END [BL,Yaoi] ศิษย์ข้าอย่าทำกับอาจารย์เจ้าเช่นนี้! (ตีพิมพ์ สนพ. บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 12 : บทที่ 3 จุดเปลี่ยน RE [1/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,696
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,320 ครั้ง
    16 ต.ค. 62

บทที่ 3 จุดเปลี่ยน 





หุบเขาจิวซื่อ วังอวิ๋นซาน


“เจ้าถือดี ๆ อย่าทำถ้วยชาร่วงนะ ไม่งั้นศิษย์พี่สวี่ทำโทษเจ้าตายแน่”


“เจ้านั่นล่ะที่ถือดี ๆ ของในมือข้าศิษย์พี่กงเคยเล่าว่าชุดถ้วยชาชุดนี้ราคาเป็นหมื่นเหรียญทอง อีกทั้งยังเป็นชุดถ้วยชาที่สั่งทำเป็นพิเศษเพื่อมอบให้ราชวงศ์สวี่ อย่าว่าแค่ข้าทำร่วงเลย แค่มันเป็นรอยหัวคงจะหลุดออกจากบ่า”


ที่โถงทางเดินมีศิษย์สายในตัวน้อยอายุราว 12 - 13 ปีกำลังถกเถียงกัน ในมือของพวกเขาต่างถือถาด ถาดหนึ่งเป็นชุดถ้วยชาลายหินอ่อนขาวและมีประกายระยิบระยับจากเสี้ยวเพชรดูล้ำค่า อีกถาดหนึ่งมีเพียงแค่ถุงปักลายฮวาที่มีผงชาหอมกรุ่นบรรจุภายใน


“ทำไมเจ้าใช้คำว่า ข้า ล่ะ ถ้าเจ้าถูกลงโทษข้าจะโดนเป็นเพื่อนเจ้าเอง” ศิษย์คนที่ถือถุงชากล่าว


ศิษย์คนที่ถือถ้วยชาหันไปมองคนด้านข้างแค่นเสียง “เดิมทีศิษย์พี่สวี่สั่งข้าให้มาเอาเพียงคนเดียว จะให้เจ้ารับผิดชอบร่วมกันได้อย่างไร”


“อั้ยหย้า อย่าพูดงั้นสิ เราเป็นสหายกันนะ!” ศิษย์คนที่ถือถุงชาขมวดคิ้วก่อนจะเงียบไป


ทว่าเงียบไปไม่นานศิษย์คนที่ถือถุงชาก็เริ่มบทสนทนาอีกแล้ว


“นี่...” ศิษย์คนที่ถือถุงชาค่อย ๆ เหลือบไปมองสหายตน “จะว่าไปทั้งผงชาและชุดถ้วยชาล้วนเป็นของล้ำค่า ปกติมิเห็นศิษย์พี่ทะนุถนอมในชั้นวางเป็นอย่างดี เหตุใดนึกครึ้มให้พวกเราเอามันมาเล่า...”


ลู่เผิงกล่าวเสียงเรียบนิ่ง “วันนี้มีประชุมลับ คงจะมีศิษย์หลักใหญ่โตมากมายมาที่นี่ศิษย์พี่คงเอามาเพื่อบริการพวกเขา”


ถึงขนาดที่วังอวิ๋นซานที่เป็นสถานที่ชุมนุมของศิษย์จิวซื่อระดับสูงถูกปิดและนำมาใช้เป็นที่ประชุมลับ มันจะต้องเป็นการประชุมเรื่องที่สำคัญมากแน่


คราวนี้ลู่เผิงเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาบ้าง “หลี่ปินเมื่อสองเดือนก่อนเจ้าได้ไปงานคัดเลือกศิษย์ใหม่เข้าสำนักรึไม่?”


สิ้นคำถามหลี่ปินตัวน้อยชะงักกึก ตากลมโตค่อย ๆ หันมามองหน้าสหาย ปากเล็กเริ่มยิ้มกว้าง ดวงตาสีดำขลับเกิดประกาย ลู่เผิงมองท่าทางนั้นด้วยความเอื่อมระอาเลยดุใส่ไปสักหนึ่งที “เจ้าอย่าหยุดเดินสิ”


“ขอโทษ ๆ” หลี่ปินกล่าวเสียงอ่อยก่อนจะกลายเป็นความตื่นเต้น “เมื่อกี้เจ้ากำลังพูดถึงงานคัดเลือกนั่นใช่รึไม่ ไปสิข้าไปมา! ศิษย์ของท่านเซียนเก่งสุด ๆ ไปเลย เมื่อวานข้าได้เรียนห้องเดียวกับเขาแต่เข้าใกล้ไม่ได้ ทั้งศิษย์พี่หม่าเฉินตง ศิษย์พี่อันเพ่ยจวิน ศิษย์พี่จั๋วหมิงซือ ล้วนเข้าไปชักชวนศิษย์ของท่านเซียนให้เข้ากลุ่มล่าแก่นอสูรของตนเองกันหมดเลย!


