Phantom Seeker : หน่วยจารชน ยอดคนพันธุ์อสูร

ตอนที่ 4 : ภาวนาต่อตนเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    27 ก.พ. 58

ภาวนาต่อตนเอง


เนออนนั่งทานอาหาร เพื่อเติมเต็มความหิวของตนเองไปทีละนิดอย่างช้าๆ  แต่ทว่าจนอาหารตรงหน้าหมดลง  เขาก็ต้องรู้สึกแปลกใจ 

อาหารมากมายที่กินเข้าไป..ไม่ต่างอะไรกับการนำไปทิ้งทะเล 

เขาไม่รู้สึกถึงความอิ่มเลย  แถมความอยากอาหารของเขาก็มีแต่จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น  เขาหิวและอยากทานอาหารให้มากกว่าเดิม  ทว่าก็มีบางสิ่งที่ทำให้เขาต้องรู้สึกขัดแย้งในตัวเอง

เขาเกิดความกังวลเกี่ยวกับค่าอาหาร  และทราบดีถึงจำนวนเงินที่เหลืออยู่ในกระเป๋า  มันไม่เพียงพอที่เขาจะใช้ซื้ออาหารอีกต่อไป  พอคิดจะนำบัตรเงินสดแบบไม่จำกัดวงเงินที่ได้รับมาออกมาใช้ก็เริ่มเป็นกังวลอีกต่อหนึ่งว่าตัวเองจะต้องมาชดใช้หนี้ทีหลังหรือไม่  จนกว่าจะแน่ใจเขาจะไม่ยอมใช้มัน 

เอ่อ..พี่ทานเสร็จแล้ว..คงต้องขอตัวก่อนนะ

เนออนตัดใจจากอาหารและเลือกที่จะหิวโหยต่อไป  เขาหันไปบอกกล่าวกับเด็กสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตามมารยาท และเลื่อนเก้าอี้เพื่อลุกขึ้น  ทว่าเด็กสาวกลับกล่าวทัดทานเอาไว้

จะรีบไปไหนกันค่ะ  ดูเหมือนพี่ชายจะยังทานไม่อิ่มเลยนี่นา

เนออนอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้จึงถามกลับไปด้วยความสงสัย

รู้ได้ยังไง..ว่าพี่ยังทานไม่อิ่ม

ทว่าเด็กสาวไม่ยอมตอบ  แต่เธอกลับยิงคำถามออกมาแทน “พี่ชายคงเป็นโอเดอร์ใหม่สินะคะ  นั่งลงก่อนเถอะค่ะ”

เธอปรายตาบอกให้เนออนนั่งลงที่เดิม  ซึ่งเนออนก็ไม่อยากขัดและทรุดกายลงนั่งในเก้าอี้ตัวเดิมอย่างว่าง่าย  แต่ในใจก็เริ่มสงสัยแล้วว่าเด็กสาวตรงหน้าเป็นใครกันแน่

ต่อจากนั้นเธอก็สั่งอาหารชุดใหญ่มาเต็มโต๊ะ  แต่ละอย่างดูน่ากินแถมมีราคาแพง  บางจานยังเป็นอาหารชั้นเลิศที่เนออนไม่คิดว่าตนเองจะมีโอกาสได้เห็น  และแค่กลิ่นก็ทำเอาท้องของเนออนส่งเสียงร้องโครกครากเสียงดังอย่างน่าอาย

เด็กสาวจับจ้องไปที่เนออนด้วยสีหน้าเรียบเฉย  แววตาที่ซ่อนอยู่ใต้กรอบแว่นหนาดูทรงพลังอำนาจอย่างประหลาด  มันคล้ายจะสามารถมองทะลุถึงความนึกคิดและจิตใจของอีกฝ่ายได้

“ทานสิค่ะ” เธอกล่าวออกมา “หรือว่าพี่ชายจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องราคา”

เนออนรู้สึกอึ้ง  เด็กสาวตรงหน้าดูราวกับสามารถอ่านใจคนได้

“เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาที่โอเดอร์สมควรเก็บมาใส่ใจ  มันสามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆ ด้วยบัตรเงินสดเพียงใบเดียว  และพี่ชายก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องใช้คืน  นั่นเพราะก่อนที่พี่ชายจะได้รับบัตรเหล่านั้น..พี่ชายก็ได้จ่ายไปแล้วล่วงหน้า..ด้วยราคาของชีวิต”

“ราคาของชีวิต!?” เนออนขมวดคิ้ว “น้องหมายความว่าไง”

“ทั้งมอเตอร์ไบค์และบัตรทั้งห้าใบที่พี่ได้รับ  ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นความสะดวกสบายที่พี่ต้องจ่ายด้วยชีวิต  ต้องแลกมาด้วยการเสียสละความเป็นมนุษย์  อุทิศตนในฐานะโอเดอร์  ทั้งชีวิตมีเพียงการต่อสู้  ทุกสิ่งที่ทำก็เพื่อปลดเปลื้องโลกนี้  มันคือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม  ไม่ใช่ของที่พี่จะได้มันมาฟรีๆ  ดังนั้นตอนที่พี่ยังสามารถใช้ได้ก็จงใช้ซะ  ใช้ราคาของมนุษย์ที่ตนเองต้องเสียไปให้คุ้มค่า”

พอได้ฟังคำพูดของอีกฝ่าย  เนออนก็คิดได้ทันทีว่าเด็กสาวตรงหน้าเขาคงจะเป็นโอเดอร์  เพราะมีเพียงโอเดอร์เท่านั้นที่จะสามารถพูดเปรียบเทียบอะไรแบบนี้ออกมาได้  และบางทีเธออาจจะเป็นโอเดอร์ระดับโค๊ดเนม  ไม่ใช่พวกมือใหม่แบบเขา

“น้องคงเป็นโอเดอร์ระดับโค๊ดเนม  เป็นแฟนธ่อมซีกเกอร์สินะ”

“เนม” เธอกล่าว “นี่เป็นชื่อย่อของโค๊ดเนมที่น้องได้รับมา  และทุกคนเรียกน้องว่า เนม

เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นแฟนธ่อมซีกเกอร์อย่างที่คิดเอาไว้  เนออนก็ก้มศีรษะลงครั้งหนึ่งอย่างนอบน้อม

“พี่รู้มาว่าโอเดอร์มีศักดิ์เทียบเท่าพลทหาร  ส่วนแฟนธ่อมซีกเกอร์จะมีศักดิ์ศรีเทียบได้กับระดับนายพล  ถ้าพี่ปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมหรือมีอะไรล่วงเกินไปก็ต้องขออภัยไว้ด้วย” 

“พี่ชายเกรงใจเกินไปแล้ว” เธอกล่าวอย่างเป็นกันเอง  ไม่มีอาการถือตัวใดๆ ทั้งสิ้น

“สิ่งที่พี่ชายรู้  มันเป็นแค่เพียงมายาที่ไม่มีค่าอะไรเลย  เพราะสุดท้ายสิ่งที่พวกเราจะเหลือไว้ก็คือซากเถ้ากับฝุ่นธุลี  ไม่ว่าจะโอเดอร์หรือแฟนธ่อมซีกเกอร์ก็ต่างมีชะตากรรมที่ต้องกลับคืนสู่ดิน”

