END [BL,Yaoi] ศิษย์ข้าอย่าทำกับอาจารย์เจ้าเช่นนี้! (ตีพิมพ์ สนพ. บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 16 : บทที่ 4 กองโจรทมิฬใต้ RE [1/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,150 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

บทที่ 4 กองโจรทมิฬใต้





หลังจากมื้ออาหารยามเช้าเสร็จ เสวี่ยจิ้งเหอกล่าวให้เขาไปพักผ่อนอีกสักหน่อยด้วยเหตุผลว่าตัวเขามีสีหน้าไม่ดีนัก ฝูจิ้นหลิงกำลังจะโต้แย้งทว่าจ้าวหลางที่ตามมาทานมื้ออาหารทีหลังก็ดันกล่าวสนับสนุนคำพูดของเสวี่ยจิ้งเหอเสียอย่างนั้น ฝูจิ้นหลิงไม่มีทางเลือกจึงยอมกลับไปนอนพักผ่อนแต่โดยดี


อาจจะเป็นเพราะยังมีเรื่องให้รบกวนในจิตใจ ไม่ว่าจะหลับไปสักเท่าไหร่ก็เสมือนกับว่าตัวเขาแค่งีบหลับไปเพียง 1 เค่อเท่านั้น


ฝูจิ้นหลิงเหม่อมองเพดานเรือนก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทแม้จะอยู่ในยามเฉิน ดวงดาวส่องประกายระยิบระยับเต็มท้องฟ้าตระการตามากกว่าสถานที่แห่งไหน ลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาในห้องเย็นสบายจนอยากจะกลับไปซุกผ้าห่มบนเตียงนอน น่าเสียดายที่ฝูจิ้นหลิงในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในอารมณ์เช่นนั้น ร่างเล็กลุกจากเตียงก่อนสายตาพลันเหลือบไปมองเห็นชุดสีน้ำเงินวางพับเรียบร้อยอยู่ที่โต๊ะเล็ก


อา วันนี้ต้องไปปราบปรามกองโจรทมิฬใต้นี่นา


หากไม่เห็นเครื่องแบบชุดสีน้ำเงินบนโต๊ะ ฝูจิ้นหลิงก็คงลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้ตนมีธุระสำคัญ


ฝูจิ้นหลิงหยิบเครื่องแบบจิวซื่อแล้วพลิกไปพลิกมา สีน้ำเงินเด่นซะขนาดนี้แต่เหมือนจำได้ว่าคราแรกที่ตื่นขึ้นมาเขายักไม่เห็นมันวางไว้ จะว่าไปเมื่อกี้ที่ไปทานมื้อเช้าเขาใส่ชุดสีขาวตามปกติไปเสวี่ยจิ้งเหอศิษย์คนโตผู้ชาญฉลาดและรู้ทันคงจะสังเหตุเห็นจึงนำมาวางไว้ให้ก็เป็นได้


ร่างเล็กเดินไปหลังฉากไม้เพื่อแต่งตัว ระหว่างใส่ชุดก็คิดอะไรไปเรื่อย


ภาพสะท้อนในกระจกทำให้ฝูจิ้นหลิงแปลกใจเบา ๆ


เนื้อผ้าของเครื่องแบบจิวซื่อมีคุณภาพดีกว่าที่คิดไว้แม้ไม่เท่าชุดเสื้อผ้าสีขาวที่เขามักใส่เป็นปกติ แต่ที่ไม่ชอบใจคือลักษณะการออกแบบของชุดเครื่องแบบจิวซื่อดูหรูหราและเกะกะมากเกินไป จนรู้สึกเอะใจตลอดว่านี่ใช่ชุดเครื่องแบบที่มีไว้สำหรับต่อสู้และฝึกซ้อมหรือไม่


ฝูจิ้นหลิงถอนหายใจ ก็สมกับเป็นชุดเครื่องแบบของสาขาจิวซื่อแล้วล่ะ


แต่งกายเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย ตรวจดูแล้วไม่น่าจะมีอะไรบกพร่องหรือใส่อะไรผิดตรงไหนแต่ไม่รู้ทำไมคนตัวเล็กถึงรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง


