END [BL,Yaoi] ศิษย์ข้าอย่าทำกับอาจารย์เจ้าเช่นนี้! (ตีพิมพ์ สนพ. บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 4 : บทที่ 1 ตัวนำชายที่มีนิสัยแปลกประหลาด RE [3/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,841 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

บทที่ 1 ตัวนำชายที่มีนิสัยแปลกประหลาด 





ฝูจิ้นหลิงไม่ได้ตื่นเต้นสักเท่าไหร่เมื่อได้ยินว่ามีคนผ่านเข้าอาณาเขตสีเหลือง เพราะเขารู้ดี ว่าคนคนนั้นไม่ใช่จ้าวหลาง


เรือนผมตรงยาวสีดำขลับ นัยน์ตาสีฟ้ามรกตที่หากได้สบตาก็เป็นอันสูญเสียตัวตน ใบหน้าหวานสงบเยือกเย็นดุจหิมะฤดูหนาว ความสูงศักดิ์อันโดดเด่นมิธรรมดาและบรรยากาศเย็นชาที่แผ่ออกราวกับว่านางคือธิดาแห่งน้ำแข็ง


ในเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้น บรรยายความงามของเจียงหลิ่งจูถึง 2000 คำ


ธิดาน้อยตระกูลเจียง เจียงหลิ่งจู ผู้เป็นน้องสาวสายเลือดแท้ของอัจฉริยะอันดับหนึ่งในแผ่นดินเซียนหนาน หนึ่งในตัวเก็งนางเอกของเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้น ความอัจฉริยะและความเก่งกาจของนางมิด้อยกว่าพี่สาวของนาง เจียงชิงไฉ เลย เมื่อตอนที่นางอายุได้ 9 ปี เจียงหลิ่งจูทำให้ทั่วทวีปหยวนอิงตกตะลึงด้วยตำแหน่งผู้ที่ผ่านเข้าสู่ระดับก่อเกิดวิญญาณที่มีอายุน้อยที่สุด


เดิมทีเจียงหลิ่งจูมิได้ต้องการเข้าสำนักกิเลนฟ้า และตระกูลของนางก็ต้องการให้นางเข้าสถาบันมังกรศักดิ์สิทธิ์ทวีปผิงอัน แต่เจียงหลิ่งจูปรากฏตัวที่วันคัดเลือกศิษย์ใหม่เข้าสำนักกิเลนฟ้าเพราะนางมีเป้าหมายหนึ่ง


นางต้องการที่จะเป็นศิษย์ของเซียนวิญญาณ ฝูจิ้นหลิง


ตอนที่ได้กลายเป็นศิษย์ในสำนักกิเลนฟ้ามีนางเพียงผู้เดียวที่ได้เป็นศิษย์หลักโดยทันที ด้วยพรสวรรค์ของนาง นางมั่นใจเป็นอย่างมากว่าเซียนฝูจิ้นหลิงจะเลือกนางเป็นศิษย์ของเขา แต่โชคชะตาพลิกผันกลายเป็นว่าเซียนฝูจิ้นหลิงเลือกจ้าวหลาง ซึ่งมีพลังวิญญาณต่ำกว่านางถึง 4 ขั้นและเป็นแค่ศิษย์สายในแทน


เจียงหลิ่งจูโกรธเคืองอย่างมากที่จ้าวหลางกลายเป็นศิษย์ของฝูจิ้นหลิงแทนที่จะเป็นนาง ทว่านางก็ไม่สามารถเรียกร้องอะไรกับฝูจิ้นหลิงได้ นางจึงเลือกที่จะเอาความโกรธไปลงกับจ้าวหลางแทน


จากความเกลียดชังก็เริ่มจะเผลอไผลไปหลงรัก เรื่องราวโรแมนติกสุดแสนจะเบสิคเหมือนนิยายรักทั่ว ๆไป


ตอนที่อ่านเขาเชื่อว่าเจียงหลิ่งจูได้ถูกวางบทให้เป็นนางเอกของเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้นอย่างแน่นอน หากแต่ว่าผ่านไปสิบเป็นร้อยตอน เจียงหลิ่งจูก็ยังคงเป็นแค่หนึ่งในตัวเก็งนางเอกเสมอ ทั้งที่นางและจ้าวหลางต่างก็ชอบพอกัน


จนกระทั่งเรื่องราวทั้งหมดได้เฉลยออกมา


เจียงหลิ่งจูมีชายที่ตนหลงรักแล้ว


ชายผู้นั้นคืออดีตคู่หมั้นของนาง รักแรกที่นางไม่สามารถตัดใจได้


ด้วยดีกรีความเป็นอัจฉริยะของเจียงหลิ่งจูและตัวเขาที่ได้อ่านเนื้อเรื่องมาก่อนทำให้ฝูจิ้นหลิงมั่นใจมาก ว่าคนที่ผ่านเส้นสีเหลืองคนแรกต้องเป็นเธออย่างแน่นอน


“เด็กหนุ่มคนนั้นคือลูกหลานบ้านใครกัน?”


อ่าว ไม่ใช่รึ!


ฝูจิ้นหลิงหันขวับ จากที่มัวหาจ้าวหลางอยู่พอได้ยินเหลียงเป่ยชางเอ่ยด้วยความตกใจ ดวงตาสีอำพันที่ย้อมไปด้วยพลังวิญญาณมองไปที่อาณาเขตเส้นสีเหลืองโดยทันที ไม่ใช่เจียงหลิ่งจูจริง ๆด้วย แต่เป็นเด็กหนุ่มปริศนาที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ เด็กหนุ่มคนนั้นสวมใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าครึ่งหน้าทำให้ฝูจิ้นหลิงไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคือใคร


แต่ไม่รู้ทำไม ฝูจิ้นหลิงถึงถูกชะตากับเด็กหนุ่มคนนั้นนัก


เจียงหลิ่งจูควรจะเข้ามาในอาณาเขตนี้ได้แล้วมิใช่หรือ ฝูจิ้นหลิงมองไปทางอื่นแต่ไม่พบ ในอาณาเขตสีเหลืองมีเพียงเด็กหนุ่มปริศนายืนอยู่คนเดียว


ฝูจิ้นหลิงสับสนวกวน หรือว่าตนเองอาจจะจำเนื้อเรื่องผิด?