หลี่ปินน้อยพูดไม่หยุดหากในมือไม่ได้ถือถาดถุงชาอยู่ลู่เผิงคิดว่าหลี่ปินต้องแสดงท่าทางประกอบไปด้วยแน่ ๆ อีกทั้งยามกล่าวถึงศิษย์ของท่านเซียน น้ำเสียงของหลี่ปินน้อยแสนจะเทิดทูนราวกับว่าศิษย์ของท่านเซียนเป็นพระเจ้า ดวงตาที่เป็นประกายยิ่งเป็นประกายมากกว่าเดิม


ทว่าเหมือนลู่เผิงจะสังเกตอะไรบางอย่างจากคำพูดของหลี่ปิน จึงกล่าวถามเสียง “หือ เดี๋ยวเรื่องนี้ข้าเพิ่งจะรู้จากเจ้านี่แหละ”


หลี่ปินกล่าว “อะไรหรือ” ท่าทางงงงวยเล็กน้อย


ลู่เผิงเข้าประเด็น “เจ้าจะบอกว่า ดาบอหังการ หม่าเฉินตง มายาเยือกแข็ง อันเพ่ยจวิน หยาดพิรุณ จั๋วหมิงซือ หัวหน้าสามกลุ่มใหญ่เข้าไปชักชวนศิษย์ของท่านเซียนหมดเลยงั้นหรือ!?”


หากเป็นคนภายนอกคงจะไม่รู้ว่าลู่เผิงตกใจเรื่องอะไร ทำไมถึงมีท่าทางยิ่งใหญ่ขนาดนั้น แต่ถ้ามองในมุมของคนในสำนักกิเลนฟ้า พวกเขาจะเข้าใจว่าอาการตกใจของลู่เผิงถือว่าน้อยไปกว่าคนอื่นมาก


หม่าเฉินตง อันเพ่ยจวิน จั๋วหมิงซือ พวกเขาคือศิษย์หลักอันดับ 3 2 และ 1 ของสำนักกิเลนฟ้า ที่ครองอันดับเหล่านี้มาตลอด 5 ปี ทั้งที่อันดับจะเปลี่ยนแปลงไปทุกปี


อันดับอันทรงเกียรติจะบอกเล่าถึงความแข็งแกร่งของผู้ครอบครอง ในทุก ๆ ปีจะมีงานหนึ่งที่เหล่าศิษย์หลักทุกคนต้องเข้าร่วมนั่นคืองานประลองประจำปีของสำนักกิเลนฟ้า ศิษย์หลักของทุกสาขาที่เข้าร่วมงานประลองนั้นจะต้องต่อสู้กันเพื่อหาอันดับผู้แข็งแกร่งที่สุด


จากอันดับ 13 ขึ้นมา 5 จากอันดับ 5 ลดไปอันดับที่ 13 ไม่แปลกที่ทุกปีจะมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจเหตุเพราะในที่นี้ไม่มีที่ให้กับผู้อ่อนแอ ทว่ามีเพียง 3 อันดับแรกเท่านั้นที่ไม่เคยเปลี่ยนผู้ถือครองเลยตลอด 5 ปี


หลี่ปินพยักหน้าก่อนจะเย้ยหยัน “ใช่! เอ๊ะ ฮั่นแน่ ...เมื่อวานเจ้าไม่ได้เข้าเรียนใช่รึไม่ถึงมิรู้ เรื่องนี้เป็นข่าวอึกทึกครึกโครมในหมู่ศิษย์ในสำนักเลยนะ”


โดนล้อเลียน ลู่เผิงมองหลี่ปินนิ่ง ๆ และไม่สนใจเสียงกระแนะกระแหน


ถูกสหายเมินแต่หลี่ปินน้อยไม่ยอมแพ้ยังพยายามแกล้งเอาไหล่ตนเองไปกระแซะลู่เผิงเพื่อกำลังล้อเลียน คราวนี้ลู่เผิงสนใจเขารึยัง? ก็ไม่ ลู่เผิงสนใจเรื่องอื่นมากกว่า “แล้วเป็นไงศิษย์ของท่านเซียนเข้าร่วมกลุ่มใด เขาเอ่ยเลยรึไม่” ลู่เผิงถาม


ทั้งหม่าเฉินตง อันเพ่ยจวิน จั๋วหมิงซือเป็นสามขั้วอำนาจที่ได้ทรัพยากรจากการล่าแก่นอสูรเท่าเทียมกันมาตลอด หากฝ่ายไหนที่ได้ศิษย์ของท่านเซียนไปสมดุลก็จะพังทลายและสุดท้ายฝ่ายนั้นก็จะขึ้นเป็นใหญ่