เส้นผมสีขาวไหลลงมาปรกใบหน้า ฝูจิ้นหลิงหยิบปอยผมของตัวเองขึ้นมาเบา ๆ


รู้แล้วว่าลืมอะไร เขาต้องเปลี่ยนสีผมกับสีตาด้วยนี่เอง


ทั่วทั้งแผ่นดินเซียนหนานผู้คนต่างรู้กันว่าชายผู้มีเส้นผมสีขาวประกายและดวงตาสีอำพันคือเซียนวิญญาณเพียงหนึ่งเดียวในแผ่นดินเซียนหนานนาม ฝูจิ้นหลิง


กล่าวคือไม่ว่าฝูจิ้นหลิงจะแต่งตัวปกปิดให้แนบเนียนอย่างไรแต่ถ้ายังมีเส้นผมสีขาวและดวงตาสีอำพันที่เป็นลักษณะเฉพาะ ผู้คนก็สามารถล่วงรู้ได้ทันทีว่าตัวเขาเป็นใครอยู่ดี


ในวันที่โผล่เข้ามาในโลกนี้ครั้งแรกและไปตลาดกับวันที่ไปเดินเที่ยวเทศกาลลี่หลินพร้อมจ้าวหลางและเสวี่ยจิ้งเหอ ฝูจิ้นหลิงรอบคอบเปลี่ยนสีตาของตนเองเป็นสีดำไว้ก่อนทุกครั้งด้วยทักษะลวงตา เพราะงั้นถึงจะมีเส้นผมสีขาวเหมือนเซียนวิญญาณฝูจิ้นหลิงแต่สีตาของเขาเป็นสีดำ จึงไม่มีใครคิดว่าตัวเขาในตอนนั้นจะเป็นเซียนฝูจิ้นหลิงตัวจริงเสียงจริงเลยสักคน


ครั้งนี้ฝูจิ้นหลิงก็คิดจะใช้ทักษะลวงตาในการปลอมตัวเช่นเดิม ทว่าจู่ ๆก็ดันมีความคิดแผลง ๆออกมา


พลังวิญญาณในร่างลดฮวบจากขั้นเซียนวิญญาณลดลงเป็นสวรรค์วิญญาณด้วยความรวดเร็ว การสูญเสียพลังวิญญาณฉับพลันทำให้ฝูจิ้นหลิงมึนหัวและเซเล็กน้อยแต่พอหลับตาสักพักก็กลับเป็นปกติ ถึงจะไม่มีอะไรมายืนยันความคิดนี้แต่ฝูจิ้นหลิงสงสัยว่าถ้าหากเซียนวิญญาณเกิดพลังวิญญาณลดลงจนต่ำกว่าขั้นเซียน ร่างกายของพวกเขาจะกลับไปเป็นเหมือนคราวที่ยังเป็นมนุษย์หรือไม่


เพราะสงสัยเลยทดลองดู พลังวิญญาณของเขาในตอนนี้จึงอยู่ในขั้นสวรรค์วิญญาณที่มีระดับต่ำกว่าเซียนวิญญาณ


แต่น่าเสียดายสีผมกับสีตาของฝูจิ้นหลิงยังคงเป็นสีขาวและสีอำพัน


“เฮ้อ...” ฝูจิ้นหลิงถอนหายใจ คิดว่าทฤษฎีของตนเองจะถูกเสียอีก สุดท้ายฝูจิ้นหลิงก็ต้องใช้ทักษะลวงตาเพื่อปกปิดรูปลักษณ์ของตนเองเช่นเดิม


ร่างเล็กหลับตาพลังวิญญาณพลันเข้าปกคลุมร่าง เส้นผมสีขาวและดวงตาสีอำพันค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไล่ตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายผมช้า ๆ ฝูจิ้นหลิงลืมตาขึ้นพอเห็นตนเองในกระจกแล้วถึงกับลมหายใจสะดุดไปพักหนึ่ง


เส้นผมสีขาวนอกจากเขาก็ยังมีคนอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นเวลาที่ฝูจิ้นหลิงจะออกไปไหนมาไหนเขาก็แค่ปกปิดสีตาของเขาเท่านั้น ไม่เคยยุ่งกับเส้นผมสีขาวของตนเองเลย


แต่... นี่หรือที่เขาว่ากันว่าพอรูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนบรรยากาศก็เปลี่ยนไปด้วย


