END [BL,Yaoi] ศิษย์ข้าอย่าทำกับอาจารย์เจ้าเช่นนี้! (ตีพิมพ์ สนพ. บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 13 : บทที่ 3 จุดเปลี่ยน RE [2/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,495
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,543 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

บทที่ 3 จุดเปลี่ยน





ศิษย์หลักจิวซื่อกว่าสิบในห้องต่างเลิ่กลั่กมองสลับกันไปมา เดิมทีการประชุมในวันนี้คือการประชุมลับที่จะเริ่มในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้าทว่าจู่ ๆ เมื่อวันก่อนกลับมีการเลื่อนประชุมเข้ามา


การประชุมนี้คือการประชุมที่มีเพียงศิษย์หลักของสาขาจิวซื่อเป็นแกนนำในการประชุมเพียงแต่ไม่กี่วันที่แล้วสวี่เชิงฝานศิษย์หลักคนหนึ่งของสาขาและเป็นหัวหน้าของการปราบปรามกองโจรทมิฬใต้ในครั้งนี้ได้เชิญชวนจ้าวหลางซึ่งเป็นถึงศิษย์ของท่านเซียนผู้ยิ่งใหญ่เข้าร่วมด้วย


ชื่อเสียงในวันงานรับศิษย์ใหม่เกี่ยวกับศิษย์ของท่านเซียนเป็นที่เลื่องลือไปถึงทวีปผิงอัน ไม่มีใครรู้ระดับพลังวิญญาณของจ้าวหลางแน่ชัดทว่าต่างคิดเป็นอย่างเดียวกันคือมากกว่าระดับก่อเกิดวิญญาณ สวี่เชิงฝานไม่ได้คิดถึงจ้าวหลางจะเข้าร่วมจริง ๆ แต่ถ้าได้จ้าวหลางเข้าร่วมด้วยการปราบกองโจรคงจะง่ายดายยิ่ง


ข้าจะเข้าร่วม จดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งมาที่เรือนของสวี่เชิงฝานและลงตราประทับกระเรียนของสาขาทลายฟ้า ตอนที่ได้รับจดหมายไม่ใช่แค่สวี่เชิงฝานที่ดีใจแต่ศิษย์จิวซื่อทุกคนที่เข้าร่วมการปราบปรามต่างดีใจกันทั้งสิ้น


ซะที่ไหน ตอนนี้พวกเขาอยากจะร้องไห้แทนแล้ว


“เอ่อ... ศิษย์น้องจ้าวใจเย็นก่อนเถอะ” สวี่เชิงฝานพยายามโน้มน้าว


ร่วมประชุมกันมา 2 ชั่วยามยังหาข้อสรุปมิได้


สวี่เชิงฝานน้ำตาตกใน ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่ชวนจ้าวหลางร่วมการปราบกองโจรด้วย


ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เชื่อในฝีมือของจ้าวหลาง แต่เป็นเพราะพวกเขามีปัญหาอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือจุดประสงค์หลักในการบุกกองโจรของพวกเขามิใช่การปราบเพื่อผดุงความยุติธรรมอะไรทั้งนั้นแต่เป็นการชิงสมบัติ


ส่วนปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่เป็นปัญหาสำคัญสุด


พวกเขากลัวจ้าวหลางบาดเจ็บแล้วท่านเซียนจะมาคิดบัญชีกับพวกเขา!


จ้าวหลางยังคงดื้อดึง “เช่นนั้นข้าก็ต้องปฏิเสธการเข้าร่วม”


สิ้นคำกล่าวของจ้าวหลางห้องประชุมตกในความวุ่นวายอีกครั้งในพริบตา เสียงกล่าวห้ามจ้าวหลางดังออกมาทุกบริเวณกันจ้าละหวั่นแต่ก็ยังมิมีใครยอมรับข้อเสนอ


สวี่เชิงฝานอยากจะกระอักออกมาเป็นเลือดซะเดี๋ยวนั้น


พวกเขาจะให้จ้าวหลางถอนตัวมิได้เป็นอันขาด!


การปรามปราบกองโจรทมิฬใต้เป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดของพวกเขาเองมิใช่ภารกิจของสำนัก กฎของสำนักกิเลนฟ้า การกระทำการปราบปรามโดยพลการมีโทษคือการไล่ออกจากสำนักทันทีและไม่มีการผ่อนปรน เช่นนี้แล้วหากปล่อยให้จ้าวหลางถอนตัวไปจะมีอะไรรับประกันได้บ้างว่าเขาจะไม่นำเรื่องนี้ไปป่าวประกาศกับผู้อื่น


ศิษย์จิวซื่อเหงื่อแตกพลั่ก สภาพของพวกเขาตอนนี้เหมือนกับว่ากำลังยืนชิดขอบหน้าผาในขณะที่มีกระบี่จ่อหลังจะก้าวไปข้างหน้าหรือถอยออกไปข้างหลังไม่ว่ายังไงสิ่งที่รออยู่ก็คือความตายเหมือน ๆ กัน


