END [BL,Yaoi] ศิษย์ข้าอย่าทำกับอาจารย์เจ้าเช่นนี้! (ตีพิมพ์ สนพ. บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 14 : บทที่ 3 จุดเปลี่ยน RE [3/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,595
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,006 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

บทที่ 3 จุดเปลี่ยน





เจอคำกล่าวของศิษย์คนโต ฝูจิ้นหลิงถึงกับเหวอ


ฝูจิ้นหลิงรีบกล่าว “ไม่ต้องหรอกซือฝุไปคนเดียวได้”


รับประกันเลยว่าร้อยทั้งร้อยถ้าเสวี่ยจิ้งเหอไปด้วยตลอดการเดินทางไปปราบกองโจรทมิฬใต้เขาจะไม่มีทางได้อยู่คนเดียวคนเดียวอย่างแน่นอน แผนการของเขากำลังจะถูกขัดขวางในเมื่อแยกตัวออกมาไม่ได้แล้วเขาจะคอยแอบคุ้มกันกับสอดส่องความเป็นอยู่ของจ้าวหลางอย่างไร!


ฝูจิ้นหลิงสะอึกกำลังจะโต้แย้ง “แต่ว่า—” แต่จ้าวหลางโพล่งออกมาทันที “ข้าอยากให้ศิษย์พี่ไปด้วยขอรับ”


อาจารย์ผู้มีแผนการอ้าปากค้างก่อนจะเม้มริมฝีปากของปากตัวเองแน่นพร้อมกับฮึดฮัดในใจ


ถ้าหากจ้าวหลางกล่าวว่าอยากให้เสวี่ยจิ้งเหอไปด้วยเขาก็ไม่อาจกล่าวห้ามได้ ฝูจิ้นหลิงไม่มีทางเลือก ได้แต่ปล่อยให้ความรู้สึกหงุดหงิดครอบงำในใจถ้าตอนนี้เขาอยู่ในห้องของตนเองไม่ใช่ชานเรือนที่มีสองศิษย์ล่ะก็ เขาคงจะขยี้หัวจนยุ่งกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงสบถระบายอารมณ์ออกมาแล้ว


วันนี้นอกจากเรื่องข้อตกลงกับแม่นางมู่หลันฮวาที่เป็นไปได้ด้วยดีนอกจากนั้น อะไร อะไรก็ไม่เห็นจะดั่งใจสักอย่าง!


ฝูจิ้นหลิงนั่งเงียบปากขมุบขมิบ ดวงตาสีอำพันมองถ้วยชาที่ถูกยื่นมาพอจากศิษย์คนโตผู้ชื่นชอบขัดขวางทุกแผนการ ตัวเขาอยากจะสะบัดหน้าเมินถ้วยชาถ้วยนั้นแต่พอเห็นสีหน้าประดับรอยยิ้มของเสวี่ยจิ้งเหอแล้วเขากลับทำไม่ลง สุดท้ายก็รับถ้วยชามา


เรื่องที่ว่าไม่ได้ดั่งใจก็คือเรื่องทะเลสาบแปลกประหลาดที่สาขานภาคราม


หลังจากสนทนากับมู่หลันฮวาเสร็จตัวเขาตั้งใจว่าระหว่างทางกลับจะแวะออกนอกลู่นอกทางไปทะเลสาบนั่นเสียสักหน่อย ไม่คิดว่าพอไปถึงแล้วจะเจอเขตแดนซ้อนทับอีกชั้นที่เป็นเขตแดนรูปแบบม่านพลังวิญญาณเหมือนเขตแดนยอดเขาทลายฟ้า


ฝูจิ้นหลิงแปลกใจ แค่เขตแดนเดียวก็ใช้พลังวิญญาณมากมายมหาศาลแล้วแต่ที่นี่กลับมีเขตแดนซ้อนทับอีกชั้นหนึ่ง


สถานที่แห่งนี้จะต้องซ่อนบางอย่างที่สำคัญเอาไว้แน่


ดวงตาสีอำพันพินิจเขตแดนสีใสพร้อมกับรวบรวมพลังวิญญาณหนาแน่นไว้ที่ฝ่ามือ ไม่ว่าจะเป็นเขตแดนอะไรแต่ในแผ่นดินเซียนหนานไม่มีอะไรที่แข็งแกร่งไปกว่าเซียนวิญญาณ ฝูจิ้นหลิงคิดก่อนจะทาบฝ่ามือตนเองลงไป


แทรกซึมพลังวิญญาณของตนเองเข้าไปในเขตแดนยิ่งพลังวิญญาณถูกดูดซึมเข้าไปมากเท่าไหร่ใบหน้างามยิ่งมีหยาดเหงื่อผุดขึ้นมากเท่านั้น ใช้เวลาเกือบหนึ่งเค่อในที่สุดเขตแดนพลังวิญญาณก็ปรากฏอักขระวิญญาณออกมา


ถึงจะไม่มีความทรงจำดั้งเดิมของเซียนวิญญาณ ฝูจิ้นหลิง แต่ความเคยชินทำให้ฝ่ามือขาวส่งพลังวิญญาณแก้ไขอักขระวิญญาณได้อย่างถูกต้อง แต่ทว่า...


