END [BL,Yaoi] ศิษย์ข้าอย่าทำกับอาจารย์เจ้าเช่นนี้! (ตีพิมพ์ สนพ. บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 17 : บทที่ 4 กองโจรทมิฬใต้ RE [2/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,782 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

บทที่ 4 กองโจรทมิฬใต้





เมื่อมีผู้มาใหม่สองคนเดินตรงดิ่งเข้ามาทางกลุ่มปราบปรามกองโจรทมิฬใต้ของศิษย์จิวซื่อ ความโดดเด่นของผู้มาใหม่ทั้งสองคนล้วนดึงดูดความสนใจของศิษย์จิวซื่อหลายสิบคนไปจนหมด คนหนึ่งรูปร่างสูงสง่าบรรยากาศสูงศักดิ์ราวกับว่าเป็นองค์ชายรัชทายาทของมหาอาณาจักรใหญ่โตสักแห่ง ส่วนอีกคนหนึ่งแม้จะปิดใบหน้าส่วนครึ่งล่างเอาไว้กระนั้นไม่ว่าจะรูปร่าง ดวงตาและท่วงท่าการเดินล้วนทรงเสน่ห์น่าหลงใหล


ศิษย์จิวซื่อต่างไถ่ถามพรรคพวกว่าผู้มาใหม่ทั้งสองคนคือผู้ใด แต่ไม่ว่าจะถามใครทุกคนล้วนส่ายหน้าไม่มีใครรู้จักผู้มาใหม่ทั้งสองคนเลยสักคน


สวี่เชิงฝานมีปฏิกิริยาที่แตกต่างจากผู้อื่น เขาเป็นผู้เดียวที่สังเกตเห็นเข็มกลัดรูปดวงอาทิตย์สีทองบริเวณหน้าอกด้านซ้ายของชายหนุ่มทั้งสองคน คราวแรกสวี่เชิงฝานขยี้ตาตัวเองไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น พยายามเพ่งตามองเข็มกลัดนั้นดี ๆ แต่ไม่ว่าสวี่เชิงฝานจะเพ่งสักเท่าไหร่ลักษณะของเข็มกลับก็เป็นเหมือนเดิม


ชั่วขณะนั้นสวี่เชิงฝานหน้าซีดเป็นไก่ต้นใบหน้าที่หยิ่งทะนงตลอดเวลาไม่มีเหลือก่อนจะรีบผละออกมาด้านหน้า ทักทายผู้มาใหม่ทั้งสองทันที


“อะ องค์ชายหวงอวิ๋นหยาง กับพระชายาหลี่เฟยไป่ใช่รึไม่ขอรับ”


น้ำเสียงของสวี่เชิงฝานเต็มไปด้วยความย้ำเกรง เกิดประหม่ากล่าวรัวราวกับว่ากลัวจะมีผู้ใดแย่งพูด ใบหน้าที่มักจะเชิดหยิ่งด้วยความมั่นใจก้มลงต่ำ ตาล่อกแล่ก


ทั่วบริเวณที่เคยมีเสียงสนทนามากมายเงียบดั่งป่าช้าสุสานโดยพลัน


สวี่เชิงฝานคือองค์ชายใหญ่สายเลือดแท้ของราชวงศ์สวี่ ในหมู่ศิษย์จิวซื่อ ณ ที่นี้ สวี่เชิงฝานได้รับการเคารพมากมายเพราะเป็นบุคคลที่มีฐานันดรสูงศักดิ์ที่สุดในกลุ่ม ทว่าสวี่เชิงฝานคนนั้นกำลังก้มหัวลงต่ำพูดจาสุภาพเฉกเช่นชนชั้นผู้น้อยกับชายหนุ่มทั้งสองคน


องค์ชายหวงอวิ๋นหยางและพระชายาหลี่เฟยไป่ พวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อของทั้งสองคนมาก่อนเลย


ชายที่มีรูปร่างสูงกว่ากล่าว “ใช่”


จากที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่แล้วคราวนี้ใบหน้าของสวี่เชิงฝานไม่มีสีฝาดของเลือดอีก “เอ่อ แล้วท่านทั้งสองมีธุระอะไรหรือเปล่าขอรับ...” คำกล่าวของสวี่เชิงฝานค่อย ๆ แผ่วเบาลงเพราะกลัวคนตรงหน้าจะคิดว่าตนเสียมารยาท


“ข้าได้ยินจากหยินเยว่ว่าพวกเจ้ากำลังจะไปปราบกองโจรทมิฬใต้กัน เห็นว่าน่าสนใจดีข้ากับเสี่ยวเฟยเลยตั้งใจจะไปกับพวกเจ้าด้วย” ชายที่ถูกเรียกว่าองค์ชายหวงอวิ๋นหยางกล่าว


ฝูจิ้นหลิงคิ้วกระตุก


เมื่อกี้มันอะไรนะ เสี่ยวเฟย..?


