END [BL,Yaoi] ศิษย์ข้าอย่าทำกับอาจารย์เจ้าเช่นนี้! (ตีพิมพ์ สนพ. บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 15 : บทที่ 3 จุดเปลี่ยน RE [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,601
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,097 ครั้ง
    26 ส.ค. 62

บทที่ 3 จุดเปลี่ยน





สถานการณ์ตรงหน้าดูจะตึงเครียด ทั้งจ้าวหลางออริจินอลและจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยจ้องมองกันไม่แม้แต่จะกระพริบตา ร่างกายของทั้งคู่นิ่งค้างเสมือนถูกกาลเวลาแช่แข็ง หากว่าคนไหนเริ่มขยับเมื่อไหร่อีกคนก็จะพุ่งเข้าปะทะในทันที


ฝูจิ้นหลิงมองสถานการณ์ในระยะประชิด ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่เขาเดินวนปาดหน้าจ้าวหลางไป ๆ มา ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าตัวเขาจะเดินปาดสักเท่าไหร่สายตาของจ้าวหลางก็ยังมองไปที่เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยเช่นเดิม


“น่าเบื่อ” คนที่ดึงเข้ามาโลกแห่งความฝันกล่าวก่อนนั่งลงกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยฝุ่น ไม่มีการรักษาภาพลักษณ์เซียนวิญญาณเลยสักนิด ก็ในเมื่อไม่มีใครมองเห็นเขาแล้วเขาจะยังเก๊กท่าไปอีกทำไม


ผ่านมาครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง)


ฝูจิ้นหลิงกล่าวเสียงเบื่อหน่าย “พวกเขาจะจ้องตากันอีกนานมั้ยเนี่ย”


การจ้องตาระหว่างจ้าวหลางและจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยยังคงดำเนินต่อไป ฝูจิ้นหลิงหาวออกมาหลายครั้ง เขาพอจะนึกออกแล้วตอนที่อ่านนิยายผ่าน ๆ ในส่วนเนื้อเรื่องตรงนั้นมันเพียงบรรยายสั้น ๆ หนึ่งบรรทัดว่า จ้าวหลางและจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยจ้องตาอย่างไม่มีใครยอมใครกว่าครึ่งชั่วยาม


เขาในโลกก่อนใช้เวลาอ่านหนึ่งบรรทัดนั่นโดยใช้เวลาไม่ถึงสองวินาที แต่ในตอนนี้กลับต้องมานั่งมองคนจ้องตากันตั้งครึ่งชั่วยาม!


เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยพึมพำ “สุนัขรับใช้พวกสกปรก...”


จ้าวหลางแค่นเสียง “สกปรก? มารอย่างเจ้าสิสกปรก!


การจ้องตาครึ่งชั่วยามได้จบลง คำพูดที่รุนแรงของจ้าวหลางทำให้ฝูจิ้นหลิงได้รู้ว่าต่อจากนี้การต่อสู้จะเริ่มขึ้น กระบี่เฟยเทียนถูกชักออกมาจากฝักเผยให้เห็นความคมกริบของกระบี่ที่สามโลกต่างนิยามว่าเป็นกระบี่ที่สามารถตัดผ่านวัตถุได้ทุกอย่าง


ด้านเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ย เมื่อเห็นกระบี่เฟยเทียนเขาก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก เขาลุกขึ้นจากพื้นอย่างมั่นคงเสมือนกับว่าร่องรอยบาดเจ็บตามลำตัวและรอยเลือดเป็นเรื่องโกหก


รอยแผลจากการถูกเซียนลอบทำร้ายอาจจะสาหัสมากทว่าจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยถูกกล่าวว่าเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างมาก เพราะงั้นไม่มีทางที่เขาจะทำตัวอ่อนแอเพียงเพราะว่าถูกเซียนลอบทำร้ายเด็ดขาดโดยเฉพาะต่อหน้ามนุษย์


ไอดำขมุกขมัวรอบกายเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ตอบสนองต่อการต่อสู้ จ้าวหลางตั้งกระบวนท่าที่ด้านหลังของจ้าวหลางปรากฏกระบี่บินนับร้อยเล่มลอยบนอากาศ กระบี่บินพวกนั้นมีรูปร่างเหมือนกระบี่เฟยเทียนไม่มีผิดทว่าพวกมันมีขนาดเล็กกว่ากระบี่เฟยเทียนในมือจ้าวหลางเกือบครึ่ง


