Phantom Seeker : หน่วยจารชน ยอดคนพันธุ์อสูร

ตอนที่ 3 : ความกลัว ความอ่อนแอ การตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,000
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    24 ก.พ. 58

ความกลัว ความอ่อนแอ การตัดสินใจ


เนออนขับมอเตอร์ไบค์ติดตามเด็กสาวที่ใช้โค๊ดเนมว่าเอเธน่าโดยไม่ได้หยุดพักมาเป็นเวลาสามวัน  ไม่มีการดื่ม  ไม่มีการกิน  ไม่พักผ่อน  ไม่มีแม้แต่ถ้อยคำสำหรับพูดคุย

ตามปกติร่างกายสมควรโหยหิว  ง่วงเพลีย  และเหน็ดเหนื่อย  แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดเนออนถึงไม่รู้สึกกระหายน้ำ  รู้สึกหิว  ง่วงนอนหรือว่าอ่อนเพลียเลยแม้แต่นิดเดียว  ตรงข้ามเขากลับรู้สึกว่าร่างกายของตนมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป  แต่เขาก็เก็บความสงสัยเอาไว้และคิดว่าจะเอ่ยถามในยามที่อีกฝ่ายหยุดพักลง

เนออนไม่รู้ว่าเด็กสาวที่ขับมอเตอร์ไบค์นำหน้าต้องการพาเขาไปที่ไหนและต้องใช้เวลาเดินทางอีกนานเท่าไหร่  เส้นทางที่ใช้ก็เปลี่ยนมาเป็นทางอากาศ  ซึ่งเธอกำลังขับขี่มอเตอร์ไบค์ข้ามมหาสมุทรที่กว้างสุดลูกหูลูกตา  โดยมีเขาตามมาห่างๆ ทางด้านหลัง

มองไปทางไหนก็มีเพียงผืนน้ำและแผ่นฟ้า  สายลมเย็นโชยผ่านปะทะใบหน้า  บางวันแสงแดดก็แผดจ้าจนต้องคว้าเสื้อคลุมนาโนเทคสำหรับกันแดดและปรับอุณหภูมิที่มีเตรียมไว้ในช่องเก็บอุปกรณ์ของมอเตอร์ไบค์ขึ้นมาสวมใส่

เนออนถูกเคี่ยวกรำด้วยการเดินทางอีกถึงสามวันเต็ม  ก่อนที่เด็กสาวที่ขับนำหน้าจะตัดสินใจแวะพักที่เกาะร้างกลางทะเลแห่งหนึ่ง

บนเกาะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ  ผลไม้  และน้ำ  อาหารก็สามารถจับเอาจากทะเลได้ง่ายๆ  มื้อแรกหลังจากเดินทางติดต่อมาหกวันจึงเป็นผลไม้จำพวกกล้วย  เงาะป่า  มะละกอสุก  และปลาย่าง

ระหว่างทานอาหาร  เด็กสาวนามอาเธน่าก็ยังคงเงียบ  มันทำให้เนออนอึดอัดใจจนต้องเปิดประเด็นขึ้นมา

“เธอนี่ทรหดจังเลยนะ  ไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่พักผ่อนมาตลอดหกวัน  แต่ยังดูสบายดีอยู่เลย  นับว่าถึกจริงๆ”

คำว่า ถึกทำให้เด็กสาวตรงหน้าชะงักไปเล็กน้อย  เธอมองเนออนด้วยสายตาจิกกัด

“มันแค่เรื่องธรรมดา” เธอรู้ทันว่าเนออนต้องการอะไร

“แต่สำหรับนาย..มันคงเป็นเรื่องที่แปลก  และคงจะกำลังสงสัยอยู่ว่าทำไมตัวเองถึงทนได้  ตอนนี้นายคงรับรู้ได้ถึงร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป”

เธอกล่าวอย่างเป็นต่อและทำให้เนออนรู้สึกกดดัน

“ขอร้องล่ะ..ช่วยอธิบายทีเถอะ  เพราะการที่เธอเอาแต่เงียบ..มันทำให้ฉันสงสัยจนอยากจะบ้าอยู่แล้ว”  

เนออนขอร้องให้เธออธิบายเรื่องทุกอย่างให้ฟัง  และเธอก็ตอบรับด้วยการแสยะยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว

“ไม่ต้องกังวลหรอก  ตอนนี้ร่างกายของนายอยู่ในกระบวนการปรับให้เข้ากันระหว่าง Odur(โอเดอร์) และ Freya(เฟรยา)  มันกำลังยกระดับศักยภาพของนายให้มากขึ้นจนหลุดพ้นจากความเป็นมนุษย์  และคงจะเสถียรในเวลาไม่กี่วันหลังจากนี้”

โอเดอร์!? เฟรยา!? ’ เนออนงุนงงกับศัพท์ที่ไม่รู้จัก  แต่ยังมีสิ่งที่เขายังกังวลยิ่งกว่าศัพท์เหล่านี้  มันคือคำพูดที่ว่าตัวเขาเองกำลังจะหลุดพ้นจากความเป็นมนุษย์

“ทำไมฉันถึงต้องหลุดจากความเป็นมนุษย์ด้วย  เกิดอะไรขึ้นกับฉัน”

“นี่นายซื่อจริงหรือว่าแกล้งโง่กันแน่  นายลืมไปแล้วว่าตัวเองผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้าง” เธอชี้นิ้วไปที่เนออนและกล่าวอย่างเย็นชา

“ความเป็นมนุษย์ของนายมันตายไปแล้ว  ตายด้วยเงื้อมมือของเจ้าอสูรกายตัวนั้น”

“อสูรกาย!?” เนออนอุทานออกมาและนึกได้เพียงรูปร่างของเจ้าอสูรกายครึ่งคนครึ่งวัวแสนน่ากลัวที่ไล่ฆ่าเขา  ซึ่งเขาเข้าใจว่ามันเป็นเพียงความฝันมาตลอด

“มันไม่ใช่ความฝัน  แต่เป็นความจริงงั้นเหรอ” เนออนรู้สึกขนลุก  ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าตัวเองได้หลงเข้ามาพัวพันกับเรื่องบางอย่างที่อันตรายสุดๆ

อาเธน่าเฝ้ามองปฏิกิริยาและสีหน้าของเนออนอย่างชอบใจ

“กลัวอยู่สินะ  แต่นายถอยหลังไม่ได้แล้ว  ทุกอย่างมันเริ่มขึ้นและไม่มีทางถอยกลับอีก  ตั้งแต่นายตอบรับต่อเสียงเรียกจากก้นบึ้งแห่งความมืด  ชีวิตในฐานะมนุษย์ก็จบลงแล้ว  ที่เหลืออยู่คือชีวิตที่ต้องอุทิศให้กับการปลดเปลื้องโลกนี้  วังวนแห่งการต่อสู้ไม่รู้จบ  มันคือหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่มีพลัง”