สวี่เชิงฝานเสียงสั่นเหมือนไม่อยากจะเชื่อ “สะ ศิษย์พี่อู๋หยินเยว่หรือขอรับ!


เสียงตะโกนด้วยความตกใจของสวี่เชิงฝานไม่ได้เบาเลย ศิษย์จิวซื่อแสดงอาการตื่นตระหนก ศิษย์พี่อู๋หยินเยว่คือใคร เขาคือศิษย์หลักอันดับหนึ่งของสาขาจิวซื่อและเป็นศิษย์ผู้สืบทอดของผู้อาวุโสหม่าซึ่งเป็นผู้อาวุโสเสาหลักผู้นำสาขาจิวซื่อในตอนนี้!


จากลักษณะคำกล่าวของชายที่มีนามว่าหวงอวิ๋นหยาง นอกจากจะรู้จักศิษย์ผู้สืบทอดอู๋หยินเยว่แล้วยังเรียกชื่อของศิษย์ผู้สืบทอดอู๋หยินเยว่ด้วยชื่อเฉย ๆ มิมีสกุล


ความสงสัยเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นไปอีก ศิษย์จิวซื่อทุกคนต่างขบคิดหัวข้อเรื่องเดียวกัน ชายหนุ่มปริศนาทั้งสองคนคือใครและมีฐานะสูงศักดิ์เพียงใดถึงทำให้สวี่เชิงฝานย้ำเกรงและเรียกชื่อศิษย์พี่อู๋หยินเยว่อย่างสนิทสนมได้


ฝูจิ้นหลิงถอนหายใจเฮือกใหญ่


เป็นดั่งที่คิดไว้ว่าหากมีเสวี่ยจิ้งเหอตามติดมาด้วยไม่มีทางเด็ดขาดที่เขาจะได้ทำอะไรตามใจตนเอง แผนการแอบติดตามเพื่อปกป้องจ้าวหลางอะไรกัน แค่เริ่มต้นปลอมแปลงตัวตนพวกเขากลายเป็นจุดสนใจขนาดนี้แล้ว


ตัวตนที่ฝูจิ้นหลิงปลอมแปลงคือ พระชายาหลี่เฟยไป่ ที่ซึ่งเป็นพระชายาขององค์ชายรัชทายาทหวงอวิ๋นหยางแห่งราชอาณาจักรหวงหลาน ราชอาณาจักรที่ครอบครองพื้นที่ของทวีปหวงหลานเอาไว้ทั้งหมด


ตัวละครหวงอวิ๋นหยางและหลี่เฟยไป่ จะกล่าวว่าจำได้ก็เหมือนจะจำได้หรือจะกล่าวว่าจำไม่ได้ก็เหมือนจะจำได้


สำหรับฝูจิ้นหลิงแล้วตัวละครสองคนนี้ไม่มีสลักสำคัญอะไรกับตัวเขาสักเท่าไหร่ เพราะตัวละครสองตัวนี้โผล่มาในบทหลังเนื้อเรื่องการตายของเซียนฝูจิ้นหลิง


เหมือนที่กล่าวไว้ข้างต้น ตอนแรกจำไม่ได้แต่พอเสวี่ยจิ้งเหอเอ่ยว่าจะใช้ตัวตนของหวงอวิ๋นหยางและหลี่เฟยไป่ เขาถึงจดจำได้ทันที


“พวกเขาเป็นใครกัน”


“เรียกชื่อศิษย์พี่หยินเยว่อย่างสนิทสนมด้วย”


ตัวตนของเสวี่ยจิ้งเหอและฝูจิ้นหลิงกลายเป็นหัวข้อการสนทนาของศิษย์จิวซื่อขี้สงสัยมากมาย ทว่ากลับไม่มีใครสามารถเดาฐานะของทั้งสองคนได้ถูกต้องเลยสักนิด


สาเหตุเพราะว่าหวงอวิ๋นหยางและหลี่เฟยไป่เป็นเชื้อพระวงศ์ของทวีปหวงหลาน


ทวีปหวงหลานอยู่ห่างไกลจากทวีปหยวนอิงที่เป็นที่ตั้งของสำนักกิเลนฟ้าระดับหมื่นลี้ นำมาเทียบกันก็เสมือนทวีปหยวนอิงอยู่ซ้ายสุดและทวีปหวงหลานอยู่ขวาสุด ห่างไกลคนละโยชน์จนไม่มีใครคิดว่าเชื้อพระวงศ์ของทวีปนั้นจะโผล่มาร่ำเรียนอยู่ในทวีปฝั่งตรงข้ามได้