ปกติแล้วด้วยพลังวิญญาณของจ้าวหลางในตอนนี้เขาไม่มีทางเรียกกระบี่เฟยเทียนได้ถึงร้อยเล่ม ทว่าจ้าวหลางก็ยังฉลาดล้ำสมกับเป็นตัวเอกชายของเรื่อง เขาประสบความสำเร็จในทฤษฎีลดขนาดของกระบี่และนำพลังวิญญาณส่วนใหญ่ไปเพิ่มจำนวนแทน


ไม่รอให้เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยเป็นฝ่ายบุกโจมตี จ้าวหลางพุ่งเข้าหาเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยด้วยรวดเร็วพร้อมควบคุมกระบี่เฟยเทียนร้อยเล่มเข้าโอบล้อมจอมมารไว้เฉกเช่นพายุดาบขนาดย่อม ทว่าฝ่ายเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยรู้ดีถึงอำนาจของกระบี่เฟยเทียน ในชั่วพริบตาเขาเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปอีกหนึ่งจนพายุกระบี่ไม่สามารถไล่ตามเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยได้ทัน


กระบี่เฟยเทียนอาจจะตัดผ่านทุกอย่างที่สัมผัสก็จริง ทว่าหากไม่อาจสัมผัสได้กระบี่เฟยเทียนจะนับว่าเป็นตัวอะไร


ทักษะของเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยเป็นปัญหานอกจากพายุกระบี่จะตามเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยไม่ทันแล้วบางครั้งจ้าวหลางยังต้องรับมือกับการโจมตีของเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยที่โผล่เข้าประชิดโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว โชคดีที่ประสาทสัมผัสของจ้าวหลางยังรวดเร็วแม้ไม่อาจสวนการโจมตีกลับได้แต่จ้าวหลางปัดป้องการโจมตีได้ทุกครั้ง


เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยไม่ได้ใช้กระบี่ของตนเองในการลอบโจมตีแต่ใช้มีดเล่มเล็กแทน เพราะงั้นทุกครั้งที่จ้าวหลางใช้กระบี่เฟยเทียนป้องกันการโจมตีของเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ย เสียงเหล็กตกกระทบพื้นจากเศษมีดที่ถูกตัดผ่านจะดังขึ้นเช่นกัน


ความได้เปรียบเริ่มเบี่ยงเบนมาทางเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยมากขึ้นเรื่อย ๆ จ้าวหลางเห็นท่าไม่ดีอีกทั้งร่างกายเริ่มปรากฏรอยแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงเรียกพายุกระบี่กลับมาและให้มันโอบล้อมตนเองเอาไว้


เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยถอยห่างออกไปเมื่อเห็นพายุกระบี่ย้อนกลับมา


จ้าวหลางที่อยู่ในใจกลางพายุกระบี่โจมตีเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยไม่ได้และเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยก็เข้าไปโจมตีจ้าวหลางที่อยู่ใจกลางพายุดาบไม่ได้เช่นกัน


สถานการณ์กลับมาสงบชั่วคราว


ฝูจิ้นหลิงตาวาวไม่ได้นั่งอย่างเบื่อหน่ายอยู่บนพื้นอีกต่อไป การต่อสู้ระหว่างเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยและจ้าวหลาง ฝูจิ้นหลิงไม่กล้าแม้แต่กระพริบตา อาการตื่นเต้นทำให้ร่างสีขาวบริสุทธิ์ไม่อาจอดกลั้นใจให้ตนเข้าไปใกล้ ๆ ได้


ตอนแรกฝูจิ้นหลิงกะจะเข้าไปหาจ้าวหลางแต่จ้าวหลางถูกโอบล้อมด้วยพายุกระบี่มิดชิดไม่เห็นแม้แต่ชายเสื้อ ฝูจิ้นหลิงเลยเข้าไปสำรวจเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยที่ยืนนิ่ง ๆ ผิดวิสัยแทน จากการต่อสู้นอกจากอาการตื่นเต้นแล้วฝูจิ้นหลิงยังสงสัยอะไรบางอย่าง


เห็นได้ชัดว่าจอมมารเป็นฝ่ายได้เปรียบแล้วเหตุใดจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยถึงได้พ่ายแพ้ให้กับจ้าวหลาง?


