๆ เลยขอรับ”


จ้าวหลางไม่ชอบสถานที่ที่มีคนเยอะ ไม่ชอบให้คนแปลกหน้าแตะตัวและไม่ชอบให้คนเข้ามาใกล้ การจะไปสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน สำหรับจ้าวหลางสถานที่นั้นก็คือนรกชัด ๆ


ฝูจิ้นหลิงกล่าวเสียงแผ่ว “ซือฝุจะบอกกับอาหลางเอง” ขนาดนี้แล้วเขาไม่ยอมเลิกล้มความตั้งใจง่าย ๆ


จ้าวหลางเป็นเด็กดี หากเขาที่ซึ่งเป็นอาจารย์เอ่ยถามถึงขนาดนี้ยังไงจ้าวหลางก็ไม่ปฏิเสธแน่ แต่ถึงจ้าวหลางจะปฏิเสธก็ไม่เห็นจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาอยู่ดี เพราะยังไงเขาก็ไปคนเดียวได้


เรื่องเที่ยวขอให้บอก! แค่ก แค่ก..


ฝูจิ้นหลิงเปลี่ยนเรื่อง “แล้วการฝึกเป็นไปได้ด้วยดี ไม่มีผลข้างเคียงใช่หรือไม่?”


เมื่อหนึ่งเดือนก่อนฝูจิ้นหลิงออกไปรวบรวมวัตถุหายากหลายอย่างเพื่อแก้พิษสลายวิญญาณที่ตกค้างในจุดตันเถียนของเสวี่ยจิ้งเหอ เพราะความเก่งกาจของร่างเซียนวิญญาณทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องง่าย ฝูจิ้นหลิงเดินหาสมุนไพรในทวีปแห่งความตายอย่างกับเดินเล่นในสวนหลังบ้านเลยทีเดียว


ใช้เวลาไม่ถึงวันก็รวบรวมวัตถุดิบที่ต้องการเสร็จ ฝูจิ้นหลิงจึงเริ่มกระบวนการสลายพิษตกค้าง โชคดีที่ในคลังสมบัติ(?)มีคัมภีร์เกี่ยวกับการสลายพิษตกค้างอยู่ฝูจิ้นหลิงเลยไม่ต้องคลำหาทางเอง แต่ก็ลำบากเองเรื่องเพราะขั้นตอนที่ยากที่สุดคือการสลายพิษต้องใช้พลังวิญญาณจำนวนมากถึงจะเป็นระดับเซียนวิญญาณก็ทำเอาฝูจิ้นหลิงนอนซมอยู่บนเตียงหลายวัน


แค่พิษตกค้างยังลำบากขนาดนี้ สมกับเป็นยาพิษที่ทั่วแผ่นดินเซียนหนานหวาดกลัวเพียงได้ยินชื่อเลยจริง ๆ


“การฝึกเป็นไปได้ด้วยดีขอรับ ทักษะเทพวิญญาณเข้ากับพลังวิญญาณของศิษย์เป็นอย่างดี” เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “ตอนนี้พลังวิญญาณของศิษย์ได้ถึงระดับก่อเกิดวิญญาณขั้น 1 แล้วขอรับ”


จากระดับห้วงวิญญาณขั้น 5 มาถึงระดับก่อเกิดวิญญาณขั้น 1 ในระยะเวลาเพียง 1 เดือน


ฝูจิ้นหลิงนิ่งเงียบ “......”