“วังวนแห่งการต่อสู้!?” พอได้ยินก็ทำเอาเนออนหน้าซีดสลด

เขาต้องสู้กับอะไร  หรือว่าจะเป็นพวกอสูรกายที่คล้ายเจ้าอสูรกายครึ่งคนครึ่งวัวตนที่ไล่ฆ่าเขา  ถ้าจริงเขาก็อยากหนีไปให้ไกลๆ  แค่ฟังก็อยากจะเป็นลมขึ้นมา

“คิดหนีงั้นเหรอ  นายไม่มีทางหนีได้หรอก” อาเธน่าพูดเป็นเชิงข่มขู่ “ขอเตือนเอาไว้เลยว่าถ้านายคิดหนี..ฉันก็จำเป็นจะต้องหักแขนหักขานายและจับตัวกลับไป”

“ทำไมกัน  นี่มันเรื่องบ้าอะไร”

ในที่สุดเนออนก็เข้าใจว่าเขาถูกเด็กสาวตรงหน้าหลอกให้ตามมา และเขากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต  วังวนแห่งความลี้ลับ  สิ่งที่เขาไม่เข้าใจ  และอาจทำให้เขาตายได้ตลอดเวลา  รวมถึงข้อสรุปที่ว่า ยัยถึกตรงหน้าคือตัวอันตราย

เนออนพยายามตั้งสติ  แต่ตัวเขาก็ยังสั่น  เขารวบรวมความกล้าและถามออกไป

“เธอเคยบอกว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์  และไม่ใช่ปีศาจ  แล้วเธอคืออะไร”

“ฉันคือ แฟนธ่อม ซีกเกอร์แห่งวาลอร์  เป็นผู้ค้นหา ไล่ล่า และกำจัดผู้มาจากส่วนลึกของความมืดมิด”

“แฟนธ่อม ซีกเกอร์” เนออนทวนคำพูดของอีกฝ่ายอย่างุนงงในศัพท์ที่เขาไม่เคยได้ยินและไม่เข้าใจพลางย้อนถามกลับไป

“ฉันเองก็ใช่งั้นเหรอ”

ทว่าอีกฝ่ายกลับส่ายหน้า “นายยังไม่ใช่  นายมันก็แค่โอเดอร์อ่อนหัดที่ยังไม่ได้รับการยอมรับ  นายยังต้องเรียนรู้อีกมาก”

คำตอบที่เนออนได้รับยังคงมาพร้อมกับคำศัพท์ที่เขาไม่เข้าใจ  แต่เขาก็ไม่อยากเซ้าซี้อีกฝ่ายมากเกินไป  เพราะเขาเริ่มสังเกตได้ว่าอีกฝ่ายเริ่มที่จะรำคาญแล้ว

“คำถามสุดท้าย  เธอกำลังจะพาฉันไปที่ไหน”

“ศูนย์กลางของโลกนี้  จักรวรรดิโรมานอฟ”

เนออนไม่มีทางเลือก  ถึงคิดหนีเขาก็จะถูกจับตัวไปอยู่ดี  ดังนั้นการยินยอมตามอีกฝ่ายไปจึงเป็นทางเลือกที่เจ็บตัวน้อยสุด  แต่เขาเองก็จำเป็นต้องหาข้อมูลให้มากกว่านี้ด้วยเช่นกัน 

 

 

หลังสงครามอันยาวนานผ่านพ้นไป  อารยะธรรมทั้งหมดก็ถูกรวบรวมไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน  โดยมีจักรวรรดิโรมานอฟเป็นประเทศมหาอำนาจสูงสุด

ในโลกไม่มีคำว่าเชื้อชาติ  ไม่มีคำว่าศาสนาอีก  ผู้คนมีเสรีและความเท่าเทียมกัน  ทุกประเทศทั่วโลกต่างขึ้นตรงต่อประเทศเพียงประเทศเดียว ทำให้โลกพบกับความสงบสุขเรื่อยมา และวิทยาการทางด้านเทคโนโลยีก็ก้าวรุดหน้าอย่างรวดเร็ว  โดยมีเมืองหลวงโรมานอฟเป็นจุดศูนย์กลางของโลก  ทั้งการค้า  การเมือง และเศรษฐกิจ

เมืองหลวงโรมานอฟเป็นเมืองที่มีความสำคัญมากที่สุดในโลก  มีสถานที่สำคัญหลายแห่ง  และเหล่าคนใหญ่คนโตที่มีความสำคัญยิ่งอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้  เรียกได้ว่าที่นี่คือศูนย์กลางในการขับเคลื่อนโลก

เนออนไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสได้มาเยือนเมืองหลวงโรมานอฟ  นั่นก็เพราะว่ามันอยู่ไกลจากประเทศบ้านเกิดของเขามาก  แต่โชคชะตาก็นำพาเขามาถึงยังเมืองแห่งนี้จนได้ 

เขาใช้เวลาเดินทางและหยุดพักอีกราวหนึ่งสัปดาห์เต็มกว่าจะมาถึง  หลายวันที่ผ่านมาเขาพยายามถามเรื่องที่ไม่เข้าใจกับเด็กสาวที่เป็นคนนำทาง  แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรมากนัก  ส่วนมากเป็นศัพท์ที่เขาไม่เข้าใจ  และเธอก็ไม่คิดจะขยายความ  พอถามมากเข้าเธอก็จะรำคาญ  ทำให้เนออนต้องคอยระวังตัวตลอดเวลา  กลัวว่าเธอจะหักแขนขาและหาอะไรมาอุดปากเขาจริงๆ

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เรื่องที่เนออนพอจะทำความเข้าใจได้บ้างก็คือเรื่องเกี่ยวกับองค์กรลับระดับโลกที่เรียกว่า ‘Valor(วาลอร์)

Valor(วาลอร์) เป็นองค์กรที่ถูกสร้างขึ้นอย่างลับๆ ด้วยความเห็นชอบของผู้นำจากทุกประเทศทั่วโลก  จุดประสงค์ก็เพื่อทำการปราบปรามสิ่งมีชีวิตลี้ลับที่คนธรรมดาไม่อาจสู้ด้วยได้  โดยสิ่งมีชีวิตลี้ลับดังกล่าวจะถูกเรียกว่า ไนท์แมร์

เนออนยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าไนท์แมร์คืออะไร  แต่เขาก็พอจินตนาการได้ว่าคงจะคล้ายๆ กับเจ้าอสูรกายที่เคยเจอมา

นอกจากนี้เขายังพยายามถามข้อมูลจากอาเธน่าและรู้ว่าฐานทัพใหญ่ของวาลอร์ซุกซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในเมืองหลวงโรมานอฟ  โดยฐานทัพขององค์กรวาลอร์มีชื่อเรียกว่า มิดแลนด์  ซึ่งบัตรทั้งห้าใบที่เขาได้รับมา  รวมไปถึงยานพาหนะอย่างมอเตอร์ไบค์ก็ล้วนแต่มีจุดกำเนิดมาจากมิดแลนด์ทั้งสิ้น   และมิดแลนด์ก็คือสถานที่ปลายทางสำหรับเนออน

องค์กรลับที่มาพร้อมอันตรายถึงตาย  บ้านหลังใหม่ที่ใจคิดปฏิเสธแต่ไม่อาจกระทำได้

 