ไม่มีเสียงตอบใด ๆ ออกมาจากคนด้านข้างลู่เผิงหันไปมองเห็นหลี่ปินน้อยเบะปาก อีกทั้งแก้มตุ่ย ๆ ยังพองขึ้น การแสดงออกเช่นนั้นเรียกความสงสัยจากลู่เผิงมากกว่าเดิม


ลู่เผิงกล่าวถามอีกครา “ว่าอย่างไร เขายังไม่ให้คำตอบรึ”


หลี่ปินส่ายหน้า “เปล่า เขาเมินทั้งสามคนไปเลย”


ลู่เผิงตาโตเกือบสะดุดลมแต่กลับมายืนตรงเช่นเดิมเพราะไม่ลืมว่าในมือตนคือชุดถ้วยชาราคาหมื่นเหรียญ เขาถามด้วยความตกใจ “หะ? เจ้าอย่าอำข้าเล่นนะ ถ้าข้ามิได้ถือชุดถ้วยชาอยู่ข้าจะแกล้งเจ้า”


เสียงกระโชกขู่ของลู่เผิงทำหลี่ปินน้อยตัวสั่น เขาไม่ชอบเวลาโดนลู่เผิงแกล้งมันรู้สึกแปลก ๆ แต่สุดท้ายแล้วลู่เผิงก็ต้องหาเรื่องแกล้งเขาตลอดล่ะ ทำไมต้องแกล้งกันด้วยเขาพูดความจริงนี่นา “ข้าพูดความจริงนะ” หลี่ปินน้อยยังคงยืนยัน


หลี่ปินตัวน้อยแน่วแน่ ลู่เผิงหันไปสบตาคนตัวเล็กหว่าเสมือนตรวจดูว่าหลี่ปินน้อยพูดความจริงหรือไม่


ในแววตาของหลี่ปินนอกจากความกลัวก็ไม่มีอะไรอีก


“แล้วมันจะมิเป็นเรื่องใหญ่รึ” ลู่เผิงกล่าวถอนสายตาออกมาหลี่ปินน้อยโล่งอก


ที่สงสัยมากนักเพราะลู่เผิงเคยได้ยินมาว่าศิษย์ของท่านเซียนมีนิสัยปลีกวิเวกชอบเมินคนเป็นปกติเนื่องจากวันวันหนึ่งมีคนเข้าไปวุ่นวายกับเขาเยอะมากทำให้เขาเลือกที่จะไม่สนใจคนพวกนั้น


แต่กระทั่งศิษย์หลักที่แข็งแกร่งที่สุดอันดับ 1 2 และ 3 ยังโดนเมิน? ศิษย์ของท่านเซียนคนนี้ไม่ใช่ธรรมดาแล้วกระมัง หรือคิดว่าตนเป็นถึงศิษย์ของเซียนวิญญาณเลยหยิ่งทะนงไม่ไว้หน้าคนอื่นกัน


“เป็นสิ ศิษย์พี่หม่าเฉินตงโกรธใหญ่เลยอีกทั้งยังชักดาบฟันใส่ศิษย์ของท่านเซียนด้วย” หลี่ปินกล่าวตอบเสียงขบขัน


ลู่เผิงไม่แปลกใจที่จะเกิดความวุ่นวายต่อจากนั้น ใครใครก็รู้ว่าศิษย์พี่หม่าเฉินตงเป็นคนใจร้อน ทว่าสิ่งที่แปลกคือน้ำเสียงในการเล่าเรื่องของหลี่ปินน้อยนี่ล่ะ ทำไมน้ำเสียงขบเหมือนกับว่าคนต่อสู้กับเป็นเรื่องตลกเสียอย่างนั้น “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมน้ำเสียงเจ้าดูสนุกสนานจังเล่า” ลู่เผิงถามสิ่งที่ตนสงสัย


“เสียง? เสียงข้ามันดูออกว่ากำลังสนุกสนานอยู่เลยรึ” หลี่ปินถามด้วยความแปลกใจ


ยิ้มปากจะฉีกถึงหูอยู่แล้ว เจ้าอารมณ์เสียอยู่กระมัง ลู่เผิงคิด ตาหรี่คาดคั้นคำตอบจากหลี่ปิน


เจอสายตาพิฆาตเข้าไปหลี่ปินยอมบอกแต่โดยดี “...ก็มันไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไรนี่นา ศิษย์ของท่านเซียนเดิมก็ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก ตอนนั้นข้ากับอีกหลาย ๆ คนอุตส่าห์ตื่นเต้นว่าอาจจะมีการต่อสู้ระหว่างศิษย์หลักเกิดขึ้นแต่ที่ไหนได้ดาบยังไม่เข้าใกล้สักจั้ง ศิษย์พี่หม่าเฉินตงกลับสะดุดล้มหน้าทิ่มพื้นอีกทั้งยังโวยวายว่าศิษย์ของท่านเซียนเล่นสกปรกลอบกัดอีกต่างหาก”