“พลังวิญญาณของเด็กหนุ่มมั่นคงมาก ขนาดพื้นที่ตรงนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันระดับก่อเกิดวิญญาณเขายังยืนอยู่ได้” เหลียงเป่ยชางเอ่ยฟังจากน้ำเสียงแล้วดูเหมือนเขาจะถูกใจเด็กคนนั้นไม่น้อย


ผู้อาวุโสคนหนึ่งพยักหน้าเห็นด้วย “ที่ข้าแปลกใจยิ่งกว่าคือเด็กคนนั้นทำตัวปกติราวกับว่าเขามิได้ยืนอยู่บนแท่นพลังวิญญาณ ขนาดระดับทะเลวิญญาณที่มีระดับพลังวิญญาณมากกว่ายังมิสามารถทำตัวตามสบายเหมือนเด็กหนุ่มได้เลย”


“ท่าทางก็ดูองอาจเหมือนไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดา”


“เขาอาจจะเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ที่ไหนก็เป็นได้”


เสียงคำชมไม่ขาดสายจากผู้คนด้านหลัง พวกเขาล้วนยอมรับในความสามารถอันน่ากลัวของเด็กหนุ่ม ผู้อาวุโสบนที่นั่งหลายคนล้วนเป็นระดับอาณาเขตวิญญาณขึ้นไปทั้งสิ้น พวกเขาสามารถตรวจสอบระดับพลังวิญญาณของเด็กหนุ่มอย่างง่ายดายและพลังวิญญาณของเด็กหนุ่มอยู่แค่ระดับก่อเกิดวิญญาณขั้น 3 เท่านั้น


“พลังวิญญาณมั่นคงมาก”


“ระดับก่อเกิดวิญญาณขั้น 3 ในอายุเท่านี้ก็นับว่าเป็นเพียงอัจฉริยะทั่วไป แต่การยืนในแท่นพลังวิญญาณที่มีระดับพลังวิญญาณขั้นเดียวกันแล้วทำอย่างกับว่ายืนอยู่ในสถานที่ธรรมดามันทำให้เด็กหนุ่มน่าทึ่งมากจริง ๆ”


เหลียงเป่ยชางยิ้มหน้าเบิกบาน ยิ่งมีคำชมมาจากผู้อาวุโสเสาหลักมากเท่าไหร่ แววตาและสีหน้าของเหลียงเป่ยชางก็ยิ่งแสดงออกว่าอยากได้เด็กหนุ่มมากเท่านั้น


แต่ฝูจิ้นหลิงชักจะมีอารมณ์กรุ่น ๆขึ้นมาแล้ว


เหลียงเป่ยชางไม่เห็นเลยหรือว่าเสวี่ยจิ้งเหอยืนอยู่ข้างเขา ถึงจะเป็นอดีตศิษย์ผู้สืบทอดไปแล้วแต่เหลียงเป่ยชางก็ควรจะไว้หน้าเสวี่ยจิ้งเหอบ้าง ฝูจิ้นหลิงเกือบจะระบายอารมณ์ออกไปแล้วถ้าเสวี่ยจิ้งเหอไม่กุมมือปลอบให้เขาใจเย็น


พอเห็นเด็กหนุ่มไม่แสดงสีหน้าอะไร “อาจิ้งมิเจ็บใจเลยหรือ” ฝูจิ้นหลิงอดที่จะถามออกไปไม่ได้


เสวี่ยจิ้งเหอส่ายหน้า มอบรอยยิ้มแสนอ่อนโยนเป็นคำขอบคุณที่ฝูจิ้นหลิงโมโหแทนเขา “ข้ามิเป็นไรหรอกขอรับ”


เจ้าตัวกล่าวแบบนี้ฝูจิ้นหลิงก็ทำได้เพียงสงบสติอารมณ์ ถึงจะยังมีอารมณ์โกรธค้างอยู่บ้างแต่ฝูจิ้นหลิงก็รู้ขอบเขตของตนเองดี หากเสวี่ยจิ้งเหอไม่คิดจะเอาความเขาก็ไม่มีสิทธิ์จะไปทวงความยุติธรรมกับเหลียงเป่ยชางอะไรทั้งนั้น และเพื่อไม่ให้ตัวเองอารมณ์เสียมากไปกว่านี้ฝูจิ้นหลิงจะทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินเสียงเหลียงเป่ยชางกับพวกผู้อาวุโสก็แล้วกัน


เขาหันไปให้ความสนใจกับงานคัดเลือกแทน


ละสายตาเพียงแวบเดียวที่แท่นพลังวิญญาณบรรยากาศกดดันเริ่มคืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ นอกจากเด็กหนุ่มปริศนาแล้วเริ่มมีคนประปรายเข้ามาในอาณาเขตสีเหลือง


หนึ่งในนั้นมีผู้ที่โดดเด่นสง่างามเหนือกว่าคนอื่น


คนคนนั้นก็คือแม่นางเจียงหลิ่งจู


ฝูจิ้นหลิงเห็นความงามที่แผ่ออกมาตั้งแต่อายุยังน้อยก็พยักหน้าเบา ๆ ทั้งใบหน้าและท่วงท่ากิริยาของนางงดงามสมกับที่นักเขียนของเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้นบรรยายออกมา 2000 คำจริง ๆ


คนข้างกายของฝูจิ้นหลิงพึมพำ “เจียงหลิ่งจู...”