จากนั้นเธอก็บอกให้เนออนลงมือทานอาหารที่สั่งมาเต็มโต๊ะ  ซึ่งฝ่ายเนออนที่เข้าใจว่าใช้บัตรเงินสดจ่ายได้และไม่ต้องชดใช้คืนภายหลังก็ไม่มีการเกรงใจอีก  และลงมือทานอาหารไปเรื่อยๆ

ระหว่างนี้เด็กสาวนามว่า เนมก็กล่าวแนะนำออกมา

“น้องคงต้องขอตัวก่อน เพราะมีงานรออยู่ แต่ก่อนไปจะแนะนำเคล็ดลับบางอย่างให้” เธอกล่าวพลางลุกขึ้น “ในเวลาอันใกล้นี้  พี่ชายคงจะต้องเริ่มฝึกฝนเพื่อใช้การซิงโคร  ทว่าพี่ชายจะทำไม่ได้”

คำพูดของเธอทำให้เนออนต้องเงยหน้าขึ้นมาจากจานอาหารและตั้งใจรับฟัง

“ที่พี่ชายทำไม่ได้..ไม่ใช่เพราะไม่ตั้งใจ  แต่เป็นเพราะเฟรยาที่พี่ชายครอบครองมีความพิเศษบางอย่างแตกต่างจากเฟรยาของโอเดอร์คนอื่นๆ  ซึ่งเมื่อพี่ชายถึงทางตันก็จงใช้วิธีภาวนาต่อตนเอง  ในช่วงเวลาที่เฟรยาได้ตัดสินใจเลือกพี่เป็นเจ้าของ  สิ่งที่พี่ภาวนาออกไปคือสิ่งใด  หากจำได้ก็จงภาวนาด้วยความตั้งใจนั้นอีกครั้ง

สุดท้ายเธอก็กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้

“การที่พี่ชายได้พบกับน้อง  นับได้ว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่ง  และสักวันพี่ชายจะแข็งแกร่ง”

จากนั้นเธอก็เดินจากไป  โดยมีสายตาสงสัยของเนออนมองส่งจนลับตา

เธอพูดเหมือนกับว่ารู้ล่วงหน้าเลย  ทำไมกัน

เขาได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจและลงมือทานอาหารต่อไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด 

 

 

เนออนกลับถึงที่พักในเวลาห้าทุ่มตรง  และพกพาเอาความสงสัยในเรื่องของเด็กสาวที่ได้เจอในห้องอาหารกลับมาเต็มหัวใจ

ทำไมเธอถึงรู้เรื่องเกี่ยวกับเขา  รู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นโอเดอร์มือใหม่  และรู้แม้กระทั่งว่าเฟรยาที่เขาครอบครองไว้มีความแตกต่างจากของคนอื่นทั้งๆ ที่ตัวเขาเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน  แถมเธอยังกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจว่าเขาจะฝึกใช้งานซิงโครไม่สำเร็จ

เนออนรู้สึกว่าเด็กสาวคนดังกล่าวดูลึกลับมากและตัดสินใจเล่าเรื่องนี้ให้เจ้าอัลส์ซึ่งเป็นมอเตอร์ไบค์ของเขาฟัง

“จากฐานข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้  ผมไม่พบข้อมูลของแฟนธ่อมซีกเกอร์ที่ใช้โค๊ดเนมว่า เนมเลย”

“แน่สิ” เนออนพูดกับเจ้าอัลส์ “ก็เธอบอกเองว่าชื่อนี้เป็นชื่อย่อของโค๊ดเนมอีกทีหนึ่ง  ไม่แปลกที่จะหาข้อมูลไม่เจอ”

“แต่จากรูปพรรณสัณฐานคร่าวๆ จากคำบอกเล่าของเจ้านาย  ผมก็มีความมั่นใจประมาณ 40% ว่าคนที่เจ้านายเพิ่งพบเจอมาอาจจะเป็น ‘Augustine(ออกัสติน)

“ออกัสติน!? มันคืออะไร” เนออนถาม

“ออกัสติน เป็นชื่อตำแหน่งที่เทียบได้กับราชา  เป็นศูนย์รวมของจิตใจและเป็นสัญลักษณ์ของพลัง  หากจะอธิบายให้เจ้านายเข้าใจได้ง่ายๆ ก็คงต้องใช้คำจำกัดความว่า ‘Leader’ เป็นหัวหน้าของแฟนธ่อมซีกเกอร์  ครอบครองอำนาจสั่งการและควบคุมกำลังรบสูงสุด  เป็นตำแหน่งที่มีอำนาจมากที่สุดในวาลอร์”

เนออนรู้สึกตื่นตะลึง “เธอครอบครองอำนาจสูงสุดในวาลอร์”

เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าตัวเองจะต้องแบกภาระและความรับผิดชอบที่หนักถึงขนาดนั้น

“มันแค่มีความเป็นไปได้ครับ  ยังไม่ยืนยัน 100%” เจ้าอัลส์กล่าวบอก

“นั่นสินะ  เป็นไปไม่ได้หรอก”

เขากล่าวออกมาแบบนี้  แต่อีกใจหนึ่งก็แอบคิดว่า ถ้าเด็กสาวที่ดูมีเหตุผลและไม่ถือตัวคนดังกล่าวได้เป็น ออกัสตินก็คงจะดี  เพราะอย่างน้อยวาลอร์ก็จะไม่ใช่องค์กรที่ถูกปกครองโดยพวกบ้าอำนาจ

จากนั้นเนออนก็ปล่อยวางเรื่องของเด็กสาวที่เขาพบไว้ก่อน  และหันมาสนใจเรื่องของตัวเองแทน 

เขาคิดว่าเพื่อความอยู่รอด  เขาจำเป็นที่จะต้องลงมือทำอะไรบ้างแล้ว  และเขาเลือกที่จะฝึกฝนการใช้ซิงโครตามคำแนะนำที่เขาเคยได้รับจากเจ้าอัลส์เป็นอันดับแรก

เนออนเดินไปนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้ากระจกเงาและมองภาพสะท้อนของตัวเองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาพิจารณา  เขาได้ยินมาว่าเมื่อใช้งานซิงโครสำเร็จ  นัยน์ตาทั้งสองข้างจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน  ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะฝึกซิงโครหน้ากระจกเพื่อง่ายต่อการสังเกต

เขาเริ่มรวมสมาธิตั้งจิตมั่นเพื่อฝึกฝนการใช้งานซิงโคร  โดยมีเจ้าอัลส์คอยบอกวิธีที่ถูกต้องและส่งเสียงแนะนำอยู่ด้านข้าง

ตั้งสมาธิให้มั่นคง  จินตนาการถึงพลังที่สิงสู่อยู่ในร่างกาย  ตัวเราต้องการหยิบยืมพลังนั้นออกมาใช้   นึกภาพการไหลเวียนจากศีรษะเคลื่อนลงสู่ปลายเท้าและวนย้อนกลับมาที่ศีรษะอีกครั้ง  หมุนวนพลังไปมาอยู่ภายใน

เนออนฝึกใช้ซิงโครอยู่หน้ากระจกเงาอย่างอดทน  เขาไม่บ่นและพยายามตั้งใจฝึกฝนอย่างเต็มที่  ฝึกมันไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยไปกว่าสองชั่วโมง  แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เขาสัมผัสอะไรไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว  และความง่วงก็เริ่มครอบงำเขาทีละน้อย 

