END [BL,Yaoi] ศิษย์ข้าอย่าทำกับอาจารย์เจ้าเช่นนี้! (ตีพิมพ์ สนพ. บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 22 : บทที่ 5 ยุ่งเหยิง [3/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,811 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

บทที่ 5 ยุ่งเหยิง 





              ยามบ่ายได้ล่วงเลยจนเข้าสู่ยามมืดมิด บนเตียงสี่เสาขนาดใหญ่มีร่างงดงามสีขาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่งนอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน

                

              น้ำตาของฝูจิ้นหลิงได้แห้งเหือดไปจนหมดแล้ว ความรู้สึกน้อยใจที่เคยมีเริ่มลดน้อยลงตามกาลเวลา

                

             “พูดเกินไปรึเปล่านะ” ฝูจิ้นหลิงพึมพำ

               

              ในตอนนั้นฝูจิ้นหลิงทั้งเครียด ทั้งสับสน ทั้งเสียใจ จากเรื่องหลาย ๆ เรื่องปนกัน พอมาเจอเหตุการณ์การกระตุ้นจึงทำให้เก็บความรู้สึกจากเรื่องพวกนั้นไม่ไหว จนสุดท้ายก็ระเบิดคำพูดออกมา

                

              แล้วหลังจากนั้นก็มารู้สึกผิดทีหลัง

                 

             หลังจากเสวี่ยจิ้งเหอออกจากกระโจมไป ฝูจิ้นหลิงไม่ได้มีความคิดที่จะหาทางหลบหนีแต่อย่างใดเพราะเขารู้ว่าเสวี่ยจิ้งเหอมีพลังที่เก่งกว่าตนมากนัก หนีไปอย่างไรสุดท้ายก็ต้องถูกจับกลับมาอยู่ดี ฝูจิ้นหลิงเลยเลือกล้มตัวลงนอนอีกครั้งเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจที่เหนื่อยล้า เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามฝูจิ้นหลิงตื่นจากนิทราขึ้นมาจิตใจพลันสงบลงคิดเรื่องราวได้เป็นเหตุเป็นผลต่างจากอารมณ์น้อยใจก่อนหน้ามากนัก

               

             จากการกระทำที่ผ่าน ๆ มา ไม่รู้ว่าเสวี่ยจิ้งเหอจะหลอกเรื่องอะไรกับเขาบ้าง แต่ฝูจิ้นหลิงมั่นใจ

                

              สิ่งที่เสวี่ยจิ้งเหอกระทำต่อเขาไม่ใช่สิ่งที่จะหลอกลวงกันได้ง่าย ๆ ทั้งความรู้สึก ความเอาใส่ใจ มันคือของจริง

            

             เขาจะต้องขอโทษ


คำกล่าวที่กล่าวออกไปจากความน้อยใจดูเหมือนจะทำร้ายเสวี่ยจิ้งเหอไปมาก ไม่ถึงหนึ่งวันด้วยซ้ำกลับโดนศิษย์ทั้งสองคนจูบ ฝูจิ้นหลิงตีหมอนนุ่มรัว ๆ เขาไม่เคยรับรู้ความรู้สึกที่เกินกว่าฐานะศิษย์อาจารย์ของเสวี่ยจิ้งเหอและจ้าวหลางสักนิด ทั้งปล่อยให้โอบ ปล่อยให้กอด


ศิษย์อาจารย์ที่ไหนเขากระทำเรื่องเช่นนี้บ้าง!