เสวี่ยจิ้งเหอที่ปลอมตัวเป็นหวงอวิ๋นหยางกล่าว “ข้ากับเฟยเอ๋อร์แค่มาสอดส่อง ศิษย์น้องสวี่คงไม่ขัดข้องที่จะให้ร่วมเดินทางไปด้วยกระมัง” แม้จะกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติแต่รอยยิ้มที่เพิ่มเติมมาด้วยทำให้สวี่เชิงฝานตัวสั่นซีดเซียวไปหมด


สวี่เชิงฝานกล่าว “ไม่ขอรับ ตะ ตามสบายเลยขอรับ”


การสนทนาระหว่างสวี่เชิงฝานและเสวี่ยจิ้งเหอจบลง สวี่เชิงฝานแม้จะเกรงกลัวแต่ก็รู้หน้าที่ขอผละตัวออกไปทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าการปราบปราม


ฝูจิ้นหลิงมองตามหลังทิศทางที่สวี่เชิงฝานเดินไป ตรงนั้นมีศิษย์จิวซื่อสี่ห้าคนที่ท่าทางน่าจะเก่งกาจไม่เบาและชายหนุ่มคนหนึ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษ จ้าวหลาง ศิษย์คนเล็กที่น่าภาคภูมิใจของเขานั่นเอง


ท่าทางของสวี่เชิงฝานและศิษย์จิวซื่อสี่ห้าอ้าปากสนทนาสีหน้าดูเครียดเคร่ง พวกเขายืนล้อมโต๊ะตัวกลมที่มีแผนที่ขนาดใหญ่ ฝูจิ้นหลิงคิดจะใช้พลังวิญญาณเพิ่มประสาทสัมผัสในการได้ยินเพราะไม่ได้ยินบทสนทนาที่พวกเขาคุยกันแต่จากการเดา ฝูจิ้นหลิงคิดว่าพวกเขาอาจจะกำลังวางแผนเรื่องยุทธวิธีบุกโจมตีกองโจรทมิฬใต้ก็เป็นได้


พลังวิญญาณไหลผ่านทั่วร่าง ฝูจิ้นหลิงเพิ่มประสาทสัมผัสหวังว่าจะได้ยินเสียงบทสนทนาเหล่านั้น


ทว่า


“พระชายาหลี่เฟยไป่แม้จะปิดใบหน้าครึ่งล่างไว้แต่ข้ารู้สึกได้เลยว่าใบหน้าของนางจะต้องงดงามมากแน่”


“ใช่ ใช่! เมื่อครู่ข้าจ้องมองดวงตาของนางไม่ถึงเสี้ยววิ ร่างกายของข้าถึงกับสั่นสะท้านไปหมดจนไม่อยากจะละสายตาเลย”


“เจ้าแค่สั่นสะท้าน ข้านี่สิ แข้งขาอ่อนจนเกือบจะทรงตัวมิได้เชียวล่ะ”


แทนที่จะได้ยินบทสนทกลุ่มของสวี่เชิงฝาน ฝูจิ้นหลิงกลับได้ยินบทสนทนาอันแสนน่าอายของศิษย์จิวซื่อคนอื่น ๆ ที่ยังไม่เลิกแอบเมียงมองมาที่เขาแทน


ร่างเล็กที่ตกเป็นหัวข้อบทสนทนาที่ร้อนแรงยกเลิกการเพิ่มประสาทการได้ยินของตัวเองโดยพลัน


ฝูจิ้นหลิงอยากจะร้องไห้ทั้งน้ำตา


ตัวตนที่เขาใช้ปลอมตัวคือ หลี่เฟยไป่ ซึ่งเป็นพระชายาที่รักยิ่งของหวงอวิ๋นหยางและเป็นสตรี


ตอนที่เสวี่ยจิ้งเหอให้ฝูจิ้นหลิงปลอมเป็นสตรีนั้น ฝูจิ้นหลิงถึงกับออกหน้าคัดค้านความคิดนี้อย่างหนัก ทว่าที่คัดค้านนั้นไม่ใช่ว่าฝูจิ้นหลิงจะปลอมเป็นสตรีไม่ได้หรืออะไร แต่มันเป็นเพราะว่าฝูจิ้นหลิงสวมใส่ชุดเครื่องแบบจิวซื่อสำหรับบุรุษอยู่


ใส่เครื่องแบบบุรุษแต่บอกไปว่าเป็นสตรี คนจะไม่มองว่าสติไม่ดีหรืออย่างไร


ตอนแรกฝูจิ้นหลิงคิดเช่นนั้น แต่ศิษย์จิวซื่อกลับโง่เง่ากว่าที่คิด...


