คุณชอบหน้าอ่านนิยายแบบใหม่มั้ย
ช่วยบอกเราหน่อย
คัดลอกลิงก์เเล้ว

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน....ที่เขาเฝ้าคอยแต่ฤดูหนาว?
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...ที่เขาเฝ้าคิดถึงเพียงรอยยิ้มของเธอ?

นางฟ้า...

สาวน้อยที่ตกลงมาในอ้อมแขนของเขาในวันหิมะแรกนั้น....กลายเป็นคนที่เขาโหยหามากที่สุด
.
.
.

     เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว....ผมได้พบกับเด็กผู้หญิงคนนึง เด็กผู้หญิงที่ผมใช้เวลาช่วงปิดเทอมฤดูหนาวกับเธอทุกปีตั้งแต่พบกัน ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่มีโอกาสได้พบกับเธอ

                                                           ฤดูหนาวครั้งนั้น ในวันที่เราสองคนพบกัน

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 



(ยูกิโอะกับฟุยุจัง รูปประกอบสวยๆจาก Qcrown ค่ะ!)




Link Page Qcrown https://www.facebook.com/QCrown-207743099696837/




Another Story Link ::

 


+++++++++++++++++++++++



 

 



เพลง Ano Ha Na secret base ending song [Music Box]



ธีมน่ารักๆจาก : Berlin Theme



Snow Memory คิดถึง...นางฟ้า

เรื่องสั้น ฤดูหนาว 2016

Author : Pandora P.

ลงครั้งแรก -05/02/2016-

 


b e r l i n ?

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 8 ก.พ. 60 / 20:02

บันทึกเป็น Favorite


1

บ้านหลังนั้น...

     

ฤดูหนาวที่15 :โตเกียว 5 วันก่อนวันคริสมาสต์


            ตัวเอง~ คริสมาสต์นี้ไปเที่ยวกลางเมืองกันเถอะนะ~”  เด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลหน้าตาน่ารักกระเง้ากระงอดพลางดึงมือของผมไปจับไว้แถมยังส่งสายตาเหมือนลูกแมวขี้อ้อนให้อีกด้วย เธอก็เป็นเหมือนผู้หญิงคนอื่นอยากใช้เวลาช่วงคริสมาสต์กับแฟน ทานเค้กครีมสดแล้วก็แลกของขวัญน่ารักๆกัน

            ขอโทษนะคือผมต้องกลับบ้านน่ะใบหน้าสวยงอง้ำลงทันที

            อีกแล้วเหรอ?”

            “…”

            ตั้งแต่คบกันมาไม่ว่าจะปิดเทอมไหนๆตัวเองก็ไม่เคยอยู่กับเค้าเลยถามทีไรก็อ้างว่าต้องกลับบ้านตลอด

            เค้าก็น้อยใจนะเค้าอยากเที่ยวกับแฟนบ้างถ่ายรูปมาอวดเพื่อนๆบ้างทำไมตัวเองไม่เคยเข้าใจเค้าเลย

            เค้าเหนื่อยแล้วเราเลิกกันเถอะนะ

            จบคำ…’แฟนเก่าของผมก็เดินออกจากห้องเรียนไป

            ผมชื่อยูกิโอะเป็นนักเรียนชายธรรมดาที่ใช้ชีวิตอยู่ในโตเกียวแล้วก็อย่างที่พวกคุณรู้ผมพึ่งเลิกกับแฟนด้วยสาเหตุงี่เง่าว่า ผมไม่มีเวลาให้เธอ

            หยุดเลย...อย่ามองเหมือนผมผิดจะได้มั้ย! ผมไม่ได้ไม่อยากไปเที่ยวกับเธอสักหน่อยแต่เพราะธรรมเนียมงี่เง่าของที่บ้านที่ว่า ทุกวันหยุดยาวต้องกลับบ้านทำให้ผมไม่มีเวลาให้เธออย่างเสียไม่ได้ต่างหากล่ะ! และในเมื่อเธอทนไม่ได้ผมก็ไม่คิดว่าผมควรจะรั้งเธอไว้เพราะต่อให้ครั้งนี้ไม่ได้เลิกกันต่อไปก็ต้องเลิกกันอยู่ดี

I miss you巡り会えた奇跡


(ผมคิดถึงคุณ ปาฏิหาริย์ที่ทำให้เราได้พบกัน)


運命は君と共に


(โชคชะตาของผมอยู่กับคุณ[1])

 

            เสียงริงโทนของโทรศัพท์ขัดจังหวะความคิดไร้สาระที่กำลังเพิ่มขึ้นมากทุกที ผมสะบัดหัวไล่ความคิดทั้งหมดนั่นแล้วกดรับสาย

            ยูกิพูดครับ

            [ยูกิแม่คงไม่ได้กลับบ้านกับลูกนะ]

            คำพูดของคุณแม่ที่ดังมาตามสายไม่ได้ทำให้ผมแปลกใจแต่อย่างใด

            ครับ

            [อ๊ะ! แค่นี้ก่อนนะลูกแม่มีประชุม]

ติ๊ด!