เขาชินแล้วล่ะ


“มีส่วนไหนที่ไม่เข้าใจรึไม่?” ฝูจิ้นหลิงเอ่ยถาม คัมภีร์เทพวิญญาณบรรพกาลเป็นถึงคัมภีร์ระดับเซียนวิญญาณ บางทีอาจจะมีบางส่วนที่เสวี่ยจิ้งเหอยังไม่เข้าใจ


ทว่าเสวี่ยจิ้งเหอส่ายหน้า “ไม่ขอรับ เนื้อหายังเป็นช่วงต้นอยู่เลยมิมีส่วนไหนที่เข้าใจยาก”


คำว่า ไม่ขอรับทำให้ใบหน้างดงามถึงกับหมองลงนิดหน่อย


จ้าวหลางก็ตอบเช่นนี้เหมือนกันตอนฝูจิ้นหลิงถามเรื่องสยบมาร นอกจากมอบคัมภีร์ให้แล้วศิษย์ทั้งสองคนต่างไม่มีจุดติดขัดหรือสงสัยอะไร ฝูจิ้นหลิงชักสงสัยแล้วว่าตนเองยังจำเป็นกับศิษย์ทั้งสองอยู่หรือเปล่า


เมืองลี่หลินอยู่ไม่ไกลจากยอดเขาทลายฟ้าเดินทางเพียง 100 ลี้ฝูจิ้นหลิงก็เห็นประตูเมืองแล้ว เพราะว่าเป็นช่วงเทศกาลจุดตรวจคนที่ทางเข้าเมืองจึงค่อนข้างเข้มงวด แต่พอแสดงหยกของสำนักกิเลนฟ้าเท่านั้น ผู้ตรวจถึงกับหน้าซีดและปล่อยให้เขาเข้ามา


เทศกาลลี่หลินสมกับเป็นงานเทศกาลประจำเมือง เพียงแค่ก้าวเข้ามาด้านในฝูจิ้นหลิงรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลก ทั้งแสงสี โคมไฟประดับและของตกแต่ง ทุกอย่างสวยงามตระการตาไปหมดจนไม่รู้ว่าจะมองอะไรก่อน


นอกจากความสวยงามสมกับเป็นเทศกาลแล้ว รวมไปถึงผู้คนเดินเต็มทั่วท้องถนน ที่ส่วนใหญ่มักจะเป็นชายหญิงวัยรุ่นเดินควงแขนเฉกเช่นคู่รักทำกัน


สองข้างทางของถนนทางเดินเต็มไปด้วยร้านค้าและเจ้าของร้านแผงลอยที่ออกมาเรียกลูกค้ากันเต็มที่ ฝูจิ้นหลิงมองของที่วางขายร้านหนึ่งด้วยความสงสัยก่อนจะเห็นชายชราหนึ่งกำลังเดินผ่าน ฝูจิ้นหลิงเข้าไปถาม “ท่านตา คือ ...เหตุใดร้านค้าหลายร้านถึงวางขายหยกประดับกันเยอะแยะเชียวล่ะขอรับ?”


ชายชราหันมามองเจ้าของเสียงหวาน “แม่นางเป็นนักเดินทางที่เพิ่งเข้าเมืองลี่หลินหรือ?”


ฝูจิ้นหลิงถึงกับชะงัก หากฟังไม่ผิดเขาได้ยินชายชราเรียกเขาว่า แม่นาง คือ... กำลังเข้าใจว่าผิดเขาเป็นผู้หญิงใช่หรือไม่?


“เอ่อ..ข้าเป็นบุรุษขอรับ” ฝูจิ้นหลิงกล่าวแก้ความเข้าใจผิด


ชายชราถึงกับชะงักเขามองสำรวจฝูจิ้นหลิงอีกหลายทีแลดูเสียมารยาทเป็นอย่างยิ่งแต่ฝูจิ้นหลิงไม่ถือ “โอ้... ขออภัยคุณชาย เสียมารยาทแล้ว” ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจก่อนที่จะตอบคำถามของฝูจิ้นหลิง “เพราะเป็นช่วงเทศกาลร้านพวกนี้เลยเอาหยกประดับมาขายกัน จะว่าไปคุณชายโชคดีมากที่มาเมืองลี่หลินตอนงานเทศกาลพอดี”


“เหตุใดหรือขอรับ?” ฝูจิ้นหลิงถามขึ้นด้วยความสงสัย


ชายชรากล่าวและยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ “เมืองลี่หลินเราขึ้นชื่อเรื่องสาวงาม หญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนจะแต่งกายประชันความงามกัน ส่วนบุรุษจะมอบหยกให้กับหญิงสาวที่ตนเองชื่นชอบ