เนออนเฝ้าเตือนสติตัวเองว่าต้องพยายามเพื่อการอยู่รอด  แต่ไม่ว่าจะอดทนพยายามแค่ไหนก็ไม่มีผลลัพธ์อะไรให้เห็นกลับมา  เขาตั้งสมาธิจนล้าและเบื่อ  ก่อนจะหันไปหาเจ้าอัลส์ไวเดอร์ที่ด้านข้าง

อัลส์ ตกลงมันยังไงกันแน่  ฉันทำตามที่นายบอกแล้ว  แต่ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย  แค่จะรู้สึกถึงพลังสักนิดก็ยังทำไม่ได้เลย

เจ้าอัลส์ที่สังเกตอยู่ใกล้ๆ ส่งเสียงตอบคำถาม 

เจ้านายทำถูกต้องแล้ว  แต่ต้องพยายามฝึกฝนต่อไป  เพราะตามสถิติของพวกมือใหม่ที่บันทึกไว้  ระบุตัวเลขน้อยที่สุดในการฝึกซิงโครไว้ที่ 3 วันครับ

น้อยที่สุด 3 วัน  แล้วฉันต้องใช้กี่วันเนออนกล่าวออกมาเสียงดัง  

เดิมทีเขาคิดว่าการฝึกซิงโครไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้วจึงไม่ได้สงสัยอะไร  ทว่าเขาก็ไม่คิดว่ามันจะยากเย็นขนาดนี้  สถิติน้อยที่สุดสามวัน  นั่นคือเขาต้องนั่งจ้องกระจกไปอีกสามวันเต็ม  และยังไม่รู้ว่าจะได้ผลลัพธ์ใดๆ ออกมาหรือเปล่า แถมด้วยสภาพร่างกายที่จะหิวจัดในเวลาอาหารของเขาก็ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะนั่งฝึกฝนอยู่หน้ากระจกอย่างเดียวโดยไม่ได้รับประทานอะไร  มันเป็นไปไม่ได้แน่นอน

เนออนเจอเข้ากับทางตันอย่างที่เด็กสาวที่พบในห้องอาหารพูดเอาไว้จริงๆ  ทีแรกเขาไม่อยากเชื่อ  แต่ตอนนี้คงต้องเชื่อแล้ว  เธอรู้สิ่งที่จะเกิดกับเขาดีกว่าตัวเขาเองเสียอีก

เมื่อพี่ชายถึงทางตันก็จงใช้วิธีภาวนาต่อตนเอง  ในช่วงเวลาที่เฟรยาได้ตัดสินใจเลือกพี่เป็นเจ้าของ  สิ่งที่พี่ภาวนาออกไปคือสิ่งใด  หากจำได้ก็จงภาวนาด้วยความตั้งใจนั้นอีกครั้ง

คำแนะนำของเด็กสาวยังคงอยู่ในความทรงจำของเนออน  และเขาก็เลือกที่จะทดลองทำตามคำพูดดังกล่าวดู 

เนออนหลับตาลงอีกครั้งเพื่อตั้งสมาธิ  เขาเริ่มนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในตอนที่เขาถูกเฟรยาเลือกให้เป็นเจ้าของครั้งแรก    

จิตใจของนาย  ปรารถนาสิ่งใดอยู่กันแน่ เสียงบางอย่างที่เคยเอ่ยถามเนออนยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำอย่างชัดเจน

                ฉันต้องการมีชีวิตอยู่  ต้องการพลังที่ทำให้มีชีวิตอยู่  และไม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยว

เนออนภาวนาด้วยความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่อีกครั้ง  และในฉับพลันเขาก็เริ่มรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่เอ่อล้นออกมาจากส่วนลึกของร่างกาย  มันทำให้เขารู้สึกอบอุ่น  ร่างกายคล้ายถูกปกคลุมด้วยสนามพลังที่แข็งแกร่งและบางเฉียบประดุจผิวหนังใหม่  เป็นสัมผัสที่แปลกประหลาด

จากนั้นเขาจึงค่อยๆ ลืมตามองไปยังเงาสะท้อนที่อยู่ในกระจกฝั่งตรงข้าม  สิ่งที่เห็นก็คือนัยน์ตาที่แปรเปลี่ยนไปเป็นสีแดงฉานราวกับนัยน์ตาของอสูร  แววตาอันน่าสะพรึงที่ฉายแสงแม้ยามราตรี  ให้ความรู้สึกที่ดูกราดเกรี้ยว  เดือดดาลอำมหิต  โหดร้าย  และไร้ซึ่งความปราณี 

เมื่อก้มลงดูที่ข้อมือตนเองก็พบว่าสร้อยข้อมือเส้นหนึ่งกำลังส่องแสงสีเงินจางๆ ออกมา

อัตราการซิงโคร 1%  ยินดีด้วย..เจ้านายทำสำเร็จแล้ว” เจ้าอัลส์ส่งเสียงออกมา “กรุณาอยู่ในสภาพนั้นให้ได้นานที่สุด  ส่วนกระผมจะทำการจับเวลาให้เอง

เนออนที่รู้ว่าตนเองทำสำเร็จแล้วก็รู้สึกดีใจมาก  

แต่เมื่อมาคิดดูอีกที  เขาก็เพิ่งเข้าใจว่าทำไมเด็กสาวที่เขาพบในห้องอาหารจึงพูดทิ้งท้ายไว้ว่าเขาโชคดีที่พบเจอเธอ  นั่นเพราะหากเขาไม่โชคดีเจอเธอ  ตัวเขาก็คงไม่ได้รับคำแนะนำ  และคงไม่อาจสำเร็จการใช้ซิงโครได้โดยง่ายดายแบบนี้

เราโชคดีจริงๆเนออนเริ่มยิ้ม  อย่างน้อยเขาก็เริ่มรู้สึกว่าในชีวิตก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องเฮงซวยเพียงอย่างเดียวเสมอไป  แม้ว่าจะน้อย  แต่เขาก็ยังได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่าโชคดีบ้าง

การซิงโครมีเปอร์เซ็นต์ด้วยเหรออัลส์เนออนกล่าวถาม

อัตราการซิงโครถูกตรวจวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ครับ   ยิ่งมีตัวเลขเปอร์เซ็นต์มากก็ยิ่งมีพลังมาก  แต่ว่าเจ้านายไม่ต้องกังวลไป  นั่นเพราะเปอร์เซ็นต์จะสูงขึ้นได้ด้วยการฝึกฝนที่บ่อยครั้ง  โอเดอร์ทุกคนจะเริ่มต้นที่ 1% เหมือนกันทั้งหมดครับ

พอได้ฟังว่าไม่แตกต่างจากคนอื่น  เนออนก็พยักหน้าอย่างพอใจครั้งหนึ่ง  จากนั้นจึงอยู่ในสภาพซิงโครต่อไปเพื่อให้เจ้าอัลส์ได้ทำการจับเวลา  

ทว่าเวลาปัจจุบันได้ล่วงเลยมาจนถึงตีหนึ่งกว่าๆ แล้ว  ทำให้เนออนรู้สึกง่วงนอนมากและเผลอนั่งหลับอยู่หน้ากระจกทั้งๆ แบบนั้น 

แต่ถึงเขาจะหลับ  การซิงโครก็ไม่ได้ถูกหยุดลง  และเจ้าอัลส์ก็ยังคงเก็บข้อมูลการซิงโครของเขาต่อไป