ฝูจิ้นหลิงชะงัก “อาจิ้งรู้จักนางด้วยหรือ” เขาค่อนข้างแปลกใจมากที่ตัวละครที่ไม่ได้ปรากฏในเนื้อเรื่องอย่างเสวี่ยจิ้งเหอทำท่าราวกับรู้จักเจียงหลิ่งจู


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “ก่อนที่ข้าจะโดนพิษสลายวิญญาณ นางเคยเป็นคู่หมั้นของข้าขอรับ” คู่หมั้น... ฝูจิ้นหลิงตัวแข็งค้าง เสวี่ยจิ้งเหอกล่าวต่อ “ทว่าข้าเองก็เห็นนางตั้งแต่เด็ก ในใจของข้าเอ็นดูนางเป็นเพียงน้องสาวไม่เคยได้คิดเกินเลย”


ขอเวลานอกก่อน...


ฝูจิ้นหลิงกุมขมับ พึมพำกับตัวเอง “มันเป็นอย่างงี้นี่เอง...”


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าวว่าตนเองเคยเป็นคู่หมั้นของเจียงหลิ่งจู ซึ่งในเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้นเจียงหลิ่งจูเองก็กล่าวไว้ว่านางยังคงหลงรักชายที่ซึ่งเคยเป็นคู่หมั้นของตนเองอยู่จึงมิสามารถสารภาพรักกับจ้าวหลางได้


เช่นนั้นชายที่เจียงหลิ่งจูตัดใจไม่ขาดแท้จริงแล้วคือเสวี่ยจิ้งเหอ อีกทั้งสาเหตุที่เจียงหลิ่งจูไม่ได้กลายเป็นนางเอกของเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้นก็คือเสวี่ยจิ้งเหอเช่นกัน


เรื่องราวเข้ามาประติดประต่อกันอย่างงง ๆ ฝูจิ้นหลิงไม่รู้ว่าตนควรจะตกใจกับอะไรก่อน


แบบนี้ถ้าในอนาคตจ้าวหลางกลายเป็นศิษย์ของเขาอีกคน ชายสองคนที่มีประเด็นเรื่องหญิงที่รักกลายเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน... ในอนาคตมันจะไม่กลายเป็นเรื่องราวรักสามเศร้าระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้องอย่างนั้นหรือ ไม่สิที่น่าเศร้ากว่าคือเสวี่ยจิ้งเหอรู้สึกกับเจียงหลิ่งจูแค่พี่น้อง


เค้าลางหายนะเริ่มมา หรือว่าเขาควรไม่รับจ้าวหลางเป็นศิษย์เพื่อตัดธงหายนะนี้ดี...


“แม่นางเจียงหลิ่งจูเข้าโจมตีเด็กหนุ่มคนนั้นแล้ว!


ประกายแสงสีเงินเรืองรองเศษเกล็ดน้ำแข็งกระจายจากกระบี่ใบเรียวทุกครั้งที่เจียงหลิ่งจูเข้าโจมตีเด็กหนุ่ม การฟาดฟันด้วยกระบวนท่าที่รวดเร็วจนคนธรรมดามิอาจมองเห็น ทางด้านเด็กหนุ่มก็ไม่ได้น้อยหน้าเขาหลบการโจมตีจากเจียงหลิ่งจูได้ทั้งหมด


การต่อสู้รวดเร็วหวือหวายังกับฉากในหนังทำให้ความคิดก่อนหน้าของฝูจิ้นหลิงกระจัดกระจายไปหมด


ฝูจิ้นหลิงเอ่ยถามความเห็น “อาจิ้งคิดว่าทั้งคู่เป็นอย่างไร”


เสวี่ยจิ้งเหอครุ่นคิด “กระบวนท่าของเจียงหลิ่งจูไม่ธรรมดาเลยขอรับ ทว่าเด็กหนุ่มคนนั้นน่าทึ่งมาก เขาสามารถหลบการโจมตีของเจียงหลิ่งจูได้ทั้งหมดทั้งที่ยังโดนแรงกดดันจากแท่นวิญญาณตลอดเวลา”


“อืม...” ฝูจิ้นหลิงพยักหน้า “ซือฝุว่าอาจิ้งก็น่าทึ่ง”


เสวี่ยจิ้งเหอชะงัก “ขอรับ?” ถามกลับด้วยความสงสัย


ฝูจิ้นหลิงหันไปมองเสวี่ยจิ้งเหอแล้วตอบ “สองคนนั้น ดูยังไงพลังวิญญาณก็มิต่ำกว่าระดับก่อเกิดวิญญาณทว่าอาจิ้งที่อยู่ระดับห้วงวิญญาณขั้นกลางกลับอ่านการเคลื่อนไหวของทั้งคู่ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง”


เสวี่ยจิ้งเหอนิ่งเงียบ “.......”


ฝูจิ้นหลิงยิ้ม “สมกับเป็นศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจของซือฝุ”


น้ำเสียงของฝูจิ้นหลิงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในศิษย์คนนี้มาก เสวี่ยจิ้งเหอจากที่นิ่งเงียบก็ค่อย ๆ เผยรอยยิ้มออกมา


เด็กหนุ่มก้มตัวลง สองแขนยืดออกไปแล้วกอดฝูจิ้นหลิงแน่น ก่อนจะกล่าวอย่างมีความสุขทว่าในน้ำเสียงกลับแฝงความรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังเจ็บปวดบางอย่าง “ข้าดีใจเหลือเกินที่ได้เป็นศิษย์ของซือฝุ”


เสวี่ยจิ้งเหอผละตัวออกมา ดวงตาสีดำประกายแดงของเสวี่ยจิ้งเหอมองฝูจิ้นหลิงด้วยความลึกล้ำ


ฝูจิ้นหลิงเหมือนถูกดึงดูดเข้าไปในประกายแสงสีแดงคู่นั้น มุมปากค่อย ๆโค้งเป็นรอยยิ้มและเอื้อมมือไปกอดตอบ“ซือฝุก็ดีใจ... ที่ได้เป็นอาจารย์ของอาจิ้ง”