ร่างสีขาวทรุดลงกับพื้น ปล่อยฝ่ามือออกจากเขตแดนและกุมศีรษะตัวเองไว้แน่น ใบหน้างามเหยเกด้วยความเจ็บปวดที่ผุดขึ้นมากะทันหัน


ในขณะที่อักขระตัวสุดท้ายกำลังจะถูกแก้ไขพลันจู่ ๆ ฝูจิ้นหลิงก็รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอย่างแรง ร่างกายทรุดลงกับพื้นนิ่งแข็งไม่ยอมขยับตามคำสั่งราวกับสูญเสียการควบคุม ความรู้สึกแปลกประหลาดพุ่งพรวดเข้ามาอย่างหยุดไม่อยู่ ฝูจิ้นหลิงที่กำลังสับสนใช้พลังวิญญาณผลักตัวเองออกจากเขตแดนสีใสอัตโนมัติ


เหมือนกับตอนนั้น ในวันคัดเลือกศิษย์ใหม่เข้าสำนักกิเลนฟ้า ความรู้สึกโหยหาที่ถาโถมเข้ามาทำให้ตัวเขารีบตรงกลับยอดเขาทลายฟ้าทันที


อยากเจอเสวี่ยจิ้งเหอ อยากเจอจ้าวหลาง ไม่อยากอยู่คนเดียว


“ซือฝุสีหน้าไม่ดีเลย เป็นอันใดหรือเปล่าขอรับ?” เสวี่ยจิ้งเหอกล่าวเมื่อเห็นฝูจิ้นหลิงเงียบไป


จ้าวหลางเช่นกัน “ซือฝุ...” น้ำเสียงของจ้าวหลางเต็มไปด้วยความเป็นห่วง


ฝูจิ้นหลิงส่ายหน้า “ซือฝุมิได้เป็นอันใด”


เสียงของสองศิษย์ที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงแทรกผ่านเข้ามาทำให้รู้สึกวาบหวามในอก ยามนั้นก็เช่นกันยามที่สายลมพัดผ่านกระทบใบหน้าขณะขี่กระบี่ความเย็นเยียบของมันไม่อาจทำให้จิตใจของเขาสงบลงได้ทว่าพอได้เห็นแผ่นหลังของสองศิษย์ที่นั่งกันอยู่ที่ชานเรือนความรู้สึกอันหลากหลายพลันสงบลงทันที


จ้าวหลางและเสวี่ยจิ้งเหอขยับเข้ามาใกล้ ฝูจิ้นหลิงถือโอกาสเอื้อมมือไปกุมมือของทั้งสองไว้ “ซือฝุแค่กำลังคิดอะไรบางอย่าง” เขากล่าวพร้อมกับหนุนหัวที่ไหล่กว้าง


ก่อนหน้านี้ตนเองยังหงุดหงิดเรื่องที่แผนการโดนขัดขวางอยู่เลยแท้ ๆ แต่พอคิดเรื่องที่ทะเลสาบนั่นขึ้นมาอารมณ์หงุดหงิดพวกนั้นก็เหมือนโดนปัดทิ้งจากสมองไปหมด


ทั้งเสวี่ยจิ้งเหอและจ้าวหลางแปลกใจกับการกระทำที่โผล่มากะทันหันของร่างเล็กเบา ๆ ยิ่งฝ่ายจ้าวหลางที่โดนฝูจิ้นหลิงหนุนไหล่คนหน้านิ่งลำตัวเกร็งแข็งค้างไม่กล้าขยับตัวเลยทีเดียว


ไม่มีบทสนทนาใด ๆ ระหว่างพวกเขาความอบอุ่นจากคนข้างกายส่งผ่านมือที่กุมกันไว้ ร่างสีขาวบริสุทธิ์หลับตาพริ้มปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้สายลมผ่านพัด


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าวถาม “คิดอะไรอยู่หรือขอรับ” มือข้างที่ว่างเกลี่ยเส้นผมสีปรกใบหน้าคนตัวเล็กที่หลับตาอยู่เบา ๆ


ฝูจิ้นหลิงกล่าวตอบ “ซือฝุกำลังคิดว่า...” ทิ้งระยะช่องว่างคำพูดให้ศิษย์ทั้งสองสงสัย ตาทั้งสองข้างลืมขึ้นเหม่อมองไปที่ป่าวิญญาณซวนหยางที่มีผีเสื้อสีเงินปล่อยละอองแสงระยิบระยับ


คนตัวเล็กบีบมือของสองศิษย์บางเบา


“ซือฝุกำลังคิดว่าอยากจะอยู่กับอาจิ้งและอาหลางตลอดไป”


มุมปากของคนตัวเล็กยกยิ้ม แม้ว่าจะอยู่โลกนี้ได้ไม่นานแต่จ้าวหลางกับเสวี่ยจิ้งเหอทำให้เขาผูกพันกับทั้งคู่มาก มากจนบางครั้งเขากลัวว่าตนเองอาจจะต้องหายไป


หมับ!