ที่แท้แล้วงานเทศกาลลี่หลินประจำเมืองที่ว่าก็คือเทศกาลหาคู่! ฝูจิ้นหลิงถึงกับทำตาเป็นประกาย ทั้งชีวิตเขาไม่เคยไปงานนัดบอดหรือพูดคุยกับสาวงามมาก่อนเลยชักจะเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว


ในตอนที่ฝูจิ้นหลิงจมกับความคิดของตัวเอง ชายชราก็ได้มองสำรวจเขาอีกครั้งก่อนจะเข้ามากระซิบใกล้ ๆ “พวกคุณชายก็หน้าตาหล่อเหลาอย่างกับเทพบุตรกันทั้งนั้น ลุงว่า ...พวกแม่นางคงมองคุณชายกันตาเป็นมันเชียวละ”


สิ้นเสียงของชายชราบรรยากาศรอบตัวฝูจิ้นหลิงก็อึดอัดขึ้นมา สีหน้าของชายหนุ่มสองคนซ้ายขวาฝูจิ้นหลิงดูน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง “เอ่อ...” ชายชราถึงกับเหงื่อออกทั่วแผ่นหลัง หรือว่าเมื่อกี้ตนจะกล่าวอะไรผิดไป...


คำกล่าวของลุงทำเอาทั้งจ้าวหลางและเสวี่ยจิ้งเหอที่ตามมาด้วยถึงกับขมวดคิ้วไม่พอใจ


และยิ่งหันไปเห็นใบหน้างดงามแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังมีความสุข เขาก็ยิ่งไม่พอใจ


จ้าวหลาง “ซือฝุข้าอยากกลับแล้วขอรับ”


เสวี่ยจิ้งเหอ “ศิษย์เองก็ยังไม่ได้รดน้ำสมุนไพรเซียนเลยขอรับ”


สองหนุ่มที่นิ่งเงียบตามเขามาตลอดทาง จู่ ๆ ก็อยากกลับกะทันหันทำเอาฝูจิ้นหลิงถึงกับไปไม่เป็น ทั้ง ๆที่ตอนแรกสองศิษย์เป็นคนอยากตามมาด้วยเองแท้ ๆ เพราะที่จริงฝูจิ้นหลิงไม่ได้ต้องให้ใครตามมาด้วยซ้ำเพราะอยากเดินเที่ยวอิสระคนเดียวไม่ต้องคอยรักษาภาพลักษณ์กับใคร


“เช่นนั้นพวกเจ้าก็กลับไปก่อน” ฝูจิ้นหลิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


สีหน้าของจ้าวหลางและเสวี่ยจิ้งเหอพลันเปลี่ยนทันที ฝูจิ้นหลิงงุนงง ในเมื่อทั้งคู่มีธุระที่ต้องทำแต่ตัวเขาไม่มีกลับไปก่อนก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เหตุใดจ้าวหลางและเสวี่ยจิ้งเหอต้องทำหน้าราวกับสุนัขถูกเจ้าของทิ้งด้วยเล่า


จ้าวหลาง “...ไม่กลับแล้ว”


เสวี่ยจิ้งเหอ “ศิษย์ด้วยขอรับ


“.....” ฝูจิ้นหลิงใบ้กิน


เมื่อลืมตาตื่นสิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกก็คือเพดานห้องของตนเอง ร่างบางลุกขึ้นจากเตียงเหมือนปกติ แต่จู่ ๆ ร่างกายก็วูบโหวงอีกทั้งยังเห็นห้องตัวเองบิดเบี้ยวหมุนไปหมุนมาจนน่าเวียนหัว ร่างบางถึงกับต้องกลับไปลงนอนที่เตียง หลับตาและใช้พลังวิญญาณขับอาการผิดปกติออกจากร่างกายตนเองให้ไว