“เอาล่ะทุกคนฟังทางนี้!


สวี่เชิงฝานกล่าวเสียงดัง เสียงซุบซิบนินทาเงียบกริบสวี่เชิงฝานเรียกความสนใจจากทุกคนในบริเวณไปจนหมด


การปราบปรามกองโจรทมิฬใต้กำลังจะเริ่มขึ้น


“ทุกคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าวันนี้พวกเราต่างรวมตัวเพื่อเป้าหมายอะไรกัน” สวี่เชิงฝานมองไปรอบ ๆ แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเสมือนกับว่าต้องการปราบโจรเพื่อความยุติธรรมจริง ๆ “เพราะไม่มีสำนักใดส่งคนไปปราบพวกมัน นับวันกองโจรทมิฬใต้ก็ยิ่งเหิมเกริมมากเข้าไปอีก”


สวี่เชิงฝานกล่าวต่อ “สำนักกิเลนฟ้าของเราเป็นสำนักที่อยู่ฝ่ายกลางไม่ใช่ธรรมะหรืออธรรมใด ๆ ทว่าตัวข้ากลับไม่อาจปล่อยให้กลุ่มโจรชั่วอย่างพวกมันลอยนวลไปได้!” กล่าวถึงตรงนี้ฝูจิ้นหลิงถึงกับกรอกตามองบน “ณ ที่แห่งนี้คือสถานที่ที่ข้ารวบรวมศิษย์พี่ศิษย์น้องในสาขาจิวซื่อที่มีอุดมการณ์ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มปราบปรามนี้ขึ้นมา จุดประสงค์เพื่อกวาดล้างกองโจรสวะพวกนี้ให้หมดไป!


ประโยคปลุกใจสิ้นสุดลงตรงนี้ หลังจากนั้นก็มีเสียงตะโกนโห่ร้องจากศิษย์จิวซื่อดังกระฮึ่ม


หากไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ฝูจิ้นหลิงก็อยากจะตบมือชมการแสดงระดับรางวัลออสก้าดัง ๆ สักทีสองที สมกับสวี่เชิงฝานเจ้าแห่งการประจบประแจงและตีสองหน้า ท่าทางยามกล่าวแสดงเก่งเหมือนตนเองเป็นคนรักความยุติธรรมรักความเสมอภาคไม่สามารถเห็นคนอ่อนแอถูกคนอื่นรังแกได้


...ทั้งที่ความจริงพวกเขาก็แค่ต้องการสมบัติพวกโจรมาเป็นของตนเองแท้ ๆ


อีกด้าน


ทำยังไงกับเรื่องศิษย์น้องจ้าวจะบุกเข้ากองโจรเพียงคนเดียวดี


สวี่เชิงฝานลุกลี้ลุกลนต่างจากท่าทางองอาจสมกับเป็นผู้นำในขณะนี้ ในใจคิดหนักมิรู้ว่าจะจัดการอธิบายเรื่องที่พวกเขาผู้นำการปราบปรามตกลงกับจ้าวหลางว่าจะให้จ้าวหลางบุกเข้าไปในกองโจรเพียงผู้เดียวอย่างไร


มีหรือที่ใครจะเชื่อหากสวี่เชิงฝานป่าวประกาศกับศิษย์จิวซื่อคนอื่นว่าศิษย์น้องจ้าวต้องการบุกเข้ากองโจรเพียงคนเดียว  ทุกคนรออยู่ข้างนอกก่อนนะเชื่อเลยว่าทุกคนต้องคิดว่าสวี่เชิงฝานพูดเพ้อเจ้อ กองโจรทมิฬใต้เป็นกองโจรขนาดใหญ่ที่มีจำนวนหลักร้อยถึงหลักพันคนแม้ว่าจะเก่งกาจแค่ไหนแต่การที่คิดจะบุกเดี่ยวต่อสู้กับคนพัน มองจากมุมไหนมันก็คือการรนหาที่ตายชัด ๆ


สวี่เชิงฝานเรียกจ้าวหลาง “ศิษย์น้องจ้าว”


จ้าวหลางตอบเสียงนิ่ง “ขอรับ”