มือที่กุมไว้ถูกปล่อยพร้อมกับความรู้สึกอัดแน่นพุ่งเข้าถาโถม ร่างกายของฝูจิ้นหลิงถูกโอบล้อมแนบชิดจนไร้ช่องว่าง ฝูจิ้นหลิงที่ถูกสองศิษย์กอดประกบซ้ายขวาร่างกายเกือบเซล้มด้วยน้ำหนักที่ไม่น้อยของทั้งคู่ ลำคอทั้งสองข้างรู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าว


“ซือฝุห้ามเปลี่ยนใจนะขอรับ” น้ำเสียงสั่นเครือดังขึ้นข้างหู ร่างกายถูกท่อนแขนหนากระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นราวกับว่าจะไม่มีทางปล่อยให้ตนจากไปไหนอีก


ฝูจิ้นหลิงก้มหน้าพยายามอดกลั้นน้ำตา


เขา เสวี่ยจิ้งเหอและจ้าวหลางต่างมีบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน


ตัวเขาที่ถูกหมางเมินจากคนในครอบครัว เสวี่ยจิ้งเหอที่เติบใหญ่ด้วยสภาพแวดล้อมที่คนในครอบครัวต่างแก่งแย่งชิงดีกัน จ้าวหลางที่มีชีวิตการเป็นอยู่ยากแค้นแสนเข็ญตั้งแต่เด็ก ที่กล่าวว่าคล้ายคลึงกันก็คือพวกเขาทั้งสามต่างไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากสิ่งที่เรียกว่า  ‘ครอบครัว


“ไม่เปลี่ยนใจหรอก...”


เกือบสองเค่อที่ถูกสองศิษย์กอดจนตัวกลม ถ้าตัวเขาไม่เอ่ยว่าอึดอัดจนแล้วจนรอดคงจะไม่มีใครยอมปล่อย จ้าวหลางที่อยู่ด้านข้างนั่งกุมถ้วยชา ใบหน้ายังคงสีหน้านิ่งเช่นเดิมเสมือนไม่ใช่เจ้าของน้ำเสียงสั่นเครือที่คาดคั้นคำตอบจากเขาก่อนหน้าที่ขอบตามีรอยจ้ำช้ำสีแดงที่น่าจะเกิดจากอาการร้องไห้


น่าเสียดายที่ไม่เห็น


“อาจิ้งปล่อยซือฝุก่อน” ฝูจิ้นหลิงกล่าว มือแตะท่อนแขนของศิษย์คนโตที่ยังไม่ยอมปล่อยตัวเขาจากอ้อมกอด


อายุมากกว่าจ้าวหลางแท้ ๆ แต่ดื้อดึงไม่ยอมปล่อยตัวเขาสักทีอีกทั้งยังย้ายตัวเองมากอดเขาจากด้านหลังเมื่อไหร่ไม่ทราบ ฝูจิ้นหลิงไม่กล้าพูดเสียงแข็งใส่เสวี่ยจิ้งเหอนักเพราะใบหน้าของเสวี่ยจิ้งเหอก้มซบอยู่ที่ไหล่ของเขาทำให้ไม่เห็นใบหน้า


พลันที่รู้สึกถึงความชื้นแฉะที่ไหล่


อะไร? อาจิ้งร้องไห้งั้นหรือ


คราวนี้เขาตื่นตระหนกยิ่งกว่าเรื่องใด ๆ เสียอีก เสวี่ยจิ้งเหอร้องไห้? ชายหนุ่มที่ชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินอายุและชอบทำท่าทางน่าหมั้นไส้คนนั้นกำลังร้องไห้เนี่ยนะ “อาจิ้ง ยะ อย่าร้อง” ฝูจิ้นหลิงกล่าวปลอบพร้อมทั้งอาการเลิ่กลั่ก


สำหรับเขาแล้วเรื่องจ้าวหลางร้องไห้ยังดูมีความเป็นไปได้มากกว่าเสวี่ยจิ้งเหอล้านเท่า แต่นี่มัน เอ่อ เขาควรทำยังไง


ฝูจิ้นหลิงตัดสินใจเอี้ยวตัวไปกอดเสวี่ยจิ้งเหอ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปลูบหัวคนตัวโตเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม “ซือฝุจะไม่ไปไหนใช่มั้ยขอรับ...” เสียงอูอี้ดังขึ้นมาจากคนที่ซบหัวไหล่


