END [BL,Yaoi] ศิษย์ข้าอย่าทำกับอาจารย์เจ้าเช่นนี้! (ตีพิมพ์ สนพ. บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 10 : บทที่ 2 เทศกาลสีเลือด RE [5/5]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,562 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

บทที่ 2 เทศกาลสีเลือด





“หรือว่าอาจิ้งจะงอนเรื่องที่เราทิ้งไว้?”


ร่างเล็กพึมพำกับตัวเอง พอนึกทบทวนดี ๆ เมื่อคืนฝูจิ้นหลิงพอจะจำได้เพียงเล็กน้อย เขาจำได้ว่าตนเองออกไปเที่ยวเทศกาลลี่หลิน วางแผนที่จะหลบหนีจากการเกาะกุมของเสวี่ยจิ้งเหอและจ้าวหลางจากนั้นเขาก็ได้ดื่มสุราจนเผลอหลับไป


เขาทิ้งเสวี่ยจิ้งเหอไว้กับหญิงสาวคนหนึ่งและทิ้งจ้าวหลางไว้กับศิษย์จิวซื่อกลุ่มนั้น


ฝูจิ้นหลิงยิ้มแหย ถ้าเป็นเรื่องทิ้งก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัว... เพราะตัวเขาก็เป็นคนผิดจริง ๆ นั่นแหละ


“ทำยังไงดี”


ร่างเล็กคิดหนักกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงนุ่ม ในใจรู้สึกว้าวุ่นนิดหน่อย เป็นครั้งแรกเลยที่มีใครสักคนงอนเขา...


พอคิดถึงการกระทำที่ไม่ปกติของเสวี่ยจิ้งเหอ ร่างสง่างามสีขาวกุมขมับเพราะหนักใจคิดไม่ออกว่าตนจะง้อเสวี่ยจิ้งเหออย่างไร เพราะไม่ว่าจะชาติก่อนหรือตอนนี้ฝูจิ้นหลิงไม่เคยมีประสบการณ์ในการง้อใครมาก่อน ยิ่งกับเสวี่ยจิ้งเหอที่ทำตัวเป็นปกติไม่ได้ออกอาการซึ่ง ๆหน้าอีกด้วย


ระหว่างที่กำลังคิดดวงตาสีอำพันมองทอดออกไปนอกหน้าต่าง ป่าซวนหลางถูกกระทบด้วยแสงแดดหนาแน่นท่าทางร้อนระอุ อีกทั้งท้องฟ้าไร้เมฆที่เห็นดวงตะวันลอยเด่นกลางท้องฟ้า


ดวงตะวันลอยเด่นกลางท้องฟ้า...


ฝูจิ้นหลิงตาโต ลุกขึ้นจากเตียงกะทันหัน เขาเพิ่งนึกออกว่าวันนี้เขามีเรื่องจะคุยกับแม่นางมู่หลันฮวา!


สืบเนื่องจากคราแล้วที่วันงานรับศิษย์ใหม่เข้าสำนักกิเลนฟ้า ฝูจิ้นหลิงรีบออกมาพบจ้าวหลางโดยลืมเรื่องที่จะคุยกับแม่นางจูเชวี่ยหยูหรานไปเสียสนิท พลันมานึกได้ทีหลังตนก็ไม่มีหนทางอะไรไว้ติดต่อแม่นางจูเชวี่ยหยูหรานแล้ว ด้วยเหตุนั้นตัวเลือกเดียวก็คือฝูจิ้นหลิงต้องติดต่อผ่านแม่นางมู่หลันฮวาที่เป็นเพื่อนสนิทแทน


เดิมทีฝูจิ้นหลิงค่อนข้างลังเลที่จะกล่าวเรื่องนี้กับมู่หลันฮวาเล็กน้อย แต่จากที่อ่านเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้นมา มู่หลันฮวาเป็นตัวละครฝ่ายดีที่คอยช่วยเหลือจ้าวหลางมาตลอด ฝูจิ้นหลิงจึงโล่งใจพลางคิดว่าหากเป็นมู่หลันฮวาก็คงจะไม่เป็นไร


ฉะนั้นก่อนที่จะไปท่องเที่ยวเทศกาลลี่หลินฝูจิ้นหลิงจึงได้ส่งจดหมายนัดแนะเวลากับมู่หลันฮวาไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะนภาครามมีศิษย์มากมายเจ้าสาขาอย่างมู่หลันฮวาคงไม่ได้ว่างตลอดเวลาอย่างเขา จวบจบได้รับจดหมายตอบกลับ มู่หลันฮวาได้ตอบกลับว่าว่างวันนี้ยามเว่ย(13.00-14.59น.)และสามารถเดินทางมาหาฝูจิ้นหลิงได้ทันที ทว่าฝูจิ้นหลิงปฎิเสธไปเพราะด้วยความที่ตนเป็นบุรุษ ควรจะให้เกียรติโดยการเป็นฝ่ายไปหามากกว่า