แต่เสมือนจ้าวหลางรู้ว่าศิษย์จิวซื่อกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่ “ข้าจะพูดคุยซือฝุก่อนว่าถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับข้ามันก็มิใช่ความผิดของพวกท่าน” จ้าวหลางกล่าวต่อ “ส่วนเรื่องสมบัติ... ข้าต้องการเพียงชิ้นเดียว”


ประโยคสุดท้าย ผู้คนต่างพร้อมใจสูดลมหายใจเฮือกใหญ่


ถ้าจริงปัญหาก็จะถูกคลี่คลายอีกทั้งข้อแลกเปลี่ยนของจ้าวหลางเองก็ไม่เลว ศิษย์จิวซื่อหันไปมองหน้าและพูดคุยกัน ก่อนจะพยักหน้าให้สวี่เชิงฝาน


สวี่เชิงฝานกล่าว “ตกลง”


ในที่สุดการประชุมที่ยืดยาวก็ถึงจุดสิ้นสุด


ด้วยลักษณะนิสัยของจิวซื่อ พวกเขาได้วางแผนที่จะจัดงานเลี้ยงน้ำชาหลังงานเลี้ยงเสร็จสิ้น ของว่าง ขนมและกลิ่นหอมกรุ่นของชาอบอวลไปทั่วทั้งห้อง อีกทั้งบทสนทนาเกี่ยวกับโอ้อวดฐานะของตนเองไม่เหมือนกลุ่มคนที่จะไปปราบปรามกองโจรในเช้าวันพรุ่งนี้เลยสักนิด จ้าวหลางที่ถูกล้อมรอบด้วยคำพูดยกยอมากมายไม่เห็นประโยชน์ใด ๆ จากสถานการณ์นี้อีกมือข้างหนึ่งเอื้อมคว้ากระบี่ทำท่าจะเดินออกไป


ทว่าสวี่เชิงฝานสังเกตเห็นจึงได้กล่าวรั้งไว้


สวี่เชิงฝานกล่าว “รีบไปไหนเล่าศิษย์น้องอยู่จิบชาสนทนาเรื่องอื่นกันก่อนเป็นอย่างไร”


ศิษย์จิวซื่อคนอื่นส่งเสียงสนับสนุนให้จ้าวหลางอยู่ที่นี่ต่อเช่นกัน


ไม่มีใครไม่อยากทำความรู้จักกับศิษย์ของเซียนวิญญาณเพียงหนึ่งเดียวในทวีปเซียนหนานในเมื่อมีโอกาสที่จะสนทนามีหรือที่พวกเขาจะไม่คว้าไว้ ศิษย์จิวซื่อต่างคิดเป็นสิ่งเดียวกัน หากสามารถสนิทสนมกับจ้าวหลางที่เป็นศิษย์ของท่านเซียน สักวันหนึ่งจ้าวหลางอาจจะแนะนำตนให้ท่านเซียนรู้จักก็เป็นได้


แต่มันเป็นไปได้ด้วยหรือที่คนอย่างจ้าวหลางจะมานั่งจิบชาสนทนา


จ้าวหลางกล่าวเสียงเรียบนิ่ง “ข้าขอตัว”


จ้าวหลางเดินออกจากห้องประชุมไม่สนเสียงรั้ง ศิษย์จิวซื่อมองแผ่นหลังที่ห่างไปด้วยความเสียดายแต่ไม่นานก็สนทนาจิบชากันต่อเพาะอย่างไรก็ตามวันพรุ่งนี้พวกเขาก็ยังมีโอกาส


แตกต่างกับสองศิษย์ตัวน้อยหลี่ปินและลู่เผิง จ้าวหลางใช้เวลาออกจากวังอวิ๋นซานไม่ถึงครึ่งเค่อ เมื่อก้าวออกมาจากวังอวิ๋นซานจ้าวหลางกลายเป็นจุดสายตาของผู้คนที่เดินผ่านด้วยชุดเครื่องแบบขาวดำที่บ่งบอกว่าไม่ใช่ศิษย์จิวซื่อ เสียงพูดคุยซุบซิบและสายตาที่เหลือบมองมาจ้าวหลางเมินมันทั้งหมด


ที่หุบเขาจิวซื่อมีทั้งศิษย์สายนอก ศิษย์สายในและศิษย์หลัก ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ระดับใดก็สามารถย่างกรายไปได้ทั้งหมดยกเว้นวังอวิ๋นซานซึ่งมีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้ วันนี้ศิษย์จิวซื่อทุกคนต่างรู้ว่าวังอวิ๋นซานถูกปิดไว้เพื่อให้ศิษย์หลักประชุมกัน ทว่าอย่าว่าแต่ศิษย์หลักเลย ชายหนุ่มที่ก้าวออกมาจากวังอวิ๋นซานผู้นี้เป็นใครเขาไม่ใช่ศิษย์ของจิวซื่อด้วยซ้ำ