ประสบการณ์ดื่มของมึนเมาครั้งแรกมันเป็นแบบนี้นี่เอง คิดภาพออกเลยถ้าหากเขาไม่ได้เป็นเซียนวิญญาณจะเกิดอะไรขึ้น


แล้วนี่เขามาอยู่ที่เรือนของตนเองได้ยังไงกัน


ความทรงจำสุดท้ายที่จำได้คือเขาหมดสติอยู่ในเหลาสุรา


ฝูจิ้นหลิงมองออกไปที่หน้าต่าง ทิวทัศน์ป่าวิญญาณด้านนอกที่เห็นประจำทุกวันเป็นการบอกว่าที่นี่คือยอดเขาทลายฟ้าแสงแดดเปรี้ยงที่ส่องกระทบลงมาทำให้เขารู้ว่าเป็นเวลาใด


เสวี่ยจิ้งเหอไปไหน


ปกติสายขนาดนี้เสวี่ยจิ้งเหอจะต้องมาเคาะเรียกที่หน้าประตูตั้งนานแล้ว ไม่มีทางปล่อยให้เขานอนจนเลยมื้ออาหารหรอก แต่คิดอีกทีเสวี่ยจิ้งเหอไม่มากวนก็ดีเหมือนกัน ว่าแล้วฝูจิ้นหลิงก็ลงไปซุกกับหมอนและพยายามข่มตาหลับ


แต่ในหัวของฝูจิ้นหลิงก็อดจะคิดฟุ้งซ่านไม่ได้


ทุกเช้าอาจิ้งก็จะมักมาปลุกทุกที แล้วทำไมวันนี้ถึงไม่มาปลุก


ใบหน้าหวานขมวดคิ้วมุ้น


ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้อาจิ้งก็มาปลุกเขาเสมอพอวันนี้ขาดหายไปฝูจิ้นหลิงเลยไม่รู้สึกสบายใจ เขาใช้พลังวิญญาณจับกระแสพลังวิญญาณของเสวี่ยจิ้งเหอและพบว่าเจ้าตัวก็อยู่ภายในเรือน


ก็อยู่นี่แล้วทำไมไม่มาปลุกกัน


คิดวนอยู่ในหัวหลายตลบ ร่างกายกระสับกระส่ายพลิกไปพลิกมาไม่อาจข่มตาหลับ สุดท้ายฝูจิ้นหลิงก็ลุกออกจากเตียง


ร่างบางที่มีเพียงชุดสีขาวตัวในเดินออกมาจากห้องของตนเอง ผ่านหน้าห้องรับประทานอาหารที่บนโต๊ะมีอาหารหลากชนิดโดยที่ไม่เหลียวแลเลยสักนิด ฝูจิ้นหลิงเดินตรงดิ่งไปที่ห้องอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว


เสวี่ยจิ้งเหอกำลังอ่านหนังสือเมื่อเห็นฝูจิ้นหลิงกำลังมองตนอยู่ที่หน้าประตูห้องเขาก็ตกใจเล็กน้อย


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “ซือฝุทำไมออกมาในสภาพเช่นนั้นล่ะขอรับ” วางหนังสือไว้บนโต๊ะแล้วเดินไปหาฝูจิ้นหลิง


สภาพที่เสวี่ยจิ้งเหอเห็นคือฝูจิ้นหลิงไม่เรียบร้อยเป็นอย่างมาก


พอเห็นหน้าเสวี่ยจิ้งเหอ ฝูจิ้นหลิงก็อึกอักพลางนึกขึ้นได้ว่าตัวเองจะมาหาเสวี่ยจิ้งเหอทำไมกัน “เอ่อ...อาจิ้งกินมื้อเช้าหรือยัง?”