อัตราการซิงโคร 2% เวลาปัจจุบัน 4 นาที

อัตราการซิงโคร 3% เวลาปัจจุบัน 6 นาที

อัตราการซิงโคร 10% เวลาปัจจุบัน 20 นาที

อัตราการซิงโคร 20% เวลาปัจจุบัน 40 นาที

อัลส์ยังคงรายงานข้อมูลการซิงโครให้เนออนรับทราบ  ถึงแม้เนออนจะหลับไปแล้วก็ตามที

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 7 นาฬิกา

อัตราการซิงโคร 180% เวลาปัจจุบัน 360 นาที

เนออนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงรายงานของเจ้าอัลส์   เขาเงยหน้าจากสภาพหลับคอตกขึ้นมองภาพตัวเองในกระจกด้วยอาการสะลึมสะลือ  และเขาก็ได้เห็นในบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไป 

ไม่รู้ว่าตาฝาดไปหรือไม่ แต่พริบตาหนึ่งเนออนได้เห็นนัยน์ตาที่สมควรเป็นสีแดงฉานจากการใช้ซิงโครแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีเงินบริสุทธิ์ที่ดูลึกล้ำแทน  

เขารู้สึกตกใจมากจนเผลอคลายสภาพการซิงโครลงโดยไม่รู้ตัว  จากนั้นเมื่อขยี้ตาที่สะลึมสะลือเพื่อมองดูอีกครั้งก็พบว่านัยน์ตาของเขากลับไปเป็นสีดำตามปกติแล้ว  เขาเริ่มงุนงงว่าตนเองตาฝาดไปหรือว่าเป็นเรื่องจริง  แต่สิ่งที่ชวนสงสัยยิ่งกว่าคือการที่เขารักษาสภาพซิงโครได้ถึงเช้า  แม้ว่าเขาจะหลับไป

 อัลส์ ฉันอยู่ในสภาพซิงโครมาตลอดเลยงั้นเหรอ

เจ้าอัลส์ที่อยู่เก็บข้อมูลการซิงโครมาตลอดจนถึงเช้ารีบกล่าวตอบทันที

ใช่แล้วครับเจ้านาย  เวลาในสภาพซิงโครของเจ้านายจัดว่าเยี่ยมยอดมาก  จนถึงเมื่อครู่นี้  เจ้านายสามารถอยู่ในสภาพซิงโครได้ถึง 6 ชั่วโมง  และถ้าเจ้านายไม่ตกใจจนเผลอคลายสภาพซิงโครไปซะก่อน  เวลาอาจจะเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ได้”

ทั้งที่เป็นแค่เอไอ  แต่เจ้าอัลส์ใช้เสียงที่ดูตื่นเต้นมาก “นี่ถือว่าเป็นสถิติใหม่เลยนะครับ  เพราะสถิติเวลาสูงสุดในสภาพซิงโครจากฐานข้อมูลระบุเอาไว้ว่าเวลาสูงสุดที่โอเดอร์เคยทำได้อยู่ที่ตัวเลข 4 ชั่วโมงเท่านั้น  ดังนั้นเจ้านายที่เพิ่งใช้ครั้งแรกก็สามารถทำเวลาได้นานขนาดนี้จึงถือว่าสุดยอดแล้ว”

จากนั้นมันก็เปลี่ยนเสียงตัวเองเป็นดูเศร้าๆ แทน “แต่ทว่ากระผมคงต้องรบกวนให้เจ้านายนำผมไปยังแผนกกองวิทยาการเพื่อทำการตรวจสอบใหม่  เนื่องจากมาตรวัดอัตราซิงโครของกระผมอาจมีปัญหาชำรุด  เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะวัดให้อัตราการซิงโครของเจ้านายเพิ่มขึ้นเองทุก 2 นาที  คงต้องรบกวนเจ้านายแล้วครับ

เมื่อกล่าวจบ  เจ้าอัลส์ก็เรียกแผนที่ของมิดแลนด์ออกมาให้เนออนได้ดู  พร้อมทั้งทำการระบุพิกัดของแผนกกองวิทยาการไว้ให้อย่างเสร็จสรรพ

เนออนสังเกตดูก็พบว่ามันตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับตึกทำงานของแผนกเฟรยาเทคนิคเชี่ยนพอดี  เขาจึงไม่มีปัญหาอะไรและคิดว่าจะนำคู่หูอย่างเจ้าอัลส์ไปซ่อมให้สมบูรณ์

พอตัดสินใจได้แล้ว  เนออนก็คว้าผ้าเช็ดตัวและตั้งใจจะไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อนำเจ้าอัลส์ไปส่งซ่อม  ทว่าเขาก็นึกขึ้นได้เสียก่อนว่าวันนี้ตัวเองต้องเข้ารับการฝึกฝนบางอย่างตามที่ดารอฟฟ์ได้เคยเกริ่นเอาไว้  เขาจึงเริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมา  นั่นเพราะว่าจนถึงตอนนี้  ตัวเขาเองยังไม่ได้รับการแจ้งหรือได้รับหมายกำหนดการอะไรเลย

ดังนั้นนอกจากนำมอเตอร์ไบค์ไปส่งซ่อมแล้ว  เนออนยังตัดสินใจว่าจะไปหาดารอฟฟ์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการฝึกด้วยอีกทางหนึ่ง

แต่ระหว่างที่เนออนได้ข้อสรุปนี้เอง  เจ้าอัลส์ไวเดอร์หรือมอเตอร์ไบค์ของเขาก็ปรากฏเสียงเตือนดัง ปิ๊บพร้อมกับมีไฟกระพริบที่บริเวณหน้าจอ  นอกจากนี้ตรงนาฬิกาสำหรับออกคำสั่งหรือติดต่อกับมอเตอร์ไบค์ที่เขาสวมใส่ไว้ที่ข้อมือซ้ายก็ปรากฏการเตือนในลักษณะคล้ายกัน

“เจ้านาย  มีหมายกำหนดการฝึกฝนของเหล่าโอเดอร์ใหม่ถูกส่งเข้ามาจากส่วนกลางครับ”

เนออนที่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่พอดีจึงสั่งให้เจ้าอัลส์เปิดหมายกำหนดการออกดู 

ภายในหมายกำหนดการระบุให้โอเดอร์ใหม่ต้องเข้ารับการฝึกในเวลา 9 นาฬิกาตรง  นอกจากนี้ยังมีข้อมูลของลำดับ  กลุ่มการฝึก  เลขห้องฝึก  พร้อมพิกัดสถานที่สำหรับฝึกแนบมาด้วยพร้อมกัน

เนออนอ่านหมายกำหนดการอย่างละเอียดและตรวจสอบเวลาปัจจุบันก็พบว่าเพิ่งจะเป็นเวลา 7 นาฬิกากับอีก 30 นาที  เขายังเหลือเวลาอีกมากพอตัว  ดังนั้นเขาจึงทำตามแผนเดิม  นั่นคือการอาบน้ำแต่งตัว  เปลี่ยนไปใส่ชุดสูทสีดำที่ถูกเตรียมไว้ให้ในตู้เสื้อผ้าเพียงชุดเดียว  หยิบเนคไทขึ้นมาผูกแบบหลวมๆ  และขับมอเตอร์ไบค์มุ่งหน้าไปยังแผนกกองวิทยาการ

เมื่อไปถึงแผนกกองวิทยาการ  เนออนก็สังเกตเห็นดารอฟฟ์กำลังจะเดินเข้าไปในตึกแผนกเฟรยาเทคนิคเชี่ยนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาพอดี  เขาจึงร้องทักทายอย่างมีมารยาท