ฝูจิ้นหลิงตอบทันที “ซือฝุจะอยู่กับอาจิ้งตลอดไปเลย”


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าวอีกครั้ง “สัญญานะขอรับ” น้ำเสียงเหมือนไม่เชื่อ


ฝูจิ้นหลิงเริ่มเลิ่กลั่กกว่าเดิม “อะ อืม” เขาไม่ชินกับเสวี่ยจิ้งเหอที่เป็นแบบนี้จริง ๆ นะ


แต่เอ๊ะ... รู้สึกตงิดแปลก ๆ


“ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้ซือฝุต้องอยู่กับข้าไปตลอดนะขอรับ”


ฉับพลันคนตัวโตที่ซบไหล่ก็เงยหน้าขึ้น ฝูจิ้นหลิงมองเสวี่ยจิ้งเหอตาโต ใบหน้าของเสวี่ยจิ้งเหอยามกล่าวออกมาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไหนสิ่งที่เรียกว่าน้ำตา? ไม่มี! ขนาดรอยแดงช้ำที่หางตาก็ไม่มี!


เขา-โดน-หลอก-!


เสวี่ยจิ้งเหอยิ้มหวาน “อย่าลืมสัญญานะขอรับ”


เจอคนเจ้าเล่ห์ต้มตุ๋มซะเปื่อยฝูจิ้นหลิงหน้าแห้ง ขำไม่ออกเลยทีนี้


ยามดึกสงัดของยอดเขาทลายฟ้ามีประกายแสงสีเงินจากละอองผีเสื้อรำไร ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างกระทบร่างสีขาวบริสุทธิ์ปราศจากผ้าคลุมจิ้งจอกหิมะประจำกายมือเรียวยาวจับพู่กันตวัดเขียนตัวอักษรลงบันทึกบนโต๊ะ ตัวอักษรทุกตัวล้วนถูกเขียนด้วยภาษาของแผ่นดินเซียนหนาน


ฝูจิ้นหลิงบันทึกเรื่องราวในวันนี้ลงในบันทึก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสนทนากับแม่นางมู่หลันฮวา เรื่องแปลกประหลาดที่ทะเลและเรื่องของเขากับสองศิษย์ ทุกตัวอักษรถูกเขียนด้วยความบรรจงงดงามไร้ที่ติเพียงสักนิด


“ขออนุญาตขอรับ”


เสียงที่คุ้นเคยแทรกผ่านเข้ามาในห้อง ฝูจิ้นหลิงสะบัดมือเพียงครั้งเดียวประตูที่ปิดสนิทอยู่ก็เปิดออกกว้างเผยให้เห็นชายหนุ่มหล่อเหลาผู้หนึ่งถือถาดที่มีถ้วยน้ำชาวางอยู่


ฝูจิ้นหลิงถาม “ยังไม่นอนอีกรึ” แปลกใจเล็กน้อยที่เห็นจ้าวหลางเป็นคนยกถ้วยชามาให้


จ้าวหลางส่ายหน้า วางถ้วยชาลงบนส่วนพื้นที่ว่างบนโต๊ะ


หลังจากวางถ้วยชาเสร็จจ้าวหลางก็ผละออกไป ฝูจิ้นหลิงคิดว่าเขาคงจะกลับไปนอนแล้วทว่าแทนที่จะไปนอนจ้าวหลางกลับนั่งลงที่เก้าอี้ว่างอีกฝั่งของโต๊ะ ใบหน้าซบลงที่แขนของตัวเองมองร่างสีขาวบริสุทธิ์ที่ตั้งอกตั้งใจเขียนไม่วางตา “ยามโฉ่ว(01.00-02.59 น.)แล้ว ไปนอนเถอะต้องเดินทางแต่เช้ามิใช่หรือ” ฝูจิ้นหลิงปราม ดวงตาสีอำพันเงยสบตาคนดื้อดึง


จ้าวหลางไม่สนใจ “ซือฝุก็ยังไม่นอน”


ฝูจิ้นหลิงกล่าว “ซือฝุเป็นเซียนไม่จำเป็นต้องหลับนอน”


ไม่มีเสียงตอบกลับจากคนตรงหน้า ฝูจิ้นหลิงเหนื่อยใจไม่ว่าจะพูดยังไงดูท่าแล้วศิษย์คนเล็กก็ยังทำท่าไม่ยอมไปนอนอย่างเดียวพอสนิทกันอยู่ด้วยกันนานวันเข้าเจ้าศิษย์พวกนี้ชักจะดื้อดึงกับเขาใหญ่แล้วนะ “เช่นนั้นต้องการอะไรจากซือฝุเล่า” ฝูจิ้นหลิงถาม


มานั่งทำท่าก่อกวนเขาแบบนี้แสดงว่าต้องการอะไรจากเขาใช่ไหม?