แต่เหมือนมู่หลันฮวาจะเกรงใจเขาเป็นอย่างมาก เธอยังยืนยันที่จะเป็นฝ่ายมาหาเขาเองด้วยความดื้อดึงจนฝูจิ้นหลิงต้องตอบกลับไปว่า เช่นนั้นไว้สนทนายามข้าและท่านว่างก็แล้วกันมู่หลันฮวาจึงยอมให้เขาเป็นฝ่ายมาหาเธอที่สาขานภาคราม


ตอนที่ได้รับจดหมายฉบับนี้มาฝูจิ้นหลิงถึงกับอ่านซ้ำหลายรอบ แม่นางมู่หลันฮวาเพิ่งกล่าวว่าให้เขามาสนทนาที่นภาคราม?


นภาครามคืออะไร นภาครามคือสาขาที่อยู่ในการดูแลของผู้อาวุโสเสาหลักมู่หลันฮวาและเป็นเขตหวงห้ามของเหล่าบุรุษโดยเด็ดขาดเพราะว่าศิษย์ในสาขานภาครามทั้งหมดล้วนเป็นสตรี! กฎของนภาครามเคร่งครัดมากขนาดเหลียงเป่ยชางที่เป็นเจ้าสำนักยังไม่ยกเว้น เดิมฝูจิ้นหลิงแค่อยากจะนัดมู่หลันฮวาที่โรงเตี้ยมสักแห่งไม่คิดว่าอนุภาพของเซียนวิญญาณจะทำให้มู่หลันฮวามิสนใจกฎระเบียบที่สืบทอดกันต่อมาและเชิญเขาไม่ที่นภาครามเสียได้


ฝูจิ้นหลิงยิ้มเหม่อลอย ในเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้นบรรยายไว้ตลอดเวลาว่าศิษย์ของนภาครามสวยอย่างนู้นอย่างนี้ ทั้งตัวเก็งนางเอกยังมาจากนภาครามถึง 3 คน...


ร่างเล็กรีบร้อนลงจากเตียงไปแต่งตัว ปกติฝูจิ้นหลิงมักจะสวมใส่ชุดสีขาวแบบที่มีลายปักไม่มาก ทว่าวันนี้เป็นวันพิเศษเขาจึงหยิบชุดสีขาวที่คิดว่าสง่างามที่สุดออกมาสวม


ระหว่างแต่งตัวสายตาก็เหลือบไปเห็นหยกคู่ขาวดำสลักลายกระเรียนร้อยด้วยเชือกสีแดงวางอยู่ตรงโต๊ะเล็กไม่ไกลจากตน ฝูจิ้นหลิงหยิบพวกมันมาพินิจพลางคิดว่ามีของพวกนี้อยู่ในห้องเขาด้วยหรือ ลายสลักของพวกมันงดงามมากอีกทั้งยังถูกชะตากับเขาอีกด้วย


“ถ้ามันอยู่ในห้องนี้ก็คงเป็นของเรา” ฝูจิ้นหลิงกล่าวก่อนห้อยพวกมันไว้ที่เอว


เสวี่ยจิ้งเหอที่เดินผ่านมาเห็นซือฝุของตนเองกำลังจะออกจากเรือนจึงกล่าวถาม “ซือฝุไปไหนหรือขอรับ?”


ฝูจิ้นหลิงเผลอกล่าวตอบอัตโนมัติ “ซือฝุมีนัดสนทนากับแม่นางมู่หลันฮวาที่นภาคราม...” ทว่าพอเงยหน้าเจอคนที่ตนตอบก็ชะงักไปเล็กน้อย


เขายังไม่ได้เคลียร์กับเสวี่ยจิ้งเหอเลย


ในขณะที่ฝูจิ้นหลิงเอ่ยตอบ สีแดงและสีดำที่โดดเด่นบริเวณเอวของฝูจิ้นหลิงเรียกสายตาของเสวี่ยจิ้งเหอ


เห็นเสวี่ยจิ้งเหอนิ่งเงียบไป ฝูจิ้นหลิงที่กลัวศิษย์คนโตจะงอนเพิ่มจึงเอ่ยอีกครา “ซือฝุไปไม่นานเพียงแค่พูดคุยธุระประเดี๋ยวก็กลับ”


เสวี่ยจิ้งเหอเงยหน้ามองฝูจิ้นหลิง ใบหน้าแย้มยิ้มเสมือนกำลังมีความสุข “เช่นนั้นศิษย์ไปด้วยได้หรือไม่ขอรับ?” เสวี่ยจิ้งเหอถาม