อาเธน่าขับมอเตอร์ไบค์นำเนออนเข้าไปจอดในโกดังเล็กๆ แห่งหนึ่งที่อยู่ท้ายเมืองหลวงโรมานอฟ   จากนั้นประตูโกดังก็เลื่อนปิดลงมาพร้อมกับพื้นโกดังค่อยๆ เลื่อนลงไปสู่ชั้นใต้ดิน  ดูเหมือนมันจะเป็นลิฟท์ขนาดใหญ่ที่ใช้ขนของได้ครั้งละมากๆ  และไม่นานนักก็มาหยุดอยู่ที่ทางใต้ดินกว้างๆ สายหนึ่ง   

อาเธน่าขับมอเตอร์ไบค์เข้าไปตามทางใต้ดินสายดังกล่าว  โดยแอบชำเลืองมองดูเนออนที่กำลังขับมอเตอร์ไบค์ติดตามหลังมาเป็นระยะๆ  เพื่อป้องกันไม่ให้เนออนมีโอกาสหนี

ยิ่งใกล้ถึงจุดหมายมากเท่าไหร่  ในใจของเนออนก็รู้สึกคล้ายถูกไฟผลาญ  เขาอยากหนีไปให้ไกลๆ  ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอันตรายแบบนี้  แต่แววตาที่ดูเหมือนจะฆ่าเขาได้ทุกเมื่อของอาเธน่าสะกดเขาไว้จนไม่มีโอกาสให้เขาหนีเลย  แถมเขายังอยู่ท่ามกลางทางใต้ดินแบบนี้อีก   เขารู้ดีว่าหนีไม่รอดแน่จึงต้องทำใจยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้น

ระหว่างที่เนออนกำลังทำใจก็ได้มาถึงทางเข้ามิดแลนด์ในที่สุด

ถึงแล้วล่ะ

อาเธน่าหยุดมอเตอร์ไบค์อยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่ยักษ์บานหนึ่ง  ประตูที่ทั้งหนาและหนัก  ลวดลายแสนวิจิตรที่ถูกสลักไว้ทำให้ดูมีมนต์ขลังอย่างประหลาด

แต่สำหรับเนออนมันดูเหมือนประตูของนรก  เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของโลกแห่งอันตราย  สถานที่ที่หากย่างก้าวเข้าไปจะไม่มีวันได้ถอยออกมา  มันทำให้เขาที่พยายามทำใจอย่างหนักต้องหน้าซีดเผือดและเผลอขยับมอเตอร์ไบค์ถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว

“เมื่อถึงจุดนี้  นายก็เหลือทางเลือกอีกไม่มาก  ชีวิตของตัวเองต้องรักษาด้วยตัวเอง  อยู่หรือตาย  จะฆ่าหรือถูกฆ่า  นายคือผู้กำหนด”

อาเธน่าจับจ้องเนออนไม่วางตา  จากนั้นก็บอกกึ่งบังคับให้เนออนนำบัตรข้อมูลส่วนตัวไปทาบที่ช่องเล็กๆ ด้านข้างประตูเพื่อยืนยันตัวตน 

เมื่อสำเร็จ  ประตูบานใหญ่ก็เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นแสงสว่างเจิดจ้าราวกับตอนกลางวันสาดแสงออกมาจากภายใน

นี่มัน..

สิ่งที่อยู่ด้านหลังประตูเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกับจินตนาการของเนออนโดยสิ้นเชิง  และทำให้เขาที่อยู่ในอาการสิ้นหวังต้องตื่นตะลึงอยู่ไม่น้อย  นั่นเพราะสิ่งที่อยู่หลังบานประตูคือพื้นที่หลุมขนาดใหญ่สุดสายตาและลึกมาก  มีบันไดทางลงทอดยาวจากประตูทางเข้าไปถึงพื้นด้านล่าง  อีกทั้งยังเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างทันสมัยจำนวนมากมายหลายรูปแบบจนเรียกได้ว่าเป็นเมืองใหญ่ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ดินไม่มีผิด

ยินดีต้อนรับสู่มิดแลนด์

อาเธน่ากล่าวต้อนรับสั้นๆ และขับมอเตอร์ไบค์บินนำทางเนออนมุ่งตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง  เธอพาเขามาหยุดอยู่หน้าตึกสูง  ซึ่งด้านหน้าตึกมีคนใส่ชุดกราวสีขาวแบบพวกหมอหรือนักวิจัยยืนรออยู่เต็มไปหมด  และหนึ่งในนั้นก็เป็นชายวัย 30 ปี  รูปร่างสูงใหญ่  ไว้ผมทรงสุภาพ  และสวมแว่นตาหนาแบบผู้คนแก่เรียน 

พอเขาเห็นเนออนก็พุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วทันทีที่มอเตอร์ไบค์ได้จอดลง

ไอ้หนู  รีบใช้ซิงโครแล้วเอาเฟรยาออกมาให้ดูหน่อยสิ

เป็นการต้อนรับที่คาดไม่ถึง  ชายคนดังกล่าวเขย่าตัวเนออนไปมาด้วยความตื่นเต้น  หากแต่เนออนกำลังรู้สึกงุนงงกับภาพลักษณ์ของสถานที่ รวมถึงคำพูดที่ดูร่าเริงเกินเหตุของชายตรงหน้า 

เมื่ออาเธน่าเห็นก็กล่าวออกมา เขายังใช้การไม่ได้หรอกค่ะ  ยังต้องฝึกฝนอีกเยอะ  เป็นแค่โอเดอร์ที่ไม่รู้อะไรเลยแม้กระทั่งการซิงโคร

พอชายวัย 30 ปีเศษได้ยินก็หยุดเขย่าตัวเนออนด้วยท่าทางผิดหวังและหันไปพูดกับอาเธน่าด้วยท่าทางเซ็งสุดขีด

เฮ้อ..อุตส่าห์แอบหวังไว้ว่าโอเดอร์ที่ใช้เฟรยาของไลค์เมคเกอร์จะพิเศษกว่าคนอื่นๆ นึกว่าจะได้ศึกษาเฟรยาที่ไลค์เมคเกอร์สร้างแล้วเชียว  แบบนี้คงทำได้แค่รอนะสิ

“ก็คงต้องรอค่ะ  และก็ต้องคาดหวังให้เขาแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถใช้เฟรยาได้”

จากนั้นทั้งคู่ก็พูดคุยรายละเอียดปลีกย่อยกัน  ซึ่งเนออนก็ยืนฟังทั้งคู่คุยกันอย่างงุนงง  เขาไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อยจึงจำต้องใบ้รับประทานอย่างช่วยไม่ได้  

หลังจากผ่านไปสักพัก  อาเธน่าก็ขับมอเตอร์ไบค์จากไป  ส่วนชายวัย 30 ปีเศษคนดังกล่าวก็ตรงเข้ามาคว้าข้อมือขวาของเนออนขึ้นมาจ้องดูสร้อยข้อมือทั้งสามเส้นด้วยท่าทางพิจารณา