เสวี่ยจิ้งเหอตอบ “มื้อเช้า? กินแล้วขอรับ”


ฝูจิ้นหลิงเกือบหลุดหน้าเหวอในใจช็อคไปแล้วเรียบร้อย ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานอกจากเสวี่ยจิ้งเหอจะมาปลุกเขาที่ห้องทุกวันแล้วทั้งเขาและเสวี่ยจิ้งเหอต่างรับประทานอาหารทุกมื้อพร้อมกันทั้งนั้น


เรื่องนี้มันจะชักจะมีอะไรแปลก ๆแล้ว


“วันนี้ไม่เห็นอาจิ้งไปห้องซือฝุเลย...” ฝูจิ้นหลิงแทบจะทึ้งหัวตัวเอง ทั้งที่ตัวเองโตขนาดนี้แล้วยังอยากให้มีคนไปปลุกเรียกตัวเองที่ห้องอีก


พอได้ยินคำถามของฝูจิ้นหลิง เสวี่ยจิ้งเหอเงียบไปพักหนึ่ง “นั่นสินะขอรับ” เสวี่ยจิ้งเหอตอบก่อนที่จะยิ้มออกมา


ท่าทางเช่นนั้นของเสวี่ยจิ้งเหอทำเอาฝูจิ้นหลิงถึงกับคิ้วกระตุก งอน? นี่เสวี่ยจิ้งเหอกำลังงอนอยู่งั้นหรือ..?


แม้เสวี่ยจิ้งเหอมักจะมียิ้มประดับใบหน้าเป็นปกติอยู่แล้วแต่ด้วยสัมผัสที่หกของฝูจิ้นหลิง การกระทำแปลก ๆไม่เหมือนปกติ ตอนเช้าก็ไม่มาปลุกอีกทั้งยังไม่รับประทานอาหารมื้อเช้าพร้อมกัน จะเป็นอะไรอย่างอื่นไปได้นอกจากว่าเสวี่ยจิ้งเหอกำลังงอนอยู่?


เมื่อวานตอนเช้าเสวี่ยจิ้งเหอก็ยังเป็นปกติดีอยู่ด้วยซ้ำ


หรือว่าจะเป็นเมื่อคืน...?


มันจะต้องเกี่ยวข้องกับการที่เขาตื่นขึ้นมาในห้องตัวเองด้วยแน่ ๆ ยังไงก็ต้องเป็นเรื่องเมื่อคืน ฝูจิ้นหลิงมั่นใจเป็นอย่างมากแต่เขาก็ยังสับสนอยู่ เมื่อคืนเขาไปที่เมืองลี่หลินไปเที่ยวเทศกาลประจำเมืองกับเสวี่ยจิ้งเหอและจ้าวหลาง แต่เขาไปทำอะไรให้เสวี่ยจิ้งเหอไม่พอใจกันล่ะ อันที่จริงเขาแทบจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนเลยสักนิด


เทศกาลลี่หลินเป็นเทศกาลที่หญิงสาวหลายคนมักจะแต่งกายมาประชันความงามและหลอกล่อชายหนุ่ม กลุ่มของฝูจิ้นหลิงกลายเป็นจุดสนใจตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาในเขตเทศกาล จ้าวหลางและเสวี่ยจิ้งเหอแต่งกายเหมือนยามปกติทั่วไป ส่วนฝูจิ้นหลิงก็ยังสวมใส่เสื้อคลุมขนจิ้งจอกสวรรค์สีขาวตัวโปรดของตนเช่นกัน


สองหนุ่มหล่อและอีกหนึ่งใบหน้างดงามและที่เอวของทั้งสามก็ผูกหยกสีขาวสลักลายกระเรียนดูล้ำค่า โดยรวมแล้วไม่ว่าจะเป็นจากมุมไหนกลุ่มชายหนุ่มแสนสง่างามตรงนั้นก็ดูไม่ใช่คนธรรมดาสามัญชนเลยสักนิด


“นี่... คุณชายสนใจแวะที่เหลาสุราก่อนหรือไม่เจ้าคะ” หญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาทัก แต่งกายด้วยผ้าสีแดงรุ่มร่ามเปิดเผยส่วนโค้งเว้าและเนินอก ที่กายมีกลิ่นเครื่องหอมโชยออกมาอยู่อ่อน ๆ