ถึงจะไม่เข้าใจก็เถอะ แต่เขารู้สึกว่าเสวี่ยจิ้งเหอกำลังเจ็บปวด ฝูจิ้นหลิงหวังว่าอ้อมกอดของตนจะสามารถเยียวยาความรู้สึกของเสวี่ยจิ้งเหอได้


สองศิษย์อาจารย์กอดกันตัวกลมและมิมีผู้ใดสังเกตเห็น


แต่ทว่ามีดวงตาสีดำขลับไร้แววคู่หนึ่งกำลังจ้องมองสองศิษย์อาจารย์อยู่ตลอดเวลา


...การกระทำของทั้งคู่ตั้งแต่เริ่มคุยและกอดกันทั้งหมดอยู่ในสายตาของเด็กหนุ่ม ไล่มาทั้งดวงตา จมูก ริมฝีปาก ใบหน้า เส้นผมสีเงิน เด็กหนุ่มมองสิ่งเหล่านั้นด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก


ใบหน้าครึ่งบนของเด็กหนุ่มถูกบดบังภายใต้หน้ากากราคาแพง นอกจากดวงตาสีดำไร้แววและริมฝีปากที่เรียบนิ่ง แล้ว เจียงหลิ่งจูก็มิรู้อะไรเกี่ยวกับเด็กหนุ่มปริศนาตรงหน้าอีก “เลิกหนีแล้วมาสู้กับข้าได้แล้ว” เธอกล่าวกับเด็กหนุ่มตรงหน้า


ทว่าเด็กหนุ่มไม่สนใจเธอเลยสักนิด เด็กหนุ่มยังคงหันไปมองที่ตรงนั้นตรงที่นั่งที่เซียนฝูจิ้นหลิงประทับอยู่


เจียงหลิ่งจูโพล่งขึ้น “ไร้มารยาท! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครถึงกล้าทำกิริยาใส่ข้าเช่นนี้”


เธอเป็นถึงบุตรสาวของตระกูลเจียงและเป็นน้องสาวของอัจฉริยะอันดับหนึ่งในแผ่นดินเซียนหนาน แม้แต่องค์รัชทายาทราชวงศ์ต่าง ๆ ยังมิกล้าเสียมารยาทกับเธอ แล้วเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นใครกันมาจากไหนถึงกล้าทำกิริยาใส่เธอเช่นนี้


สิ้นเสียง เด็กหนุ่มก็ได้เบือนสายตาหันมามองเจียงหลิ่งจู เจียงหลิ่งจูยิ้มกระหยิมกระหย่องในที่สุดเด็กหนุ่มก็เห็นเธอในสายตาแล้ว


เด็กหนุ่มกล่าวกับเจียงหลิ่งจู “...เจ้าเองก็ยังน่ารำคาญเหมือนเดิม”


คำพูดประโยคเดียวเหมือนตบหน้าเธออย่างแรง “อะ อะไรนะ!” เจียงหลิ่งจูอึกอัก


ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวเลือดขึ้นหน้าอ้าปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไร้เสียง ริมฝีปากบนล่างเม้มเข้าหากันเพื่อข่มอารมณ์ไม่ให้พุ่งพล่าน เจียงหลิ่งจูอึ้งจนพูดไม่ออก ไม่คิดด้วยซ้ำว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะกล้าพูดจาแบบนี้กับเธอ


เจียงหลิ่งจูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามสงบสติอารมณ์ของตนเอง ไม่สนใจท่าทีของเด็กหนุ่มอีก “ข้าเสียเวลากับเจ้าไปมากพอแล้ว” เธอกล่าวก่อนจะตั้งกระบวนท่า


ในอาณาเขตสีเหลืองนอกจากเธอกับคนตรงหน้า ก็มีคนอื่น ๆอีกไม่กี่คน แต่พวกเขาล้วนไม่เสียเวลากับการต่อสู้ไร้สาระ เธอถึงวางใจว่าพวกเขาจะไม่เข้ามายุ่งอย่างแน่นอน


แต่สำหรับเธอแล้ว มันไม่มีทางเลือก เจียงหลิ่งจูยอมรับว่าคนตรงหน้ามีพรสวรรค์ที่น่ากลัว เขาสามารถยืนอยู่ในแท่นพลังวิญญาณอย่างง่ายดายต่างจากเธอที่แค่หายใจยังลำบาก ที่สำคัญเขายังเรียกความสนใจจากผู้อาวุโสของสำนักไปทั้งหมด


เหตุผลที่เจียงหลิ่งจูมาที่นี่เป็นเพราะเธออยากจะเป็นศิษย์ของท่านเซียนและโดดเด่นกว่าใคร... เพราะเด็กหนุ่มเรียกความสนใจจากผู้อาวุโสของสำนักไปทั้งหมด เจียงหลิ่งจูถึงต้องกำจัดเขาให้ได้


หญิงสาวตั้งท่าสงบนิ่งไม่ขยับเขยื้อน ก่อนหน้านี้การโจมตีทั้งหมดของเธอถูกหลบได้ทั้งหมด คราวนี้เธอรวบรวมพลังวิญญาณทั้งหมดคิดจะทุ่มโจมตีจังหวะทีเผลอเพียงหนึ่งลมหายใจ!


เจ้าคนไร้มารยาทจะต้องเสียใจที่เมินเธอ


ฟึบ——!


แค่ช่วงเวลาเพียงกระพริบตา เจียงหลิ่งจูหายไปจากสายตาเด็กหนุ่ม แววตาของเด็กหนุ่มแสดงอาการแปลกใจเล็กน้อยทว่าต่อมาก็กลับเป็นนิ่งสงบเช่นเดิม


เด็กหนุ่มหลับตา พลันริมฝีปากนิ่งก็ยกยิ้ม


ชั่วขณะนั้นเจียงหลิ่งจูปรากฏขึ้นที่ด้านหลังเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว สายตามองเห็นแผ่นหลังในระยะประชิดเด็กหนุ่มอยู่ในระยะกระบี่ของเธอแล้วคราวนี้เขาไม่มีทางหลบการโจมตีของเธอทันแน่ เจียงหลิ่งจูคิดอย่างนั้น


แล้วเจ้าจะเสียใจที่เมินข้า!