ฝูจิ้นหลิงเข้าไปใกล้เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยอย่างไม่เกรงกลัว ตัวเขาอาจจะคิดไปเองหรือเปล่าเหมือนจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยมีไอดำขมุกขมัวรอบกายมากกว่าตอนที่สู้กับจ้าวหลางเสียอีก มากจนปิดบังใบหน้าของเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยจนเหลือเพียงดวงสีแดงเลือดน่าหวาดหวั่นแล้ว


กล่าวถึงเรื่องหน้าตาหากจำไม่ผิดเหมือนไอขมุกขมัวจะปิดบังใบหน้าของเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ในนิยายก็ไม่เคยบรรยายถึงหน้าตาของเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยด้วยทั้งที่เป็นถึงจอมมารของเรื่อง


หล่อเหลาปานภาพวาดหรืออัปลักษณ์ดั่งอสูรกาย ฝูจิ้นหลิงพยายามเมียงมองด้วยความสูงที่แตกต่างกันทำให้เซียนวิญญาณผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสง่างามมีท่าทางที่น่าขบขัน


แต่ก็นั่นล่ะ ใครจะไปสนกัน ในเมื่อโลกแห่งความฝันมีแค่ฝูจิ้นหลิงเพียงคนเดียว


พลันจู่ ๆ เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยก็เอ่ยปาก “จะหดหัวอยู่ในนั้นไปถึงเมื่อไหร่กัน?”


คำกล่าวที่แสนดูถูกและน้ำเสียงที่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เย็นเยียบแฝงไปด้วยจิตสังหาร ฝูจิ้นหลิงได้ยินเสียงจากระยะใกล้พลันรู้สึกขนลุกไปด้วยแม้ว่าตนจะไม่ได้เป็นเป้าหมายของจิตสังหารก็ตาม


แต่เขาคิดไปเองหรือเปล่าว่าโทนเสียงมันคุ้น?


จ้าวหลางไม่ได้ตอบเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ย หากโต้ตอบนั่นหมายความว่าเขากำลังเดินตามเกมของอีกฝ่าย จ้าวหลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ คิดหาหนทางเอาชนะอย่างใจเย็น


“อึก...”


มีเสียงที่ร้องออกมาจากด้านข้าง ฝูจิ้นหลิงหันไปต้นเสียงนั้นเขาเห็นเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยมีท่าทีที่แปลกไป


เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยกุมหน้าอกของตนเองเอาไว้ ดวงตาสีแดงที่แข็งกร้าวพลันอ่อนไหวไปชั่วขณะ แม้ว่าไอขมุกขมัวจะบดบังใบหน้าของจอมมารเอาไว้แต่ฝูจิ้นหลิงสัมผัสได้ว่าเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยกำลังมีอาการเจ็บปวด


แต่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรในเมื่อจ้าวหลางยังไม่ได้แตะตัวเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยแม้แต่ปลายเส้นผม


เสมือนกับว่าทุกอย่างถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ในช่วงเวลาที่เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยเกิดอาการบาดเจ็บฉับพลันจ้าวหลางก็ได้ปลดพายุกระบี่ที่ล้อมรอบตัวเขาออกและพุ่งโจมตีใส่เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยทันที


การโจมตีที่โผล่มาอย่างกะทันหันของจ้าวหลางทำเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยและฝูจิ้นหลิงตกใจกันทั้งคู่ จ้าวหลางไม่ได้พุ่งเข้ามาพร้อมกระบี่เฟยเทียนอีกร้อยเล่ม แต่พุ่งเข้ามาพร้อมกับกระบี่เฟยเทียนในมือเพียงเล่มเดียวแน่นอนว่าเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยหลบได้ในทันที