“อยากออกไปข้างนอกจัง...” ฝูจิ้นหลิงบ่นพึมพำ เขาออกไปข้างนอกไม่ได้เพราะโดนเชือกผนึกเซียนมัด โชคยังดีที่เสวี่ยจิ้งเหอปราณีถึงได้ปล่อยให้เชือกมัดเซียนมีความยาวขนาดที่เขาสามารถทำธุระส่วนตัวได้ ไม่อย่างนั้นก็แย่แน่


“น่าเบื่อ ซี้ด...” ฝูจิ้นหลิงกล่าวยังไม่ทันจบพลันซี้ดปากขึ้นมาก่อน ฝูจิ้นหลิงแตะที่ริมฝีปากของตนเองก่อนหน้านี้เขาลงไปดูสภาพตัวเองในกระจกทองเหลืองมาแล้ว สภาพเขาตอนนี้ดูไม่จืดเลย ริมฝีปากแดงเถือกบวมช้ำ ตามลำคอจนถึงเอวก็มีรอยจ้ำช้ำเต็มไปหมด จนไม่อยากเชื่อเลยจริง ๆ ว่าทั้งหมดนี้เสวี่ยจิ้งเหอเป็นคนทำคนเดียว


พอคิดเรื่องนี้ฝูจิ้นหลิงก็รู้สึกละอายใจขึ้นมา


ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะโดนศิษย์ตัวเองกระทำ ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพสุด ๆ


ร่างเล็กเอาหมอนที่ไม่ได้ใช้มาก่อน พร้อมหมายมั่น “กลับมาแล้วต้องคุยเรื่องนี้กันให้ได้”


ผ่านไป 1 ชั่วยาม


“ทำไมยังไม่กลับกันอีกล่ะเนี่ย” ฝูจิ้นหลิงกล่าวขึ้นอย่างเหลืออด ถึงจะอยู่แต่ในกระโจมไม่รู้เวลาที่แน่นอนแต่ฝูจิ้นหลิงจำได้เสวี่ยจิ้งเหอออกไปข้างนอกยามบ่ายเพราะแสงแดดที่ร้อนระอุทว่าตอนนี้อากาศแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ แสงสว่างที่เคยมีกลายเป็นความมืดมิด


ร่างเล็กไม่สามารถทนรอได้อีกต่อไป เชือกผนึกเซียนหรือ คิดว่าของแค่นี้จะกักขังเขาไว้ได้ใช่รึไม่?


ฝูจิ้นหลิงเดินไปหยิบหยกมิติวิญญาณของตัวเองที่ซุกไว้ที่หัวนอน มันคงกระเด็นออกจากสาบเสื้อไปตอนที่เสวี่ยจิ้งเหอกระทำตัวไร้สติ ฝูจิ้นหลิงเปิดมิติของหยกมิติวิญญาณขึ้นมา เขาไม่ได้เข้าไปในมิติเนื่องจากถูกเชือกผนึกเซียนมัดไว้แต่หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากมิติแทน


“เหอเหอ คิดว่าเราคนนี้ไม่รู้วิธีแก้เชือกผนึกเซียนรึยังไง!” ฝูจิ้นหลิงกล่าวด้วยเสียงเย้ยหยัน เมื่อเขาบีบหินเปราะบางก้อนหนึ่งแตกเชือกผนึกเซียนพลันขาดสะบั้นกลายเป็นเชือกธรรมดาไร้สิ้นพลังวิญญาณหล่นกองกับพื้นในทันที


ฝูจิ้นหลิงเชิดหน้ากระหยิ่มกระหย่องในใจ ถึงจะไม่ทันได้อยู่อ่านนิยายจนจบแต่แค่วิธีแก้เชือกผนึกเซียน เขาที่รู้เนื้อเรื่องล่วงหน้าต้องมีวิธีแก้มันอยู่แล้ว!


เมื่อไม่มีพันธะใดผูกมัดเอาไว้อีก ฝูจิ้นหลิงที่เป็นอิสระพลังวิญญาณที่เหือดหายไปค่อย ๆ ฟื้นคืน ฝูจิ้นหลิงไม่นั่งรอพลังวิญญาณของเขาค่อยฟื้นขึ้นมาเองแต่นั่งสมาธิดูดเอาพลังวิญญาณบริสุทธิ์หนาแน่นจากรอบข้างขึ้นมาทันที