เด็กหนุ่มไม่ขยับเขยื้อน ยิ่งคมกระบี่ใกล้แผ่นหลังเด็กหนุ่มเท่าใด เจียงหลิ่งจูก็รู้สึกเหมือนกำลังจะได้รับชัยชนะ


ทว่าคมกระบี่มิได้ฟาดฟันร่างเด็กหนุ่มแต่อย่างใด!


เจียงหลิ่งจูตาเบิกกว้าง เด็กหนุ่มได้หายไปแล้วและเธอไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิด แต่แค่เสี้ยววิก่อนคมกระบี่จะโดนแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม เขาก็หายไปจากสายตาทันที


พลันแผ่นหลังก็รู้สึกเสียววาบ เจียงหลิ่งจูหันหลังขวับทว่าด้านหลังเธอมีเพียงความว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ด้านหลังเธอทั้งนั้น เจียงหลิ่งจูตั้งท่าอีกครา ถึงการโจมตีเมื่อกี้จะกินพลังวิญญาณของเธอจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงแต่เธอจะมิยอมเปิดช่องว่างให้เด็กหนุ่มได้เข้ามาโจมตีได้เป็นอันขาด


ทว่ารอเวลานานหลายสิบวินาที เด็กหนุ่มก็ยังไม่โผล่มา


“ข้าก็คิดว่ามันเสียเวลาเช่นกัน”


——!!!


ความเงียบเข้าสู่สำนักกิเลนฟ้า เหลียงเป่ยชางลุกขึ้นจากที่นั่ง มู่หลันฮวาเอามือปิดปากด้วยความตกใจ ผู้อาวุโสหลายคนดวงตาเบิกโพลงและอ้าปากกว้าง


ไม่มีใครสังเกต ไม่มีใครคาดคิด


ฝูจิ้นหลิงยกมือขยี้ตาเพราะคิดว่าตนเองตาฝาด ทว่าแม้จะขยี้เท่าใดสิ่งที่เขาเห็นก็ยังเหมือนเดิม


เด็กหนุ่มปริศนากำลังยืนอยู่ในอาณาเขตสีแดง...!


จากอาณาเขตสีเหลืองเข้าไปสู่อาณาเขตสีแดงโดยที่ไม่มีแม้แต่ผู้ใดจะสังเกตเห็น!


เสวี่ยจิ้งเหอยิ้มบางเบา..


“เด็กหนุ่มคนนั้นจะต้องเป็นศิษย์ผู้สืบทอดของข้า!” เหลียงเป่ยชางประกาศกร้าว เสียงดังไปถึงผู้ที่อยู่ที่ลานคัดเลือกดวงตาวาววับแสดงออกชัดเจนเป็นอย่างมากว่าเขาต้องการเด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นศิษย์ผู้สืบทอดของตน


เคร้ง——! เสียงกระบี่ของเจียงหลิ่งจูที่หลุดจากมือจนเกิดเสียงกระทบกับพื้นพร้อมกับร่างของเธอที่ทรุดลงไป


เธอแพ้... นี่เธอแพ้อย่างนั้นหรือ


เด็กหนุ่มเองก็ได้ยินของเหลียงเป่ยชางเช่นกัน ดวงตามองตรงที่นั่งของเหล่าผู้อาวุโสด้วยความเรียบนิ่ง พลันสายตาของเด็กหนุ่มก็สบตากับฝูจิ้นหลิง ดวงตาสีดำขลับที่ไร้แววมาโดยตลอดเกิดประกายอันแสนมีชีวิตชีวาขึ้นมา


ฉับพลันเด็กหนุ่มก็ได้กระทำการบางอย่างที่ทำให้ทั้งลานคัดเลือกตกตะลึง


เด็กหนุ่มได้ถอดหน้ากากของเขาออก ใบหน้าที่คุ้นเคยทำเอาฝูจิ้นหลิงตาเบิกกว้าง ปฏิกิริยาเช่นนั้นทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับยกยิ้มอย่างมีความสุข เขาอ้าปากพูดบางอย่างออกมาแต่ไร้เสียง และ..สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ได้กระโดดลงจากแท่นพลังวิญญาณ


ฝูจิ้นหลิงถึงกับลุกขึ้นจากที่นั่ง เขามองไปที่เด็กหนุ่มดวงตาสีอำพันเบิกกว้างด้วยความตกใจ จ้าวหลาง ที่แท้แล้วเด็กหนุ่มคนนั้นก็คือจ้าวหลาง...!’


จ้าวหลางโดดลงจากแท่นพลังวิญญาณเพียงแค่เสี้ยววินาที กรรมการก็ได้ตีกลองดังเป็นอันบอกว่าหมดเวลา


“มะ หมดเวลาการทดสอบ” ชิงเหล่าจูประกาศ สีหน้าชัดเจนว่าสับสนและน้ำเสียงตะกุกจะกักปิดอาการตกตะลึงไม่มิด “ผู้ที่อยู่ในอาณาเขตสีเขียวจำนวน 483 คนจะได้เป็นศิษย์สายนอก ผู้ที่อยู่ในอาณาเขตสีเหลือง 17 คนจะได้เป็นศิษย์สายใน ละ และ ผู้ที่ไม่ได้อยู่บนแท่นพลังวิญญาณไม่ผ่านการคัดเลือก!