กล่าวจบถึงตรงนี้เด็กน้อยหลี่ปินก็หัวเราะออกมา ลู่เผิงที่ได้ยินประโยคที่หลี่ปินน้อยกล่าวเข้าใจแล้วว่าทำไมน้ำเสียงของหลี่ปินถึงเป็นเช่นนั้น ขนาดตนเองยังทั้งอึ้งทั้งขำ ศิษย์พี่หม่าเฉินตงเป็นคนอารมณ์ร้อนเพราะงั้นมิแปลกที่จะเข้าไปหาเรื่องหลังโดนศิษย์ของท่านเซียนเมิน แต่ส่วนที่ทำให้ขำขันกันก็คงเป็นเรื่องที่ศิษย์พี่หม่าเฉินตงสะดุดล้มท่ามกลางสายตาคนมากมายและยังไปโทษคนอื่นว่าเล่นสกปรกนี่ล่ะ


ลู่เผิงกล่าวน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย “ฟังจากที่เจ้าพูดแล้วข้ารู้สึกขายหน้าแทนสาขาฮั่วเหยียนเหลือเกิน”


หลี่ปินกลั้นหัวเราะ มุมปากยังอมยิ้มน้อย ๆ “สีหน้าศิษย์ฮั่วเหยียนแต่ละครบิดเบี้ยวจนดูน่าขบขันเลยล่ะ”


มั่นใจได้เลยว่าวันพรุ่งนี้ที่พวกเขาทั้งสองไปร่ำเรียนที่สำนักหลักจะต้องได้ยินศิษย์คนอื่น ๆ สนทนาเรื่องนี้กันอย่างสนุกสนานแน่นอน


โอ้...? แต่น่าจะมีศิษย์สาขาฮั่วเหยียนที่ไม่ตลกกับพวกเขาด้วยล่ะนะ


บทสนทนาระหว่างศิษย์ตัวน้อยเปลี่ยนไปเรื่องต่อไปแต่ขาของทั้งคู่ยังคงก้าวไปยังห้องประชุมลับ ไม่รู้ว่าลืมเรื่องที่พวกตนถือของมูลค่าสูงไปหรือยัง หลี่ปินน้อยพูดคุยเสียงดังเจื้อยแจ้วใบหน้ายิ้มแย้มดูสนุกสนานกับลู่เผิงที่กล่าวตอบรับบ้างทว่าฟังที่หลี่ปินน้อยพูดทุกเรื่อง


พลันก็มีศิษย์คนหนึ่งจับไหล่ของพวกเขาทั้งสองไว้ ทั้งคู่สะดุ้งโหยง


“หืม ศิษย์น้องทั้งสองพูดคุยอะไรกัน”


เสียงทักทายดังมาจากคนด้านหลัง หลี่ปินตัวแข็งกลัวว่าจะโดนดุด่าเรื่องเขาพูดเสียงดังแต่โทนเสียงสบาย ๆ ที่คุ้นเคยทำให้เขาเอะใจและหันไปมอง


“ศิษย์พี่ชิง!/ศิษย์พี่” หลี่ปินและลู่เผิงกล่าวพร้อมกัน


ที่แท้แล้วคนที่เข้ามาทักพวกเขาคือศิษย์หลักอันดับที่ 10 กระบี่ล่องนภา ศิษย์พี่ชิงหยวนเช่อนั่นเอง


เด็กน้อยทั้งสองเมื่อเห็นว่าคนที่ทักพวกตนคือใครด้วยความที่เป็นศิษย์ที่มีอายุน้อยกว่ากำลังจะก้มหัวคำนับอัตโนมัติโชคดีที่ชิงหยวนเช่อได้ห้ามไว้เสียก่อน


เด็กน้อยทั้งสองคนลืมไปเสียแล้วว่าในมือของตนเองถือของอะไรไว้


“ไม่ต้องคำนับ ๆ เดี๋ยวของในมือก็ร่วงกันพอดี” ชิงหยวนเช่อกล่าวเขาจำได้ว่าของในมือศิษย์น้องทั้งสองคือของรักของหวงของสวี่เชิงฝานที่มักจะเก็บไว้ในถุงมิติแยกซ่อนในคลังสมบัติส่วนตัวอีกที


คำกล่าวทำให้เด็กทั้งสองรู้ตัว พวกเขาก้มลงไปมองที่มือของตนเองพลันใบหน้าก็ค่อย ๆ ซีด


เกือบแล้ว พวกตนสนทนากันเพลินจนลืมระเบิด*ในมือไปเลย!


