Phantom Seeker : หน่วยจารชน ยอดคนพันธุ์อสูร

ตอนที่ 7 : น้ำตาฝังอดีต เสียงหัวเราะแด่ชีวิตใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    14 มี.ค. 58

น้ำตาฝังอดีต  เสียงหัวเราะแด่ชีวิตใหม่


ศาสตร์การต่อสู้ที่ถูกเก็บบันทึกเอาไว้มีมากมายหลายแขนง  แต่ละศาสตร์การต่อสู้มีข้อดีเป็นของตัวเอง อาทิเช่น 

มวยไทยมีจุดเด่นที่การใช้ นวอาวุธคือการใช้หมัด ศอก เข่า และเท้า

ยูยิสสู เด่นที่การทุ่ม ทับ จับ หัก

เทควันโด เด่นที่การหมุนตัวจู่โจมและเตะสูง

คาราเต้ เด่นที่การใช้หมัด ศอก เท้า และสันมือ

คาโปเอร่า เด่นที่การเต้นล่อหลอกและจู่โจมด้วยเท้า

กังฟู เด่นที่ความคล่องแคล่ว ท่ารำ และความต่อเนื่อง บางแขนงหรือบางสายเน้นการใช้อาวุธ

คราฟมาก้า เด่นที่การใช้งานจริง  เน้นในด้านการเอาตัวรอด  และประยุกต์ใช้สิ่งรอบตัว

นอกจากนี้ยังมี MMA (Mixed Martial Arts) การต่อสู้แบบผสม ที่รวมจุดเด่นของศาสตร์การต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน

เนออนสาละวนอยู่กับแผ่นเมมโมรี่ในส่วนของศาสตร์การต่อสู้  เขาหยิบขึ้นมาดูรายละเอียดทีละแผ่นและกำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าตัวเองสมควรร่ำเรียนศาสตร์การต่อสู้ในด้านใดก่อน

ถ้าเน้นยุทธวิธี การใช้งานจริง ก็คงต้องเป็นคราฟมาก้า หรือ MMA แต่ศาสตร์การต่อสู้แขนงอื่นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

ระหว่างครุ่นคิดตัดสินใจ เนออนก็เหลือบไปเห็นเมมโมรี่ที่ซุกเอาไว้ภายในมุมหนึ่งของตู้เก็บ  มันไม่ใช่เมมโมรี่ที่อยู่ในหมวดศาสตร์การต่อสู้  แต่เป็นเมมโมรี่ที่อยู่ในหมวด ทฤษฏีต่อสู้เหนือขีดจำกัด

SSDA(Six Saint Dragon Art)(ศิลปะมังกรศักดิ์สิทธิ์ทั้งหก)

เนออนหยิบเมมโมรี่ดังกล่าวขึ้นมาพิจารณา  ก่อนจะหันหน้าไปหาทริทรานส์ที่กำลังยุ่งอยู่กับการปรับจูนเครื่อง BL ให้พร้อมสำหรับการใช้งาน

“ทฤษฏีต่อสู้เหนือขีดจำกัด..มันคืออะไร!?

ทริทรานส์หมุนตัวกลับมาเพื่อตอบคำถาม “ทฤษฏีต่อสู้เหนือขีดจำกัด คือ ศาสตร์ต่อสู้ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดทางร่างกาย  ฝึกฝนอย่างหนักและเข้มงวดจนก่อเกิดความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับสัตว์ร้ายในเทพนิยายโบราณ  ในที่นี้จะหมายถึง SSDA ซึ่งเป็นทฤษฏีความแข็งแกร่งหกรูปแบบ ดังนี้ขอรับ

ทฤษฏีพลังต่อย หมายถึง หมัดที่ทรงพลังจนทิ้งเสียงไว้เบื้องหลัง ราวกับ มังกรคำราม

ทฤษฏีพลังเตะ หมายถึง การเตะที่เฉียบคมดุจใบมีดเหล็กกล้า ตัดทุกสิ่ง ราวกับ มังกรสะบัดหาง

ทฤษฏีพลังขย้ำ หมายถึง พลังนิ้วที่ขยี้ทุกอย่างจนแหลกเหลว ราวกับ เล็บและคมเขี้ยวของมังกร

ทฤษฏีพลังเจาะ หมายถึง พลังกระแทกที่มีอำนาจทะลุทะลวงทุกอย่าง ราวกับ มังกรพิโรธดับเครื่องชน

ทฤษฏีพลังขยับ หมายถึง ความคล่องตัว  ความเร็ว  ความสมดุล  พลังเท้าที่โอบอุ้มทุกอย่างทางสรีระ ราวกับ ปีกของมังกรที่โอบอุ้มร่างใหญ่โตให้ล่องลอยในท้องฟ้าอย่างอิสระ

ทฤษฏีพลังอึด หมายถึง ความทนทานของกระดูก กล้ามเนื้อ และผิวหนัง พลังป้องกันทางร่างกายที่มาก ราวกับ เกล็ดแกร่งของมังกร

ทั้งหกทฤษฏีถูกคิดค้นขึ้นมาและถูกใช้เพื่อการสร้างนักรบที่แข็งแกร่ง  ทว่าก็ล้มเหลวขอรับ”

“ล้มเหลว!?” เนออนขมวดคิ้ว

“ขอรับ” ทริทรานส์กล่าว “SSDA มีจุดเด่นอยู่ที่ศักยภาพขั้นสุดยอด  เอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยความแข็งแกร่งอันท่วมท้นเพียงอย่างเดียว  ทว่าถึงแม้จะทำความเข้าใจทั้งหกทฤษฏีได้ง่าย  แต่การสร้างศักยภาพตามเป้าหมายทำได้ยาก..ผู้ฝึกจึงไม่มีใครทำได้สำเร็จ  และตามการประมวลผลระดับสูงก็บ่งบอกว่าผู้จะใช้ SSDA จำเป็นต้องมีค่าศักยภาพอย่างต่ำ 30,000 เมทากรัม(หน่วยวัดความแข็งแกร่งทางกาย มีเฉพาะเรื่องนี้)

“30,000 เมทากรัม” เนออนสงสัยอีกรอบ “มันเยอะมากขนาดไหน”