ฝูจิ้นหลิงตอบอย่างเด็ดขาด “มิได้ นภาครามมีกฎที่ห้ามบุรุษย่างกายเข้าไปโดยเด็ดขาด”


เรื่องกฎก็แค่เหตุผลไร้สาระ หากเป็นสาขาอื่นเขาไม่ลังเลที่จะพาเสวี่ยจิ้งเหอไปด้วยแต่ถ้าหากเป็นนภาครามฝูจิ้นหลิงไม่ยอมให้เสวี่ยจิ้งเหอได้โดยเด็ดขาด


เพราะว่าถ้าเป็นนภาครามแสดงว่าเจียงหลิ่งจูก็อยู่ที่นั่น! เขายังไม่อยากให้เกิดเรื่องราวรักสามเศร้าระหว่างศิษย์ร่วมอาจารย์ในตอนนี้!


ฝูจิ้นหลิงคิดว่าเสวี่ยจิ้งเหอจะไม่ยอม


เสวี่ยจิ้งเหอกล่าว “น่าเสียดาย เช่นนั้นซือฝุเดินทางปลอดภัยนะขอรับ” ก่อนจะเดินออกมาส่งฝูจิ้นหลิงที่หน้าเรือน


ดูเหมือนเสวี่ยจิ้งเหอจะว่าง่ายกว่าที่คิด


ร่างในชุดขาวและเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะตัวโปรดเรียกกระบี่หลิ่งถิงของตนออกมา ถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปที่กระบี่ก่อนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความรวดเร็ว


ฝูจิ้นหลิงเหลือบไปมองที่หน้าเรือนที่ที่เสวี่ยจิ้งเหอกำลังยืนส่งตนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาไม่รู้สึกถึงอารมณ์แปรปรวนของเสวี่ยจิ้งเหอแล้ว นี่คือ... เสวี่ยจิ้งเหอหายงอนแล้วใช่หรือไม่?


ระยะทางระหว่างเขตทลายฟ้าและนภาครามไกลมากเรียกได้ว่าอยู่คนละทิศของสำนักหลักเลยทีเดียว ทลายฟ้าของฝูจิ้นหลิงอยู่ทิศใต้นภาครามของมู่หลันฮวาอยู่ทิศเหนือ แม้ฝูจิ้นหลิงจะใช้พลังวิญญาณเสริมความเร็วของกระบี่เต็มที่แค่ไหนหลิ่งถิงก็ไม่สามารถรับพลังวิญญาณของเขาได้มากกว่านี้แล้ว ดูจากความเร็วแล้วอีก 1 เค่อเขาน่าจะถึงนภาคราม


รอบข้างก็ไม่มีแต่ป่าไม่มีอะไรให้น่าสงสัย เขาเลยคิดอะไรพลาง ๆ ไปก่อน...


แม้ปกติตัวละครฝูจิ้นหลิงเป็นตัวละครที่ตราตรึงในใจผู้คน ทว่าฉากที่โผล่มาในนิยายน้อยนิดจนแทบจะนับด้วยนิ้วมือข้างเดียวได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้โลกนี้ถูกเปลี่ยนแปลงมากไปจนเกิดผลกระทบนอกจากจ้าวหลางจะตามมาฝูจิ้นหลิงจะไม่ค่อยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับส่วนเนื้อหาในนิยายที่มีจ้าวหลางเป็นตัวละครหลักเท่าไรนัก


“ป่านนี้อาหลางคงกำลังหารือเรื่องกองโจรทมิฬใต้ที่ก่อความวุ่นวายอยู่...” ฝูจิ้นหลิงพึมพำ


ฉากหารือเรื่องกองโจรทมิฬใต้ว่าด้วยกล่าวถึงกลุ่มศิษย์จิวซื่อที่ชักชวนจ้าวหลางปราบกองโจรทมิฬใต้เพื่อความยุติธรรม


ตอนแรกเขาไม่คิดว่าจ้าวหลางจะเข้าร่วมด้วยซ้ำ ในหนึ่งชีวาพิภพสิ้นสาเหตุที่จ้าวหลางคนก่อนเข้าร่วมปราบกองโจรทมิฬใต้เป็นเพราะเขาเป็นคนที่รักความยุติธรรมสุดกู่ ประมาณว่า ที่ไหนมีความชั่วร้ายตนจะเข้าไปกำหลาบมันให้สูญสิ้น ในขณะที่จ้าวหลางตัวจริง...