สิ้นคำประกาศของชิงเหล่าจูทุกอย่างต่างนิ่งเงียบ มีเสียงดังประปรายจากผู้เข้าคัดเลือกที่ผ่านการคัดเลือกทางด้านล่างเล็กน้อยหรือไม่ก็เป็นน้ำเสียงแสดงความเสียดายจากผู้ไม่ผ่าน


ทว่าตรงที่นั่งของเหล่าผู้อาวุโส ทุกคนต่างนิ่งไม่มีใครกล่าวอะไรออกมา


“...ไปไหนแล้ว”


เหลียงเป่ยชางถามชิงเหล่าจูเสียงเบา


ชิงเหล่าจูสะดุ้ง อันที่จริงเขากำลังตกใจอยู่เช่นกันจึงไม่ได้ฟังว่าเหลียงเป่ยชางถามว่าอะไร “เอ่อ ท่านเจ้าสำนักกล่าวว่าอะไรหรือขอรับ” ชิงเหล่าจูถามเหลียงเป่ยชาง


“ข้าถามว่าไอ้เด็กนั่นมันไปไหนแล้ว!” เหลียงเป่ยชางตะคอกเสียงดัง


ข้าอุตส่าห์ประกาศต่อหน้าผู้คนว่าต้องการมันเป็นศิษย์แต่มันกล้าหักหน้าข้า มันกล้าทำให้ข้าอับอายต่อหน้าผู้คน ข้าที่เป็นถึงเจ้าสำนักกิเลนฟ้าผู้นี้..!’


ในหัวของเหลียงเป่ยชางเต็มไปด้วยความโกรธ ฝ่ามือกำแน่นจนกลายเป็นสีซีด ใบหน้าบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้เหลียงเป่ยชางพยายามใช้พลังวิญญาณควานหาจ้าวหลางที่หายตัวไป แต่สิ่งที่แม้แต่เซียนวิญญาณยังทำไมได้ เหลียงเป่ยชางที่อยู่ระดับจักรพรรดิวิญญาณจะไปหาเจอได้อย่างไร “สั่งคนไปดักจับที่ประตูสำนัก เจ้าเด็กนั่นมันจะต้องออกไปทางนั้นแน่ จับตัวมันได้เมื่อไหร่ก็พามันมาหาข้าซะ”


เจ้าเด็กนั่นมันจะต้องชดใช้ที่กล้าหักหน้าข้อ แต่ถ้าหากมันยอมขอโทษอ้อนวอนเขาล่ะก็ เขาอาจจะอภัยให้ถือว่าเห็นแก่พรสวรรค์ที่น่ากลัวของมัน!’


“ขะ ขอรับ ข้าจะส่งคนไปดักที่ประตูเดี๋ยวนี้” ชิงเหล่าจูกล่าว ผละตัวไปทำตามที่เหลี่ยงเป่ยชางสั่งทันที


เหตุการณ์พวกนี้เกิดขึ้นเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้นตั้งแต่จ้าวหลางกระโดดลงจากแท่นพลังวิญญาณ ฝูจิ้นหลิงเพิ่งจะรู้สึกตัว “อาจิ้งเราต้องไปกันแล้ว” ฝูจิ้นหลิงกล่าวกับเสวี่ยจิ้งเหอด้วยความรีบร้อน


“ขอรับ” เสวี่ยจิ้งเหอตอบ


ฝูจิ้นหลิงลุกขึ้นจากที่นั่งรีบเดินออกไปไม่แม้แต่จะบอกลาใครสักคน ความคิดที่ว่าหลังเลิกงานจะเข้าไปทักจูเชวี่ยหยูหรานเป็นอันปัดทิ้ง ในหัวเต็มไปด้วยภาพยามที่สบสายตากัน


ในตอนนั้นจ้าวหลางได้เอ่ยกับเขา


ข้าจะรอท่าน


ฝ่ามือทาบเข้าที่อกของตัวเองที่เต้นจนได้ยินเสียงตึกตัก ความรู้สึกแปลก ๆ เช่นนี้ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาตินี้ตัวเขาไม่เคยเป็นมาก่อน สองขาเดินไปเส้นทางหนึ่งโดยอัตโนมัติจนกระทั่งเขากำลังผ่านประตูสำนักกิเลนฟ้า


“ท่านเซียนท่านกลับแล้วหรือขอรับ” ชิงเหล่าจูถามเมื่อเห็นฝูจิ้นหลิง ทว่าฝูจิ้นหลิงไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น เขาเดินผ่านชิงเหล่าจูไปและยังคงก้าวไปตามเส้นทางที่ตนไม่รู้จัก “หลิ่งถิง” ฝูจิ้นหลิงเรียกกระบี่ของตนออกมาและทะยานขึ้นสู่อากาศจุดหมายปลายทางคือสถานที่ที่ซึ่งเป็นที่อยู่ ยอดเขาทลายฟ้า


ยิ่งใกล้ถึงยอดเขาทลายฟ้าก็ยิ่งร้อนรน ฝูจิ้นหลิงผ่านอาณาเขตของเขาทลายฟ้าทว่าเขาไม่ได้หยุดที่เรือนอาศัยของตน หลิ่งถิงได้นำพาเขาเข้าไปในป่าและในที่สุดก็ลงสู่พื้น


บริเวณที่คุ้นเคยแสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านต้นไม้ ผีเสื้อสีน้ำเงินที่ทิ้งประกายแสงทุกครั้งที่บินผ่านและเสียงน้ำตก... ที่นี่คือสถานที่ ที่เขาตื่นขึ้นมาในร่างเซียนวิญญาณฝูจิ้นหลิงครั้งแรก


ฝูจิ้นหลิงเดินเข้าไปที่บริเวณน้ำตก สองขาหยุดชะงักเมื่อเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคย


อา..ความสูงขนาดนี้ ใครบอกว่าเป็นเด็กหนุ่มกัน


จ้าวหลางเอ่ยก่อนจะหันหน้ามาทางเขา “ข้าคิดว่าท่านเซียนจะมิรู้เสียแล้วว่าข้าอยู่ที่นี่”