“สวัสดีตอนเช้าครับ  คุณอาดารอฟฟ์”  

ดารอฟฟ์หันกลับมามองและเห็นเนออนอยู่ที่หน้าตึกแผนกกองวิทยาการก็ผุดรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรและเดินเข้าไปหาพร้อมกล่าวทักทายอย่างขี้เล่น

สีหน้าดูดีขึ้นแล้วนี่นา  แถมวันนี้ยังใส่สูทผูกเนคไทซะด้วย  ดูเหมือนพวกนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเลยนะ  แต่อย่าไฟแรงจนเผลอตกม้าตายล่ะ

เนออนได้แต่หัวเราะแก้เขิน “ฮ่าๆ คุณอาล้อเล่นแล้ว  ความจริงที่ผมใส่ชุดนี้ก็เพราะไม่มีชุดอื่นเลยต่างหากครับ”

“นั่นสินะ  เธอเพิ่งมาถึงได้วันเดียวคงจะยังไม่มีข้าวของอะไรมากนัก  แต่ถ้าอยากได้เสื้อผ้าใหม่ก็ดูหาซื้อเอาแล้วกัน  ที่มิดแลนด์นี้มีร้านไว้บริการหมดแหละ  แถวโซนย่านการค้าหรือโซนท่องเที่ยวก็มี  ถ้าว่างก็ลองไปเดินแก้เครียดดูได้”

จากนั้นดารอฟฟ์ก็เปลี่ยนเรื่องคุยและหันมาสอบถามแทน

“ว่าแต่วันนี้เธอต้องเข้ารับการฝึกนี่นา  ได้รับหมายกำหนดการหรือยัง”

“ได้รับแล้วครับ  เมื่อไม่นานนี้เอง” เนออนตอบ

“ดีแล้วล่ะ” ดารอฟฟ์เตือน “แต่ก็ระวังตัวไว้หน่อยนะ  เพราะอาได้ยินข่าวลือมาบ่อยๆ ว่าพวกที่ทำหน้าที่ครูฝึกของโอเดอร์เป็นประเภทที่เผด็จการ  ถือตัว  และบ้าอำนาจมากเลย”

“ขอบคุณครับ  ผมจะระวังเอาไว้” เนออนเริ่มหวั่นวิตกอีกหนจนเผลอแสดงออกทางสีหน้า

ดารอฟฟ์ที่เห็นก็ยิ้มและตบบ่าเนออนเป็นการให้กำลังใจ “อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ  พยายามเข้า  เธอทำได้อยู่แล้วน่า”

เมื่อกล่าวจบดารอฟฟ์ก็ถามต่อ “แล้วเธอมาที่แผนกกองวิทยาการทำไม  ให้อาออกหน้าให้ก่อนมั้ย  อาพอมีคนรู้จักอยู่บ้างนะ”

เนออนคิดว่าเป็นการดีเหมือนกันที่จะให้ดารอฟฟ์ช่วยออกหน้าให้ก่อน  เขาจึงบอกเหตุผลให้ดารอฟฟ์ทราบ 

พอดีว่าเจ้าอัลส์ไวเดอร์หรือก็คือมอเตอร์ไบค์ของผม  มันบอกว่ามาตรวัดอัตราการซิงโครมีปัญหาครับ  ผมเลยต้องเอามันมาทำการตรวจซ่อม

“มาตรวัดอัตราซิงโครมีปัญหา!?” ดารอฟฟ์ที่ได้ฟังถามต่ออย่างสงสัย  มาตรวัดเกิดอะไรขึ้น  ตามปกติแล้วมันเป็นของที่ต้องผ่านกระบวนการคุณภาพ  สำหรับของใหม่  มันไม่น่าจะมีปัญหานี่นา

เนออนอธิบายให้ฟัง มาตรวัดมันเพิ่มค่าซิงโครขึ้นเองทุก 2 นาทีครับ  แถมยังเพิ่มสูงจนเกือบจะถึง 200%  ซึ่งในกรณีนี้  เจ้าอัลส์ไวเดอร์มันบอกว่าเป็นไปไม่ได้จึงลงความเห็นว่าเสียครับ

“ค่าซิงโครเพิ่มทุก 2 นาที  และเกือบถึง 200%” ดารอฟฟ์รู้สึกตระหนกและกล่าวออกมาเสียงดัง

“มันเป็นไปไม่ได้  มาตรวัดต้องเสียแน่นอน”

สำหรับผู้เชี่ยวชาญในด้านเฟรยาอย่างดารอฟฟ์  ย่อมทราบดีว่าอัตราซิงโครของเหล่าโอเดอร์จะเพิ่มขึ้นได้ด้วยการฝึกฝนหรือทำซ้ำบ่อยๆ  และอัตราซิงโคร 80%  ก็นับว่าทรงพลังมากและเสี่ยงมากแล้ว  ดังนั้นการจะเหนือกว่าขีดจำกัดจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด  และถึงแม้จะทำได้ก็อาจส่งผลให้โอเดอร์ร่างแหลกสลายจนตาย 

“ถ้าเจ้านั่นมาได้ยินคงจะหัวเสียน่าดู” ดารอฟฟ์ส่ายหน้าพลางกล่าวลอยๆ ออกมา 

หากแต่ห่างออกไปจากบริเวณที่ดารอฟฟ์และเนออนพูดคุยกันไม่มากนักกลับมีชายผู้หนึ่งยืนอยู่  และเขาก็ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ทุกถ้อยคำ

ไม่จริง  เรื่องที่พูดมานั่นไม่จริงใช่มั้ย  คนอย่างผมไม่เคยสร้างของชำรุดให้พวกท่านโอเดอร์ใช้เลยนะครับ  แบบนี้มันถือว่าเป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตนักประดิษฐ์เลยก็ว่าได้

ชายรูปร่างผอมบางสูงราว 170 เซนติเมตร  สวมแว่นตาหนาและมัดผมสีดำยาวไว้อย่างลวกๆ  โผล่เข้าร่วมวงสนทนาอย่างไม่ได้รับเชิญ  หนำซ้ำยังส่งเสียงดังจนเนออนและดารอฟฟ์ต้องเอามืออุดหูกันแทบไม่ทัน

เนออนมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ  ส่วนดารอฟฟ์ก็กล่าวออกมาอย่างเหนือความคาดหมาย

“ซวยแล้ว  เจ้านี่ดันผ่านมาได้ยินเข้าพอดี”

ใครกันครับคุณอาดารอฟฟ์เนออนสอบถาม

ดารอฟฟ์ทำหน้าเบื่อหน่ายและกล่าวตอบออกมา

เขาคือ  ดร.อังเดร  ฟูลเกร  ตำแหน่งหัวหน้าแผนกกองวิทยาการ   ไอคิว 210 ฉลาดสุดๆ  แต่เสียอย่างเดียวที่เขาไม่ชอบความผิดพลาด  ดังนั้นจึงได้แหกปากโวยวายอย่างที่เห็น

เนออนมองไปที่ชายผู้มาใหม่  แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว  เขาก็ถูกดร.อังเดรคว้าหมับที่ไหล่ทั้งสองข้างด้วยน้ำตานองหน้า  เล่นเอาเนออนทำหน้าไม่ถูก  ส่วนดารอฟฟ์ก็ทำแค่ยิ้มๆ ให้  ก่อนจะขอตัวกลับเข้าแผนกเฟรยาเทคนิคเชี่ยนไป