หนึ่งแผล สองแผล สามแผล มากขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ สถานการณ์เดิมกลับมาอีกครั้งต่างกันแค่พายุกระบี่ของจ้าวหลางได้หายไปเพราะเหตุใดไม่อาจล่วงรู้ ฝูจิ้นหลิงมองรอบตัวแต่ไม่ว่าทางไหนเขาก็ไม่เห็นกระบี่เฟยเทียนทั้งร้อยเล่มของจ้าวหลางจริง ๆ รู้สึกไม่ชอบเลยที่ตนเองไม่อาจใช้พลังวิญญาณในโลกแห่งความฝันได้


ร่างกายของจ้าวหลางเต็มไปด้วยรอยบาดจำนวนมาก ถึงจะไม่ร้ายแรงแต่พอมีหลายแผล ร่างของจ้าวหลางก็เต็มไปด้วยหย่อมเลือด


ในที่สุดจ้าวหลางก็ล้มลง


เมื่อเห็นศัตรูของตนล้มลง เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยไม่พลาดที่จะเหยียบฝ่ามือจ้าวหลางอย่างแรก “อึก!” จ้าวหลางสบถดวงตามองเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยด้วยความโกรธแค้น ในมือเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยมีดเล่มเล็กแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่สีดำเล่มหนึ่งที่มีปราณมารอัดแน่นจนน่ากลัว


เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยเยาะเย้ย “สุนัขรับใช้อ่อนแอขนาดนี้?”


หมับ!


ขาของเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยถูกมืออีกข้างของจ้าวหลางจับแน่น เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยกระตุกขากลับอัตโนมัติทว่าไม่หลุด


เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยกล่าว “ยังจะดื้อรั้นอีก” ก่อนจะขยี้ฝ่ามือของจ้าวหลางอีกครั้ง ทว่าดวงตาสีแดงเลือดเบิกกว้างศีรษะเงยขึ้นมองไปที่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว


เป็นกระบี่เฟยเทียนขนาดเล็ก เล็กมากเท่ากับขนาดของเข็มเย็บผ้า พลังวิญญาณน้อยมากเกือบเท่ากับพลังวิญญาณที่อยู่ในอากาศ กระบี่เฟยเทียนหมื่นเล่มลอยอยู่เหนือศีรษะของเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยและจ้าวหลาง


เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยสบถ "เจ้า!" รีบเร่งปราณมารเพื่อสะบัดมือจ้าวหลางที่จับขาตนเอาไว้ พลันความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามาอีกครั้งจนทำให้พลังปั่นป่วน


จ้าวหลางยิ้มเยาะในเมื่อเขาไม่อาจตามได้ทัน เช่นนั้นก็ทำลายพื้นที่ทั้งหมดนี่ซะดูสิว่าจะยังมีที่ไหนให้จอมมารหลบหนีอีก


กระบี่เฟยเทียนหมื่นเล่มพุ่งเข้าโจมตี เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยไม่สามารถใช้ทักษะได้เนื่องจากถูกจ้าวหลางจับขาเอาไว้ เพียงเสี้ยววินาทีกระบี่เฟยเทียนหมื่นเล่มราวกับหยาดฝนกระทบพื้นดิน ฝุ่นพุ่งลอยปิดบังทัศนวิสัยไปทั่วจนไม่อาจมองเห็นสถานการณ์ปัจจุบันได้


“แค่ก แค่ก” จ้าวหลางสำลักฝุ่นควันและยันตัวเองให้ลุกขึ้น


ทุกอย่างอยู่ในการคำนวณไว้หมดแล้ว กระบวนท่ากระบี่พิรุณกระหน่ำ จ้าวหลางคิดแผนการนี้ออกตอนที่อยู่ในพายุกระบี่ มันเป็นวิธีที่ค่อนข้างจะเสี่ยงมากเพราะการแปรรูปลักษณ์ของกระบี่เฟยเทียนให้มีขนาดเท่ากับเข็มใช้เวลานาน จ้าวหลางจะต้องยื้อจนกว่าการแปรรูปลักษณ์กระบี่จะเสร็จทันและต้องดึงความสนใจไม่ให้จอมมารสังเกตเห็น โชคดีที่การจู่โจมอย่างบ้าบิ่นของเขาทำให้จอมมารประมาทแผนการจึงสำเร็จไปด้วยดี