สวี่เชิงฝานกลืนน้ำลาย สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้สวี่เชิงฝานคิดว่าจ้าวหลางจะไม่ยอมแน่ ๆ แต่สวี่เชิงฝานไม่มีทางเลือกมากนัก สุดท้ายเขาก็ยังกล่าวออกมาอยู่ดี “หนึ่งชั่วยาม ศิษย์พี่ให้เวลาศิษย์น้องจ้าวหนึ่งชั่วยาม เกินเวลาเมื่อไหร่ศิษย์พี่จะนำศิษย์จิวซื่อคนอื่น ๆ บุกเข้าไปทันที”


หากเป็นอย่างนั้นตนอาจจะพอหาเหตุผลมาบอกศิษย์คนอื่น ๆ ได้


“......” จ้าวหลางเงียบ


สวี่เชิงฝานเห็นอย่างนั้นก็คิดว่าจ้าวหลางคงไม่ยอมแน่


ทว่าจ้าวหลางกลับกล่าวออกมา “ตกลงขอรับ”


“ก็คิดไว้อยู่แล้—” สวี่เชิงฝานชะงัก “เมื่อครู่ศิษย์น้องจ้าวกล่าวว่ากระไรนะ”


เหมือนสวี่เชิงฝานจะเกิดอาการหูเพี้ยนไปชั่วคราว เมื่อครู่หากตนฟังไม่ผิดจ้าวหลางตอบกลับมาว่า ตกลงที่แปลว่าตกลงใช่หรือไม่สวี่เชิงฝานไม่แน่ใจ จึงถามจ้าวหลางกลับไปอีกครั้ง


จ้าวหลางเสียงนิ่ง “หนึ่งชั่วยาม เกินเมื่อไหร่พวกท่านก็เข้ามา”


คราวนี้สวี่เชิงฝานได้ยินชัดเจนแจ่มแจ้งแทบจะปกปิดสีหน้าแห่งความดีใจไว้ไม่มิด คำตอบตกลงของจ้าวหลางเสมือนเป็นแสงสว่างส่องเปิดทางผ่านเข้ามาในช่วงวิกฤตที่เต็มไปด้วยความมืดมิด หากมีการกำหนดเวลาในการบุกตะลุยเดี่ยวอย่างแน่นอนเข้ามาเกี่ยวข้องมันก็จะเป็นคนละเรื่องกันเลย สิ่งที่สวี่เชิงฝานต้องทำโน้มน้าวหาข้ออ้างเพื่อถ่วงเวลาศิษย์จิวซื่อคนอื่นในกำหนดเวลาหนึ่งชั่วยามเท่านั้นเอง


สวี่เชิงฝานประสานมือ “ขอบคุณศิษย์น้อง” ก่อนจะขอตัวไปนัดแนะแผนการกับศิษย์หลักจิวซื่ออีกสี่ห้าคนที่เป็นแกนนำกลุ่มปราบปรามเหมือนกัน


พลันเดินไปได้สี่ห้าก้าวสวี่เชิงฝานก็ฉุกคิด แล้วข้าจะขอบคุณเขาทำไมกัน


กระบี่เซียนลอยล่องเต็มท้องฟ้าพร้อมกับผู้ฝึกตนในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงิน สวี่เชิงฝานและจ้าวหลาง ศิษย์หลักจิวซื่ออีกสี่ห้าคนที่มีชื่อเสียงและความเก่งกาจไม่แพ้กันเป็นผู้นำหัวขบวน จากนั้นก็เป็นศิษย์จิวซื่อคนอื่นที่มีระดับพลังวิญญาณน้อยกว่า และปิดท้ายด้วยเสวี่ยจิ้งเหอกับฝูจิ้นหลิง


“ท่านอวิ๋นหยางกับท่านเฟยไป่สนใจร่วมหัวขบวนด้วยกันรึไม่ขอรับ” สวี่เชิงฝานกล่าวขึ้น


ปกติผู้นำหัวขบวนจะต้องเป็นบุคคลที่มีระดับพลังวิญญาณสูงที่สุดในกลุ่ม แม้หวงอวิ๋นหยางจะกล่าวว่าตนแค่มาสอดส่องนั้น ทว่าหวงอวิ๋นหยางมีระดับพลังวิญญาณเทียบเท่ากับศิษย์ผู้สืบทอดอู๋หยินเยว่ซึ่งเป็นระดับอาณาเขตวิญญาณ ในที่นี้หวงอวิ๋นหยางคือผู้ที่มีระดับพลังวิญญาณสูงสุด ฉะนั้นสวี่เชิงฝานจึงรู้สึกไม่สบายใจนักที่หวงอวิ๋นหยางมาตามท้ายขบวนของพวกเขาเช่นนี้


เสวี่ยจิ้งเหอที่ปลอมตัวเป็นหวงอวิ๋นหยางปฏิเสธ “ไม่ล่ะ อย่างที่บอกไปข้าแค่มาสอดส่องเท่านั้น”