จ้าวหลางเงยหน้าขึ้นเจอสายตาเรียบนิ่งของฝูจิ้นหลิงที่จ้องมองมา เจ้าตัวกล่าว


“ข้านอนไม่หลับ”


แล้ว?


“อยากนอนกับซือฝุ...”


สิ้นคำกล่าวของจ้าวหลาง ฝูจิ้นหลิงเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะครุ่นคิด “ได้ เรียกอาจิ้งมาด้วยสิ” เขาตอบ


วันนี้พวกเขาต่างถูกกระตุ้นเกี่ยวกับแผลลึกในจิตใจ ฝูจิ้นหลิงเพิ่งนึกได้ว่าแม้จ้าวหลางและเสวี่ยจิ้งเหอจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่แต่พวกเขาก็ยังเป็นแค่เด็กหนุ่มอายุสิบหกสิบเจ็ดกันเท่านั้น พวกเขาแม้จะเข้มแข็งสักแค่ไหนก็ต้องมีช่วงเวลาที่อ่อนแอเช่นนั้นในฐานะที่เป็นอาจารย์เขาควรจะเป็นคนปลอบ


ร่างสีขาวบริสุทธิ์เดินไปที่เตียงของตนเอง ขนาดเตียงเขาใหญ่กว่าสิ่งที่เรียกว่าเตียงคิงไซส์ในโลกก่อนเสียอีกผู้ชายสามคนนอนด้วยกันคงไม่อึดอัดมาก


ฝูจิ้นหลิงกล่าว “ทำไมยืนนิ่งเสียเล่า?”


จ้าวหลางไม่ได้นั่งที่เก้าอี้แต่ยืนนิ่งอยู่ใกล้ ๆ ที่เดิม สีหน้าแสดงอาการตื่นตะลึงหาได้ยากยิ่ง “ซือฝุพูดจริงหรือขอรับ” จ้าวหลางกล่าวน้ำเสียงเหมือนไม่อยากจะเชื่อ


ฝูจิ้นหลิงขมวดคิ้ว “จริง”


เป็นอะไรไปอีกล่ะ


ในที่สุดจ้าวหลางก็ขยับตัว “เอ่อ ข้าจะไปตามศิษย์พี่”


ความวุ่นวายไม่ได้จบเพียงแค่นั้น หลังจากที่จ้าวหลางพาเสวี่ยจิ้งเหอมา ฝูจิ้นหลิงต้องรับมือกับเจ้าหนูจำไมที่ถามนู่นถามนี่ประมาณว่าเขาพูดจริงหรือพูดเล่นอยู่ได้ สุดท้ายเขาเลยลากทั้งคู่ขึ้นเตียงเพื่อยืนยันความจริงไปเลย ฝูจิ้นหลิงถูกจับให้นอนอยู่ตรงกลางและมีสองศิษย์นอนประกบซ้ายขวา


พื้นที่เตียงกว้างกว่าที่คิดพวกเขาทั้งสามคนสามารถนอนขยับตัวได้อย่างอิสระโดยที่ไม่เบียดกัน ทว่าในขณะที่กำลังนอนที่ใครที่มันอยู่ดี ๆ พลิกไปพลิกมาในที่สุดฝูจิ้นหลิงก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของเสวี่ยจิ้งเหอและจ้าวหลางจนได้


ฝูจิ้นหลิงที่ยังไม่หลับถอนหายใจ สองศิษย์หลับตาพริ้มสนิทจนเขาไม่กล้าขยับวันนี้เขาคงจะต้องยอมไปก่อนก็แล้วกัน


ดวงตาสีอำพันมองเหลือบมองลอดผ่านหน้าต่าง เวลานี้คงเข้าสู่ต้นยามอิ๋น(03.00-04.59น.) วันนี้เขาเองก็สูญเสียพลังวิญญาณไปมากจากการแก้อักขระเขตแดนอีกทั้งร่างกายยังเกิดอาการแปลก ๆ


ฝูจิ้นหลิงค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลง สำหรับการฟื้นฟูของเซียนแม้ไม่ต้องหลับนอนร่างกายก็สามารถฟื้นฟูร่างกายและพลังวิญญาณได้


แต่กับสภาพจิตใจมันแตกต่างกัน


ไม่นานตัวเขาก็ได้ดำดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทรา


...


อึดอัด


ลืมตาไม่ได้ ขยับร่างกายไม่ได้


ทุกอย่างหนักอึ้งไปเสียหมด ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกกลืนกินและจมดิ่งลึกลงไป


“ที่นี่ที่ไหน...”