            สายถูกตัดไปแล้วผมถอนหายใจแล้วทำใจว่าต้องกลับไปที่ บ้านหลังนั้นลำพังอีกครั้ง

            คุณแม่ของผมเป็นซิงเกิ้ลมัมทำให้ท่านโหมงานหนักเพื่อให้ลืมคุณพ่อ จนบางครั้งงานพวกนั้นก็ทำให้ท่านไม่สามารถลางานในช่วงวันหยุดยาวได้

            ผมคว้ากระเป๋านักเรียนขึ้นพาดบ่าแล้วออกเดินอย่างไม่เร่งรีบนัก เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนปิดเทอมฤดูหนาว เด็กส่วนใหญ่จึงยังอยู่ในโรงเรียนเพื่อคุยกันก่อนที่จะไม่ได้เจอกันอีกหลายสัปดาห์ โรงเรียนที่ปกติ(ในช่วงเวลานี้ของวัน)จะไม่ค่อยมีคนจึงมีนักเรียนอยู่อีกมาก

             ผมเดินออกมาจากโรงเรียน  ตรงไปที่สถานีรถไฟ  แตะบัตรซุยกะลงกับเครื่องแตะบัตร  ทำทุกสิ่งเหมือนที่ผมเคยทำทุกวันสิ่งที่ไม่เหมือนเดิมมีเพียงอย่างเดียว  คือการที่ผมต้องเก็บกระเป๋าเพื่อกลับไปที่ บ้านหลังนั้น

 



2

ยามเมื่อหิมะโปรยปรายเราสองคนได้พบกัน



ฤดูหนาวที่15 : 4 วันก่อนวันคริสมาสต์


อากาศในห้องโดยสารเย็นจัดจนไอสีขาวฟุ้งออกมาจากปากเวลาหายใจ แต่ถึงกระนั้นหิมะแรกก็ยังไม่ตก เสียงหายใจฟืดฟาดของคนข้างๆไม่ได้น่ารำคาญมากไปกว่าเสียงจักจั่นในหน้าร้อน ผมทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟซึ่งวิวทิวทัศน์ต่างจากเมื่อชั่วโมงก่อนโดยสิ้นเชิง พยายามคาดเดาว่าเมื่อไหร่กันที่หิมะจะตก มันคงแปลกพิลึกถ้าไม่มีหิมะในวันคริสมาสต์

ไม่นานหลังจากนั้น รถไฟก็ชะลอลงจอดที่ชานชาลา ผมรอจนผู้โดยสารรอบๆตัวลงไปหมดจึงค่อยหยิบสัมภาระแล้วเดินลงมา สองเท้าเดินพาออกเดินอย่างคนที่รู้ทางในเมืองนี้ดี...

คุณพ่อของผมเกิดที่นี่.... เมืองเล็กๆเมืองหนึ่งในฮอกไกโด เมืองซึ่งเรียบง่าย ต่างจากโตเกียวลิบลับ ท่านพบรักกับสาวเมืองหลวงอย่างคุณแม่ ทั้งคู่แต่งงานกัน ท่านทั้งสองตัดสินใจคลอดผมที่โตเกียว... และแม้ว่าคุณพ่อจะตายไปแล้ว ผมยังคงต้องกลับมาที่นี่ทุกปิดเทอมตามคำสั่งของ คุณย่า

เลี้ยวผ่านร้านน้ำชา คือบ้านหลังใหญ่ของตระกูลอิจิโนเสะ รถยนต์ที่จอดเรียงรายอยู่หน้าบ้านหลายคันคือสิ่งที่บ่งบอกว่าลูกพี่ลูกน้องของผมมาถึงกันก่อนแล้ว

โอ้! ดูสิว่าใครมา!” เสียงสดใสที่คุ้นเคยพร้อมกับวงแขนที่ตรงเข้ารัดคอทำให้ผมเบ้หน้า

อะไรของแกวะ ไอบ้าเรย์

เจ้าของชื่อยกยิ้มสดใส มันเป็นผู้ชายที่ตัวเท่ากันกับผม แถมหน้าตาก็ยังคล้ายกันสุดๆ ต่างก็ตรงที่สีผมของมันเป็นสีส้มเหมือนพระเอกอนิเมะซักเรื่อง

อะไรวะ ไอ้คุณชาย แม่ไม่มาด้วยเลยงอแงเหรอเรย์พูดแล้วลงมือค้นกระเป๋าผมทั้งๆที่พวกเรายังไม่ได้เดินเข้าบ้านด้วยซ้ำ

ขนมของฉันอ่ะ?”

ไม่มีว้อยยยย!” ผมตัดบทแล้วหันไปโค้งให้อีกคนที่เดินเข้ามา

สวัดดีครับพี่ซาราดะพี่ซาราดะยิ้มน้อยๆแล้วกล่าวถามเหมือนทุกครั้งที่เราเจอกัน

ไง สบายดีเหรอ

ครับผมยิ้ม

เข้าบ้านกันเถอะ คุณย่ารอนายอยู่

รอยยิ้มบนใบหน้าของผมเจื่อนลงโดยอัตโนมัติ

++++++++++++++++++++


ผลสอบของหลานทุกคนถูกวางเรียงกันเบื้องหน้าสตรีที่มีศักดิ์สูงที่สุดในบ้าน ใบหน้าที่เหี่ยวย่นไปตามกาลเวลานั่นน่าเกรงขามมากขึ้นเมื่อเจ้าตัวไม่คิดจะยิ้ม ซ้ำยังแผ่ไอเย็นให้หลานทุกคนเสียววาบเล่นๆ

            เรย์ หลานรู้ตัวรึเปล่า ว่าผลการเรียนของหลานตกลงเสียงเข้มๆจากบุคคลที่พวกผมเรียกว่า คุณย่าเอ่ยตำหนิคนผมสีส้ม ทว่าเจ้าตัวก็ทำเพียงแค่ยักไหล่เท่านั้น

            ทราบครับ

            ทำไมถึงไม่คิดจะเอาอย่างซาราดะบ้าง?พี่เขาตั้งใจเรียนจนได้ท็อปทุกวิชาเห็นมั้ย!” ประโยคหลังคุณย่าขึ้นเสียง ทว่าเป็นอีกครั้งที่ผมเห็นเรย์มันไม่แคร์ แถมยังเอ่ยย้อนอีกด้วยว่า เพราะผมไม่ใช่พี่ซาราดะไงครับ ผมถึงทำไม่ได้

            เรย์!” คุณย่าตะโกนด้วยเสียงกราดเกรี้ยว พยาบาลประจำตัวแตะไหล่ของท่านให้ใจเย็นลง

            ผมนึกอิจฉาเรย์...