ได้โปรด..กรุณานำมอเตอร์ไบค์ของท่านไปปรับปรุงซ่อมแซมที่แผนกของผมเป็นการด่วน  มันช่างน่าปวดใจเหลือเกินที่ลูกรักซึ่งออกจากมือผมไปจะกลายเป็นของชำรุดแบบนี้  ผมขอร้อง..ไปกันเถอะ

ไม่มีการยอมให้ปฏิเสธ   ดร.อังเดรที่เกลียดความผิดพลาดตัดสินใจมัดมือชกและจับเนออนไปที่แผนกของตนทันที  แถมเขายังให้ลูกน้องในแผนกมาช่วยกันขนย้ายเจ้าอัลส์ไวเดอร์ที่จอดอยู่หน้าตึกเข้าไปยังห้องทำงานของเขา  และเขายังลงมือตรวจเช็คปรับปรุงซ่อมแซมมันด้วยตัวเอง  ซึ่งเนออนทำได้แค่รอและมองอย่างเดียว

ระหว่างรอ  เนออนก็แอบสำรวจสภาพภายในของแผนกกองวิทยาการ  และพบว่าภายในเต็มไปด้วยเครื่องจักรล้ำสมัยและหุ่นยนต์ลูกมืออีกมากมายหลายร้อยตัว 

พนักงานที่ทำหน้าที่ควบคุมการสร้างและประดิษฐ์อุปกรณ์ต่างๆ ก็มีอยู่หลายร้อยคนเช่นกัน  บ้างก็กำลังประดิษฐ์มอเตอร์ไบค์  บ้างก็กำลังสร้างอาวุธทันสมัยที่เขาไม่เคยเห็น  และบ้างก็สร้างชุดป้องกันทางทหาร

เนออนที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกมองดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ  

ทว่าในขณะเดียวกันเขาก็แอบสำรวจห้องทำงานของดร.อังเดรไปด้วยและพบว่าภายในห้องทำงานของดร.อังเดรดูน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าส่วนทำงานของพนักงานด้านนอกเสียอีก

ในห้องทำงานของดร.อังเดรมีอุปกรณ์แปลกๆ ที่เนออนไม่เคยเห็นเก็บไว้เยอะแยะมากมาย  เรียกได้ว่าเป็นคลังเก็บสิ่งประดิษฐ์แปลกตาก็คงจะกล่าวได้

ตรงไหน มันเสียตรงไหนกันแน่ ดร.อังเดรตรวจเช็คเจ้าอัลส์และบ่นๆ ออกมา  ดูเหมือนว่าเขาจะยังหาส่วนที่เสียหรือมีปัญหาไม่พบ

แต่เนออนไม่ได้สนใจ  เขาเลือกใช้เวลาที่ต้องรอในการสำรวจมองสิ่งประดิษฐ์มากมายของดร.อังเดรไปรอบห้องแทน  และเขาก็สะดุดตากับดาบยักษ์สีเงินวาวเล่มหนึ่งซึ่งวางไว้บนชั้นวางห่างจากเขาไปประมาณ 3 เมตร

มันเป็นดาบที่ดูใหญ่และหนาจนคล้ายกับแผ่นเหล็กที่ถูกนำมาลับคม  แถมยังดูท่าว่าจะมีน้ำหนักมากเกินไปจนไม่น่าจะมีใครสามารถใช้งานได้

ว้าว ดาบนั่นดูสุดยอดไปเลย

เนออนเผลออุทานออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ  และเสียงอุทานของเขาก็ทำให้ใครบางคนถึงกับหูกระดิก

ดร.อังเดรที่กำลังยุ่งอยู่กับการตรวจซ่อมมอเตอร์ไบค์หันขวับกลับมามองเนออนด้วยรอยยิ้ม  จากนั้นเขาก็โดดมาที่เบื้องหน้าของเนออนพร้อมกับลากให้เนออนไปดูดาบยักษ์เล่มดังกล่าวด้วยท่าทางที่เหมือนกับดีใจในอะไรบางอย่าง 

ดร.อังเดรกล่าวอธิบายผลงานของเขาด้วยท่าทางตื่นเต้น

เจ้านี่คือผลงานอาวุธโจมตีประชิดขั้นสุดยอดที่ผมคิดค้นขึ้นมา  มันมีชื่อว่า ไททันซอร์ด  ทำจากแผ่นอัลไซด์ออกเทียมหนา 5 ซม. กว้าง 30 ซม. ใบดาบยาว 240 ซม.  ปลายดาบแหลม  ใช้แหล่งกำเนิดพลังนิรันดร์ซุปเปอร์อุลตาร์นีโอแคตเมี่ยมแบบ 3 แหล่งจ่าย  ซึ่งจะเห็นเป็นผลึกแสง 3 อันบนใบดาบ และสิ่งนี้เองที่ทำให้เวลาใช้งานคมดาบของไททันซอร์ดจะเปลี่ยนเป็นสีดำและมีความคมอันเป็นสุดยอด  รอบคมดาบมีอัตราการสั่นสะเทือนของอานุภาคแสงที่มากถึง 1 ล้านครั้งต่อวินาที  และด้ามจับที่ทำจากวัสดุเดียวกันลักษณะกลมยาว 50 ซม.ยังทำให้ใช้สองมือถือได้อย่างมั่นคง

เนออนรับฟังแบบเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง  แต่เห็นดร.อังเดร์พยายามพูดน้ำไหลไฟดับอย่างภาคภูมิใจในผลงานของตัวเองแบบนี้จึงได้แต่กล่าวชมไปตามมารยาท

สุดยอดไปเลยนะครับเนี่ย

ทว่ายิ่งเนออนกล่าวชมก็ยิ่งเหมือนกับการเทน้ำมันราดกองไฟ  มันทำให้ดร.อังเดร์ที่กำลังภูมิใจในผลงานของตนกล่าวไม่ยอมหยุด

ใช่มั้ยล่ะ  ผลงานผมยอดเยี่ยมขนาดนี้  แต่กลับไม่มีใครยอมเอาไปใช้งานเลยสักคน  ทำให้ต้องกลายเป็นของต้นแบบที่ไม่อนุญาตให้มีการผลิต  ผมจึงต้องเก็บมันเอาไว้ในห้องแบบนี้  ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารซะจริงๆ

เนออนรับฟังและแสดงความเห็นออกมา

ที่ไม่มีใครใช้อาจเป็นเพราะเรื่องน้ำหนักหรือเปล่าครับ  ผมมองดูแล้วรู้สึกว่ามันจะมีน้ำหนักมากเลยนะครับ

ดร.อังเดร์ส่ายหน้า เรื่องน้ำหนักเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วครับ  และมนุษย์ธรรมดาก็ใช้งานไม่ไหวแน่  แต่ถ้าเป็นพวกท่านโอเดอร์ที่มีศักยภาพสูงกว่าปกติแล้วล่ะก็  เรื่องน้ำหนักจะหมดไป  และต่อให้พวกท่านโอเดอร์ไม่ใช้สภาพซิงโครก็ยังใช้งานและกวัดแกว่งไททันซอร์ดได้อย่างสบาย  หากไม่เชื่อท่านเนออนจะทดสอบดูก็ยังได้

เนออนรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งจึงขอลองทดสอบดู   ปรากฏว่าเขาสามารถยกไททันซอร์ดได้จริง  แต่เพราะเขาเป็นโอเดอร์ที่มีศักยภาพต่ำที่สุดในหมู่โอเดอร์ด้วยกันจึงทำให้ทุลักทุเลอยู่บ้าง  และต้องใช้ทั้งสองมือเข้าช่วยจึงจะสามารถควงหรือกวัดแกว่งไททันซอร์ดได้สำเร็จ  จากนั้นเขาก็วางมันกลับเข้าที่เดิมและแสดงความเห็นออกมา

ดูเหมือนถ้าให้โอเดอร์ใช้จะไม่มีปัญหาจริงๆ ครับ  แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกติดใจมากนั่นก็คือเรื่องความสะดวกในการพกพา  คุณอังเดรน่าจะทราบดีว่าที่มอเตอร์ไบค์ของโอเดอร์แบบผมจะมีอาวุธมาตรฐานบรรจุอยู่แล้วสามชนิด  ถึงผมจะยังไม่เคยใช้งานหรือศึกษาเกี่ยวกับพวกมัน  แต่ผมก็คิดว่ามันน่าจะเป็นอาวุธที่พกพาได้สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน  แตกต่างจากไททันซอร์ดที่แค่พกพาก็ลำบากแล้ว

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้  ดร.อังเดร์ก็เข้ามาจับบ่าเนออนไว้ด้วยสองมือ  ใบหน้าของเขาฉายแววดีใจสุดขีดและกล่าวออกมาเหมือนได้พบทางสว่าง

ใช่..ใช่แล้ว  ผมดันลืมคิดถึงเรื่องขนาดในการพกพาไปเสียสนิทเลย  เพราะบางครั้งพวกท่านโอเดอร์ระดับโค๊ดเนมจะได้รับภารกิจที่จำเป็นจะต้องตามสืบสวนอยู่นาน  ซึ่งถ้าหากพกพาของแบบนี้เอาไว้..ต่อให้เป้าหมายโง่เง่าแค่ไหนก็คงจะรู้ตัวหมดแน่  ใช่เลย..ต้องใช่แน่ๆ”

จากนั้นดร.อังเดรก็ยืนพึมพำอะไรอยู่คนเดียว “ทำให้มันมีขนาดเหมาะสำหรับพกพาด้วยเทคโนโลยีโมเลกุลอานุภาค  พอเวลาใช้งานจริงก็ให้มันกลับไปมีขนาดตามเดิม  โธ่เอ๊ย..ทำไมถึงเพิ่งจะมาคิดได้นะเนี่ย  นี่มันเรื่องพื้นฐานเอามากๆ

เนออนฟังดร.อังเดรบ่นและยกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลา 8 นาฬิกา 40 นาทีแล้ว  เขากลัวไปเข้าร่วมการฝึกฝนไม่ทันจึงหันไปสอบถามกับดร.อังเดร์ถึงเรื่องมอเตอร์ไบค์ของเขา

ว่าแต่เจ้าอัลส์ไวเดอร์  ไม่สิ...มอเตอร์ไบค์ของผมจะเสร็จเมื่อไหร่ครับ  พอดีผมต้องไปเข้าร่วมการฝึกฝนสำหรับโอเดอร์ใหม่ตอน 9 นาฬิกานะครับ

ดร.อังเดร์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู  จากนั้นก็ตอบเนออนอย่างชัดเจน

“ไม่ทันแน่ครับ” เขาส่ายศีรษะ

“ถ้าอย่างนั้นก็ให้ผมเอามอเตอร์ไบค์ไปใช้งานก่อน  แล้วพอฝึกเสร็จผมจะนำกลับมาซ่อมแซมอีกครั้ง” เนออนพยายามต่อรอง  แต่ดร.อังเดรกลับหันมามองเขาตาขวาง

“ท่านเนออนคิดว่าคนอย่างผมจะปล่อยให้ลูกชายที่กำลังบาดเจ็บสาหัสออกไปพ้นมือผมหรอครับ”

จากนั้นดร.อังเดรก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทิ้งมอเตอร์ไบค์ไว้ที่นี่ก่อนครับ  เดี๋ยวผมปรับปรุงซ่อมแซมใหม่เสร็จแล้วจะติดต่อไปอีกที  คาดว่าเย็นนี้ก็คงเสร็จพอดี  ส่วนเรื่องการฝึกของท่านเนออน..ผมจะให้ลูกน้องผมช่วยไปส่งให้ก็แล้วกัน

  เนออนถูกมัดมือชกอีกครั้งโดยที่ไม่สามารถต่อรองได้เลยแม้แต่นิดเดียว  ดังนั้นเขาจึงต้องจำใจให้ลูกน้องของดร.อังเดรไปส่งยังสถานที่ฝึกฝนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

 

 .......................................................................................




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

3,235 ความคิดเห็น

  1. #2699 ฟฟฟฟฟฟฟฟ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2558 / 12:19
    เกิดมาโง่ตายๆไปเหอะ
    #2699
    0
  2. #2622 Natdanai Wichapong (@chiba_tatsuya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 15:57
    ขอบคุณครับ
    #2622
    0
  3. #2444 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 01:20
    ชอบไอด๊อกเตอคนนี้มากกก   5 5 5  5
    หนุกหนานๆๆๆๆๆ
    #2444
    0
  4. #2438 ๑valcan๑ (@valcanbass) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 23:17
    สนุกมากๆครับ (มาโพสย้อนหลัง 555)
    #2438
    0
  5. #2380 Zone Dark (@leelavadee2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 15:55
    มันส์ๆรอตอนต่อไปนะครับ
    #2380
    0
  6. #2375 ป้าผักกาด (@jelino) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2558 / 17:27
    อ่านแล้วอ่านอีก อ่านๆๆๆๆๆๆๆ
    #2375
    0
  7. #2374 yiw_zA (@xawdsaa087) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2558 / 15:57
    ตอนใหม่ๆ แง่ๆพ
    #2374
    0
  8. #2365 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 06:01
    อ่านรอบ 2 ก็ยังสนุกเหมือนเดิม  มาให้กำลังใจ สู้ๆๆค่ะไรเตอร์ 

    รออ่านต่อนะค่ะ ^^
    #2365
    0
  9. #2363 Nonthiya Inphakdee (@ying1303) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:44
    คือรีไรท์รอบดีดีงามมมมม รักเลยค่ะ
    #2363
    0
  10. #2362 DmC (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:29
    คุคุ้.....อัพลูกหมาด้วย...เงิบเงิบ...😪😪😪😪
    #2362
    0
  11. #2360 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:07
    สนุกมากเลยอย่าลืมมาอับต่ออีกหรา
    #2360
    0
  12. #2356 เอิน ราชบุตร (@nawoyz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:23
    เอาอีกกกกกกกกก
    #2356
    0
  13. #2355 lnwsaa (@popsaa123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 05:51
    ค้างต่อไปๆๆๆ