จ้าวหลางมุ่งหน้าไปยังลานกระบี่ที่แห่งนั้นเป็นลานที่มีพลังวิญญาณเสริมจากพื้นดินมากที่สุดเหมาสำหรับการปลดปล่อยกระบี่เพื่อเดินทาง


ร่างสูงมองกระบี่ในมือด้วยสายตาเรียบนิ่งที่ใบดาบของกระบี่มีรอยบิ่นและรอยร้าวมากมายซึ่งลักษณะนี้มักจะมีเกิดจากการที่ตัวกระบี่ไม่สามารถรับพลังวิญญาณของผู้ใช้ไหว


จ้าวหลางเปลี่ยนกระบี่มาสิบเล่ม กระบี่เล่มนี้คือเล่มที่สิบเอ็ด


ร่างสูงกำด้ามกระบี่แน่นและส่งพลังวิญญาณของตนเองเข้าไปในกระบี่ รอยบิ่นและรอยร้าวค่อย ๆ เลือนหายไป สภาพกระบี่ที่ใกล้จะพังเสมือนกลายเป็นกระบี่เล่มใหม่ในพริบตา จ้าวหลางพลิกไปพลิกมาเพื่อตรวจสภาพมันเล็กน้อยเมื่อเห็นไม่มีตำหนิอะไรเขาจึงขึ้นกระบี่และทะยานออกจากหุบเขาจิวซื่อไป


“โอ้... ศิษย์น้องกลับมาแล้วรึ”


เสียงทักทายดังมาจากชายผู้หนึ่งที่มีฐานะเป็นศิษย์พี่ของเขา จ้าวหลางมองเสวี่ยจิ้งเหอที่นั่งลงบนพื้นหญ้าที่ด้านหน้ามีพยัคฆ์ขาวตัวหนึ่ง มองดูเผิน ๆ แล้วเหมือนเจ้าของและสัตว์เลี้ยงกำลังอยู่ในช่วงเวลาหยอกล้อเล่นกันสนุกสนาน ทว่าในความเป็นจริงแล้วเจ้าพยัคฆ์ขาวตัวนั้นกำลังตัวสั่น


ศิษย์คนเล็กจำได้ว่าพยัคฆ์ขาวตัวนั้นคือสัตว์เลี้ยงของซือฝุ


จ้าวหลางอดไม่ได้ที่จะกล่าว “ศิษย์พี่รังแกสัตว์เลี้ยงของซือฝุอยู่หรือขอรับ”


เสวี่ยจิ้งเหอยิ้มเอื้อมมือไปลูบหัวไป๋อวิ๋น เห็นมือคนตรงหน้าที่เอื้อมมาไป๋อวิ๋นหลับตาปี้ลำคอหดเกร็งเล็กน้อยแต่ไม่ขัดขืน “ ศิษย์พี่กำลังเล่นกับมันอยู่ต่างหาก” เสวี่ยจิ้งเหอกล่าวแล้วเปลี่ยนเรื่อง “แล้วเรื่องประชุมเป็นอย่างไรบ้าง”


จ้าวหลางเดินไปนั่งเล่นชานเรือนมองดวงตาสีดำสนิทไร้แววเมื่อศิษย์พี่ของตนเองเปลี่ยนไปเกาคางไป๋อวิ๋น


เขากล่าว “เรียบร้อยดีขอรับ” ตาเสมองไปทางอื่นจ้าวหลางทนมองศิษย์พี่ของตนในมุมนี้ไม่ได้จริง ๆ


“ดี”


รอยยิ้มของเสวี่ยจิ้งเหอเรียกสายตาของจ้าวหลางกลับมา จ้าวหลางชะงักไปชั่วครู่ หากมองผ่าน ๆ รอยยิ้มของเสวี่ยจิ้งเหออาจจะไม่ได้แตกต่างจากรอยยิ้มยามปกตินักทว่าจ้าวหลางรู้สึกได้


ว่ามันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง


“ถึงพวกเราจะมิรู้ที่ซ่อนของคัมภีร์เล่มนั้นแต่เจ้านั่นต้องรู้แน่ สิ่งที่ศิษย์น้องต้องทำคือทำให้เจ้านั่นคิดว่านี่คือโอกาสให้มันเข้าไปเอาคัมภีร์เล่มนั้นได้ง่ายขึ้น” เสวี่ยจิ้งเหอเกาพุงไป๋อวิ๋นที่พลิกนอนหงาย “พวกคนเบื้องบนล้วนหยิ่งทะนงกันทั้งหมด ยิ่งกับเจ้านั่นที่หลงคิดว่าตนเป็นเซียนใต้ปกครองของถังหม่ามันจะยิ่งมั่นใจในตัวเองมากจนไม่คิดว่าจะโดนมนุษย์ตลบหลัง”