เด็กน้อยหลี่ปินมือทั้งสองข้างกระชับขอบถาดให้แน่นขึ้น มั่นใจว่าจะไม่มีทางหลุดมือเด็ดขาด


“ศิษย์พี่มาทำอะไรที่วังอวิ๋นซานหรือขอรับ” ลู่เผิงถามด้วยความแปลกใจเพราะตนกับหลี่ปินมาที่วังอวิ๋นซานบ่อย เขาเจอศิษย์หลักที่นี่มากมายแต่น้อยครั้งนักที่จะเจอชิงหยวนเช่อ


ชิงหยวนเช่อกล่าว “ศิษย์พี่มีประชุมนิดหน่อยน่ะกับคนในจิวซื่อแล้วก็... คนที่ศิษย์น้องหลี่ปินชื่นชอบด้วย”


ได้ยินชื่อตนเองถูกกล่าวถึงหลี่ปินน้อยตาแป๋วหันไปมองชิงหยวนเช่อด้วยความฉงน


หลี่ปินถาม “คนที่ข้าชื่นชอบ...? ใครหรือขอรับ”


ชิงหยวนเช่อเคาะหัวหลี่ปินน้อยเบา ๆ หนึ่งที “คนนั้นไงเล่า ศิษย์ของท่านเซียนน่ะ”


“จริงหรือขอรับ!?” หลี่ปินตาโต


ไม่อยากจะเชื่อ...


ตอนแรกที่ได้ยินว่าคนที่ตนชื่นชอบมาคนแรกที่แวบเข้ามาในหัวของหลี่ปินคือ ศิษย์ของท่านเซียนเหมือนที่ศิษย์พี่ชิงหยวนเช่อกล่าวไว้ทว่าหลี่ปินก็ปัดความคิดนั่นออกไปทันทีเพราะคิดว่าไม่มีทางเป็นได้ที่ศิษย์ของท่านเซียนจะอยู่ที่นี่


แต่พอได้ยินคำยืนยันจากศิษย์พี่ชิงหยวนเช่อ หลี่ปินน้อยแทบจะตะโกนออกมาด้วยความดีใจ


“รู้แล้วก็อุบเงียบไว้ก่อน ศิษย์พี่กำลังประชุมลับกัน” ชิงหยวนเช่อกล่าวเอานิ้วชี้แตกปากตนเองเสมือนเป็นความลับ


หลี่ปินน้อยยืนตัวตรงเสียงเข้มขรึม พลังงานเต็มเปี่ยม “ขอรับ! จะมิปริปากเอ่ยที่ไหนเป็นอันขาดขอรับ!” ใบหน้าที่มีแต่แก้มกลมจริงจังเป็นอย่างยิ่ง


ความน่าเอ็นดูทำให้ชิงหยวนเช่อหลุดหัวเราะ


ชิงหยวนเช่อกล่าวผลักเด็กทั้งสองให้เดินไปข้างหน้า “งั้นรีบเอาถ้วยชาไปให้สวี่เชิงฟานเสีย พวกเจ้าจะได้เจอศิษย์ของท่านเซียนไว ๆ ไงเล่า”


“ขอรับ!


วังอวิ๋นซานมีพื้นที่ที่ใหญ่มากอีกทั้งเส้นทางเดินยังสับสนคดเคี้ยวกว่าจะเดินถึงห้องประชุมก็นานเอาเรื่องเพราะงั้นหลี่ปินและลู่เผิงที่สนทนากันยาวเหยียดจึงไม่ถึงห้องประชุมสักที


ทว่าพอเจอชิงหยวนเช่อเล่าเรื่องศิษย์ของท่านเซียนอยู่ที่นี่ ก็เปรียบเสมือนมียาชูกำลังให้พวกเขาทั้งสอง จากเดิมที่เดินช้า ๆ เพราะกลัวของในมือจะตกคราวนี้กลับก้าวเดินอย่างรวดเร็วและใช้พลังวิญญาณควบคุมถาดไม่ให้ร่วงไปด้วย


ไม่ถึง 1 เค่อ เด็กน้อยทั้งสองก็ถึงหน้าห้องประชุมอวิ๋นซาน


“พวกเจ้ามีธุระอะไร” ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างประตูถาม ดูเหมือนเขาจะคอยเฝ้าที่หน้าประตูไม่ให้คนนอกเข้าไป


ลู่เผิงก้าวขึ้นไปข้างหน้าและกล่าว “พวกข้านำของที่ศิษย์พี่สวี่สั่งมาส่งขอรับ”

ชายที่เฝ้าหน้าประตูหรี่ตามองหลี่ปินและลู่เผิงไล่จากล่างขึ้นบนแววตาเป็นไปด้วยความดูถูกอีกทั้งยังทำสีหน้าเหมือนไม่เชื่อคำกล่าวของทั้งสอง


“เป็นแค่สามัญชนมีหลักฐานอะไรให้ข้าเชื่อว่าศิษย์พี่สวี่สั่งพวกเจ้ามาเล่า” ชายที่เฝ้าหน้าประตูกล่าว


