(นาย)(นาง)ร้ายกลายรัก

ตอนที่ 1 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 เม.ย. 57

บทนำ

                ...หากตอนนั้น...ฉันดูแลเธอมากกว่านี้...

                ...หัวใจดวงนี้...คง...ไม่.......

                เวลา 22.23 น. ณ ห้องอาหารชื่อดังของโรงแรมแห่งหนึ่ง

                “ขอเชิญเจ้าบ่าวกล่าวแนะนำตัว แสดงความรู้สึก และกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน เชิญครับ”พิธีกรหนุ่มภายในงานแต่งงานแห่งหนึ่งกล่าวขึ้น หลังจากงานแต่งงานแห่งนี้ดำเนินไปจนถึงช่วงสุดท้าย

บนเวทีมีบ่าวสาวคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของงานแต่งงานในครั้งนี้ยืนอยู่ท่ามกลางแขกเหรื่อที่พากันมาอย่างล้นหลาม รวมทั้งสื่อมวลชนที่เก็บภาพความทรงจำนี้ไว้อย่างต่อเนื่อง

ร่างสูงโปร่งของเจ้าบ่าวอยู่ในชุดสูทสีขาวตลอดทั้งตัว ก้าวเท้าขึ้นมาพร้อมรับไมโครโฟนจากพิธีกรที่เพิ่งกล่าวจบไป ดวงตาสีฟ้ากวาดมองไปรอบๆห้องอย่างเฉื่อยชา ผมสีดำที่ถูกเสยอย่างเรียบร้อย เรียกเสียงกรี้ดจากบรรดาแขกสุภาพสตรี รวมทั้งรูปร่างที่สมส่วนของเจ้าบ่าวลูกครึ่งยุโรป เอเชียคนนี้

“เรียนท่านประธานจัดงาน คุณพ่อคุณแม่   และแขกผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่านกระผม นาย มาร์เชล อศิรเศวต  รู้สึกดีใจที่มีวันนี้ และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านทั้งหลายสละเวลามาร่วมงานครั้งนี้  ขอบพระคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเป็นอย่างสูงยิ่งที่กรุณามาร่วมงาน  ขอบคุณเพื่อน ๆ และน้อง ๆทุกคน  ขอให้ทุกท่านมีความสุขมาก ๆ นะครับ   สวัสดีครับ”

ร่างสูงเอ่ยริมฝีปากอย่างรวดเร็วโดยที่หน้านั้นยังยิ่งสนิท โดยมีสายตาของหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าสาวมองอย่างไม่ชอบใจ โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายชายกล่าวเพียงประโยคสั้นๆเรียบง่าย ราวกับว่าเจ้าตัวพูดเพียงผ่าน ก่อนพิธีกรจะเห็นท่าไม่ดี รีบรับไมโครโฟนจากฝ่ายชายมากล่าวต่อ

“เอ่อ...คือ.. เป็นคำพูดที่เรียบง่ายสมกับเจ้าบ่าวเลยนะครับ แหะๆ...ท่าทางเจ้าบ่าวจะตื่นเต้นเกินไปนะครับ งั้นขอเชิญเจ้าสาวกล่าวแนะนำตัว แสดงความรู้สึก และกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน ครับ เชิญครับ”

พิธีกรรีบแก้สถานการณ์ของบรรยากาศอึมครึมแล้วรีบส่งไมโครโฟนให้เจ้าสาวที่ยืนรอรับอยู่แล้ว

“เรียนท่านประธานจัดงาน คุณพ่อคุณแม่   และแขกผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่าน ดิฉัน นางสาว อริสรา เวชอนันตกูล”ร่างบางยิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนรับกับทรงผมสีเดียวกัน ดูอ่อนหวานน่ารัก เกินจะเชื่อว่าหญิงสาวคนนี้คือ ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่านางร้ายแห่งยุค

“ดิฉันยอมรับว่ารู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ รู้สึกดีใจมากมากเลยค่ะ และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านทั้งหลายสละเวลามาร่วมงานครั้งนี้  ขอบพระคุณทุกคำแนะนำที่ทุกท่านมอบให้นะคะ  พวกเราจะจดจำและนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับชีวิตการครองรักครองเรือนของพวกเรา ในวันข้างหน้าค่ะ

นอกจากนี้ต้องขอขอบกราบพระคุณคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงลูกมาจนเติบใหญ่  ส่งเสริมให้ลูกได้เรียนจนสุดความสามารถ เมื่อถึงคราวมีคู่ครอง  คุณพ่อคุณแม่ก็พยายามสรรหาและช่วยลูกในการตัดสินใจในการเลือกคนที่จะมาเป็นคู่ครองจนได้เจอกับผู้ชายคนนี้ คนที่ลูกรักและเขาก็รักลูก ช่วยเป็นที่ปรึกษา และจัดงานแต่งให้ในวันนี้ ขอบคุณมากนะคะ คุณพ่อคุณแม่ขอบพระคุณทางครอบครัวของเจ้าบ่าวด้วยนะคะ ที่คอยสนับสนุนให้กำลังใจจนเราสองคนได้มีวันนี้  ขอบพระคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเป็นอย่างสูงยิ่งที่กรุณามาร่วมงาน  ขอบคุณเพื่อน ๆ และน้อง ๆทุกคนที่มาร่วมงานวันนี้  ขอให้ทุกท่านมีความสุขมาก ๆ นะค่ะ สวัสดีคะ”เจ้าสาวกล่าวอย่างเป็นมิตรเรียกรอยยิ้มและบรรยากาศที่อบอุ่นคืนมา เรียกเสียงปรบมือของแขกทุกคนที่ต่างก็ยินดีกับคู่บ่าวสาวคู่นี้

งานแต่งงานดำเนินไปอย่างราบรื่นด้วยดี แต่จะมีใครสักกี่คนที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้ว...มันกลับเป็นเพียงความหลอกลวง

สายตาของเจ้าบ่าวที่มีแต่ความเย็นชา แข็งกระด้าง โดยเฉพาะเมื่อมองไปยังร่างของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาโดยสมบูรณ์ของตน กลับมีแต่ความว่างเปล่า ไม่ต่างจากหญิงสาวที่มองเจ้าบ่าวของตนด้วยสายตาเดียวกัน

0 ความคิดเห็น