แม้หวงอวิ๋นหยางจะยืนยันแล้วก็ตามแต่สวี่เชิงฝานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกระอักกระอ่วน สุดท้ายจึงต้องรับหน้าที่นำหัวขบวนคู่กับจ้าวหลางในฐานะหัวหน้าการปราบปรามเช่นเดิม


เมื่อกระบี่เซียนหลายสิบเล่มทะยานขึ้นท้องฟ้าพร้อมกัน สายลมที่พัดผ่านจึงถูกคมกระบี่แหวกแยกจนเกิดเสียงแหลม ทิวทัศน์ด้านล่างเดิมเป็นลานกว้างหน้าตำหนักกลายเป็นป่าทึบ ส่วนทิวทัศน์ด้านบนเป็นภูเขาที่มีต้นไม้เขียวชอุ่มมากมายหลากหลายลูกขึ้นสลับซับซ้อน พาให้เส้นทางขี่กระบี่เลี้ยวโค้งไปมาน่าเวียนหัวยิ่ง


เสวี่ยจิ้งเหอและฝูจิ้นหลิงรั้งท้ายขบวน


บทสนทนาพูดคุยจ่อกแจ่กจากศิษย์จิวซื่อด้านหน้าดังเข้าโสตประสาทตั้งแต่เริ่มเดินทาง สีหน้าและหัวข้อการสนทนาดูสนุกสนานอย่างกับว่าพวกเขามิได้เดินทางไปปราบโจรแต่ไปทัศนศึกษา


ฝูจิ้นหลิงขมวดคิ้ว


ในฐานะที่เป็นเซียนวิญญาณตนเคยชินกับระดับความเร็วชั่วพริบตามาตลอด ดังนั้นจึงรู้สึกเบื่อหน่ายกับความเร็วในการเดินทางของศิษย์จิวซื่อพวกนี้ยิ่ง อีกทั้งความเร็วระดับนี้ เทียบกับความเร็วของเสวี่ยจิ้งเหอคงจะแค่สองในสิบความเร็วกระบี่บินของเสวี่ยจิ้งเหอกระมัง


“เบื่อหรือขอรับ”


เสวี่ยจิ้งเหอที่ขี่กระบี่อยู่ด้านข้างกล่าวขึ้น


ฝูจิ้นหลิงพยักหน้าไม่ปฏิเสธ “ความเร็วกระบี่ของศิษย์พวกนี้ช้ายิ่ง กว่าจะถึงหมู่บ้านกองโจรคงบ่ายวันพรุ่งนี้กระมัง”


ก็คือใช้เวลาหนึ่งวันเต็ม ๆ สำหรับการเดินทาง


นอกจากจะเชื่องช้าแล้ว ศิษย์จิวซื่อบางคนยังมีระดับพลังวิญญาณต่ำมากเป็นอันบอกว่าพวกเขาไม่สามารถเดินทางด้วยกระบี่บินได้นาน เดินทางได้ประเดี๋ยวก็ต้องหยุดพักตามทางเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณบ้าง อย่าว่าแต่ถึงหมู่บ้านกองโจรเลยได้ระยะเดินทางสักครึ่งหนึ่งก็ดีถมไป


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “ถ้าซือฝุเบื่อ ไยไม่รออยู่ที่ทลายฟ้าล่ะขอรับ”


มาถึงขนาดนี้แล้วเสวี่ยจิ้งเหอก็ยังไม่เลิกยุให้กลับยอดเขาอีก


ฝูจิ้นหลิงตอบ “ซือฝุเป็นห่วงอาหลาง” พร้อมกับทำท่าทางจริงจังหวังว่าเสวี่ยจิ้งเหอจะยอมอ่อนข้อ ปล่อยให้ตนมีเวลาส่วนตัวบ้าง


“อา...” ได้ยินคำกล่าวจากอาจารย์ตนเองเสวี่ยจิ้งเหอพยักหน้าเหมือนเข้าใจ ก่อนมุมปากจะยกยิ้มขึ้น “ศิษย์น้องเก่งกาจนัก ซือฝุไม่ต้องเป็นห่วงหรอกขอรับ”


ท่าทางของเสวี่ยจิ้งเหอเต็มไปด้วยความมั่นใจ บ่งบอกว่าเชื่อมั่นในความสามารถของศิษย์น้องของตนมาก