สายตาของนางจ้องไปที่จ้าวหลาง แต่จ้าวหลางไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิด หญิงสาวจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เสวี่ยจิ้งเหอแทน


เธอหันไปเอ่ยถามเสวี่ยจิ้งเหอ “เอ่อ...แล้วคุณชายล่ะเจ้าคะ”


เสวี่ยจิ้งเหอยิ้มและปฏิเสธอย่างสุภาพ “ไม่ล่ะขอรับ”


ท่าทางของเสวี่ยจิ้งเหอดูเกรงใจหญิงสาวมากและนั่นทำให้เธอได้ใจ เธอแตะแขนของเสวี่ยจิ้งเหอและใช้หน้าอกคู่โตแนบชิด พยายามให้กลิ่นอายของตนใกล้เสวี่ยจิ้งเหอมากที่สุด “ไปกับข้าเถอะนะเจ้าคะ...” หญิงสาวเสียงแหบพร่า ถึงเธอจะชอบคุณชายอีกคนมากกว่า แต่คุณชายคนนี้ก็ดูหล่อเหลาไม่แพ้กันเลย


รอยยิ้มของเสวี่ยจิ้งเหอเริ่มหายไป


ฝูจิ้นหลิงมองเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วรู้สึกทำตัวไม่ถูก คือตอนนี้เสวี่ยจิ้งเหอกำลังถูกหญิงสาวคนนี้จีบอยู่ใช่หรือไม่ ในฐานะที่เขาเป็นอาจารย์เขาก็ควรจะทำอะไรสักอย่าง?


ฝูจิ้นหลิงพูดกับเสวี่ยจิ้งเหอ “อาจิ้งไปกับเด็กสาวคนนี้เถอะ ซือฝุอยู่กับอาหลางก็ได้”


เสวี่ยจิ้งเหอกำลังจะพูดแย้ง “ซือฝุขอรั-”  ใบหน้าของเขาดูลุกลี้ลุกลนแสดงอาการออกชัดเจน ฝูจิ้นหลิงคิดว่าเขาคงกำลังจะเขินอายอยู่เป็นแน่


ฝูจิ้นหลิงไม่รอให้เสวี่ยจิ้งเหอพูดแย้ง เขาดึงแขนเสื้อจ้าวหลาง “เราไปกันเถอะจ้าวหลาง” และผละออกไปจากตรงนั้นทันที


หญิงสาวเห็นชายหนุ่มอีกสองคนเปิดทางให้นาง นางมีความสุขมากตอนนี้นางอยู่สองต่อสองกับคุณชายผู้หล่อเหลาท่านนี้ นางสังเกตเห็นกลุ่มของฝูจิ้นหลิงตั้งแต่แรก ทั้งใบหน้า ท่วงท่า บรรยากาศและความสง่างาม ไม่มีทางที่จะเป็นคนพวกนั้นจะเป็นธรรมดาอย่างแน่นอน อีกทั้งลักษณะการเดินในเทศกาลอย่างไม่คุ้นเคยทำให้นางยิ่งมั่นใจ


เขาอาจจะเป็นคุณชายจากตระกูลผู้ร่ำรวยเมืองอื่น ชนชั้นสูง หรืออาจจะเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ก็เป็นได้!


“คุณชายมีนามว่าอะไรหรือเจ้าคะ” เธอถาม


ทว่าคนข้างกายกลับนิ่งเงียบ หญิงสาวคิดว่าเสวี่ยจิ้งเหอไม่ได้ยินเธอ “คุณชายเจ้าคะ?”