เมื่อลุกขึ้นได้จ้าวหลางก็มีอาการโซเซเล็กน้อย


กระบวนท่าสุดท้ายได้ดูดกลืนพลังวิญญาณของจ้าวหลางไปเกือบหมดแล้ว กล่าวได้ว่าเขาได้ทุ่มสุดตัวกับการโจมตีนั้นหมดตัวหากจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยยังรอดอยู่อีกก็ถือว่าเป็นคราวสิ้นลมหายใจของเขา


เมื่อสะบัดมือหนึ่งครั้ง กระบี่เฟยเทียนที่กระจัดกระจายที่พื้นก็พลันรวมกันและหมุนกลายเป็นพายุกระบี่อีกครา เมื่อเกิดพายุกระบี่ฝุ่นควันตามอากาศก็ถูกแรงหมุนวนของพายุกระบี่ดูดกลืนไม่นานก็เผยให้เห็นทิวทัศน์โล่งกว้างที่มีรอยหลุมบ่อเรียบสนิทจากกระบี่เฟยเทียนเต็มไปหมด


ทิวทัศน์อันชัดเจนที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาฝูจิ้นหลิงตาเบิกกว้าง นอกจากจ้าวหลางที่อยู่ตรงนี้ด้วยความสับสนแล้วก็ไม่มีใครอื่นอีก


เจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยหายไป!


เรื่องราวดำเนินมาถึงตรงนี้ก็เกิดการบิดเบือนของพื้นที่อีกครา ฝูจิ้นหลิงเต็มไปด้วยความสับสนจากพื้นที่โล่งแห้งแล้งกลายเป็นสถานที่ที่เขาคุ้ยเคย


ป่าซวนหลาง


ที่มุมหนึ่งของต้นไม้ขนาดใหญ่มีชายหนุ่มอยู่สองคน ชายหนุ่มคนหนึ่งฝูจิ้นหลิงมั่นใจอย่างมากว่าเป็นใคร ไอปราณมารสีดำขมุกขมัวรอบกาย อีกทั้งกลิ่นคาวเลือดรุนแรงจากบาดแผลสาหัสจากการต่อสู้จะต้องเป็นจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยอย่างแน่นอน


ส่วนอีกคนหนึ่ง


“......” ฝูจิ้นหลิงเงียบไปสักพัก


ตัวเขาอยากทำเป็นไม่รู้ แต่ไม่อาจหลบหนีความจริงได้


เส้นผมสีขาว บรรยากาศและท่าทางที่แม้จะแต่งกายด้วยชุดเครื่องสีดำและผ้าปิดหน้าผืนบางก็ไม่อาจปกปิดตัวตน ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งซึ่งกำลังใช้พลังวิญญาณรักษาเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยคือ เซียนวิญญาณ ฝูจิ้นหลิง เจ้าของร่างที่เขากำลังอาศัยอยู่นั่นเอง


เรื่องราวเบื้องหลังกระจ่าง เนื้อเรื่องที่ว่าคนปริศนาที่ได้ช่วยเหลือจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยไม่ให้ถูกจ้าวหลางสังหารแท้จริงแล้วก็คือเซียนวิญญาณ ฝูจิ้นหลิง ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ของจ้าวหลางเอง


ในหัวเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ


ไม่เข้าใจว่าทำไมฝูจิ้นหลิงที่เป็นเซียนถึงได้ช่วยจอมมาร ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ที่เป็นอาจารย์ถึงได้ช่วยศัตรูที่เกือบจะฆ่าลูกศิษย์ของตัวเอง ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องรักษาจอมมารที่ถูกกล่าวขานว่าชั่วร้ายเหลือคณาด้วยใบหน้าที่เจ็บปวดขนาดนั้น  ไม่เข้าใจ ไม่เห็นจะเข้าใจ


ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเขาต้องรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย


ฝูจิ้นหลิงกล่าว “ดีขึ้นรึยัง”


จอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยพยักหน้า ดวงตาสีแดงเลือดไม่ละสายตาจากคนที่ช่วยตนไว้ ก่อนจะกล่าว “ซือ—”


ฝูจิ้นหลิงขัด “เงียบก่อน”


พลังวิญญาณที่หนาแน่นจำนวนมากกำลังพุ่งมาจากทางเหนือ ร่างในชุดสีดำแปลกตาขมวดคิ้ว พลังวิญญาณขนาดนี้ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรหรือมนุษย์ก็ไม่มีทางพบได้ในแผ่นดินเซียนหนานโดยเด็ดขาดนอกจากเสียว่า


ฝูจิ้นหลิงกล่าวทันที “ไปซะ!