จะว่าตัวเขาเลี้ยงดูพระเอกของนิยายให้ออกนอกลู่นอกทางก็มิได้ ในเมื่อเจ้าตัวเป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่แรกเริ่ม


นิสัยปัจจุบันของอาหลางเรียกได้ว่า OOC ขั้นสุดยอด ทว่าโชคยังดีที่ถึงแม้นิสัยจ้าวหลางจะเปลี่ยน จ้าวหลางก็ยังดำเนินเรื่องตามแบบฉบับนิยาย


โดยเฉพาะบทกองโจรทมิฬใต้เป็นเนื้อเรื่องสำคัญที่จะทำให้จ้าวหลางได้กระบี่เฟยเทียน กระบี่ที่สามารถต่อกรกับจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยผู้กลืนกินต้นกำเนิดแห่งความชั่วร้ายในอนาคต


ครั้งแรกที่จ้าวหลางและเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยพบกันฝูจิ้นหลิงจำได้ว่าขณะนั้นจอมมารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยบาดเจ็บมาก่อนทำให้พลังมารเหลือไม่ถึงครึ่ง จ้าวหลางที่มีกระบี่เฟยเทียน เกือบจะสังหารเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยได้หากไม่มีชายปริศนาช่วยเจวี๋ยซื่อหานเสวี่ยหลบหนีไปก่อน


คุณงามความดีที่สามารถขับไล่จอมมารและทำให้บาดเจ็บสาหัสได้ทำให้จ้าวหลางถูกยกย่องจากผู้คน ต่อจากนั้น


ฝูจิ้นหลิงหน้าซีดขาว


ต่อจากนั้น ฝูจิ้นหลิงที่เป็นอาจารย์ของจ้าวหลางก็ตาย


“นี่เราลืมคิดเรื่องเดธแฟลกส์หรือเนี่ย” ฝูจิ้นหลิงกล่าวออกมา ลำตัวเอนเอียงคล้ายจะร่วงทว่าตั้งสติทันว่าตอนนี้ตนกำลังยืนอยู่ที่ใด


ทุกวันนี้ตัวเขาใช้ชีวิตในร่างฝูจิ้นหลิงอย่างเอ้อระเหยไปวันวันเนื่องเพราะไม่มีอะไรให้ลำบาก ชีวิตบนยอดเขาแสนเย็นสบาย สัตว์อสูรวิญญาณแสนเชื่อง สองศิษย์ที่มักจะปรนนิบัติรับใช้ กระนั้นตนไม่คิดว่าความสะดวกสบายเหล่านั้นจะทำให้ลืมเรื่องร่างของตัวเองที่ติดธงตายไปเสียสนิท


แถมยังเป็นธงตายหายนะเพราะในนิยายไม่เคยบรรยายเรื่องสาเหตุการตาย แล้วแบบนี้ตัวเขาจะหาหนทางรอดให้ตนเองอย่างไร ถึงแม้ว่าคราแรกตนจะกล่าวว่าเคยตายแล้วจะตายอีกครั้งก็ไม่แตกต่าง แต่ก็


ในตอนที่ได้ก้าวเข้ามาในโลกของเพียงหนึ่งชีวาพิภพสิ้นเขานั้นไม่มีใครให้เชื่อใจ จิตใจด้านชาจากการถูกทอดทิ้ง ไม่มีผู้ใดให้คิดถึง ไม่มีผู้ใดคอยเคียงข้าง ไม่มีผู้ใดจู้จี้ตามดูแล ไม่มีผู้ใดเดินตามติด ไม่มี...


จ้าวหลางและเสวี่ยจิ้งเหอ


ร่างสีขาวถอนหายใจแผ่วเบาในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกว้าวุ่น ตัวเขาไม่เคยห่วงกลัวว่าตนเองตาย แต่ในตอนนี้ห่วงว่าหากตนตายไปจ้าวหลางกับเสวี่ยจิ้งเหอจะเป็นเช่นไรมากกว่า


เวลา 1 เค่อผ่านไปอย่างรวดเร็วฝูจิ้นหลิงหยุดความคิดเมื่อกระบี่หลิ่งถิงหยุดนิ่ง พอมองลงไปข้างหน้าก็เห็นยอดเขานภาคราม ฝูจิ้นหลิงจึงกระโดดลงสู่พื้นที่ทางเข้าตามมารยาทแล้วเขาไม่ควรจะขี่กระบี่เข้าไป


เมื่อเท้าเหยียบพื้นดิน ดวงตาสีอำพันมองไปที่ประตูทางเข้าซึ่งมีหญิงงามในชุดสีฟ้าอ่อนปักลายดอกบัวม่วงยืนอยู่ ฝูจิ้นหลิงจำได้ทันทีว่าหญิงงามผู้นั้นคือแม่นางมู่หลันฮวา ในบทบรรยายกล่าวว่าใบหน้าของมู่หลันฮวาแม้จะไม่งดงามเท่าเจียงหลิ่งจู แต่กิริยา ท่วงท่า การวางตัว ทำให้เธอล้ำค่าเปรียบดั่งเซียนบุปผาผู้หนึ่ง