“ท่านเนออนมีค่าศักยภาพทางกาย 1,440 เมทากรัม...คิดดูเอาขอรับว่าเยอะขนาดไหน”

“หา” เนออนอ้าปากค้างและวางแผนเมมโมรี่ลงทันใด

มากกว่า 20 เท่า  ขนาดโอเดอร์อย่างเรายังห่างตั้งขนาดนี้..แล้วจะมีมนุษย์คนไหนสามารถทำได้  ต่อให้เป็นปีศาจก็คงไม่มีทางหรอก  บ้าเอ๊ย..เพราะแบบนี้ถึงเป็นได้แค่ทฤษฏีล้มเหลวสินะ

“ว่าแต่..ท่านเนออนตัดสินใจได้หรือยังว่าจะเรียนศาสตร์ต่อสู้แขนงไหน  ตอนนี้เครื่อง BL พร้อมใช้งานแล้วนะขอรับ”

พอได้ยิน  เนออนก็กวาดเมมโมรี่ทั้งหมดที่นำออกมาดูไปวางไว้ข้างเครื่อง BL และหยิบเมมโมรี่แผ่นหนึ่งออกมาจากกอง

มันคือเมมโมรี่ของศาสตร์การต่อสู้แบบผสมหรือ MMA

“เอาอันนี้ก่อนก็แล้วกัน”

เนออนส่งเมมโมรี่ที่เลือกไปให้ทริทรานส์  จากนั้นก็ขึ้นไปนอนนิ่งอยู่บนเครื่อง BL เพื่อเริ่มต้นการใช้งาน

เครื่อง BL มีลักษณะเป็นเตียงนอนขนาดพอดีตัว  มีที่ล็อกแขน ล็อกขา และหมวกครอบศีรษะอย่างแน่นหนา  พอใส่ครบก็ขยับหนีไปไหนไม่ได้จึงทำให้เนออนรู้สึกอึดอัดและเริ่มกังวลขึ้นมา 

แต่ถึงจะกังวล  เขาก็ไม่คิดที่จะล้มเลิกในเวลานี้

“ใส่เมมโมรี่และเดินเครื่องได้เลย”

เนออนกล่าวออกคำสั่งต่อเจ้าทริทรานส์  จากนั้นกระบวนการเรียนรู้ศาสตร์การต่อสู้จึงเริ่มต้นขึ้น

ทริทรานส์เสียบเมมโมรี่การ์ดที่ได้รับมาจากเนออนลงในช่องเสียบเมมโมรี่ใต้เตียงและกดสวิตซ์ทำงาน  ตัวเครื่องส่งเสียงนับถอยหลังอย่างช้าๆ

5

4

3

2

1

ปิ๊บ!

ในฉับพลัน  บังเกิดกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านศีรษะเข้าสู่สมองของเนออนโดยตรง  ความรู้ในเรื่องของศาสตร์ต่อสู้แบบผสมเริ่มถูกเขียนทีละน้อย  ภาพต่างๆ เริ่มปรากฏขึ้นและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  มากขึ้นเรื่อยๆ  ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด

“อ๊าก”

เนออนส่งเสียงร้องด้วยความทรมาน  ร่างทั้งร่างกระตุก  มือไม้ปั่นป่วนและพยายามดิ้นรนจนเครื่อง BL สั่นกึกกักไม่เป็นจังหวะ 

จากนั้นครู่หนึ่ง  กระบวนการถ่ายโอนความรู้จึงจบลงพร้อมกับร่างของเนออนที่แน่นิ่งลงไป

แม้เป็นเพียงชั่วครู่เดียว  แต่สำหรับเนออนมันคล้ายผ่านมานานหลายปี  ความอ่อนล้ากัดกินหัวใจ  ความเจ็บปวดกัดกินศีรษะจนพูดอะไรไม่ออก  และทำไม่ได้แม้แต่จะลุกขึ้น

เขาคิดว่ามันจบแล้ว  ทว่ามันไม่ง่ายดายถึงขนาดนั้น

“รับทราบ  ทำการเสียบเมมโมรี่”

อยู่ดีๆ ทริทรานส์ก็ส่งเสียงแปลกๆ ออกมา  ดวงตาของมันเกิดการเปล่งแสงสลับข้าง  จากข้างสีเขียวกลายเป็นสีแดงชำรุด  และจากข้างที่สีแดงชำรุดกลายเป็นสีเขียวทำงาน 

ภายใต้สติอันเลือนราง เนออนคิดว่าตนเองฟังไม่ผิด  แต่กว่าเขาจะได้ลงมือทำอะไรก็พบว่ามันสายเกินการณ์ไปแล้ว

เมมโมรี่ถูกเปลี่ยนเป็นแผ่นใหม่ที่ไม่รู้ว่าคืออะไร  และเครื่อง BL เริ่มต้นทำงานอีกครั้ง

“อ้าก”

คราวนี้เนออนกรีดร้องเสียงหลงด้วยความทรมานมากขึ้นกว่าเดิม  ดวงตาของเขาเริ่มเบิกกว้าง  ปากอ้าค้าง  มือไม้เกร็งแน่นิ่ง

ครู่หนึ่งจึงจบลง  และกระบวนการถ่ายโอนความรู้ก็เริ่มต้นอีกครั้ง  อีกครั้ง  และอีกครั้ง

เปลี่ยนเมมโมรี่  กดสวิทซ์เดินเครื่อง

ทริทรานส์ที่คล้ายวิปลาสทำหน้าที่เพียงแค่สองอย่างเท่านั้น  หมุนเวียนเมมโมรี่อย่างต่อเนื่องแบบไม่พัก  และทำจนครบทุกอันที่เนออนนำออกมา

ความรู้มากมายจากเมมโมรี่นับสิบอันถูกถ่ายโอนลงสู่สมองเนออนโดยไม่สนว่าเนออนจะจบลงด้วยสภาพเช่นไร 

มันมากเกินกว่าที่เนออนจะรับไหว

แน่นอนว่าหลังจากเมมโมรี่ถูกเปลี่ยนไปห้าครั้ง  เนออนก็สมองว่างเปล่าและหมดสติไปทั้งที่ยังลืมตา  ในใจทิ้งไว้เพียงคำพูดสั้นๆ ที่ว่า