สีหน้าของฝูจิ้นหลิงร้อนรน แผลส่วนใหญ่จากร่างกายของเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยไม่ใช่แผลที่เกิดจากกระบี่เฟยเทียนแต่เป็นแผลที่เกิดจากพลังวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นพิษต่อปราณมาร


พลังวิญญาณบริสุทธิ์เป็นสิ่งที่เซียนวิญญาณขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถทำได้ “ไป!” เสียงของฝูจิ้นหลิงแทบจะตะคอกออกมาอยู่แล้ว


“เจอแล้ว...”


เฮือก!


สิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกคือแสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่าง ร่างกายสัมผัสได้ถึงอากาศที่ติดจะหนาวเย็นเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันไล่มองรอบ ๆ จากหมอนข้างอันยาวไปจนถึงผ้าห่มขนจิ้งจอกหิมะ


ฝูจิ้นหลิงตระหนักได้ว่าที่นี่คือห้องนอนของเขาเอง


“หืม...? วันนี้ซือฝุตื่นเร็วจังขอรับ”


เสียงทุ้มนุ่มทักทายดังมาจากด้านหนึ่งของห้อง ฝูจิ้นหลิงหันไปมองตามทิศทางของเสียงตามสัญชาตญาณเป็นเสวี่ยจิ้งเหอที่กำลังจัดข้าวและสำรับบนโต๊ะนั่นเอง


คนที่เพิ่งตื่นจากนิทรามีอาการเบลอและสับสนจากความฝันเล็กน้อยแต่ถึงกระนั้นดวงตาสีอำพันก็ไม่วายมองสำรับบนโต๊ะอาหารที่มีแต่ของชอบของตนไม่วางตา


ฝูจิ้นหลิงกล่าว “ซือฝุฝันร้าย”


เสวี่ยจิ้งเหอถามต่อและยังคงจัดสำรับต่อไป “ฝันว่าอะไรรึขอรับ”


ฝูจิ้นหลิงกำลังจะกล่าว “ฝันว่า...” แต่ก็เงียบไป


พอนึกเกี่ยวกับเรื่องความฝันฝูจิ้นหลิงก็ได้สติกลับมาครบถ้วน เรื่องราวในโลกแห่งฝันชัดเจนผุดเข้ามาทีละฉากชัดแจ่มแจ้งอย่างกับว่าตัวเขาได้สัมผัสและเข้าร่วมในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ฝันไป เรื่องจ้าวหลางสู้กับจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยเขาก็จำได้ เรื่องที่ฝูจิ้นหลิงที่เป็นเจ้าของร่างช่วยเหลือจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยเขาก็จำได้


หรือจะเป็นกลุ่มเซียนหลายสิบคนที่โผล่มาตอนท้ายสุดเข้าก็จำได้...


เสวี่ยจิ้งเหอถามเมื่อจู่ ๆ ฝูจิ้นหลิงเงียบไป “ซือฝุเป็นอะไรรึเปล่าขอรับ”


ฝูจิ้นหลิงส่ายหน้า “ไม่ แค่ปวดหัวเล็กน้อย”


ร่างในชุดสีขาวบริสุทธิ์แสนสง่างามที่จัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วหัวเราะแห้ง ๆ เมื่อรู้ถึงชะตากรรมของตนเอง ฝูจิ้นหลิงค่อนข้างมั่นใจมากว่าสาเหตุการตายของร่างของเขาน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในโลกแห่งความฝันเต็ม ๆ


การที่เซียนเข้าช่วยเหลือมารเรียกได้ว่าเป็นการกระทำที่ผิดอย่างแน่นอน


แต่ทำไม?