บทบรรยายนั่นเป็นความจริง มู่หลันฮวาเธอเสมือนเซียนบุปผาผู้หนึ่งจริง ๆ


มู่หลันฮวาก้มหัวคำนับและจึงกล่าว “เป็นเกียรติของข้าที่ได้ต้อนรับท่านเซียนเจ้าค่ะ”


ฝูจิ้นหลิงตอบ “เราต่างเท่าเทียมกัน มิต้องนอบน้อมไปหรอกแม่นางมู่หลันฮวา...” ตัวเขาเป็นบุรุษ ควรจะเป็นฝ่ายเขาต่างหากที่ต้องให้เกียรติสตรี


ทว่าแม้จะได้ยินคำกล่าวตอบของฝูจิ้นหลิง มู่หลันฮวายังคงยืนยัน “มิได้เจ้าค่ะ ท่านเซียนเป็นผู้ถึงสูงส่งส่วนข้าเป็นเพียงมนุษย์ผู้ต่ำต้อย”


ฝูจิ้นหลิงยิ้มแหยในใจ มู่หลันฮวา... นางดูจะเป็นคนหัวแข็งมากกว่าที่คิด


มู่หลันฮวานำทางฝูจิ้นหลิงเข้าประตูเขตนภาคราม เมื่อก้าวเข้าไปในประตูฝูจิ้นหลิงชะงัก


“นี่มันเขตแดน


ทิวทัศน์ที่เป็นยอดเขาสวยงามก่อนหน้ากลายเป็นหมอกหนา ฝูจิ้นหลิงก้าวผ่านประตู ร่างกายรู้สึกวูบโหวงมีบันไดปรากฏอีกทั้งเบื้องหน้ายังเต็มไปด้วยหมอกหนาบังตา หากมองด้วยตาธรรมดายากที่จะรู้ว่าหมอกที่ดูเผิน ๆ แล้วเหมือนหมอกธรรมดานี้ได้ซ่อนความลับบางอย่างไว้


ถึงจะไม่น่าเชื่อแต่ฝูจิ้นหลิงคิดว่าหมอกและภาพลวงตาพวกนั้นคือเขตแดน


เขตแดนเป็นพื้นที่เขตวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าอาณาเขตวิญญาณ ส่วนมักจะใช้เป็นเขตแดนพื้นที่สำคัญ ๆ อย่างเขตแดนแบ่งระหว่างทวีปหรือเขตแดนแบ่งระหว่างแผ่นดิน เอาไว้ป้องกันการบุกรุกข้ามทวีปหรือแผ่นดิน


คุณสมบัติในการป้องกันผู้บุกรุกของเขตแดนสามารถสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ได้เลยทีเดียว หากอาณาจักรไหนมีเขตแดนเช่นนั้นอาณาจักรก็จะมิมีทางโดนศัตรูคุกคาม แต่น่าเสียดายการสร้างเขตแดนไม่ได้ง่าย ๆ เพราะการสร้างเขตแดนมีเงื่อนไขในการใช้พลังวิญญาณมากมายซึ่งมีเพียงระดับสวรรค์วิญญาณขึ้นไปเท่านั้นถึงสามารถสร้างมัน


โลกนี้มีระดับสวรรค์วิญญาณกี่คน? เพียงสองมือของฝูจิ้นหลิงก็เพียงพอที่จะนับแล้ว


ให้ยกตัวอย่างสถานที่ที่มีเขตแดน ก็เช่นยอดเขาทลายฟ้าที่มีตัวเขาเป็นเจ้าของ ยอดเขาทลายฟ้ามีเขตแดนครอบคลุมไว้เป็นเขตแดนที่กั้นด้วยม่านพลังวิญญาณใส สามารถมองเห็นภายในภายนอกแต่ไม่สามารถเข้ามาข้างในได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเขตแดน


หรือจะเป็นสถาบันมังกรทองศักดิ์สิทธิ์ของทวีปผิงอัน ที่มีอาจารย์ใหญ่เป็นระดับสวรรค์วิญญาณ


แต่เขตแดนของนภาครามแตกต่างกับเขตแดนปกติทั่วไป


ฝูจิ้นหลิงคิดว่าเขตแดนของนภาครามอาจจะเป็นกรณีพิเศษซึ่งเป็นเขตแดนที่เกิดจากแก่นกลางที่มีพลังวิญญาณสูงและสามารถเพิ่มพลังวิญญาณของตนเองได้ตลอดเวลา


เขตแดนที่มีทั้งภาพลวงตาและหมอกเหมือนกับว่าไม่อยากให้ใครเห็นอะไรบางอย่าง อาจจะเป็น...ของสำคัญ?