อาชื่อ  ดารอฟฟ์  มาเดลรอฟฟ์  ตำแหน่งหัวหน้าแผนกเฟรยาเทคนิคเชี่ยน  เรียกว่าคุณอาเฉยๆ ก็ได้ไม่ว่ากัน  ถ้ายังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ  เพราะโอเดอร์อย่างเธอจัดว่าเป็นความหวังใหม่ของวาลอร์เลยล่ะ

ขณะที่ดารอฟฟ์แนะนำตัว  เขาก็เริ่มสังเกตเห็นสภาพที่ดูสิ้นหวังของเนออน  และหรี่ตาที่ซุกซ่อนไว้ภายใต้แว่นหนาลงเพื่อใช้ความคิด

“เธอคงรับรู้ถึงสภาพความเป็นจริงและสิ่งที่ต้องเผชิญแล้วสินะ” เขากล่าวถาม “รู้มากขนาดไหนล่ะ”

เนออนตอบตามจริง “รู้ว่าผมเองมีทางเลือกไม่มากนัก  อยู่หรือตาย  จะฆ่าหรือถูกฆ่า”

“แล้วเธอเลือกทางไหน”

“ผมอยากมีชีวิตอยู่” เนออนกล่าวเสียงสั่น “แต่ผมรู้สึกหวาดกลัว  มันเป็นคราวซวยที่ไม่เหมือนกับทุกครั้ง..จนถึงตอนนี้ร่างกายผมก็ยังคงสั่น  ผมมันอ่อนแอสิ้นดี”

ดารอฟฟ์รับฟังและส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยความสงสาร

“อาเองไม่ใช่พวกนักรบ  และไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะพูดแบบนี้  มิหนำซ้ำยังปลอบคนไม่เก่ง  แต่อยากจะพูดให้ฟังสักหลายประโยค  จะเรียกว่ามันเป็นคติประจำใจของอาเลยก็ว่าได้” เขาวางสองมือลงบนบ่าของเนออน

จงชนะความกลัวด้วยความกล้า  ชนะความอ่อนแอด้วยใจที่เข้มแข็ง  ความกลัวไม่ใช่สิ่งผิด  ความอ่อนแอก็ไม่ใช่พรสวรรค์  คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้

“ความอ่อนแอไม่ใช่พรสวรรค์!?” เนออนพึมพำประโยคนี้ซ้ำกันอยู่หลายครั้ง  และรู้สึกว่ามันช่างกินใจเหลือเกินสำหรับคนที่อ่อนแอมาตลอดเช่นเขา

“คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จริงหรอครับ” เนออนกล่าวถาม

“จริงสิ” ดารอฟฟ์ตอบด้วยความมั่นใจและยิ้ม “อาไม่รู้ว่าในอดีตเธอเป็นเช่นไรและเคยเจออะไรมาบ้าง แต่อดีตก็คืออดีต  มันไม่ใช่สิ่งที่เธอในตอนนี้จะเอามายึดติด  ในฐานะโอเดอร์  ในฐานะผู้ครอบครองพลัง  เธอไม่ใช่คนอ่อนแออีกแล้ว  แต่เป็นความหวังของมนุษยชาติ  เมื่อเธอสามารถชนะความกลัว  ชนะตัวเอง  เธอจะแข็งแกร่งขึ้น”

แม้ดารอฟฟ์จะบอกว่าปลอบคนไม่เก่ง  แต่คำพูดทุกคำของเขาก็ทำให้เนออนได้คิดและรู้สึกดีขึ้นมาก  เขามีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น

ต้องอยู่รอดให้ได้

สีหน้าของเนออนเริ่มฉายประกายความหวัง

“เธอดูดีขึ้นแล้ว” ดารอฟฟ์กล่าวพลางยิ้มยินดี “เธอมีอะไรสงสัยและอยากจะถามมั้ย”

เนออนพยักหน้าตอบรับ  เมื่อเขาตั้งใจจะดิ้นรนให้ถึงที่สุด  สิ่งที่เขาต้องการก็คือข้อมูล  อย่างน้อยแม้เขาจะต้องตาย  เขาก็จะไม่ยอมเป็นผีที่ตายโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

ก่อนอื่นก็คือศัพท์แปลกๆ ที่เราไม่เข้าใจเนออนครุ่นคิดถึงสิ่งที่ต้องการ

โอเดอร์  เฟรยา  ซิงโคร  มันคืออะไรครับ” เขากล่าวถาม “ผมได้ยินบ่อยมาก แต่ไม่เข้าใจเลย

ดารอฟฟ์มองหน้าตาที่ดูสงสัยมากของเนออนพร้อมอธิบายให้ฟัง

อาจะอธิบายแบบสั้นๆ เข้าใจง่ายๆ ก็แล้วกัน” ดารอฟฟ์กล่าวพลางยกแขนขวาของเนออนขึ้นมาและชี้ให้ดูที่สร้อยข้อมือทั้งสามเส้นที่สวมไว้  

“เฟรยาก็คือสิ่งที่เธอเห็น  ถึงแม้ตอนนี้มันจะเปลี่ยนมาอยู่ในรูปลักษณ์แบบนี้จนเธอจำไม่ได้  แต่ตามรายงานที่อาได้รับ รู้สึกว่าเธอจะเคยใช้มันมาก่อนหน้านี้แล้ว”

เนออนรู้สึกสะกิดใจขึ้นมา “หรือว่ามันจะเป็นปืนสีเงินกระบอกนั้น”

“ใช่แล้ว” ดารอฟฟ์พยักหน้า “เฟรยา เป็นนามที่คนในองค์กรใช้เรียกหาอาวุธอันทรงพลังที่ใช้สำหรับกำจัดผู้มาจากส่วนลึกของความมืดมิด  มันเป็นอาวุธที่มีชีวิต  มีชื่อเรียกเฉพาะ  และมีเพียงผู้ถูกเลือกเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้  ซึ่งก็คือคนแบบเธอ”

ดารอฟฟ์อธิบายพลางชี้นิ้วมาที่ตัวของเนออน

“ผู้ที่ได้ยินเสียงของเฟรยา  ตอบรับต่อเฟรยา และรู้จักชื่อที่แท้จริงของเฟรยา  ผู้ที่ถูกเลือกโดยเฟรยาแบบเธอจะถูกเรียกว่า โอเดอร์ เป็นบุคคลที่สามารถใช้พลังมหาศาลเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจต่อสู้  แต่การจะดึงพลังของเฟรยาออกมาใช้งานได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  เธอจะต้องสื่อสารกับเฟรยา เข้าใกล้มัน  ในขณะที่มันก็จะเข้าใกล้เธอ  พวกเราเรียกสิ่งนี้ว่า ซิงโครหมายถึงการรวมเป็นหนึ่งเดียว

เนออนยืนรับฟังทุกถ้อยคำโดยละเอียดและจำไว้  คำอธิบายของดารอฟฟ์ทำให้เขาเข้าใจเพิ่มขึ้นมากในระดับหนึ่ง  แต่ก็ยังมีเรื่องอีกมากที่เขาคิดถาม  แต่ดารอฟฟ์กลับแนะนำให้เขาพอแค่นี้