หากจะกล่าวว่าฝูจิ้นหลิงในชุดสีขาว ดวงตาสีอำพันและเส้นผมสีเงินคือเซียนผู้สูงศักดิ์ ตัวอย่างชนชั้นเซียนวิญญาณผู้เป็นชนชั้นสูงของโลกที่แท้จริงแล้วล่ะก็ ฝูจิ้นหลิงในชุดสีน้ำเงิน ดวงตาสีดำและเส้นผมสีดำขลับกลับกลายเป็นบรรยากาศแห่งความยั่วยวนและดวงตาที่แสนทรงเสน่ห์ พาลให้ผู้พบเห็นเกิดความแรงปรารถนาพุ่งพล่านจนอยากจะครอบครอง


เป็นไปไม่ได้! แค่เปลี่ยนสีผมกับสีตาคนเรามันจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือไปหลังมืออย่างนั้นหรือ!?


ฝูจิ้นหลิงปิดใบหน้าด้วยมือทั้งสองข้าง อย่าว่าแต่คนอื่นเลยแค่ตัวเขาเห็นฝูจิ้นหลิงในเงาสะท้อนของกระจกใบหน้าก็แดงก่ำเคอะเขินจนทนมองตัวเองไม่ไหว


“แล้วแบบนี้จะออกไปยังไงเนี่ย...” ฝูจิ้นหลิงพึมพำเสียงเบา ไม่รู้จะทำอย่างไรดี


พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นผ้าผืนบางที่วางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลชิ้นหนึ่ง


“ใส่ผ้าปิดหน้าด้วยหรือขอรับ?”


เสวี่ยจิ้งเหอถามน้ำเสียงแฝงอาการแปลกใจเมื่อเห็นซือฝุของตนในสภาพแปลกตาออกมาจากห้อง


สิ่งที่ทำให้เสวี่ยจิ้งเหอแปลกใจไม่ใช่ชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินแต่เป็นใบหน้าครึ่งล่างของฝูจิ้นหลิงที่ถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าปิดหน้าผืนจนเห็นใบหน้าครึ่งล่างผ่านผ้าผืนบางรำไร


พอคิดว่าอย่างน้อยใบหน้าครึ่งล่างก็มีผ้าผืนบางปิดฝูจิ้นหลิงก็เบาใจ ผ้าปิดหน้าผืนบางอันนี้เป็นอันเดียวกับอันที่จ้าวหลางให้เขาไว้ในเทศกาลลี่หลิน ตอนแรกฝูจิ้นหลิงคิดว่าผ้าผืนนี้มันหายไปแล้วโชคดีที่เขาเจอมันในช่วงเวลาที่ต้องการพอดิบพอดี


ฝูจิ้นหลิงกล่าวถาม “แล้ว... ซือฝุดูแปลก ๆ รึไม่”


เสวี่ยจิ้งเหอนิ่งมองจากล่างขึ้นบนเสมือนกำลังสำรวจตัวเขาจนทะลุปรุโปร่ง สายตาที่จ้องมองมาของเสวี่ยจิ้งเหออดไม่ได้ที่จะทำให้ฝูจิ้นหลิงเกิดความกังวล


เสวี่ยจิ้งเหอพึมพำ “ผ้าปิดปากนี่”


ฝูจิ้นหลิงได้ยินเสียงพึมพำ อดไม่ได้ที่จะหลุดถามออกไป “มันดูแปลกรึ?”


ถึงจะใช้ผ้าปิดใบหน้าเอาไว้แต่มันก็เป็นแค่ผ้าผืนบาง ๆ ให้มองจากภาพเงาสะท้อนคงไม่เท่าสายตาคนอื่น ฝูจิ้นหลิงกลัวเหลือเกินว่าใบหน้าของเขาจะถูกพบเห็น


เสวี่ยจิ้งเหอส่ายหน้า “ไม่หรอกขอรับ” มือหนาเอื้อมจับผ้าผืนบางอย่างวิสาสะ


ฝูจิ้นหลิงสะดุ้งยกมือจับผ้าปิดปากแน่นกลัวเสวี่ยจิ้งเหอจะดึงมันออก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจจากการกระทำที่โผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหัน


ปฏิกิริยาของฝูจิ้นหลิงทำให้แววตาของเสวี่ยจิ้งเหอสั่นไหว


“ซือฝุดูชื่นชอบผ้าผืนนี้นัก ใครให้มาหรือขอรับ” ใบหน้าของเสวี่ยจิ้งเหอยังคงมีรอยยิ้มเช่นเดิมทว่าน้ำเสียงกลับเย็บเยียบ มือหนาลูบผ้าปิดใบหน้าของฝูจิ้นหลิงเบา ๆ ไม่ยอมปล่อยมือ


สิ้นคำถามของเสวี่ยจิ้งเหอ ฝูจิ้นหลิงเย็นสันหลังวาบโดยไม่มีสาเหตุ ดวงตาเสมองไปทางอื่นจึงมิไม่เห็นแววตาแข็งกร้าวที่มองมาอย่างคาดคั้น “อาหลางให้มา...” ฝูจิ้นหลิงตอบเสียงเบาพลันไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองต้องทำตัวล่อกแล่กอย่างกับว่าทำความผิดอะไรไว้ด้วย


เสวี่ยจิ้งเหอเลิกคิ้ว “เป็นศิษย์น้องนี่เอง”


พอได้คำตอบว่าใครเป็นคนมอบผ้าปิดใบหน้าผืนบางให้เสวี่ยจิ้งเหอก็ปล่อยมือออกก่อนจะขอตัวไปเอาอะไรบางอย่างที่ห้องตัวเองที่ห้องสักพัก เมื่อร่างสูงลับสายตาไปฝูจิ้นหลิงโล่งอกถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


นึกว่าจะโดนเอาผ้าออกซะแล้ว


ไม่ถึงหนึ่งเค่อเสวี่ยจิ้งเหอก็กลับมา ก่อนหน้านี้มัวแต่คุยฝูจิ้นหลิงเลยไม่ได้สังเกตว่าเสวี่ยจิ้งเหออยู่ในชุดเครื่องแบบของสาขาจิวซื่อเช่นกัน ต่างจากฝูจิ้นหลิงเครื่องแบบจิวซื่อในร่างของเสวี่ยจิ้งเหอช่างเหมาะสมกันโดยไม่มีข้อกังขา อาจจะเป็นเพราะตระกูลเสวี่ยเป็นหนึ่งในตระกูลของชนชั้นสูง เครื่องแบบที่ถูกออกแบบให้กับลูกหนานของชนชั้นสูงถึงได้ดูเหมาะสมเมื่อเสวี่ยจิ้งเหอสวมใส่


ฝูจิ้นหลิงกล่าวขึ้น “อาจิ้งจะทำอะไรรึ”


เสวี่ยจิ้งเหอยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ใบหน้ายิ้มแย้ม ท่าทางแปลก ๆ เหมือนมีเลศนัย


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “ซือฝุหลับตาก่อนขอรับ”


เขาคงไม่ได้คิดจะเอาผ้าปิดหน้าเราออกใช่ไหม? ฝูจิ้นหลิงหรี่ตา มือขาวเอื้อมไปจับผ้าปิดหน้าอีกครา ทำตัวน่าสงสัยแบบนี้ให้ตายเขาก็ไม่ยอมหลับตาเด็ดขาด


เสวี่ยจิ้งเหอเห็นคนตัวเล็กจ้องเขม็งอีกทั้งยังจับผ้าปิดหน้าไว้แน่นจึงส่ายหน้า กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงใจที่สุด “ข้าไม่ยุ่งกับผ้าปิดหน้าของซือฝุหรอก แต่ถ้าซือฝุไม่มั่นใจจะจับผ้าเอาไว้ด้วยก็ได้นะขอรับ”


ดูเหมือนเสวี่ยจิ้งเหอจะไม่ได้โกหก ฝูจิ้นหลิงจ้องหน้าคนด้านหลังเพื่อหาเจตนาที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ แต่เสวี่ยจิ้งเหอก็ยังคงเป็นเสวี่ยจิ้งเหอไม่มีพิรุธอะไรสักนิด ฝูจิ้นหลิงยอมแพ้ก่อนจะหลับตาลง


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “ห้ามลืมตาจนกว่าข้าจะบอกนะขอรับ”


ฝูจิ้นหลิงตอบ “อืม”


สิ้นคำตอบรับที่พลันรู้สึกถึงอะไรบางอย่างเย็น ๆ สัมผัสที่ลำคอ ฝูจิ้นหลิงสะดุ้งโหยงความสงสัยผุดขึ้นจนอยากลืมตาจะแย่แต่ทว่าตนได้สัญญากับเสวี่ยจิ้งเหอไว้แล้วและฝูจิ้นหลิงเองก็เป็นคนรักษาสัญญาเพราะงั้นเขาจะไม่ลืมตาจนกว่าเสวี่ยจิ้งเหอจะบอกให้ลืมเด็ดขาด


แกร๊ก!