            หมอนั่นไม่เคยทำตามความต้องการของคุณย่าแม้แต่ครั้งเดียว ตั้งแต่เด็กๆแล้วที่พวกเราถูกกดดันเรื่องการเรียนจากคุณย่ามากกว่าจากพ่อแม่เสียอีก แต่พวกคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่เคยค้านคุณย่าเรื่องนั้น มีแต่พ่อแม่ของเรย์เท่านั้นที่ดูจะค้าน และไม่ยอมรับบทลงโทษที่คุณย่ากำหนดไว้เพื่อใช้สำหรับหลานคนใดก็ตามที่ผลการเรียนหรือความประพฤติตกลง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะพ่อแม่ของเรย์ต่างจากญาติๆที่เหลือซึ่งทำงานอยู่ในบริษัทของคุณย่า ทำให้เกรงใจท่าน ผมได้ยินมาว่า พ่อกับแม่ของเรย์เลือกที่จะไปหางานที่อื่น เหมือนกับคุณพ่อคุณแม่ของผม

            และนั่นทำให้เรย์ไม่เคยสนใจกับกฏที่คุณย่าตั้งไว้เลยเจ้าตัวเคยบอกผมว่า กฎของคุณย่าน่ะ มันไร้สาระว่ะ ฉันไม่มีทางทำตามเด็ดขาด นายรู้รึเปล่า ท่านต้องการให้เราท็อปทุกวิชา ใครทำได้ก็บ้าแล้วแต่ถึงอย่างนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการดูหักหน้ากันมากเกินไป มันจึงทำผลการเรียนให้อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง-ดี เท่านั้น แม้ผมเชื่อว่า ลึกๆแล้ว มันจะฉลาดมากก็ตาม...

            ส่วนผม ก่อนคุณพ่อเสีย ก็เป็นเหมือนเรย์ แต่หลังจากนั้น คุณแม่ก็ขอไว้ว่า อย่างน้อยก็ให้ตามใจคุณย่าท่านไว้ เพราะท่านคงเสียใจมากที่คุณพ่อผมด่วนจากไป...

            ยูกิโอะ…” เสียงทรงอำนาจที่เรียกชื่อทำให้ผมรวบรวมสติแล้วเตรียมใจสำหรับผลพิพากษาที่กำลังจะตามมา ผมพยายามประคองเสียงให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วตอบกลับไปว่า

            ครับ

.

.

.

ฤดูหนาวที่15 :  วันคริสมาสต์อีฟ


            น่าเบื่อ...

            เป็นความรู้สึกที่วนไปเรื่อยๆในหัว ผมถูกยึดโทรศัพท์(อย่างที่เรย์มันพูด บทลงโทษงี่เง่า)  อากาศเย็นลงจนหายใจเป็นไอ ทว่าหิมะก็ยังไม่ตก มันน่าแปลกมาก ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันคริสมาสต์อีฟแต่ที่นี่กลับไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงเทศกาลนี้เลย ไม่มีต้นคริสมาสต์ ไม่มีหิมะ ไม่มีกล่องของขวัญใบใหญ่...แต่ก็อย่างว่า คนที่นี่ไม่สนใจเทศกาลนี้ด้วยซ้ำไป ถ้านี่เป็นที่โตเกียวล่ะก็ ร้านเค้กคงพร้อมใจกันทำโปรโมชั่น บริษัทต่างๆใจกลางเมืองคงประดับประดาไปด้วยไฟหลากสี...

            ทำไมผมต้องมาติดอยู่ที่บ้าๆแบบนี้ด้วยวะ?

            แกจะทำหน้าซังกะตายแบบนั้นไปถึงเมื่อไหร่เรย์เดินมานั่งข้างๆ ทอดสายตามองสวนแบบญี่ปุ่นสมัยก่อนที่คุณย่าสั่งให้คนมาจัด ภายใต้ใบหน้าที่ยังยิ้มอยู่นั่น ผมสัมผัสได้ว่า...เรย์ก็กำลังเซ็งอยู่เหมือนกัน มันก็ไม่อยากติดแหง็กที่นี่ในวันแบบนี้...

            ผมไม่ได้ตอบอะไร พวกเรานั่งเงียบๆจนกระทั่งเรย์เปรยขึ้นว่า ที่นี่มีตำนานเมือง...

            ตำนานเมือง?”