เธอเพิ่งมาถึงที่นี่  อะไรหลายอย่างจึงอาจดูแปลกและไม่เข้าใจ  แต่พอผ่านไปสักระยะ  เธอจะเข้าใจมันได้เอง  ค่อยๆ ทำความเข้าใจไปทีละนิด  อย่ารีบร้อน  เพราะถึงจะร้อนรนไปก็ไม่เกิดประโยชน์  เธอยังพอมีเวลาอยู่  สุดท้ายอาขอแนะนำสักนิดว่า  ถ้าเธอมีอะไรสงสัยหรือไม่เข้าใจ  เธอสามารถถามจากมอเตอร์ไบค์ของเธอได้ตลอดเวลา  มันเป็นเหมือนคู่หูที่จะซื่อสัตย์กับเธอและจะตอบทุกคำถามให้เธออย่างละเอียด  แต่ถ้าเรื่องไหนที่มันไม่สามารถตอบให้ได้ก็ค่อยมาปรึกษากับอาอีกที   ตอนนี้ไปพักก่อนเถอะ  พยายามเก็บแรงไว้สำหรับการฝึกหนักในวันพรุ่งนี้  เธอจะต้องทำตัวเองให้พร้อมสำหรับบททดสอบ

เมื่อได้ยินเกี่ยวกับการฝึกและบททดสอบ  เนออนก็มีสีหน้าเป็นกังวล

ผมต้องฝึกอะไรครับ  แล้วบททดสอบที่คุณอาว่ามันคืออะไร

ดารอฟฟ์ฉีกยิ้มออกมา “อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิ  ทำใจเย็นไว้  อาบอกแล้วไงว่าเธอยังพอมีเวลา  ส่วนเรื่องการฝึกหรือบททดสอบ  อาก็ไม่ค่อยรู้ละเอียดมากหนัก  รู้แค่ว่าโอเดอร์อย่างเธอจะต้องเข้ารับการฝึกฝนในเรื่องต่างๆ  ทั้งด้านการต่อสู้  การใช้อาวุธ  ยุทธวิธี  สุดท้ายจะถูกส่งไปเข้าร่วมทดสอบ  และเมื่อเธอผ่านบททดสอบมาได้  เธอก็จะเกิดใหม่ในฐานะ แฟนธ่อม ซีกเกอร์กลายเป็นโอเดอร์ระดับโค๊ดเนมซึ่งจัดเป็นนักรบชั้นแนวหน้าและบุคคลสำคัญระดับหัวแถวของวาลอร์”

“เหมือนกับ อาเธน่า หรอครับ” เนออนกล่าวถาม

“ถูกต้อง” ดารอฟฟ์ตอบ “โอเดอร์ที่ไร้โค๊ดเนมกับแฟนธ่อมซีกเกอร์มีฐานะในวาลอร์แตกต่างกันมาก  ถ้าเทียบให้ฟังแบบง่ายๆ ก็คือ  โอเดอร์ไร้โค๊ดเนมก็จะคล้ายกับทหารใหม่ที่ถูกขังอยู่ในค่าย  ต้องถูกฝึกอย่างหนัก และรอวันที่จะได้พิสูจน์ตัวเอง  ส่วนศักดิ์ศรีของแฟนธ่อมซีกเกอร์จะเทียบได้กับทหารชั้นนายพล  เพราะนอกจากข้อจำกัดที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของวาลอร์แล้ว  ที่เหลือคือชีวิตที่สุขสบายยิ่งกว่าราชา  และมีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้”

“อิสระ..” เนออนตาลุกวาว “ผมสามารถกลับไปเยี่ยมบ้านได้!?

“ถ้านั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ  เธอก็สามารถทำได้”

คำตอบของดารอฟฟ์ทำให้กำลังใจของเนออนคืนกลับมา  เขาเริ่มมองเห็นสิ่งที่เรียกว่าความหวัง  และตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องรอด  เขาจะเป็นแฟนธ่อมซีกเกอร์เพื่อสิ่งที่เรียกว่าอิสระ

แต่เขายังไม่รู้ว่าอิสระที่เขาต้องการจะต้องแลกมาด้วยการผ่านขุมนรก  และมันจะทำให้เขาเปลี่ยนไป

จากนั้นดารอฟฟ์ก็หยิบบัตรใบหนึ่งยื่นให้กับเนออน

นี่เป็นบัตรที่บันทึกตำแหน่งที่พักของเธอซึ่งทางวาลอร์เตรียมไว้ให้  เอามันไปเสียบที่ช่องเสียบบัตรบนมอเตอร์ไบค์ก็จะทำการโหลดพิกัดโดยอัตโนมัติ  เธอกลับไปพักซะเถอะ

เนออนรับบัตรตำแหน่งที่พักมาด้วยท่าทางไม่สบายใจ  ถึงแม้เขาจะตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะต้องรอดชีวิต  ต้องเป็นแฟนธ่อมซีกเกอร์ให้ได้  แต่ก็ยังกังวลใจว่าไอ้คนดวงซวยอย่างเขาจะไปรอดได้ถึงไหน  และคิดว่าชะตาชีวิตมันช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน

เนออนขับมอเตอร์ไบค์มุ่งหน้าไปยังที่พักตามพิกัดที่ได้รับ  โดยมีดารอฟฟ์เฝ้ามองส่งจนเนออนหายลับไป  แววตาของเขาภายใต้กรอบแว่นหนาดูทอประกายราวกับสามารถมองทะลุและเห็นถึงสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวของผู้คน

“น่าสนใจจริงๆ” ดารอฟฟ์พึมพำพลางเหยียดยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก

จากนั้นเขาก็เดินกลับเข้าไปในตึกแผนกเฟรยาเทคนิคเชี่ยน  ซึ่งมีเหล่าลูกน้องของเขายืนรออยู่เต็มไปหมด

เป็นไงบ้างครับหัวหน้า ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยถาม  

ดารอฟฟ์ที่ได้ยินก็กล่าวตอบด้วยท่าทางผิดหวังน้อยๆ

เขายังเป็นมือใหม่  เป็นโอเดอร์ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรสักอย่าง  ถ้าโชคดีเขายังคงรอดอยู่ได้  สักวันพวกเราคงจะได้เห็นสมบัติของไลค์เมคเกอร์กัน  แต่ถ้าบังเอิญเขาโชคร้ายตายไปก่อนก็คงต้องโทษสวรรค์แล้วล่ะ

 

 

เนออนมาถึงยังสถานที่พักและล้มตัวลงนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงนุ่มภายในห้องพักขนาดสิบคูณสิบเมตรซึ่งถูกตกแต่งไว้จนดูหรูหราตระการตา  ทั้งเก้าอี้  โต๊ะ เตียง  ตู้เสื้อผ้า  รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องใช้จิปาถะต่างๆ ล้วนเป็นของใหม่ทั้งหมด  ทว่าเนออนกลับไม่คิดสนใจเลยแม้แต่น้อย 