ฝูจิ้นหลิงตอบ ใบหน้าหวานยกยิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้าเองก็มิรู้เหมือนกันว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่”


สิ้นคำของฝูจิ้นหลิง จ้าวหลางก็เดินเข้ามาหาตรงหน้าประสานมือและโค้งคำนับ “เซียนวิญญาณฝูจิ้นหลิง ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์ของท่านด้วยขอรับ”


ทั้งที่ตอนแรกเขายังลังเลอยู่แท้ ๆ แต่พอได้อยู่ต่อหน้าจ้าวหลาง เขาไม่สามารถต่อต้านแรงดึงดูดนี้ได้เลย


“อืม”


สองศิษย์อาจารย์เดินกลับเรือนด้วยกันระหว่างทางไม่ได้มีบทสนทนาอะไร ฝูจิ้นหลิงรับรู้ว่าจ้าวหลางตัวจริงค่อนข้างจะต่างไปจากนิยายกว่าที่คิด จ้าวหลางเงียบและดูเป็นคนที่มีบรรยากาศเย็นชาในขณะที่ในเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้นกล่าวว่าจ้าวหลางคือผู้ที่รักความยุติธรรมและเป็นมิตร


ฝูจิ้นหลิงไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เนื้อเรื่องจะไม่เหมือนในนิยาย


หากมันเปลี่ยนมันก็เกิดจากการกระทำของเขาเองทั้งนั้น ปรากฏการณ์ Butterfly Effect หรือ ผีเสื้อขยับปีก การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาอาจจะทำให้เนื้อเรื่องของเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้นเปลี่ยนไป


เดินได้ไม่นานก็เห็นเรือนหลังงาม ชั่วขณะนั้นฝูจิ้นหลิงก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างออก “อาจิ้ง! ข้าลืมอาจิ้งไปเสียสนิทเลย” ฝูจิ้นหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจ ระลึกได้ว่าตอนที่ขี่กระบี่หลิ่งถิงกลับยอดเขา เขาเองก็ไม่ได้พาเสวี่ยจิ้งเหอมาด้วยมิรู้ว่าตอนนี้ศิษย์คนโตอยู่ที่ใดแล้ว


พลันจ้าวหลางก็พึมพำออกมาเสียงเบา “กลิ่นอาหาร” ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เรือนเท่าใด กลิ่นหอมของอาหารก็ยิ่งโชยออกมาเรื่อย ๆ


คนที่ทำอาหารเป็นและสามารถเข้ามาในเขตยอดเขาทลายฟ้าได้มีเพียงคนเดียว


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “กลับมาแล้วหรือขอรับ” เห็นฝูจิ้นหลิงและจ้าวหลางท่าทางน่าจะหิว “ข้าทำอาหารไว้ให้ ทั้งคู่ไปล้างมือก่อนแล้วค่อยกินนะขอรับ”


ฝูจิ้นหลิงตกใจ “อะ อาจิ้งกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่หรือ ที่โต๊ะอาหารมีอาหารหลากหลายอย่างจัดแต่งบนจานน่ากินไปหมด


“ข้าใช้พลังวิญญาณของตนเองขอรับ อันที่จริงการควบคุมกระบี่บินก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่” เสวี่ยจิ้งเหอตอบพร้อมกับจัดวางถ้วยและตะเกียบไปด้วย “อีกทั้งระหว่างเดินทางข้ายังชักนำพลังวิญญาณจากป่าเข้ามาในร่าง เลยชดเชยพลังวิญญาณที่ขาดหายไปได้เล็กน้อย”


อัจฉริยะ อัจฉริยะเกินไปแล้ว…!


ฝูจิ้นหลิงนึกขึ้นได้ แนะนำจ้าวหลางให้เสวี่ยจิ้งเหอรู้จัก “เอ่อ..แล้วนี่จ้าวหลาง เป็นศิษย์น้องของเจ้า”


“คารวะศิษย์พี่” จ้าวหลางประสานมือและโค้งคำนับ


เสวี่ยจิ้งเหอสมกับเป็นคุณชายผู้มีมารยาทที่ดี “ยินดีที่ได้รู้จักศิษย์น้อง ศิษย์พี่มีนามว่าเสวี่ยจิ้งเหอ ทำตัวตามสบายเถอะ”


จ้าวหลางตอบกลับ “ขอรับ”


เห็นศิษย์พี่ศิษย์น้องรักใคร่กลมเกลียวดูสนิทสนมกันดี ฝูจิ้นหลิงก็ดีใจ


แต่ความจริงที่ว่าเสวี่ยจิ้งเหอคือคนที่เจียงหลิ่งจูชอบก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งจากงานคัดเลือกศิษย์เข้าใหม่ในตอนเช้า จ้าวหลางอาจจะล่วงเกินเจียงหลิ่งจูไปมากจนเจียงหลิ่งจูอาจจะตามรังควานทีหลัง จากนั้นไม่มีอะไรรับประกันว่าเรื่องราวความรักของคู่กัดจะไม่เกิดขึ้นในภายหลัง


ฝูจิ้นหลิงตั้งมั่น เพื่อความสงบในชีวิต เรื่องราวรักสามเศร้าจะมาเกิดกับศิษย์ของเขาไม่ได้เด็ดขาด


ฝูจิ้นหลิงกล่าวขึ้น “อาหลางคิดว่าแม่นางที่ประมือด้วยตอนนั้นเป็นอย่างไร”


จ้าวหลางตอบกลับทันที “ข้าไม่ชอบนาง” ฝูจิ้นหลิงพยักหน้าเข้าใจเพราะในเนื้อเรื่องจ้าวหลางก็กล่าวเช่นนี้เหมือนกัน


“...และข้าก็รังเกียจนางด้วย”


ดวงตาที่มีประกายชีวิตกลับไปเป็นสีมืดสนิทแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นเช่นเดิม