สิ่งแรกที่เห็นคือพื้นที่สีขาวโพลนไม่มีสีอื่นใดเติมแต่ง ฝูจิ้นหลิงตื่นตระหนกไม่ว่าจะมองไปทางไหนล้วนไม่เห็นอะไรนอกจากพื้นที่สีขาวอีกทั้งตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่ฝูจิ้นหลิงสัมผัสพลังวิญญาณในร่างตนเองมิได้... ร่างสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ พยายามใจเย็น


โลกนี้ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนล้วนมีพลังวิญญาณด้วยกันทั้งนั้น สถานที่ที่ไม่มีพลังวิญญาณเลยสักนิดไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาดนอกจากเสียว่า


ความฝัน ที่นี่คือโลกแห่งความฝัน


ฝูจิ้นหลิงหยุดเดินและก้มสำรวจตัวเอง ปกติแล้วตัวตนในฝันมักจะปรากฏออกเป็นรูปลักษณ์ของพลังวิญญาณน่าแปลกที่ตัวเขาในที่นี้ยังคงเป็นรูปลักษณ์ของฝูจิ้นหลิง แต่ถึงจะเป็นรูปลักษณ์ของฝูจิ้นหลิงดูเหมือนจะมีอะไรที่แปลกตาไปเสียหน่อย


ชุดที่เขาสวมใส่อยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ชุดที่เขาใส่เป็นปกติและไม่ใช่ชุดที่เขามีในครอบครอง ชุดตัวนี้ดูเหมือนจะหรูหรา สูงศักดิ์และงดงามยิ่งกว่าชุดใดใดที่เขามีเสียอีก นอกจากนั้นที่ศีรษะของเขายังถูกประดับไปดาด้วยเครื่องประดับเพชรอีกด้วย


ฝูจิ้นหลิงมั่นใจมากว่าตนไม่เคยเห็นทั้งชุดและเครื่องประดับพวกนี้มาก่อน เช่นนั้นแล้วมันจะมาปรากฏอยู่ในร่างความฝันของตัวเขาได้อย่างไร


ขณะที่ฝูจิ้นหลิงกำลังฟุ้งซ่าน พื้นที่สีขาวพลันบิดเบือนกลายเป็นสถานที่หนึ่ง


พื้นที่แห้งแล้งเต็มไปด้วยหลุมบ่อ เศษดินเศษฝุ่นลอยกระจายตามลม มองผ่าน ๆ อาจจะคิดว่าเป็นพื้นที่แห้งแล้งธรรมดาที่มีอยู่ทั่วไปทว่าสถานที่แห่งนี้มีอะไรบางอย่างที่แปลกประหลาด ฝูจิ้นหลิงมองเศษหินที่คลุกอยู่ตามพื้น เนื้อผิวของพวกมันเรียบลื่นสนิทไม่มีรอยขรุขระผิดวิสัยของหินทั่ว ๆ ไป


ฝูจิ้นหลิงกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบเศษหินก้อนนั้นมาพินิจใกล้ ๆ แต่น่าเสียดายมือของเขากลับทะลุผ่านเศษหินก้อนนั้นไป อาจจะเพราะที่นี่คือโลกแห่งความฝันเขาจึงจับต้องอะไรไม่ได้ ฝูจิ้นหลิงตัดใจสองขาก้าวเดินสำรวจไปเรื่อย ๆ พลันสายตาก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง


เป็นหลุม หลุมที่สภาพขอบรอบด้านเรียบลื่นสนิทเหมือนพื้นผิวเศษหินก้อนนั้นมิมีผิด


ร่างสีขาวบริสุทธิ์เริ่มปรากฏอาการตึงเครียด เมื่อนำเรื่องผิวของเศษหินและผิวของขอบหลุมมาเชื่อมโยงกัน เขาก็พอจะเดาได้แล้วว่าที่นี่คือที่ไหน...


“จอมมารยอมแพ้ซะ!


เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นจากทิศหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลฝูจิ้นหลิงรีบวิ่งไปทิศทางของเสียงนั้น แต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกวิ่งเสมือนกับว่าโลกแห่งความฝันอ่านใจเขาออก ทิวทัศน์แปรเปลี่ยนอีกคราโลกแห่งความฝันพาเขาไปหาเจ้าของเสียงนั้นโดยทันที


เป็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง


ที่ในมือถือกระบี่สีขาวดุจหิมะ กระบี่เฟยเทียน


รอยตัดเรียบสนิทจากเศษหินและรอยหลุมบ่อเรียบสนิทที่พื้นดิน ในแผ่นดินเซียนหนานนอกจากกระบี่เฟยเทียนแล้วจะมีสิ่งใดอีกสามารถตัดทุกสิ่งให้เรียบสนิทได้


สายตาร่างสีขาวบริสุทธิ์พินิจเด็กหนุ่มที่เป็นเจ้าของกระบี่เฟยเทียน ดวงตาสีอำพันไล่จากเส้นผมสีดำ แผ่นหลังกว้าง มือเรียวที่ถือกระบี่เฟยเทียน จวบจนเครื่องแบบลายนกกระเรียน


เด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นใครไปได้อีกนอกจาก จ้าวหลาง


จ้าวหลางที่ไม่ใช่จ้าวหลางของเขา เด็กหนุ่มคนนี้คือจ้าวหลางในนิยายเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้น


ฝูจิ้นหลิงมองออกตั้งแต่แวบแรก หน้าตาเหมือนกัน เครื่องแบบสาขาทลายฟ้าเหมือนกัน ทว่าบรรยากาศและนิสัยที่สัมผัสได้กลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ที่สำคัญ...