ในหัวของเขาตอนนี้กำลังย้อนนึกถึงภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เขาได้พบเจอมา  สิ่งที่เขาเข้าใจว่ามันเป็นแค่เพียงความฝันผุดขึ้นในสมองอย่างต่อเนื่อง  ภาพของเขาที่กำลังวิ่งหนีอสูรกายตัวหนึ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย  แต่สุดท้ายก็พลาดท่าจนถูกฆ่า  คำสนทนาในตอนที่ชีวิตกำลังจะจบสิ้นลง  และตัวเขาที่ลุกขึ้นมาได้ใหม่อย่างน่าอัศจรรย์ 

เขาจำได้ดีว่าเวลานั้นตัวเองเปลี่ยนไป  เขาไม่ใช่มนุษย์อีก  และเขาก็ฆ่าอสูรกายตนนั้นด้วยปืนสีเงินที่อยู่ในมือ 

ชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไปนับตั้งแต่ตอนนั้น  การเป็นคนธรรมดาก็จบลงไปแล้วเช่นกัน

เป็นแบบเดียวกันกับนายนั่นแหละ เป็นมนุษย์ที่ไม่ใช่มนุษย์ และเป็นปีศาจที่ไม่ใช่ปีศาจ

นายเหลือทางเลือกอีกไม่มาก  ชีวิตของตัวเองต้องรักษาด้วยตัวเอง  อยู่หรือตาย  จะฆ่าหรือถูกฆ่า  นายคือผู้กำหนด

 

คำพูดที่ได้ยินจากอาเธน่าดังก้องไปทั่วโสดประสาทของเนออน  เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นและมองดูสร้อยข้อมือสามเส้นที่สวมอยู่ที่ข้อมือขวาอย่างพิจารณา  มันคือสิ่งที่เรียกว่าเฟรยา  จุดกำเนิดของปัญหาทั้งหมด 

ทำไมถึงเลือกคนแบบฉัน

เนออนคาดหวังว่าตนเองจะได้รับคำตอบ  แต่ไม่เลย  เขาไม่ได้ยินเสียงจากเฟรยาของตนเลย  จากนั้นเขาก็ยิ้ม  ยิ้มประชดให้กับชีวิต  และมองไปที่คู่หูของเขาหรือก็คือเจ้าอัลส์ไวเดอร์ซึ่งเป็นมอเตอร์ไบค์ที่ถูกจอดเอาไว้อยู่ที่มุมด้านหนึ่งของห้องอย่างเงียบๆ

อัลส์  ฉันต้องทำยังไงถึงจะแข็งแกร่ง  ถึงจะมีชีวิตรอด

เจ้าอัลส์หรือภาพตัวการ์ตูนถูกฉายออกมาจากมอเตอร์ไบค์เพื่อตอบคำถาม

เจ้านายต้องเข้าใจพลังของตนเอง เรียนรู้การต่อสู้  ศึกษากลยุทธ์ และฝึกฝนการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ให้ชำนาญ

แล้วสิ่งแรกที่ฉันต้องทำคืออะไร เนออนถามด้วยความสงสัย เพราะสิ่งที่ไกด์เดอร์บอกมาดูเหมือนจะมีเยอะเหลือเกิน

สิ่งแรกที่เจ้านายต้องทำก็คือฝึกฝนการซิงโครและต้องอยู่ในสภาพซิงโครให้ได้น้อยที่สุด 30 นาที  ในตอนนี้เจ้านายผ่านกระบวนการปรับให้เข้ากันกับเฟรยามาแล้ว  ทำให้ร่างกายมีศักยภาพเพิ่มขึ้น  เจ้านายจะมีความแข็งแรงและประสาทการรับรู้ที่เฉียบคม  ถ้าต้องต่อสู้กับมนุษย์..เจ้านายก็คงจะเก่งระดับยอดมนุษย์  แต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เหนือมนุษย์..พลังเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอ  ดังนั้นเจ้านายจึงต้องใช้ซิงโครเพื่อเพิ่มพลังต่อสู้ให้เป็น  เพราะในสภาพซิงโครจะทำให้เจ้านายมีพลังมากขึ้นหลายเท่า  เมื่อพลาดท่าก็จะแค่บาดเจ็บสาหัส..แต่ไม่ถึงตาย

เนออนรู้ว่าตนเองเปลี่ยนไปและหลุดจากความเป็นมนุษย์  แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะถึงขั้นยอดมนุษย์  ทำให้เขาต้องหวนนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เขามีเรื่องกับพวกนักเลงในโรงเรียน  ตอนนั้นแค่มือของเขาไปโดนหน้าอกของนักเลงคนหนึ่งเพียงครั้งเดียวก็ทำให้นักเลงคนดังกล่าวล้มลงไปกองกับพื้นได้   เวลานั้นเขาไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร  แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว

ความอ่อนแอไม่ใช่พรสวรรค์  ตัวเราเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ  ถึงจะเพราะเฟรยาก็เถอะ  เป็นปาฏิหาริย์ในความซวยชัดๆ เลย

เนออนอารมณ์ดีขึ้น  แต่ก็ยังนึกกังขาไม่น้อยว่าตนเองในตอนนี้แข็งแกร่งมากแค่ไหน

แล้วสภาพยอดมนุษย์ตอนนี้มันแข็งแรงขนาดไหนกันเขาถามกับเจ้าอัลส์

ถ้าเทียบจากมาตรฐานศักยภาพยามปกติของโอเดอร์ในฐานข้อมูลแล้ว  เจ้านายมีตัวเลขศักยภาพที่ถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์  แบบนี้เจ้านายคงต้องสนใจในด้านการออกกำลังกายเพื่อยกระดับศักยภาพของตัวเองให้มาก  เพราะถ้าสภาพยอดมนุษย์มีพลังมากขึ้น  ในสภาพซิงโครก็จะมีพลังเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน  สักครู่นะครับ  ผมขอบันทึกตัวเลขศักยภาพของเจ้านายลงฐานข้อมูลไว้เป็นสถิติใหม่ก่อน

คำตอบที่ได้รับทำให้เนออนที่อารมณ์ดีขึ้นมามากแล้วต้องกลับไปตึงเครียดอีกครั้ง  นั่นเพราะเขาเพิ่งจะรับรู้ว่าหากเทียบเขากับโอเดอร์คนอื่น  ตัวเขาจะมีศักยภาพที่แย่มากที่สุด  และเกิดความรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม

เป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่อ่อนแอ  พอเป็นโอเดอร์ก็ยังเป็นโอเดอร์ที่อ่อนแออีก  ความอ่อนแอคือตัวบ้าอะไร  หรือทั้งชีวิตเราจะหนีมันไม่พ้น

เนออนรู้สึกเจ็บใจเป็นที่สุด  “จะเปลี่ยนมัน  จะต้องเปลี่ยนให้ได้” เขาร้องตะโกนออกมา

พอได้ระบายความอัดอั้นออกไปบ้างก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น  จากนั้นท้องไส้ของเนออนก็เริ่มส่งเสียงประท้วงดังโครกครากเพราะความหิวโหย