            ในวันที่หิมะกำลังจะตก ตอนเที่ยงคืนตรง ถ้านายไปที่ภูเขาหลังหมู่บ้าน นายจะพบกับนางฟ้า

            ผมสบตากับเรย์ก่อนที่เจ้าตัวจะพูดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และนางจะทำให้ความปราถนาของนายเป็นจริง

            ไม่ว่าสิ่งที่เรย์พูดจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่....สามทุ่มครึ่งของวันนั้น ผมก็แอบหลบออกมาจากบ้านเสียแล้ว

++++



            อากาศเย็นจนแม้จะสวมเสื้อโค้ทที่หนามากก็ยังหนาวอยู่ดี หรือจะกลับ? ผมถามตัวเองเป็นร้อยครั้ง แต่เท้ายังก้าวต่อไปเรื่อยๆ

            ห้าทุ่มห้าสิบ

            ผมนั่งลง พิงตัวกับต้นไม้ต้นใหญ่ จากมุมนี้ เมืองทั้งเมืองแทบจะไม่มีแสงสว่าง บ้านทุกบ้านปิดไฟและเข้านอนกันหมด ที่เห็นมีแค่บ้านของผม ซึ่งพวกญาติๆยังคงทำงานกันอยู่เท่านั้น

            ห้าทุ่มห้าสิบแปด...

            อีกสองนาทีเท่านั้น... มันน่าแปลก เพราะอะไรผมที่มาที่นี่ทุกปี ถึงไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าที่ว่านั่นเลย... หรือว่าผมจะโดนเรย์หลอกซะแล้ว...

           

เที่ยงคืน


            เงียบ...

            ไร้วี่แววของอะไรทั้งนั้น...

            ผมลุกขึ้น ปัดดินที่ติดอยู่บนกางเกง

            โอเค... ผมโดนไอ้เรย์ต้มเสียเปื่อย ต้องลากสังขารขึ้นมาบนนี้แถมยังกลับไปมือเปล่า...

            งี่เง่าที่สุด...


เต้ง เต้ง เต้งงงงงง

            วินาทีที่ระฆังประจำเมืองส่งเสียงร้องถึงการมาถึงของวันใหม่ ร่างของใครบางคนก็ตกลงมาอยู่ในอ้อมกอดของผม...

ตุบ!

            เด็กผู้หญิง!

            ผมเบิกตากว้าง รับรู้ถึงความเย็นที่แผ่ออกมาจากเรือนร่างของสาวน้อยปริศนา และทันใดนั้นเอง...

            ละอองสีขาวก็โปรยปรายลงมา...

            ร่างในอ้อมกอดของผมลืมตาขึ้น ใบหน้าของเธอระบายยิ้มหวานพลางเอ่ยว่า

            สุขสันต์วันหิมะแรกค่ะ

 

 

 

 

 3

เด็กผู้หญิงของฤดูหนาว


 

            ฟุยุคือชื่อของเธอ...

            เด็กผู้หญิงที่มีดวงตากลมโตสีฟ้าโคบอลท์ ผมสีขาวสว่างเหมือนหิมะ อายุราว10ขวบ ร่าเริงและยิ้มง่าย...

            หลังจากคืนนั้น ผมมาพบเธออีกครั้งในวันถัดมา เธออธิบายว่าตัวเองคือ ภูตของฤดูหนาวและจะตื่นขึ้นเมื่อหิมะแรกของปีตกเท่านั้น เมื่อหิมะตกครั้งสุดท้าย เธอจะหลับจนกว่าหิมะจะตกอีกครั้ง

            เธอชื่ออะไรเหรอ?”

            ร่างเล็กเอ่ยปากถามในขณะที่ผมนั่งลงข้างลำธารซึ่งเริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง เท้าเล็กๆของเธอก้าวออกไปเรื่อยๆ ผมกำลังจะเตือนเธอว่า น้ำแข็งตรงนั้นบาง ทว่าทันทีที่สาวน้อยเหยียบลงไป ผืนน้ำแข็งที่บางเฉียบก็กลายเป็นน้ำแข็งที่หนาพอจะรองรับน้ำหนักตัวของเธอ

อิจิโนเสะ...อิจิโนเสะ ยูกิโอะ

            ยูกิโอะเหรอ ฟุยุชอบชื่อนี้เด็กหญิงระบายยิ้มกว้างพลางสะบัดมือจนเกล็ดหิมะมากมายปรากฏขึ้น

            ของขวัญให้ยูกิโอะ!”

            ผมรับรู้ได้ว่านี่ไม่ใช่เกล็ดหิมะธรรมดา เพราะเมื่อยื่นมือออกไปสัมผัสแล้ว มันไม่ละลายไปอย่างที่ควรจะเป็น...

            ฟุยุอยู่คนเดียวเหรอผมถาม เธอสะบัดหน้ารัวเร็วจนผมฟุ้งกระจาย

            ไม่ใช่ ฟุยุมีพี่ๆ พี่ๆของฟุยุใจดีม๊ากมากกกกสาวน้อยหัวเราะอย่างชอบใจ ยกมือขึ้นมาแล้วเริ่มนับนิ้ว

            พี่ชายคนโตสุดชื่อนัทสึ เป็นภูตของฤดูร้อน พี่ชายคนรองชื่อ ทสึยุ เป็นภูตของฤดูฝน พี่สาวคนที่สามชื่ออะคิ เป็นภูตของฤดูใบไม้ร่วง พี่สาวคนที่สี่ชื่อฮะรุ เป็นภูตของฤดูใบไม้ผลิ ส่วนฟุยุเด็กที่สุด เป็นภูตของฤดูหนาว

            สาวน้อยยิ้มแป้น แล้วชูนิ้วทั้งห้าขึ้นมาให้ดูเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า ครอบครัวของเธอมีกันห้าคน

            ความสดใสของเธอทำให้ผมนึกถึงครั้งแรกที่เธอแนะนำตัว

            ฟุยุชื่อฟุยุ เป็นภูตของฤดูหนาวประจำป่าแห่งนี้

            ไร้เดียงสาราวกับหิมะ คือคำจำกัดความที่ผมมีให้เธอ

            ฟุยุชอบอยู่กับยูกิ อยู่กับยูกิแล้วฟุยุมีความสุข

            เด็กน้อยยิ้ม นัยน์ตากลมโตจ้องผมแป๋ว

            พรุ่งนี้ยูกิจะมาหาฟุยุอีกใช่มั้ย?”