หินเปราะบางสีใสดุจแก้วที่ใช้ทำลายเชือกผนึกเซียนคือหินกักเก็บพลังวิญญาณระดับสูงสุดที่บรรจุพลังวิญญาณจากธรรมชาตินานนับหมื่นปี


เชือกผนึกเซียนมีจุดอ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือไม่อาจทนต่อพลังวิญญาณมหาศาลที่อัดแน่นมาอย่างกะทันหันได้ดังนั้นเมื่อมันเจอพลังวิญญาณอันแน่นในอากาศจากหินกักเก็บที่แตกละเอียดเข้าไป เชือกผนึกเซียนจึงไม่อาจทนอยู่ต่อได้


“เอาล่ะ” ฝูจิ้นหลิงลุกขึ้นยืนในที่สุดร่างกายก็พร้อมเต็มร้อยสักที แต่เมื่อกลับมาเห็นสภาพตัวเองก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมา


ฝูจิ้นหลิงพึมพำเสียงแผ่ว “รอยพวกนี้ไม่จางเลยแหะ”


ตามร่างกาย ริมฝีปากของฝูจิ้นหลิงยังมีร่องรอยที่เสวี่ยจิ้งเหอกระทำทำตกค้าง ปกติแล้วหากเป็นบาดแผลธรรมดาร่างกายของเขาก็จะรักษาตัวทันที นอกเหนือจากว่าจะเป็นบาดแผลที่เกิดจากมาร รอยแผลพวกนั้นมันจะเลือนหายไปอย่างช้า ๆ ในระดับความเร็วของคนธรรมดา


ฝูจิ้นหลิงจะออกไปข้างนอกเพราะงั้นร่องรอยตามร่างกายไม่เท่าไหร่เพราะเขาใส่เสื้อมิดชิดตลอดอยู่แล้ว แต่ที่ปากเนี่ยน่ะสิ


บวมเจ่อเลย


“ข้าควรทำอย่างไรซือฝุถึงจะตอบรับความรู้สึกของข้า”


คำพูดของเสวี่ยจิ้งเหอดังขึ้นมาในหัว ฝูจิ้นหลิงที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากกระโจมพลันชะงักกึก


ถ้าขอโทษแล้วเขาควรจะทำยังไงต่อล่ะ...


ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมในเมื่อฝูจิ้นหลิงได้รู้ความรู้สึกของเสวี่ยจิ้งเหอ และอาจจะรวมถึงความรู้สึกของจ้าวหลางด้วย


เขยิบความสัมพันธ์ ปฏิเสธ หรือจะปล่อยให้มันค้างคา


ฝูจิ้นหลิงยังตอบตัวเองไม่ได้ เขาไม่ได้รังเกียจสัมผัสของทั้งสองคนแต่เขากำลังสับสนจุดยืนในฐานะอาจารย์ ฝูจิ้นหลิงยังไม่อาจจัดการความรู้สึกของตนเองได้ เช่นนี้แล้วเขายังควรจะไปหาทั้งสองคนในตอนนี้จริง ๆ หรือ


ฝูจิ้นหลิงตะโกนออกมาสุดเสียง “โอ้ย ช่างมันแล้ว!


เจอก่อนค่อยคิด!


“เดี๋ยวนะ แล้วมันต้องไปทางไหนเนี่ย...”


ร่างสีขาวบริสุทธิ์ลอยค้างอยู่เหนือพื้นดิน ใบหน้างดงามง้ำงอแสดงออกว่ากำลังอารมณ์ไม่ดี ฝูจิ้นหลิงยังไม่ออกจากรัศมีรอบค่ายเลยสักนิด เมื่อเรียกกระบี่หลิ่งถิงและทะยานขึ้นกระบี่เสียดิบดี


เซียนวิญญาณเพียงหนึ่งเดียวในแผ่นดินเซียนหนานก็ประสบปัญหาไม่รู้ทางโดยพลัน


ทั้งที่ส่งพลังวิญญาณออกไปหาพิกัดของทั้งคู่แล้วแต่ก็ไม่พบใครเลย ฝ่ายเสวี่ยจิ้งเหอยังพอทำเนาเพราะพลังที่เจ้าตัวซ่อนเอาไว้มากมายเขาจึงไม่อาจตรวจสอบได้ ทว่ากับจ้าวหลางทำไมถึงหาไม่เจอสักที