ทำไมเซียนวิญญาณ ฝูจิ้นหลิงถึงได้ช่วยเหลือจอมมารผู้ชั่วร้าย อีกทั้งยังเป็นจอมมารที่เกือบสังหารศิษย์ของตนเอง


ฝูจิ้นหลิงทานอาหารด้วยอาการเหม่อลอย ในหัวคิดเรื่องความฝันวนไปวนมาไม่หยุดทว่าคิดมากเท่าไหร่ก็ไม่อาจหาคำตอบของคำถามให้ตนเองได้ ความได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของเขาคือการที่รู้เนื้อเรื่องของเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้นแต่เพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้นเองไม่เคยเจาะลึกเนื้อเรื่องของเซียนวิญญาณ ฝูจิ้นหลิงเลยสักนิด


แต่... ถ้าหากวันนั้นเซียนวิญญาณฝูจิ้นหลิงไม่เข้าไปช่วยจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยตอนที่จ้าวหลางจะจัดการล่ะ


ก็ในเมื่อปัจจุบันเขาเป็นคนครองร่างของเซียนวิญญาณของฝูจิ้นหลิง เขาจึงเป็นคนที่มีสิทธิเลือกว่าจะช่วยหรือไม่ช่วย หากจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยถูกกำจัดตั้งแต่แรกในอนาคตจ้าวหลางก็จะไม่ต้องสู้กับเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยจนแผ่นดินเซียนหนานกลายเป็นหุบเหวแห่งความตาย


ฝูจิ้นหลิงคีบเนื้อเป็ดย่างเข้าปาก ใบหน้างามก้มหน้าสายตามีแต่ความหมองหม่น





ช่วงคุยกับนักเขียน

ก็ยังยืนยันว่าปมเยอะ ฮื่อ

Twitter : @Mellion009 

#อย่ากินซือฝุ -> แจ้งข่าว Cut อื่น ๆ

ฝากนิยายเรื่องใหม่ > Tales of demon prince and war god


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.097K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,506 ความคิดเห็น

  1. #3358 editionzeed (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 00:21
    ประมาณว่ารักคนเดียวกัน ก็มาจับมือกันเถ้อะ งู้ยยย เค้างองห มดแล้วววว
    #3,358
    0
  2. #3281 MitsukiCarto (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 12:38
    ปมเยอะจริงจริ๊งงงงงงง
    #3,281
    0
  3. #3222 -134340 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 18:36
    ในฝันน้องเห็นร่างที่ตัวเองสิงนั้นช่วยจอมมารหรืออาจิ้งนั้นน้องเค้าก็รู้สึกเจ็บปวดใช่มั้ย? ทำไมถึงรู้สึกล่ะ?.. เว้นแต่ว่า วิญญาณน้องที่สิงกับวิญญาณซือฝุคือดวงเดียวกัน!! ไม่ได้เดานะคะ แต่มั่วมากกว่า5555555555
    #3,222
    0
  4. #3174 pcy921 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 08:41
    แล้วอาจิ้งเปนศิษย์เซียนอยู่ดีๆกลายเปนจอมมารเสวี่ยได้ไงอะคะ????
    #3,174
    0
  5. #2911 chaaimmeme (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 21:25
    ถ้าเกิดขึ้นอีกรองยังไงก็ต้องช่วยอะ
    #2,911
    0
  6. #2827 9494 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 16:17
    หรือมันจะเกิดเรื่องแบบเดิมกัน?
    #2,827
    0
  7. #2745 14:03 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 21:17
    อ๋อออออ สับสนสตอรี่นิดหน่อย
    อ๋อแล้วจ้า

    แต่เมื่อก่อนอาจิ้งก็เรียกว่าซือฝุนี่นา? ใช่มั้ยงะ
    #2,745
    0
  8. #2410 Adore (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 00:10

    ตอนฝูจิ้นหลิงพูดว่า “ไม่ แค่เบลอเล็กน้อย” มันแอบเปล่งๆ แบบ เบลอ มันมาจากภาษาอังกฤษปะ? พอมาอยู่ในบทแบบนี้ละแอบสะดุด นิดหนึ่ง แต่รวมๆชอบเรื่องนี้มาก สู้ๆ คุณนักเขียน