อุบัติเหตุหรือไง  นี่มัน..ซวยบรม

ถึงแม้จะหมดสติไป  แต่การถ่ายโอนความรู้ก็ยังดำเนินไปตลอดทั้งคืน  ไม่เพียงแต่เมมโมรี่ที่เลือกเอาไว้  แต่เมมโมรี่ภายในห้องรวมความรู้ได้ถูกนำมาใช้กับเนออนจนครบหมดสิ้น

สมองของเนออนกลายเป็นคลังประสบการณ์และความรู้ขนาดใหญ่โดยไม่ได้ตั้งใจ

 

 

เนออนได้สติคืนมาหลังจากเวลาผ่านไปสามวัน  สำหรับเขามันคล้ายตัวเองหลับฝันไปตื่นหนึ่ง  แต่ภายใต้จิตสำนึกกลับเป็นฝันที่ยาวนานหลายร้อยปี 

เขาพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงภายในห้องพัก  โดยมีเจ้าอัลส์ไวเดอร์จอดนิ่งสนิทอยู่ห่างออกไปที่มุมหนึ่ง

ไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาถึงห้องพักได้ยังไง  แต่มันไม่ใช่สิ่งสำคัญ 

ที่สำคัญคือเขารู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง  ผสมผสานกับความมึนงง  สมองรู้สึกหนักอึ้ง  เกิดอาการสับสนและปนเปไปด้วยเรื่องต่างๆ มากมายหลายหลาก

กระบวนการทางความคิดของเขาคล้ายหยุดชะงักลง  ไม่ต้องการคิดอะไรต่อไป  และอยากจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนอีกรอบ 

หากแต่สัญชาตญาณปลุกเร้าไม่ให้เขาทำเช่นนั้น   สภาพของเขาคล้ายซากมนุษย์ที่ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวตลอดด้วยสัญชาตญาณของความหิวโหย

เนออนหลับไม่ลง  เขารู้สึกหิวกระหายราวกับไม่ได้ทานอะไรมาเป็นเวลาหลายร้อยปี 

ทั้งปวดศีรษะ  จิตใจอ่อนล้า  แถมยังโหยหิว  มันทำให้เขาแทบคลุ้มคลั่ง

จากนั้นสัญชาตญาณแห่งความหิวก็ปลุกเร้าให้ร่างกายขยับเพื่อออกหาอาหาร  คล้ายกับสัตว์ร้ายตัวหนึ่งที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล

ครึ่งหลับครึ่งตื่น  เนออนเดินส่ายโงนเงนออกจากห้องพักด้วยแววตาเลื่อนลอย  บางครั้งนั่ง  บางครั้งยืน  กึ่งเดินกึ่งคลาน  ตะเกียกตะกาย  พลัดตกกลิ้งลงบันใดหลายขั้นเพื่อมุ่งหน้าไปให้ถึงยังห้องอาหาร 

แต่กว่าจะถึงชั้นล่าง  เนออนก็อยู่ในสภาพสะบักสะบอม  นอกจากปวดศีรษะ  ยังเพิ่มรอยแผลฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง  แต่เขาไม่คิดบ่น  ไม่มีความรู้สึกใดๆ

แววตาอันเลื่อนลอยจับจ้องอยู่ที่ห้องอาหารและตรงเข้าไป  ใช้ร่างกายดันประตูให้เปิดออก  หย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง

สภาพด้านในร้างไร้ผู้คน  อาจเป็นเพราะไม่ใช่เวลาทำงานจึงมีร้านอาหารเปิดอยู่สองถึงสามร้าน  มีหุ่นยนต์บริการถือเมนูเดินเข้ามา

นอกจากคำว่า เอามาทุกอย่างกับ เอามาเพิ่มอีกเนออนไม่ส่งเสียงกล่าวอะไรนอกจากสองคำนี้

รอไม่นาน  อาหารก็เต็มโต๊ะ  สองมือซ้ายขวาหยิบอาหารตรงหน้ายัดเข้าปากอย่างไม่มีการอาย

จานแล้วจานเล่า  ชามแล้วชามเล่า  อาหารทยอยหมดไปพร้อมกับอาหารจานใหม่ที่ทยอยเสิร์ฟมา  กระเพาะของเนออนราวกับมหาสมุทรไร้ก้นที่สูบทุกอย่างให้หายไป

ความรู้สึกพึงพอใจที่ได้เติมเต็มความหิวของตัวเองทีละน้อยทำให้เนออนทานเยอะขึ้น  เร็วมากขึ้น 

แต่เมื่อทานแล้วอาการปวดศีรษะเริ่มลดน้อยถอยลง  เขาก็เริ่มกินแหลก  และกินทุกอย่างที่ขวางหน้า

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน  จากเดิมที่ห้องอาหารร้างไร้ผู้คนก็เริ่มปรากฏผู้คนทยอยกันเข้ามา  ร้านอาหารที่เดิมทีมีสองถึงสามร้านก็ทยอยกันเปิดร้านเพิ่มมากขึ้น 

ผู้มาใหม่ต่างตกใจกับภาพลักษณ์ตรงหน้า

จานชามถูกซ้อนรวมกันมากมายหลายชั้น  สูงท่วมหัว  ขวดเครื่องดื่มมากมายที่กระจัดกระจายกลิ้งเกลือก  บ้างตั้ง  บ้างล้มหงาย  ไม่ต่างอะไรจากขยะ  เศษซากของอาหารเหลือจำพวกกระดูกที่กองสุมกันเป็นภูเขาขนาดย่อม  และเจ้าของผลงานที่เป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังทานอาหารอย่างตะกละตะกลาม

คนที่เคยรักษามารยาทมากอย่างเนออน  บัดนี้กำลังแปรเปลี่ยนห้องอาหารหรูให้กลายเป็นดงสลัม

ขณะเดียวกัน หุ่นยนต์แม่บ้านหลายตัวก็กำลังเร่งเก็บกวาด  ทำความสะอาดพื้นที่อย่างคร่ำเคร่ง