จ้าวหลางของเขาไม่มีทางตะโกนอย่าง ‘จอมมารยอมแพ้ซะ!’ อะไรเทือกนั้นหรอก...


บทพูดแสนลิเก สถานที่และสถานการณ์พอนำมารวมกัน ในที่สุดฝูจิ้นหลิงก็รู้แล้วว่าที่นี่คือที่ไหนและตัวเขากำลังอยู่ในสถานการณ์ใด เพราะภาพตรงหน้านอกจากจ้าวหลางเวอร์ชั่นนิยายแล้ว ไม่ใกล้ไม่ไกลยังมีชายหนุ่มเลือดท่วมในสภาพล่อแล่อีกคนนอนทรุดรอบกายแผ่ไอสีดำขมุกขมัวน่าขนลุก


ชายหนุ่มเลือดท่วมแค่นเสียงตอบ “...ไม่มีทาง” ก่อนจะกระอักเลือดออกมากองโต


ฝูจิ้นหลิงจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าเฉกเช่นคนนอก


ไม่ว่าจะมองยังไง นี่มันก็คือฉากที่จ้าวหลางพบและต่อสู้กับจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยเป็นครั้งแรกมิใช่หรือ





ช่วงคุยกับนักเขียน

เปิดตัวจอมมาร!

Twitter : @Mellion009 

#อย่ากินซือฝุ -> แจ้งข่าว Cut อื่น ๆ

ฝากนิยายเรื่องใหม่ > Tales of demon prince and war god

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.006K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,506 ความคิดเห็น

  1. #3505 Pimnok2124 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2564 / 20:35
    ร่อแร่นะคะ ไม่ใช่ล่อแล่
    #3,505
    0
  2. #3280 MitsukiCarto (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 12:19
    ความทรงจำเริ่มกลับมาแล้วว~
    #3,280
    0
  3. #3221 -134340 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 18:13
    สนุกมากกกก หยุดอ่านไม่ได้เลยค่ะ!!!!!
    #3,221
    0
  4. #3173 pcy921 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 00:44
    เป็นเพราะอักษรในม่านพลังใช่ไหมคะ ความทรงจำถึงกลับมา
    #3,173
    0
  5. #2744 14:03 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 21:00
    หรือตอนที่สู้กันเป็นเพราะจ้าวหลานคิดว่าอาจิ้งลงมือฆ่าซือฝุ?
    #2,744
    0
  6. #2343 Disk Nara (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 15:54
    ประดับประดา***
    #2,343
    0
  7. #1964 BOOOOOOOOOOOOO (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 19:24
    เราเพิ่งมาอ่าน เดาไว้ว่าทั้งจ้าวหลาง เสวี่ยจิ้งเหอ ฝูจิ้นหลิงคือเป็นคนรักกันอยู่แล้ว แต่มีเหตุให้ฝูจิ้นหลิงต้องตาย สองคนก็เลยอยากให้ฝูจิ้นหลิงฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง โดยการทำอะไรสักอย่าง ส่งผลให้เกิดการซ้อนกันของเวลา(เกิดการย้อนเวลาไปช่วงที่เปิดรับศิษย์) และทำให้ความทรงจำของฝูจิ้นหลิงหายไปด้วย(ของผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยมั้ง)
    แล้วตอนที่ฝูจิ้นหลิงตาย(ครั้งแรก) วิญญาณน่าจะข้ามไปภพอื่น คือ โลกปจบ.อ่านนิยายเรื่องนี้ ทำให้หลังจากที่ตาย(ตายครั้งที่สอง) คิดว่าตัวเองหลงเข้ามาในนิยาย แต่จริงๆแล้ววิญญาณกลับมาที่ภพเดิมต่างหาก(โดยจ้าวหลางกับเสวี่ยจิ้งเหอเป็นคนทำ) ที่มีค.ทรงจำในปจบ.ก็น่าจะแบบไม่ได้ตายเองแต่ถูกดึงวิญญาณกลับอย่างนี้มั้งนะ