ทำไมมันมีเสียงเหมือนอะไรล็อคด้วยล่ะ


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “ซือฝุลืมตาได้ขอรับ”


ได้ยินคำกล่าวของเสวี่ยจิ้งเหอให้ลืมตา ร่างเล็กลืมตาพรึบสิ่งแรกที่ทำคือยกมือขึ้นสัมผัสลำคอของตนเป็นอย่างแรก “นี่มัน...”


ที่คอของฝูจิ้นหลิงมีสร้อยเส้นเล็กอยู่เส้นหนึ่งที่ปาดตาดูแค่ครั้งแรกก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่า ส่วนที่โดดเด่นที่สุดคือตัวจี้ของสร้อยที่เป็นรูปลักษณ์ผลึกหยดน้ำสีอำพันเฉกเช่นดวงตาของเขา


เขาชอบมันนะ ชอบมากด้วยแต่ก็ตลกเช่นกัน


ฝูจิ้นหลิงหัวเราะคิกคัก “ซือฝุก็นึกว่าอะไร ที่แท้แล้วอาจิ้งอิจฉาอาหลางรึ”


พอรู้ว่าเขาใส่ผ้าปิดหน้าผืนบางที่จ้าวหลางมอบให้ก็รีบกลับไปห้องตัวเองเสียยกใหญ่ ทั้งที่ตัวก็เตรียมพร้อมไม่น่าจะลืมอะไรแล้วแท้ ๆ ไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าลูกศิษย์ที่แสนจะเจ้าเล่ห์คนนี้จะมีมุมที่น่ารักเหมือนคนอื่นเขา


“ซือฝุพูดถึงอะไรหรือขอรับ?” เสวี่ยจิ้งเหอทำเป็นไขสือ ใบหน้ายิ้มแย้มทำตัวเสมือไม่รู้ว่าเขากำลังกล่าวถึงเรื่องอะไร


ผู้ต้องหาไม่ยอมรับผิด ฝูจิ้นหลิงก็ทำอะไรไม่ได้เพราะรู้ตัวดีว่าไม่มีความสามารถไปคาดคั้นคำตอบจากคนเจ้าเล่ห์ ดังนั้นคดีความนี้เขาจะปล่อยผู้ต้องหาไปก่อนละกัน


กว่าฝูจิ้นหลิงเสวี่ยจิ้งเหอจะออกเดินทางเวลาก็ได้เข้าสู่ช่วงกลางของยามเฉิน(ประมาณ 8 โมงเช้า) แต่ทว่าถึงจะเป็นช่วงหลางของยามเฉินท้องฟ้าก็ยังมืดสนิทดวงจันทร์มิลาลับไม่มีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์เลยเพียงสักนิด


จากการอยู่ในที่โลกนี้มานานหลายเดือนทำให้ฝูจิ้นหลิงรู้อะไรหลายอย่างเช่นแผ่นดินเซียนหนานมีช่วงเวลากลางคืนมากกว่ากลางวัน กว่าท้องฟ้าจะสว่างก็ประมาณช่วงสายของยามเฉิน(07.00-08.59น.)จนเกือบจะเข้ายามซื่อ(09.00-10.59น.) ต่างจากโลกปัจจุบันที่แค่ 6 โมงเช้าพระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว


ความชื้นจากต้นไม้ใบหญ้าและลมหนาวที่พัดผ่านอย่างเย็นเยียบเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าแผ่นดินเซียนหนานกำลังจะเข้าสู่ฤดูเหมันต์ ฝูจิ้นหลิงกระชับผ้าคลุมขนจิ้งจอกแน่นพลางชื่นชมเสวี่ยจิ้งเหอในใจที่สวมเพียงชุดเครื่องแบบจิวซื่ออย่างเดียวไม่มีผ้าคลุมกันลมหนาวเลย