            แน่นอน

            ผมเกี้ยวก้อยสัญญากับเธอ

            เวลาตลอดปิดเทอมฤดูหนาวถูกใช้ไปกับเธอ รู้ตัวอีกที ก็ตอนที่ฟุยุมองมาที่ผมพร้อมกับยื่นนิ้วก้อยออกมาข้างหน้าเหมือนทุกครั้ง

            ฤดูหนาวครั้งหน้ายูกิก็จะมาใช่มั้ย?”

            ผมยิ้มพลางตอบว่า อือ สัญญาเลย



ฤดูหนาวที่ 18


            สามปีแล้วตั้งแต่ที่ผมพบฟุยุครั้งแรก...

            เวลาที่ผ่านมาทำให้ผมรู้ว่า ฟุยุไม่ใช่เด็กไม่รู้เรื่อง เธอรู้ทุกอย่าง นั่นเพราะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี่มานาน... แต่เธอเพียงแค่เลือกที่จะมองโลกหมุนไปด้วยความไร้เดียงสา และคงความบริสุทธิ์ของตนเองไว้เท่านั้น

            เธอเกิดขึ้นมาได้ยังไงน่ะผมถามเธอในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่พวกเรากำลังเล่นหมากรุกกันอยู่

            อืม...ฟุยุเกิดจากคุณต้นไม้

            ต้นไม้?” ผมทวน ฟุยุที่เห็นผมงงวางมือจากกระดานชั่วครู่แล้วขยายความว่า

            ภูตทุกตนเกิดจากต้นไม้ที่อายุหลายร้อยปี และฤดูที่เกิด จะทำให้พวกเรากลายเป็นภูตของฤดูนั้นๆ

            ต้นไม้นั่นอยู่ที่ไหนเหรอ?”

            ลึกเข้าไปในป่า มนุษย์จะเข้าไปไม่ได้ มันจะปกป้องพวกเราให้ปลอดภัย

            “…” ดวงตาสีฟ้าหมดประกายสดใสไปชั่วครู่ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆว่า เพราะถ้าต้นไม้โดนตัด พวกเราจะแตกสลายไป

 

ฤดูหนาวที่ 19


            ทำไมยูกิถึงชื่อว่ายูกิล่ะ?” เด็กหญิงตัวน้อยถาม ผมเกี่ยวเหยื่อกับเบ็ดตกปลา ฟุยุขีดมือเป็นวงกลมบนลำธารซึ่งกลายเป็นน้ำแข็ง พวกมันละลายจนเห็นน้ำใสๆข้างล่าง ผมหย่อนเบ็ดตกปลาลงไปแล้วจึงกลับมานั่งบนเสื่อที่ปูเอาไว้

            เพราะฉันเกิดในฤดูหนาว

            ยูกิเกิดวันที่เท่าไหร่เหรอ?”

            26...26 ธันวาคมดวงตาของสาวน้อยเบิกกว้าง เจ้าตัวหัวเราะคิกคัก บังเอิญจัง! ฟุยุก็เกิดวันนั้นแหละ

            หืม? ใครบอกเธอ

            พวกพี่ๆบอก พี่อาคิเล่าว่า ตอนฟุยุเกิด พี่ๆดีใจกันมาก เป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีที่ภูตของฤดูต่างๆมารวมตัวกันเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ ดวงตาของเด็กคนนี้เป็นประกายเสมอยามพูดถึงพี่ๆของเธอ ผมคิดว่าฟุยุคงรักพี่ๆของเธอมาก

            แล้วยูกิมีพี่น้องมั้ย?” ผมส่ายหัว

            มีแต่คุณแม่ คุณพ่อของฉันเสียไปเมื่อนานมาแล้ว

            ฟุยุขอโทษ…” สาวน้อยพึมพำ ผมลูบหัวเธอเบาๆ เอาน่า เรื่องมันนานมาแล้วล่ะ

            เอาอย่างนี้ดีกว่า! เพื่อไถ่โทษ ปีหน้ามาฉลองวันเกิดด้วยกันนะ! ฟุยุจะเตรียมของขวัญที่ดีที่สุดเอาไว้ให้เลย!” เด็กหญิงกล่าวอย่างหมายมั่น นิ้วเล็กๆถูกยื่นมาข้างหน้าเหมือนทุกครั้ง สัญญารึเปล่า ว่าฤดูหนาวครั้งหน้าเราจะอยู่ด้วยกัน?”

            ผมคลี่ยิ้ม อือ...สัญญา ในขณะนั้นเอง หัวของผมก็คิดอะไรบางอย่างออก เธอไม่คิดจะลงเที่ยวเล่นในเมืองบ้างเหรอ?”

            จริงๆเหรอ!?!?” ฟุยุตาเป็นประกาย ฟุยุยังไม่เคยไปเที่ยวในเมืองมาก่อนเลย คุณต้นไม้ห้ามไว้เพราะกลัวฟุยุจะไปก่อเรื่องยุ่งท้ายประโยค ฟุยุสะบัดเสียงงอนๆ ก่อนที่จะหันไปพูดกับความว่างเปล่าว่า ฟุยุไปได้ใช่มั้ยคะ?” ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากลมที่พัดให้ใบไม้สั่นไหวเบาๆ แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่คิดเช่นนั้น เมื่อดวงหน้าเล็กยิ้มระรื่น เย้ รักคุณต้นไม้ที่สุดเลย!”