ลู่เผิงตอบอย่างมีชั้นเชิง “หลักฐาน? พวกข้ามิมีหรอกแต่ของในถาดนี้เป็นของที่ศิษย์พี่สวี่สั่งให้พวกข้านำมาให้หากศิษย์พี่ท่านนี้ไม่ให้พวกเราผ่านไปก็มิเป็นไรขอรับ แต่ถ้าเมื่อใดที่ศิษย์พี่สวี่ถามหาเหตุผลว่าทำไมพวกข้าไม่เอาของไปให้ข้าก็คงต้องตอบตามความจริง”


หรือจะบอกเป็นนัยว่าถ้าหากศิษย์พี่สวี่โกรธขึ้นมาคนที่ซวยก็เป็นเจ้ายังไงล่ะ


มุมปากของลู่เผิงยกขึ้นมองชายที่เฝ้าหน้าประตูด้วยสายตาเป็นต่อ ชายที่เฝ้าประตูหน้าบิดเบี้ยวอยากจะเข้าไปตบตีใบหน้าที่หยิ่งทะนงของลู่เผิงสักทีแต่ชายหนุ่มมิสามารถทำไม


วังอวิ๋นซานมีกฎข้อหนึ่งที่ว่าห้ามต่อสู้ภายในอาณาเขตวังอวิ๋นซานอย่างเด็ดขาดหากฝ่าฝืนจะถูกไล่ออกจากสาขาโดยมิมีข้อแม้ ศิษย์ในสาขาจิวซื่อต่างรู้กฎนี้อยู่แล้วลู่เผิงเช่นกัน เพราะงั้นเขาถึงกล้าหยียวนชายหนุ่มตรงหน้าไงเล่า


ลู่เผิงกล่าวอีก “ว่าไงท่านจะให้พวกข้าเข้าไปรึไม่”


เขายกถาดที่มีชุดถ้วยชาล้ำค่าเปล่งแสงระยิบระยับจากถาดขึ้นมาชัด ๆ ชายที่เฝ้าหน้าประตูทำสีหน้าเสียซะดูไม่ได้


ชายที่เฝ้าหน้าประตูแค่นเสียง “เข้าไป!


สิ้นเสียงชายที่เฝ้าหน้าประตูก็ต้องเปิดประตูให้เด็กทั้งสองอย่างจำยอมลู่เผิงที่เป็นฝ่ายชนะใบหน้ามีรอยยิ้มแสดงอาการสมเพศเดินหน้าเชิดเข้าไปด้านใน หลี่ปินเดินตามสหายตนไม่ใกล้ไม่ไกล มองสลับระหว่างลู่เผิงและชายที่เฝ้าประตูด้วยความงุนงง พวกเขาคุยอะไรกัน เอ๊ะ หรือว่าทะเลาะกัน? ทำไมข้าไม่เห็นเข้าใจเรื่องที่พวกเขาพูดเลย...


ปึง!


เสียงปิดกระแทกประตูดังลั่น หลี่ปินน้อยถึงกับสะดุ้งโหยงส่วนสีหน้าของลู่เผิงกลับเป็นปกติ


จู่ ๆ ลู่เผิงก็กล่าวออกมา “ข้าล่ะไม่ชอบที่นี่จริง ๆ”


หลี่ปินน้อยแปลกใจ ถามทันที “ทำไมหรือ?”


ปกติแล้วลู่เผิงแม้บางครั้งจะใจร้อนบางครั้งใจเย็น แต่น้อยครั้งที่จะบ่นเรื่องของตัวเองให้ใครฟัง


เจอเสียงถามกลับของหลี่ปิน ลู่เผิงเงียบไปแวบหนึ่งแต่สุดท้ายหันไปสบตาแป๋วไร้เดียงสาของสหายขึ้นมา ลู่เผิงถอนหายใจแล้วจึงกล่าว “ส่วนใหญ่แล้วศิษย์ของจิวซื่อล้วนเป็นชนชั้นสูงเชื้อพระวงศ์กันทั้งนั้น ดังนั้นแต่ละคนถึงได้หยิ่งทะนงกันนัก ข้าล่ะเกลียดสายตาดูถูกของศิษย์พวกนั้นยามที่รู้ว่าข้าเป็นแค่สามัญชนธรรมดาจริง!” กล่าวถึงตรงนี้ลู่เผิงนึกถึงชายที่เฝ้าประตูจ้องมาที่พวกเขาด้วยความดูถูก มือของเด็กหนุ่มกำถาดแน่นจนเส้นเลือดปูด “เพราะอย่างงั้นข้าต้องขึ้นเป็นศิษย์หลักให้เร็วที่สุดและย้ายออกจากสาขานี้ให้ได้”


แววตาของลู่เผิงมีทั้งความเกลียดชังและความมุ่งมั่น


“ข้าด้วย! ข้าจะย้ายไปกับเจ้านะ” หลี่ปินโพล่งขึ้นมา ส่งยิ้มให้กำลังใจลู่เผิง “อีกไม่นานเจ้าต้องย้ายสาขาได้แน่ เพราะเจ้าเป็นอัจฉิรยะนี่นา”