ในที่สุดคนข้างกายก็หันมามองหน้าเธอ “นามของข้าคือ เสวี่ยจิ้งเหอ แล้ว... แม่นางผู้งดงามท่านนี้มีนามว่าอะไรหรือขอรับ”


หญิงสาวเกิดอาการหน้าแดง น้ำเสียงนุ่มและรอยยิ้มทำให้ใจระส่ำระส่ายรวมทั้งระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอและใบหน้าของเสวี่ยจิ้งเหออยู่ในระยะใกล้ ดวงตาสีดำเป็นประกายสีแดงลึกล้ำสบตากันจนเป็นเธอเองที่เบี่ยงสายตาออกมาเพราะไม่สามารถทนกับเสน่ห์ที่ล้นเหลือของชายหนุ่มไหว “ขะ ข้ามีนามว่าลี่ปี้เจ้าค่ะ”


“เป็นชื่อที่เหมาะกับแม่นางมากขอรับ”


“ขอบคุณเจ้าค่ะ”


ใจของลี่ปี้เต้นตึกตัก ทั้งที่นางกะจะมายั่วยวนชายหนุ่มเพื่อว่าจะหลอกให้ซื้อของที่นางต้องการแท้ ๆ แต่กลับกลายเป็นนางเองที่หลงใหลชายหนุ่มเข้าจริง ๆ เสียได้ เธอไม่กล้ามองหน้าเสวี่ยจิ้งเหอเสียด้วยซ้ำเพราะใบหน้าของเธอเขินอายจนกลายเป็นสีแดงทั้งใบหน้าและเธอยังซบแขนของเสวี่ยจิ้งเหอไว้อีกด้วยเพราะไม่ต้องการให้เสวี่ยจิ้งเหอเห็น


เสวี่ยจิ้งเหอมองไปที่ลี่ปี้ ลี่ปี้เป็นหญิงสาวที่ตัวเล็ก สูงเพียงแค่ระดับไหล่ของเขา งดงาม ชาญฉลาด อีกทั้งยังมีมุมที่น่ารักไร้เดียงสา หญิงสาวแบบนี้หายากมากในแผ่นดินเซียนหนาน แต่เธอมีข้อเสียที่เลวร้ายอย่างแรงอยู่ข้อหนึ่ง...


เธอรนหาที่ตาย...


บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบ ใบหน้าประดับรอยยิ้มกลายเป็นนิ่งสนิท ดวงตาสีดำกลายเป็นสีแดงเลือด เสวี่ยจิ้งเหอหันไปมองเส้นทางที่ฝูจิ้นหลิงเดินไปกับจ้าวหลาง


เสวี่ยจิ้งเหอพึมพำกับตัวเอง สายตาเหลือบไปมองลี่ปี้ที่ซบแขนตัวเองอยู่


หากซือฝุต้องการเช่นนั้น...


ลี่ปี้เสียงสั่น เมื่อจู่ ๆ ร่างกายก็รู้สึกเหมือนรอบตัวหนาวเย็นขึ้น “วันนี้หนาวจังเลยนะเจ้าคะ”


เสวี่ยจิ้งเหอโอบเอวของเธออย่างสุภาพบุรุษแล้วกล่าว “ถ้าเช่นนั้นเราเข้าไปด้านในกันเถอะขอรับ”


ใบหน้าหล่อเหลาแย้มยิ้ม


ศิษย์จะเล่นด้วยก็ได้...






ช่วงคุยกับนักเขียน

ตรวจเช็คคำและแก้คำบรรยาย

Twitter : @Mellion009 

#อย่ากินซือฝุ -> แจ้งข่าว Cut อื่น ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.977K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,506 ความคิดเห็น

  1. #3500 Pimnok2124 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2564 / 17:16
    เอ๊ะ เอ๊ะ
    #3,500
    0
  2. #3494 Po-inKd (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 12:05
    เอ้า ยอมง่ายๆงี้เลย?
    #3,494
    0
  3. #3483 Filmmiepk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 18:14
    เปลี่ยนเป็นตาสีแดง?
    #3,483
    0
  4. #3478 lukchin1991 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 19:55
    อืมมม เอาจริงๆนะ.. ตัวเอกนี่จะเรียกโชคหรืออะไร มาเกิดใหม่ มีพลังสูงส่งได้โดยที่ไม่ต้องทำอะไร มีคนรักทั้งๆที่ไม่ได้เกิดจากความพยายามของตัวเอง.. บางทีเราก็คิดว่ามันไม่แฟร์กับท่านเซียนตัวจริงเอาเสียเลย ถ้าเซียนเกิดจากการฝึกฝน แล้วพยามมาตั้งเยอะ กลับถูกวิญญาณอื่นเข้าแทรกแทรง ถึงจะบอกว่าน้องตัวเอกแกน่าสงสาร เพราะเรื่องราวในอดีต ก็คิดว่ามันไม่ใช่