            +++++++++++++++

            ฟุยุ ทานช้าๆผมเตือนสาวน้อยข้างกายเป็นรอบที่ร้อยเท่าไหร่แล้วไม่รู้ เมื่อสาวเจ้าเล่นวิ่งเข้าร้านนี้ ออกร้านนั้นเป็นว่าเล่น ทั้งยังหยิบของกินมาโดยไม่จ่ายเงิน ทำให้ผมต้องคอยตามจ่าย... มันอร่อยมากเลยนะ ยูกิลองทานสิ!” เด็กหญิงยื่นซอฟต์ครีมมาให้ โดยที่ไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าไม่มีคนปกติที่ไหนกินซอฟต์ครีมในตอนที่อุณหภูมิเกือบติดลบแบบนี้! ทว่าพอสบตากับดวงตาใสซื่อที่มองตรงมาแล้ว ผมก็ปฏิเสธไม่ลง...

            กินก็กิน...

            รสชาติหวานและความเย็นที่ขึ้นหัวทำให้ผมรีบกระดกชาเขียวร้อนที่พนักงานนำมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว

            เย็นโว้ยยยย!

            ยูกิเป็นอะไรไป ซอฟต์ครีมไม่อร่อยเหรอฟุยุเอียงคอถาม

            เย็นผมตอบ  ดวงหน้าใสๆของภูตตัวน้อยยกยิ้มขึ้น ตามด้วยเสียงหัวเราะสดใสที่ดังไปทั่วบริเวณ

            โถ่ยูกินี่หนาวง่ายจัง ฟุยุยังไม่รู้สึกอะไรเลย!”

            ฉันไม่ใช่ภูตหิมะแบบเธอเฟร้ย! ผมแยกเขี้ยวใส่ทว่าสิ่งที่สาวน้อยทำกลับมีเพียงการหัวเราะเท่านั้น เออ ดีครับ ดี! หัวเราะเข้าไป!

            ฮะฮะ ยูกินี่ตลกอ่ะ

            หลังจากนั้น ผมก็สาบานกับตัวเองว่าจะไม่กินซอฟต์ครีมต่อหน้าเด็กคนนี้อีกเลย

           

ฤดูหนาวที่ 20


            ฟุยุ ฟยุ เธออยู่ที่ไหนน่ะ?” ผมตะโกนเรียกสาวน้อยที่วันนี้หายตัวเข้ามาในป่าโดยไม่รอผมในขณะที่เดินขึ้นภูเขาอย่างยากลำบากเพราะหิมะที่เกาะตามบันได ผมตามหาสาวน้อยจนกระทั่งฟ้าเริ่มมืด...

            ไปไหนของเค้านะ

            สิ้นคำ รอบๆตัวของผมก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นลานน้ำแข็งขนาดใหญ่ เรือนร่างคุ้นตาหายตัวมายืนอยู่ข้างหน้า ดวงตาสีฟ้าสดใสจดจ้องผมก่อนที่เธอจะยิ้มออกมา สุขสันต์วันเกิดยูกิสาวน้อยเอ่ยเสียงหวาน มือเล็กๆนั่นยื่นมาหาผมพลางแตะลงบนใบหน้าเบาๆ  มีความสุขมากๆนะคะ

ผมรู้สึกผิดชะมัด...ถ้าจำไม่ผิด วันนี้ก็เป็นวันเกิดของเธอเหมือนกัน แต่ผมกลับไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรไว้เลย...

ขอบคุณนะ ผมพึมพำ

สาวน้อยกึ่งจูงกึ่งลากตัวของผมออกไปกลางลานน้ำแข็ง เธอสะบัดมือเพียงครั้งเดียวรองเท้าของผมก็กลายเป็นรองเท้าสเก็ต ทำอะไรน่ะ?” โดยไร้คำตอบ ฟุยุเริ่มเต้นรำ เสียงเพลงหวานสบายหูดังขึ้นจากที่ไหนไม่อาจทราบได้ แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้เธอดูราวกับนางฟ้าก็ไม่ปาน...เต้นรำกับฟุยุได้รึเปล่า?” เธอยื่นมือออกมา...

และแน่นอนว่าผมคว้าไว้โดยไม่ลังเล สุขสันต์วันเกิด....แล้วก็ขอโทษนะ

เรื่องอะไรเหรอ

ฉันไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรให้เธอเลย ดวงหน้าหวานเอียงคอก่อนจะคลี่ยิ้ม ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ ยูกิน่ะคิดมาก!”

ทว่าเมื่อเธอเห็นสีหน้าที่ยังไม่สบายใจของผม เธอก็พูดอีกว่า ถ้าอย่างนั้นก็มาหาฟุยุที่นี่สิ...มาหาที่นี่ทุกปีก็พอ ทำได้มั้ย?’ เหมือนกับครั้งแรกที่พวกเราพบกัน เธอยื่นนิ้วก้อยออกมา

วินาทีนั้นผมรู้ตัวแล้วว่า....ผมตกหลุมรักสาวน้อยตรงหน้ามาโดยตลอด

 

ฤดูหนาวที่ 21

 

            เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว....ผมได้พบกับเด็กผู้หญิงคนนึง เด็กผู้หญิงที่ผมใช้เวลาช่วงปิดเทอมฤดูหนาวกับเธอทุกปีตั้งแต่พบกัน ฤดูหนาวกลายเป็นฤดูที่ผมตั้งตารอคอยให้เวียนมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ ผมอยากพบเธอ...อยากคุยเล่นกันเหมือนทุกครั้ง อยากให้เธอใช้แววตาใสๆนั่นจ้องมองมาแล้วขอให้พาไปเที่ยว...