ตั้งแต่กระบวนการปรับให้เข้ากันระหว่างเขาและเฟรยาอยู่ในสภาพเสถียรลงเมื่อหลายวันก่อน  เนออนก็รู้สึกหิวโหยอยู่ตลอดเวลา  แต่เนื่องจากอาเธน่าที่ถึกเกินมนุษย์ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักเพื่อดื่มน้ำหรือทานอาหารอีกเลย  ทำให้เขาต้องทนทรมานและตามเธอมาตลอดจนถึงมิดแลนด์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ประจวบเหมาะกับที่ตอนนั้นเขาตกอยู่ในความกลัวและความกดดัน  เขาจึงผ่านสภาพหิวโหยมาได้ไม่ยากนัก  แต่พอมาถึงตอนนี้ที่เขาเริ่มสบายใจและผ่อนคลายมากขึ้น  เขาก็พบว่าตนเองรู้สึกหิวโหยจนแทบทานทนรับไม่ไหว

เนออนตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าเขาจะต้องหาอะไรทานก่อนเป็นอันดับแรก  เขาสอบถามกับเจ้าอัลส์และได้ข้อมูลว่าห้องอาหารที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ชั้นหนึ่งในตึกเดียวกันกับที่เขาพักอยู่  เขาจึงมุ่งหน้าไปที่ห้องอาหารโดยไม่รีรอ

แต่เขาก็ต้องประสบปัญหา  เนออนหาลิฟท์ไม่เจอ  เขาจึงต้องใช้บันใดเดินลงจากห้องเขาที่อยู่ชั้นห้าลงไปยังชั้นหนึ่งด้วยตัวเอง 

เนออนพยายามระมัดระวังอย่างหนักเพราะทราบดีว่าตนเองไม่ถูกชโลกกับสิ่งที่เรียกว่าบันไดอย่างถึงที่สุด  แต่เขาก็ยังพลาดและตกบันไดถึงสามครั้งสามหน  ทำให้เนื้อตัวเจ็บระบมไปทุกสัดส่วน 

พอลงมาถึงชั้นหนึ่งสำเร็จ  เนออนก็คิดว่าคงไม่มีคราวซวยอะไรอีกแล้ว  แต่เขาก็คิดผิด  เขาถูกกลิ่นหอมที่โชยมาจากห้องอาหารบดบังความนึกคิด  และเผลอวิ่งไปเหยียบในบริเวณพื้นที่ที่หุ่นยนต์ทำความสะอาดเทน้ำยาล้างพื้นทิ้งเอาไว้  มันทำให้ซวย  เขาลื่นหัวทิ่มและกลิ้งไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าห้องอาหารในสภาพทุลักทุเล 

เนออนไม่ทราบว่าในเมืองใต้ดินซึ่งถูกเรียกว่า มิดแลนด์ แห่งนี้มีจำนวนประชากรทำงานอยู่มากน้อยเพียงใด  แต่ที่เขาแน่ใจก็คือตอนนี้มีผู้คนจำนวนมากพอกำลังมองดูเขาจนแน่นขนัด

“ใครมาล้มอยู่ตรงประตู”

“ไม่รู้เหมือนกัน”

เสียงพูดคุย คำซุบซิบ จากผู้คนโดยรอบบังคับให้เนออนซึ่งน่วมไปทั้งตัวต้องพยายามฝืนลุกขึ้นอย่างช่วยไม่ได้   เขากวาดตามองไปก็พบผู้คนในชุดแตกต่างกันกำลังจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว  เขาที่ไม่รู้จะทำยังไงจึงได้แต่พยายามกล่าวขอโทษที่นอนขวางประตูและขอบคุณในความเป็นห่วงของคนโดยรอบที่เริ่มเข้ามาถามไถ่อาการ 

ผ่านไปครู่หนึ่ง  เมื่อทุกคนเห็นว่าเนออนไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วจึงค่อยแยกย้ายกันจากไป   ส่วนเนออนก็ลากสังขารเดินไปสั่งอาหารซึ่งมีราคาไม่แพงมากนักมาหลายจาน

เนออนถือจานอาหารจนเต็มสองมือและกวาดสายตาหาที่ว่างสำหรับนั่งรับประทาน  แต่ก็พบว่าเต็มแทบทุกที่หรือมีคนจองไว้ก่อนหมดแล้ว   แต่เขาก็ไม่ละความพยายามและสังเกตเห็นว่ายังมีโต๊ะหนึ่งซึ่งมีเก้าอี้ว่างเหลืออยู่หนึ่งตัว 

เจ้าของโต๊ะดังกล่าวเป็นเด็กสาวอายุราวสิบสี่สิบห้าปีในชุดกะลาสี  ท่าทางเรียบง่าย  ไว้ผมสีดำยาวแต่ม้วนเป็นมวยผมดูเรียบร้อย  สวมแว่นตาอันใหญ่หนาและพกหนังสือเล่มหนึ่ง  บรรยากาศรอบกายดูเหมือนเด็กเรียน  เธอดูสุขุมใจเย็นและสวยคมเอามากๆ

เนออนรอบมองเธออยู่ครู่หนึ่ง  เมื่อมั่นใจว่าเธอมาคนเดียวจึงรีบเดินเข้าไปเพื่อขอร่วมโต๊ะทันที

เอ่อ.... น้องสาวคนนี้  ไม่ทราบว่าเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมีคนนั่งหรือเปล่า  ถ้าไม่มีพี่ขอนั่งด้วยคนจะได้ไหม พอดีพี่หาที่นั่งทานข้าวไม่ได้เลยเนออนกล่าวถามตามมารยาท 

เขาเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคนอ่อนแอก็คือมารยาท  เพราะมันเป็นเหมือนยันต์คุ้มภัยที่ทำให้หลีกเลี่ยงกรณีพิพาทด้วยคำพูดจนอาจซวยเจ็บตัวได้  ดังนั้นเขาจึงมีมารยาทเสมอจนติดเป็นนิสัย  แถมมันยังทำให้ดูดีในสายตาของคนอื่นอีกด้วย

ซึ่งเมื่อฝ่ายเด็กสาวได้ยินเสียงของเนออนมาขอร่วมโต๊ะ  เธอก็ดูแปลกใจเล็กน้อยและเงยหน้าขึ้นมองพิจารณาเนออน  ก่อนจะกล่าวตอบรับ

เชิญเลยค่ะ  ที่ตรงนี้มักว่างอยู่เสมอ

เนออนที่ได้ยินก็ฉีกยิ้มดีใจและกล่าวขอบคุณออกไปครั้งหนึ่ง  จากนั้นก็ดึงเก้าอี้ออกมาและนั่งลง  เขาวางอาหารที่ถือไว้เต็มสองมือลงบนโต๊ะ แม้จะหิวโหย  แต่เขาก็ยังเริ่มรับประทานอาหารที่ซื้อมาอย่างมีมารยาท 

 



........................................................................................................................................................