รอยยิ้มของหลี่ปินเต็มไปด้วยความสดใส ลู่เผิงที่เห็นหลี่ปินให้กำลังใจตนด้วยความจริงใจอดไม่ได้ที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นมา “ขอบคุณนะ” ทว่าต่อมารอยยิ้มนั้นก็หายไป ลู่เผิงกล่าวเสียงเรียบนิ่ง “แต่ไม่ต้องหรอก... เจ้าเป็นถึงนักบุญน้อยวังดารา ฐานะของเจ้ายิ่งใหญ่กว่าเชื้อพระวงศ์ไปจากสาขานี้จะเป็นอันตรายเอาได้ ของพวกนี้เจ้าอุตส่าห์ช่วยข้ายกข้าก็ขอบคุณมากแล้ว”


ลู่เผิงและหลี่ปินหยุดอยู่หน้าประตูชั้นใน หลี่ปินน้อยได้ยินเสียงสนทนาออกมาจากห้องนั้นแว่ว ๆ 


ลู่เผิงกล่าวก่อนจะให้หลี่ปินวางถุงผงชาในถาดตน “เจ้ารออยู่ที่นี่เดี๋ยวข้าเข้าไปเอง”


หลี่ปินตอบ “แต่ข้าเข้าไปด้วยมิได้หรือ ข้าอยากเห็นศิษย์ของท่านเซียน...”


ที่หลี่ปินรีบมาที่นี่ทั้งที่ยังเดินเอื่อยเฉื่อยได้เพราะเป้าหมายอันดับหนึ่งของเขาคือการได้พบศิษย์ของท่านเซียนนะ


ลู่เผิงก็เกือบลืมไปเช่นกัน เขาพยักหน้า “งั้นก็เข้าไปเถอะ ข้าว่าศิษย์พี่คงมิว่าเจ้าหรอก”


มือของลู่เผิงไม่ว่างเลยสักข้างหลี่ปินจึงเป็นคนเปิดบานประตูให้ เพียงแค่คิดว่าจะได้เจอศิษย์ของท่านเซียนระยะใกล้สีหน้าของหลี่ปินเต็มไปด้วยความสุข ถึงจะรู้ว่าพวกเขากำลังมีการประชุมลับและมันจะต้องตึงเครียดมากแน่ ทว่าศิษย์หลักของจิวซื่อหลี่ปินรู้จักพวกเขาทั้งหมดอีกทั้งยังสนิทกันพอตัวหลี่ปินน้อยไม่อึดอัดเลยสักนิดที่จะก้าวเข้าไปด้านใน


ทว่าเด็กน้อยก็ต้องคิดใหม่


“อะไรนะ ศิษย์น้องจ้าวจะบกองโจรเพียงคนเดียว!?” ชายหนุ่มคนหนึ่งเสียงแตกตื่น


“อย่าเลย มันอันตรายเกินไปนะศิษย์น้อง” ชายหนุ่มอีกคนพูดเสริม


“ใช่ ใช่ พวกเราสู้ด้วยกันเถอะ!


หลายเสียงอีกมากมาย


ลู่เผิงมองความวุ่นวายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เขาเดินเอาถาดไปไว้ตรงโต๊ะตัวหนึ่งที่มีขนมหวานมากมาย จัดวางถ้วยชาอันล้ำค่าให้เป็นระเบียบก่อนจะกลับมาหาหลี่ปินน้อยที่กำลังทำสีหน้าเลิ่กลั่ก


ลู่เผิงกล่าว “ข้าว่าไว้คราวหน้าเถอะ”


หลี่ปินพยักหน้ารัว ๆ และเด็กน้อยทั้งสองก็ออกจากห้องประชุมไป


บรรยากาศตึงเครียดแผ่ซ่านออกมาจากที่ประชุมจนรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งร่าง เหล่าศิษย์หลักจิวซื่อต่างเหงื่อตกพวกเขามองไปที่คนคนหนึ่งเป็นจุดเดียวกัน


“ข้ายืนยันเช่นเดิม” จ้าวหลางกล่าวออกมาเสียงเบาทว่าน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเด็ดขาด “ข้าจะบุกเข้าไปเพียงคนเดียว”





ช่วงคุยกับนักเขียน

ปมเยอะจัง

Twitter : @Mellion009 

#อย่ากินซือฝุ -> แจ้งข่าว Cut อื่น ๆ

ฝากนิยายเรื่องใหม่ > Tales of demon prince and war god



ทำไมนักเขียนถึงใช้คำว่า ซือฝุ ไม่ใช้คำว่า ซือจุน?