สภาพห้องอาหารดูวุ่นวายขึ้นมา  เมื่อรวมกับเสียงเอะอะพูดคุยของคนที่ตั้งใจเข้ามาทานอาหารก็ยิ่งครึกครื้นจนหยุดไม่อยู่

บางคนจับกลุ่มยืนดูเนออนอย่างตื่นตาตื่นใจพลางชี้มือชี้ไม้และนินทา 

บางคนรับไม่ได้กับสภาพตรงหน้า  ทานอาหารไม่ลง  และจากไปด้วยท่าทางอารมณ์เสีย

ทว่าก็มีบางคนที่กำลังจับจ้องมาที่เนออนด้วยสายตาอันร้อนแรง

ไอแซค โทเมโทดีลิปเปอร์ที่ทำหน้าที่เป็นครูฝึกและเป็นคนที่กลั่นแกล้งเนออน  กำลังยืนมองเนออนจากระยะไกลด้วยแววตาอันเดือดดาล  ด้านหลังของเขายืนไว้ด้วยโอเดอร์รุ่นเดียวและกลุ่มเดียวกับเนออนที่ต่างอยู่ในสภาพอิดโรยหน้าซีดกันทั้งสี่คน

“ชิ..แค่เด็กน่าสมเพชเพียงคนเดียว  ทำให้ต้องเสียเวลาหาไปตั้งสามวัน”

ไอแซคสบถด่าอย่างไม่ปิดบัง  จากนั้นก็ตรงเข้าไปหาเนออน  และเริ่มปั้นสีหน้าอย่างภาคภูมิใจ

“เป็นไงบ้างศิษย์รัก..หลังจากอาจารย์เสนอชื่อเธอเข้าร่วมทดสอบโอเดอร์เป็นกรณีพิเศษก็นึกเป็นกังวลขึ้นมา..จึงอยากจะแนะนำอะไรให้สักหน่อย..มาด้วยกันกับอาจารย์หน่อยสิ”

พยายามพูดให้เสียงดัง  ดึงดูดสายตาจากคนรอบข้างให้ตนเองดูเป็นครูฝึกที่ดี  แต่พอเข้าไปยืนประชิดทางด้านหลังก็เอ่ยปากราวกับกำลังข่มขู่

“ลุกขึ้นสิไอ้เด็กสิ้นหวัง  พวกเรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน”

น่าเสียดายที่ไร้ซึ่งการตอบสนอง  เนออนยังคงนั่งก้มหน้าก้มตา  คว้าอาหารยัดเข้าปากอย่างไม่ขาดสาย  มือซ้ายขาหมูรมควัน  มือขวาไก่งวงอบ  ส่งเสียงเคี้ยวดังจ๊อบแจ๊บไม่หยุด

ไอแซคที่เห็นก็เริ่มจะฉุนเฉียวแต่ยังคงรักษาท่าทีเอาไว้

“ศิษย์รัก...อาจารย์มีเรื่องจะแนะนำ..ไปกับอาจารย์เดี๋ยวนี้”

ไอแซคใส่อารมณ์เพิ่มมากขึ้น  แต่เนออนก็ยังคงมีท่าทีเหมือนเดิม  ไม่แม้แต่ขยับตัวหรือให้ความสนใจ  มันทำให้ความอดทนของครูฝึกโหดใกล้หมดลง

“ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้”

ไอแซคเริ่มหงุดหงิด  ถึงกระนั้นก็ยังคงไร้การตอบรับจากเนออน 

“หนอย..” ไอแซคขบฟันดังกรอด

ยังไงเนออนก็ไม่ตอบสนอง  ทำให้เขาโมโหและฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะอาหารโดยแรง

ปัง

โต๊ะอาหารสั่นสะเทือนและทำให้จานที่ซ้อนกันไว้เป็นชั้นๆ ล้มคว่ำระเนระนาดตกแตกเต็มพื้น

แน่นอนว่าเมื่อเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น  เนออนก็หยุดชะงักจากการกิน  เขาเอียงศีรษะเล็กน้อยคล้ายงุนงงสงสัย  และกล่าวออกมาสีหน้าตายด้าน

“หือ..เสียงแมลงหวี่” 

จากนั้นมือซ้ายขวาก็คว้าหมับที่จานอาหาร  ก้มหน้าก้มตาลงเพื่อรับประทานต่อไปอย่างไม่สนใจ

ความจริง  เนออนไม่ได้คิดแกล้งหรือจงใจยั่วโมโห  หากแต่เขาไม่รับรู้สภาพรอบตัว   เนื่องจากอยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น  รวมกับอาการปวดหัวรุนแรง  ส่งผลให้หูของเขาอื้ออึง  จึงไม่ได้ยินเสียงเอะอะในห้องอาหาร  ไม่ได้ยินเสียงของไอแซค  ไม่ได้ยินถึงเสียงทุบโต๊ะหรือจานตกแตก  นอกจากเสียงหวี่ๆ หึ่งๆ เหมือนแมลงนับร้อยนับพันตัวบินอยู่ข้างหู  เขาก็ไม่รับรู้ถึงเสียงอื่นใดอีก

ทว่าฝ่ายไอแซคไม่เข้าใจถึงความจริงข้อนี้  และเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่เดือดดาลไปด้วยความโกรธ  มือทั้งสองข้างกำแน่น  ตัวเนื้อสั่นระริกสุดทนทาน

“แมลงหวี่...เทียบครูฝึกอย่างฉันคนนี้เป็นแค่แมลงหวี่” ฟันของเขาขบกรามดังกึกกึกและไม่คิดจะวางท่าทีให้ดูดีอีกต่อไป

“อย่าได้ใจมากไปนัก..คิดว่าเป็นโอเดอร์แล้วจะเหนือกว่าดีลิปเปอร์มากนักหรือไง”

ไอแซคระเบิดอารมณ์โกรธออกมากลางห้องอาหารอย่างโจ่งแจ้ง 

ผู้คนโดยรอบต่างมองดูเป็นสายตาเดียวกัน  ส่วนโอเดอร์สี่คนที่อยู่รุ่นเดียวกับเนออนต่างยืนหน้าซีดสลด  พวกเขาต่างจินตนาการถึงวาระสุดท้ายของเนออนไว้อย่างน่ากลัว