แม้ฝูจิ้นหลิงจะสามารถรู้สึกได้ว่าทั้งจ้าวหลางและเสวี่ยจิ้งเหอยังปลอดภัยผ่านทางสายสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์แต่ก็ไม่ได้ความว่าเขาจะวางใจหรอกนะ


แต่จะว่าไป


หลังจ้าวหลางสู้กับหัวหน้ากองโจรเสร็จ เขาทรุดสลบไปทันทีจากอาการบาดเจ็บได้ เสี่ยวหยาอสูรกระต่ายวิญญาณที่ทำพันธะสัญญากับจ้าวหลางจึงได้พาจ้าวหลางเข้าไปรักษาในมิติวิญญาณที่หลบซ่อนในตัวมันเพราะกลัวว่าหากปล่อยทิ้งไว้เจ้านายอาจจะตกตายลงก็เป็นได้


นั่นคือประโยคบรรยายบทหนึ่งของเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้น


มิติของเสี่ยวหยาคือมิติพิสดารที่มีพื้นที่กว้างกว่าแสนลี้ อีกทั้งตัดขาดจากทั้งสามโลก


จ้าวหลางน่าจะอยู่ที่นั่น


ฝูจิ้นหลิงกล่าวกับตนเอง “เอาไงล่ะทีนี้” ความคิดที่จะไปหาทั้งสองคนถูกพับเก็บไปอย่างสมบูรณ์เมื่อไม่รู้ว่าตนจะไปหาทั้งคู่ได้ที่ไหน จะกลับไปรอที่กระโจม?


ฝูจิ้นหลิงส่ายหัวเป็นพัลวัน


“ไปนภาครามดีกว่า” ฝูจิ้นหลิงกล่าวและยิ้มกริ่ม เรื่องสมบัติที่ฝากแม่นางมู่หลันฮวาประมูลไว้ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง


เคร่งเครียดมาเสียนานหลบหนีไปพักผ่อนเสียหน่อยคงมิเป็นไรหรอก


ซือฝุอยู่ที่นภาคราม นภาครามกฎห้ามบุรุษเข้าเพราะงั้นหากเจ้าอ่านข้อความนี้จบเมื่อใดจงรอซือฝุที่ทลายฟ้า เป็นเด็กดีรอซือฝุกลับมาเช่นนั้นแล้วเราค่อยสนทนาเรื่องราวต่อจากนี้กัน


ฝูจิ้นหลิงยิ้มและพับกระดาษวางไว้ที่หัวเตียง และเก็บก้อนกระดาษแผ่นอื่น ๆ ที่เกะกะตามพื้นทิ้งในหยกมิติวิญญาณ


“เท่านี้ก็เรียบร้อย” ฝูจิ้นหลิงกล่าว กว่าจะได้ข้อความที่พอใจเขาเขียนข้อความไปตั้งสิบสองรอบ


ร่างสีขาวบริสุทธิ์ก้าวออกจากกระโจมวิญญาณของศิษย์คนโต สร้างเขตแดนขนาดเล็กที่จำกัดคนเข้าออกเหมือนยอดเขาทลายฟ้า อักขระอาคมที่ใช้เป็นชุดเดียวกันกับที่นั่นดังนั้นเขตแดนนี้จึงมีแต่เขา จ้าวหลางและเสวี่ยจิ้งเหอที่สามารถเข้าออกได้


ฝูจิ้นหลิงมองไปรอบ ๆ เมื่อคิดว่าตนไม่น่าจะลืมอะไรก็ทะยานขึ้นกระบี่หลิ่งถิงอีกครั้ง เส้นทางไปกองโจรฝูจิ้นหลิงไม่รู้แต่ถ้าเป็นทางเดิมที่เขาเดินทางเขารู้อย่างแน่นอน