ดวงตาสีอำพันเรืองรอง ฝูจิ้นหลิงใช้เนตรวิญญาณมองไปรอบ ๆ


พื้นที่ทั้งหมดเต็มไปด้วยพลังวิญญาณหนาแน่นหมายความว่าหมอกพวกนี้ไม่ใช่หมอกตามธรรมชาติแต่เป็นหมอกที่สร้างจากพลังวิญญาณจริง ๆ จุดที่มีพลังวิญญาณหนาแน่นที่สุดควรจะเป็นที่ตั้งของแก่นกลาง


“แม่นางมู่ที่นภาครามมีทะเลสาบด้วยรึ” ฝูจิ้นหลิงถาม


มู่หลันฮวาตอบ “ไม่มีเจ้าค่ะ นภาครามมีน้ำตกและแอ่งน้ำอยู่บ้างทว่าไม่ใหญ่ถึงขั้นทะเลสาบเจ้าค่ะ”


โอ้... ถ้าเช่นนั้นทะเลสาบบัวขนาดใหญ่ที่เขาเห็นอยู่มันอะไรกันล่ะเนี่ย


สิ่งที่ฝูจิ้นหลิงเห็นคือทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีดอกบัวขยายพันธุ์กินพื้นที่ไปเกือบครึ่ง เป็นดอกบัวที่มีกลีบอ่อนด้านในเป็นสีม่วงและกลีบแข็งด้านนอกเป็นสีน้ำเงิน


ไม่ ไม่ เขาอาจจะมองผิดไปก็ได้


ฝูจิ้นหลิงจ้องเขม็ง ไม่ว่าจะมองกี่ดอกหรือจ้องมากเท่าไหร่ก็ยังคงเป็นดอกบัวที่มีกลับอ่อนด้านในเป็นสีม่วงและกลีบแข็งด้านนอกเป็นสีน้ำเงินเช่นเดิม ซึ่งลักษณะเช่นนี้ ...น่าจะเป็นบัวม่านหมอกราตรี


ฝูจิ้นหลิงหลุดเสียงออกมา “เอ้ย!


มัวแต่มองไปที่อื่นจนเท้าตนเองสะดุดเพราะเหยียบไม่ถึงขั้นบันได ฝูจิ้นหลิงสะดุ้งออกจากภวังค์ความคิดอีกทั้งตนเองยังเผลอส่งเสียงน่าอายเพราะเกิดอาการตกใจ


เขารีบมองไปที่มู่หลันฮวาที่เดินนำหน้าก่อน นางยังคงเดินเป็นปกติ


“เฮ้อ...” ฝูจิ้นหลิงถอนหายดังเฮือกใหญ่ มู่หลันฮวาที่รู้สึกผิดปกติเหลือบมามองด้วยความสงสัย “ท่านเซียนเป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ” มู่หลันฮวาถาม


“มิมีอันใด เมื่อกี้ข้าเพียงรู้สึกระคายคอเล็กน้อย” ฝูจิ้นหลิงกล่าวด้วยท่าทางสุขุม


ทุกอย่างกลับเป็นปกติมู่หลันฮวาหันไปนำทางเช่นเดิม ส่วนฝูจิ้นหลิงก็หันไปมองทะเลสาบและตกอยู่ในภวังค์ความคิดอีกคราโดยไม่เข็ดกับการเดินสะดุดบันไดเลยสักนิด


ฝูจิ้นหลิงคิดว่าจะเป็นอะไรที่สำคัญเสียอีก ที่แท้แล้วก็แค่บัวม่านหมอกราตรี


บัวม่านหมอกราตรีเป็นสมุนไพรระดับต่ำ ต่ำของจริงแบบที่ไม่ใช่มาตรฐานของเซียนวิญญาณอย่างฝูจิ้นหลิง หาง่าย ปลูกง่าย อายุยืน มีคุณสมบัติคือสามารถกักเก็บสามารถพลังวิญญาณได้มากแต่ประโยชน์ใช้สอยน้อยเนื่องจากพิษอ่อน ๆ ที่ใบสีน้ำเงินของมัน


ฝูจิ้นหลิงพินิจมองไปที่กลุ่มดอกบัวอีกครา


ปกติถึงบัวม่านหมอกราตรีจะหาได้ง่าย ๆ แม้กระทั่งตามแอ่งน้ำก็ตาม แต่บัวม่านหมอกราตรีมีนิสัยผิดแปลกไปจากดอกบัวอื่นคือส่วนดอกของบัวจะไม่เติบโตใกล้กัน แตกต่างจากทะเลสาบที่ฝูจิ้นหลิงกำลังพินิจอยู่ที่บัวม่านหมอกราตรีอัดแน่นจนเกือบจะกลายเป็นพื้นที่เดียวกันเสียแล้ว


หรือว่าแก่นเขตแดนไม่ใช่บัวม่านหมอกราตรีแต่เป็นทะเลสาบ..?