ช่วงคุยกับนักเขียน

ตรวจเช็คคำและแก้คำบรรยาย

Twitter : @Mellion009 

#อย่ากินซือฝุ -> แจ้งข่าว Cut อื่น ๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.841K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,506 ความคิดเห็น

  1. #3491 nam_CT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:23
    ทั้งสองคนย้อนเวลามาหรอ?!!!
    #3,491
    0
  2. #3482 Filmmiepk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 17:42
    แอบคิดว่าอาหลางก็มาเกิดใหม่จากคราวก่อนที่อาจารย์ตัวเองตาย ดูบุคลิกของอาหลางไม่ใช่อย่างที่ซือฝุคิด น่าสงสัย ๆ แหะ
    #3,482
    2
    • #3482-1 POPPIN-s(จากตอนที่ 4)
      7 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:04
      แอบคิดเหมือนกันเลยค่ะว่าน้องกลับมาเกิดใหม่หรือเปล่า
      #3482-1
    • #3482-2 Prickfa(จากตอนที่ 4)
      9 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:58
      คิดเหมือนกันเลยค่ะ น่าสงสัยสุดๆ
      #3482-2
  3. #3480 ห้องสี่เหลี่ยม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 07:15
    อาหลางอย่าบอกนะว่าย้อนกลับมา
    #3,480
    0
  4. #3466 pichayapa-sk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 15:40
    ไม่รู้ค่ะ รู้แค่ว่าพวกนังผัวมาก อิสสา
    #3,466
    0
  5. #3464 Ineedtoreed (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 07:29
    นี่พลาดอะไรตรงไหน อาหลางไปเจอซือฝุที่ไหน เมื่อไหร่ จางงายยด้วย
    #3,464
    0
  6. #3444 Wiphawe (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 20:52
    มันเอะใจแปลกๆ 555+
    #3,444
    0
  7. #3418 12311232123312 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 12:46
    แงงงงง
    #3,418
    0
  8. #3410 Defxx_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 01:54
    มันตงิดๆ ไม่ใช่ว่าหมาป่าในนิยายย้อนกลับมาตอนช่วงที่ได้เจอกับอาจารย์ตัวเองอีกครั้งหรอกนะ แล้วชายหิมะ... ทำไมอินี่คิดว่าอาจจะเป็นจอมมารคนที่ฆ่าเซียนกันวะ งงตัวเอง 5555
    #3,410
    3
    • #3410-1 Panpassa123(จากตอนที่ 4)
      10 มิถุนายน 2563 / 18:30
      ใช่เวรีกู๊ด

      เรากะคิด
      #3410-1
    • #3410-2 bllam1880(จากตอนที่ 4)
      10 มิถุนายน 2563 / 23:43
      ก็อาจเป็นไปได้......:)
      #3410-2
  9. #3407 p-q5 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 10:33
    สนุกอ่าา
    #3,407
    0
  10. #3398 B.TEm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 00:05
    ไม่สามารถบรรยายได้ แต่ศิษย์ของท่านเซียนนี่โอมายกอดฮีสะเรียลลีแบดบอยกันจัด ๆ เลยนะขอรับ
    #3,398
    0
  11. #3375 QUITLEŃ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 20:01
    เอ๋!???
    #3,375
    0
  12. #3346 moekare (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 16:04
    ชอบมาก น่าติดตามมากค่า
    #3,346
    0
  13. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  14. #3314 sakura17 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 19:29
    แปลกทั้งคู่นี่แหละ55 เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นจอมมารกับจ้าวหลางย้อนมาทั้งคู่และเป็นคนทำให้ฝูจิ้นหลิงฟื้น
    #3,314
    0
  15. #3311 Yumajiharu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 05:52
    หลางอาจจะย้อนเวลามา
    #3,311
    0
  16. #3304 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 22:53
    สองคนทำตัวมีลับลมคมในมาก!
    #3,304
    0
  17. #3271 MitsukiCarto (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 08:55
    ย้อนมาแน่ๆเลยอ่ะ
    #3,271
    0
  18. #3262 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 00:06
    ย้อนเวลามากันหมดเลย เอาแล้วววววว
    #3,262
    0
  19. #3211 -134340 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 14:23
    ย้อนทั้งคู่จิงๆด้วย.... เอ๋ยังไงๆๆ
    #3,211
    0
  20. #3163 pcy921 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 23:02
    อาหลางก็เหมือนเคยเจอซือฝุมาก่อนเลยค่ะ แบบเหมือนนางรอเวลาที่ได้มาพบกันอะ
    #3,163
    0
  21. #3146 กอลลิล่าแพนแพน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 10:18
    ย้อนเวลามากันหมดแน่ๆ!!!
    #3,146
    1
    • #3146-1 Unknowlevel(จากตอนที่ 4)
      30 ตุลาคม 2562 / 23:02
      เห็นด้วยยย
      #3146-1
  22. #3039 sakila (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 01:28
    อาจารย์ลืมศิษย์ได้ไงหืม
    #3,039
    0
  23. #3004 kaokamoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 22:32

    เราคือคนที่เคยมาอ่านเรื่องนี้ตอนไรท์แต่งแรกๆเลยพอจะจำได้รางๆว่าเนื้อเรื่องช่วงแรกได้นิดนึง เราเลยมีความคิดที่ว่าเป็นไปได้ไหมที่ทั้งคู่เคยเจอนายเอกมาก่อน แล้วนี้คือครั้งที่สองที่นายเอกทะลุมิติมา อันนี้คือในความเห็นเรานะ555555

    #3,004
    0
  24. #2907 chaaimmeme (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 20:01
    สองคนนี้มีพิรุธนะ
    #2,907
    0
  25. #2906 เอลิซ่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 12:28
    ย้อนกลับมาทั้งคู่แน่เลย ไม่งั้นอาจิ้งจะรู้ได้ไงว่าต้องเอาอาหารมาล่ออาจาร์ย
    #2,906
    0