มันไม่ใช่อะไรแบบนั้นสักหน่อย  ฝูจิ้นหลิงแย้งแต่ไม่สามารถกล่าวออกไปได้


ความสามารถของจ้าวหลางเป็นที่ประจักษ์กันดี ฝูจิ้นหลิงก็เช่นกัน ตั้งแต่เริ่มต้นจวบจนถึงตอนนี้ฝูจิ้นหลิงเชื่อมั่นมาตลอดว่าความเก่งกาจของจ้าวหลางไม่มีทางที่จะพ่ายแพ้ให้กับใคร “ไม่ห่วงไม่ได้หรอก...” ฝูจิ้นหลิงพึมพำ


จู่ ๆ เสวี่ยจิ้งเหอก็กล่าวขึ้น “ซือฝุอยากรับประทานของว่างหรือไม่ขอรับ” ก่อนจะจับถุงมิติและหยิบอะไรบางอย่างออกมา


ฝูจิ้นหลิงหันหน้าตอบทันที “รับ”


เพียงแค่เห็นขนมชั้นสีสันสดใสและลวดลายอันงดงามน่าประหลาด เรื่องวุ่นวายที่คิดอยู่เมื่อกี้ก็เป็นอันต้องหลุดหายไปจากสมอง นอกจากสัตว์ขนปุยและเตียงนุ่ม ๆ แล้ว สิ่งที่ดึงดูดความน่าสนใจของฝูจิ้นหลิงได้เป็นอย่างดีก็คือของกินที่มาจากเสวี่ยจิ้งเหอนี่แหละ


การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและขนมชั้นฝีมือเสวี่ยจิ้งเหอช่วยลดความน่าเบื่อจากการเดินทางได้อย่างดี


เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม กลุ่มปราบปรามกองโจรทมิฬใต้ได้ผ่านเขตยอดเขาทลายฟ้าที่เป็นส่วนใจกลางของป่าซวนหลาง แต่ยังไม่พ้นป่าวิญญาณซวนหลางที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล จากนั้นอีกหนึ่งเค่อศิษย์จิวซื่อคนหนึ่งเกิดอาการหอบหนักคล้ายว่าเป็นอาการของคนที่พลังวิญญาณใกล้จะหมด แต่เพราะมีเพียงคนเดียวสวี่เชิงฝานที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจึงเลือกที่จะให้กลุ่มปราบปรามฝืนเดินทางต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งคนที่มีอาการเช่นนั้นเพิ่มเป็นสองคน สามคน สี่คน


ในที่สุดสวี่เชิงฝานจึงให้หยุดพัก


“เหนื่อยรึเปล่าขอรับ” เสียงทุ้มทักทายมาจากข้างหลัง ฝูจิ้นหลิงหันไปมองเจ้าของเสียง


เป็นจ้าวหลางนั่นเอง


ฝูจิ้นหลิงตอบ “ไม่”


ส่วนหนึ่งเพราะเขาเป็นเซียนวิญญาณและอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะสวี่เชิงฝานเลือกสถานที่พักผ่อนได้ดี แสงแดดรำไรผ่านช่องว่างระหว่างต้นไม้ อากาศเย็นสบายแฝงกลิ่นอายธรรมชาติ ไม่ไกลมีลำธารที่เกิดจากน้ำตกผานกู่ที่ถูกเรียกว่าน้ำตกแห่งชีวิต


บรรยากาศดีเช่นนี้ฝูจิ้นหลิงเลยเดินแยกออกมาจากกลุ่มนิดหน่อย ร่างบางนั่งลงที่โขดหินข้างลำธารดื่มด่ำกับธรรมชาติด้วยความเพลิดเพลิน


จ้าวหลางนั่งลงที่โขดหินด้านข้าง


การกระทำกะทันหันของจ้าวหลางส่งผลให้ฝูจิ้นหลิงเบิกกว้างก่อนจะกวาดตาหันไปมองรอบ ๆ ด้วยความรวดเร็ว เมื่อพบแถวนี้ไม่มีใครอยู่สักคน ฝูจิ้นหลิงก็โล่งใจ “ถ้ามีใครเห็นเข้าจะทำอย่างไรเล่า” ฝูจิ้นหลิงเสียงดุ


จ้าวหลางเงียบกริบทำหน้ามึนอีกทั้งยังเปลี่ยนเรื่อง “ศิษย์พี่ไปไหนขอรับ”




ช่วงคุยกับนักเขียน

สลับกันทำคะแนนเรอะ!