    แล้วศิษย์ทั้งสองคนนี่เกิดใหม่?
    #3,478
    1
    • #3478-1 Po-inKd(จากตอนที่ 5)
      14 มีนาคม 2564 / 12:01
      เราเห็นด้วยกับเรื่องเซียนตัวจริงนะคะ รู้สึกไม่แฟร์มากๆ;-;
      #3478-1
  5. #3467 pichayapa-sk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 16:19
    กี้ด อะไรกันคับเนี่ย อห.ผัวค่ะ อยากได้
    #3,467
    0
  6. #3451 yingg8663 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 22:58
    อ้าวๆๆ
    #3,451
    0
  7. #3437 Ray RZ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 20:56
    คำเดียวเลยค่ะ "ชิบหาย..." อาจิ้ง อาจิ้งยันแตกแล้วใช่ไหมคะ แตก แตกแล้วแน่ๆ ไม่นะซือฝุ หนีไปปปป
    #3,437
    0
  8. #3428 trois.z (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 13:53
    อาจิ้งสายันปะเนี่ยยยย ดูโหดเงียบอะ
    #3,428
    0
  9. #3419 12311232123312 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 13:01
    ;————-;
    #3,419
    0
  10. #3404 Minmiao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 14:12
    คุณชายเจ้าสำราญญญญ
    #3,404
    0
  11. #3399 B.TEm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 00:21
    นายจิ้ง แบ้ดบอยทากมั่ยหวัยผะ คือแบบว่า นี่มัน อะไรกัน
    #3,399
    0
  12. #3376 QUITLEŃ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 20:31
    จะทำไรศิษย์พี่
    #3,376
    0
  13. #3350 Baiphil289 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 20:02
    อื้อหือ
    #3,350
    0
  14. #3340 มืใหม่คาซึ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:33
    ตายแล้ววว 5555
    #3,340
    0
  15. #3315 sakura17 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 19:40
    จะทำอะไรน่ะ
    #3,315
    0
  16. #3272 MitsukiCarto (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 09:29
    ร..ร๊ายยยยยยยย
    #3,272
    0
  17. #3263 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 00:15
    เด่ววววว อาจิ้งทำไร๊
    #3,263
    0
  18. #3247 lluv KAITO vull (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 18:08
    หืมมมมมม???????
    #3,247
    0
  19. #3212 -134340 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 14:46
    เอาแล้วววววววๆๆ
    #3,212
    0
  20. #3164 pcy921 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 23:15
    อาจิ้งจะทำไรค้าาา5555
    #3,164
    0
  21. #3151 iiวมlwรน้oe (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 20:15
    2 คนนี้ต้องย้อนกลับมาแน่เลย
    #3,151
    0
  22. #3133 พระจันทร์ตะวันออก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 14:30
    อาเหรินมาเข้าร่างนี้ตอนต้นเรื่องเลย เเสดงว่ามันก็เป็นไปได้ที่อาหลาง กับอาจิ้ง ก็อาจจะย้อนเวลากลับมาที่จุดเริ่มต้นเรื่อง เพราะตามเรื่องเดิมซื่อฝุตาย อาจจะกลับมาเเก้ไขอดีตงี้ป่ะ
    #3,133
    0
  23. #2983 at2017 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 03:16
    ขาดหายแบบแปลกๆ
    #2,983
    0
  24. #2953 Nuu_PaoL (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 03:53
    ซือฝุ! วางหมาดหน่อยซือฝุ! อย่าให้ศิษย์มันเหิมเกริม!
    #2,953
    0
  25. #2769 mizasa_G (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 21:59
    ศิษย์มันร้ายยยยย
    #2,769
    0