ดวงตาสีดำสนิทข้างหนึ่งแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม รอยยิ้มอ่อนโยนน่าหวาดหวั่นสายตายังคงจ้องไปที่ไป๋อวิ๋น โชคดีที่เจ้าเสือไป๋อวิ๋นหลับตาพริ้มจึงมองไม่เห็นดวงตาของเสวี่ยจิ้งเหอ


เสวี่ยจิ้งเหอหันหน้ามาพูดกับจ้าวหลาง “เราจะปล่อยให้มันได้คัมภีร์ไปอีกไม่ได้ ถึงแม้คัมภีร์เล่มนั้นจะมิมีฤทธิ์เดชแล้วก็ตาม”


สิ้นเสียงของเสวี่ยจิ้งเหอ บรรยากาศก็เงียบกริบไปพักหนึ่งพยัคฆ์ขาวไป๋อวิ๋นที่ไม่รู้เรื่องราวลืมตาด้วยความมึนงง


จ้าวหลางพึมพำ “...ความทรงจำของซือฝุอยู่ในคัมภีร์เล่มนั้น”


คัมภีร์ลับสังหารเทพ คัมภีร์ที่เหล่าเซียนทั้งหลายต่างหวาดกลัว คัมภีร์ที่ฉีกกฎทั้งหลายที่ว่าเซียนเป็นอมตะไม่มีวันตาย พลังอำนาจของมันอยู่นอกเหนือกฎแห่งโชคชะตาที่จะทำให้ความปรารถนาเป็นจริงได้หนึ่งอย่าง


น้ำเสียงของเสวี่ยจิ้งเหอเย็นเยียบ “ตอนนั้นพวกเราต่างหน้ามืดตามัวต้องการจะพบซือฝุอีกครั้ง การใช้ทักษะวิญญาณโดยที่คุณสมบัติไม่เพียงพอทำให้โดนผลย้อนกลับ”


รอบกายของเสวี่ยจิ้งเหอเริ่มปรากฏไอวิญญาณขมุกขมัวสีดำมีส่วนหนึ่งโดนที่ขาของไป๋อวิ๋น มันสะดุ้งก่อนจะตะเหลิดกลับเข้าไปในป่า เสวี่ยจิ้งเหอมองทิศทางที่ไป๋อวิ๋นหนีไปแววตาเรียบนิ่ง “เรื่องราวจะไม่วุ่นวายหากผลย้อนกลับนั่นลงที่ข้าและเจ้าไม่ใช่ซือฝุ...”


ไอวิญญาณสีดำหรือเรียกอีกอย่างว่าปราณมารพวกมันเป็นสิ่งที่จ้าวหลางคุ้นเคยมาตลอด ร่างสูงผุดลุกขึ้นในมือกุมกระบี่ไว้แน่นท่าทางดูระแวดระวัง “ศิษย์พี่...” จ้าวหลางเรียกชื่อของเสวี่ยจิ้งเหอ


ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีไอสีดำพลันหายไป


เสวี่ยจิ้งเหอถอนลมหายใจเล็กน้อย เขากล่าวกับจ้าวหลาง “มิเป็นไร เพียงชั่ววูบเท่านั้น”


คนในชุดสีน้ำเงินลุกจากพื้นหญ้าเดินเข้าไปนั่งที่ชานเรือนข้างศิษย์น้องของตน น้ำเสียงของเสวี่ยจิ้งเหอเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “แล้วศิษย์น้องเล่า... ตอนที่ใช้คัมภีร์ร่วมกันไอวิญญาณของข้ารั่วไหลไปที่เจ้าไม่น้อยเลย”


เห็นเสวี่ยจิ้งเหอกลับเป็นปกติแล้ว จ้าวหลางวางกระบี่และนั่งลง “ข้ายังไหว” เขาตอบ


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าวตามตรง “ที่ศิษย์น้องมิอยู่ยอดเขาบ่อยครั้งเป็นเพราะมิอยากเจอซือฝุใช่รึไม่”


จ้าวหลางเงียบไม่ตอบ “......”


ด้านศิษย์พี่ใหญ่เห็นศิษย์น้องเล็กทำท่าทางน่าเอ็นดูเช่นนี้ก็เกิดอาการขำขันเล็กน้อย สำหรับเสวี่ยจิ้งเหอเขาอยู่กับปราณมารมาหลายสิบปีจนสามารถควบคุมได้แล้ว จะมีแต่ตอนที่อารมณ์แปรปรวนกระมังที่อาจจะเผลอปล่อยปราณมารออกมา คนที่น่าเป็นห่วงคือจ้าวหลางที่แบ่งปราณมารจากเขาไปเมื่อประมาณเดือนก่อน


ปราณมารจะเข้าไปกระตุ้นแรงปรารถนาในร่างให้เดือดพล่าน


ยิ่งอยู่ใกล้ฝูจิ้นหลิงมากเท่าไหร่ความปรารถนาที่ซ่อนไว้ของพวกเขาก็ยิ่งรุนแรงมากเท่านั้น


เสวี่ยจิ้งเหอพึมพำ “หึ ทั้งข้าและเจ้า พวกเราจะทนได้ไปถึงเมื่อไหร่กันนะ”


“ทนอะไรรึ?”


เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง


ฝูจิ้นหลิงเพิ่งกลับมาจากนภาครามสัมผัสได้ว่าสองศิษย์อยู่ที่เรือนจึงมาทักทาย ไม่คิดว่าเดินมาจะเจอท่าทางยังกับคนอกหักนั่งปรับทุกข์กันเสียอย่างนั้น


หรือว่าศิษย์น้อยทั้งสองกำลังมีหญิงสาวในดวงใจ..?


เสวี่ยจิ้งเหอถาม “กลับมาแล้วหรือขอรับ”


“อืม” ฝูจิ้นหลิงตอบก่อนจะนั่งลงที่ชานเรือนเช่นกัน


เมื่อเห็นฝูจิ้นหลิงนั่งลงข้างเสวี่ยจิ้งเหอ จ้าวหลางลุกขึ้นย้ายตัวเองมานั่งอีกด้านกลายเป็นว่าฝูจิ้นหลิงนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างศิษย์สองคน


ฝูจิ้นหลิงกล่าวถาม “ไฉนวันนี้อาหลางกลับเร็วเล่า”


จ้าวหลางตอบตามตรง “วันนี้ศิษย์มีประชุมเรื่องปราบกองโจรในวันพรุ่งนี้ขอรับ”


สิ้นคำตอบฝูจิ้นหลิงชะงักไปเล็กน้อยภายในหัวมีความคิดมากมาย วันพรุ่งนี้? เนื้อเรื่องบทปราบกองโจรทมิฬใต้มันเร็วขนาดนี้เลยหรือ เขาเพิ่งเข้าร่างฝูจิ้นหลิงได้สองเดือนกว่า ๆเอง


ฝูจิ้นหลิงกล่าว “ซือฝุขอดูกระบี่ของเจ้าได้รึไม่”


จ้าวหลางพยักหน้าส่งกระบี่ให้ฝูจิ้นหลิง


ฝูจิ้นหลิงถือกระบี่ของจ้าวหลางด้วยมือทั้งสองข้าง ถ่ายพลังวิญญาณเข้าไปแค่เล็กน้อยก่อนจะชักกระบี่ออกจากด้าม


กระบี่เล่มนี้เกือบจะใช้การไม่ได้แล้ว


รอยบิ่น รอยแตกหัก สภาพยังกับเอาไปฟาดฟันกับของแข็ง อีกทั้งตอนที่ฝูจิ้นหลิงชักตัวกระบี่ด้านในออกมายังมีเศษร่วงลงติดมาอีกด้วย ไม่ว่าจะมองยังไงกระบี่เล่มนี้คงใช้การอีกแค่ครั้งเดียว


เนื้อเรื่องได้ดำเนินมาถึงบทปราบปรามกองโจรทมิฬใต้แล้วจริง ๆ


เรื่องราวกล่าวถึงจ้าวหลางได้เดินทางไปกับกลุ่มจิวซื่อเพื่อปราบกองโจร ในขณะที่เขาต่อสู้ดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับหัวหน้ากองโจรกระบี่ของจ้าวหลางที่ใกล้แตกหักได้สูญสลายไปจนสิ้น จ้าวหลางที่สูญเสียอาวุธโดยฉับพลันเริ่มตกเป็นรองเรื่อย ๆ กระนั้นเองในขณะที่จ้าวหลางกำลังจะพ่ายแพ้กระบี่เล่มหนึ่งก็ปรากฏตรงหน้าเขา


กระบี่เฟยเทียน กระบี่ในตำนานที่ถูกเล่าขานว่าเป็นกระบี่เทพศาสตราพลังอำนาจเหลือล้น คมกระบี่ของมันไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็สามารถตัดผ่านได้ทั้งหมด กล่าวถึงแค่นี้ผู้คนต่างก็รู้ถึงความน่าหวาดหวั่นของกระบี่เฟยเทียนแล้ว ทว่าสิ่งที่ทำให้ตกใจอย่างแท้จริงก็คือ


มิใช่เพียงเล่มเดียวแต่กระบี่เฟยเทียนสามารถเรียกออกมาสูงสุดได้ถึงหมื่นเล่ม!


กระบี่ที่สามารถตัดผ่านได้ทุกอย่างจำนวนหมื่นเล่ม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมการต่อสู้ระหว่างจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยกับจ้าวหลางถึงทำลายล้างแผ่นดินเซียนหนานจนสิ้นชีพ ไร้วี่แววสิ่งมีชีวิตใด ๆ


กล่าวถึงเรื่องทำลายล้างแผ่นดินเซียนหนาน จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่านิสัยของจ้าวหลางในตอนนั้นกับจ้าวหลางคนปัจจุบันค่อนข้างคล้ายคลึงกันเลย...