ฉันรู้ รู้ว่าฉันเลทอีกแล้ว ฉันไม่ขอแก้ตัวใดใด เพราะเมื่อวานฉันดูซีรีย์และโปรดิ้วทั้งวัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.32K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,506 ความคิดเห็น

  1. #3278 MitsukiCarto (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 11:41
    พูดถึงซือจุนแล้วนึกถึงนิยายเรื่องนึงเลยอ่ะ~
    #3,278
    1
    • #3278-1 nanajjew(จากตอนที่ 12)
      15 เมษายน 2564 / 23:22
      เหมือนกัน
      #3278-1
  2. #3218 -134340 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 16:52
    ที่บุกเดี่ยวอาจจะมีเหตุผลรึป่าวอะ?? แต่ถ้าไม่มีก็คือ ไม่มียังไงล่ะ แกอะคิดมาก
    #3,218
    0
  3. #3171 pcy921 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 00:19
    อาหลางจะบุกคนเดียว เด่วคนอื่นหมั่นไส้อีกไหมคะ55555
    #3,171
    0
  4. #3131 Siribxx (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 11:30
    คำผิดตอนนี้เยอะอยู่นะคะ
    #3,131
    0
  5. #2826 9494 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 15:46
    ความจริงนิยายจีนทั่วไปอาจารน์ก็ใช้คำว่าซือฝุนี่แหละค่ะ
    #2,826
    0
  6. #2360 love_forever 1992 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 23:43
    ลุ้นมากก
    #2,360
    0
  7. #2147 Arvakr_Elf (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 20:34
    บทตัวประกอบน้อยเยอะไปแร้ว 555
    #2,147
    0
  8. #1976 Joom1995 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 15:14

    พี่แกฟาร์มมาแล้วจ้าาา พร้อมบวกกกกก 555555555555555555

    #1,976
    0
  9. #1909 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 13:16
    อ่านเนื้อหารีแล้วสนุกมากเลยค่ะ รู้สึกว่าระหว่างทั้ง 3 คนมีเบื้องลึกเบื้องหลังอีกเยอะเลย น่าตามสุดๆ รีบมารีอีกนะคะ ติดแล้วเนี้ย ตอนแรกดองเอาไว้ไม่ยอมอ่าน กะว่าจะรอคุณไรท์รีเสร็จค่อยอ่านทีเดียว แต่พออ่านบทนำจบ อ่านรวดเดียวถึงตรงนี้เลย ติดจริง555555
    #1,909
    0
  10. #1902 Pissuda627 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 08:48
    เอ็นดูเด็กสองคนนี้จัง555
    #1,902
    0
  11. #1899 baconmy. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 22:13
    สายเดี่ยว5555
    #1,899
    0
  12. #1898 sakA_A (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 21:34
    เเค่จ้าวหลาวคนเดียวก็เหนือกว่าทุกคนเเล้ว 5555
    #1,898
    0
  13. #1897 kanyaest (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:24
    จ้าวหลางไม่ต้องการตี้หน่อยเหรอ555555
    #1,897
    0
  14. #1896 Sa-banee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:04
    บุกเดี่ยวไปเลยยยย55555555555
    #1,896
    0
  15. #1895 Sairattz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 19:49
    จ้าวหลางจะบุกเดี่ยวเเหละะะะ
    #1,895
    0
  16. #1894 Bamdy_NK (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 19:12
    รอตอนต่อไปค่าาาา
    #1,894
    0
  17. #1893 fighting writeee♡ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 19:04
    ไม่ว่าค่ะเพราะหลังจากนี้จะไม่มีโปรดิ้วให้ลุ้นแน้ว555555
    #1,893
    0
  18. #1881 trp1021 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 15:13
    อะำรๆๆๆๆ occหนึ่งที เกิดเรื่องเลย
    #1,881
    0
  19. #1425 Spritezeed_Za (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 07:25
    เรียกมาเจรจาอันใดกัน เห็นแต่ซือฝุไปจิบชาแล้วหลุด ooc เฉย 5555
    #1,425
    0
  20. #1000 pxpxpx (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 18:06
    ขมวดคิ้วก้ไม่ได้ สงสารน้องง
    #1,000
    0
  21. #972 lills (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 11:55
    สภาพไหนน
    #972
    0
  22. #778 แมวมุม. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 13:29
    ทำไมฉากที่เจียงหลิ่งจูชงชาถึงใช้เป็นผงชาคะ เราว่าถ้าเป็นใบชาแห้งจะดูเหมาะกว่านะคะ เพราะเรื่องนี้เป็นแนวพีเรียด
    #778
    1
  23. #603 คิเซริ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 14:07

    อะไรๆๆๆๆ
    #603
    0
  24. #554 J'Sun (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:41

    เอ๊ะ ท่านอาจารย์เป็นอันใดคะ ระบบเธอทำอารายยยย

    #554
    0
  25. #505 carapanda (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 01:48
    ค้างงงงง
    #505
    0