Twitter : @Mellion009 

#อย่ากินซือฝุ -> แจ้งข่าว Cut อื่น ๆ

ฝากนิยายเรื่องใหม่ > Tales of demon prince and war god


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.782K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,506 ความคิดเห็น

  1. #3283 MitsukiCarto (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 13:10
    เล่นบทเป็นสามีภรรยากับทั้งทีจะไม่สวีทกันหน่อยหรอ~
    #3,283
    0
  2. #3223 -134340 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 19:15
    ผ้าจะไม่หลุดใช่หรือไม่... บรรยากาศเป็นใจมากนะ คริคริ
    #3,223
    0
  3. #3176 pcy921 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 09:30
    อาหลางบอกขอทำคะแนนบ้างนะคะ5555
    #3,176
    0
  4. #2747 14:03 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 22:07
    อ้าว อาจิ้งไปไหนงะ
    #2,747
    0
  5. #2384 love_forever 1992 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 11:27

    รอฉากจู— นะเจ้าคะ
    #2,384
    0
  6. #2286 Ppillow_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 12:30
    อยากให้ผ้าปิดปากหลุดจังเลยค่าาาา อยากเห็นคนเเถวนี้ตบะแตก5555555
    #2,286
    0
  7. #2073 Ppony29 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 13:16

    เอาจริงซือฝุตกที่นั่งลำบากแล้ว ตามเจ้าสองศิษย์นี้ไม่มีทางทันหรอกนะ แงๆ อยากอ่านฉากปิดปากจังเลยๆๆๆๆ

    #2,073
    0
  8. #2055 19041980 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 13:06

    อยากเห็นฉาก จู~~~~~ อยากทำให้อยาก แล้วทิ้งกันแบบเน้~~~
    #2,055
    0
  9. #2038 pookritza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:20

    เอาไปเลยค่ะ ไฟแห่งการเขียน 5555555

    #2,038
    0
  10. #2037 mookmukmook (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:15
    ตีหน้ามึนเก่งทั้ง2คนเลย! ยังงี้ซื่อฝูก็แย่สิ ยิ่งตามคนไม่ทันด้วย5555 แต่ยังไงก้รอฉากนั้นอยุ่น้าาา
    #2,037
    0
  11. #2036 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 23:32
    อ่ะๆๆๆ รอฉากนั้นนะคะ5555
    #2,036
    0
  12. #2035 แสนฤทัย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 22:38
    รอ ร้อ รอ เมื่อไหร่จะปราบโจร ฉกสมบัติซักที

    ซือฝุน่ารัก น่าฟัดมากกกกด
    #2,035
    0
  13. #2034 psyche-wings (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 21:50
    รอติดตามตอนต่อไปค่ะ ว่าแต่ฉากจูบนี่จะเป็นของผู้ใด ลุ้นค่ะ
    #2,034
    0
  14. #2033 PraiwJutatip (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 21:02
    จู+บ ป่าวน้ออ
    #2,033
    0
  15. #2031 orawansuwimon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 16:36
    รอฉากปิดปากกกกกกกกก
    #2,031
    0
  16. #2030 คาบเส้น (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 16:23
    ซือฝุห่วงงงง ฮือ
    #2,030
    0
  17. #2029 fFfFrailty (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 16:10
    เป็นเซียนว่าอายุยืนแล้ว กินเด็ก แค่กก็ทำให้อายุยืนยิ่งขึ้นไปอีก ซือฝุถึงได้น่ารักขนาดนี้
    #2,029
    0
  18. #2028 caretamutami (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 13:41
    กีสสสสสส
    #2,028
    0
  19. #2027 Sa-banee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 12:37
    อรุ่มรอเลย5555
    #2,027
    0
  20. #2026 13TTfromtheD (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 11:50
    แง๊ปมมันแน่แท้ อยากเห็นฉากสวีทๆ
    #2,026
    0
  21. #2025 giftfully (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 11:28

    ฉากจู๊ดๆ
    #2,025
    0
  22. #2024 Bamdy_NK (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 11:08

    รอค่าาา
    #2,024
    0
  23. #2023 Iovely39 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 10:42
    อร้ากกกกกก
    #2,023
    0
  24. #2021 pondbambam (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 09:07
    รอๆๆๆค่าดีงามมม
    #2,021
    0
  25. #2020 noknaree (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 08:43
    ท่านอาจารย์😘
    #2,020
    0
  26. #2007 ปีศาจรัตติกาล (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 06:41
    งือ แอบรอตอนต่ออยู่นะคะ ติดมากเลยยยย คำผิดเจอประปรายค่ะ ตอนอธิบายหยวนอิงกับอีกที่หนึ่ง เหมือนใช้ชื่อทวีปผิดค่า
    #2,007
    1
    • #2007-1 ฮาล์ฟจัง(จากตอนที่ 17)
      7 สิงหาคม 2562 / 08:46
      ขออนุญาตสอยถามพิกัดค่ะ หาไม่เจอ😂
      #2007-1