    ให้พระเอกเปิดโหมดซิงโครตลอดเวลาเถอะครับ โครตเสียเปรียบอะเวลาเปิดโหมดแรกๆเนี้ย จะโดนฆ่าเอาง่ายๆเลย กากสุดด้วย 5555555555555+
    #2355
    0
  14. #2353 Filmzy Socute (@sthaporn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:47
    รอตอนต่อไป คร๊าบบบ
    #2353
    0
  15. #2352 วันชัย ทวนทอง (@waden) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:42
    มาแล้วดีใจๆ เนออนไอ้ดาบโต
    #2352
    0
  16. #2351 หมอกเงา (@lumpang) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:49
    ขอบคุณ
    #2351
    0
  17. #2350 Keay Keay (@1keay1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:17
    สนุก ตื่นเต้น น่าติดตาม ขอบคุณคับ ลงตอนใหม่ไวๆนะคับ สู้ๆ
    #2350
    0
  18. #2349 ฟรีด้อม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:34
    สนุกมากครับ
    #2349
    0
  19. #2348 Mr.Can (@pcicanza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:01
    ^^ มันส์
    #2348
    0
  20. #2347 Mr.Can (@pcicanza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:01
    สนุกจนไม่อยากหยุดอ่านเลยครับ ขนาดเคยอ่านไปแล้วยังตื่นเต้นที่ได้ลุ้นว่าพระเอก จะ พัฒนา ไปในทางไหนอยู่เลย ^^
    #2347
    0
  21. #2346 Zodass (@joddy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:47
    สนุกมากครับ
    #2346
    0
  22. #2345 PrinceOom (@lasaeta) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:40
    มีเบิ้ลไหมครับบ กำลังสนุกเลย
    #2345
    0
  23. #2031 ชิวเฟิง (@suchart-tumsuwan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:23
    1.การที่"ดีดมนิแอค"จะสามารถใช้อาวุธเหล่านั้น - 2.ผมกลับบ้านไม่ได้"หรอ"ครับ -3."ท่า"โชคดีไม่ตาย - 4.ดังก้องไปทั่ว"โสด"ประสาท ....[ เรียงลำดับจากต้นบท 1.ไม่ได้กดยกแคร่ 2.เรียนมาจากที่ไหนเหรอ?-เขียนคำว่า"เหรอ" เป็น "หรอ" หรือว่าพิมพ์ตกสระเอ " เ_ " 3."ท่า"คำนี้ใช้กับสถานที่และใช้แสดงกิริยา เช่น ท่ารถ ท่าเรือ - ท่าเดิน ท่าเต้น " ถ้า " คำนี้ใช้กับเหตุผลที่ขัดแย้งกัน เช่น เขาจะเก่ง'ถ้า'ไม่ตายเสียก่อน เธอจะไม่เปียกฝน'ถ้า'เอาร่มไปด้วย 4."โสด" คือไม่มีคู่ยู่คนเดียว "โสต" คือระบบประสาทการรับรู้ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ] .........ไม่ได้อ่านเพื่อจับผิด แต่พอเห็นคำผิดก็เลยเอามาบอก
    #2031
    0
  24. #1892 tiyada (@noiyom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2556 / 00:30
    เนออนจังไปทำอะไรไว้กับบันไดหรือเปล่าเนี่ย - -
    ตกได้ตกดีตลอด...
    #1892
    0
  25. วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 12:57
    เป็นอะไรกะบันได มากไหมนิ๊ตกได้ ตลอด
    #1828
    0
  26. #1810 Mr.Bermuda (@pakxza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2555 / 22:58
    ในเรื่อง คงมีผีบันไดมั้ง แบบญี่ปุ่นยังมีผีล่มได้ ก็ต้องมีผีบันไดละนะ 55  กำของพระเอก ตกได้ทุกวัน
    #1810
    0
  27. #1733 Kagerou-คาเงโร่ (@takky62) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2555 / 20:12
    ตัวเอกของเราไม่อิ่มอาหาร??? อิ่มเลือดดีมั๊ยลูก?ฮ่าๆๆๆๆ อ๊ากกกก//โดนถีบ
    #1733
    0
  28. #1701 SkySilverBlack (@noomyakoo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2555 / 10:51
    พระเอกตกบันไดประจำแระครับ

    นี่ผมมาอ่านรอบ4แล้วนะ
    #1701
    0
  29. วันที่ 9 กันยายน 2555 / 18:33
    เอ่อ พระเอก นายนี่ตกบันไดบ่อยจัง
    #1673
    0
  30. #1625 >Iฟื่oJฟ้า< (@apimanyzaka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 12:37
    ผีบรรได ช่างโหดร้ายยิ่งนัก
    #1625
    0
  31. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:11
    ซวย จริง!!!!

    ทำอะไรให้ บรรได โกรธ มาปะเนี่ย
    #1414
    0
  32. #1303 FinaloP (@kitdacloud) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 22:20
    อ่านอีก รออัพ
    #1303
    0
  33. #1235 Dreamever (@mine1538) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 01:53
    เนออนมีความโกรธแค้นอะไรกับบันไดหรือเปล่าคะเนี่ย ตกมันจังเลย
    #1235
    0
  34. #791 ฟู่กันไร้หมึก (@shinratk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 18:10

    ไรเตอร์ละเมอถึงเมฆาน้อยเหรอ

    #791
    0
  35. #500 นักอ่านพเนจร (@txioth) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2554 / 13:11
    ต่อไป เหอๆ
    #500
    0
  36. #466 หลิวอี้ (@aonvasad) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 15:53
    ผมว่ามันเดินเรื่องไวไปหน่อยไหม ไม่ทันไรได้เข้าไปในองค์กรแล้ว มันน่าจะใช้ชีวิตแบบธรรมดาไปซักพัก แล้วเจอกับปีศาจบ้างบางครั้ง แล้วถึงมีโอกาศเข้าไป ฝึกฝนจริงๆจังๆ  แค่ความคิดเห็นนะครับ

    ปล. ขอบคุณที่แต่งนิยายดีดีให้อ่าน


    #466
    0
  37. #389 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 / 20:11
    ไม่ใช่ซวยแล้วมั้ง  จอมซุ่มซ่ามมากกว่า
    #389
    0
  38. #200 bat_o.on (@bat_oon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 / 00:17
    เป็นไรกับบันไดเนี่ย ฮ่าๆๆ

    #200
    0
  39. วันที่ 24 เมษายน 2554 / 08:04
    สนุกมาก
    #109
    0
  40. #98 คุณมึนจัง (@lucky000) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 01:42
    หุหุ  มี การ ซิงโคร ถึง 3อัน คงเพราะ สร้อย 3เส้นสินะ  
    เนออน   มันจำไม่ได้หรือไงว่า มี บัตรไม่จำกัด วงเงินอยู่ นะ
    #98
    0
  41. #32 Dark God (@marlovobook) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 18:39
    อาวะ - อาวุธ ???
    #32
    0
  42. #22 ~Soul-Saint~ (@onehaikrub) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 23:50
    สนุกดีครับ ไรเตอร์เรื่องนี้ โครงเรื่องน่าอ่านมาก
    #22
    0
  43. #19 Hades_Rider (@hades_rider) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 09:54
     น่าติดตามครับ เก็บเป็นบุ้คมาร์กเป็นที่เรียนร้อย แล้วอย่างเร็วจี๋ ไปรษณีย์ จ๋า ^^
    #19
    0
  44. #17 Mietsuka (@mietsuka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 08:47
    อิอิ ไม่มีหรอก ท่าจะเบลอล่ะสิท่านไรเตอร์

    สนุกดีเรื่องนี้ ดีแล้วจะได้ไม่เหงาระหว่างรออ่านราชันศาสตรา ^^

    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ อีกเรื่องนะคร้าบบบบ

    ปล.รออ่านตอนต่อไปอยู่นะ อิอิ(รวมทั้งเรื่องราชันศาสตราด้วย)
    #17
    0