ไอแซคที่กำลังโกรธดิ่งเข้าไปใช้มือคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของเนออนและใช้นิ้วจิกลงไปด้วยความแค้นเคือง  กระชากเนออนที่กำลังนั่งทานอาหารให้หันกลับมา

สายตาของทั้งคู่จึงสบประสานกัน   จากนั้นไอแซคก็กลายเป็นฝ่ายที่ต้องผงะ 

แววตาของเนออนที่เคยดูสิ้นหวังอย่างที่สุดในความทรงจำ  มันไม่มีอยู่อีกต่อไป  ตอนนี้แววตาของเนออนดูราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล  และเป็นสัตว์จำศีลที่กำลังสนุกสนานเพลิดเพลินกับอาหารมื้อแรก

ไอแซคสัมผัสได้ถึงความบ้าคลั่งในแววตาของเนออน  รู้สึกราวกับว่าตนเองเพิ่งโผล่เข้าไปแย่งอาหารจากปากของเสือร้ายตัวหนึ่ง  เขาเสียวสันหลังจนขนแขนลุกตั้งชัน 

จากนั้นสัญชาตญาณป้องกันตัวที่ได้รับการฝึกฝนในฐานะดีลิปเปอร์ก็สั่งให้ไอแซคลงมือก่อน  เขาปล่อยมือจากไหล่ของเนออน  ยกขาขึ้นสูงและตวัดเตะเข้าใส่เต็มหน้าของเนออนในระยะเผาขน

เสียงดัง โครมใหญ่ 

เนออนถูกหน้าแข้งกระแทกเต็มหน้า  ศีรษะผงะหงายราวกับลูกฟุตบอล  แผ่นหลังฟาดตึงลงบนโต๊ะอาหารจนหักกลาง  และลงไปนอนแผ่หลาบนพื้นอย่างไม่เข้าใจเรื่องราว

การลงมือก่อนอันไร้ซึ่งเหตุผล  ทำให้ผู้คนโดยรอบส่งเสียงวิจารณ์เซ็งแซ่

ขณะเดียวกัน  เนออนเกิดความรู้สึกสับสนและไม่เข้าใจมากยิ่งกว่าใครๆ

อะไร  ทำไม  เกิดอะไรขึ้น

เขานั่งทานอาหารอยู่คนเดียวไม่ข้องเกี่ยวกับใคร  แต่ทำไมตัวเขาถึงได้ลงมานอนแผ่อยู่ที่พื้น  แล้วอาหารที่เคยกองอยู่ตรงหน้าหายไปไหน

เจ็บ..ทำไมเราถึงเจ็บ

เนออนยกมือขึ้นลูบบริเวณใบหน้า  ศีรษะยังคงปวด  สมองก็หนักอึ้งจนคิดอะไรไม่ออก  เขาดันตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้น  และพบว่าเบื้องหน้ามีใครบางคนยืนอยู่

“ใคร!?..”

เนออนจำไม่ได้แม้กระทั่งใบหน้าของครูฝึกโหด  ผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีถ่ายโอนความรู้ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีชีวิตข้ามเวลาหลายร้อยปี  นอกจากความรู้  ประสบการณ์ในเรื่องต่างๆ ที่อัดแน่นเต็มสมอง  ความทรงจำเกี่ยวกับตัวเองคล้ายถูกลบเลือนหายไป

“เราคือใคร!?” เขาจำไม่ได้แม้กระทั่งตัวเอง  และยิ่งคิดก็ยิ่งปวดศีรษะรุนแรงมากขึ้นจนสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน

แต่สีหน้าที่ดูบิดเบี้ยวของเนออนทำให้ไอแซครู้สึกหวั่นหวาดขึ้นมา 

แค่เนออนโดนลูกเตะของดีลิปเปอร์ที่มีศักยภาพเทียบได้กับโอเดอร์เข้าไปเต็มๆ และยังลุกขึ้นได้ราวกับไม่เกิดอะไรก็ทำให้รู้สึกเหนือความคาดหมายมากแล้ว  แต่พอเนออนแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวคล้ายกำลังโกรธจัดก็ยิ่งทำให้รู้สึกระแวงหนักขึ้นไปอีก

ไอแซครู้สึกเหมือนว่าตนเองถูกตีแสกหน้า  ก่อนหน้านี้ตนเองประเมินเนออนต่ำเกินไป

“หรือเจ้านี่..จะหลอกใช้เราจริงๆ  อย่างที่คนอื่นเขาพูดกัน” ยิ่งคิดก็ยิ่งยอมรับไม่ได้และกระตุ้นให้โมโหมากขึ้น

“ไอ้ชั่วเอ๊ย..”

ไอแซคด่าทออย่างฉุนเฉียว  หน้าตาบิดเบี้ยว  ควงหมัดขยับเท้าดิ่งเข้าหาเนออนอย่างรวดเร็ว

หมัดขวาชกใส่กลางลำตัว  ศอกซ้ายกระแทกใส่ปลายคาง  เท้าซ้ายเตะตัดใส่ข้อพับ  สลับเท้าขวาเตะใส่ต้นแขน

ร่างของเนออนกลายเป็นกระสอบทรายที่โยกซ้ายที  ขวาที  โงนเงนส่ายไปมา  เนื้อตัวบอบช้ำ  เสื้อผ้ายับเยิน

ถึงกระนั้นเนออนก็ยังไม่ล้ม  และจับจ้องไปที่อีกฝ่ายเขม็ง

เขาทำร้ายเราเพื่ออะไร

ศีรษะรู้สึกปวดร้าว  สมองลั่นอื้ออึง  รู้สึกว่าตนไม่เข้าใจเลย 

เนออนยืนให้อีกฝ่ายทำร้ายจนหนำใจโดยไม่คิดโต้ตอบ  แต่พอยืนรับหมัดและเท้าจากอีกฝ่ายเพิ่มมากขึ้น   ความเจ็บปวดตามร่างกายก็คล้ายปลุกสำนึกและความทรงจำให้หวนคืนมา