 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

3,235 ความคิดเห็น

  1. #3081 Wind_of_Independent (@icezeza123) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 01:05
    สวะของแท้กูดูผิดเอง คนอย่ามันตอนตกนรกสัก100รอบ โดนฆ่าอีก100000ครั้ง กว่าจะดูดีขึ้นได้
    #3081
    0
  2. #2812 Falcon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2558 / 02:55
    เข้าใจละ ไม่อยากให้หนีสินะ แต่วิธีการที่พามานี่ ออกแนวโรตจิตนิดๆแฮะ(หรือเพราะคนที่พามาเป็นอาเธน่าหว่า อุ๊บ! อุ๊ก!! //โดนอาเธน่าตบ)





    #2812
    0
  3. #2605 Mammy Sentereza (@mam3714) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 00:15
    ให้อารมณ์แบบแฮกเกอร์ ไม่ใช่เหมือนกันนะ แต่ให้อารมณ์เดียวกันอ่า งืม..ไม่รู้สิ
    #2605
    0
  4. #2540 Akiyama H. (@chom31196) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 08:23
    มันครับบบ ติดแล้วเนี่ย5555
    #2540
    0
  5. #2443 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 01:06
    หนุกหนานๆๆๆๆๆๆๆ
    #2443
    0
  6. #2437 ๑valcan๑ (@valcanbass) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 23:16
    สนุกมากๆ ครับ (มาโพสย้อนหลัง 555+)
    #2437
    0
  7. #2367 Zero[N]ame (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 12:33
    รอตอนโดนปล่อยบนเกาะอยู่นะครับ ^^
    #2367
    0
  8. #2366 CoreSka (@redcore) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 10:31
    มีบรรทัดหนึ่งเรียก มอไซ ว่าไกเดอร์นะครับ
    #2366
    0
  9. #2359 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:46
    ยังไม่เลิกตกบันไดอีก
    #2359
    0
  10. #2354 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 03:56
    สนุกมากๆๆๆค่ะ. ^^
    #2354
    0
  11. #2339 เฮ้อ..... (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:04
    รอๆๆๆๆๆๆคับ สนุกมากมาย
    #2339
    0
  12. #2338 lnwsaa (@popsaa123) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:27
    ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

    ว่าแต่เรื่องนี้ นางเอกคนไหน กี่คน 55555555555555555555+
    #2338
    0
  13. #2335 หมอกเงา (@lumpang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:36
    ขอบคุณ
    #2335
    0
  14. #2334 หมอกเงา (@lumpang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:36
    ขอบคุณ
    #2334
    0
  15. #2332 [PY]IkkI (@ickkung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:09
    จำได้ว่าบทนี้เปลี่ยนไปอยู่พอตัว
     
    เพิ่มรายละเอียดมากขึ้น
     
    แต่เนื้อหาหลักยังสนุกเหมือนเดิม
     
    เป็นกำลังใจให้ครับ
    #2332
    0
  16. #2331 เอิน ราชบุตร (@nawoyz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:59
    เอาอีกกกกก
    #2331
    0
  17. #2330 Mr.Can (@pcicanza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:56
    ยังสนุกเหมือนเดิม เปลียน คำเรียก สินะ ผมยังจำคำว่า ยะโอ ได้อยู่เลย ^^
    #2330
    0
  18. #2329 great (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:25
    รอฉากทดสอบนะครับ หึหึ
    #2329
    0
  19. #2327 PrinceOom (@lasaeta) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:37
    เด็กน้อยคนนี้ตัวอันตรายแหงๆ
    #2327
    0
  20. #2326 l3lackl3ook (@earthnight9) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:15
    -0-เปลี่ยนเยอะเบยยยยยยยยยย
    #2326
    0
  21. #1463 br.straw (@mxooxm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:39
    เฮ้อ ทำไมพระเอกของเราซวยมากขนาดนี้ T^T
    #1463
    0
  22. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:04
    ชอบ!!!!
    #1413
    0
  23. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:58
    พระเอกของเราต้อง โหดเงียบ นะๆๆ
    #1363
    0
  24. #1302 FinaloP (@kitdacloud) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 22:16
    อ่านอีก รออัพ
    #1302
    0
  25. #1234 Dreamever (@mine1538) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 01:47
    สนุกมากค่ะ
    #1234
    0
  26. #1186 Mr.February (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2554 / 09:47
    น่าสงสารโดนแกล้งทั้งโรงเรียนเลย
    #1186
    0
  27. #729 Em.S.End (@sanhapan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2554 / 21:17

    มาห้ามทำไม อดดูฝีมือพระเอกเลย
    แต่อาจารย์ก็ไม่มีช่วยเลยเนาะ

    #729
    0
  28. #667 aay_vy (@aay_vy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 19:15
    โห...นี่โดนคนแกล้งทั้งโรงเรียน ไม่เว้นทั้งอาจารย์เลยเหรอ...T_T น่าสงสารเนอะ..
    #667
    0
  29. #525 Aburame_Shino (@Nara_nicharee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 08:19
     อ๊าย ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
    #525
    0
  30. #499 นักอ่านพเนจร (@txioth) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2554 / 13:04

    เหอๆ ...........

    #499
    0
  31. #465 หลิวอี้ (@aonvasad) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 15:45
    เริ่มเรื่องได้น่าสนใจมาก ผมชอบอะนิยายแนวนี้   ผมซื้อมาอ่านประจำแต่ ไม่ค่อยสนุกเท่าไร ยังไงขอลองตามอ่านต่อนะว่าจะดีซักแค่ไหน แต่ 3ตอนแรก ผม ให้ 80 เปอร์เซ็น
    #465
    0
  32. #388 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 / 19:48
    นักเลงกลุ่มนี้เลวจิงๆเลย น่าจะทำให้พิการตลอดชีวิตไปเลยนะเนี้ย
    #388
    0
  33. #357 แว๊ปมาอ่าน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2554 / 15:18
    ไม่รู้ผู้แต่งตั้งใจใช้คำนี้รึเปล่า กรงล้อแห่งโชคชะตา กรง--->อันนี้ใช้เป็นกรงขังสัตว์นะครับ

    กง---->วงล้อ กงล้อแห่งโชคชะตา ถ้าผิดพลาดขออภัย
    #357
    0
  34. #199 bat_o.on (@bat_oon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2554 / 23:52
    เป็นกำลังใจให้เนออนและไรเตอร์ค่ะ !!
    #199
    0
  35. #30 drazzx (@drazzx) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 15:58
    หนุกมากเลย
    #30
    0
  36. #18 Hades_Rider (@hades_rider) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 09:39
     ชอบบบบบบบบบบบบ อย่างแรงงง  *O* ................................
    #18
    0
  37. #16 Dark God (@marlovobook) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2554 / 23:51
    เมื่อไรจาอัพพพพ ครับ โปรดแจ้งด้วยอะครับ
    #16
    0
  38. #14 ตะวันสีส้ม~ (@taetae) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2554 / 14:33
    มีเมฆาน้อยด้วยเหรอเรื่องนี้อ่ะ งงๆ แต่สนุกอ้ะ เอาโหดๆไปเลย ฮ่าๆๆๆ นักเลงพวกนั้น รวมถึงบรรดา ผู้หญิงขิ้แกล้งก็จะไม่กล้าแกล้งอีกต่อไป เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์และเนออนนะ สู้ๆ
    #14
    0
  39. #13 softagain (@softagain) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2554 / 10:49
    นุกมากมาย
    #13
    0
  40. #12 Dark God (@marlovobook) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2554 / 07:53
    อัพด่วนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน ทำไมยิงอัพยิ่งสั้นอะงัป
    #12
    0