    ////////////ก็คือตอนนี้คิดไปไกลมหาศาลมาก 555555555555
    #1,964
    4
    • #1964-3 Ppillow_(จากตอนที่ 14)
      22 สิงหาคม 2562 / 12:06
      ขอคารวะเลย สุดยอดดด
      #1964-3
    • #1964-4 btoeyk_27(จากตอนที่ 14)
      12 ตุลาคม 2562 / 00:30
      คิดเหมือนกันเลยค่ะ!
      #1964-4
  8. #1962 Krongkaewry (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 10:28
    อย่าบอกนะว่าจริงๆเเล้วมันจะบังคับให้ดำเนินตามเนื้อเรื่อง
    #1,962
    0
  9. #1961 ^ice^ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 23:39
    หรือว่าเรื่องดำเนินตามแบบนิยายมาแล้ว แต่จ้าวหลางรู้ความจริงอะไรซักอย่างเกี่ยวกับซือฝุจากอาจิ้ง แล้วเลยเปลี่ยนมาร่วมมือกันเอาซือฝุกลับมาแทนนะ
    #1,961
    0
  10. #1959 lady w (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 21:40
    จอมมารคืออาจิ้งจริงๆ เราพึ่งย้อนอ่านชื่อเดียวกันเลย //หรือเค้ารู้กันเป็นชาติเเล้วหว่า
    #1,959
    0
  11. #1958 ppuenz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 21:09
    รีไรท์แล้วดือเว่อ สรุปศิษย์พี่ศิษย์น้องเคยสู้กันมาก่อนเหรอเนี่ย ลุ้นมากๆๆ
    #1,958
    0
  12. #1955 killer of wind (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 13:36
    สนุกมากกกกกก รอนะค้าาาาา ชอบมากเลยๆๆๆๆๆ
    #1,955
    0
  13. #1954 milk-m.g.m (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 11:01
    รีแล้วดีมากกกกด

    สนุกกกดปนเป็นล้านนน รอแก้อนะจ๊ะ
    #1,954
    0
  14. #1953 Bamdy_NK (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 10:45
    สนุกมากกกกก ฮื่ออออ อยากอ่านตอนต่อไปแล้วววว
    #1,953
    0
  15. #1949 Aimarea (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 09:40
    ฮู้ววววววว ถึงขนาดมีคนเดาเนื้อเรื่องไม่ถูก~~~~ มันต้องสนุกแน่งานนี้
    #1,949
    0
  16. #1948 Pissuda627 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 09:11
    ลูกศิษย์ก็เนียนๆกอดละนะ น่ารัก555
    อยากอ่านฉากความฝันของซือฝูต่อเร็วๆจังอ่ะ
    #1,948
    0
  17. #1947 bambam_jtmn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 08:18
    กอดกันกลมน่ารักเชียว
    #1,947
    0
  18. #1946 giftfully (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 08:16
    งื้อ เหมือนอ่านเรื่องใหม่นั่นแหละค่ะ55
    #1,946
    0
  19. #1945 Sairattz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 08:15
    กิ้ดดดดด เรื่องจะเป็นยังไงต่อนะ ;—;
    #1,945
    0
  20. #1943 Chatchaann1 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 05:49
    เดาไม่ถูกเลย ยอมรับกี่รีไรท์ก็ชอบ พอรีแล้วก็โคตรสนุก รออ่านต่อนะคะ
    #1,943
    0
  21. #1942 มี่หมิง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 03:19
    ชอบตอนนี้จังค่ะ กอดกันกลมม
    #1,942
    0
  22. #1941 fumaki2488 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 02:58
    เนื้อหาก็คือไรทเป็นตัวร้ายทำให้เรื่องต่างแย่ลงและกลายร่างเป็นจอมมารจนจ้าวหลางออกไปปราบถูกต้องไหม
    #1,941
    1
  23. #1940 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 02:30
    เดานะคะ กาวทั้งนั้น5555 เท่าที่คิดได้คือนายเอกตายแล้วเกิดในร่างฝูจิ้นหลิงก่อนหน้านี้นานแล้ว ไม่มีระบบอ่ะเนาะ อาจจะเผลอไปเปลี่ยนเนื้อเรื่องนิยายบางส่วนจนทำให้อาจิ้ง อาหลานตกหลุมรัก แต่มีเหตุทำให้ความทรงจำของฝูจิ้นหลิงหายไป แล้วทั้ง 3 ก็ย้อนกลับมาในอดีต /// ตอนนี้น่ารักจังเลยค่ะ ขนาดนี้แล้วศิษย์มันจะทนกันไหว้ได้ยังไง55555
    #1,940
    0
  24. #1939 ก็ว่างอ่ะ._. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 01:50
    รีไรท์ตอนนี้หรอคะ55
    #1,939
    3
    • #1939-1 ฮาล์ฟจัง(จากตอนที่ 14)
      29 กรกฎาคม 2562 / 01:53
      กลางวันไม่มีสมาธิค่ะ ฮ่าๆ
      #1939-1
    • #1939-3 ฮาล์ฟจัง(จากตอนที่ 14)
      29 กรกฎาคม 2562 / 02:01
      จะระวังให้มากกว่านี้นะคะ ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ 😆
      #1939-3
  25. #1938 Bunny_Bunning (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 18:18
    งงอ่ะ อ่านซ้ำ2-3รอบก็งงอยู่ดีอห.
    #1,938
    1