ฝูจิ้นหลิงหันไปมองจ้าวหลางที่นั่งอยู่ด้านข้าง พลันเจ้าตัวก็หันมาสบตา


จ้าวหลางกล่าว “ซือฝุขอรับ?”


อาหลางไร้เดียงสาขนาดนี้ ไม่หรอก ศิษย์คนเล็กของเขาไม่มีทางเป็นคนโหดเหี้ยม ดุร้าย เหมือนจ้าวหลางในนิยายคนนั้นหรอก


ไม่มีอะไรแล้วฝูจิ้นหลิงคืนกระบี่ให้จ้าวหลาง ดวงตาสีอำพันเมียงมองคนที่รับกระบี่ของตนคืนไปด้วยความเป็นห่วง


ฝูจิ้นหลิงรู้สึกไม่สบายใจ


ถึงเขาจะรู้เนื้อเรื่องของเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้นล่วงหน้าว่าจ้าวหลางจะชนะและได้กระบี่เฟยเทียนมาก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าโลกนี้จะดำเนินการตามเนื้อเรื่องในนิยายร้อยเปอร์เซ็นต์เสียสักหน่อย เพราะตั้งแต่เริ่มแรกมันก็มีจุดเปลี่ยนที่ไม่เหมือนกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นนิสัยที่ไม่เหมือนคำบรรยายในนิยายหรือจะเป็นตอนดื้อดึงไปงานเทศกาลลี่หลิน


หรือจะเป็นตอนงานคัดเลือกศิษย์ใหม่ที่ได้พบกันครั้งแรก


พบกันครั้งแรกกล่าวจบถึงตรงนี้ฝูจิ้นหลิงชะงักตาเบิกกว้าง


เพราะการนอกบทหลายอย่างทำให้ฝูจิ้นหลิงคิดว่าอาจจะเป็นเพราะตนเองที่ทำให้เนื้อเรื่องผิดเพี้ยน ทว่าพอลองนึกย้อนไปอีกทีจุดเปลี่ยนแรกที่เนื้อเรื่องไม่เหมือนในนิยายคือวันงานคัดเลือกศิษย์ใหม่ของสำนักกิเลนฟ้าที่จ้าวหลางได้สร้างความตกตะลึง


แต่เหตุการณ์พวกนั้นมันจะเอามาเชื่อมโยงว่าตัวเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เปลี่ยนไปได้อย่างไร?


ในเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้น เซียนวิญญาณฝูจิ้นหลิงพบจ้าวหลางครั้งแรกที่งานวันคัดเลือกศิษย์เข้าสำนักกิเลนฟ้า ส่วนตัวเขาถึงจะเผลอไผลไปซื้อของในตลาดกับรับเสวี่ยจิ้งเหอเป็นศิษย์บ้างแต่ในโลกนี้ตัวเขาก็พบจ้าวหลางครั้งแรกที่งานวันคัดเลือกศิษย์เข้าสำนักกิเลนฟ้าเช่นกัน


จุดเริ่มต้นที่เหมือนกันทว่าเหตุการณ์ที่เขาพบไม่ใช่จ้าวหลางที่ยืนในเขตสีเหลืองอย่างยากลำบากแต่เป็นจ้าวหลางที่เข้าสู่เขตสีแดงอย่างง่ายดาย


หรือว่าจ้าวหลางจะเป็นสาเหตุ


“ซือฝุคิดอะไรอยู่หรือขอรับ? ”


ไม่เป็นไปไม่ได้


จ้าวหลางกล่าวถามเมื่อเห็นฝูจิ้นหลิงนิ่งเงียบหลังจากที่มอบกระบี่คืนให้ตน ส่วนเสวี่ยจิ้งเหอที่นั่งจิบชาอยู่เงียบ ๆ อีกด้านก็หันมามองฝูจิ้นหลิงด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน ก่อนที่จะมีใครได้ส่งเสียงเรียกอีกครั้งจู่ ๆ ฝูจิ้นหลิงก็กล่าวโพล่งออกมาเสียงจริงจัง “อาหลาง พรุ่งนื้ซือฝุจะไปกับเจ้าด้วย”


“แค่ก แค่ก!