ภาพชีวิตวัยเยาว์ที่ถูกกลั่นแกล้ง  ไม่มีใครคบ  ไม่มีใครเล่นด้วย  บางครั้งถูกแกล้งปาหินใส่ 

ภาพชีวิตวัยรุ่นที่ยังคงถูกกลั่นแกล้ง  ถูกอันธพาลรีดไถ  ถูกเพื่อนร่วมห้องกดหัวและใช้งานมิต่างจากคนรับใช้

ภาพความโชคร้ายทั้งหลายแหล่ที่เคยประสบพบเจอ 

ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในความอ่อนแอ  ความรู้สึกสาปแช่งในสิ่งที่เรียกว่าชะตา

เรื่องราวของอสูรกาย  เฟรยา  โอเดอร์  ดีลิปเปอร์  วาลอร์ แฟนธ่อมซีกเกอร์  การดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอด

ความสิ้นหวัง  ความแค้น  และความเกลียดชัง

ทุกอย่างผุดขึ้นในเวลาเดียวกัน  และมันทำให้เนออนต้องหลั่งน้ำตาอาบหน้าเป็นสาย

ในขณะที่ร้องไห้  เขาก็แสยะยิ้มพลางส่งเสียงหัวร่อออกมาพร้อมกัน  สภาพไม่ต่างอะไรจากคนที่เสียใจสุดขีดจนถึงขั้นวิปลาสเป็นบ้า

ไอแซคที่พบว่าเนออนเปลี่ยนแปลงไปคล้ายคนเสียสติก็รีบชิ่งหนีถอยห่างทันที  สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนถึงอันตรายร้ายแรงบางอย่าง  เป็นความรู้สึกเลวร้ายยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับไนท์แมร์ตนใดที่เคยพบพาน  พรั่นพรึงจนขนลุกไปทั่วร่าง

ฝั่งผู้คนที่อยู่ในห้องอาหารก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศอึดอัดชวนสยอง  ทีแรกพวกเขารู้สึกสนใจเพราะคิดว่าดีลิปเปอร์ตีกับโอเดอร์คงจะมันดี  หากแต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่คิด

ภาพที่พวกเขาเห็นคือดีลิปเปอร์ที่เป็นครูฝึกลงมืออยู่ฝ่ายเดียว  ลงมืออย่างรุนแรง  ไม่มีการยั้งมือ  ส่วนฝั่งโอเดอร์หนุ่มก็ยืนทนรับการทำร้ายอย่างน่าเห็นใจ  ที่แปลกคือโอเดอร์หนุ่มไม่มีอาการหรือท่าทางของการบาดเจ็บเลย 

เหตุการณ์ดำเนินไปครู่หนึ่ง  ฝ่ายดีลิปเปอร์ก็เหมือนตกใจกับอะไรบางอย่างและกระโดดถ่อยห่างอย่างร้อนรน  จากนั้นโอเดอร์หนุ่มก็แสดงอาการราวกับวิปลาสออกมา

หลังน้ำตาสุดระทมทุกข์  และหัวเราะอย่างมีความสุขในเวลาเดียวกัน  วิปลาสอย่างน่าสะพรึง 

พวกเขาต่างรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่น่ากลัวซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น  มองเห็นเนออนที่คล้ายมีบรรยากาศเปลี่ยนไป และไม่เข้าใจในความหมายของสิ่งที่เนออนแสดงออกมา

สำหรับเนออน  เขารู้ตัวดีว่าตนเองไม่ได้วิปลาส

น้ำตาของเขาหลั่งรินเพื่อฝังอดีต  เสียงหัวร่อคือระฆังอวยพรแด่ชีวิตใหม่

หลังจากได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ  จิตสำนึกก้าวข้ามเวลาหลายร้อยปี  เขาก็จำได้เสียทีว่าตนเองคือใคร  

ตัวเขาคือเนออน  หากแต่เป็นเนออนที่ไม่มีใครเคยรู้จัก

“ความสิ้นหวัง  ความแค้น  และความเกลียดชัง  เป็นทั้งเพื่อนและพลังอันยิ่งใหญ่”

เนออนกล่าวพึมพำด้วยแววตาที่ดูกร้านโลก  ไม่ใช่คนไร้เดียงสาอีกต่อไป

สมองที่เคยรู้สึกหนักก็กลับปลอดโปร่งโล่งสบาย   อาการปวดศีรษะรุนแรงก็พลันอันตรธานหายไป 

พอลำดับเหตุการณ์ได้  เนออนก็รับรู้และเข้าใจว่าอีกฝ่ายเข้ามาลงมือทำร้ายเขาอย่างไร้เหตุผล  แววตาของเขาจึงจับจ้องไปที่ร่างของไอแซคอย่างน่ากลัว

เป็นมันอีกแล้ว..ครูฝึกชั่ว

เพียงพริบตาที่เห็น  ความแค้นและความเกลียดชังก็พวยพุ่งไปทั้งจิตใจ

“มากเกินไป..” ร่างทั้งร่างสั่นระริกไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “กลั่นแกล้งกัน.มากเกินไปแล้ว”

ฝั่งไอแซค แม้จะรู้สึกหวั่นวิตกในตัวเนออนที่ดูเปลี่ยนไปอยู่บ้าง  แต่เขาก็ไม่คิดที่จะยอมรับในความผิดพลาดของตนเอง

“ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง  แต่คือการสั่งสอนแนะนำ” เขาโต้ตอบกลับอย่างถือดี

ขณะที่เนออนรู้สึกโกรธจนสุดทนทาน  พลังโกรธาที่เยือกเย็นไปถึงวิญญาณ

“แด่กายนี้  วิญญาณนี้..” เขายืดอก  เงยหน้าขึ้น  ใช้มือเสยผมแสกหน้ารวบไว้ที่ด้านหลัง  หรี่ตามองไอแซคอย่างดูแคลนราวกับสิ่งมีชีวิตไร้ค่าตัวหนึ่ง  แฝงเร้นไปด้วยความดุร้ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“..สาบานไว้แล้ว..จะไม่มีวันอ่อนแอ”

 

 