ขนาดเขาที่เป็นเซียนวิญญาณยังรู้สึกหนาวจนต้องหยิบผ้าคลุมตัวโปรดมาใส่เลยแท้ ๆ ทว่าเสวี่ยจิ้งเหอกลับดูสบาย ๆ ไม่มีอาการหนาวสั่นเลยสักนิดทั้งที่มีระดับพลังวิญญาณต่ำกว่า


การเดินทางไปสาขาจิวซื่อจะกล่าวว่าใกล้ก็ใกล้จะกล่าวว่าไกลก็ไกล


ในหมู่สาขาทั้งสิบสามของสำนักกิเลนฟ้า ทั้งที่สาขาจิวซื่อเป็นสาขาที่อยู่ถัดจากยอดเขาทลายฟ้าทว่ากลับมีระยะห่างระหว่างที่ตั้งของสองสาขาหลายร้อยลี้


ยอดเขาทลายฟ้าตั้งอยู่ในใจกลางของป่าวิญญาณซวนหลาง ในขณะที่สาขาจิวซื่อตั้งอยู่ห่างจากขอบเขตแดนป่าวิญญาณซวนหลางถึง 100 ลี้ พอนำมาคำนวณรวมระยะทางการเดินทางระหว่างสาขาจิวซื่อและสาขาทลายฟ้า จะเห็นได้ว่าระยะห่างของสาขาทั้งสองมีถึง 300 ลี้เลยทีเดียว


หากเป็นการเดินทางคนเดียวฝูจิ้นหลิงคงจะใช้ความเร็วสูงสุดของตนเองเดินทางไปสาขาจิวซื่อได้โดยที่ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเค่อ ทว่าเขาดันมีเสวี่ยจิ้งเหอเดินทางมาพร้อมกันด้วยจึงไม่มีทางเลือกปรับความเร็วให้เท่ากับเสวี่ยจิ้งเหอแทน


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “อีกสักประมาณหนึ่งเค่อพวกเราก็น่าจะเห็นสาขาจิวซื่อแล้วล่ะขอรับ”


ท้องฟ้าเริ่มมีสีส้มจากแสงอาทิตย์เป็นอันบอกว่ายามเช้าเข้ามาเยือน ฝูจิ้นหลิงคิดว่าเมื่อพวกเขาไปถึงสาขาจิวซื่อก็น่าจะได้เริ่มออกเดินทางกันพอดี


ฝูจิ้นหลิงเก็บผ้าคลุมขนจิ้งจอกหิมะเข้าหยกมิติวิญญาณเมื่อเห็นตำหนักหรูหราของสาขาจิวซื่อไม่ใกล้ไม่ไกล ที่หน้าตำหนักมีกลุ่มชายหญิงในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินประมาณสามสิบกว่าคน ในสามสิบกว่าคนนั้นมีคนคนหนึ่งสวมใส่ชุดเครื่องแบบสีดำเด่นสะดุดตาเพียงผู้เดียว


ชายหนุ่มคนนั้นจะเป็นใครได้นอกจากจ้าวหลาง ศิษย์คนเล็กที่กำลังหน้าบูดเพราะโดนผู้คนรายล้อมเต็มไปหมด


“เราลงกันตรงนี้ก่อนขอรับ”


ฝูจิ้นหลิงเห็นด้วย ก่อนจะลงจากกระบี่ในจุดที่ไกลจากกลุ่มจิวซื่อประมาณหนึ่งลี้ อย่าลืมว่าตอนนี้พวกเขาปลอมตัวเป็นศิษย์จิวซื่อหากขี่กระบี่เข้าไปจะทำให้ศิษย์คนอื่น ๆ สงสัยได้ว่าทำไมพวกเขาถึงขี่กระบี่มาจากทิศทางนอกสาขา


ด้วยความรอบคอบฝูจิ้นหลิงและเสวี่ยจิ้งเหอเดินอ้อม เป้าหมายคือเข้าไปรวมกลุ่มจากทางไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ทางด้านหน้า


ระหว่างเดินเสวี่ยจิ้งเหอกล่าวขึ้น “หลังจากนี้พวกเราจะใช้ชื่อปลอมกันขอรับ”


ฝูจิ้นหลิงสงสัย “ชื่อปลอม?”