ความเร็วที่ฝูจิ้นหลิงใช้คือความเร็วสูงสุดที่เขาสามารถทำได้ ความเร็วในการพาดผ่านท้องฟ้าทิ้งรอยเฉือนลมที่ทำให้เมฆแหวกออกจากกันเป็นระยะพันกว่าลี้ จนต่อมาปรากฏการณ์นั้นสร้างเสียงฮือฮาจากคนหลายคนที่เห็นไปตาม ๆ กัน


ฝูจิ้นหลิงที่ไม่รู้ตัวว่าการกระทำของตนเองได้สร้างใหญ่โตอะไรไว้ ขี่กระบี่อย่างรวดเร็วไม่ได้หยุดพัก ทิวทัศน์ด้านล่างเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามนิด ๆ ฝูจิ้นหลิงผ่อนความเร็วและเหลือบมองทิวทัศน์รอบตัวเมื่อดวงตาสีอำพันเห็นป่าซวนหลางจึงได้รู้ว่าตนได้ผ่านเข้าเขตสำนักกิเลนฟ้าแล้ว


ฝูจิ้นหลิงไม่ได้มุ่งหน้าไปยอดเขานภาครามโดยทันที เขาเลือกที่จะที่ทลายฟ้าก่อนเพื่อส่งข่าวว่าตนจะไปเยือนนภาคราม อีกทั้งในระหว่างที่รอคำตอบ ฝูจิ้นหลิงก็จะไปนอนซุกเตียงนุ่มอันน่าคิดถึงและทักทายเหล่าสัตว์อสูรกันด้วย


“พวกเจ้าคิดถึงข้ารึไม่” ฝูจิ้นหลิงลูบหัวไป๋อวิ๋นและสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ ด้วยความเอ็นดู ใบหน้างดงามแสดงออกว่ามีความสุข ฝูจิ้นหลิงยิ้มจนตาปิดเรื่องเครียด ๆ ที่ผ่านมาหายวับจากหัวไปเลยเมื่อเจอสัตว์ขนนุ่มพวกนี้


เรียกได้ว่าสภาพของฝูจิ้นหลิงในตอนนี้หมดสภาพของเซียนผู้สูงส่งโดยสมบูรณ์


ร่างสีขาวบริสุทธิ์ลงไปกอดไป๋อวิ๋นที่นอนแผ่บนพื้น หนึ่งตนหนึ่งสัตว์กึ่งนั่งกึ่งนอนกันอยู่บนพื้นหญ้าไม่มีใครอยู่ในยอดเขานอกจากเขา ฉะนั้นฝูจิ้นหลิงจึงไม่สนใจใด ๆทั้งสิ้น “ซูหลัวอ่า เจ้าจะเข้ามาซุกข้าแบบนี้ไม่ได้นะ” ฝูจิ้นหลิงกล่าวกับเสือดาวตัวเล็กที่พยายามเข้ามาซุกในช่องว่างระหว่างเขากับไป๋อวิ๋น


“หง่าว!


ลูกเสือดาวดำซูหลัวร้องโวยวายเมื่อถูกไป๋อวิ๋นคาบและโยนออกไป


ฝูจิ้นหลิงตีที่ตัวไป๋อวิ๋นเบา ๆ กล่าวเสียงดุ “ไป๋อวิ๋นเจ้าเป็นพี่ใหญ่นะ โยนซูหลัวออกไปเช่นนั้นได้อย่างไร”


โดนฝูจิ้นหลิงดุไปไป๋อวิ๋นลดหัวลงต่ำทำท่าทางหงอยน่าสงสารทว่าฝูจิ้นหลิงไม่อ่อนข้อให้ ไป๋อวิ๋นจึงลุกไปคาบซูหลัวกลับมาและใช้หัวอันใหญ่โตของตนวางทับ