 ***************************************************************************************


ยิ่งรีไรท์  ยิ่งมันมือ  เนออนหลุดเข้าสู่วิถีมืดไปแล้ว
เดี๋ยวต้องพากลับมาด้านสว่างบ้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

3,235 ความคิดเห็น

  1. #2988 Majorl3oat (@majorl3oat3046) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 12:45
    ยูยิสสู นี่คือ จูจุสสึ (ออกเสียงแบบญี่ปุ่นนะ) ใช่มั้ยครับ ถึงอิงเขียน jujitsu ก็เถอะ หะๆ
    เปล่าครับ ถามเฉยๆนะ ผมก็ไม่รู้ว่าในอิงมันออกเสียงยังไง
    #2988
    0
  2. #2874 Zekavarov (@Zekarov) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 16:09
    นึกถึง matrix เลย

    สนุกๆๆ
    #2874
    0
  3. #2567 lnwsaa (@popsaa123) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 03:51
    มันส์ๆ ครัชชชชชชชชชช  มืดๆ ดาคๆ แล้วส่วางหน่อยๆ ก็ได้ดีมาดีกลับร้ายมาเจอ100เท่าไง 5555555555555555555555+
    #2567
    0
  4. #2548 srikoon (@lekjomphol) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 13:56
    PIWUT 2547 นะครับ

    จะโต้ตอบตั้งแต่คราวที่แล้ว แต่ยังรอมาก่อน

    วิเศษอะไรมาวิจารณ์แบบไร้สาระ ไร้สมองแบบนี้ ตอนแรกคิดว่าจะติเพื่อก่อ แต่มันดูเหมือน ติเพื่อเหยียบนะครับ  ผมอยากอ่านผลงานของ

    คุณบ้างจัง ดูว่า จะ make sense หรือ non sense กันแน่

    ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องเข้ามา ไ.อ้พวกหนักโลก หวังว่า ภาษาคน คงจะอ่านรู้เรื่องนะครับ

    เล็กจอมพล






    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 มีนาคม 2558 / 19:01
    #2548
    0
  5. #2547 piwut (@piwut) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 10:05
    #2538 การเบลอจากการถูกยัดข้อมูลน่ะ มันเรื่องปกติ แต่ที่ท้วงเพราะ เมื่อมันเบลอ การดำเนินชีวิตมันจะเปลี่ยนไป อยู่ในระดับสัญชาติญาณ ดังเช่น ระบบสัญชาติญาณ ที่สั่ง ให้ร่างกายของ เนออน หาอาหารกินและทานอย่างบ้าคลั่ง ระบบสัญชาติญาณที่สั่งให้ดีลิปเปอร์ลงมืออัดเนออนก่อนที่จะคิด อันนี้ คือ ระบบสัญชาติญาณ แต่ฉากนี้ ไรท์พยายามจะบรรยายเรื่อง ดรามา มากเกินไป จึงทำให้ไปค้างอยู่ที่ เนออนในสภาวะที่ขาดสติ อยู่ในระบบสัญชาติญาณเอาไว้ แล้วไปขัดกับ การที่จะให้มีสติเพื่อต่อสู้ ซึ่งมันขัดกัน เพราะที่จริง ในระบบสัญชาติญาณอันไม่มีสติ ที่คนเราจะเหมือนสัตว์ป่านั้น เมื่อระแวงว่า จะถูกทำร้าย เนออนที่ทรงพลัง ควรจะบ้าคลั่ง แล้วฆ่าครูฝึก ไปก่อน ก่อนที่จะมีสติ รู้ตัว แล้วมานั่งร้องไห้กับความผันผวนของอารมณ์ ในความผิดหรือเรื่องราวที่ตนเองได้กระทำลงไป เหมือนกับเรื่องราวในชีวิตจริงทางสังคม ที่เกิดขึ้นและเห็นในหน้าสังคมทั่วไป ที่คนอ่อนแอ วันหนึ่ง จะเกิดอาการฟิวส์ขาดแล้วลงมือกระทำบางสิ่งบางอย่างลงไปแบบไม่ค่อยรู้ตัว แล้วต่อมาจึงรู้สึกตัวแล้วคิดอะไรได้ แต่ก็สายไปแล้วกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เหมือนอย่างกรณีทอล์คออฟเดอะทาวน์ในตอนนี้ กรณีที่จ่ายักษ์ยิงบิ๊กไบค์ที่ชลบุรีตาย ในขณะที่ ทางพวกเพื่อนและหัวหน้าตำรวจพยายามจะมาออกข่าวลงภาพต่อหน้าสาธารณชนถึงอีกด้าหนึ่งว่า จ่ายักษ์เป็นคนดี แต่พลั้งพลาดด้วยการบันดาลโทสะเท่านั้น แต่ความเป็นจริงที่จ่ายักษ์ได้ฆ่าคนไป มันก็ลบล้างไม่ได้ เช่นเดียวกัน ดังนั้น ในทัศนะของผมจึงคิดว่า มันเป็นดรื่องที่ขัดกัน ขัดธรรมชาติ ที่เนออน ควรฆ่าไปก่อน แล้วค่อยมาคิดแก้ไขในภายหลัง แต่อย่างไรก็ตาม อันนี้เป็นแค่มุมมองของรีดเดอร์ ซึ่งต้องแล้วแต่ ไรท์เตอร์จะเขียนนิยายขึ้นมา ที่รีดเดอร์คงต้องเคารพในความเห็นและข้อเขียนของไรท์เตอร์ครับ ด้วยจิตคารวะในวรรณกรรม
    #2547
    1
    • #2547-1 ChaNomYen (@blackgaluda) (จากตอนที่ 7)
      21 มีนาคม 2558 / 18:33
      ถ้าเป็นระดับสัญชาติญาณอย่างที่คุณบอก ผมว่าเนออนมันต้องไม่มีการแสดงออกหรือโต้ตอบแบบคนแล้วล่ะ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ไม่น่าจะไปสั่งอาหารได้ ถ้าหิวก็คงต้องออกหาอาหารเองแล้วล่ะมั้ง(เจอสิ่งมีชิวิตก็ฆ่า แล้วก็กินสดๆไปเลย) แล้วถ้ามีแต่สัญชาติญาณก็น่าจะจู่โจมทุกอย่างด้วย