“ใช่ขอรับ ศิษย์จิวซื่อที่เข้าร่วมการปราบปรามในครั้งนี้มีประมาณสามสิบกว่าคนเพราะงั้นจะต้องมีบางคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันบ้างแล้วขอรับ”


ฝูจิ้นหลิงคิดตาม “จะเป็นปัญหาถ้าเกิดว่าไม่มีใครรู้จักพวกเราเลยงั้นซิ?”


เสวี่ยจิ้งเหอพยักหน้า “ใช่ขอรับ”


ถ้าเกิดว่าในหมู่ศิษย์จิวซื่อมีคนสองคนที่ไม่มีใครในสามสิบกว่าคนรู้จักเลยมันเป็นไปไม่ได้ และเมื่อถึงตอนนั้นเรื่องที่พวกเขาซึ่งเป็นคนนอกแฝงตัวเข้ามาก็จะความแตก “ใช้ทักษะลวงตาปลอมหน้าตาเป็นคนในสาขาจิวซื่อดีรึไม่” ฝูจิ้นหลิงเสนอความคิด


เสวี่ยจิ้งเหอตกอยู่ในห้วงความคิดสักพักหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าออกมา “ภารกิจปราบปรามกองโจรทมิฬใต้เป็นภารกิจลับขอรับ เพราะงั้นคนที่เข้าร่วมเลยเป็นคนที่เก่งกาจพอตัวและถูกคัดเลือกมาจากศิษย์ระดับสูงแล้วด้วย ถึงจะแนบเนียนแต่ถ้าหากพวกศิษย์ระดับสูงเจอเข้าล่ะก็พวกเขาไล่พวกเราออกมาอยู่ดีขอรับ”


วิธีที่ฝูจิ้นหลิงเสนอมาล้วนสามารถใช้ได้ทว่ามีความเสี่ยงสูง แต่นอกจากวิธีพวกนี้แล้วฝูจิ้นหลิงคิดวิธีอื่นไม่ออกเลย “เช่นนั้นแล้วเรื่องชื่อปลอมที่อาจิ้งว่าเล่า”


หากเป็นชื่อปลอมเฉย ๆ มันก็ดูธรรมดาไปไม่สมกับเป็นความคิดเห็นจากเสวี่ยจิ้งเหอ


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าวอธิบาย “ข้าพอจะมีคนรู้จักเป็นคนในสาขาจิวซื่ออยู่บ้างขอรับ พวกเขาเป็นศิษย์หลักและอาศัยอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวและไม่สุงสิงกับผู้คนดังนั้นพวกศิษย์จิวซื่อจึงไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าของพวกเขาเลยล่ะ”


“อาจิ้งหมายความว่า...” ฝูจิ้นหลิงกล่าวช้า ๆ ทำไมถึงได้รู้สึกถึงลางไม่ดีกัน


พลันเสวี่ยจิ้งเหอก็ยิ้มออกมา ฝูจิ้นหลิงขอนิยามว่ารอยยิ้มนั่นคือรอยยิ้มที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก


“พวกเราจะใช้ตัวตนของพวกเขากันขอรับ”





ช่วงคุยกับนักเขียน

ตัวตนสามีภรรย----

Twitter : @Mellion009 

#อย่ากินซือฝุ -> แจ้งข่าว Cut อื่น ๆ

ฝากนิยายเรื่องใหม่ > Tales of demon prince and war god

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.15K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,506 ความคิดเห็น