    #2,410
    1
    • #2410-1 ฮาล์ฟจัง(จากตอนที่ 15)
      26 สิงหาคม 2562 / 00:11
      ขอบคุณที่แนะนำนะคะ เดวปรับแก้ค่ะ
      #2410-1
  9. #2350 Disk Nara (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 21:46
    กะพริบ****
    #2,350
    0
  10. #2318 Xiao Qian (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 11:15
    คิดถึงซือฝุทุกลมหายใจจจ
    #2,318
    0
  11. #2314 ononno (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 09:12
    ซือ.... ซือฝุ ใช่ไหม!
    #2,314
    0
  12. #1987 น้ำพัน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 00:29
    เดาว่าตอนแรกเป็นรักสามเศร้า แบบซือฝุต้องเลือกว่าจะอยู่กับใคร เลือกไม่ได้ก็ฆ่ากันให้ตายไปข้าง แต่พอย้อนเวลากลับมานี่ไม่ต้องเลือกแล้ว เพราะทั้งคู่ยอมสงบศึกปรองดองกันเป็น 3p อิอิ เพราะถ้าไม่ปรองดองก็ต้องสู้กันอีก แล้วสูญเสียซือฝุกันทั้งคู่ เลยเลือกอยู่ด้วยกันแบบสันติดีกว่า
    #1,987
    0
  13. #1985 NiGhte N.S.N. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 20:53
    เขาน่าจะไม่สู้กันแล้วรึเปล่า55555
    #1,985
    0
  14. #1984 ppuenz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 20:09
    ซับซ้อนเว่อ ส่วนน้องก็คือ เขาจบไปนานแล้วลูก55555555
    #1,984
    0
  15. #1983 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 13:22
    คิดไปไกลมาก เค้าน่าจะสงบศึกกันแล้วล่ะ555
    #1,983
    0
  16. #1981 milk-m.g.m (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:35
    น้องลูกกกความจริงมันผิดคาดไปไกลมากกกก
    #1,981
    0
  17. #1980 ^ice^ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:23
    ไม่ต้องช่วยหรอกซือฝุ จอมมารกับจ้าวหลางเค้าสงบศึกกันแล้ว 5555555
    #1,980
    0
  18. #1979 Chatchaann1 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 18:34
    อาจิ้งคือจอมมาร แล้วทำไมถึงญาติดีกัอาหลางในตอนนี้อา ในฝันฆ่ากันแทบเป็นแทบตายสย
    #1,979
    0
  19. #1978 Pissuda627 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 18:28
    จอมมารก็คืออาจิ้งซินะ เรามั่นใจหลายส่วนเลย
    #1,978
    0
  20. #1975 -_Saki_- (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 13:26
    คหสต นะคะ.
    เวอชั่นรีไรทนี้ฝูจิ้นหลิงไม่มีระบบคอยบังคับ หรือให้ภารกิจ แล้วทำไมถึงต้องพยายามช่วยพระเอกปราบจอมมารอะคะ. เราว่าจุดที่เขาควรจะสนใจเช่นกันคือฝูจิ้นหลิงคนเดิมมีความสัมพันยังไงกับจอมมารด้วยมากกว่าเผื่อจะช่วยให้เขามีทางรอดมากขึ้น ตามประสาชาวบ้านอยากเผือก 555 และทำยังไงให้ไม่โดนรุมฆ่าภายหลังป่ะคะ?
    #1,975
    2
  21. #1974 Sa-banee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 11:49
    จอมมารทำอาหารเก่ง จะทำร้ายได้ลงคอจริงๆหรออออ5555555555
    #1,974
    0
  22. #1973 phetlada1990 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 08:09
    เสวี่ยจิ้งเหอคือจอมมารใช่ไหมนะ พอโดนช่วยไว้ก็เลยรักซือฝุ
    #1,973
    0
  23. #1972 mothergod (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 07:48
    จอมมารทำอาหารเป็นนะ...จะสังหารได้ลงหรอ?
    #1,972
    0
  24. #1971 caretamutami (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 07:16
    ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพื่อนทรยศ
    #1,971
    0
  25. #1970 Xialyu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 07:07
    จอมมารจะเป็นใครน๊า^^
    #1,970
    0