      ผมว่าเนออนไม่ได้มีแต่สัญชาติญาณอย่างที่คุณบอก ผมว่าน่าจะแค่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร หรือว่าจะต้องมาทำอะไร ประมาณว่ายังเรียบเรียงข้อมูลในสมองตัวเองไม่ได้(จริงๆแล้วมันก็คือาการเบลอนั่นแหละ)

      ปล.เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องจริง แล้วเครื่องนี้มันก็ไม่มีจริง ผมว่ามันเอาตรรกกะในความจริงมาใช้ไม่ได้
      ปล2.เรื่องนี้จะไปในแนวทางไหนก็ให้ไรเตอร์เป็นตัดสินใจเองดีกว่า การที่ทักท้วงผมว่าไรเตอร์คงจะไม่ว่าอะไรหรอก แต่การที่คุณทักท้วงแล้วบอกว่าเนื่อเรื่องมันควรจะเป็นอย่างนั้น ผมว่ามันดูเหมือนเป็นการสอนไรเตอร์เขาซะมากกว่า
      #2547-1
  6. #2542 srikoon (@lekjomphol) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 09:45
    ในขณะนี้ เรา มีสภาพกินข้าวไม่อิ่มเหมือนเนออนเลย ถ้าได้อ่านซักตอนหรือสองตอน ก็น่่าจะผ่านช่วงนี้ไปได้

    เล็กจอมพล
    #2542
    0
  7. #2541 อย่าทำร้ายรังไข่ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 01:33
    เด๋ว ดร. จัดดาบเลเซอร์สีแดง กะหน้ากากให้ ครัช เปน ดาร์คเวเดอร์ไปเลย 555
    #2541
    0
  8. #2538 รกฺขสฺ (@rew150) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2558 / 13:16
    #2534 ผมเข้าใจว่า มันหมายความว่าเนออนเพิ่งผ่านการโอนข้อมูลลงสมองอย่างหนักหน่วงมาทำให้สมองเบลอ(แบบเบลอหมดทั้งสมองอะครับ)
    #2538
    0
  9. #2535 tunyuss (@tunyuss) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 06:11
    ของเดิมหุ่นกระป๋องน่ารักกว่านะ
    #2535
    0
  10. #2534 piwut (@piwut) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 02:27
    ถ้าการฝึกแบบปลูกฝังจิตใต้สำนึก ทำให้เบลอ ยืนให้คนอัดแล้วจะฝึกไปทำไม ไม่ make sense เลย มันน่าจะกลายเป็นโต้ตอบอัตโนมัติ มารู้ตัวก็เผลอฆ่าทิ้งไปแล้ว ก่อให้เกิดประเด็นปัญหา ต้องอัดกับกลุ่มครูฝึก ไป อย่างนี้ดูจะเข้าท่ามากกว่าเลย บทบรรยายดำน้ำไปเรื่อยๆ บางทีก็หาผักบุ้งไม่เจอนะครับ
    #2534
    0
  11. #2531 LuciferDeKukDarkSide (@rayanoes) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 18:15
    writer กลับมาแล้ว ^^
    #2531
    0
  12. #2529 ขอทานสะท้านฟ้า (@prasart12) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 08:11
    เรื่องนี้เคยอ่านและกลับมาอ่าน แต่คนเขียนหายไปนานมาก เสียดายแต่ไม่รู้จะทำไง แต่ก็ดีใจน่ะที่กลับมา  ยินดีกับการกลับคืนมาสู่เวทีอีกครั้ง
    #2529
    0
  13. #2528 เงามรณะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 22:04
    สนุกสุดๆๆไปเลยคับ อยากอ่านอีก อ้ากกกกกกกก อยากอ่าน ขออีก ขออีก
    #2528
    0
  14. #2527 TheHunTeR (@l2thloser) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 20:59
    ฮ่าๆๆ มันส์ๆ
    #2527
    0
  15. #2526 Sirat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 20:19
    สนุกมากๆๆ
    #2526
    0
  16. #2525 Olaky_f.ful (@olaky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 20:03
    ฉันมารอพี่ที่ เด็กดีทุกวันเลยยยยย อัพทุกวันได้จะดีมากเลยค้าาาาา 

    รอรอรอ 
    #2525
    0
  17. #2523 อ้นเองคร้าบบ (@aon6025) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 17:15
    ชอบมากๆครับ เรื่องนี้
    #2523
    0
  18. #2522 srikoon (@lekjomphol) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 16:54
    กินล้างกินผลาญแบบนี้ กินเผื่อ ซิลเวอร์ด้วยหรือเปล่า ถ้าไปในสถานที่ที่ ไม่มีจะซื้อกิน หรือหาได้ จะทำอย่างไร
    #2522
    0
  19. #2521 Nippoonica (@napatpoon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 15:32
    ผมจะลงแดงแล้ว ขอตอนใหม่ด้วยเถิด
    #2521
    0
  20. #2520 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 14:44
    สนุกมากๆๆๆค่ะ ^^
    #2520
    0
  21. #2517 *-_BeaD_-* (@lookpadbass) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 11:23
    รออยู่นะคะไรท์ มาต่อเร็วๆนะ
    #2517
    0
  22. #2516 A-Boy Gymnast Zaza (@1425643799743211) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 11:10
    อยากอ่านต่อแล้วค้าบบบ รีบๆอัพนะค้าบ
    #2516
    0
  23. #2515 แซวเล่นนะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 10:50
    ไรเตอร์ รีไรท์ หรือ แต่งใหม่อะ ถ้ารีไรท์ ทนรอ ได้ น้า อย่าแต่งใหม่นะ มันรอกันหลายปี แซวเล่น นะ

    #2515
    0
  24. #2514 ๑valcan๑ (@valcanbass) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 10:47
    สนุกโคตรเลยไรเตอร์ 5555+  ถึงจะรอนานไปสักหน่อย (มั้ง) แต่ก็คุ้มค่าครับ
    #2514
    0
  25. #2513 Anonymous (@gghero) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 10:10
    มันมือก็จัดตอนต่อไปมาเลยไรท์
    #2513
    0