  1. #3471 pichayapa-sk (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 16:03
    เป็นห่วงจัง กลัวผ้าหลุด แต่ไม่เป็นไรหลุดๆไปเถอะค่ะ ฮะฮ่าาาา
    #3,471
    0
  2. #3402 B.TEm (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 19:34
    เห็นคนเม้นกันเยอะว่าระวังผ้าหลุดนะ ในหัวผมคือไม่ใช่ผ้าปิดหน้าที่หลุดอะครับ แค่ก แต่ก็ระวังผ้าหลุดด้วยนะครับ 55555555555555555555555
    #3,402
    0
  3. #3337 Keen Alexis (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:23
    อ่านช่วงเปลี่ยนสีตาแล้วก็งงค่ะไรท์ มีช่วงนึงกล่าวถึงงานเทศกาลว่าฝูจิ้นปลอมตัวเปลี่ยนตาเป็นสีดำ แต่ในงานเทศกาลความรักยังบอกอยู่เลยว่าตาสีอำพันผมขาว
    #3,337
    1
    • #3337-1 Wannin(จากตอนที่ 16)
      25 เมษายน 2563 / 21:36
      อย่าเก็บไปคิดมากเลยค่ะ55555
      #3337-1
  4. #3282 MitsukiCarto (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 12:52
    ผ้าหลุดเมื่อไหร่ละก็~ หุหุหุ
    #3,282
    1
    • #3282-1 bllam1880(จากตอนที่ 16)
      11 มิถุนายน 2563 / 01:40
      เเหนะ! ลามกนะเราอ่ะ
      #3282-1
  5. #3175 pcy921 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 08:59
    อย่าให้ผ้าหลุดนะคะเด่วอาจิ้งอาหลางช๊อคธาตุไฟเข้าแทรก
    #3,175
    0
  6. #3045 at2017 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 21:29
    มันต่างจากปลอมตัวตรงไหนกัน?
    #3,045
    0
  7. #3040 sakila (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 12:05
    หาเรื่องอ่ะ
    #3,040
    0
  8. #2746 14:03 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 21:41
    มีคืนแรกก็ต้องมีคืนสองแล้วนะค้า
    #2,746
    0
  9. #2660 บีเอเอ็ม1146 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 09:46
    ทำไมไม่มีเนื้อหา
    #2,660
    1
  10. #2405 มายาแห่งฝัน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 22:14
    หรือจริงๆแล้วอาเหรินก็คือฝูจิ้นหลิง แต่แค่เพราะการแลกเปลี่ยนเลยต้องไปเกิดที่อีกโลก แล้วไม่มีความทรงจำก่อนหน้านี้อ่ะ//เดาา
    #2,405
    0
  11. #2383 love_forever 1992 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 11:12
    เขาร้ายมาแต่แรกแล้วนะ. ทั้ง 2 คนเลย 555+
    #2,383
    0
  12. #2351 Disk Nara (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 21:52
    สังเกต***
    เสมือน****
    #2,351
    0
  13. #2106 hold me tight ♡ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 21:03
    อาจิ้งงงงง
    #2,106
    0
  14. #2012 Xialyu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 07:08
    อยากให้ผ้าปลิววววววววว
    #2,012
    0
  15. #2005 Iovely39 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 21:12
    อยากให้อาจิ้งกับอาหลางเห็นซือฟุผมดำ ตบะแตกแน่ๆ5555
    #2,005
    0
  16. #2001 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 00:26
    อาจิ้งคนร้ายๆ55555
    #2,001
    0
  17. #1999 ^ จู ^ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 19:20

    จะเนียนไหมน้า

    #1,999
    0
  18. #1997 cjkk (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 15:20
    อาจิ้งอาหลางต้องเห็นซือฝุแบบผมสีดำตาสีดำแล้วน้าาาา
    #1,997
    0
  19. #1996 bambam_jtmn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 09:08
    อาจิ้งน่ารักกกก
    #1,996
    0
  20. #1995 Sairattz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 09:02
    อาจิ้งเจ้าเล่ห์มากจริงๆ555555555
    #1,995
    0
  21. #1994 Bamdy_NK (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 08:24
    ชอบๆๆๆๆ มาบ่อย ๆ นะคะ อยากอ่านตอนต่อไปแล้วววว
    #1,994
    1
    • #1994-1 Pissuda627(จากตอนที่ 16)
      4 สิงหาคม 2562 / 12:42
      ซือฝูผมดำตาดำดูสวยมาก อยากให้อ่จิ้ง อาหลางเห็น><
      #1994-1
  22. #1993 Aimarea (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 07:57
    ถ้าอาจิ้งอาหลางเห็นหน้าซือฝุแล้วคงอดใจไม่ไหวแน่ๆ
    #1,993
    0
  23. #1991 minizipzap (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 03:25
    รู้เรื่องค่า ไม่ได้ติดขัดอะไร ทำไมอาจิ้งดูดุจัง กร้าวใจมาก
    #1,991
    0
  24. #1960 Narisa Ren (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 23:32
    แบบนี้ก็ได้หราาาา 5555
    #1,960
    0
  25. #1885 trp1021 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 15:51
    555555555555555555
    #1,885
    0