ซูหลัวร้องหนักร่างกายถูกกดทับขยับออกไปไหนไม่ได้ ลูกเสือดาวดำดิ้นไปมาใช้เล็บอันจ้อยร่อยที่ยังไม่ขึ้นเต็มที่ข่วนไปที่ใบหน้าของไป๋อวิ๋น


ฝูจิ้นหลิงหัวเราะออกมาเสียงดัง ซูหลัวข่วนไปก็เท่านั้นเพราะเล็บของเสือดาวดำที่ยังไม่โตเต็มที่ทำอะไรเสือขาวอย่างไป๋อวิ๋นไม่ได้หรอก


“พอ ๆ” ฝูจิ้นหลิงกล่าวห้าม สองมือเอื้อมไปอุ้มซูหลัวเข้ามาในอ้อมอก


ฟึบ


นกกระดาษตัวหนึ่งตกลงที่ตักของฝูจิ้นหลิง ฝูจิ้นหลิงมองนกกระดาษตัวนั้นก่อนจะวางซูหลัวลงพื้น คลี่นกกระดาษออกและอ่านข้อความในนั้น


หลันฮวารับรู้แล้ว เชิญท่านเซียนเยือนนภาครามได้ทุกเวลา


ข้อความในนกกระดาษเขียนเอาไว้เช่นนั้น


“อืม งั้นไปดีกว่า” ฝูจิ้นหลิงกล่าวลุกออกจากดงสัตว์อสูรขนนุ่ม ถึงมู่หลันฮวาจะกล่าวว่ามาได้ทุกเวลาแต่เขาคงไม่เสียมารยาทขนาดนั้น


พลันฝูจิ้นหลิงก็กล่าวเสียงแผ่วออกมา “อา อย่าทำแบบนี้สิ”


ชายเสื้อของเขาถูกซูหลัวงับเอาไว้ เสือดาวดำน้อยไม่อยากให้ฝูจิ้นหลิงไป ท่าทางพยายามรั้งตัวเขาไว้ของซูหลัวน่ารักมากจนฝูจิ้นหลิงเกิดลังเล


ร่างสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกงับชายเสื้อกล่าวขึ้น “งั้นเจ้าไปกับข้าดีรึไม่” ก้มไปอุ้มซูหลัวขึ้นมาพลันก็ต้องสะดุด


“อะไรกัน ถ้าเป็นเจ้าข้าให้ไปด้วยไม่ได้หรอกนะ” ฝูจิ้นหลิงหัวเราะขบขัน เมื่อช่วงล่างของตนก็ถูกไป๋อวิ๋นออดอ้อนโดยการเดินถูไปถูมา


สัตว์อสูรวิญญาณสองตัวนี้เป็นสายพันธุ์ของสัตว์อสูรวิญญาณในตำนานจริงหรือ? ฝูจิ้นหลิงชักสงสัย เสือดาวทมิฬกลืนกินดาราและพยัคฆ์ขาวโลหิตคลั่ง “อืม...” ฝูจิ้นหลิงมองสลับระหว่างซูหลัวและไป๋อวิ๋นก่อนจะถอนหายใจออกมา


ฝูจิ้นหลิงพยายามอธิบาย “ไป๋อวิ๋นเจ้าตัวใหญ่เกินไปข้าเอาเจ้าไปด้วยไม่ได้หรอก...นะ”


ท้ายประโยคเสียงของฝูจิ้นหลิงค่อย ๆแผ่วลง


จากเสือขาวตัวใหญ่ก็กลายเป็นลูกเสือขาวขนาดเท่าซูหลัวในพริบตา


ฝูจิ้นหลิงยอมแพ้ “เฮ้อ ก็ได้ ข้าเอาเจ้าไปด้วยก็ได้”





ช่วงคุยกับนักเขียน

พักสมองกับน้องเหมียวและซือฝุที่แกะเชือกเองได้

Twitter : @Mellion009 

#อย่ากินซือฝุ -> แจ้งข่าว Cut อื่น ๆ

ฝากนิยายเรื่องใหม่ > Tales of demon prince and war god

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.811K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,506 ความคิดเห็น