            ผมรักเธอ

            นั่นคือคำจำกัดความสั้นๆ ที่ผมบอกตัวเอง

            ผมกระชับ ‘ของขวัญ’ ในมือ ตั้งใจว่าจะเอาไปเธอเพื่อเป็นของขวัญวันเกิด เด็กคนนั้นจะต้องดีใจมาก...เธอไม่เคยได้รับของขวัญมาก่อน (หรืออาจจจะเคยจากพี่ๆของเธอ...แต่ยังไงผมก็เป็นมนุษย์คนแรกที่ให้เธอนะ!)

            “ฟุยุ! ฟุยุ!” ผมร้องเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ไม่มีแม้แต่ร่างของเด็กน้อยที่ควรจะมาปรากฏตัวและยิ้มให้ผมเหมือนกับทุกครั้ง ‘เธออยู่ที่ไหนกันนะ?’ ผมคิด ตัดสินใจนั่งรอเธอจนกระทั่งค่ำ แต่จนแล้วจนรอดฟุยุก็ยังไม่มา...

.

.

.

            วันนี้เป็นวันสุดท้าย....

            พรุ่งนี้ผมต้องกลับโตเกียว แต่สาวน้อยก็ยังไม่มา เธออยู่ที่ไหนกันแน่ ฟุยุจะปรากฏตัวทุกครั้งที่หิมะตก ปีนี้หิมะตกเร็วด้วยซ้ำไป เพราะอะไรกัน ทำไมเธอถึงไม่ยอมปรากฏตัว...

            ผมวิ่งไปรอบๆเพื่อตามหาเธอ แต่ก็ไม่พบ

            เวรเอ้ย!

            ฟุยุเกิดจากคุณต้นไม้

            อยู่ดีๆ สิ่งที่เธอเคยบอกผมก็ดังสะท้อนไปมาในหัว

            ต้นไม้?’

            ภูตทุกตนเกิดจากต้นไม้ที่อายุหลายร้อยปี และฤดูที่เกิด จะทำให้พวกเรากลายเป็นภูตของฤดูนั้นๆ

            ต้นไม้นั่นอยู่ที่ไหนเหรอ?’

            ลึกเข้าไปในป่า มนุษย์จะเข้าไปไม่ได้ มันจะปกป้องพวกเราให้ปลอดภัย

             ผมออกวิ่ง วิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ประโยคถัดไปที่เธอพูดทำให้ผมกลัวจับใจ กลัวว่าสิ่งที่ผมคิดจะกลายเป็นความจริง…

            เพราะถ้าต้นไม้โดนตัด พวกเราจะแตกสลายไป


++++++++++++++++


            “ยูกิ! ยูกิ!” ฉันร้องเรียกยูกิ ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ได้ยินเสียงของฉันเลย…ทั้งๆที่ฉันพยายามจะบอกเขาแล้ว ฉันมาพบเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาเรียกชื่อ ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปคือ…ยูกิมองไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงของฉัน ฉันพยายามทำให้เขารู้…รู้ว่าฉันอยู่ที่นี่และปลอดภัยดี

            ยูกิวิ่งไปข้างหน้า ลึกเข้าไปในป่าที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ ฉันพยายามห้าม มนุษย์ไม่ควรเข้าไปที่นั่น นอกจากจะไม่รู้ทางแล้ว พวกเขาอาจหนาวตายได้ง่ายๆ  แต่ในเมื่อยูกิไม่ได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ฉันจึงทำได้แค่กรุยทางเพื่อนำทางของเขาเท่านั้น

            “ฟุยุ! เธออยู่ที่ไหน!”

            ฉันอยู่นี่…อยู่ข้างๆเธอ…

            เมื่อมาถึงต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ฉันเห็นยูกินิ่งไป แล้วเขาก็เริ่มร้องไห้…

            นี่คือสิ่งที่ฉันไม่อยากให้เกิดขึ้น…

            ต้นไม้กำลังจะถูกตัด และฉันกำลังจะหายไป

            ตอนนี้พลังของฉันเหลือน้อยเต็มที…ทำให้ไม่สามารถแม้จะปรากฏตัวหรือพูดคุยกับเขาได้

            เพราะต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์มีขนาดใหญ่มากกว่าต้นไม้ต้นอื่นมาก…พวกคนตัดไม้จึงตัดได้แค่ครึ่งเดียว ก่อนที่พวกเขาจะกลับไป แต่ฉันแน่ใจว่าพวกเขาจะกลับมาตัดอีก

            พี่ๆทุกคนโกรธมาก…พี่นัทสึอยากจะฆ่าคนพวกนั้นด้วยซ้ำ แต่ทำไม่ได้…พวกเรามีกฏว่าห้ามทำร้ายมนุษย์โดยเด็ดขาด พี่ๆอยากอยู่กับฉันมาก แต่พวกเขาจำเป็นต้องหลับใหลในฤดูนี้ ฉันสงสารพี่ๆ ฉันไม่แน่ใจว่าพอพวกเขาตื่นมาอีกครั้ง พวกเขาจะพบฉันรึเปล่า

            ฉันบอกลาพวกเขาล่วงหน้าเรียบร้อย พวกเรากอดกันอยู่นานมาก กว่าที่พวกเขาจะหลับใหลไป เหลืออีกแค่คนเดียว ที่ฉันต้องลา…