“ข้าเพิ่งลงจากแดนสวรรค์ไม่นาน มิทราบว่ายอดเขานภาครามก่อตั้งตั้งแต่เมื่อใดรึ” ฝูจิ้นหลิงถามมู่หลันฮวา


มู่หลันฮวาขบคิดก่อนจะกล่าวเสียงเรียบนิ่ง “น่าจะก่อตั้งพร้อมสำนักกิเลนฟ้าเจ้าค่ะ”


มีบันทึกเกี่ยวกับผู้นำสาขาสืบทอดกันมาทุกรุ่น มู่หลันฮวาไม่แน่ใจแต่จำได้ว่าเธอเคยอ่านไว้เมื่อช่วงรับตำแหน่งเจ้าสำนักใหม่ ๆ เมื่อสิบปีก่อน


“แล้ว... แม่นางพอจะรู้หรือไม่ว่าหมอกพวกนี้เริ่มปรากฏตั้งแต่เมื่อใด” ฝูจิ้นหลิงถามต่อ


มู่หลันฮวาส่ายหน้า “ตั้งแต่ข้ารับตำแหน่งเมื่อสิบปีก่อนหมอกแห่งนี้ก็มีอยู่มาก่อนแล้ว ข้าเองก็เคยสงสัยถึงที่มาของมันทว่าในบันทึกของเจ้ายอดเขาแต่ล่ะรุ่นมิเคยมีบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับมันไว้”


จากคำกล่าวของมู่หลันฮวา ฝูจิ้นหลิงคิดว่าในนภาคราม ไม่สิ ในสำนักกิเลนฟ้าไม่มีใครรู้ว่าสาขานภาครามถูกครอบคลุมด้วยเขตแดนอย่างแน่นอน ที่มั่นใจเพราะด้วยนิสัยของเหลียงเป่ยชางหากรู้ว่าในดินแดนสำนักตนมีสถานที่ป้องกันอันแข็งแกร่งขนาดนี้ล่ะก็คงไม่ปล่อยสาขานภาครามยึดเป็นที่ตั้ง


ที่น่าแปลกคือทำไมเขตแดนตามธรรมชาติแห่งนี้ถึงยอมให้คนในสาขานภาครามเข้ามาและมอบสิทธิ์การเพิ่มคนเข้าออกให้กับเจ้าสาขานภาครามทุกรุ่นต่างหาก


ดอกบัวแต่ละดอกสัมผัสจากพลังวิญญาณก็มากกว่าร้อยปีขึ้นไปเช่นนั้นเขตแดนม่านหมอกราตรี(ตั้งชื่อเองเสร็จสับ)อาจจะมีมานานกว่าร้อยปีก็เป็นได้ นานขนาดนั้นหากมีเรื่องอันตรายเจ้าสาขานภาครามก็ต้องมีบันทึกไว้บ้าง ทว่ามู่หลันฮวากลับไม่เคยได้ยินบันทึกกล่าวเรื่องใด ฝูจิ้นหลิงคิดว่าเขตแดนนี้น่าจะปลอดภัย


สิ้นสุดขั้นบันไดหมอกหนาจางหายไปฝูจิ้นหลิงรู้สึกได้ถึงอากาศที่อุณหภูมิลดต่ำลง เขากระชับผ้าคลุมตัวเองให้แน่นขึ้น


เอาไว้หลังสนทนากับมู่หลันฮวาเสร็จเขาจะแวะเวียนไปเสียหน่อย





ช่วงคุยกับนักเขียน

ปมเยอะจัง

Twitter : @Mellion009 

#อย่ากินซือฝุ -> แจ้งข่าว Cut อื่น ๆ

ฝากนิยายเรื่องใหม่ > Tales of demon prince and war god



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.562K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,506 ความคิดเห็น