  1. #3493 Avista (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:49
    น้อนนนนน
    #3,493
    0
  2. #3475 pichayapa-sk (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 19:07
    น้วยทั้งแมวน้วยทั้งคน จับมัดแล้วกลืนลงท้องได้รึเปล่า!!
    #3,475
    0
  3. #3456 Baozi99_Mandoo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 03:43
    โอ้ยยน้วยมากแงง
    #3,456
    0
  4. #3414 B.TEm (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 21:47
    แง เอ็นดูทุกคนนั่นแหละค่ะ น้อง ๆ ขี้อ้อนกันนัก เป็นผมตัวใหญ่แค่ไหนก็จะพาไปด้วย
    #3,414
    0
  5. #3287 MitsukiCarto (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 14:13
    อิจฉาซือฝุอย่างสุดซึ้งเจ้าค่ะ!
    อะไรจะน่ารักน่ากอดน่าฟัดขนาดนี้นะ~
    #3,287
    0
  6. #3227 -134340 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 20:47
    จังหวะนี้อยากเป็นสัตว์อสูรเจ้าค่ะ
    #3,227
    0
  7. #3180 pcy921 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 10:17
    แงงงงอยากน้วยน้องๆเสือบ้าง
    #3,180
    0
  8. #2751 14:03 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 22:44
    ซือฝุและเสือน้อยของเขา
    #2,751
    0
  9. #2643 ononno (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 08:11
    น่ารักอาาาา
    #2,643
    0
  10. #2390 love_forever 1992 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 12:31
    จะเกิดเรื่องอะไรกับน้องริเปล่านะ.
    #2,390
    0
  11. #2290 Ppillow_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 13:29
    อยากฟัดพุง น้องเสือออออออ
    #2,290
    0
  12. #2247 mintewanlaya (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 19:41
    เงอะ นัลลั้กกกกกก นายเอกเราไม่มีสัตว์ในพันธะบ้างอ่อออออ
    #2,247
    0
  13. #2232 rubyna (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 23:42
    น่ารักกกกก
    #2,232
    0
  14. #2218 ^ice^ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 20:30
    เหมือนจริงๆ เจ้าพวกเสือที่ทำตัวเป็นแมวน้อยใส่ซือฝุ!!
    #2,218
    0
  15. #2217 VKK42 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 18:40
    งื๊อออออ น่ารักกกก
    #2,217
    0
  16. #2216 suriyakarn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 18:08
    โอ้ยน่ารักก
    #2,216
    0
  17. #2215 ปีศาจรัตติกาล (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 17:35
    งื้อ น่ารักมากเลยค่า รอตอนต่อนะค้าาาาา
    #2,215
    0
  18. #2214 pop3y3 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 13:03
    น้องงงงง
    #2,214
    0
  19. #2213 Nm'mi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 11:53
    เหมือนเห็นอาหลางกับจิ้ง เป็นสัตว์คิ้วๆแบบนี้ น่ารักน่ากอดดีแท้
    #2,213
    0
  20. #2212 ^ จู ^ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 11:48

    เด็กๆน่ารักมาก

    #2,212
    0
  21. #2211 Table Tennis (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 11:18
    น้องน่ารักมากกกก เหมือนเห็นแก๊งลูกศิษย์เวอร์ชั่นสัตว์อสูร5555555
    #2,211
    0
  22. #2210 Xiao Qian (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 10:47
    น่ารักเกินไปแล้วว
    #2,210
    0
  23. #2209 eryueqirlz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 10:29
    ขนาดพกพาแบบสั่งได้ เหมือนเห็นภาพทับอาจิ้งกับจ้าวหลาง
    #2,209
    0
  24. #2208 Ieffa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 09:31
    ฮืออออ นว้องน่าร้ากกกก อยากได้กลับบ้านสักตัว
    #2,208
    0
  25. #2207 mothergod (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 09:28
    น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆ
    #2,207
    0