            ยูกิ…

            เด็กน้อยของฉัน เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าฉันรักเขามากแค่ไหน… ถึงร่างกายของฉันจะเด็ก แต่ฉันอยู่มานานเกินกว่าที่ จะไม่รู้จักคำว่า ‘รัก’…

            ฉันรักเด็กคนนี้…เด็กน้อยที่ฉันได้พบโดยบังเอิญเมื่อหลายปีก่อน…เด็กน้อยที่ทำให้ฉันตั้งตารอการตื่นขึ้นมายิ่งกว่า ใคร…

            แต่ตอนนี้เด็กคนนี้กำลังร้องไห้…ร้องโดยที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้…

            หลายชั่วโมงที่ยูกินั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้น จนเขาผลอยหลับไป… ฉันจ้องมองใบหน้ายามหลับของเขา ผมสีดำสนิท ผิวเนียนละเอียดราวกับผิวเด็ก แพขนตาหนา…

            ฉันนั่งลงข้างๆเขา อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ ไม่อยากให้เวลาพรากเราสองคนจากกัน…


ครืน! ทันใดนั้นเอง หิมะจากบนยอดเขาก็ถล่มลงมา!!!


            “ยูกิ! ยูกิ! ตื่นเดี๋ยวนี้!” ฉันพยายามร้องเรียก ถ้าเขาไม่รีบหลบ เขาต้องตายแน่ๆ!

            “ยูกิ! ตื่นสิ!” หิมะกำลังจะมาถึงตัวของเขาอยู่แล้วนะ บ้าจริง!

            ไม่ทันแล้ว!

            ฉันตัดสินใจใช้พลังเฮือกสุดท้ายเพื่อสร้างโดมน้ำแข็งขึ้นมา

            เพื่อปกป้องเด็กน้อยของฉัน…


            ตูม!!!!!


            เสียงหิมะปะทะเข้ากับบาร์เรียปลุกเขาขึ้นมา ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองฉันอย่างตกใจ ก่อนที่เขาจะครางออกมา

            “ฟุยุ…เธอหายไปไหนมา” ฉันไม่มีแรงจะตอบ พลังของฉันถูกใช้ไปกับโดมน้ำแข็งจนหมดแล้ว ดวงจิตของฉันกำลังจะแตกสลาย…

            “ฟุยุ นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”

            “สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะ” ฉันบอก พยายามยิ้มให้กว้างมากที่สุด ฉันเห็นดวงตาของเขาเบิกกว้างและรื้นไปด้วยน้ำตา โดยไม่มีใครพูดอะไร เราสองคนขยับตัวเข้ากอดกัน

            “อือ…สุขสันต์วันเกิด” ยูกิพึมพำตอบ สร้อยคอเส้นหนึ่งถูกสวมให้ฉันอย่างอ่อนโยน…

            สร้อยที่มีจี้รูปหิมะ…

            “ฉันรักเธอนะ” เขาบอกอย่างนั้น มันเป็นคำพูดที่เหมือนกับแสงเทียนกลางฤดูหนาว…อบอุ่นจนอยากจะร้องไห้ออกมา

            ร่างกายของฉันค่อยๆแตกสลายไปทีละส่วน…

            “ฟุยุก็เหมือนกันนะ รักยูกิที่สุดเลย”

            นั่นคือคำพูดสุดท้ายของฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นสีขาว และสร้อยคอรูปหิมะจะตกลงไปบนพื้น…

.

.

.

            นานมาแล้ว…ผมได้รู้จักกับเด็กผู้หญิงคนนึง....เด็กผู้หญิงที่มีดวงตากลมโตสีฟ้าโคบอลท์ ผมสีขาวสว่างเหมือนหิมะ อายุราว10ขวบ ร่าเริงและ ยิ้มง่าย...เด็กผู้หญิงที่บอกว่าตัวเองเป็นภูตแต่ผมลงความเห็นว่าเธอดูเหมือนนางฟ้ามากกว่า... เด็กผู้หญิงที่ช่างสังเกตและมีนิสัยเหมือนเด็กเล็กๆทั้งๆที่ตัวเองก็อายุเป็นร้อยปีแล้ว...

            ทุกครั้งที่หิมะตก ผมก็อดจะนึกถึงเธอไม่ได้

            ‘สุขสันต์วันหิมะแรกค่ะ’ เธอพูดแบบนั้นในตอนที่เราพบกันครั้งแรก

            ‘ฟุยุก็เหมือนกันนะ...รักยูกิที่สุดเลย’ และคำพูดสุดท้ายที่เธอพูด ก่อนที่หิมะจะโปรยปรายลงมา ราวกับว่าเป็นน้ำตา จากเบื้องบน...

            “ยูกิซัง ถึงเวลาเข้าไปประชุมแล้วค่ะ” เสียงเลขาส่วนตัวเรียก

            “รู้แล้วครับ” ผมตอบ ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างที่หิมะกำลังโปรยลงมา...


            คิดถึงนางฟ้า...


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


# Talk With Writer


     สวัสดีค่า~Pandora P. เองนะคะ เรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นของฤดูหนาว 2016 ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นญี่ปุ่นค่ะ!  #มีความแต่งไปอินไปมากๆเลย ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านกันนะคะ <3 อย่าลืมทิ้งคอมเม้น ติ/ชม ไว้ด้วยน้า น้อมรับทุกความคิดเห็นค่า~

แล้วพบกันในเรื่องต่อไปนะคะ

 

 


           

 

           

 

           

 



[1]Miss You  BREAKERZ


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Pandora P. จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น