เสวี่ยจิ้งเหอสำลักน้ำชา


“ซือฝุกล่าวว่ากระไรนะขอรับ” จ้าวหลางถามขึ้นอีกคราราวกับว่าเมื่อกี้เสมือนเขาหูฝาดไปแวบหนึ่ง


ฝูจิ้นหลิงกล่าวอีกคราด้วยความมุ่งมั่น “พรุ่งนี้ซือฝุจะไปกับอาหลางด้วย”


สุดท้ายแล้วฝูจิ้นหลิงไม่อาจไว้ใจ ตัวเขาไม่รู้ว่าตอนนี้เนื้อเรื่องได้เปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใด อาจจะดำเนินไปเช่นเดิม เปลี่ยนเล็กน้อย หรือไม่... ก็ไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย ความไม่แน่นอนเช่นนี้ในฐานะอาจารย์แล้วฝูจิ้นหลิงไม่อาจปล่อยให้จ้าวหลางตกอยู่ในความเสี่ยงได้แต่ก็ไม่อาจห้ามให้จ้าวหลางไปเช่นกัน


ทางเลือกที่ดีที่สุดคือให้จ้าวหลางทำตัวตามปกติ แล้วเขาจะคอยสอดส่องอยู่เบื้องหลังแทน 


ฝูจิ้นหลิงกล่าว “ซือฝุจะคอยมองดูอยู่ภายนอกมิยุ่งเกี่ยวกับการปราบปรามใด ๆ ทั้งนั้น”


ความมุ่งมั่นที่พวยพุ่งออกมาจากฝูจิ้นหลิง "......" จ้าวหลางเงียบกริบไม่กล้าปฏิเสธ เขาจะบอกกับซือฝุได้อย่างไรว่าพวกเขามีสิ่งอื่นที่ต้องทำและให้ซือฝุเห็นมิได้เป็นอันขาด จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากซือฝุเห็นเขาจัดการกองโจรด้วยตัวคนเดียว จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากซือฝุค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเขา ดวงตาสีดำมองลอดผ่านส่งสายตาไปทางศิษย์พี่ของตนเพื่อขอความช่วยเหลือ


เสวี่ยจิ้งเหอสมกับเป็นแสงสว่างที่ทางออกของจ้าวหลาง “เช่นนั้นข้าไปด้วยขอรับ”





ช่วงคุยกับนักเขียน

ฝ่ายบุ๋น เสวี่ยจิ้งเหอ! ฝ่ายบู๊ จ้าวหลาง! 

Twitter : @Mellion009 

#อย่ากินซือฝุ -> แจ้งข่าว Cut อื่น ๆ

ฝากนิยายเรื่องใหม่ > Tales of demon prince and war god



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.543K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,506 ความคิดเห็น

  1. #3504 Pimnok2124 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2564 / 20:25
    ความปรารถนาที่ซ่อนไว้ 0//////0
    #3,504
    0
  2. #3479 หวังเป็นเมียป๋อ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 22:13
    เราสันนิษฐานว่าเนื้อเรื่องนิยายอาจเป็นเรื่องในอดีต อย่างที่บอกซือฝุตายน่าจะเกี่ยวกับคนบนสวรร์รึป่าว 2คนนี้เลยร่วมมือกันทำพิธีกรรมซักอย่างแต่มีพลังไม่พอทำให้เกิดความเสียหายงี้ป้ะ แล้วย้อนเวลากลับมาที่เดิมมมมมมม 2คนนี้ยังมีความทรงจำแต่ซือฝุไม่มีแร้ว มีใครคิดเหมียนเรามั้ยยยยยยยยยย
    #3,479
    0
  3. #3470 pichayapa-sk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 23:35
    มักศิษย์พี่คัก
    #3,470
    0
  4. #3455 Baozi99_Mandoo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 02:01
    หรือจริงๆแล้วน้องไม่ได้มาเข้าร่างซือฝุแต่เป็นตัวซือฝุที่โดนบิดความทรงจำอะ
    #3,455
    0
  5. #3401 B.TEm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 09:01
    เนี่ยๆๆๆ สมเป็นศิษย์น้องมากเลยอะ น่าเอนดู ต้าวหมาโกลเด้น5555555555555555555555555555555
    #3,401
    0
  6. #3393 Makkham (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 13:53
    ซะงั้น5555
    #3,393
    0
  7. #3279 MitsukiCarto (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 12:02
    มันเข้าสายดาร์กไปตั้งนานแล้วจ้าา~
    #3,279
    0
  8. #3220 -134340 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 17:20
    เป็นตอนที่ปมเยอะ แต่ไม่สามารถเดาได้ซักอย่าง5555555
    #3,220
    0
  9. #3219 -134340 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 17:16
    ตัวตนที่แท้จริง? เครแก5555555555
    #3,219
    0
  10. #3172 pcy921 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 00:33
    อาจิ้งคิดในใจหมดกันแผนชั้น55555
    #3,172
    0
  11. #3044 at2017 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 20:55
    ศิษย์พี่มันเป็นหลุมค่ะ! (แสงสว่างบ้าบอสิ!)
    #3,044
    0
  12. #2910 chaaimmeme (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 21:13
    สองคนนี้ไปไกลแล้วค่ะท่านอาจารย์
    #2,910
    0
  13. #2742 14:03 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 19:30
    อ๋อออออบ้างแล้ว
    #2,742
    0
  14. #2602 Peachz. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 08:48
    เหมือนอาจิ้งกับอาหลาง จะย้อนเวลากลับมา คือน่าจะใช้คัมภีร์ที่ช่วยให้ความปรารถนาสำเร็จที่พูดถึงในตอนนี้ คงอยากย้อนเวลากลับมาเจอยัยน้องมาแก้ไขอดีตไม่ให้ยัยน้องตายรึเปล่า
    #2,602
    0
  15. #2361 love_forever 1992 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 00:01