  1. #3381 QUITLEŃ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 12:14
    เฮ้อ เสียหมด มาดคนหล่อที่สั่งสมมา
    #3,381
    0
  2. #3277 MitsukiCarto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 11:20
    น้ำทะเลสาปต้องพิเศษแน่ๆเลยอ่ะ
    #3,277
    0
  3. #3217 -134340 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 16:24
    อุทานซะหมดมาด55555555
    #3,217
    0
  4. #3169 pcy921 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 00:07
    ซือฝุตื่นมาก็เที่ยวเลยนะคะ
    #3,169
    0
  5. #2998 อยากเปลี่นชื่อID (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 19:54
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #2,998
    0
  6. #2598 Peachz. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 07:47
    น้องเลี้ยงจอมมารไว้กับตัวเองแล้วนะตอนนี้ ชื่อเดี๋ยวกับอาจิ้งเลยนี่จอมมารเนี่ย ถ้าจอมมารเป็นตัวการที่ฆ่าน้องจริงไปอ่านะ เพราะนิยายที่น้องอ่านไม่ได้ลงดีเทลเรื่องการตายของน้อง
    #2,598
    0
  7. #2359 love_forever 1992 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 23:30
    น้องไม่ได้หาเรื่อง. แต่บางทีเรื่องก็มาหาเอง 555+
    #2,359
    0
  8. #1957 บทเพลงแห่งความเหงา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 19:55
    ก็คือเราคิดว่าคนที่ช่วยจอมมารคือซือฝูนี้แหละแล้วทีนี้ก็มีเหตุทำให้ตายหลังจากนั่นจ้าวหลางก็ลงสู่สายดาร์กน่าจะเป็นแบบนี้นะตามเนื้อเรื่องเดิมก่อนที่น้องจะเข้ามาอยู่ในร่างซือฝูอ่ะ
    #1,957
    0
  9. #1956 OtaQueen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 15:18
    รีไรต์แล้วสนุกขึ้นมากเลยค่ะ
    #1,956
    0
  10. #1929 Zaru_San (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 02:52
    สรุปแล้วกระบี่ชื่ออะไรอะคะ เห็นเขียนไว้ว่า กระบี่*ชื่อกระบี่* อย่างงี้อะค่ะ
    #1,929
    1
    • #1929-1 ฮาล์ฟจัง(จากตอนที่ 10)
      27 กรกฎาคม 2562 / 07:38
      แก้ไม่หมดขอบคุณนะคะ
      #1929-1
  11. #1906 ^ice^ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 15:43
    เดี๋ยวนะ จอมมารที่ว่ามันอาจิ้ง— เรื่องนี้มีเงื่อนงำาาาา
    #1,906
    0
  12. #1892 เจ้าเมฆจะล่องลอยไป (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 22:07
    น้องโคตรซน อาหลางอาจิ้งปวดหัวรอเลยนะ ต้องดุเเล้ว ดื้อที่หนึ่ง
    #1,892
    0
  13. #1891 srt1w (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 19:16
    ไอ่น้องงงงงงง ซนอีกแล้ว
    #1,891
    0
  14. #1880 trp1021 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 15:06
    น้องเอาอีกแล้วววว เดี๋ยวโดนโกรธหรอก
    #1,880
    0
  15. #1870 kanyaest (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 13:10
    เป็นเซียนรักษาภาพพจน์หน่อยลูก5555555555 สะดุดบันไดไปเรื่อย55555555
    #1,870
    0
  16. #1856 มี่หมิง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 08:02
    น้อง5555555 ความสะดุด
    #1,856
    0
  17. #1852 milk-m.g.m (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 22:16
    น้องวิ่งเข้าหาเรื่องแล้ววววว กลัวววววว

    นิยายสนุกนะไรท์อ่านจากรอบที่แล้วมันละเอียดขึ้นมากกกกกก มีปมให้แก้มากขึ้นชอบแบบนี้ แบบที่เป็นไรท์ เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์~
    #1,852
    0
  18. #1851 baconmy. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 21:59

    จ้าวหลางยังเป็นตัวเอกอยุ่หรือไม่ออกน้อยจัง55555
    #1,851
    0
  19. #1849 Sa-banee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 21:52
    สะดุด5555555555555555
    #1,849
    0
  20. #1848 Xiao Qian (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 21:51
    ซือฝุหาเรื่องเก่ง รอต่อตอนไปค่ะ
    #1,848
    0
  21. #1847 bambam_jtmn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 21:51
    เอ็นดูอ่าา~~ไม่ได้สะดุดนะ!!!
    #1,847
    0
  22. #1845 Sairattz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 20:25
    ซือฝุน่าเอ็นดูมากเเงงง ;—;
    #1,845
    0
  23. #1844 arij-joint (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 20:12

    ถ้านายเอกจะทำอะไรก็คิดถึงแต่เสวี่ยจิ้งเหอแบบนี้ เราว่าเปลี่ยนจาก 3p เป็น 2p ดีกว่ามั้ย เหมือนนายเอกจะให้ความสำคัญกับเสวี่ยจิ้งเหอเหลือเกิน ที่อ่านมาไม่เห็นคิดถึงความรู้สึกของจ้าวหลางเลยนิ อะไรๆก็คิดถึงเสวี่ยจิ้งเหอๆตลอดอ่ะ

    #1,844
    1
  24. #1843 Aimarea (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 19:57
    เอ็นดูวววซือฝุ~~~//โดนจ้าวหลางและเสวี่ยจิ้งเหอลากไปเก็บ
    #1,843
    0
  25. #1842 love-novel-pp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 19:55
    นิยายสนุกมากๆเลยค่ะ :-)
    #1,842
    0