    ปมเยอะ แต่ลุ้นดีค่ะ
    #2,361
    0
  16. #2300 หมาป่าผู้กระหายเลือด (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 21:17
    น้องงศิษย์ทั้ง2เข้าโหมดดาร์กไปตั้งนานแล้วแต่ปิดเอาไว้เองลูกกก//สงสารเสือน้อย5555
    #2,300
    0
  17. #1933 เราปอเอง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 11:02
    หรือศิษย์ทั้งสองจะเป็นตลคจากก่อนรีไรท์​
    #1,933
    5
    • #1933-4 ติด คลั่ง(จากตอนที่ 13)
      1 สิงหาคม 2562 / 15:03
      ขอญาตขำ 5555555555555555
      #1933-4
    • #1933-5 ติด คลั่ง(จากตอนที่ 13)
      1 สิงหาคม 2562 / 15:04
      ขอญาตขำ 55555555555555
      #1933-5
  18. #1932 พี่ทนได้ พี่โอเค (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 10:43
    รอเสมอน้า;-;
    #1,932
    0
  19. #1930 PraewP13 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 07:30
    เราคิดว่าซือฝุถูกปรับเปลี่ยนความทรงจำรึเปล่า เพราะซือฝุในนิยายเป็นคนเงียบขรึม แต่ทั้งจ้าวหลางกับเสวี่ยจิ้งเหอดูจะคุ้นเคยและรู้จักนิสัยของซือฝุคนปัจจุบันมากกว่า
    #1,930
    0
  20. #1928 family15 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 22:56
    เป็นห่วงซือฝุขึ้นทุกวันๆ
    #1,928
    0
  21. #1927 Iovely39 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 21:50

    ซือฝุหนีป๊ายยยย เค้าจะจับหนูกินลูกกกก
    #1,927
    0
  22. #1926 bambam_jtmn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 21:38
    จะรอดไหมเนี่ยซือฝุ55555
    #1,926
    0
  23. #1925 Ahe215 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 20:04

    ขอบคุณมากค่ะ

    #1,925
    0
  24. #1924 mmii. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 13:29
    แซ่บมาก เป็นเก่งเทพกันไปหมดซือฝุก็คือมีหน้าที่สอนเรื่องเดียวแล้วนะตอนนี้ก็คือเรื่องนั้นไงล่ะคิ้กค้ากกกกก อิอิ ศิษย์พี่ศิษย์น้องอดทนกัยไปก่อนนะแรงมาก ยิ่งใกล้กันยิ่งหวั่นไหวแต่จะไปไกลก็ไม่ได้อี้ก ปมซือฝุก็คือมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนเร้กๆ เอาล่ะยกโขยงกันไปปราบโจรทั้งศิษย์ทั้งอาจารย์แบบนี้จิวซื่อตกใจมั้ยให้ทาย5555555
    #1,924
    0
  25. #1923 athunya (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 11:58
    ถ้างั้น สามคนนี้ย้อนเวลากลับมา คนที่โดนผลกระทบคือซือฝุ ที่โดนวิญญานจากต่างโลกเข้ามาอยู่ในร่างแทน ใช่ไหม ถ้าแบบนั้น คนที่สองหน่อนี่รัก คือซือฝุคนก่อน ไม่ใช่วิญญาณที่เข้ามาสิงร่าง
    #1,923
    3
    • #1923-1 ทาสนิยาย (จากตอนที่ 13)
      26 กรกฎาคม 2562 / 12:58
      นั้นนะสิ เพร่ะวิญญาณในร่างไม่ใช่ซือฟุอ่ะ

      เอ้ะหรือจะใช่ แบบซือฟุไปเกิดใหม่อีกโลกแล้วโดนดึงกลับมาแบบนี้จะได้มั้ยนะ



      อยากให้2พระเอกรักซือฟุที่เป็นซือฟุจริงๆ
      #1923-1
    • #1923-2 bhuii2505(จากตอนที่ 13)
      26 กรกฎาคม 2562 / 13:16
      หรือว่าจริงๆแล้วในชาติก่อนซือฝุก็มีความทรงจำของต่างโลกเหมือนกัน พอย้อนกลับมาก็โดนผลกระทบทำให้ลืมเรื่องราวของโลกนี้แต่ยังจำเรื่องของโลกก่อนได้อยู่เลยคิดว่าตัวเองพึ่งมาสิงร่าง ถ้าเป็นแบบนั้นพระเอกทั้งสองจะได้รักซือฝุที่มีความทรงจำของโลกก่อนจริงๆ //ครุ่นคิด
      #1923-2